กระดานสนทนาวัดท่าขนุน

กระดานสนทนาวัดท่าขนุน (https://www.watthakhanun.com/webboard/index.php)
-   เก็บตกจากบ้านเติมบุญ (https://www.watthakhanun.com/webboard/forumdisplay.php?f=65)
-   -   เก็บตกบ้านเติมบุญ ต้นเดือนเมษายน ๒๕๖๓ (https://www.watthakhanun.com/webboard/showthread.php?t=6940)

เถรี 30-03-2020 12:13

"อีกประเภทหนึ่งก็ทำสินค้าปลอมออกขายบ้าง เก็บเอาหน้ากากอนามัยเก่ามาขายใหม่บ้าง แม้กระทั่งไข่ไก่ก็ให้ไม่เต็มแผง มีอยู่เฉพาะแถวรอบ ๆ ข้าง ด้านตรงกลางว่างโบ๋อยู่ แต่ขายเป็นไข่ไก่เต็มแผง

บุคคลประเภทนี้มีมาทุกยุคทุกสมัย ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ เขาเรียกกันว่า เศรษฐีสงคราม ปั่นราคาขายของที่จำเป็นทุกอย่าง สร้างความร่ำรวยใส่ตนบนความทุกข์ของผู้อื่น สมัยนั้นใช้คำว่า "เซ็งลี้" ซึ่งเป็นภาษาจีนที่แปลว่า "ธุรกิจ" คำว่า "เซ็งลี้ฮ้อ" แปลว่า "ธุรกิจดี"

มาถึงสมัย "สงครามโรค" ครั้งนี้ อาตมาไม่ขอเรียกว่าเป็นเศรษฐีสงคราม แต่อยากจะเรียกว่า อสูรสงคราม หากินบนน้ำตาและความเดือดร้อนของผู้อื่น ถ้าท่านตายลงไปเมื่อไร "ท่านลุง" มีสถานที่พิเศษรองรับเอาไว้แล้ว

ส่วนท่านทั้งหลายพิจารณาแล้ว จะเรียกบุคคลเหล่านี้ว่ามนุษย์ประเภทไหน ก็จงพิจารณาเอาจากข้อความข้างบนโน้นเถิด"

เถรี 30-03-2020 18:33

พระอาจารย์กล่าวว่า "เมื่อบวชเข้ามาแล้วได้ศึกษานักธรรมชั้นตรี อ่านพุทธประวัติ พบว่าเมื่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว ทรงเกิดความขวนขวายน้อย ไม่ปรารถนาที่จะแสดงธรรมโปรดสัตว์โลก จนท้าวสหัมบดีพรหมต้องลงมากราบทูลอาราธนา จึงทรงรับที่จะแสดงธรรม"

เถรี 30-03-2020 18:34

1 Attachment(s)
มาประกอบกับภาพที่ ๑ ตำรวจปราบจลาจล ต้องใช้ทั้งกระบอง กระสุนยาง และแก๊สน้ำตา ในการสลายฝูงชนอเมริกัน ที่ไปเที่ยวชายหาดไมอามี่กันแบบไม่สนใจว่าไวรัส covid-๑๙ จะระบาดอย่างไร

ภาพที่ ๒ นายกรัฐมนตรีอิตาลี ยืนน้ำตาอาบแก้มแถลงข่าว ว่าไม่สามารถที่จะหยุดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-๑๙ ขอฝากชีวิตของชาวอิตาเลียนไว้กับพระเจ้าเบื้องบนเท่านั้น

ภาพที่ ๓ มะม่วงสุกกล่องที่ ๒ ส่งถึงเจ้าอาวาสวัดท่าขนุนทางไปรษณีย์

เถรี 30-03-2020 18:36

"ทั้ง ๓ ภาพเมื่อประกอบกันเข้ามาแล้ว ทำให้เห็นชัดว่าเหตุใดองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงทรงเกิดความขวนขวายน้อย ไม่คิดที่จะแสดงธรรมโปรดสัตว์โลก

ก็ขนาดพูดภาษาเดียวกัน ยังฟังกันไม่รู้เรื่องขนาดนี้ แล้วภาษาคนกับภาษาธรรมจะต่างกันขนาดไหน ?

ในบาลีกล่าวว่า อตฺตาหิ กิร ทุทฺทโม ได้ยินว่าการฝึกตนช่างยากจริงหนอ เมื่อมาประกอบกับทั้ง ๓ ภาพที่เห็น ก็ทำให้ชัดเจนในใจความทุกประการ"

เถรี 30-03-2020 18:37

"บารมีนั้นคือกำลังใจ ประกอบด้วย ๓ ระดับ ๙ ขั้นดังนี้

๑. สามัญบารมี หยาบ กลาง ละเอียด
๒. อุปบารมี หยาบ กลาง ละเอียด
๓. ปรมัตถบารมี หยาบ กลาง ละเอียด

บุคคลที่สามารถเข้าถึงธรรมได้อย่างแท้จริงนั้น ต้องเป็นระดับปรมัตถบารมีขั้นกลางขึ้นไป นอกนั้นอย่างเก่งก็อยู่ในระดับของการให้ทาน รักษาศีล และภาวนาเบื้องต้นเท่านั้น"

เถรี 30-03-2020 18:38

"อาตมภาพได้แต่หวังว่า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ดี หลวงปู่หลวงพ่อพระเถระตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันก็ดี ยังไม่ได้สั่งสอนเหล่าท่านที่เป็นปรมัตถบารมีขั้นกลางขึ้นไปจนหมด ยังพอมีเหลือเอาไว้ให้ได้ชื่นใจบ้าง

ไม่อย่างนั้นอาตมภาพก็คงต้องฉันน้ำมะม่วงสุกไปบ่อย ๆ จนกว่าจะติดเชื้อไวรัส covid-๑๙ จนถึงแก่ชีวิต หรือว่าชิงกลั้นใจตายไปเสียก่อน..!"

เถรี 31-03-2020 02:31

พระอาจารย์กล่าวว่า "โบราณของเราว่า "สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล" แสดงให้เห็นชัดว่าคำพูดและการกระทำของเรา เมื่ออยู่ในสายตาของคนอื่นแล้ว เป็นที่ชื่นชมหรือตำหนิอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับการอบรมมา

อาตมามีลูกสาวลูกชายอยู่คู่หนึ่ง คือ ลูกพลอย (Amandine) และ ลูกแม็ก (Maxime) ซึ่งเป็นลูกครึ่งไทยฝรั่งเศส เมื่อไปเยี่ยมปู่ย่าลุงป้าที่ฝรั่งเศส ได้รับการชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง ในกิริยามารยาทแบบไทย ๆ จนญาติผู้ใหญ่ทางด้านโน้นออกปากว่า จะส่งลูกพี่ลูกน้องของทั้งสองคน มาฝึกกิริยามารยาทที่เมืองไทยบ้าง"

เถรี 31-03-2020 02:33

"ในระยะเวลาที่เชื้อไวรัส covid-๑๙ ระบาดอยู่นี้ เห็นชัดว่ากิริยามารยาทแบบไทยนั้น ได้รับการชื่นชมและนำไปถือปฏิบัติในโลกตะวันตก ไม่ว่าจะเป็นยุโรปหรือว่าอเมริกาก็ตาม

เราจะเห็นการไหว้แบบไทยได้มาแทนที่การจับมือ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส เห็นการสวดมนต์ไหว้พระตามแบบในพระพุทธศาสนาเพื่อหาที่พึ่งทางใจ

จนกระทั่งเมื่อวานนี้เอง (๓๐ มีนาคม ๒๕๖๓) เจ้าหน้าที่จีนซึ่งไปช่วยระงับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-๑๙ ในประเทศอิตาลี ออกมาแจ้งสาเหตุหนึ่งของการแพร่ระบาดหนักของเชื้อไวรัสว่า เกิดจากพวกฝรั่งมีความเคยชินในการใส่รองเท้าเข้าบ้าน และจำนวนมากด้วยกันที่ถึงขนาดใส่เข้าไปยันที่นอนเลย..!"

เถรี 31-03-2020 02:34

"เมื่อออกนอกบ้านไปเหยียบย่ำเชื้อไวรัสมา แทนที่จะถอดรองเท้าไว้หน้าบ้านแบบคนไทยเรา กลับใส่รองเท้านำเชื้อโรคเข้าบ้าน โดยที่ไม่รู้ว่าเป็นสาเหตุของการแพร่ระบาดอย่างหนักของเชื้อไวรัสในช่วงนี้

สมัยที่อาตมายังเด็ก ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่แถวบ้านก็ไม่ค่อยจะใส่รองเท้ากัน พวกเราเดินเท้าเปล่าจนเคยชิน บางคนเท้าด้านขนาดสามารถเดินลุยดงหนามโคกกระสุนได้หน้าตาเฉย โดยเฉพาะ "ตาดา" ภารโรงที่โรงเรียน ช่วงโรงเรียนเปิดเทอมใหม่ ๆ แกเดินลุยเข้าไปถอนต้นโคกกระสุนออกจากสนามฟุตบอล จนพวกเราเรียกกันว่า "ต้นพรมตาดา"

เถรี 31-03-2020 02:35

"เด็กบ้านนอกรุ่นของอาตมานั้น เมื่อไปโรงเรียนครั้งแรกก็ต้องใส่รองเท้าตามข้อบังคับของทางโรงเรียน แล้วมีปัญหากับรองเท้าเป็นอย่างมาก ทุกคนต้องเคยโดนรองเท้า "กัด" จนผู้ใหญ่หลายคนแนะนำว่า ให้เรากัดรองเท้าเสียก่อน..! บางคนก็ดีเหลือเกิน สอนวิธีให้เอาเทียนมาถูรอบรองเท้า เพื่อที่จะได้ไม่โดนรองเท้า "กัด"

เมื่อถึงเวลาเข้าห้องเรียน ก็ต้องถอดรองเท้าวางเรียงไว้หน้าห้องเรียนให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ครั้นกลับไปบ้านก็ต้องถอดรองเท้าวางเรียงไว้ข้างประตูให้เรียบร้อย ใครเผลอใส่เข้าบ้าน ถ้าไม่โดนเคาะตาตุ่ม ก็จะมีเสียงเขียวปรี๊ดตวาดว่า "เดี๋ยวแม่ตีขาหักเลย..!"

เถรี 31-03-2020 02:38

"ไม่นึกว่ากฎเกณฑ์กติกามารยาทแบบไทย ๆ สามารถป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสวายร้ายได้ขนาดนี้ ฝรั่งจำนวนมากด้วยกันเมื่อมาเมืองไทย จะเห็นป้าย Take your shoes off. ตามแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ จนเคยชิน โดยเฉพาะตามศาสนสถานต่าง ๆ

ยังดีที่ว่าบรรดาฝรั่งนั้น ได้รับการอบรมมาให้ยอมรับกฎเกณฑ์กติกาของสังคม โดยเฉพาะสังคมของประเทศอื่น จึงยอมถอดรองเท้าแต่โดยดี เพื่อให้ได้เข้าถึงสถานที่ต่าง ๆ อย่างแท้จริง

คาดว่าการค้นพบสาเหตุการแพร่ระบาดของไวรัส covid-๑๙ ในประเทศอิตาลีครั้งนี้ อาจจะเปลี่ยนแปลงนิสัยการใส่รองเท้าเข้าบ้านของบรรดาชาวยุโรปและอเมริกัน ให้หันมาใช้กิริยามารยาทแบบไทย ๆ คือการถอดรองเท้าก่อนเข้าบ้านกันมากขึ้น

ภาพของฝรั่งหญิงชาย ที่ยกมือไหว้กล่าวคำว่า "สวัสดีครับ, สวัสดีค่ะ" ทำให้เรารู้สึกว่าน่ารักน่าเอ็นดูขนาดไหน หลังจากการระบาดของไวรัสครั้งนี้ไป อาจจะกลายเป็นธรรมดา เพราะว่าทุกคนหันมาไหว้แบบไทยกันหมดแล้วนั่นเอง"

เถรี 31-03-2020 06:24

พระอาจารย์กล่าวว่า "ที่วัดท่าขนุนเมื่อทำวัตรเช้าหรือทำวัตรเย็นเสร็จแล้ว เป็นธรรมเนียมว่า พระภิกษุ สามเณร แม่ชีและฆราวาส จะเข้าแถวกันเพื่อ "ใส่ย่ามหลวงพ่อ"

การ "ใส่ย่ามหลวงพ่อ" นั้น ก็คือการทำบุญหลังจากการทำวัตรแล้ว ซึ่งเชื่อกันว่า "หลวงพ่อ" ท่านเข้าสมาธิสูงมากในช่วงนั้น จึงเป็นการฉวยโอกาสทำบุญกับพระที่ออกจากสมาบัติ จนกลายเป็นธรรมเนียมสืบต่อกันมา"

เถรี 31-03-2020 06:26

"ย่ามหลวงพ่อ" ก็ไม่ได้วิริศมาหราสวยงามสมกับเป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังเลย ท่านไปเก็บเอาย่ามเก่า ๆ ที่พระใหม่ใช้งานแล้วทิ้งเอาไว้ นำมาซักแล้วก็ใช้งานต่อ โดยไม่ได้รังเกียจว่าใช้ของเหลือจากคนอื่น

จากประสบการณ์ในวงการผ้าเหลืองที่ผ่านมา มักจะเห็นพระท่านใช้ย่ามอยู่ ๒ ลักษณะ อย่างแรกก็คือสั่งตัดย่ามเป็นพิเศษ อย่างที่สองคืออวดกันว่า ย่ามใครจะ "ใหญ่" กว่ากัน

คำว่า ใหญ่ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงขนาดของย่าม หากแต่เป็นตราซึ่งติดมากับย่าม ว่าเป็นของพระเถระรูปใด ซึ่งมีตั้งแต่ย่ามสมเด็จพระสังฆราช ย่ามสมเด็จพระราชาคณะ ย่ามรองสมเด็จพระราชาคณะ เป็นต้น เหมือนกับจะอวดกันไปในตัวว่าใคร "เส้น" ใหญ่กว่ากัน"

เถรี 31-03-2020 06:26

"ปรากฏว่า "หลวงพ่อ" ท่าน เอาบรรดาย่าม "เส้น" ใหญ่ที่รับมาจากงานต่าง ๆ ถวายให้พระลูกวัดไปใช้งานจนหมด ส่วนตัวท่านเองก็ไปเก็บย่ามเก่า ๆ ประเภทไม่มีใครเอาแล้วมาใช้แทน

มาลองดูว่าภายใน "ย่ามหลวงพ่อ" มีอะไรบ้าง ? ท่านมีย่ามอยู่ ๒ ใบ คือใบที่ใช้ออกงานเป็นประจำ กับใบที่ใช้เวลาอยู่วัด ที่กล่าวถึงตรงนี้คือใบที่ใช้อยู่กับวัด"

เถรี 31-03-2020 06:28

๑. ปากกา ๒ ด้าม มี ๒ สี คือ ปากกาหมึกแดง และ ปากกาหมึกน้ำเงิน เอาไว้เซ็นชื่อหรือเขียนหนังสือสั่งงาน เนื่องจากว่าทุกเย็น พระในวัดจะนำหนังสือต่าง ๆ มาให้ท่านตรวจ และลงลายมือชื่อรับทราบ จะให้จัดการอย่างไรก็เขียนกำกับเอาไว้

๒. ผ้าขนหนูเล็กเก่า ๆ ๑ ผืน สำหรับเช็ดโน่นเช็ดนี่ ที่เห็นเช็ดมากที่สุดก็คือมีดหมอ หรือวัตถุมงคลต่าง ๆ ที่ต้องใช้ความขยันขัดถูเป็นประจำ

๓. ไฟฉาย ๑ ด้าม ท่านได้มาจากหลวงพ่อนิล สมัยที่ยังอยู่สำนักสงฆ์ศรีชัยผาผึ้ง เวลาเดินตรวจวัดกลางคืน ก็ใช้ไฟฉายด้ามนี้เป็นประจำ นานเกิน ๑๐ ปีแล้ว

เถรี 31-03-2020 06:29

๔. พระขรรค์ไม้ดำดง หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ มีลายมือหลวงปู่ทิมจารเต็มทั้งเล่ม ท่านบอกว่าหลวงปู่ทิมสร้างขึ้นตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ. ๒๕๐๐ โดยขึ้นเกวียนไปขนไม้ดำดงตายพรายจากป่าประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี มาสร้างเป็นพระขรรค์ กริช และไม้เท้า อย่างละไม่กี่ด้าม

๕. มีดพับบ้านจ่าตุ่ม เอาไว้ใช้งานทั่วไป ต้องการตัด งัด คุ้ยแคะ จิ้มพุงใคร ก็อยู่ใกล้มือสามารถล้วงหยิบได้ง่าย ๆ

๖. แมลงภู่คำ แกะจากไม้ประดู่ดุมล้อเกวียน บรรจุเข็มทอง ๑ ตัว

๗. หุ่นพยนต์ ท่านอาจารย์ลอย โพธิ์เงิน ท่านบอกว่าปลุกด้วยคาถา โอม..ปลุก..ปลุก กูจะปลุกพ่อหุ่นพยนต์ ด้วยอะหังทุกัง นะมะพะทะ

เถรี 31-03-2020 06:30

๘. เหรียญรอยพระพุทธบาทหลังท้าวเวสสุวรรณเนื้อเงิน

๙. เหรียญสมเด็จองค์ปฐมเนื้อเขียวเหล็กไหล

๑๐. น้ำมันชาตรี หลวงพ่อฤๅษีฯ วัดท่าซุง ที่ท่านเอามาเติมลงในน้ำมันทานาคา เอาไว้สำหรับเจิมรถให้กับญาติโยม ที่นำรถใหม่มาให้ท่านเจิม

ย่ามใบนี้ต้องบอกว่ามีของน้อย แต่ช่วงเช้าและเย็นจะมีเงินอยู่ในย่ามมากเป็นพิเศษ ซึ่งก็คือเงินที่พระภิกษุ สามเณร แม่ชี และฆราวาส ช่วยกันใส่ย่ามนั่นเอง ซึ่งท่านถือว่าเป็นเงินสังฆทาน สั่งให้นำลงในบัญชีสังฆทานทุกครั้ง

เถรี 31-03-2020 12:34

พระอาจารย์กล่าวว่า "การแพร่กระจายของไวรัส covid-๑๙ ส่งผลกระทบต่อคณะสงฆ์เป็นอย่างมาก กิจกรรมทางพระพุทธศาสนาทุกอย่างต้องระงับลงหมด งานประเพณีทุกอย่างที่มีคนมาก ๆ ก็ต้องระงับลงทั้งหมด กิจนิมนต์ต่าง ๆ ถูกยกเลิกทั้งหมด

เพื่อนนักเทศน์ของอาตมา โดนยกเลิกกิจนิมนต์การเทศน์ตลอดไปจนถึงสิ้นเดือนเมษายน บ่นโอดครวญมาว่า "ไม่มีรายได้ มีแต่รายจ่าย ขืนเป็นอย่างนี้ต่อไป จะไปให้วัดท่าขนุนช่วยเลี้ยงแล้ว" แสดงว่าไม่รู้จักวัดท่าขนุนอย่างแท้จริง เพราะถ้ามาให้ช่วยเลี้ยงก็คือต้องบิณฑบาตเอง เนื่องจากว่าระเบียบของวัดท่าขนุนนั้น ถ้าเจ็บไข้ได้ป่วยต้องไปนอนโรงพยาบาล ถ้ายังอยู่วัดได้ต้องบิณฑบาตได้

อาตมาเองก็โดนญาติโยมหลายท่านถามว่า "เป็นใหญ่เป็นโตจนขนาดนี้แล้วทำไมยังต้องบิณฑบาตเอง ? ที่อื่นแค่เป็นเจ้าอาวาสก็ให้เณรบิณฑบาตเลี้ยงแล้ว" อาตมาตอบไปว่า "ครูบาอาจารย์ไม่เคยสอนให้ทำแบบนั้น แม้แต่พระพุทธเจ้าก็ยังทรงบิณฑบาตจนวาระสุดท้ายของพระชนมชีพ"

เถรี 31-03-2020 12:41

"ในช่วงไวรัสระบาดหนัก มีบางวัดประกาศงดเผาศพผู้ที่ตายด้วยไวรัส covid-๑๙ กลายเป็น "ดราม่า" เพราะว่ามี "เกรียนคีย์บอร์ด" เข้าไปด่าว่า เป็นพระแล้วทำไมถึงขาดเมตตา ? แต่เมื่อพระท่านถามคืนว่า ถ้ามีพระในวัดติดเชื้อแล้วใครจะรับผิดชอบ ? แม้แต่ "เกรียนคีย์บอร์ด" ก็ตอบไม่ได้"

เถรี 31-03-2020 12:43

"ที่มีผลกระทบหนักก็คือ การที่เจ้าคณะอำเภอพระนครศรีอยุธยา สั่งพักงานเจ้าคณะตำบลท่าวาสุกรี เขต ๒ เนื่องจากไปจัดงานบวช แล้วมีประชาชนมารวมกันเป็นจำนวนมาก ถือว่าฝ่าฝืนคำสั่งของทางคณะสงฆ์และทางราชการ ผิดจริยาพระสังฆาธิการอย่างร้ายแรง

เหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะว่า เจ้าคณะตำบลท่าวาสุกรี เขต ๒ ท่านลำดับความสำคัญของเรื่องราวผิด ก็คือเอาความต้องการของญาติโยมเป็นใหญ่ โดยที่ลืมนึกถึงผลร้ายที่จะเกิดขึ้นต่อส่วนรวม ก็คือให้ความสำคัญต่อญาติโยมที่อุปถัมภ์วัด โดยลืมความสำคัญของคำสั่งคณะสงฆ์และทางราชการ

ซึ่งความจริงแล้วการลงโทษพระสังฆาธิการที่ละเมิดจริยานั้น มีทั้งการตำหนิโทษ ภาคทัณฑ์ พักหน้าที่ ให้ออก ปลดออก ขึ้นอยู่กับผู้บังคับบัญชาว่าจะดำเนินการในระดับใด"


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 13:51


ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว