กระดานสนทนาวัดท่าขนุน

กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เทศน์ช่วงทำกรรมฐาน

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 01-01-2020, 22:53
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 23,099
ได้ให้อนุโมทนา: 87,285
ได้รับอนุโมทนา 3,690,712 ครั้ง ใน 26,557 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default เทศน์ช่วงทำกรรมฐาน วันอาทิตย์ที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๖๒

ให้ทุกคนตั้งกายให้ตรง กำหนดสติคือความรู้สึกของเราทั้งหมดเอาไว้ที่ลมหายใจเข้าออก หายใจเข้า..ให้ความรู้สึกทั้งหมดของเรา ไหลตามลมหายใจเข้าไป หายใจออก..ให้ความรู้สึกทั้งหมดของเรา ไหลตามลมหายใจออกมา จะใช้คำภาวนาอะไรก็ได้ ที่เรามีความถนัด มีความชำนาญมาแต่เดิม

วันนี้เป็นวันอาทิตย์ที่ ๘ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒ ดังที่ได้กล่าวไปแล้วว่า ในส่วนของการปฏิบัติธรรมนั้น ต้องคอยระมัดระวังในเรื่องของการรู้เห็น และความเป็นมิจฉาทิฏฐิ คือเรื่องทั้งหลายเหล่านี้ ถ้าหากว่าเราเผลอ ความเป็นมิจฉาทิฏฐิจะเข้ามาเกาะกินเราทันที แล้วดึงให้เราเวียนว่ายตายเกิดไม่รู้จบ อย่างเช่นพระพุทธเจ้าสอนว่า สัพเพ สังขารา อนิจจา สังขารทั้งหลายไม่เที่ยง สัพเพ สังขารา ทุกขา สังขารทั้งหลายเป็นทุกข์ สัพเพ ธัมมา อนัตตา ธรรมทั้งหลายไม่ใช่ตัวตนที่จะยึดถือมั่นหมายได้

ถ้าหากว่าบุคคลที่มีปัญญา ก็จะเห็นจริงในสิ่งทั้งหลายเหล่านี้ และรู้จักนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างพอเหมาะ พอสม พอควร แต่ถ้าหากบุคคลที่เป็นมิจฉาทิฏฐิ พอได้ยินว่า “สัพเพ สังขารา อนิจจา ทุกอย่างไม่เที่ยง” ก็จะไปยึดมั่นถือมั่นว่าทุกอย่างไม่เที่ยง แก้ไขอะไรไม่ได้ ธรรมดาเป็นอย่างนั้น ฟังดูเหมือนกับใช่ แต่ว่าไม่ใช่ เพราะว่าความไม่เที่ยงนั้น สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ด้วยเหตุปัจจัย
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 02-01-2020 เมื่อ 03:19
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 16 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 01-01-2020, 22:54
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 23,099
ได้ให้อนุโมทนา: 87,285
ได้รับอนุโมทนา 3,690,712 ครั้ง ใน 26,557 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

อย่างที่พระท่านบอกว่า อวิชชา ปัจจะยา สังขารา ความไม่รู้หรือรู้ไม่หมด เป็นปัจจัยให้เกิดสังขารคือการปรุงแต่ง การปรุงแต่งที่เป็นไปทั้งดีทั้งชั่วนี้ ที่ทำให้เกิดความไม่เที่ยง มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น..บุคคลที่เป็นสัมมาทิฏฐิก็จะปรุงแต่งในสิ่งที่ดี ๆ กระทำในสิ่งที่ดี ๆ เพื่อให้ความไม่เที่ยงนั้น เป็นไปเฉพาะในด้านดีเท่านั้น ไม่ใช่แก้ไขอะไรไม่ได้แล้วไปปล่อยวาง

แค่พูดเรื่องของความไม่เที่ยงเรื่องเดียว พวกเราก็จะเห็นชัดว่า มิจฉาทิฏฐิกับสัมมาทิฏฐินั้น แทบจะขี่คอกันมา แทบจะเป็นบุคคลคนเดียวกัน สำคัญตรงที่เราเลี้ยวผิดหรือว่าเลี้ยวถูก สมมติว่าเลี้ยวซ้ายเป็นมิจฉาทิฏฐิ เลี้ยวขวาเป็นสัมมาทิฏฐิ ขึ้นอยู่กับการเลี้ยวของเรา จึงต้องประกอบไปด้วย สติ สมาธิ ปัญญา อย่างยิ่ง ไม่อย่างนั้นเราก็จะคิดว่าแก้ไขไม่ได้ ปล่อยไปตามเวรตามกรรม ก็จะกลายเป็นมิจฉาทิฏฐิ แล้วขณะเดียวกัน เรื่องของการเวียนว่ายตายเกิดที่ประกอบไปด้วยความทุกข์ เกิดขึ้นในเบื้องต้น เปลี่ยนแปลงในท่ามกลาง สลายไปในที่สุด ตามหลัก อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา นั้น เราเข็ดเราพอแล้วหรือยัง ?

ถ้าตราบใดที่ยังไม่เข็ด ตราบใดที่ยังไม่พอ เราก็ยังกระทำแต่สิ่งที่เป็นเหตุเป็นปัจจัย สร้างความไม่เที่ยงให้แก่เราในทางของการเวียนว่ายตายเกิด ไม่ใช่ทางแห่งการหลุดพ้น เปรียบง่าย ๆ ว่า เราเล่นโทรศัพท์มือถือ ถึงเวลาก็แชตไลน์บ้าง เช็คเฟซบุ๊กบ้าง เข้าอินสตาแกรมบ้าง อัพสเตตัสต่าง ๆ บางทีเช้ายันค่ำแทบจะไม่เงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์มือถือ ถึงเวลาก็เหนื่อย หมดสภาพ วางมือถือได้ นอนสลบไสล ตื่นขึ้นมารู้สึกตัว ควานขึ้นมาใหม่ เริ่มต้นเล่นใหม่ วันนี้ก็เป็นแบบนี้ พรุ่งนี้ก็เป็นแบบนี้ มะรืนก็เป็นแบบนี้
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 02-01-2020 เมื่อ 03:21
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 16 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 02-01-2020, 23:28
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 23,099
ได้ให้อนุโมทนา: 87,285
ได้รับอนุโมทนา 3,690,712 ครั้ง ใน 26,557 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เราจะเห็นวัฏฏะ คือการเวียนว่ายตายเกิดที่ไม่รู้จักจบจักสิ้นจากการเล่นโทรศัพท์มือถือนี่เอง วันนี้ทำ พรุ่งนี้ทำ มะรืนนี้ทำ วันต่อ ๆ ไปก็ทำ จะเห็นความน่ากลัวของการเวียนว่ายตายเกิด เพราะว่ามีแต่จะทำให้เรายึด ให้เราติด ให้เราทุกข์ เกิดอีกกี่ชาติก็ทุกข์แบบนี้ บาลีว่า “ทุกขา ชาติ ปุนัปปุนัง” เกิดมาทุกข์แล้วทุกข์เล่าซ้ำ ๆ ซ้อน ๆ ไม่รู้จักแล้วจักเลิก

แค่โทรศัพท์มือถืออย่างเดียว เราก็จะเห็นว่า ทำให้เรายึดติดแล้วเวียนว่ายตายเกิดขนาดไหน ตื่นขึ้นมาเล่นโทรศัพท์...หมดสภาพ...นอน นอนตื่น...เล่นโทรศัพท์ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ สิ่งที่เราต้องการก็คือ กำลังอย่างมหาศาล ที่จะดิ้นหลุดจากวงจรอุบาทว์ทั้งหลายเหล่านี้ แต่คราวนี้เราสั่งสมกำลังได้เพียงเล็กน้อย เราก็ปล่อยให้รั่วหมด นั่งสมาธิ ๑๕ นาที ๒๐ นาที ๓๐ นาที แล้วก็เอากำลังสมาธิไปจดจ่ออยู่กับโทรศัพท์มือถือเป็นวัน ๆ สิ่งที่เราทำกับสิ่งที่เราใช้คุ้มกันไหม ?

เราทำครึ่งชั่วโมง แต่ใช้ไปเกือบสิบชั่วโมง ก็แปลว่ากำลังที่เราจะสะสมเพื่อดิ้นรนให้หลุดพ้นจากห้วงวัฏสงสารนั้น โดนเอาไปใช้หมด ตาอยากเห็นรูป...หามา หูอยากได้ยินเสียง...หามา จมูกอยากได้กลิ่น...หามา ลิ้นอยากได้รส...หามา กายอยากสัมผัส...หามา ใจครุ่นคิด...ปล่อยเตลิดเปิดเปิงไม่รู้จักหยุด กำลังรั่วออกทุกช่องทาง สิ่งที่เราสะสมไว้จึงไม่พอที่จะใช้ตัดกิเลส อย่าว่าแต่ตัดกิเลสเลย แค่หักห้ามใจของเราไม่ให้ทำในสิ่งที่ชอบก็ยากแล้ว
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 03-01-2020 เมื่อ 04:36
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 12 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า 02-01-2020, 23:28
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 23,099
ได้ให้อนุโมทนา: 87,285
ได้รับอนุโมทนา 3,690,712 ครั้ง ใน 26,557 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เมื่อเราเห็นอย่างนี้แล้ว ก็ควรที่จะค่อย ๆ ตัด ค่อย ๆ ละ ส่วนไหนวางได้เลยให้รีบวาง ส่วนไหนวางไม่ได้ก็ละ คือลดน้อยลง จนกระทั่งท้ายสุดถ้ากำลังของเราจะค่อย ๆ เข้มแข็งขึ้น สิ่งที่เราสะสมไว้เริ่มมีเพียงพอ เราก็สามารถนำตัวเรา หลุดพ้นจากกองทุกข์เข้าสู่พระนิพพานได้ ดังนั้น...ในเรื่องของการปฏิบัติธรรม ส่วนที่ต้องระมัดระวังก็คือ ความเป็นมิจฉาทิฏฐิ ซึ่งจะทำให้เราเวียนวายตายเกิดไม่รู้จบ

ลำดับต่อไปขอให้ทุกท่านตั้งใจภาวนาและพิจารณาตามอัธยาศัย จนกว่าจะได้รับสัญญาณบอกว่าหมดเวลา

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เทศน์ช่วงทำกรรมฐาน ณ บ้านเติมบุญ
วันอาทิตย์ที่ ๘ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒

(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย น้องผักชี)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 03-01-2020 เมื่อ 04:37
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 14 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 08:36



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว