PDA

View Full Version : เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๔ มกราคม ๒๕๖๙


ตัวเล็ก
04-01-2026, 19:36
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๔ มกราคม ๒๕๖๙

lJqoVMHljzU

เถรี
05-01-2026, 00:23
วันนี้ตรงกับวันอาทิตย์ที่ ๔ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ เมื่อวานกระผม/อาตมภาพต้องทิ้งงานไป เพื่อร่วมหล่อสมเด็จองค์ปฐมเนื้อเงินแท้ที่สวนธรรมป่าแก้ว หรือชื่อเป็นทางการก็คือที่พักสงฆ์ฐิตธรรมาศรม ซึ่งตัวเจ้าอาวาสมาดูแบบที่วัดท่าขนุนนี่เอง ก็คือมากราบพระตามปกติ เห็นแล้วก็อยากจะทำบ้าง ถือว่าโชคดีที่มาทำช่วงที่ราคาเม็ดเงินขึ้นไปชนิด "หูดับตับไหม้..!"

พิธีการของเขาค่อนข้างจะยืดเยื้อมาก เนื่องเพราะว่ามีการสวด อิติปิ โสฯ ๑๐๘ จบก่อน หลังจากนั้นแล้วจึงได้หย่อนทองลงเบ้าหลอมแล้วค่อยเททอง ซึ่งความจริงแค่นี้ก็น่าจะจบ แต่ก็ไม่จบอีก เพราะว่าให้อธิษฐานจิตปลุกเสกวัตถุมงคลต่อ เล่นเอากระผม/อาตมภาพเกือบจะไข้ขึ้นอีกรอบ ดีที่ฉันยากันไปก่อนแล้ว..!

ท่านที่เคยไปวัดอื่น ๆ เวลามีงาน กลับมาแล้วบ่นทุกรายว่างานที่อื่นยืดเยื้อมาก โดยเฉพาะในส่วนของการต้องรอเจ้าภาพ ซึ่งทางวัดท่าขนุนของเรา ถ้าหากว่าผิดเวลา เจ้าภาพยิ่งใหญ่แค่ไหนเราก็ไม่รอ จนกระทั่งกลายเป็นตัวอย่างในด้าน "ตรงเวลาจนน่าเกลียด"

บางวัดทำการบวงสรวงช่วง ๐๙.๐๙ น. แล้วไปหล่อพระตอน ๕ โมงเย็น ทุกท่านต้องเข้าใจว่าช่วงสำคัญที่สุดของงานก็คือตอนบวงสรวงกับตอนหล่อพระ แล้วไปทิ้งเวลาไว้ ๘ - ๙ ชั่วโมง คนที่มาก็มักจะเบื่อ และอาจจะหนีกลับไปก่อน หรือว่าคนที่อยู่ก็สิ้นเปลืองโรงทานอีกไม่รู้เท่าไร เพราะว่า ๗ - ๘ ชั่วโมง ก็น่าจะหิวใหม่อย่างน้อย ๒ รอบ..!

การจัดงานต่าง ๆ จึงเป็นเรื่องที่เราต้องพินิจพิจารณา แล้วก็วางตารางงานให้กระชับ อย่างของวัดเรา เมื่อฉันเพลเสร็จก็ประมาณเที่ยง เราก็จะกำหนดไว้ว่าหล่อพระเที่ยงครึ่ง เสร็จจากหล่อพระ เก็บข้าวของเรียบร้อย บางทีพระเกจิอาจารย์ที่นิมนต์ไว้ยังมาไม่ถึงเลย นั่นก็ต้องแล้วแต่ท่าน..!

เถรี
05-01-2026, 00:29
ส่วนเมื่อเช้านี้ กระผม/อาตมภาพไปกราบถวายมุทิตาสักการะพระเดชพระคุณพระธรรมพุทธิมงคล (สอิ้ง สิรินนฺโท ป.ธ. ๘) ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๑๔ เจ้าอาวาสวัดป่าเลไลยก์ วรวิหาร จังหวัดสุพรรณบุรี ต้องบอกให้ชัด ๆ เพราะว่าชื่อวัดป่าเลไลยก์ ก็เป็นชื่อยอดฮิตชื่อหนึ่ง ซึ่งบางชื่อมีวัดอยู่ถึง ๓๐ - ๔๐ แห่งที่ชื่อซ้ำกัน

หลวงพ่อท่านเจริญอายุวัฒนมงคล ๙๓ ปีแล้ว จากที่รู้จักมักคุ้นกับท่านตั้งแต่หนุ่ม ๆ เพิ่งจะเป็นรองเจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรีใหม่ ๆ จนกระทั่งมาถึงปัจจุบันนี้ จึงกลายเป็นบุคคลที่ท่านจะให้เลขานุการประจำตัวโทรมาย้ำทุกครั้ง เพราะท่านรู้ว่าอย่างไรเสียกระผม/อาตมภาพก็ต้องไป แต่เกรงว่าจะลืมล็อกวันไว้ให้ท่าน หรือติดงานสำคัญอื่น พระเถระบางรูปต้องอัธยาศัยกัน มีอะไรไม่ต้องพูดกันมาก ประมาณว่ามองหน้าก็รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่ จึงกลายเป็นเรื่องที่ท่านเห็นเราแล้วจะดีใจมากกว่าคนอื่นเขา

แต่เป็นที่อัศจรรย์ว่าในช่วงเดินทางกลับ ซึ่งปกติวันหยุดยาวแบบนี้ รถจะมากมายมหาศาล แต่ไม่ทราบเหมือนกันว่าออกรถได้ "ฤกษ์สี่ศูนย์จะพูนผล" หรือเปล่า ? ท่านที่ไม่เข้าใจก็จะไม่รู้ว่า "ยามอุบากอง" เป็นอย่างไรที่เขาว่า "ศูนย์หนึ่งอย่าพึงจร แม้ราญรอนจะอัปรา สองศูนย์เร่งยาตรา จะมีลาภสวัสดี" ฯลฯ ไปศึกษาดูเอาก็แล้วกัน ใช้ได้ผลอยู่ โบราณเขาเรียก "ยามพม่าแหกคุก" ความจริงคนที่แหกคุกไปคือ "อูบาเก็ง" คนไทยเรียกชื่อเพี้ยนเป็น "อุบากอง" พอ ๆ กับอาหาร "งะบูจ่อ" มาถึงเมืองไทย กลายเป็น "กระบองจ่อ" จะกินกระทั่งกระบองก็ต้องยกให้เขาไป..!

อูบาเก็งโดนจับเป็นเชลยศึกที่อยุธยา เขาบอกกับเพื่อนว่า วันนั้นเวลานั้นเขาจะแหกคุก มีข่าวคราวอะไรจะฝากไปถึงทางบ้านไหม ? เพื่อนก็ถามว่ามั่นใจขนาดนั้นเลยหรือ ? เขาบอกว่าถ้าทำตามฤกษ์ยามที่ครูบาอาจารย์สอนมา รับรองว่ารอดแน่นอน เพื่อนก็เลยขอศึกษาแล้วก็สักติดตัวเอาไว้ เราถึงได้มียามพม่าแหกคุกเอาไว้สำหรับบุคคลที่ดูหมอไม่เป็น แต่ต้องการฤกษ์อะไรที่ง่าย ๆ ก็ให้ใช้ตามเวลานั้น

เถรี
05-01-2026, 00:34
ปรากฏว่าวิ่งจากวัดใหญ่ที่ชาวบ้านเขาเรียก หรือวัดป่าเลไลยก์ วรวิหาร จังหวัดสุพรรณบุรี กลับมาถึงท่าขนุนไม่เต็ม ๓ ชั่วโมงดี ซึ่งปกติแล้วเป็นไปไม่ได้ จึงมีโอกาสพักอยู่หน่อยหนึ่ง ก่อนที่จะออกไปเป็นเจ้าภาพตัดลูกนิมิตที่วัดห้วยเจริญศรัทธาราม หมู่ที่ ๗ ตำบลห้วยเขย่ง อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ตอนแรกกระผม/อาตมภาพก็เข้าใจว่าขึ้นอยู่กับหมู่ ๖ บ้านไร่ห้วยเขย่ง แต่ปรากฏว่าขึ้นอยู่หมู่ ๗ บ้านห้วยปากคอก

พิธีกรรมพิธีการต่าง ๆ ก็เหมือนกับทุกที่ แต่ที่น่ากลัวที่สุดก็คือลูกนิมิตลูกกลาง กระผม/อาตมภาพมองดูหลุมลูกนิมิตแล้ว กะ ๆ ด้วยสายตาน่าจะลึกเกิน ๔ เมตร..! จะขุดไปลึกขนาดนั้นทำไมก็ไม่รู้ ? ทำให้ไปนึกถึงหลวงปู่เจ้าคุณสำราญ วัดปากคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท ตอนนั้นท่านยังเป็นพระครูวิชาญไชยคุณ ยังไม่ได้เป็นท่านเจ้าคุณพระมงคลไชยสิทธิ์ ไปกราบท่านครั้งหนึ่ง ปรากฏว่าท่านนั่งเหยียดขาตรงแหน็ว ถามท่านว่า "หลวงปู่เป็นอะไรครับ ?" ท่านบอกว่า "ขาหัก..!"

เขานิมนต์ท่านไปเป็นประธานงานฝังลูกนิมิตนี่แหละ ท่านบอกว่าเวลากรรมบังก็โง่ได้ขนาดนั้น..! เห็นเสื่อเขาปูปิดหลุมลูกนิมิตไว้ นึกว่าเขาปูให้ประธานนั่ง กูก็เดินเข้าไปเลย ผลุบเดียวลงไปอยู่ในหลุม..! แล้วลองคิดดูว่า ถ้าหากว่าเป็นหลุมของวัดห้วยเจริญศรัทธาราม ลึก ๔ เมตรกว่า หลวงปู่ก็คงไม่ได้ขึ้นมาแล้วแหละ..! ท่านก็รักษาตัวเองด้วยการเสก ด้วยการเป่า ทาน้ำมันอยู่ ๕ - ๖ เดือน ถึงจะเดินได้ตามปกติ..!

พวกท่านทั้งหลายต้องเข้าใจนะว่าตอนนั้นท่านอายุ ๗๐ กว่า ๘๐ ปีแล้ว คนแก่อายุขนาดนั้น กระดูกไม่ค่อยจะสร้างตัวแล้ว สามารถเดินเป็นปกติได้ก็ถือว่ายอดฝีมือ ลองดูท่านวัศพล (พระวัศพล จนฺโทภาโส) ของเราก็แล้วกัน ขนาดหนุ่ม ๆ แท้ ๆ จนป่านนี้แล้วก็ยังต้องใช้ไม้เท้าอยู่เลย แต่ก็ต้องบอกว่ากรรมใครกรรมมัน เพราะว่าท่านไม่ได้แข็งแรงเป็นควายอย่างกระผม/อาตมภาพ ของกระผม/อาตมภาพเองกระดูกหัก ให้เวลา ๒ วัน หายไม่หายกูเดินแล้ว..! ถ้าหากว่าเราทำแบบนั้น ร่างกายจะเคยชิน รู้ว่าอ้อนมากไม่ได้ ก็จะต้องรีบหาย..!

เถรี
05-01-2026, 00:39
เมื่อไปถึงก็มีการเจริญพระพุทธมนต์ แล้วท่านนายอำเภอคนใหม่ นายอนุสรณ์ สง่าแสง ก็อ่านประกาศพระราชทานวิสุงคามสีมา เท่สุด ๆ "อันดับที่ ๑ วัดห้วยเจริญศรัทธาราม หมู่ที่ ๗ ตำบลห้วยเขย่ง อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี" ไอ้ที่เป็นอันดับ ๑ ก็เพราะว่าชื่อจังหวัดกาญจนบุรีขึ้นด้วย ก.ไก่ กระบี่ กาญจนบุรี กรุงเทพมหานคร ถ้าหากว่า ๓ จังหวัดนี้ อย่างไรเสียก็อยู่อันดับต้น ๆ แต่ปรากฏว่าพระราชทานวิสุงคามสีมาปีนี้ ของกาญจนบุรีมีวัด ของอีก ๒ จังหวัดไม่มี ก็เลยเท่มาก ขึ้นเป็นอันดับ ๑ เลย..!

กระผม/อาตมภาพพอได้ยินพิธีกรบอกว่า "ตัดได้" ก็ฟันฉับเดียวจบเลย กระเช้าหวาย ๑๒ เส้น ลองฟันดูบ้างไหม ? น้องเล็ก (นางสาวจิราพร ซื่อตรงต่อการ) บ่นว่า "จ้องกล้องอยู่ยังถ่ายไม่ทันเลย เสียดายว่าไม่ได้ถ่ายวิดีโอไว้" เขาว่าอย่างนั้น ก็คืออยากจะรู้ว่าทำไมเร็วและแรงได้ขนาดนั้น ทั้ง ๆ ที่เงื้อมีดขึ้นมาแค่คืบเดียว..!

เรื่องพวกนี้ต้องบอกว่าเป็นความสามารถเฉพาะตัว แบบเดียวกับตอนสมัยวัยรุ่น ที่อัดนักเลงประจำซอยลอยข้ามราวสะพานตกน้ำไป ต้องตามไปหิ้วขึ้นมา เพราะว่าจะจมน้ำตาย ไอ้นั่นฟื้นจากสลบ บอกกับเพื่อนว่าโดนกระผม/อาตมภาพใช้ไม้ตี ทั้ง ๆ ที่โดนกำปั้น แต่ดูไม่ทัน เขาไม่เชื่อว่ากำปั้นใครจะต่อยคนลอยข้ามราวสะพานตกน้ำได้..!

เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องที่ข้ามชาติมา ด้วยความเคยชิน ถ้าหากว่าใครได้ทิพจักขุญาณย้อนไปดูการรบสมัยเก่า ๆ ก็ได้ ไม่ต้องเก่ามาก เอาแค่ช่วงกรุงแตกครั้งสุดท้าย สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช นำ ๑๐ ขุนพลคู่ใจออกรบทหารพม่า กระผม/อาตมภาพดูแล้วไม่เห็นมีอะไรเลย ปิด สวน..ปัด ป้อง สวน มีกันอยู่แค่นี้ แต่ขอโทษ..โคตรเร็วเลยครับ กระพริบตาไม่ทันหรอก จะเรียกว่าเพลงดาบ ก็เป็นเพลงดาบที่เกิดจากการศึกษาจากสนามรบที่แท้จริง ลวดลายจะเหลือน้อยมาก เหลือแต่ไม้ตาย หรือท่าตายอย่างเดียว และที่สำคัญก็คือเร็ว เพราะว่าถ้าช้า ศัตรูจะกันทัน..!

เถรี
05-01-2026, 00:47
ที่กระผม/อาตมภาพเคยเล่าให้พวกเราฟังว่า มีอยู่คืนหนึ่งตื่นขึ้นมากลางดึก รู้สึกเจ็บร้าวไปตั้งแต่หน้าอกลงไปถึงท้อง แทบจะขยับตัวไม่ได้ ฝืนใจจนกระทั่งขยับมือได้ก็แปะไปที่สวิตช์ไฟ พอสว่างขึ้นถึงจะเห็น ตะขาบอยู่บนหน้าอก ไม่รู้โดนกัดเอาตอนไหน ปวดจนกระทั่งตื่นขึ้นมา ก็สงสัยว่า "ทำไมไอ้นี่กัดเราวะ ?"

ทันทีที่สงสัยภาพก็ปรากฏ เห็นทหารพม่าโถมเข้ามาฟัน ประมาณว่ากะเอาสะพายแล่งเลย..! แล้วตัวกระผม/อาตมภาพในชาตินั้นก็ก้มหลบนิดเดียว แล้วฟันสวนจากข้างล่างขึ้นข้างบน อีกฝ่ายขาดสะพายแล่งแทน..! เราจะเห็นว่าจริง ๆ แล้วไม่มีอะไรเลย เพราะว่าบางจังหวะไม่ต้องปิดไม่ต้องป้อง สวนได้เลย จึงเป็นอะไรที่เราท่านทั้งหลายถ้าพูดถึงก็นึกภาพไม่ออก เพราะว่านานเกินไป จึงกลายเป็นที่ตื่นเต้นของคนอื่น เพราะว่ากระผม/อาตมภาพขึ้นรถจนกระทั่งน้องเล็กขับออกมาจะถึงปากทาง เพื่อเลี้ยวขวาออกถนนใหญ่ แล้วหันกลับไปมอง เจ้าภาพหลายท่านยังฟันกันอุตลุด เพราะหวาย ๑๒ เส้นมัดรวมกัน ลองดูไหม ? ทีเดียวขาด..จบเลย..!

กลับมาถึงวัดก็มาเครียด เพราะทางด้านคณะสงฆ์แจ้งว่าส่งบัญชีไปผิด บัญชีแบบใหม่ที่ลงทุกบรรทัดเขาเอาแค่เดือนตุลาคม พฤศจิกายน ธันวาคม ของปี ๒๕๖๘ ส่วนที่เหลือให้ทำแบบเก่า บรรทัดเดียวไปก่อน แล้วก็ส่งแบบมาให้ ประสาทจะกิน เพราะว่า

๑) บัญชีรายวัน รับอะไรมาบ้าง จ่ายอะไรไปบ้าง สรุปจบแต่ละวัน

๒) บัญชีรายเดือน รับอะไรมาบ้าง จ่ายอะไรไปบ้าง สรุปจบในแต่ละเดือน

๓) บัญชีรายปี รับอะไรมาบ้าง จ่ายอะไรไปบ้าง สรุปจบรายปี ยังไม่หมด

๔) บัญชีเงินคงเหลือในธนาคารของแต่ละเดือน แล้วก็

๕) บัญชีเงินคงเหลือในธนาคารรายปี

ประกาศ..ขอรับสมัครเจ้าอาวาสวัดท่าขนุนรูปใหม่ ณ บัดนี้เลย..!

สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันอาทิตย์ที่ ๔ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)