กระดานสนทนาวัดท่าขนุน

กระดานสนทนาวัดท่าขนุน (https://www.watthakhanun.com/webboard/index.php)
-   พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) (https://www.watthakhanun.com/webboard/forumdisplay.php?f=18)
-   -   แก้วจักรพรรดิคู่บารมีหลวงปู่ทวด (https://www.watthakhanun.com/webboard/showthread.php?t=936)

สิ่งที่ไม่มี 25-08-2009 11:46

แก้วจักรพรรดิคู่บารมีหลวงปู่ทวด
 
ถาม : แล้วหลวงปู่ทวดละครับ ?
ตอบ : หลวงปู่ทวดท่านตามสงเคราะห์
อาตมาอยู่ ยิ่งข้ามไปทางพม่า อย่างกับเป็นเขตของท่านเอง ท่านรับหน้าที่ไปเลย

ถาม : ท่านยังเป็นพระโพธิสัตว์อยู่หรือเปล่าครับ ?
ตอบ : เอ้า..พระโพธิสัตว์ก็พระโพธิสัตว์..ง่ายดี

ถาม : ขยายต่อได้ไหมครับ ?
ตอบ: เอาแค่นั้นพอ พูดมากเดี๋ยวผิด ก็ไม่มีอะไรหรอก มีอยู่เที่ยวหนึ่งไปปักษ์ใต้ ไปแล้วสลดใจตรงที่ว่า วัดต้นเลียบ ที่เป็นบ้านเกิดของท่าน ต้นเลียบต้นใหญ่ ๆ ที่เขาฝังรกของท่านตอนเด็ก ๆ เอาไว้ก็ยังอยู่ นั่นถือว่าเป็นสิ่งสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างมาก แล้วที่สำคัญคือเจ้าอาวาส คือ ตาหลวงเนียร ทางด้านโน้นเขาเรียกหลวงตาว่าตาหลวง

ตาหลวงจำเนียร ท่านมรณภาพแล้วไม่เน่า เขาก็เก็บใส่โลงเอาไว้ แต่ปรากฏว่าวัดนั้นไม่มีพระอยู่ เพราะว่ากรรมการช่วยกันกินวัด จนไม่มีใครอยู่ได้ อย่างอาตมานี่ขอให้มีสักอย่างหนึ่ง จะทำให้ดัง ให้ดีขนาดไหนก็ได้ ของเขามีตั้ง ๒ อย่าง แต่ทำไม่ได้ ส่วนใหญ่พอไปถึงก็โดนต้อนให้ไปซื้อวัตถุมงคลกัน นักท่องเที่ยวก็จะรำคาญ เพราะส่วนใหญ่ไปด้วยความเคารพในองค์หลวงปู่ท่าน

คราวนี้แค่นั้นก็ยังไม่เท่าไร ตอนไปวัดพะโคะ วัดพะโคะนี่หลวงปู่ท่านบูรณะในสมัยที่ท่านเป็นสมเด็จพระสังฆราชที่อยุธยา แล้วท่านก็ขอทุนพระเจ้าแผ่นดินไปบูรณะขึ้นมา มีกระทั่งรอยเท้าของหลวงปู่ท่านเหยียบเอาไว้ให้ และที่สำคัญแก้วจักรพรรดิคู่บารมีหลวงปู่ก็อยู่ที่นี่ แต่เขาไม่ได้ให้ความสำคัญเลย ส่วนใหญ่ไปถึงก็ต้อนให้ไปซื้อวัตถุมงคล อาตมาเห็นแล้วรำคาญ

ไปถึงกราบ ๆ หลวงปู่ครับ ขอแก้วผมได้ไหม ? ท่านถามว่าจะเอาหรือ ? เอาครับ..ผมไม่ขอไปทั้งลูกหรอก ผมขอแค่อานุภาพของแก้วก็พอ ท่านบอกว่าได้ พอท่านบอกว่าได้ อาตมาก็อาราธนาอานุภาพของแก้วจักรพรรดิมาใส่พระที่ติดตัวไป เสร็จเรียบร้อย กราบงาม ๆ ๓ ที เดินขึ้นรถเปิดแน่บ ที่เหลือก็ยกเปลือกให้เขาไป

ตั้งแต่นั้นมาท่านก็ตามสงเคราะห์ตลอด บางทีป่วยไปไม่ไหว ท่านก็ช่วยค้ำ ประคองซ้ายประคองขวา ไปจนได้นั่นแหละ คือของดีขนาดนั้นถ้ามีอยู่ จะเป็นแก้วจักรพรรดิคู่บารมีท่านก็ดี หรือว่าจะเป็นพระเจดีย์ที่ท่านสร้างก็ดี กระทั่งรอยบาทที่ท่านประทับเอาไว้ก็ดี ให้มีสักอย่างเดียวเท่านั้นแหละ ถ้าเป็นอาตมาถือเป็นต้นทุนมหาศาล จะทำให้ดี จะทำให้ดังขนาดไหน ทำได้ทั้งนั้น แต่เขาไม่ค่อยใส่ใจ

ถาม: แล้วอานุภาพ แบ่งให้ลูกศิษย์ต่อได้ไหมครับ ?
ตอบ: ถ้าเวลาพุทธาภิเษกหรืออะไร ก็จะขอให้ท่านช่วย พอขอบารมีของท่าน ขออานุภาพแก้วจักรพรรดิมา ก็โดนย้ายไปอยู่วัดท่าขนุน ตั้งแต่นั้นมางานท่วมหัวเลย รับอะไรไม่รับ รับของอย่างนั้นมา พระเจ้าจักรพรรดินี่ เขาต้องสงเคราะห์คนทั้งโลก อาตมาแค่สงเคราะห์พระไม่กี่วัดเองเกือบตาย ก็ทุกวันที่ทำอยู่เหมือนกับสร้างเมืองทั้งเมือง และสิ่งที่เราทำคนอื่นเขาไม่กล้าทำ เขากลัวว่าเงินจะขาด แต่อาตมาไม่ได้กลัวเลย เพราะว่าอันดับแรก แก้วมณีรัตนะของหลวงพ่อวัดท่าซุง..ใช่ไหม ก็แก้วจักรพรรดิดี ๆ นี่เอง แล้วนี่ยังมาของหลวงปู่ทวดซ้ำเข้าไปอีกรอบหนึ่ง เจอ ๒ เด้งขนาดนี้ ไม่ต้องไปกลัว จะทำอะไรก็ทำไปเถอะ

เห็นอาตมาจ่ายเงินแต่ละงวด อาจารย์สมพงษ์นี่นั่งตัวเกร็งเลย พอกฐินจบ อาจารย์สมพงษ์คว้าเงินมาทั้งหมดเลย อาจารย์นิมนต์ครับ กฐินได้เงินมาสองแสนหนึ่งหมื่นกว่าบาท พอรับเงินกฐินมาวันนั้น อาตมาก็จ่ายไปวันนั้น ๒ แสนกว่า ๆ พอขยับไปอีก ๑๐ วัน ก็จ่ายไปอีก ๒ แสนกว่า อาจารย์สมพงษ์บอกว่า "ถ้าเป็นผม..เป็นลมไปแล้ว..!"


สนทนากับพระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ
ณ บ้านอนุสาวรีย์ฯ เดือนมกราคม พุทธศักราช ๒๕๔๖


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 17:11


ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว