กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะ เรื่องราวในอดีต และสรรพวิชา > กระทู้ธรรม > ธรรมที่นำไปสู่ความหลุดพ้น รวบรวมโดย พล.ต.ท.นพ.สมศักดิ์ สืบสงวน

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 10-06-2016, 19:39
ลัก...ยิ้ม's Avatar
ลัก...ยิ้ม ลัก...ยิ้ม is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 2,767
ได้ให้อนุโมทนา: 16,339
ได้รับอนุโมทนา 165,799 ครั้ง ใน 4,782 โพสต์
ลัก...ยิ้ม is on a distinguished road
Default ธรรมที่นำไปสู่ความหลุดพ้น เล่ม ๑๑

พระธรรม ในเดือน มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๑

สมเด็จองค์ปฐมทรงตรัสสอนปกิณกธรรมไว้ มีความสำคัญดังนี้

๑. การรักษาอารมณ์ของจิต จักต้องเพียรดูอารมณ์ของตนเองอยู่เสมอ จักเห็นสังขารอันเป็นอารมณ์ปรุงแต่งไปตามสัญญา หรือความจำอยู่เนือง ๆ เป็นต้นเหตุของความยึดมั่นถือมั่น (อุปาทาน) เป็นหนทางแห่งความทุกข์ (ให้เกิดทุกข์) เป็นปัจจัยที่ทำให้ต้องเกิดสืบไปในภายภาคหน้า พึงเห็นการทำงานของจิต นั่นแหละจึงจักเกิดปัญญาเห็นการทำงานของรูปและนามได้ เป็นหนทางการเห็นทุกข์อย่างแท้จริง และเป็นแนวทางนำไปสู่การปฏิบัติเพื่อพ้นทุกข์ได้ในที่สุด

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 11-06-2016 เมื่อ 02:23
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 65 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ลัก...ยิ้ม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 13-06-2016, 12:00
ลัก...ยิ้ม's Avatar
ลัก...ยิ้ม ลัก...ยิ้ม is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 2,767
ได้ให้อนุโมทนา: 16,339
ได้รับอนุโมทนา 165,799 ครั้ง ใน 4,782 โพสต์
ลัก...ยิ้ม is on a distinguished road
Default

จำไว้ว่า ความตั้งใจจักไปพระนิพพานอย่างเดียวนั้น.. ยังไม่ใช่แนวทางปฏิบัติ เพียงแค่ตั้งเป้าหมายจักเดินทางไปจุดนั้น จักต้องเตรียมอาหาร – ค่าใช้จ่าย – ยานพาหนะ สิ่งจำเป็นต่าง ๆ ให้พร้อมก่อน วิธีปฏิบัติที่จักไปให้ถึงซึ่งพระนิพพานก็เช่นกัน จักต้องมี ศีล – สมาธิ – ปัญญาพร้อมจึงจักไปได้ แต่มิใช่จำ ศีล – สมาธิ – ปัญญา ได้ด้วยความรู้แค่สัญญา คือความจำเท่านั้น (รู้แค่ปริยัติแต่ยังมิได้ปฏิบัติจัดเป็นหนูที่ขุดรูไว้ แต่มิได้อยู่) ต้องมีความตั้งใจมั่นใน ศีล – สมาธิ – ปัญญา ด้วย กาย – วาจา – ใจ ให้พร้อมในคราวเดียวกัน นั่นแหละคือการปฏิบัติ ธรรมเหล่านี้จักครบอยู่ในจิตก็ต้องอาศัยบารมี ๑๐ ประการเข้าคุมใจให้พร้อม นั่นแหละการปฏิบัติใน ศีล – สมาธิ – ปัญญา จักไม่บกพร่องแม้แต่วินาทีเดียว

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 13-06-2016 เมื่อ 14:47
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 61 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ลัก...ยิ้ม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 17-06-2016, 19:22
ลัก...ยิ้ม's Avatar
ลัก...ยิ้ม ลัก...ยิ้ม is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 2,767
ได้ให้อนุโมทนา: 16,339
ได้รับอนุโมทนา 165,799 ครั้ง ใน 4,782 โพสต์
ลัก...ยิ้ม is on a distinguished road
Default

เช่น

- ทานบารมี การให้ทานคือการสละออกอยู่ตลอดเวลา มีศีล ๕ คือสละความชั่ว ๕ ประการทิ้งไป มีศีล ๘ สละความชั่ว ๘ ประการทิ้งไป มีศีล ๑๐, ศีล ๒๒๗ ก็สละแม้อภิสมาจารของเณรของพระทิ้งไป มีกรรมบถ ๑๐ ก็สละความชั่ว ๑๐ ประการทิ้งไป ทิ้งไปจากกาย – วาจา – ใจ คือมีศีลพร้อมอยู่ในกาย – วาจา –ใจนี้

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 17-06-2016 เมื่อ 20:40
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 58 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ลัก...ยิ้ม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า 24-06-2016, 17:03
ลัก...ยิ้ม's Avatar
ลัก...ยิ้ม ลัก...ยิ้ม is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 2,767
ได้ให้อนุโมทนา: 16,339
ได้รับอนุโมทนา 165,799 ครั้ง ใน 4,782 โพสต์
ลัก...ยิ้ม is on a distinguished road
Default

- ศีลบารมี การรักษาศีล มีกำลังใจรักษาศีลเต็มอยู่ตลอดเวลา โดยไม่มีจิตคิดละเมิดศีล ทางจิตไม่คิด ทางกายไม่ทำ ทางวาจาไม่พูดให้ผิดข้อบัญญัติของศีลนั้น ๆ อาบัติแปลว่าบาป ศีลทุกข้อมีโทษแก่จิตทุกข้อ พระพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ทรงเห็นโทษ คือบาปอันเกิดขึ้นกับกาย – วาจา – ใจ จึงบัญญัติศีลขึ้นมาเพื่อให้พุทธบริษัทได้สำรวมกาย – วาจา – ใจ ไม่ให้ละเมิดในศีลนั้น ๆ

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 24-06-2016 เมื่อ 18:12
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 58 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ลัก...ยิ้ม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #5  
เก่า 29-06-2016, 17:01
ลัก...ยิ้ม's Avatar
ลัก...ยิ้ม ลัก...ยิ้ม is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 2,767
ได้ให้อนุโมทนา: 16,339
ได้รับอนุโมทนา 165,799 ครั้ง ใน 4,782 โพสต์
ลัก...ยิ้ม is on a distinguished road
Default

- เนกขัมมะบารมี การถือบวชด้วยกาย – วาจา – ใจในศีลนั้น ๆ มีความพร้อมหรือยัง ?

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 29-06-2016 เมื่อ 20:21
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 53 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ลัก...ยิ้ม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #6  
เก่า 06-07-2016, 17:08
ลัก...ยิ้ม's Avatar
ลัก...ยิ้ม ลัก...ยิ้ม is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 2,767
ได้ให้อนุโมทนา: 16,339
ได้รับอนุโมทนา 165,799 ครั้ง ใน 4,782 โพสต์
ลัก...ยิ้ม is on a distinguished road
Default

- ปัญญาบารมี ใช้ปัญญาใคร่ครวญในศีล - สมาธิ - ปัญญา ให้ถูกต้องตามหลักพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธศาสนาแล้วหรือยัง ที่รู้อยู่นั้น.. รู้ด้วยสัญญาหรือปัญญา

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ลัก...ยิ้ม : 06-07-2016 เมื่อ 17:09
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 50 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ลัก...ยิ้ม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #7  
เก่า 21-07-2016, 18:21
ลัก...ยิ้ม's Avatar
ลัก...ยิ้ม ลัก...ยิ้ม is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 2,767
ได้ให้อนุโมทนา: 16,339
ได้รับอนุโมทนา 165,799 ครั้ง ใน 4,782 โพสต์
ลัก...ยิ้ม is on a distinguished road
Default

- วิริยบารมี ดูกาย – วาจา – ใจ มีความเพียรใน ศีล – สมาธิ – ปัญญา เป็นปกติหรือไม่

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 21-07-2016 เมื่อ 20:10
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 48 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ลัก...ยิ้ม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #8  
เก่า 28-07-2016, 17:05
ลัก...ยิ้ม's Avatar
ลัก...ยิ้ม ลัก...ยิ้ม is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 2,767
ได้ให้อนุโมทนา: 16,339
ได้รับอนุโมทนา 165,799 ครั้ง ใน 4,782 โพสต์
ลัก...ยิ้ม is on a distinguished road
Default

- ขันติบารมี มีความอดทนต่อความชั่วที่เข้ามายั่วยุ กาย – วาจา – ใจ ให้ละเมิดใน ศีล – สมาธิ – ปัญญา หรือไม่

- สัจจะบารมี พูดจริง – ทำจริงใน ศีล – สมาธิ – ปัญญา ทั้ง กาย – วาจา – ใจ

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 28-07-2016 เมื่อ 20:05
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 48 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ลัก...ยิ้ม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #9  
เก่า 02-08-2016, 16:47
ลัก...ยิ้ม's Avatar
ลัก...ยิ้ม ลัก...ยิ้ม is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 2,767
ได้ให้อนุโมทนา: 16,339
ได้รับอนุโมทนา 165,799 ครั้ง ใน 4,782 โพสต์
ลัก...ยิ้ม is on a distinguished road
Default

- อธิษฐานบารมี มีจิตตั้งมั่นในพระนิพพานหรือไม่ การรักษา ศีล – สมาธิ – ปัญญา ให้ครบทั้ง กาย – วาจา – ใจ ในหลักของพระพุทธศาสนา มีจุดมุ่งหวังอยู่ที่พระนิพพานแห่งเดียวเท่านั้น ตรวจดู กาย – วาจา – ใจ ของตนเอง ยังตั้งมั่นอยู่หรือไม่

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 02-08-2016 เมื่อ 19:57
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 49 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ลัก...ยิ้ม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #10  
เก่า 08-08-2016, 17:15
ลัก...ยิ้ม's Avatar
ลัก...ยิ้ม ลัก...ยิ้ม is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 2,767
ได้ให้อนุโมทนา: 16,339
ได้รับอนุโมทนา 165,799 ครั้ง ใน 4,782 โพสต์
ลัก...ยิ้ม is on a distinguished road
Default

- เมตตาบารมี มีความรัก ความสงสารตนเอง คือจิตที่จักต้องไปตกนรกหรือขึ้นสวรรค์ เวียนว่ายตายเกิดด้วยกรรม คือการกระทำของ กาย วาจา ใจ วนอยู่ในวัฎสงสาร เพราะละเมิด ศีล สมาธิ ปัญญา ไม่ได้กระทำเพื่อพระนิพพาน ทำเพื่อหวังผลตอบแทน นี่เป็นการขาดเมตตาแก่ตนเอง เมื่อขาดเมตตาตนเอง ก็ขาดเมตตาไปยังบุคคลอื่น สัตว์ วัตถุธาตุต่าง ๆ ด้วย

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 21-12-2016 เมื่อ 20:28
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 49 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ลัก...ยิ้ม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #11  
เก่า 18-08-2016, 18:26
ลัก...ยิ้ม's Avatar
ลัก...ยิ้ม ลัก...ยิ้ม is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 2,767
ได้ให้อนุโมทนา: 16,339
ได้รับอนุโมทนา 165,799 ครั้ง ใน 4,782 โพสต์
ลัก...ยิ้ม is on a distinguished road
Default

- อุเบกขาบารมี ความวางเฉยในกฎของกรรม รู้ต้นสายปลายเหตุในกฎของกรรมที่เข้ามาถึงตนเอง วางเฉยได้แล้วหรือยัง ? รู้ต้นสายปลายเหตุในกฎของกรรมที่ปรากฏแก่บุคคลอื่นนี้วางเฉยได้แล้วหรือไม่ ? อุเบกขาจักเกิดขึ้นได้พร้อม เมื่อ กาย – วาจา – ใจ ถึงพร้อมด้วย ศีล – สมาธิ – ปัญญา รู้แจ้งเห็นจริงในกองสังขารทั้งปวง การปล่อยวางจึงจักเป็นอุเบกขาญาณแท้ เห็นกฎของกรรมเป็นไปอย่างนี้แหละ รักษาบารมี ๑๐ เพียงเท่านี้ ศีล – สมาธิ – ปัญญา ก็พร้อมอยู่ใน กาย – วาจา – ใจ ทุกเมื่อ คนที่ปรารถนาจักไปพระนิพพาน จักทิ้งบารมี ๑๐ ไปไม่ได้เลย จงทำให้เกิดขึ้นพร้อมกันในคราวเดียวที่จิตนี้ เพราะจิตเป็นใหญ่ในธรรมปัจจุบันอยู่เสมอ ฝึกกำลังใจให้ตั้งมั่นพร้อมอยู่ใน ศีล – สมาธิ – ปัญญา ด้วยบารมี ๑๐ ประการเป็น ๓๐ ทัศแล้ว จุดนั้นแหละเป็นแนวทางสู่พระนิพพานได้อย่างแท้จริง

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 18-08-2016 เมื่อ 20:54
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 42 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ลัก...ยิ้ม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #12  
เก่า 26-08-2016, 15:51
ลัก...ยิ้ม's Avatar
ลัก...ยิ้ม ลัก...ยิ้ม is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 2,767
ได้ให้อนุโมทนา: 16,339
ได้รับอนุโมทนา 165,799 ครั้ง ใน 4,782 โพสต์
ลัก...ยิ้ม is on a distinguished road
Default

๒. อย่ากังวลใจในเหตุการณ์ที่จักเกิดขึ้นต่อไปในภายภาคหน้าทั้งปวง จงทำทุกอย่างให้เป็นหน้าที่ จักได้ไม่มีความหนักใจ พึงใช้ปัญญาพิจารณาเหตุการณ์ทั้งหลาย ให้เป็นอารมณ์พระกรรมฐานและอย่าท้อแท้ ให้รักษาอารมณ์ของจิตให้เข้มแข็งเข้าไว้

๓. มองธรรมดาให้เห็นเป็นธรรมดา ร่างกายมีสภาพไม่เที่ยงอยู่เป็นปกติ และเป็นสิ่งที่ไม่สามารถจักแก้ไขให้มันเที่ยงได้ การปฏิบัติจึงต้องมุ่งเอาที่จิตใจ เพราะจิตเป็นเรา เป็นของเราแก้ไขได้ อย่าไปแก้ที่ร่างกายซึ่งมันไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา ธรรมของกายและของจิตมันก็เป็นปกติอยู่อย่างนั้น การทำใจให้ยอมรับปกติธรรมของร่างกายหรือรูป – นาม หรือขันธ์ ๕ จักต้องมีบารมี ๑๐ เกาะติดเป็นกำลังใจให้สมบูรณ์ จึงจักมีมรรคมีผลของการปฏิบัติธรรมได้ครบ

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 26-08-2016 เมื่อ 20:35
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 43 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ลัก...ยิ้ม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #13  
เก่า 01-09-2016, 18:45
ลัก...ยิ้ม's Avatar
ลัก...ยิ้ม ลัก...ยิ้ม is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 2,767
ได้ให้อนุโมทนา: 16,339
ได้รับอนุโมทนา 165,799 ครั้ง ใน 4,782 โพสต์
ลัก...ยิ้ม is on a distinguished road
Default

๔. ให้เห็นความเป็นจริงของร่างกาย ที่มีชีวิตอยู่ทุกวันนี้เต็มไปด้วยความทุกข์ อริยสัจข้อต้น (ทุกขสัจ ต้องมีสติกำหนดรู้จึงจักรู้ – จักเห็นว่ากายนี้เป็นทุกข์อยู่ตลอดเวลา เป็นปกติธรรมดา) คือต้องเห็นทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้เต็มไปด้วยความทุกข์ เพราะมันไม่เที่ยง เกิด – เสื่อม – ดับอยู่ตลอดเวลา เหมือนกับร่างกาย จักยึดเอาอะไรเป็นที่พึ่งไม่ได้สักอย่างเดียว พิจารณาให้มากจักได้มีความเบื่อหน่ายในชีวิต แล้วที่สุดก็จักปล่อยวางทุกสิ่งทุกอย่างในโลก รวมทั้งขันธ์ ๕ ให้เป็นไปตามกฎของธรรมดา หรือกฎของกรรมซึ่งเป็นตัวเดียวกัน จนในที่สุดก็จักทิ้งโลกทั้ง ๓ (มนุษย์โลก เทวโลก พรหมโลก) เพื่อมุ่งพระนิพพานจุดเดียวเท่านั้น อย่าไปเห็นอะไรในโลกว่าเต็มไปด้วยความจีรังยั่งยืนเป็นอันขาด เหนื่อยมากก็ทุกข์มาก โครโง่ก็ให้เกิดมาพบกับความเหนื่อยความทุกข์อีกต่อไป ใครอยากพ้นทุกข์ก็จักต้องพิจารณาตามกฎของความเป็นจริง คืออริยสัจ ก็จักสามารถไปพระนิพพานได้ในชาติปัจจุบัน

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 02-09-2016 เมื่อ 02:30
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 43 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ลัก...ยิ้ม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #14  
เก่า 08-09-2016, 17:14
ลัก...ยิ้ม's Avatar
ลัก...ยิ้ม ลัก...ยิ้ม is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 2,767
ได้ให้อนุโมทนา: 16,339
ได้รับอนุโมทนา 165,799 ครั้ง ใน 4,782 โพสต์
ลัก...ยิ้ม is on a distinguished road
Default

๕. หมู่นี้ร่างกายเหนื่อยจัด.. การพิจารณาบทพระกรรมฐานย่อมไม่ปลอดโปร่ง ให้กำหนดสมถภาวนาเป็นองค์ประจำ เพื่อบรรเทาอาการเหนื่อยด้วยบท อิติปิ โส ภควาฯ ทั้งบท การเจริญพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ จักช่วยบรรเทาอาการเหน็ดเหนื่อยของร่างกายลงได้ (ในการทำพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลที่ถูกต้องนั้นก็ใช้ พุทธคุณ – ธรรมคุณ – สังฆคุณ ทั้งสิ้น เพราะในจักรวาลนี้ไม่มีพระคุณใดที่จะยิ่งไปกว่าคุณของพระรัตนตรัยนี้อีก หากพิธีใดมีบุคคลใดใช้พระคุณหรือบารมีของตนเองปลุกเสกแล้ว จัดว่าเป็นมิจฉาทิฏฐิ ทำไป ๓ เดือน – ๓ ปี ก็ยังไม่เท่ากับบารมีคุณของพระพุทธเจ้าแค่นาทีเดียว)

การพิจารณาให้เห็นทุกข์ของการงานที่ทำอยู่นี้ เนื่องจากการมีร่างกาย ไม่ทำไม่หาก็จักอยู่ไม่ได้ หรือลำบากมากต่อไปในภายหน้า จึงจำเป็นที่จักต้องอดทนทำเพื่อร่างกายให้มีชีวิตรอดไปได้ ทั้งนี้ให้ใช้อริยสัจเป็นหลักสำคัญในการแก้ปัญหา ขอให้ตั้งใจไว้ว่า.. ทุกข์ยากลำบากครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย ตายเมื่อไรตั้งใจเอาไว้เลยว่าจักไม่มาเกิดอีก จิตตั้งมั่นจักไปที่เดียวคือพระนิพพาน หากร่างกายไม่ดีให้นึกถึงมรณาฯ และอุปสมานุสติ ให้มาก จักได้ไม่ประมาทในชีวิต

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 08-09-2016 เมื่อ 17:25
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 39 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ลัก...ยิ้ม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #15  
เก่า 22-09-2016, 18:06
ลัก...ยิ้ม's Avatar
ลัก...ยิ้ม ลัก...ยิ้ม is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 2,767
ได้ให้อนุโมทนา: 16,339
ได้รับอนุโมทนา 165,799 ครั้ง ใน 4,782 โพสต์
ลัก...ยิ้ม is on a distinguished road
Default

๖. อย่ากังวลกับงานทางโลก และเหตุการณ์ใด ๆ ของโลกซึ่งกำลังตึงเครียด ข่าวร้ายใด ๆ เข้ามากระทบก็ให้เห็นเป็นกฎของกรรม เป็นกฎธรรมดาของโลกที่แก้ไขอะไรไม่ได้ โลกก็เป็นอยู่อย่างนี้แหละ เพราะไม่เที่ยง.. เดินเข้าหาความดับเป็นอนัตตาอยู่เป็นปกติทุกยุคทุกสมัย แม้แต่ตถาคตเจ้าแต่ละพระองค์ในสมัยยังทรงชีวิตอยู่ สภาวะข้าวยากหมากแพง ฝนแล้ง เกิดทุพภิกขภัยต่าง ๆ ก็มีอยู่ทุก ๆ พุทธันดร ซึ่งจุดนั้นคนจักเป็นทุกข์มาก ผู้ที่มีดวงตาเห็นธรรมก็จักมีมาก

แต่ในขณะเดียวกันผู้ที่ยังมีกิเลสหนา ทะยานอยากมาก (มีตัณหามาก) ก็จักดิ้นรน – แสวงหาทรัพย์ – หาลาภ – หายศด้วยความเร่าร้อน หาเท่าไรก็ไม่รู้จักพอ ยิ่งดิ้นรนมากเท่าไรก็ยิ่งทุกข์มากเท่านั้น เพราะเขาไม่เห็นทุกข์ ทั้ง ๆ ที่ตายไปเขาก็เอาอะไรไปไม่ได้ เพราะเป็นสมบัติของโลก ซึ่งไม่มีใครสามารถจักเอาไปได้ เพราะความ โลภ – โกรธ – หลง เต็มจิต ติดใจติดกายอยู่จนกระทั่งวันตาย

ยกเว้นพวกมีบารมีธรรมสูง (บารมี ๑๐ ประการ) มีปัญญารู้ธรรมของโลก และธรรมพ้นโลก คือ ศีล – สมาธิ – ปัญญา... ทาน – ศีล – ภาวนา ช่วยตัดอารมณ์ โลภ – โกรธ – หลง ได้ตามลำดับ จนดับสนิทเป็นสมุจเฉทปหาน ก็จักเอาสมบัติของโลกซึ่งเอาไปไม่ได้ แต่หากเชื่อและปฏิบัติตามพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ ในเรื่องทานบารมี จากกำลังใจมีบารมีต้น ๆ หยาบ ๆ แล้วเจริญเป็นขั้นกลาง เป็นอุปบารมี และปรมัตถบารมีตามลำดับ ก็สามารถจักเอาสมบัติของโลก (โลกียทรัพย์) ไปเป็นอริยทรัพย์ (โลกุตรทรัพย์)

การทำทานเพื่อตัดความโลภจนชินกลายเป็นจาคะ เป็นจาคานุสติในทาน มีปัญญาเห็นความละเอียดของทาน จากทาสทาน – สหายทาน – สามีทานตามกำลัง เป็นสังฆทาน – วิหารทาน – ธรรมทานภายนอก – ธรรมทานภายใน แล้วจบลงที่อภัยทาน หากทำได้ทรงตัว สังขารุเบกขาญาณเกิดขึ้นทรงตัว ก็จบกิจในพระพุทธศาสนา (ผมไม่ขอเขียนรายละเอียด เพราะธรรมในพุทธศาสนาเป็นปัจจัตตัง ถึงแล้วจึงจะรู้ได้เองเฉพาะตน ของใครของมัน กรรมใครกรรมมัน อธิบายเท่าไรก็ไม่มีทางรู้จริงได้ ทุกอย่างล้วนมีระดับจากหยาบ – กลาง – ละเอียด เหมือนกับอารมณ์พระโสดาบันมี ๓ ระดับนั่นแหละ แม้ตัวผมเองก็ต้องรู้ว่าตนเองปฏิบัติได้แค่ไหน ยังเหลืออยู่อีกเท่าไรก็ต้องรู้)

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 23-09-2016 เมื่อ 02:04
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 38 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ลัก...ยิ้ม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #16  
เก่า 30-09-2016, 18:55
ลัก...ยิ้ม's Avatar
ลัก...ยิ้ม ลัก...ยิ้ม is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 2,767
ได้ให้อนุโมทนา: 16,339
ได้รับอนุโมทนา 165,799 ครั้ง ใน 4,782 โพสต์
ลัก...ยิ้ม is on a distinguished road
Default

๗. สถานการณ์ของโลกยิ่งร้อนแรงขึ้นทุกวัน ก็ต้องอดทนใช้บารมี ๑๐ ช่วยเพิ่มกำลังใจให้เต็มอยู่เสมอ พิจารณาให้เห็นทุกข์ตามหลักของอริยสัจ ก็จักมีดวงตาเห็นธรรมได้มากขึ้น ทุกอย่างให้พิจารณาลงตัวธรรมดาเข้าไว้จักไม่พลาดเป้าหมาย คือทุกสิ่งทุกอย่างมุ่งทำเพื่อพระนิพพานจุดเดียว จงอย่าประมาทในชีวิต เพราะความตายย่อมมีอยู่ทุกลมหายใจเข้าออก ปฏิบัติเพื่อตัดกิเลสให้ลดน้อยลง (อารมณ์โลภ – โกรธ – หลง) โดยใช้สังโยชน์ ๑๐ เป็นเครื่องวัดใจ แต่ทางลัดก็จงอย่าทิ้ง รู้ลม – รู้ตาย – รู้นิพพาน ทุกข์เสียให้พอ ต่อไปจักไม่ต้องกลับมาทุกข์อย่างนี้อีก อย่าละความเพียร หรือท้อแท้เสียอย่างเดียว เพราะเป็นชาติสุดท้ายแล้ว ทำอะไรอย่าหวังผลตอบแทน ทำเพื่อพระพุทธศาสนา และพระนิพพานจุดเดียวเท่านั้นเป็นพอ

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 30-09-2016 เมื่อ 19:23
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 36 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ลัก...ยิ้ม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #17  
เก่า 07-10-2016, 17:26
ลัก...ยิ้ม's Avatar
ลัก...ยิ้ม ลัก...ยิ้ม is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 2,767
ได้ให้อนุโมทนา: 16,339
ได้รับอนุโมทนา 165,799 ครั้ง ใน 4,782 โพสต์
ลัก...ยิ้ม is on a distinguished road
Default

๘. เวลานี้ภัยพิบัติของธรรมชาติ เริ่มจักเยือนโลกมากขึ้นทุก ๆ ขณะ เพราะคำว่าโลกแปลว่ามีความฉิบหายไปในที่สุด โลกนี้มีทุกขังเป็นเบื้องต้น (ไม่สามารถจะทรงตัวอยู่ในสภาพเดิมได้) มีอนิจจัง (ไม่เที่ยงแท้แน่นอน) เป็นท่ามกลาง มีความอนัตตาไปในที่สุด (สลายตัวไปจากสภาวะหนึ่งไปสู่อีกสภาวะหนึ่ง เช่น วันนี้กินอาหารเข้าทางปาก พรุ่งนี้กลายเป็นขี้ สีเหลืองเหมือนกันหมด แยกไม่ออกว่าของเดิมมันเป็นอะไรบ้าง)

จิตจักได้เห็นความจริงของโลกให้มาก ทั้งโลกภายนอกและโลกภายใน คือขันธโลกหรือร่างกาย หรือขันธ์ ๕ เมื่อเห็นความจริงแล้ว จิตจักได้มีความเบื่อโลก ไม่ต้องการเกิดมาในโลกนี้อีก เพราะจิตจักเห็นทุกข์ของการดำรงชีวิตอยู่ในโลกมากขึ้น ในขณะเดียวกันจิตเมื่อรู้ความจริงแล้ว ว่าทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ล้วนไม่เที่ยง (อนิจจา วะตะสังขารา) แต่อุปาทานยึดมั่นถือมั่นมันคิดว่าเที่ยง ทุกข์เกิดขึ้นกับจิตเพราะเหตุนี้ (อุปาทะวะยะ ธัมมิโน) หากวางอุปาทานตัวยึดมั่นถือมั่นลงได้ จิตก็จักพ้นจากความทุกข์ (อุปปัชชิตวา นิรุชฌันติ) การไม่เกิดมามีร่างกาย (ขันธ์ ๕) อีก จึงเป็นยอดของความสุข หรือพระนิพพานเป็นยอดของความสุข (เตสังวูปะสะโม สุโข)

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 07-10-2016 เมื่อ 18:56
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 33 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ลัก...ยิ้ม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #18  
เก่า 14-10-2016, 15:23
ลัก...ยิ้ม's Avatar
ลัก...ยิ้ม ลัก...ยิ้ม is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 2,767
ได้ให้อนุโมทนา: 16,339
ได้รับอนุโมทนา 165,799 ครั้ง ใน 4,782 โพสต์
ลัก...ยิ้ม is on a distinguished road
Default

๙. เรื่องเหล่านี้ มิใช่พูดให้กลัว แต่พูดเพื่อให้ระมัดระวัง ถ้าหากมีเหตุการณ์เลวร้ายต่าง ๆ เกิดขึ้น จักได้มีสติสัมปชัญญะทรงตัว รับรู้ และสามารถแก้เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าได้ ดีกว่าอยู่อย่างไม่รู้ หรือรู้แล้วไม่ได้เตรียมอะไรเอาไว้เลย ก็เป็นการประมาทอย่างยิ่งเช่นกัน ในกรณีตระเตรียมเครื่องอุปโภคบริโภค เพื่อสู้วิกฤติการณ์ของโลกนั้น จงอย่าเสียดายเงิน เพราะเงินทองแทบจักไม่มีความหมาย เพราะข้าวของจักมีราคาสูงขึ้นมาก และแทบจักหาซื้อไม่ได้ การเกิดมามีร่างกายในโลกใบนี้ จักต้องทนได้ทุกกรณี ให้เห็นเป็นธรรมดาของโลกให้มาก จักได้เบื่อหน่ายแล้วเข็ด จนไม่อยากจักกลับมาสู้กับโลกที่ไม่เที่ยง และเต็มไปด้วยความทุกข์ มีความสลายตัวไปในที่สุดอย่างนี้อีก

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 14-10-2016 เมื่อ 17:46
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 36 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ลัก...ยิ้ม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #19  
เก่า 25-10-2016, 16:54
ลัก...ยิ้ม's Avatar
ลัก...ยิ้ม ลัก...ยิ้ม is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 2,767
ได้ให้อนุโมทนา: 16,339
ได้รับอนุโมทนา 165,799 ครั้ง ใน 4,782 โพสต์
ลัก...ยิ้ม is on a distinguished road
Default

๑๐. จงเป็นคนทำงาน อย่าทำตัวเป็นคนแบกงาน เพราะงานทางโลกไม่มีใครทำได้เสร็จสมบูรณ์หมดหรอก ทำแต่พอดี ๆ ในทางสายกลาง ใช้ปัญญาให้มาก ใช้สัญญาแต่พอควร จงเป็นนายของงาน อย่าให้งานมาเป็นนายเรา อย่าลืมอารมณ์จิตที่ติดงานเกาะงาน คือยังมิได้ลงมือทำงาน จิตก็วิตกกังวลในงานนั้น ๆ เสียก่อนแล้ว จงอย่าสร้างปัญหาเสียก่อนที่ปัญหาจักเกิด (จงอย่าทุกข์เสียก่อนทุกข์จักเกิด หรือจงอย่าตีตนไปก่อนไข้) แต่ทุกอย่างก็ลงอยู่ในเรื่องของความไม่ประมาททั้งสิ้น ให้ศึกษาธรรมที่ตรัสไว้ในข้อที่แล้วด้วย

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 26-10-2016 เมื่อ 03:54
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 28 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ลัก...ยิ้ม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #20  
เก่า 28-10-2016, 11:35
ลัก...ยิ้ม's Avatar
ลัก...ยิ้ม ลัก...ยิ้ม is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 2,767
ได้ให้อนุโมทนา: 16,339
ได้รับอนุโมทนา 165,799 ครั้ง ใน 4,782 โพสต์
ลัก...ยิ้ม is on a distinguished road
Default

๑๑. การพิจารณาเห็นทุกข์จากการมีร่างกายนั้นเป็นของดีและถูกต้องแต่จิตต้องไม่ทุกข์.. หงุดหงิดเศร้าหมองไปกับมัน ตามหลักจักต้องพิจารณาให้ลงตัวธรรมดาให้ได้ จุดนั้นนั่นแหละคือความถูกต้องที่แท้จริง การเตรียมงานจงอย่าเอาจิตไปเกาะทุกข์ล่วงหน้า ทุกอย่างทำไปตามหน้าที่แล้วรักษาอารมณ์ให้สบาย ๆ อย่าเครียด คอยปรับอารมณ์ลงมาสู่อารมณ์เบา ๆ สบาย ๆ แม้งานจักยุ่งยากเพียงใด จุดนั้นแหละเป็นการวัดอารมณ์ของใจ อย่าให้เครียดหรือเหนื่อยตามงาน เวทนาที่มีอยู่นี้ไม่ใช่เรา ไม่มีในเรา งานจำเป็นต้องทำเพราะเป็นหน้าที่ แต่เมื่อเลิกแล้วก็ปล่อยวาง อย่าไปเครียดตามงาน

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 28-10-2016 เมื่อ 13:46
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 31 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ลัก...ยิ้ม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 01:06



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว