กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > เก็บตกจากบ้านเติมบุญ

Notices

เก็บตกจากบ้านเติมบุญ เก็บข้อธรรมจากบ้านเติมบุญมาฝาก สำหรับผู้ที่ไม่มีโอกาสเดินทางไป

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #81  
เก่า วันนี้, 08:34
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,672
ได้ให้อนุโมทนา: 72,680
ได้รับอนุโมทนา 3,105,511 ครั้ง ใน 22,014 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์เล่าว่า "เมื่อวันก่อนมีโยมกับเพื่อนพระรุ่นน้องบ่นเรื่องเหนื่อย พออาตมาส่งงานไปให้ดูแค่ ๓-๔ วัน เขาบอกว่า "โอ้โฮ...หลวงพ่อเอาแรงที่ไหนมาทำ ?" บอกไปว่า "คราวนี้รู้หรือยังว่าต่อไปนี้มีอะไรห้ามบ่นว่าเหนื่อย อายุเพิ่งจะแค่นั้นมาบ่นว่าเหนื่อย" ดูหลวงพ่อวัดท่าซุงอย่างหนึ่ง ท่านเองทำงานเช้ายันค่ำ ค่ำยันเช้าทุกวัน ไม่ต้องพักไม่ต้องผ่อน เดี๋ยวไปโน่น เดี๋ยวไปนี่ เดี๋ยวไปนั่น สงเคราะห์ทั้งสิ่งที่มองเห็นและสิ่งที่มองไม่เห็น

ดูหลวงพ่อสมเด็จฯ วัดสระเกศ ๓ ทุ่มกว่า ๔ ทุ่ม กลับมามาทำวัตร ทำวัตรเสร็จสี่ทุ่มไปแล้วนึกว่าท่านจะนอน อายุ ๘๐ แล้วนะ ปรากฏว่าเดินตรวจลูกคณะทีละคณะ ท่านบอกว่า "ผมไม่ค่อยได้อยู่ ต้องไปให้กำลังใจเขาหน่อย" โอ้โฮ...ผู้นำนี่เหนื่อยไม่ได้ เพราะถ้าเหนื่อยเมื่อไรคนตามจะหมดกำลังใจ พอเห็นตัวอย่างเท่านั้น อาตมาเลิกเหนื่อยเลย อย่างไรก็ต้องทำ ครูบาอาจารย์ท่านทำให้ดูเป็นแบบอย่างแล้ว"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 10:31
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 78 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #82  
เก่า วันนี้, 20:26
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,672
ได้ให้อนุโมทนา: 72,680
ได้รับอนุโมทนา 3,105,511 ครั้ง ใน 22,014 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "Ratan Tata เขาบอกว่า จงกินอาหารเป็นยา ไม่เช่นนั้นคุณต้องกินยาเป็นอาหาร กินยาเป็นอาหารนี่ทารุณไปกระมัง"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 4 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
นายโอม (วันนี้), วรเดช (วันนี้), สีลเตโช (วันนี้), หลานย่าโม (วันนี้)
  #83  
เก่า วันนี้, 20:42
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,672
ได้ให้อนุโมทนา: 72,680
ได้รับอนุโมทนา 3,105,511 ครั้ง ใน 22,014 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "ส่วนใหญ่ญาติโยมที่มาทำบุญนั้นเน้นในเรื่องของทาน โดยเฉพาะสังฆทาน เรื่องของทานเป็นเรื่องที่ดี เพราะว่าอานิสงส์ของทานนั้น ถ้าเผลอเกิดใหม่ก็คือรวย แต่เราอย่าลืมว่าบุญที่สูงกว่านั้น คือ รักษาศีลก็ยังมีอยู่ เจริญภาวนาก็ยังมีอยู่ โดยเฉพาะถ้าจะเอาความมั่นคงของคติคือที่ไปในชาติถัด ๆ ไปของเรา จำเป็นที่จะต้องเน้นการภาวนาอย่างน้อย ๆ ให้ทรงสมาธิได้สักปฐมฌานละเอียด แล้วเราเองก็เอาสติประคับประคองไว้อย่าให้หลุด ถึงเวลาถ้าหากว่าตายก็จะมีสุคติเป็นที่ไปแน่นอน

แต่คราวนี้ถ้าเราเอากำลังของปฐมฌานละเอียดมาใช้ในการพิจารณาตัดกิเลส ก็ยังสามารถเข้าถึงความเป็นพระโสดาบันหรือสกทาคามีได้ ดังนั้นการที่เราเน้นในเรื่องของทาน แม้ว่าเป็นเรื่องดี แต่อย่าลืมเรื่องของศีลและภาวนาที่มีกำลังสูงกว่านั้น โดยเฉพาะทำให้ภพภูมิของเราแน่นอน หรือถ้าปัญญาถึงก็หลุดพ้นจากกองทุกข์เข้าสู่พระนิพพานไปเลย"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 5 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
ตาย (วันนี้), นายโอม (วันนี้), วรเดช (วันนี้), สีลเตโช (วันนี้), หลานย่าโม (วันนี้)
  #84  
เก่า วันนี้, 21:10
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,672
ได้ให้อนุโมทนา: 72,680
ได้รับอนุโมทนา 3,105,511 ครั้ง ใน 22,014 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : (ไม่ชัด)
ตอบ : ของพวกนี้ถ้าเราเข้าถึงเข้าใจ จะทราบว่าทำไมถึงมีอานุภาพมาก แต่ถ้าหากไม่เข้าถึงไม่เข้าใจ มีแต่ศรัทธาเลื่อมใสอย่างเดียว บางทีก็ได้น้อย เรื่องของคาถาแต่ละอย่าง อย่างเช่นว่า ทำไมคาถาเมตตาบทนี้คนหนึ่งใช้แล้วได้ผลมาก อีกคนหนึ่งใช้แล้วไม่ได้ผล เพราะต้องมีความเข้าใจเข้าไปด้วย

ถาม : (ไม่ชัด)
ตอบ : พวกนี้มาจากคัมภีร์ที่ ๔ ของทางด้านฮินดู เปลี่ยนจากไตรเพทมาเพิ่มเป็นอาถรรพ์เวทย์ เสร็จแล้วพอพวกนี้เข้ามา ก็เข้ามาตามอิทธิพลของพ่อค้าอินเดียที่เข้ามา ส่วนใหญ่ก็จะมีพราหมณ์มีอะไรมาด้วย แล้วนำมาถ่ายทอดต่อ พวกเราก็ศึกษากันมา

ถาม : (ไม่ชัด)
ตอบ : ทุกอย่างเป็นดาบสองคมเพราะกำลังมันเท่ากัน แล้วแต่เอาไปใช้ด้านดีด้านร้ายเท่านั้นเอง ถ้าใช้ในด้านดีก็เป็นสัมมาสมาธิ ใช้ในด้านร้ายก็เป็นมิจฉาสมาธิ ขนาดไม่มีอะไรเลยอย่างอาจารย์มหาทองดี เขาบอกว่าอาจารย์เจิมรถขลังมากเลย มีคาถาอะไรหรือเปล่า ? ท่านบอกว่า “ไม่มีหรอก ผมเรียนบาลีมา ผมท่องบาลีจนชิน ผมก็ขึ้นมา สิ โย อัง โย นา หิ สะ นัง ของผมไปเรื่อยแหละ เพียงแต่อาศัยสมาธิช่วยเท่านั้น” แล้วก็ขลัง เพราะเขามั่นใจ ก็เรียนอยู่ทุกวันสอนอยู่ทุกวัน เพราะฉะนั้นทุกอย่างพอมีสมาธิช่วยก็จะเกิดผลขึ้นมา
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 22 คน ( เป็นสมาชิก 13 คน และ บุคคลทั่วไป 9 คน )
กร, คนบ้านนอก, คุณทรงพล, ช้างเผือก, ชาตรี, ดินฟ้า, นิพนธ์, พิกุลทอง, มะกรูด, แม่แดง, รัชชสิทธิ์, สสาร
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 21:20



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว