กระดานสนทนาวัดท่าขนุน

กระดานสนทนาวัดท่าขนุน (http://www.watthakhanun.com/webboard/index.php)
-   เก็บตกจากบ้านอนุสาวรีย์ (http://www.watthakhanun.com/webboard/forumdisplay.php?f=26)
-   -   เก็บตกบ้านอนุสาวรีย์ ต้นเดือนตุลาคม ๒๕๕๒ (http://www.watthakhanun.com/webboard/showthread.php?t=1180)

เถรี 02-11-2009 15:23

ถาม : หลวงพ่อคะ หลวงพ่อมีแบบฝึกหัดสำหรับฝึกเลื่อนฌานขึ้น ๆ ลง ๆ แบบง่าย ๆ ไหมคะ

ตอบ : เอาอย่างนี้สิ ถ้าจับภาพพระคล่อง ก็กำหนดภาพพระขึ้น ๔ องค์ แต่ละองค์ความสว่างอยู่คนละระดับกัน แล้วก็เลื่อนขึ้นเลื่อนลงตามระดับนั้น

อย่างเช่นว่า องค์นี้เป็นพระแก้วใสตามปกติ องค์นี้เป็นพระแก้วใสมีความสว่างเท่านี้ องค์นี้สว่างเท่านี้ องค์นี้สว่างเท่านี้ แล้วก็กำหนดใจเลื่อนขึ้นลง จะไปทางไหนก็ไป กำลังใจของเราถ้าจับภาพพระในแต่ละระดับ จะเห็นชัดว่าภาพพระท่านจะแจ่มใสชัดเจนแค่ไหนมันเป็นไปตามระดับของสมาธิของเรา ก็จะซ้อมได้ เห็นพร้อมกันได้แต่ให้เลื่อน จับจดจ่อเฉพาะแต่ละองค์

เถรี 02-11-2009 15:25

ถาม : ถ้าเวทนาตอนบาดเจ็บหรือตายมันสาหัส จะทำอย่างไรถึงจะฝึกฝนมันได้
ตอบ : อยู่กับลมหายใจเข้าออกอย่างเดียว ถ้าอานาปานสติทรงตัว จิตกับกายจะแยกเป็นคนละส่วนกัน ในเมื่อจิตกับกายเป็นคนละส่วนกัน จิตส่วนจิต กายส่วนกาย ถ้าไม่ไปรับรู้อาการทางกายเจ็บก็เหมือนกับไม่เจ็บ

ถาม : บางคนก็บอก เฮ้ย กูถึงฌาน ๒ ฌาน ๓ ฌาน ๔
ตอบ : ไม่เป็นไร ฌานไหนก็ได้ สภาพความเป็นจริงจะบอกเองว่าถึงจริงหรือเปล่า ถึงเวลาเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมาก็จะรู้ว่าถึงจริงไหม

เถรี 02-11-2009 15:36

ถาม : ถ้าคิดถึงนิพพานตอนหลับบ่อย ๆ แล้วตอนตายจะไปได้หรือไม่
ตอบ : ถ้าคิดถึงอย่างเดียวชาตินี้ก็ไปไหนไม่ได้หรอกจ้ะ การที่เราจะคิดถึงนิพพานไม่ใช่คิดถึงเฉย ๆ แต่มันต้องรู้เห็นว่าร่างกายนี้โลกนี้ หรือสรรพสิ่งทุกอย่างมันเกิดขึ้นตั้งอยู่และดับไป ในเมื่อมันหาความเที่ยงแท้แน่นอนเป็นแก่นสารไม่ได้ สิ่งที่จะเที่ยงแท้แน่นอนจะมีได้ก็คือพระนิพพานเท่านั้น แล้วหลังจากนั้นก็ภาวนาเอาใจเกาะความรู้สึกนั้นจนกระทั่งหลับไป ถ้าใจมันไม่เกาะร่างกายจริง ๆ เพราะเห็นว่ามันไม่ใช่เราไม่ใช่ของเรา...ก็จะไปได้ แต่ถ้าเกาะแม้แต่น้อยหนึ่งก็ไปได้แค่กำลังของตัวในตอนนั้น

เถรี 03-11-2009 16:22

ถาม : (ได้ยินไม่ชัด)
ตอบ : สติ สมาธิ ปัญญา ๓ อย่าง สติก็คือการรู้อยู่กับปัจจุบัน สมาธิถ้ามีเวลาตามดูลมหายใจเข้าออก ดูให้จริง ๆ จัง ๆ หน่อย ถ้าสติกับสมาธิทรงตัว ปัญญามันจะเกิด มันจะตามรู้เท่าทัน

ถาม : อยู่ในปัจจุบัน
ตอบ : อยู่ในปัจจุบันถูกแล้ว แต่ว่าปัจจุบันของเราให้เป็นปัจจุบันที่อยู่กับลมหายใจ ลมหายใจเข้าตามรู้ไป ลมหายใจออกตามรู้ไป ถ้าคิดถึงเรื่องอื่นเมื่อไหร่ ดึงกลับมาตรงนี้ มันจะสร้างกำลังให้มากขึ้นเรื่อย ๆ พอกำลังมันมากขึ้น มันก็จะหนุนส่งให้ปัญญาของเรามีความแหลมคมมากขึ้น ชัดเจนมากขึ้นก็จะสามารถรู้เห็นเรื่องทั้งหลายเหล่านั้นได้

ถาม : (ได้ยินไม่ชัด)
ตอบ : ปัจจุบันในลักษณะนั้นมันต้องดูด้วยว่า เราจะเอาปัจจุบันตรงไหน ความรู้สึกมันสามารถแบ่งออกได้ ถ้าหากว่าเรารักที่จะอยู่ตรงความสงบตรงหน้าของเรา ก็เอาปัจจุบันกับลมหายใจมากหน่อย อย่างเช่นว่าสัก ๘๐% ส่วนการรับรู้อย่างอื่นก็เหลือสัก ๒๐% แต่ถ้าหากว่าต้องการปฏิสัมพันธ์หรือว่าทำหน้าที่การงานชิ้นนั้นให้เสร็จลงให้ได้ เราก็ไปอยู่กับงาน ๘๐% แต่ว่าอยู่กับลมหายใจสัก ๒๐% มันจะเป็นการรู้ปัจจุบัน ๒ อย่างด้วยกันคือ
รู้ภายในกับรู้ภายนอก ถ้าสามารถทำรู้พร้อมกันอย่างนี้ได้แล้วก็ต่อไปทุกอย่างจะง่าย แต่ถ้าหากว่าเรารู้อย่างเดียว ออกมาข้างนอกเมื่อไหร่ทิ้งข้างใน หรือว่าเข้าไปข้างในเมื่อไหร่ทิ้งข้างนอก อย่างนั้นโอกาสก้าวหน้าจะมีน้อย

ลองไปซ้อมทำดูนะ จริง ๆ แล้วไม่ยากหรอก เพียงแต่ว่าถ้าเราไม่เคยฟังดูแล้วอาจจะงง ๆ แต่ถ้าลองทำดูแล้วไม่ยากหรอก มันแบ่งแค่ภายนอกกับภายในเป็น ๒ ส่วนเท่านั้นเอง แล้วก็รู้พร้อม ๆ กันเพียงแต่ว่าส่วนไหนถ้าหากว่าจำเป็นจะต้องทำงานก็รับรู้ส่วนนั้นมากกว่า


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 00:22


ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว