กระดานสนทนาวัดท่าขนุน

กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ)

Notices

พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) รวมธรรมะจากพระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ)

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 04-05-2011, 01:04
โอรส's Avatar
โอรส โอรส is offline
นายทะเบียน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 924
ได้ให้อนุโมทนา: 36,795
ได้รับอนุโมทนา 201,828 ครั้ง ใน 3,176 โพสต์
โอรส is on a distinguished road
Default ดับตั้งแต่เหตุ

ถาม : ในจิตเรามุ่งว่า ชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายที่เราจะไปพระนิพพาน..ใช่ไหมครับ ? แล้วอะไรที่จะเข้ามาก็ให้จิตเรารู้ทัน ?
ตอบ : ไม่ใช่..คือว่าอะไรเกิดขึ้นก็ตาม ต้องพยายามใช้ปัญญาดูให้รู้ถึงเหตุนั้น ๆ

เช่น เงินนี่ถ้าเราสักแต่เห็นว่าเป็นเพียงธาตุ ๔ ดิน น้ำ ไฟ ลม เป็นกระดาษแผ่นหนึ่ง สิ่งนี้ก็คือเงิน จะทำอันตรายเราไม่ได้ แต่เราไปคิดต่อว่า เงินนี้เอาไปซื้อของเสียหน่อยก็ดี ซื้อข้าวกิน เออ...ดี เดี๋ยวจะไปกินร้านนั้น เพราะอาหารอร่อย..มีคนชวนชิม นั่น..กิเลสเริ่มเกิดแล้ว เราเคยชวนสาวไปกินร้านโน้นนี่ เอ้า..ยิ่งหนักเข้าไปอีก

ตัวราคะ โลภะ โทสะ โมหะ จะระดมมาเลย..ใช่ไหม ? ไปซื้อยาบ้าเสียหน่อยก็ดี ยิ่งหนักเข้าไปอีก เงินตัวเดียวถ้าคุณหยุดได้ แค่นี้ก็จบ ไม่อาจจะทำอันตรายอะไรได้

เราต้องตัดตั้งแต่ต้นเหตุ แต่ถ้าหากว่าเราสืบสาวราวเรื่องด้วยการปรุงแต่งด้วยจิตสังขาร เรื่องก็จะกว้างออกไปเรื่อย จนกระทั่งกลายเป็นไฟไหม้ป่า ไม่สามารถที่จะดับได้ แต่ถ้าเรารู้ต้นเหตุว่า สะเก็ดไฟนิดเดียวนี้ ถ้าเราปล่อยก็จะลาม เราก็รีบดับเสีย ก็หมดปัญหาไป

เพราะฉะนั้น..พระพุทธเจ้าท่านถึงได้ตรัสว่า "สิ่งทั้งหลายทั้งปวงเกิดแต่เหตุ ตถาคตตรัสถึงเหตุและความดับแห่งธรรมนั้น" พระอัสสชิท่านว่า "เย ธัมมา เหตุปัพพวา เตสัง เหตุง ตถาคโต เตสัญจะ โย นิโรโธ จะ เอวัง วาที มหาสมโณ" ต้องดับตั้งแต่เหตุ ทุกอย่างอยู่ที่เหตุทั้งนั้น

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 06-10-2015 เมื่อ 17:05
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 119 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ โอรส ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 04-05-2011, 01:12
โอรส's Avatar
โอรส โอรส is offline
นายทะเบียน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 924
ได้ให้อนุโมทนา: 36,795
ได้รับอนุโมทนา 201,828 ครั้ง ใน 3,176 โพสต์
โอรส is on a distinguished road
Default

ถาม : เรารู้ว่าเป็นเงิน แต่เราพิจารณารู้อยู่ว่าเป็นโทษมาก แต่เราก็ต้องใช้ ?
ตอบ : ไม่ใช่คิดอย่างนั้น ปัญญาจะเกิดรู้ตลอดเลยว่า ถ้าเราคิดจะเป็นอย่างไร จะทำให้ รัก โลภ โกรธ หลง เราก็หยุดคิด

ถ้าเราหยุดความคิดได้ทัน กิเลสจะโดนจำกัดเขต ไม่สามารถที่จะงอกงามได้ ก็เลยกลายเป็นว่ารู้สักแต่ว่ารู้ เห็นสักแต่ว่าเห็น ได้ยินสักแต่ว่าได้ยิน

แต่ถ้าหากว่าเราไปเผลอคิดเมื่อไรก็จะพาเละเลย ต้องหยุดคิดให้ได้

ถาม : แต่ถ้าเราจะใช้ประโยชน์ เช่น เราไปซื้อข้าวกินแค่นั้นเอง ?
ตอบ : ก็แค่ประโยชน์เฉพาะหน้าแค่นี้เอง จบแล้วจบกันไม่ต้องไปคิดอะไรต่อ จะเห็นเหตุเลยว่าถ้าเราคิดแล้วจะเป็นทุกข์อย่างไร ก็หยุดเอาไว้แค่นั้นเลย

เหมือนกับแจกันดอกไม้ เราเอาไปไหว้พระ เอาไปบูชาครูบาอาจารย์ ก็ดี..ใช่ไหม ? กุหลาบแดงในแจกันเราเคยเอาไปให้สาว..ไปโน่นแล้ว..ใช่ไหม ? พอมองไปอีกที เราจะซื้อกุหลาบ แต่ดอกที่สวยกว่าโดนเขาซื้อตัดหน้าไป กลายเป็นโทสะไปอีกแล้ว

ยิ่งคิดก็ยิ่งกว้างออกไปเรื่อย แต่ถ้าเรารู้ทัน หยุดความคิดได้ กิเลสก็หยุดหมด ดับหมด


สนทนากับพระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ

ณ บ้านอนุสาวรีย์ฯ เดือนเมษายน พุทธศักราช ๒๕๔๕

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 06-10-2015 เมื่อ 17:06
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 114 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ โอรส ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ

Tags
วิปัสสนา


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 23:09



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว