กระดานสนทนาวัดท่าขนุน

กระดานสนทนาวัดท่าขนุน (https://www.watthakhanun.com/webboard/index.php)
-   เก็บตกจากบ้านเติมบุญ (https://www.watthakhanun.com/webboard/forumdisplay.php?f=65)
-   -   เก็บตกจากบ้านเติมบุญ ต้นเดือนมิถุนายน ๒๕๖๑ (https://www.watthakhanun.com/webboard/showthread.php?t=6199)

เถรี 11-06-2018 20:02

พระอาจารย์กล่าวว่า "ต้องยอมรับว่าท่านอาจารย์สุชาติท่านปั้นแบบพระได้งามจริง ๆ ตอนนี้ที่กำลังเล็งอยู่ก็คือว่า น่าทำองค์เล็กแบบนั้นมากเลย แต่คราวนี้สำคัญตรงที่ว่า เราเอารูปถ่ายไปให้ทางโรงงาน เขาจะทำได้ไหม ? เพราะว่าถ้ารอองค์จริงมาแล้วค่อยสแกนย่อนี่ลำบากเลย

เรื่องวันเวลาส่วนตัวของอาตมานี่หายากมาก ตอนแรกกำหนดไว้ว่าจะเปิดบันไดขึ้นสักการะรอยพุทธบาทวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๑ เพราะช่างเขาบอกว่าจะส่งงานได้หลังวันวิสาขบูชา ปรากฏว่าช่างเขาส่งงานได้ก่อน แต่คราวนี้ก่อนที่ช่างจะส่งงาน ช่วงที่จะเสร็จครึ่งไม่เสร็จครึ่ง คนก็ขึ้นสักการะพระพุทธบาทกันจังเลย ก็เลยคิดว่าถ้าช่างเขาทำความสะอาดเรียบร้อยเตรียมส่งงาน ถ้าเราไม่รีบเปิดก่อน คน
ขึ้นได้นี่เละเป็นโจ๊กแน่ ก็เลยหาวันที่ใกล้เคียงที่สุด ในเมื่อเขาส่งงานได้ ๒๓-๒๕ พฤษภาคม โดยประมาณ เราก็เปิดขึ้น ๒๗ พฤษภาคมไปเลย ก็คือเอาก่อนวิสาขบูชาไปเลย จึงไปทำพิธีเปิดค่อนข้างฉุกละหุก ญาติโยมปลีกตัวไปได้จะว่าน้อยก็ไม่น้อยนะ เพราะว่าเตรียมเก้าอี้ไว้ ๓๐๐ ตัวก็ยังไม่พอให้เขานั่ง

คราวนี้วันเดิมที่กำหนดไว้ว่าจะเปิดบันไดรอยพระพุทธบาทนั้นเป็นวันว่างวันเดียว ก็ปรากฏว่าหลวงพี่เอท่านส่งรูปปั้นแบบหลวงพ่อทองคำมาให้ บอกว่า "เสร็จแล้วครับ จะหล่อเมื่อไร ?" อ้าว...ก็วันนั้นแหละ วันที่ ๒๓ มิถุนายน มีเหลืออยู่วันเดียว ต้องบอกว่าเป็นอะไรที่ธรรมะจัดสรร ไม่อย่างนั้นแล้วก็ไม่รู้ว่าจะไปหล่อช่วงไหน"

เถรี 11-06-2018 20:05

พระอาจารย์กล่าวว่า "อาตมาจะรับเม็ดเงินเฉพาะช่วงสามวัน ศุกร์ - เสาร์ - อาทิตย์นี้ พอวันอาทิตย์รวบรวมแล้ว เดี๋ยวจะถามทางด้านท่านอาจารย์สุชาติว่าประมาณน้ำหนักเงินไว้เท่าไร แล้วจะซื้อเพิ่มให้ได้ตามนั้น

ต้องบอกว่าใครที่เขาสร้างบุญไว้ดี ถึงเวลาก็จะได้ทำเอง อยู่ไกลแสนไกลเขาก็ฝากกันมา อยู่ต่างประเทศอะไรก็ฝากกันมา แต่ในประเทศของเราโดยเฉพาะใกล้ ๆ วัดนี่ บางทีหล่อเสร็จสรรพเรียบร้อยแล้วค่อยมาถามว่าหล่อหรือยัง ? คนเขามาจะเหยียบกันตายค่อยมาถามว่าหล่อพระหรือยัง ? ไม่ได้ลืมตาดูโลกกับเขาเลย"

เถรี 11-06-2018 21:12

พระอาจารย์เล่าว่า "ตอนนี้ผู้ดูแลห้องสมุดวัดท่าขนุนตกบันไดบาดเจ็บ นอนอยู่โรงพยาบาล คือ เรื่องที่ท่านตกบันไดเป็นอะไรที่น่าพูดถึงอยู่หลายประเด็น ประเด็นแรกก็คือสี่ทุ่มกว่าท่านโทรเข้ามา อาตมาตื่นขึ้นมาก็ถามว่า “ใคร ?”
“แบงค์ครับ แบงค์ตกเขาไม่รู้อยู่ตรงไหน มืดมากเลยครับ เลือดออกมากด้วย”

อาตมาฟังเสร็จก็ “ใครนะ ?”
“แบงค์ครับ พระทรงพลครับ หลวงพ่อ”
“ทรงพลตกเขาเองใช่ไหม ?”
“ใช่ครับ”

ที่น่าตายที่สุดคือท่านพูดไม่ได้มีอารมณ์เลย ประเภททรงอารมณ์นิ่งมากเลย เหมือนอย่างกับคนอื่นตกเขาไม่ใช่ตัวเอง นั่นคือลักษณะของคนที่ปฏิบัติสมาธิ พอถึงเวลาฉุกเฉินแล้วกำลังใจรวมตัว เป็นอะไรที่ขำ ๆ

แต่คราวนี้วันนั้นวันวิสาขบูชา อาตมาทอดผ้าป่าช่วยกิ่งกาชาดทองผาภูมิ ท่านนายอำเภอว่าที่ร้อยตรีสุจินต์ ศรีวิเชียรท่านเป็นหวัด เอาไมค์ไปพูด พอรับไมค์คืนมาก็ติดหวัด คืนนั้นก็รีบฉันยาแล้วก็นอน ปรากฏว่าสี่ทุ่มกว่าฝนกำลังกระหน่ำทั้งฟ้าเลย ท่านแบงค์โทรมาก็ต้องออกไปกู้ภัย สรุปก็คือวิ่งไปเรียกพระ ปรากฏว่าส่วนใหญ่ก็เพิ่งจะวางผางประทีป เก็บผางประทีปกันหน้ามืดตาลายเพิ่งจะนอน ตะโกนเรียกไม่มีใครได้ยิน ทุบประตูเรียกไม่มีใครได้ยิน เปิดประตูเข้าไปเอาไฟส่องหน้าก็ไม่ตื่น

ท้ายสุดก็เรียกจนกระทั่งท่านโส (พระศรายุทธ์ ปณฺฑิโต) ตื่นขึ้นมารูปหนึ่ง ก็บอกว่า “คุณปลุกพวกเราสัก ๔-๕ รูปไปช่วยผมหน่อย ท่านแบงค์ตกเขาอยู่ทางฝั่งรอยพุทธบาทโน่น” แล้วอาตมาก็รีบเดินไป ออกมาตั้งเกือบ ๑๐๐ เมตรแล้วท่านตะโกนตามหลังมาว่า “ฝั่งไหนครับหลวงพ่อ ?” บอกว่า“ โน่น...นอกวัด..ฝั่งรอยพระพุทธบาทโน่น” อาตมาก็ขึ้นพรวด ๆ ไป ไปเจอท่านแบงค์กำลังนั่งภาวนาอยู่ ท่านบอกว่าท่านประมาทไปหน่อย ฝนตกมากแล้วก็บันไดลื่น แต่ท่านเดินตรงกลางโดยไม่ได้จับราว พอพลาดทีเดียวก็กลิ้งเป็นลูกขนุนลงมา"

เถรี 11-06-2018 21:18

"แต่จุดที่ท่านเล่าให้ฟังก็คือ ระหว่างที่ท่านกลิ้งลงมา ท่านรู้ทุกขั้นตอนเลยว่าเกิดช้า ๆ แบบนี้ ก็เลยพยายามจะพลิกตัวไม่ให้หัวฟาดพื้น นั่นคือลักษณะของกำลังใจที่เราฝึก พอถึงเวลาฉุกเฉินแล้วจะรวมตัว เวลากำลังใจรวมตัว ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเป็นปกติ แต่สภาพจิตแหลมคมว่องไวมาก เลยทำให้เห็นว่าทุกอย่างช้ามาก สามารถแก้ไขทัน ซึ่งลักษณะอย่างนี้ก็คือแบบเดียวกับที่กิเลสเกิดเร็วมาก ถ้าจิตของเราไม่เร็วพอก็จะต่อต้านกิเลสไม่ทัน

ตรงส่วนนี้เป็นส่วนที่ต้องเรียกว่าน่าชมเชย เพราะว่าถึงเวลาท่านกำลังใจทรงตัวได้ แต่คราวนี้พอท่านร่วงโครมลงไปกับพื้น แทนที่จะคิดเรื่องอื่น เรื่องแรกที่ท่านคิดก็คือ Bluetooth อยู่ไหน ? หนีบหูอยู่ โทรศัพท์อยู่ในกระเป๋ารู้แน่นอน แต่ Bluetooth หล่น ก็ควานหาก่อน แหม...ให้ตายเถอะ...! ถ้าเอ็งตายตอนนั้นจะเกิดเป็นตัวอะไรวะ ? จะไปเป็นเล็นเกาะ Bluetooth หรือเปล่าก็ไม่รู้ ?

เสร็จแล้วท่านก็ลุกขึ้นมาคลำตัวเองเห็นว่าเลือดออก แล้วก็ลองจับแข้งจับขาดู ปกติดียังลุกยืนได้ เออ...เบาใจ ถ้าอย่างนั้นก็ลง คราวนี้ฉลาดขึ้น จับราวลงด้านข้าง แต่ปรากฏว่าเคราะห์ซ้ำกรรมซัด ลื่นอีกทีหนึ่ง แล้วคราวนี้ลื่นทั้ง ๆ ที่ท่านจับราวไว้ มือท่านรับน้ำหนักตัวไม่ได้ ตัวก็โดนกระชากลงไป สองมือก็รูดราวลงไปอีก คราวนี้ท่านลงไปหลายขั้นมากเลยเพราะว่าเป็นช่วงสูงชัน ท่านก็เลยตัดสินใจแหย่ขาไปขัดข้างราวบันไดไว้ โอ้พระเจ้า...ดีที่ขาไม่หัก คราวนี้พอท่านแหย่ขาไปขัด ตัวท่านก็หมุนกระเด็นจะตกออกไปข้างนอก เพราะว่าน้ำหนักตัวกระชาก ยังดีว่าท่านหยุดตัวเองอยู่ได้"

เถรี 11-06-2018 21:27

"ตอนอาตมาขึ้นไปนี่ท่านกำลังคลำตัวเองอยู่ว่าทำไมเลือดออกเยอะมากอย่างนี้ ? เป็นอะไรมากหรือเปล่า ? เอ...เรายังคิดได้ แขนขาก็ไม่ได้เจ็บมาก จนทรงตัวไม่ได้ ก็กะว่าจะโทรเรียกรถพยาบาล แล้วท่านก็นึกขึ้นมาได้ว่า หลวงพ่อเพิ่งจะเปิดบันไดไปเร็ว ๆ นี้ ข่าววิทยุโทรทัศน์ลงหมดเลย อยู่ ๆ กูก็ตกบันได รถพยาบาลมารับนี่คงดังน่าดูเลยนะ ท่านก็เลยตัดสินใจโทรเรียกหลวงพ่อแทน เพราะโทรเรียกคนอื่นกลางคืนเขาปิดเครื่องกันหมดแล้ว

เป็นเรื่องที่ต้องบอกว่าเคราะห์ซ้ำกรรมซัดอาตมาเอง ดันลืมปิดเครื่อง ปกติ ๖ โมงเย็นก็ปิดเครื่องแล้ว ก็เลยต้องฝ่าฝนขึ้นไป ไปก็ช่วยประคองท่าน น้ำหนักท่านลดไปแล้ว ตอนนี้เหลือแค่ ๑๐๓ กิโลกรัม เหลือแค่นะ...! อาตมาเองก็เอาท่านเข้าปีก จับแขนซ้ายท่านเข้าบ่าไว้ แล้วก็มือขวาจับรัดประคดเอว เกร็งเอาไว้ไม่ให้ท่านทรุด ก็ค่อย ๆ เดินลงมา เดินลงมาเท่าไรพระเราก็ยังไม่มาเสียที ไปอยู่ไหนกันวะ ? ท้ายสุดก็ตะโกนเรียก มีเสียง “มาแล้ว ๆ” หอบแฮก ๆ มา

ปรากฏว่านอกจากท่านไปตามพวกมา ๔-๕ รูปแล้ว ท่านยังไปเอารถมาด้วย ท่านก็รอบคอบดี แต่ความที่ตัวเองก็ขึ้นเขาไม่เก่ง แล้วก็ยังมัวทำโน่นทำนี่อยู่ อาตมาก็พาท่านแบงค์ลงมาจนถึงช่วงที่ ๑๐ แล้ว จากประมาณสี่ทุ่มกว่าฝนก็กระหน่ำตลอด ลงมาถึงข้างล่างเที่ยงคืนกว่า พอเอาท่านขึ้นรถปรากฏว่าท่านด้าย (พระธิติวัส ชยวุฑฺโฒ) เป็นคนขับ ท่านก็คงไม่ชินกับระบบรถอินเดียของ TATA ท่านเบรกแต่ละทีนี่หัวทิ่มหัวตำเลย ก็เลยบอกท่านว่า "ไม่ไหวว่ะ..ถ้าขืนไปแบบนี้คนเจ็บตายก่อน" อาตมาก็เลยต้องไปปลุกน้องเล็ก (จิราพร) ให้มาช่วยขับรถที"

เถรี 11-06-2018 21:31

"ให้ท่านเอาน้ำราดแล้วก็ล้างเลือดออก ไม่ให้หมอเขาตกใจมาก แล้วก็เปลี่ยนผ้าเปลี่ยนอะไร ตอนที่ล้างเลือด พอเอามือถูท่านสะดุ้งเฮือก แล้วเลือดก็ไหลโกรกออกมาอีก อาตมาก็ตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น ลองจับดูปรากฏว่าติ่งหูตรงนี้ฉีก ก็เลยมาคิดว่าน่าจะเป็นเพราะ Bluetooth หนีบหูอยู่ แล้วตอนที่ท่านร่วงลงไป หน้าไปไถกับขั้นบันไดแล้ว Bluetooth กระเด็นไป ก่อนที่จะหลุดกระเด็นไปก็กระชากหูไปด้วย เลยให้ท่านเอาผ้าโปะเอาไว้ เปลี่ยนผ้าแห้งได้ก็ให้น้องเล็กรับไปโรงพยาบาลทองผาภูมิ

อาตมาก็กลับเข้ากุฏิเปลี่ยนผ้า คราวนี้จะทำอย่างไร ตัวเองเป็นหวัดอยู่แล้วไปตากฝนมาเสีย ๒ ชั่วโมง มีอย่างเดียวก็คือฉันยาแก้ไข้น็อกตัวเอง ตื่นมาตอนเสียงตามสายมา พระทั้งวัดเขาก็สงสัยว่าหลวงพ่อเป็นอะไรวันนี้มาสาย ทำวัตรเช้าเสร็จค่อยคุยให้ท่านฟังว่า ตอนพวกคุณนอนหลับกันเป็นตาย พวกผมไปกู้ชีพช้างตกเขามา...!

ท่านก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก กระดูกอ่อนตรงหูขาดไปชิ้นหนึ่ง ต้องให้หมอเย็บให้ เมื่อวานไปเยี่ยมท่าน ท่านก็ยังพูดขำ ๆ ว่า "ตามที่เคยอ่านประวัติครูบาอาจารย์มา พอลูกศิษย์ลำบากนึกถึงขอให้ช่วย ครูบาอาจารย์ก็ไปด้วยกายละเอียด แต่ครูบาอาจารย์ของเรา พอขอให้ช่วยมาด้วยกายหยาบเลย" อาตมาก็ "เออ...เดี๋ยวกูก็ไปด้วยกายละเอียด แล้วก็เป็นกำลังใจให้มึงค่อย ๆ คลานลงมาเองแล้วกัน...!" ตอนนี้เจ็บไหล่กับตรงต้นแขนนี้มากเลย เพราะว่าเกร็งอยู่เป็นชั่วโมงตอนยกตัวท่านลงมา เจ็บไปซีกหนึ่งเลย แถมยังหวัดกินไม่เลิก เสียงบี้ไปเลย"

เถรี 11-06-2018 22:02

"ในส่วนที่ว่าของท่านเองพอถึงเวลาฉุกเฉินแล้วสติรวมตัว ถือว่าการปฏิบัติอยู่ในระดับใช้ได้ เพราะว่าท่านเองไปเรียนปริญญาโทสาขาวิปัสสนาภาวนามาด้วย ไปกรรมฐานที่พม่ามา ๗ เดือน ก็ไม่เสียทีที่ฝึกฝนมา

ส่วนพระของเราน่าจะเวลาเหนื่อยขึ้นมาแล้วทิ้งหมดเลย ไม่ได้ตั้งสติไว้แล้วนอน ก็เลยเรียกเท่าไรก็ไม่ได้ยิน นี่คืออย่างหนึ่ง

อีกอย่างหนึ่งก็คืออาจจะสมาธิทรงตัวแบบหลับลึกไป อย่างนั้นนี่ฟ้าผ่าข้างหูก็ไม่ได้ยิน เป็นอยู่สองอย่างด้วยกัน แต่คาดว่าน่าจะเป็นประเภทสมาธิทรงตัวแล้วหลับลึกมากกว่า เพราะว่าส่วนใหญ่เป็นนักภาวนากันทั้งนั้น แต่ตอนเรียกนี่ลำบากจริง ๆ เลย ประเภทหมาเห่าทั้งวัดก็ยังไม่ตื่น...!"

เถรี 12-06-2018 18:02

ถาม : ถ้าโยมไปทำให้พระตื่น จะบาปไหมคะ ?
ตอบ : ยอมบาปเถอะ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวที่เหลือจะตายเสียก่อน เรื่องการที่เรากระทำไปแล้วบาปกรรมไม่มีนั้นเป็นไปไม่ได้ เพียงแต่ว่าเราต้องชั่งน้ำหนักดูว่าควรค่าแก่การลงทุนไหม ? ถ้าเพื่อชีวิตคนอื่นก็ลงทุนไปเถอะ สรุปว่าพระหนุ่ม ๆ ตื่นยาก ไปช้า พระอาจารย์ก็เลยต้องจัดการไปก่อน

เถรี 12-06-2018 18:07

ตอนนี้ถ้าอาตมาขยับผิดจังหวะก็จะเจ็บ น่าจะเป็นกล้ามเนื้ออักเสบ เพราะว่าเกร็งอยู่เป็นชั่วโมง น้ำหนักจริง ๆ ลงทางด้านซ้าย แต่ทางขวาเกร็งเพราะต้องยกเอวท่านไว้ไม่ให้ทรุด ถ้าท่านลงนี่อาตมาแบนแน่ เพราะว่าตอนที่พยายามเอาท่านลงมา ความรู้สึกเหมือนกับมดแบกข้าวสาร ข้าวสารเม็ดใหญ่กว่ามดตั้งเยอะ

ตอนนี้ท่านกำลังพยายามจะลดน้ำหนักอยู่ ที่ไปขึ้นเขากลางดึกนั่นก็เพื่อที่จะลดน้ำหนัก ก็คือท่านอาศัยเดินภาวนาขึ้นเขา ตอนขึ้นก็ไม่มีปัญหา ดันไปมีปัญหาตอนลงเพราะว่าฝนตก ท่านประมาทไปเดินกลางบันได กลางบันไดเป็นส่วนของไม้โดนน้ำแล้วจึงลื่น ถ้าด้านข้างเขาทำเหล็กลายตีนเป็ดไว้ เดินอย่างไรก็ไม่ลื่น

คนอ้วนเวลาเดินต้องส่าย ๆ หน่อย ไม่อย่างนั้นก็ไปไม่ได้ ที่บางคนเขาบอกเดินเหมือนคิงคอง ถึงเวลาคิงคองต้องเดินส่าย ๆ หน่อย แต่ไปส่ายบนที่ลื่นก็เลยเป็นเรื่อง

เถรี 12-06-2018 18:25

เสี่ยต้อมบางพูน เอาช่อพระขรรค์โสฬสมาถวาย ให้พระอาจารย์ให้นำไปเข้ากระทู้ประมูล ท่านบอกกับเพื่อนพระว่า "พวกเจ้าต้อมนี่น่าตายมาก เอาเหรียญสมเด็จองค์ปฐมหลังพระสิวลีที่ผมพุทธาภิเษกไปลองกันที่สนามยิงปืน เขาเอาเหรียญไปติดไว้หลังเป้า แล้วไม่บอกเพื่อน ให้เพื่อนยิง เพื่อนยิงเท่าไรก็เป้าสะอาด ไม่รู้ว่ากระสุนหายไปทางไหนหมด แล้วเขาก็ไปแอบเอาพระออกแล้วยิงใหม่ พอยิงใหม่กลายเป็นว่าเข้าเป้าหมด เอาแผ่นป้ายใหม่ไปติดก็แอบเอาพระไปติดไว้อีก ยิงเท่าไรก็ยิงไม่ถูกอีก

เหรียญเล็กนิดเดียวประมาณเล็บมือเรา เขาก็แค่เอาเทปกาวแปะติดไว้อยู่ข้างหลังเป้า ไปติดไว้ไม่บอกเพื่อน เพื่อนก็ว่าอะไรวะ ? ยิงทุกวันก็ได้คะแนนดี ทำไมวันนี้ยิงเท่าไรก็ไม่เข้าเป้าเลย พวกนี้เชื่อยากครับ เขาต้องลองก่อน"


ถาม : พระอาจารย์สร้างเองหรือครับ ?
ตอบ : จริง ๆ แล้วเหรียญรุ่นนี้ผมไม่ได้สร้าง คนอื่นทำมาให้เป็นหมื่นเหรียญเลยครับ แล้วก็ถวายให้ผมเข้าพิธี ผมก็แจกไปเรื่อย

ถาม : ยังมีอยู่ไหมครับ ?
ตอบ : หมดแล้ว เหรียญเล็ก ๆ นิดเดียว พวกห้าว ๆ ชอบลองกันครับ เขาอยากรู้ว่าพระอาจารย์จะเก่งสักเท่าไร

เถรี 12-06-2018 18:34

ถาม : เหตุการณ์ที่วัดท่าซุงประเภทคนแน่นจนจะเหยียบกันตาย จะเกิดแบบนั้นไหมครับ ?
ตอบ : เกิดขึ้นไปแล้วครับ ปี ๒๕๓๐ หลวงพ่อวัดท่าซุงท่านเพิ่งสร้างศาลา ๑๒ ไร่เสร็จใหม่ ๆ ท่านก็จะเผาศพ คือศพจำลองของตัวท่านที่ตั้งมาเป็น ๑๐ ปีแล้ว

ท่านจัดงานเผาศพก็ปรากฏว่าคนแห่กันไป ผมบอกไม่ถูกว่าเยอะแค่ไหนครับ ที่พักไม่พอ ท้ายสุดคนก็เลยต้องไปหาหนังสือพิมพ์มาปูนอนกันในศาลา ๑๒ ไร่ แน่นไปหมด รู้ไหมครับว่าหนังสือพิมพ์ที่เขาชั่งกิโลฯ ขายกิโลฯ ละ ๖ สลึง เขาเอามาขายฉบับละ ๕ บาทให้คนไปปูนอน งานนั้นประมาณ ๓ แสนกว่าคน จะเหยียบกันตายจริง ๆ ครับ

เถรี 12-06-2018 18:42

ถาม : งานเผาศพจำลอง ?
ตอบ : งานเผาศพจำลองตอนนั้นหลวงพ่อสมเด็จฯ วัดสามพระยาไปเป็นประธาน คนเยอะแค่ไหนไม่รู้ รู้แต่ว่าผมพรมน้ำมนต์ หมดไป ๒ แทงค์ แทงค์ละ ๒,๐๐๐ ลิตร

หลวงพ่อท่านบอกว่าไปช่วยจัดการให้หน่อย แทงค์นี้ตั้งไว้ที่หัวสะพานเหล็กที่เดินข้ามไประหว่างศาลา ๒ ไร่กับศาลา ๑๒ ไร่ พวกทหารตักใส่ถังเหลืองหรือถังสังฆทานมา ผมก็พรมไปเรื่อย โยมก็เดินออกมาจากศาลา ๑๒ ไร่ ไหลเป็นน้ำเลย พรมหมดไป ๒ แทงค์ ผมยกแขนไม่ขึ้นไป ๓ วัน คนจะเหยียบกันตายจริง ๆ น้ำมนต์ ๒ แทงค์ ๔,๐๐๐ ลิตร ตัวผมเองยังเปียกอย่างกับราดน้ำเลย

เวลาผมจัดงาน ๓,๐๐๐ – ๔,๐๐๐ คน เพื่อนพระถามว่าอาจารย์เล็กไปเอาคนมาจากไหนเยอะแยะขนาดนี้ บอกท่านว่า “นี่ไม่ถึงเสี้ยวหนึ่งที่หลวงพ่อผมจัด” งานของเขาจัดถ้ามีคน ๓๐๐ - ๕๐๐ คนก็ถือว่าประสบความสำเร็จ ส่วนของวัดท่าขนุนไปจนกระทั่งทั้งอำเภอไม่มีที่ให้พัก

นายอำเภอท่านมาพูดตอนเปิดบันไดขึ้นรอยพุทธบาท บอกว่าพระอาจารย์เล็กทำให้เศรษฐกิจทองผาภูมิดี ท่านจัดงานแต่ละทีที่พักไม่เหลือ จะกี่รีสอร์ท กี่โรงแรมก็ไม่มีเหลือเลย


ถาม : เปิดงานไปเมื่อไรครับ ?
ตอบ : เมื่อวันที่ ๒๗ พฤษภาคมที่ผ่านมา เขาส่งงานวันที่ ๒๕ วันที่ ๒๗ ผมก็เปิดเลย คิดว่าจะไม่ค่อยมีคน เพราะว่าไม่ได้บอกใคร ปรากฏว่าแห่กันมาเต็ม คนเขาอยากขึ้น หนังสือพิมพ์ก็เอาไปลง โทรทัศน์ก็เอาไปลง ก็ดีตรงที่ว่าในขณะที่มีข่าวไม่ดี ๆ เยอะแยะไปหมด อย่างน้อยมีข่าวดีสักนิดหนึ่ง

เรื่องอย่างนี้ท้อไม่ได้ ต่อให้สิ่งไม่ดีไม่งามเกิดขึ้นในศาสนาของเราโดยเจตนาไม่เจตนาอะไรก็ตาม เรามีหน้าที่อย่างเดียวคือรักษาความดีเอาไว้ให้ได้ มั่นใจได้เลยว่าถ้าทำตามปฏิปทาของหลวงพ่อวัดท่าซุง อย่างไรเราก็รักษาคนเอาไว้ได้

เถรี 12-06-2018 18:59

ถาม : ตอนนี้มีคนถามว่า เกิดเหตุการณ์ใหญ่แบบนี้กับพระ ท่านคิดอย่างไร ?
ตอบ : เมื่อวานนี้ผมบอกไปแล้วครับ เป็นการทำลายล้างทางการเมืองเพราะว่าทั้ง ๓ ท่านเป็นแรงสนับสนุนวัดธรรมกาย วัดธรรมกายทำให้พระใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่ได้ เพราะว่าท่านสนับสนุนทั้งข้าวปลาอาหาร ทั้งเงินทอง และวัดธรรมกายใคร ๆ ก็รู้ว่าเป็นฐานของคนเสื้อแดง

คราวนี้ทางด้านเจ้าคุณพรหมเมธี เจ้าคุณพรหมสิทธิ เจ้าคุณพรหมดิลก ท่านสนิทสนมแนบแน่นกับวัดธรรมกายอยู่ ก็แปลว่าถึงแม้ว่าวัดธรรมกายจะโดนเด็ดหัวไปแล้ว แต่ถ้า ๓ ท่านนี้บอกลูกศิษย์ว่าเลือกใคร ก็เท่ากับบอกลูกศิษย์ธรรมกายเลือกด้วย ถ้าธรรมกายเทเสียงให้ใครฝ่ายนั้นก็ชนะ จึงต้องเด็ดหัวก่อน

ประการที่ ๒ เป็นการทำลายล้างกันทางศาสนา คือศาสนาอื่นเขาจ้องทำลายศาสนาพุทธอยู่แล้ว ๓ ท่านนี้เป็นกำลังหลักสำคัญของพุทธศาสนาเลย เขาต้องเอาลงให้ได้

ประการสุดท้าย เป็นการทำลายล้างกันระหว่างนิกายของพุทธกันเอง ก็ในเมื่อตัวเองจะต้องขึ้นให้ได้ ก็ต้องเหยียบคนอื่นลง ซึ่งลักษณะอย่างนี้ผมสงสาร สงสารตรงที่ว่าท่านไปรื้อรั้วบ้าน เดี๋ยวโจรก็ปล้นบ้านหมด โดยเฉพาะรั้วที่แข็งแกร่งอย่าง ๓ ท่านนี้ ถ้าพุทธเราเล่นกันเองก็เป็นอะไรที่น่าสงสารมาก

ฉะนั้น...เกิดจาก ๓ แนวทางนี้ด้วยกัน แต่ทั้ง ๓ อย่างที่ประสานมือร่วมกันได้ ทั้งที่เป็นแนวร่วมและเป็นตัวทำลายโดยตรง ส่วนที่เสียหายที่สุดคือศาสนาพุทธของเรา เพราะว่าเขาจะเร่งออกข่าวพวกนี้ในช่วงใกล้มาฆบูชา ใกล้วิสาขบูชา ใกล้อาสาฬหบูชา ลองดูสิครับ...ช่วงก่อนเข้าพรรษา ช่วงอาสาฬหบูชา ก่อนเข้าพรรษาจะมีอีกรอบหนึ่งใหญ่ ๆ มาเลย เขาจะทำให้คนไม่มีอารมณ์อยากเข้าวัดทำบุญ แล้วท้ายสุดคนเราก็จะห่างศาสนาไปเรื่อย

พอหลังจากนี้อีกทีคือช่วงออกพรรษา เขาจะเล่นเป็นจังหวะตอนใกล้วันสำคัญของพระพุทธศาสนามาตลอด เป็นการตั้งใจทำลายล้างพระพุทธศาสนาโดยตรง

เถรี 12-06-2018 19:02

บรรดาเพื่อน ๆ เขาวิตกกังวลกัน ผมบอกอย่าไปวิตกให้เสียเวลา คุณตั้งหน้าตั้งตาทำให้ดีเข้าไว้ เอาข่าวดีมาสู้เขา ถ้าหากว่าสื่อมวลชนไม่ลงให้ สมัยนี้ youtube ก็มี Facebook ก็มี Line ก็มี คุณก็ลงกันเองสิวะ เราทำดีอะไรก็ทำให้เขาดูไป ถึงเวลาคนจะได้รู้ว่าพระที่ทำดี ๆ ยังมีอยู่อีกมาก

สิ่งพวกนี้เป็นการกล่าวหากัน แล้วการกล่าวหา ฆราวาสทั่วไปก็ต้องสู้กัน ๓ ศาลแล้วถึงจะตัดสินว่าผิดถูก แต่ของพระเรามีไหมครับ เขาจับถลกจีวรยัดเข้าคุกเลย ไม่มีโอกาสทำอะไรเลยทั้ง ๆ ที่โทษนิดเดียว ใช้เงินผิดประเภทแค่นั้น จึงเห็นชัด ๆ ว่าเป็นการทำลายล้างกัน

ดีอยู่อย่างหนึ่งที่ว่าเหตุการณ์แบบนี้เป็นหินลองทองหรือไฟทดสอบทอง คือถ้าคุณเป็นทองแท้เผาเท่าไรหรือลองเท่าไรก็แท้ครับ แต่ถ้าหากว่าไม่แท้ก็หลุดวงโคจรไปเอง ทำให้เขาเห็นอย่างที่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ท่านว่า ปิดทองหลังพระไปเรื่อย ๆ ถ้าคุณปิดได้มากพอก็จะล้นมาหน้าพระเอง นั่นคือสิ่งที่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ท่านทำมาทั้งชีวิตนะ

เถรี 12-06-2018 19:06

วัดท่าซุงเป็นเป้าหมายใหญ่นะครับ ถ้าเป็นวัด...(๑)... เขาสอนผิดจากพระไตรปิฎกแน่นอน วัด...(๒)... สอนผิดจากพระไตรปิฎกแน่นอน วัดท่าซุงของเราถึงสอนตามพระไตรปิฎก แต่คนของเรามีความสามารถน้อย ไม่สามารถพิสูจน์ยืนยันได้ สมมติว่าเขาเอาข้าวเอาของใส่ถุงใส่กล่องมา บอกได้ไหมว่าข้างในคืออะไร ? ถ้าบอกไม่ได้เขาจะถือว่ามโนมยิทธิเป็นเรื่องหลอกลวงกัน คุณสอนผิดจากพระไตรปิฎก ก็โดนเหมือนกันนะครับ

ผมยังเป็นห่วงท่านสมนึกอยู่เลย ยังบอกกับท่านไว้ว่าเตรียมพวกมือเจ๋ง ๆ ชนิดท้าพิสูจน์ได้เอาไว้ให้เขาพิสูจน์ด้วยนะครับ คุณเอาผมไปไม่ได้หรอก เพราะว่าเขาต้องกันผมไว้ว่าเป็นคนละวัดกัน

เราต้องเตรียมพร้อมครับ พูดง่าย ๆ ก็คือเขาท้าพิสูจน์เมื่อไรต้องมีให้เขาพิสูจน์ได้ ไม่ใช่ว่าถึงเวลาแล้วมีแต่ของปลอม มีแต่ราคาคุย ไม่อย่างนั้นไม่ได้เสียหายแค่เรา เสียหายถึงครูบาอาจารย์ เสียหายถึงพระศาสนาด้วย

ที่ไหนก็ตามที่เป็นแหล่งรวมคนมาก ๆ จะโดนครับ ถ้าเขาทำลายกำลังหลัก ๆ ได้หมด ศาสนาของเราก็หมดกำลัง เขาก็จะขึ้นแทน

เถรี 12-06-2018 19:09

ความจริงส่วนที่น่าจะโดนมากที่สุดคือมหาจุฬาฯ กับมหามกุฏฯ ๒ มหาวิทยาลัยสงฆ์ เพียงแต่ว่า ๒ มหาวิทยาลัยสงฆ์ สาขาทั่วประเทศรวมกันแล้วมีนิสิตหลายหมื่น ในขณะเดียวกันที่จบไปอีกเป็นแสน ถ้าไปแหย่รังแตนเมื่อไรก็ออกมาเยอะครับ เขาก็เลยยังไม่แตะ

เถรี 12-06-2018 19:17

ถาม : พวกเขาจ้องจะซัดเราอย่างเดียว เขาวางแผนเรียบร้อย ?
ตอบ : พวกเรารู้ แต่การรู้ไม่ใช่ลักษณะตื่นรู้แล้วระวังป้องกัน แต่รู้แล้วปล่อยวางด้วยความประมาท เขาก็ทำลายเราไปเรื่อย ๆ

ตอนนี้กำลังจะออกกฎหมายใหม่เพื่อล้มมหาเถรสมาคม อ้างว่าปรับปรุงการปกครองคณะสงฆ์ ให้อยู่เป็นเจ้าอาวาสไม่เกิน ๕ ปี ให้สับเปลี่ยนหมุนเวียนกัน ถ้าอย่างนี้ฉิบหายเลยครับ เพราะว่าเจ้าอาวาสแต่ละท่านที่เข้าไป กว่าจะได้รับการยอมรับในพื้นที่นานครับ บางท่านก็เกือบตลอดชีวิตเลยนะ

พอเจ้าอาวาสใหม่เข้าไป เขาจะนึกถึงแต่เจ้าอาวาสเก่า ถ้าคุณเก่งสู้เจ้าอาวาสเก่าไม่ได้ วัดจะโทรมทันตาเลยเพราะว่าชาวบ้านไม่สนับสนุน ถ้าคุณเก่งสู้เจ้าอาวาสเก่าได้ เขาก็ยังนึกถึงคนเก่าอยู่เพราะว่าอยู่กับเขามานาน กว่าที่เขาจะยอมรับคุณ บางทีก็ช่วงท้าย ๆ ของชีวิตแล้ว ยอมรับว่าคุณมีความรู้มีความสามารถ สามารถที่ทำให้วัดของเราเจริญ ชุมชนของเขาเจริญ ก็พอดีคุณตายอีก คนใหม่มาก็เจอวงจรอุบาทว์นี้

คราวนี้เปลี่ยนให้เป็น ๕ ปีครั้ง ๆ อันดับแรกเลย คือพระเราจะโตไม่ทัน จะหาเจ้าอาวาสไม่ทัน เพราะมีกติกาว่าอย่างน้อยต้อง ๕ พรรษาถึงจะเป็นเจ้าอาวาสได้ ประการที่สอง การไม่ยอมรับของเจ้าของพื้นที่มีมาก ทำให้อยู่ไม่ได้ ต่อไปวัดวาอารามจะไม่เหลือหรอก

เรื่องพวกนี้เอาจริง ๆ แล้วคือเอาฆราวาสมาเขียนกฎให้พระปฏิบัติ โดยไม่มีพระเข้าไปมีส่วนร่วม เป็นการทำผิดตั้งแต่แรกแล้ว เมื่อวานนี้ผมถึงบอกว่า ถ้าให้ตำรวจไปเขียนกฎหมายให้ครู ให้ครูไปเขียนกฎหมายให้ทหาร ให้ทหารไปเขียนกฎหมายปกครองพระ ก็วุ่นวายฉิบหายวายป่วงหมด เพราะต่างคนต่างไม่รู้ว่าแบบธรรมเนียมของเขาเป็นอย่างไร


เถรี 12-06-2018 19:20

แต่ก็อย่างว่าครับเพราะปัจจุบันนี้ สนช.ที่ร่างกฎหมายอยู่ เป็นแนวร่วมอิสลามไปเยอะแยะแล้ว จะไปเหลืออะไร ? เราไปเปิดโอกาสให้เขาเองโดยไม่มีการคัดค้านเลย คนไทยเสียอยู่อย่างก็คือสามัคคีไม่เป็น เห็นคนได้ดีก็ไม่มีการโมทนาด้วย มีแต่คอยอิจฉาริษยา ขัดแข้งขัดขากัน ถ้าไม่เปลี่ยนนิสัยเดี๋ยวก็คงต้องหัดละหมาดกันละครับ

หลวงพ่อประยุทธ์ (ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ วัดญาณเวศกวัน) บอกไว้นานแล้วครับ ท่านบอกนิสัยคนไทยเหมือนกับไก่ในเข่งวันตรุษจีน จะโดนเขาเชือดเมื่อไรก็ไม่รู้ ยังจิกกันตีกันอยู่นั่นแหละ อยู่ใกล้กันไม่ได้ ขาดความสามัคคี ขณะเดียวกันคนของเขามีอะไรนิดหนึ่งก็แห่กันไปทั้งหมู่บ้าน

เถรี 12-06-2018 19:24

ถาม : สมัยพระพิมลธรรมท่านยังใส่ชุดขาวในคุก ?
ตอบ : สมัยนั้นได้แต่ว่าสมัยนี้ยาก ลองคิดดูว่าพอท่านไปจากวัด คนรักษาการที่ทำหน้าที่แทนท่านจะมา แล้วถ้าท่านออกมา เราลองคิดดูว่าคนอื่นอยากให้ท่านมาไหม ? ท่านมาตัวเองก็หลุดเพราะว่าต้องคืนตำแหน่งให้ท่าน รับรองว่ามีการเตะสกัดกันเองครับ

เถรี 12-06-2018 19:29

พระอาจารย์กล่าวว่า "ส่วนใหญ่โยมมาก็แวะไปดูตู้ด้วยความหวังว่า จะมีเหรียญหรือผ้ายันต์ท้าวเวสสุวรรณ วันนี้มีโยมถวายมา เดี๋ยวจะเอาไปลงกฐินปลดหนี้ ถ้ามีคนถวายเพิ่มมาเรื่อยก็จะสะสมไปเรื่อย ๆ ถ้ากฐินปลดหนี้จะราคาแพง ก็คือให้ทำบุญกฐินแล้วแถมวัตถุมงคลให้"


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 08:54


ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว