กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > เก็บตกจากบ้านเติมบุญ

Notices

เก็บตกจากบ้านเติมบุญ เก็บข้อธรรมจากบ้านเติมบุญมาฝาก สำหรับผู้ที่ไม่มีโอกาสเดินทางไป

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #21  
เก่า 09-05-2018, 08:31
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,112
ได้ให้อนุโมทนา: 69,485
ได้รับอนุโมทนา 3,014,442 ครั้ง ใน 21,442 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : พิธีพุทธาภิเษกที่วัดเขาวง พระท่านเมตตาให้พรอย่างไรบ้างครับ ?
ตอบ : ไปถามเจ้าอาวาสวัดเขาวง
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 09-05-2018 เมื่อ 08:51
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 173 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #22  
เก่า 09-05-2018, 08:32
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,112
ได้ให้อนุโมทนา: 69,485
ได้รับอนุโมทนา 3,014,442 ครั้ง ใน 21,442 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : เงินที่ได้จากการประกอบมิจฉาวณิชชา นับเป็นวัตถุทานที่บริสุทธิ์หรือเปล่าครับ ?
ตอบ : มิจฉาแปลว่าผิด ถ้าผิดแล้วบริสุทธิ์ก็ดีสิ

ถาม : เงินที่ได้จากการเล่นหวย นับเป็นวัตถุทานที่บริสุทธิ์หรือเปล่าครับ ?
ตอบ : หวยเป็นการพนัน ถ้ายิ่งหวยใต้ดิน โอกาสบริสุทธิ์ยิ่งไม่มี
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 09-05-2018 เมื่อ 08:51
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 178 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #23  
เก่า 09-05-2018, 08:33
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,112
ได้ให้อนุโมทนา: 69,485
ได้รับอนุโมทนา 3,014,442 ครั้ง ใน 21,442 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ยันต์เกราะเพชรสามารถสะท้อนไสยศาสตร์ไปยังผู้กระทำได้ แต่เหตุใดยังมีครั้งหนึ่งที่หลวงพ่อโดนหมอไสยศาสตร์รุมกระทำพิธี แล้วหมอไสยศาสตร์เหล่านั้นยังคงดำเนินพิธีได้ต่อเนื่อง และยังคงทำพิธีได้อีกหลายครั้งครับ ?
ตอบ : ก็เพราะว่าตูไม่ได้ปลุกยันต์เกราะเพชร
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 09-05-2018 เมื่อ 08:51
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 178 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #24  
เก่า 09-05-2018, 08:35
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,112
ได้ให้อนุโมทนา: 69,485
ได้รับอนุโมทนา 3,014,442 ครั้ง ใน 21,442 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : หากบุคคลปรารถนาจะมีจักรวาลเป็นของตนเอง มีตนเองเพียงผู้เดียวที่เป็นใหญ่และปกครองจักรวาลนั้นตลอดกาล บุคคลนั้นจะต้องประพฤติปฏิบัติเช่นไร ต้องสั่งสมบุญกุศล
แบบไหนและควรจะอธิฐานจิตเช่นไร ?
ตอบ : วิธีประพฤติปฏิบัติก็คือ หยุดเล่นวีดีโอเกมส์ แล้วออกไปปฏิสัมพันธ์กับคนทั่ว ๆ ไปเขาบ้าง

แค่คำถาม
เรื่องจะปกครองตลอดกาลก็เป็นไปไม่ได้แล้ว ถ้าเป็นไปได้ทุกอย่างก็เที่ยงหมดน่ะสิ
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 09-05-2018 เมื่อ 08:52
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 173 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #25  
เก่า 09-05-2018, 08:37
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,112
ได้ให้อนุโมทนา: 69,485
ได้รับอนุโมทนา 3,014,442 ครั้ง ใน 21,442 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "เมื่อวันที่ ๒๙ เมษายน ช่วงงานสวดพระคาถาเงินล้าน เมื่อหลวงตาวัชรชัยมาถึง ก็ขอเวลานอก ๕ นาที คิดว่าคนที่ไปร่วมพิธีทุกคนก็คงจะรู้เห็น ท่านบอกว่าในงานพุทธาภิเษกวันที่ ๑ อย่าพูดหรือทำอะไรให้ญาติโยมเขาระส่ำระสายและเสียกำลังใจ เพราะฉะนั้น...เรื่องพรรค์นี้อยากรู้อะไรไปถามท่านเอง เพราะว่าอาตมารับปากท่านไปแล้วว่าจะไม่พูด

เรื่องบางอย่าง ถ้าหากว่าเราฝึกปฏิบัติจริง ๆ ก็สามารถที่จะรู้ได้ด้วยตนเอง แต่ก็มีคนจำพวกหนึ่งที่ขาดความมั่นใจในตนเอง ในเมื่อขาดความมั่นใจ ก็ต้องการที่จะไปสอบถามคนอื่นเพื่อเป็นการรับรองผลว่าการรู้เห็นตรงกันหรือไม่ ซึ่งถ้า หวังความก้าวหน้าในการปฏิบัติ ก็เป็นเรื่องที่ควรจะสงเคราะห์ แต่ถ้าหากว่าอยากรู้เพื่อเอาไปโม้กับชาวบ้านเขาเฉย ๆ ก็สมควรที่จะโดนถีบ..!

แล้วอีกพวกหนึ่งที่น่าถีบยิ่งกว่านั้น ก็คือเพื่อที่จะเอาไปประกอบการจำหน่ายวัตถุมงคล เอาเป็นว่าอะไรถ้าสมควรก็จะบอกจะเล่าให้ฟัง ถ้าไม่สมควรหรือว่าพี่ที่เคารพท่านขอเอาไว้ก็จำเป็นที่จะต้องหุบปากเงียบ"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 09-05-2018 เมื่อ 08:54
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 182 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #26  
เก่า 09-05-2018, 22:42
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,112
ได้ให้อนุโมทนา: 69,485
ได้รับอนุโมทนา 3,014,442 ครั้ง ใน 21,442 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "เมื่อไม่กี่วันก่อน พระครูจริยาภิรัต อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรีมรณภาพ ความจริงหลวงเตี่ยท่านเป็นคนแก่ที่แข็งแรงมาก ถึงจะอายุ ๗๗ ปีแล้วก็ยังไปไหนมาไหนลักษณะเดินตัวปลิว แต่เรื่องของชีวิตนั้นไม่เที่ยง

ท่านไปให้หมอตรวจสุขภาพ เพราะรู้สึกว่าเพลีย หมอตรวจแล้วก็บอกว่าเป็นอาการปกติของคนแก่ ไม่มีอะไร...ให้กลับไปพักผ่อนที่วัด ตามที่เขาเล่าให้ฟังว่า ออกจากโรงพยาบาลได้ไม่ไกลก็สะอึก ๒ ครั้งแล้วก็ไปเลย ความจริงท่านล้างไตมาประมาณ ๒ ปี แต่ที่ตายดูท่าว่าจะไม่ใช่ไตวาย แต่เป็นหัวใจวาย ลูกศิษย์ไปสังเกตเห็นตอนฟันปลอมท่านหล่น ช่วยปั๊มหัวใจก็ไม่ทันแล้ว

พระครูจริยาภิรัตเป็นตำแหน่งสมณศักดิ์เก่าแก่ของจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน ๗ ตำแหน่ง คือ พระครูวิสุทธิรังษี พระครูสิงคิคุณธาดา พระครูจริยาภิรัต พระครูยติวัตรวิบูล พระครูอดุลยสมณกิจ พระครูนิวิฐสมาจาร และ พระครูวัตตสารโสภณ"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 10-05-2018 เมื่อ 02:13
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 167 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #27  
เก่า 09-05-2018, 22:46
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,112
ได้ให้อนุโมทนา: 69,485
ได้รับอนุโมทนา 3,014,442 ครั้ง ใน 21,442 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"ตำแหน่งพระครูวิสุทธิรังษี ตอนหลังปรับขึ้นมาเป็นพระวิสุทธิรังษีสังฆปาโมกข์ ตำแหน่งเจ้าคณะมณฑล ก็คือเป็นเจ้าคุณ

ตำแหน่งพระวิสุทธิรังษีที่โด่งดังที่สุด ก็คือ หลวงพ่อเปลี่ยน อินฺทสโร อดีตเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี วัดไชยชุมพลชนะสงคราม หรือวัดใต้

ตำแหน่งพระครูสิงคิคุณธาดาที่โด่งดังที่สุด คือ หลวงพ่อม่วง วัดบ้านทวน เจ้าของแหวนพิรอดที่ดังคู่กับแหวนพิรอดหลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว

ตำแหน่งพระครูวัตตสารโสภณที่โด่งดังที่สุด คือ หลวงพ่อดอกไม้ วัดดอนเจดีย์ ดอนเจดีย์นี่ไม่ได้อยู่สุพรรณบุรี แต่เป็นดอนเจดีย์ที่พนมทวน หลวงพ่อดอกไม้สามารถเสกวัวธนูตัวเป็น ๆ ออกมาวิ่งให้ชาวบ้านเห็นต่อหน้าต่อตาได้

ตำแหน่งพระครูอดุลยสมณกิจที่โด่งดังที่สุด ก็คือ หลวงปู่ดี วัดเหนือ (วัดเทวสังฆาราม) ซึ่งตอนหลังก็เป็นเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี ขึ้นถึงเจ้าคุณชั้นเทพ คือพระเทพมงคลรังษี

แล้วที่อัศจรรย์ที่สุดก็คือไม่ว่าจะสิงห์เหนือเสือใต้ จะเป็นหลวงปู่ดี วัดเหนือ หลวงปู่เปลี่ยน วัดใต้ หลวงพ่อดอกไม้ วัดดอนเจดีย์ หลวงพ่อสอน วัดทุ่งลาดหญ้า หลวงพ่อเหรียญ วัดหนองบัว ซึ่งเป็นคณาจารย์ มีลูกศิษย์ลูกหาเต็มบ้านเต็มเมือง ทั้งหมดล้วนแต่เป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว และหลวงปู่หลวงพ่อที่เป็นลูกศิษย์หลวงปู่ยิ้ม ยังมีในจังหวัดอื่นอีกมาก"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 10-05-2018 เมื่อ 02:16
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 170 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #28  
เก่า 09-05-2018, 22:52
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,112
ได้ให้อนุโมทนา: 69,485
ได้รับอนุโมทนา 3,014,442 ครั้ง ใน 21,442 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"ตอนนี้บรรดาเจ้าคณะอำเภอของจังหวัดกาญจนบุรีที่อาวุโสสูงสุด ก็คือหลวงพ่อพระครูนิโครธโยคาภิรักษ์ เจ้าคณะอำเภอไทรโยค วัดน้ำตก ซึ่งอายุเท่ากับหลวงพ่อพระครูจริยาภิรัตพอดี เจอกันในงานศพยังบอกว่า "อายุเท่ากันแต่ท่านไปแล้วไม่ใช่หรือครับหลวงพ่อ ?" "เออ..ก็นั่นนะสิ"

ตำแหน่งนี้เป็นการเล่นคำในบาลี เพราะว่านิโครธหรือนิโครธะ คือ ต้นไทร โยคะคือการปฏิบัติ ในเมื่อเอาต้นไทรกับโยคะมารวมกันก็เป็นไทรโยค เพราะฉะนั้น...พระครูนิโครธโยคาภิรักษ์ก็คือ พระครูผู้รักษาอำเภอไทรโยค ตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอไทรโยคนั่นเอง"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 10-05-2018 เมื่อ 02:17
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 170 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #29  
เก่า 10-05-2018, 16:03
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,112
ได้ให้อนุโมทนา: 69,485
ได้รับอนุโมทนา 3,014,442 ครั้ง ใน 21,442 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "ตั้งแต่อาตมายังเรียนอยู่ชั้น ป.๓ วิชาสุขศึกษาบอกว่า การพักผ่อนที่ดีที่สุดคือการนอนหลับ เห็นสมัยนี้พักผ่อนด้วยการเล่นไลน์กัน"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 10-05-2018 เมื่อ 20:34
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 164 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #30  
เก่า 10-05-2018, 16:07
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,112
ได้ให้อนุโมทนา: 69,485
ได้รับอนุโมทนา 3,014,442 ครั้ง ใน 21,442 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "เดือนนี้จะเอาวัตถุมงคลในตำนานมาลงให้คนมีเงินเขาแย่งกัน

เครื่องรางในตำนาน ๙ อย่าง เขาบอกว่า หมากดีที่วัดหนัง เบี้ยขลังวัดนายโรง

หมากดีที่วัดหนังก็คือ หมากทุยของหลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง ถ้าถามว่าหลวงปู่เอี่ยมคือใคร คือพระเถระที่ถวายคาถามงกุฎพระพุทธเจ้าให้ในหลวงรัชกาลที่ ๕ เสด็จไปประเทศยุโรปแล้วปลอดภัยกลับมาจากการทดสอบความสามารถของบรรดาชาวต่างชาติ

เบี้ยขลัง วัดนายโรง คือ เบี้ยแก้ของหลวงปู่รอด วัดนายโรง

ไม้ครูคู่วัดอินทร์ มีดบินวัดหนองโพธิ์
ไม้ครูก็คือไม้ครู ไม้พ่อครู หรือว่านิ้วเพชรพระอิศวร ของหลวงปู่ภู วัดอินทรวิหาร ซึ่งจะต้องสร้างจากต้นไผ่ที่โดนฟ้าผ่าล้มลงมาทับทางช้าง แล้วช้างจะเดินข้ามโดยที่ไม่กิน เมื่อได้มาแล้วก็ยังต้องทำบัดพลี เอาไปเป็นไม้ทิ่มศพ โดยเฉพาะศพคนตายวันเสาร์ เผาวันอังคารให้ครบ ๗ ศพ แล้วถึงจะเอามาจักเป็นตอกเพื่อบรรจุไม้ครูได้"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 10-05-2018 เมื่อ 20:35
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 159 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #31  
เก่า 10-05-2018, 16:10
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,112
ได้ให้อนุโมทนา: 69,485
ได้รับอนุโมทนา 3,014,442 ครั้ง ใน 21,442 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"หลวงปู่ภูธุดงค์อยู่ ๓๐ กว่าปีกว่าจะได้ไม้มา ถ้าท่านอายุไม่ยืนถึง ๑๐๒ ปีก็คงไม่มีโอกาสได้ทำ เพราะว่าวัสดุหายากมาก กี่ปีกี่ชาติกอไผ่ถึงจะโดนฟ้าผ่าสักที ? ผ่าแล้วต้องล้มทับทางช้างด้วย แล้วช้างที่ผ่านมาต้องข้ามไปทั้งโขลงโดยไม่กินอีกด้วย

ลูกศิษย์ที่ต้องการไม้ครูไปหาท่าน ต้องเอาหัวหมูบายศรีไปด้วย บางวันหัวหมู ๗ - ๘ หัว ลูกศิษย์ที่อยู่ใกล้ชิดก็ถามว่า "หลวงปู่ไม่ฉันแล้วให้เขาเอามาทำไม ?" หลวงปู่ท่านบอกว่า "ก็ในเมื่อครูใหญ่ท่านบอกให้ไหว้ครูแบบนี้ ถึงข้าไม่ได้ฉันก็ต้องเอา"

มีดบินวัดหนองโพธิ์ ก็คือมีดหมอเทพศาสตรา ของ หลวงปู่เดิม วัดหนองโพธิ์ ปัจจุบันแต่ละเล่มราคาเป็นแสน ๆ

ราหูคู่วัดศีรษะ แหวนอักขระวัดหนองบัว ก็คือราหูกะลาตาเดียว หลวงพ่อน้อย วัดศีรษะทองกับแหวนพิรอด หลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 10-05-2018 เมื่อ 20:37
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 158 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #32  
เก่า 10-05-2018, 16:13
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,112
ได้ให้อนุโมทนา: 69,485
ได้รับอนุโมทนา 3,014,442 ครั้ง ใน 21,442 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"พิสมรวัดพวงมาลัย ครั่งเหลือร้ายวัดโตนดหลวง ก็คือพิสมรที่ทำจากใบลานจากตำบลบางปืน ซึ่งท่านเอาเคล็ดคำว่า "บางปืน" เป็น "บังปืน" คือกันปืนได้ของหลวงพ่อแก้ว วัดพวงมาลัย

ครั่งเหลือร้ายวัดโตนดหลวง ก็คือ วัตถุมงคลของหลวงปู่ทองศุข วัดโตนดหลวง จังหวัดเพชรบุรี วัตถุมงคลของท่าน สารพัดที่จะพอกครั่ง ใช้ได้ทุกอย่าง นักเลงเมืองเพชรดุตั้งแต่โบราณยันปัจจุบัน ถ้าพระเกจิอาจารย์เมืองเพชรบุรีไม่เก่งจริงไม่มีใครเขานับถือกัน

ลูกแร่ที่บางไผ่ ฤทธิ์เหลือร้ายหาใดปาน ก็คือแร่บางไผ่ของหลวงปู่จัน วัดโมลี ถ้าไม่ได้ลูกอมแร่บางไผ่ เขาก็หาพระปิดตาแร่บางไผ่แทน ฉะนั้น...ใครต้องการก็เตรียมเงินหมื่นเงินแสนเอาไว้ เดี๋ยวจะหาว่าอาตมาไม่มีของในตำนานมาลงบ้าง

ทั้งหมดที่ว่ามา สิ่งที่หายากที่สุด ก็คือ ไม้ครูของหลวงปู่ภู วัดอินทร์ รองลงไปก็เป็นเบี้ยแก้ หลวงปู่รอด วัดนายโรง เพราะตั้งแต่บัดนั้นจนบัดนี้ อาตมาก็ยังมีเบี้ยแก้ของท่านอยู่แค่ ๒ ลูก มีเท่ากับเจ้าอาวาสวัดนายโรง เจ้าอาวาสท่านเปิดเซฟให้ดูก็มีอยู่ ๒ ลูกเหมือนกัน...เท่าทุน จะตัดใจแบ่งลงกระทู้ให้สักลูกหนึ่ง"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 10-05-2018 เมื่อ 20:39
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 163 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #33  
เก่า 10-05-2018, 16:16
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,112
ได้ให้อนุโมทนา: 69,485
ได้รับอนุโมทนา 3,014,442 ครั้ง ใน 21,442 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"เรื่องของเครื่องรางของขลัง ส่วนใหญ่แล้วพระเกจิอาจารย์ทำให้ลูกศิษย์ลูกหาด้วยความเมตตาจริง ๆ ของบางอย่างก็ทำแค่ไม่กี่ชิ้น วัสดุบางอย่างก็หายาก อย่างตะกรุดหนังหน้าผากเสือ เสือตัวหนึ่งก็มีหน้าผากอันเดียว ก็แปลว่าเสือทั้งตัวทำตะกรุดได้หนึ่งดอก

คนที่ทำตะกรุดหนังหน้าเสือมากที่สุดในประเทศไทย คือ หลวงพ่อทองศุข วัดโตนดหลวง เพราะว่าจังหวัดเพชรบุรีก็รู้ ๆ กันอยู่ว่าป่าแก่งกระจานใหญ่ขนาดไหน ใครยิงเสือได้ก็เอาไปให้หลวงพ่อทองศุขทำตะกรุดให้

ส่วนครูบาอาจารย์ท่านอื่น ๆ ทำไว้น้อย ระดับเบญจภาคีตะกรุดหนังเสือ อย่างหลวงปู่นาค วัดอรุณฯ มีไม่เกิน ๑๐๐ ดอกเด็ดขาด ถึงได้หายากนักยากหนา

หลวงพ่อสว่าง วัดเทียนถวาย
ทำแล้วต้องเสกสามเสาร์ ๕ ตายละวา...สามเสาร์ ๕ ไม่ใช่ว่าปีหนึ่งจะมีทุกครั้ง ก็แปลว่าตะกรุดดอกหนึ่งใช้เวลา ๒ - ๓ ปี กว่าที่จะได้ใช้งาน"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 10-05-2018 เมื่อ 20:40
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 162 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #34  
เก่า 10-05-2018, 16:19
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,112
ได้ให้อนุโมทนา: 69,485
ได้รับอนุโมทนา 3,014,442 ครั้ง ใน 21,442 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "วันที่ ๑๕ กลับมาจากภูเก็ตแล้ว อาตมาจะไปงานทำบุญที่เรือนเทวาสถิตที่บางแค เขาเปิดบ้านสอนกรรมฐานเหมือนกัน นิมนต์หลวงพ่อโนรี วัดหนองหญ้าปล้องมา ใครอยากรู้ว่าอยู่ที่ไหน หาข้อมูลกันเอง ในเฟซบุ๊กน่าจะมี อาตมาไม่เล่นเฟซบุ๊กก็เลยไม่รู้"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 10-05-2018 เมื่อ 20:41
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 166 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #35  
เก่า 10-05-2018, 16:21
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,112
ได้ให้อนุโมทนา: 69,485
ได้รับอนุโมทนา 3,014,442 ครั้ง ใน 21,442 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "งานวันที่ ๑ พฤษภาคมที่วัดเขาวง เจ้าภาพที่ถวายไทยธรรม คือ ครอบครัวคุณไพชยนต์ เกษตรเวทิน ถวายทองมาหอบหนึ่ง ตอนแรกคิดว่าเจ้าภาพถวายของมาก็น่าจะปกติทั่ว ๆ ไปคือเป็นไทยธรรมและซองปัจจัย แต่ทางด้านครอบครัวคุณไพชยนต์ที่เป็นเจ้าภาพ มีทองคำระบุว่าร่วมหล่อพระวัดท่าขนุนมาด้วย หลายบาททีเดียว น่าจะระดมกันมาทั้งครอบครัวเลย"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 10-05-2018 เมื่อ 20:42
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 179 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #36  
เก่า 10-05-2018, 16:31
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,112
ได้ให้อนุโมทนา: 69,485
ได้รับอนุโมทนา 3,014,442 ครั้ง ใน 21,442 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "พูดถึงปรอทสำเร็จก็นึกถึงท่านอาจารย์โมเช่ หายไป ๒ ปีแล้ว ท่านก็ทำหน้าที่ของท่านไปเรื่อย ท่านบอกว่าเทวดาสั่งให้ทำอะไรก็ทำอย่างนั้น

สมัยที่ยังเป็นฤๅษียังเป็นตาปะขาวอยู่ ก็เลี้ยงพระอยู่ ๑๒-๑๓ รูป ส่วนใหญ่พระธุดงค์ไปอยู่ในเขตรอยต่อ ๓ จังหวัด อุทัยธานี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ท่านโมเช่ตอนนั้นมีหน้าที่เดินแบกข้าวไปส่ง ถ้าเป็นอาตมาก็คงไม่ไหว เดินวันหนึ่งเป็นร้อยกิโลเมตรก็มี

ครั้งแรกที่เจอกัน อาตมาธุดงค์ไปพักที่ถ้ำ ท่านโมเช่เป็นตาปะขาวอยู่ แบกเอาหัวเผือก หัวมัน กล้วย อ้อย มาถวาย บอกว่าเทวดาให้มา บอกว่ามีพระรูปหนึ่งอยู่ที่ถ้ำ ต้องการคนนำทางธุดงค์แถวนี้ เลยมาดูว่ามีจริงหรือเปล่า ? แล้วท่านก็ตบท้ายว่า ถ้าเทวดามาบอกแสดงว่าต้องมีความดีพอสมควร"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 10-05-2018 เมื่อ 20:43
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 167 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #37  
เก่า 10-05-2018, 16:33
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,112
ได้ให้อนุโมทนา: 69,485
ได้รับอนุโมทนา 3,014,442 ครั้ง ใน 21,442 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"จะเห็นว่าจริง ๆ แล้ว เรื่องของการรู้เห็นเป็นแค่ของแถมของการปฏิบัติเท่านั้น ถ้าสภาพจิตของเราสงบก็เหมือนกับน้ำนิ่ง น้ำนิ่งสามารถสะท้อนเงาสิ่งของรอบข้างได้ชัดเจนเหมือนของจริง

คราวนี้สภาพจิตของเราถ้านิ่งก็สามารถรับรู้สิ่งต่าง ๆ ได้ ต้องถือว่าเป็นของแถมในการปฏิบัติ แต่เท่าที่อาตมาพบมาก็คือ ทุกคนอยากได้ของแถม จนไม่เอาสินค้าหลัก ต้องการของแถมแต่ไม่เอาสินค้าหลักแปลว่าอะไร ? ของแถมอย่างไรเสียก็สู้สินค้าหลักไม่ได้ สินค้าหลักของเราคือ ศีล สมาธิ ปัญญา ที่จะพาเราพ้นทุกข์ ของแถมบรรดาทิพจักขุญาณหรือญาณอื่น ๆ ที่ได้มานั้น ส่วนใหญ่แล้วพาให้เสียมากกว่าดี

อาตมาเองติดอยู่สามปีเต็ม ๆ คนโน้นถามเรื่องโน้นก็บอก คนนี้ถามเรื่องนี้ก็บอก พอเขาชม "อุ๊ย..เก่งจังเลย ทำไมรู้เห็นได้ชัดเจนขนาดนี้ ? บอกได้เหมือนกับตาเห็นเลย" ก็ตัวลอย อยากจะให้เขาชมอีก ก็วิ่งไปเป็นทาสให้เขาใช้ต่อไป จนกระทั่งวันหนึ่งน่าจะถึงวาระว่า จะพ้นจากความโง่ตรงจุดนั้นเสียที

หลวงพ่อวัดท่าซุงท่านเทศน์วันนั้นเหมือนกับท่านตั้งใจให้ฟังอยู่คนเดียว ท่านบอกว่า "วิชชา ๒ อภิญญา ๕ สมาบัติ ๘ ใครทำได้ห่างจากนรกแค่นี้ แค่นิ้วขวาง ๆ อาตมาได้ยินแล้วเหงื่อแตกพลั่กเลย ระดับนั้นแล้วยังห่างนรกแค่นี้ แล้วของเราจะรอดไหม ?"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 11-05-2018 เมื่อ 14:26
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 169 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #38  
เก่า 10-05-2018, 17:01
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,112
ได้ให้อนุโมทนา: 69,485
ได้รับอนุโมทนา 3,014,442 ครั้ง ใน 21,442 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"แล้วท่านก็เทศน์ต่อไปว่า ยกเว้นว่าเราจะปฏิบัติตรงเข้าหาอารมณ์พระโสดาบัน ถ้าหากว่าทรงอารมณ์พระโสดาบันได้ ปิดอบายภูมิได้ถือว่าปลอดภัย แต่ก็ยังต้องเกิดมาทุกข์อีก อย่างน้อยก็ ๑ ชาติ อย่างกลางก็ ๓ ชาติ อย่างมากก็ ๗ ชาติ แต่ขึ้นชื่อว่าความทุกข์นี้วันเดียวก็ไม่เอาแล้ว อย่าให้เป็นชาติเลย อาตมาได้ยินเหมือนนักโทษประหารมีคนเปิดประตูให้หนี ก็เผ่นสุดชีวิตเลย บรรดาอภิญญาสมาบัติอะไรที่อุตส่าห์ฝึกได้ก็กองทิ้งเอาไว้ตรงนั้นแหละ เลิกกันเสียที

ฉะนั้น...ในส่วนนี้ที่อยากจะบอกกับญาติโยมก็คือ การรู้เห็นต่าง ๆ ในการปฏิบัติเป็นของแถม และมักจะพาให้เสียมากกว่าดี อาตมาเองได้รับฉายาจากหลวงพ่อวัดท่าซุงท่านตั้งให้ ท่านบอกว่า "พระท่านตั้งให้เฉพาะ ฉายาที่ตั้งให้ในรุ่นนี้ตรงตัวทุกคน" ท่านตั้งฉายาให้อาตมาว่า สุธมฺมปญฺโญ ท่านแปลเองว่า เป็นผู้มีปัญญาในการปฏิบัติธรรมดีมาก อาตมายังสงสัยว่าตัวเองมีปัญญาตรงไหน ? เพราะว่าไม่ว่าจะปฏิบัติแง่ไหน มุมไหน ถึงเวลาแวะไปหาหลวงพ่อเป็นโดนหวดน่วมกลับมาทุกที ดีตรงไหนวะ ?"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 10-05-2018 เมื่อ 20:46
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 165 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #39  
เก่า 10-05-2018, 17:10
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,112
ได้ให้อนุโมทนา: 69,485
ได้รับอนุโมทนา 3,014,442 ครั้ง ใน 21,442 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"ถึงเวลาก็วิ่งไปรายงานท่านด้วยความภาคภูมิใจ "หลวงพ่อครับ...ตอนนี้อนุสติ ๑๐ ผมสามารถไล่อารมณ์เต็มได้ภายใน ๓๐ นาทีเท่านั้น" หลวงพ่อบอกว่า "ช้าไปลูก ไม่ทันกิน สมัยหลวงพ่อทำกรรมฐาน ๔๐ กอง ถ้าต้องใช้เวลาถึง ๒ นาที ถือว่าทื่อมากแล้ว" อาตมากลืนน้ำลายเอื๊อก เป็นไปได้หรือวะ ? ตูว่าคล่อง ๆ แล้ว แค่ ๑๐ กอง ไล่อยู่ ๓๐ นาทีโดยประมาณ หลวงพ่อท่านบอกว่า ๔๐ กอง ๒ นาที..!

ตอนนั้นยังโง่มาก ไม่รู้วิธีเปลี่ยนกองกรรมฐาน คือต้องประเภทลงมาถึงตีนบันไดแล้วไต่ขึ้นไปใหม่ หารู้ไม่ว่าถ้าถึงข้างบนแล้วแค่ก้าวข้ามบันไดไป ถ้าลักษณะอย่างนั้นกรรมฐาน ๔๐ กอง ใช้เวลาถึง ๒ นาทีถือว่านานมาก อาตมาตอนแรกเข้าใจผิด คิดว่าต้องลงมานับ ๑...๒...๓ จนถึง ๑๐ แต่ไม่หรอก พอ ๑๐ แล้ว ก็ ๑๐...๑๐...๑๐...๑๐ ไปคว้าตอนจบเลย

ทำให้ถึงแล้วจะรู้ว่าเปลี่ยนอย่างไร ถ้ายังทำไม่ถูกก็ว่าไปเรื่อย ๆ ก่อน อาตมาก็สงสัยว่าทำขนาดนี้แล้วยังไม่ได้เสี้ยวหนึ่งของหลวงพ่อ แล้วท่านบอกว่าเป็นผู้มีปัญญาในการปฏิบัติธรรม เป็นได้อย่างไร ? พอหลังจากที่ปล้ำเป็นปล้ำตายมารวม เวลาทั้งหมด ๑๘ ปี ปีสุดท้ายก่อนหลวงพ่อมรณภาพพอดี ก็ถึงได้เข้าใจว่า สิ่งต่าง ๆ ที่คนอื่นไม่คิด คนอื่นไม่มอง คนอื่นไม่เก็บมาใช้งาน อาตมาคิด มองดูด้วยความพินิจพิจารณา และเก็บมาใช้งานทุกเม็ด ต่างกันแค่นี้เอง ถ้าใครทำแบบนี้ก็ทำแบบอาตมาได้ทุกคน"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 10-05-2018 เมื่อ 20:49
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 164 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #40  
เก่า 10-05-2018, 17:18
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,112
ได้ให้อนุโมทนา: 69,485
ได้รับอนุโมทนา 3,014,442 ครั้ง ใน 21,442 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"เพราะว่าเรื่องของหลักธรรมเราจะรอให้กิเลสวิ่งมาชนเราไม่ได้...ตาย มีอยู่อย่างเดียวคือต้องสมมติคู่ต่อสู้ขึ้นมาก่อน ต้องพินิจพิจารณาอยู่ในใจของเราก่อน ซักซ้อมจนกระทั่งคล่องตัว ถึงเวลาไปชนแล้วเราจะต้านได้นานเท่าไร

คราวนี้มาแค่นี้เราสู้ได้ไม่ถึงนาที ต่อไปหลบไปมุมโน้นยืนหยัดได้อีกนาที ๒ นาที ต้องหาวิธี ถ้าจะแพ้ก็แพ้ให้ช้าที่สุด ถ้าชนะได้จะเป็นสิ่งที่ปลื้มใจมาก ท้ายสุดก็ปฏิบัติตามแนวกรรมฐาน ๔๐ ที่หลวงพ่อท่านบอก ระยะเวลาที่ทุ่มเทให้นั้น ทั้งชีวิตพระและฆราวาส ๑๘ ปีเต็ม ๆ ทุ่มให้กับการภาวนา พวกเราคงไม่มีอารมณ์ทำกันนานขนาดนั้น

เมื่อถึงเวลาทำแล้วต้องใช้งานจริงได้ ต้องรับแรงกระทบได้ ตอนแรก ๆ หลวงพ่อท่านบอกว่า ท่านไม่นิยมการธุดงค์ เพราะว่าการธุดงค์สำหรับคนทั่วไปแล้ว เป็นการหนีกิเลสชั่วคราว พอออกมาชนกิเลสเมื่อไรก็พังเมื่อนั้น อาตมาเองก็นั่งชนกิเลสอยู่ในวัด ถึงเวลาเฝ้าหน้าห้องหลวงพ่อ เปิดฟุตบอลดู เปิดมวยดู เปิดเพลงฟัง คนอื่นเปิดเมื่อไรไม่โดนด่าหูตูบก็ไม้เท้าลงกบาล แต่อาตมาเปิดดูไม่เคยโดนด่า

จนกระทั่งพระพี่พระน้องบอกว่าอาตมาเป็นเด็กเส้น ทำอะไรไม่เคยผิด ถ้าทำอย่างอาตมาทำนะ...ไม่ผิด แต่ถ้าทำอย่างที่พี่ ๆ น้อง ๆ ทำนะ...ผิด เพราะว่าเปิดฟุตบอลดู อาตมาเขียนผลฟุตบอลคู่นั้นไว้แล้ว เปิดมวยดูเขียนผลไว้แล้วว่าคู่นั้นใครแพ้ใครชนะ ชนะน็อก ชนะคะแนน ชนะยกไหน แค่เปิดดูให้รู้ว่าตรงไหม

เปิดเพลงฟังเลือกเฉพาะคนที่เราชอบ แล้วพยายามภาวนาให้ใจของเราไม่ไหลไปตามเนื้อเพลง ซ้อมอยู่ทุกวัน ซักซ้อมอยู่เป็นปี ๆ ท่านที่รู้ดีที่สุดในวัดมี ๒ ท่าน ก็คือหลวงพี่โอ (ท่านพระครูสมุห์พิชิต ฐิตวีโร) นั่นระดับอาจารย์ของอาตมา อีกท่านหนึ่งก็คือ คุณศุภาพร ปุษยะนาวิน อดีตภรรยาของหลวงตาวัชรชัย สองท่านนี้ช่างสังเกตมาก ถึงเวลาจับได้ทุกทีว่าอาตมาแอบทำกรรมฐาน ก็คือทำอย่าให้คนอื่นเขารู้ ฝึกก็อย่าให้คนอื่นเขารู้ แต่ก็ทำไปเรื่อย เรื่องพวกนี้ทุกคนทำได้หมด เพราะว่าการทำกรรมฐานโดยอยากให้คนอื่นรู้ ถ้าหากว่าอยากอวดเขา จัดเป็นอุปกิเลสอย่างหนึ่ง ฉะนั้น...ทำอย่างไรที่เราจะฝึกซ้อมการปฏิบัติจนใช้งาน
ได้จริง โดยที่ไม่ให้คนอื่นเขารู้ว่าเราทำ ก็แปลว่าต้องออกไปผจญกับของจริง"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 16-05-2018 เมื่อ 15:16
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 160 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 5 คน ( เป็นสมาชิก 1 คน และ บุคคลทั่วไป 4 คน )
ธรรมานุภาพ
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 13:26



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว