กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > เก็บตกจากบ้านวิริยบารมี

Notices

เก็บตกจากบ้านวิริยบารมี เก็บข้อธรรมจากบ้านวิริยบารมีมาฝาก สำหรับผู้ที่ไม่มีโอกาสเดินทางไป

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #121  
เก่า 19-11-2016, 18:58
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,957
ได้ให้อนุโมทนา: 73,796
ได้รับอนุโมทนา 3,152,534 ครั้ง ใน 22,309 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : เรื่องการแผ่อุเบกขาในพรหมวิหาร ที่ผมเพิ่งจะเริ่มทำก็คือจับภาพพระ ?
ตอบ : พอก่อน...ผิดตั้งแต่แรกแล้ว อุเบกขาประเทศไหนเขาให้แผ่วะ...?! เขาให้ฝึกหัดสภาพจิตให้ตั้งมั่นไม่หวั่นไหว สิ่งดีเข้ามาก็ไม่ยินดี สิ่งร้ายเข้ามาก็ไม่ยินร้าย มีใครเขาไปนั่งแผ่อุเบกขา..?
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 19-11-2016 เมื่อ 20:04
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 190 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #122  
เก่า 19-11-2016, 18:59
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,957
ได้ให้อนุโมทนา: 73,796
ได้รับอนุโมทนา 3,152,534 ครั้ง ใน 22,309 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ถ้าฝึกกสิณ ต้องเป็นวิปัสสนาก่อน หรือทำสมถกรรมฐานก่อน ?
ตอบ : กสิณคือการเริ่มฝึกสมาธิ มีวัสดุพร้อมก็ฝึกไปได้เลย เพียงแต่ให้ฝึกควบกับลมหายใจเข้าไว้
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 19-11-2016 เมื่อ 20:05
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 187 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #123  
เก่า 19-11-2016, 19:17
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,957
ได้ให้อนุโมทนา: 73,796
ได้รับอนุโมทนา 3,152,534 ครั้ง ใน 22,309 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ขณะที่สวดมนต์ทำวัตรอยู่ แล้วมีพระมาสะกิดเรา ทำให้จิตเราส่าย ฟุ้งเป็นชั่วโมง ไม่ทราบจะมีวิธีสร้างกำลังใจป้องกันตัวไหมครับ ?
ตอบ : เกาะภาพพระแล้วสวดไป ถ้าสมาธิดี สะกิดให้ตายก็ไม่หลุด

ส่วนใหญ่พวกเราจะเห็นว่าแค่สวดมนต์ ถ้าหากว่าสวดเป็นก็ไปได้ยันพระนิพพาน แต่คนเรามักจะไปคิดว่าแค่สวดมนต์ การสวดมนต์ขั้นต้นถ้าไม่มีสมาธิจะสวดผิด ให้สังเกตว่าเราเผลอคิดเรื่องอื่นเมื่อไรจะสวดผิดทันที

ถ้าเป็นผู้ที่คล่องตัวในอานาปานสติ คำสวดมนต์ก็คือคำภาวนา เพียงแต่เป็นคำภาวนาที่ยาวหน่อยเท่านั้น สำหรับผู้ที่เข้าถึงฌานสมาบัติ การสวดมนต์คือการซักซ้อมทรงฌานตั้งเวลา ถ้าหากว่าสวดมนต์ไม่เสร็จ สมาธิเราจะไม่คลายออกมา

สำหรับผู้ที่ได้ทิพจักขุญาณ ให้กำหนดภาพพระในขณะที่สวดมนต์ไปด้วย สมาธิยิ่งทรงตัวมากเท่าไร ภาพพระจะชัดเจนแจ่มใสมากเท่านั้น สำหรับผู้ที่ได้อภิญญา ให้ยกจิตขึ้นไปสวดมนต์ถวายพระบนพระนิพพานเลย ถ้ากำลังใจเราตั้งมั่นอยู่บนพระนิพพานบ่อย ๆ สภาพจิตเคยชินกับความสะอาด ปราศจาก รัก โลภ โกรธ หลง ของที่นั่น ถ้าจำอารมณ์นั้นได้ ลงมาแล้วประคับประคองรักษาอารมณ์นั้นไว้ ถ้าทำไปนาน ๆ จะหมดกิเลสแบบไม่รู้ตัว

สำหรับบุคคลที่แปลบาลีได้ คำสวดมนต์ส่วนใหญ่เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้า ถ้าแปลได้ก็ทำตามไปเลย ถ้าปฏิบัติตามได้ โอกาสที่จะหลุดพ้นก็มีอย่างแน่นอน
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 19-11-2016 เมื่อ 20:25
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 192 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #124  
เก่า 19-11-2016, 19:21
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,957
ได้ให้อนุโมทนา: 73,796
ได้รับอนุโมทนา 3,152,534 ครั้ง ใน 22,309 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ฉะนั้นใครที่บอกว่า "แค่สวดมนต์" สำคัญว่าคุณสวดเป็นไหม ? อาตมาทำมาแล้วทุกรูปแบบ ถ้าไม่ได้ทำก็บอกให้ไม่ได้ สมัยเป็นฆราวาสฝึกปฏิบัติใหม่ ๆ ก็ใช้วิธีการสวดมนต์เป็นการซักซ้อมการทรงสมาธิ

ทุกคนจะสงสัยว่าทำไมพระวัดท่าขนุนเจริญกรรมฐานแล้วมานั่งทำวัตร สมาธิก็หลุดหายหมดสิ ? พวกนั้นโง่มาก...ปล่อยมันไป แต่ถ้าบุคคลที่เข้าใจ ถึงเวลาเขาจะทรงสมาธิไว้ไม่ให้เคลื่อน ไม่ให้คลายออกไป

แต่เท่าที่สังเกต พระวัดท่าขนุนส่วนใหญ่ถึงเวลาก็นั่งแข็งทื่อ ปล่อยเจ้าอาวาสสวดไปคนเดียว ทรงสมาธิได้เหมือนกันแต่ไม่ใช่สมาธิใช้งาน อย่างท่านอาจารย์เตชะ อุ้มไปทิ้งแล้วยังไม่รู้ตัวเลย พระอื่นเดินกลับกุฏิหมดแล้ว อาจารย์เตชะยังนั่งเงียบอยู่นั่น

ตั้งใจจะให้ซักซ้อมการทรงฌานใช้งาน แต่หาคนทำได้น้อยมาก ถามว่าผิดหวังไหม ? ไม่หรอก...เพราะอย่างน้อย ๆ ฌานขั้นต้นท่านได้กันหมด เพียงแต่เจ้าอาวาสเหนื่อยหน่อย เพราะคนอื่นเล่นนั่งทรงฌานกันหมด ปล่อยให้เจ้าอาวาสสวดมนต์อยู่นั่นแหละ..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 19-11-2016 เมื่อ 20:09
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 193 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #125  
เก่า 19-11-2016, 20:09
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,957
ได้ให้อนุโมทนา: 73,796
ได้รับอนุโมทนา 3,152,534 ครั้ง ใน 22,309 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : อุเบกขา ก็คือ ถ้าเราได้ยินเสียง ไม่ว่าเสียงนั้นจะเสียงดีหรือเสียงร้าย ก็ให้เราวางเฉยหรือครับ ?
ตอบ : รักษากำลังใจอย่าไปสนใจในเสียงนั้น เพราะทันทีที่คุณสนใจ คุณจะไปปรุงแต่ง ทันทีที่ปรุงแต่ง ถ้าไม่ชอบใจก็จะชอบใจ มี ๒ อย่างเท่านั้น ชอบใจก็เป็นราคะ ไม่ชอบใจก็เป็นโทสะ ฉะนั้น...อุเบกขาเป็นเรื่องที่จำเป็นในการฝึกปฏิบัติธรรมทุกระดับ ถ้าไม่มีอุเบกขาก็หาความเจริญในการปฏิบัติไม่ได้ พูดง่าย ๆ ก็คือ ทำได้แต่เบื้องต้นเท่านั้น เบื้องปลายสุดถ้าจะเข้าถึงจริง ๆ ต้องมีอุเบกขา โดยเฉพาะสังขารุเปกขาญาณ หยุดการปรุงแต่งทั้งปวง ในเมื่อหยุดการปรุงแต่งทั้งปวง รัก โลภ โกรธ หลง เกิดไม่ได้ แล้วจะเหลืออะไร ? กิเลสก็ตายเกลี้ยง..!

แต่สมัยนี้นักวิชาการเก่งมาก สังขารุเปกขาญาณของเขาเป็นแค่เบื้องกลางเท่านั้น เขาต้องมีมรรคฌานผลญาณอะไรให้ยุ่งไปหมด ไปนึกถึงหลวงพ่ออุตตะมะ ลุงสัจจะ มูลแก้ว จะไปเรียนอภิธรรม ท่านก็เตือน "โยมลัย อย่าไปเรียนอภิธรรมเลย เรียนไปเดี๋ยวจะไม่มีพระให้ไหว้นะ" เพราะคนเรียนอภิธรรมมักคิดว่าตัวเองเก่งกว่าพระ หารู้ไม่ว่าพระอภิธรรม พระพุทธเจ้าท่านไม่ได้สอนมนุษย์ ท่านสอนพรหมเทวดาที่เป็นอุคฆฏิตัญญูบุคคล แค่ฟังหัวข้อก็เข้าใจแล้ว ขนาดนั้นยังใช้เวลาตั้ง ๓ เดือนของมนุษย์ ลองดูสิว่าถ้าพระพุทธเจ้าเทศน์ ๓ เดือน โดยไม่ไปไหน คนฟังจะเป็นลมตายก่อนไหม ? แต่ก็ยังมีพวกเก่งกล้าสามารถไปเรียนพระอภิธรรมกัน

อาตมายอมแพ้พระอภิธรรม ขออ่านผ่านตาเท่านั้น ไม่พยายามไปแตะเลย ที่พระพุทธเจ้าท่านจำเป็นต้องสอนตั้ง ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ ก็เพราะเป็นไปตามจริตของผู้ฟัง ในเมื่อเป็นไปตามจริตของผู้ฟัง ก็แปลว่าถึงจะเหมาะกับบุคคลประเภทหนึ่ง ก็ไม่แน่ว่าจะเหมาะกับบุคคลอีกประเภทหนึ่ง อย่างมหาสติปัฏฐานสูตร อาตมาว่าพระพุทธเจ้าท่านสอนมนุษย์ต่างดาว คนก็ว่าพระอาจารย์เล็กเพี้ยน..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 20-11-2016 เมื่อ 02:47
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 192 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #126  
เก่า 19-11-2016, 20:16
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,957
ได้ให้อนุโมทนา: 73,796
ได้รับอนุโมทนา 3,152,534 ครั้ง ใน 22,309 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

มหาสติปัฏฐานสูตร พระพุทธเจ้าท่านเทศน์ที่หมู่บ้านกัมมาสธัมมะนิคมของชาวกุรุ เราต้องย้อนประวัติศาสตร์กลับไปในสมัยที่โลกยังมีพระเจ้าจักรพรรดิอยู่ พระองค์ท่านต้องแสดงพระราชอำนาจด้วยการปราบได้ในทวีปทั้ง ๔ แล้วกวาดต้อนเอาบุคคลของแต่ละทวีปมาเพื่อการแสดงซึ่งพระราชอำนาจ

บุคคลที่มาจากอุตรกุรุทวีป ท่านเอาไว้ที่แคว้นกุรุ บุคคลที่มาจากอมรโคยานทวีปเอาไว้ที่เมืองอมรปุระ บุคคลที่มาจากปุพวิเทหทวีปไว้ที่เมืองเทวทหะ ก็เมืองแม่ของพระพุทธเจ้า ฉะนั้น...ใครว่าพระพุทธเจ้าฉลาดเหนือมนุษย์ น่าจะเป็นมนุษย์ต่างดาว ก็ไม่ผิดหรอก คนแคว้นกุรุฉลาดขนาดไหน ? ฉลาดขนาดนกแขกเต้าที่เลี้ยงไว้ยังเจริญอสุภกรรมฐานเป็นปกติ พวกเราทำได้อย่างนกไหม ?

เราจะสังเกตว่าพอกล่าวถึงกายในกาย เราก็ได้อานาปานบรรพ คือลมหายใจเข้าออก กิริยาบถบรรพ สัมปชัญญบรรพ พวกนี้พอแตะถึง แต่พอไปถึงเวทนาในเวทนา จิตในจิต ธรรมในธรรม บางคนไปไม่เป็นเลย ก็เพราะท่านสอนเฉพาะชาวกุรุ เราเอาแค่อานาปานบรรพ คือลมหายใจเข้าออกก็พอแล้ว เพราะว่าทุกบรรพหรือว่าทุกตอน แต่ละตอนพระองค์ท่านลงท้ายจุดจบไว้ให้หมดแล้ว ทำจบก็เป็นพระอรหันต์ได้

พระองค์ท่านว่า นะ จะ กิญจิ โลเก อุปาทิยะติ เราจะไม่ยึดสิ่งใด ๆ ในโลกนี้ ปล่อยให้หมดแล้วจะเหลืออะไร ?
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 20-11-2016 เมื่อ 02:49
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 184 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #127  
เก่า 19-11-2016, 20:24
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,957
ได้ให้อนุโมทนา: 73,796
ได้รับอนุโมทนา 3,152,534 ครั้ง ใน 22,309 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "ในเรื่องของกรรมฐานอย่าโลภมาก ทำอย่างใดอย่างหนึ่งให้เห็นผลไปเลย แล้วของอื่นจะไม่ยาก แต่ถ้าทำแล้วยังไม่เห็นผลก็จะยากทุกประการ ฉะนั้น...อะไรที่ได้หลักแล้ว พอใจแก่ตัวเองแล้ว ก็ตั้งหน้าตั้งตาทำให้จบ จบแล้วถ้าไม่ขี้เกียจค่อยขยับมาทำอย่างอื่นต่อ"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 20-11-2016 เมื่อ 02:50
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 191 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #128  
เก่า 19-11-2016, 20:55
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,957
ได้ให้อนุโมทนา: 73,796
ได้รับอนุโมทนา 3,152,534 ครั้ง ใน 22,309 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "อย่ากลัวอ้วน แต่ให้รู้จักประมาณในการกิน ถ้าหากว่ากินน้อยแล้วอ้วนแสดงว่าระบบเมตาบอลิซึ่มในร่างกายของเราพิลึกกว่าชาวบ้านเขา แต่ก็ประหยัดดี ส่วนพวกกินมากแล้วไม่อ้วนอย่างอาตมาถือว่าเลี้ยงเสียข้าวสุก..!

สาว ๆ สมัยนี้จะไปคุ้มคลั่งอะไรกับการอดข้าว ? การลดน้ำหนักที่แน่นอนคือทำงานหรือไม่ก็ออกกำลังกาย ทำงานไปทั้งวันเช้ายันค่ำ ดูสิว่าจะอ้วนไหม ? ส่วนใหญ่ที่อ้วนก็คือนั่ง ๆ นอน ๆ กินเสร็จแล้วก็นั่งเขี่ยไลน์ นอนเขี่ยไลน์ ถ้าแบบนี้รับประกันว่าเดือนเดียวเห็นผล..!

อะไรที่พอดีจะมีประโยชน์ อะไรที่ไม่พอดีก็จะมีโทษ มีอยู่ช่วงหนึ่งที่เขาวิเคราะห์ว่าออกซิเจนทำให้ร่างกายสดชื่น คลอโรฟิลทำให้ร่างกายรับออกซิเจนได้มาก แล้วก็ให้พวกเราซื้อมากิน อาตมาเห็นว่ามีโทษแน่ ๆ เพราะพุทธเจ้าตรัสไว้ชัดเลยว่า มีธาตุไฟที่กระตุ้นร่างกายให้เจริญเติบโต และก็มีธาตุไฟที่ทำให้ร่างกายทรุดโทรมลง

อาตมาเห็นคนที่กินน้ำผัก กินคลอโรฟิล กินน้ำออกซิเจน เหี่ยวดูไม่ได้เลย ร่างกายเสื่อมเร็วกว่าปกติ เนื่องจากออกซิเจนเกิน ก็ไปผลาญเซลล์ในร่างกาย ดังนั้น...เราจะเห็นในพระอัจฉริยภาพของพระพุทธเจ้า ที่ทรงตรัสในเรื่องมัชฌิมาปฏิปทา ใช้ได้ทุกเรื่องจริง ๆ อะไรที่ไม่พอดี เกินหรือขาดก็จะก่อให้เกิดโทษ

แต่โยมคนนั้นเขาไม่รู้ตัวนะ ที่ไม่รู้ตัวเพราะว่าเหมือนกับเสพติดไปแล้ว เขาบอกว่าสดชื่นดี น่าจะอายุสั้นกว่าปกติไปหลายปี อยากแข็งแรงต้องออกกำลังกาย กินอาหารให้ถูกหลัก แต่ไม่ต้องกินครบ ๕ หมู่ อย่างอาตมาได้แค่หมู่ ๑ หมู่เดียว พระครูแสงเคยเดินหาอาหาร
กินแค่ ๒ หมู่ ยังบอกว่าขาอ่อนเลย โดยเฉพาะแค่สหกรณ์นิคม ๘๐,๐๐๐ ไร่ก็มีตั้ง ๒ หมู่ ไม่ต้องไปกินครบ ๕ หมู่หรอก ตายก่อนแน่ ๆ...!"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 20-11-2016 เมื่อ 02:54
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 196 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #129  
เก่า 21-11-2016, 20:57
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,957
ได้ให้อนุโมทนา: 73,796
ได้รับอนุโมทนา 3,152,534 ครั้ง ใน 22,309 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "สมัยก่อนเวลาอาตมาเจองูตัวใหญ่ ๆ ต้องดูก่อนว่าเป็นงูจริงหรืองูปลอม ส่วนใหญ่งูปลอมจะเป็นเจ้าที่เจ้าทางเทวดาอารักษ์ ต้องการจะข่มขู่พวกโลภมาก ก็ใช้วิธีแปลงเป็นงูตัวใหญ่ ๆ คนจะได้วิ่งหนีกัน

มีคนไปขุดกรุปราสาทหินทางอีสาน เปิดกรุออกมา ปรากฏว่าฝนกระหน่ำลงมา กำลังตั้งหน้าตั้งตาจะโกยของ ทำไมอยู่ ๆ ฟ้ามืด เงยหน้าขึ้นไป เห็นเกล็ดใต้ท้องงูพาดผ่านหลุมแทบจะปิดหลุมมิด แล้วหลุมกว้างขนาดผืนพรมตรงหน้าอาตมา (ประมาณ ๓ X ๕ เมตร) คราวนี้ไม่มีใครเอาสมบัติแล้ว วิ่งกันป่าราบอย่างเดียว

อาตมาไปเจอที่บึงลับแลก็เหมือนกัน ชูหัวขึ้นมาจากบึงเลยคอไปหน่อยเดียว หัวงูเสมอกับภูเขา..! แล้วถ้ามาทั้งตัวจะใหญ่ขนาดไหน ? ประเภทนั้นดีอยู่อย่างหนึ่งก็คือ ถ้าคุยกันรู้เรื่องก็ได้เพื่อนดีไปเลย ถ้าคุยกันไม่รู้เรื่องก็โกยเถอะโยม...!"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 22-11-2016 เมื่อ 03:30
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 185 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #130  
เก่า 21-11-2016, 21:06
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,957
ได้ให้อนุโมทนา: 73,796
ได้รับอนุโมทนา 3,152,534 ครั้ง ใน 22,309 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

มีคนมาสมัครบวช โดยบอกว่าเคยบวชมาจากที่อื่น "ขออภัยที่ไม่สามารถรับได้ เพราะรุ่นนี้ต้องการเฉพาะพระที่บวชงาน ๑๐๐ ปีหลวงปู่สาย หรือ ๑๐๐ ปีหลวงพ่อฤๅษีที่วัดท่าขนุนเท่านั้น บวชแล้วอาตมาไม่ได้กลัวว่าจะสึก แต่กลัวว่าจะอยู่ต่อ..! ก็คือ ถ้าไม่ได้รับการอบรมแล้วอยู่ต่อ เกิดทำผิดทำพลาดอะไรขึ้นมา จะพาอาตมาซวยไปด้วย

เอาเป็นว่างวดหน้าบวชถวายในหลวงครบ ๑๐๐ วันอีก ๘๙ รูป
ถึงคราวนั้นจะเปิดสมัครบวชแบบทั่วไป นัดล่วงหน้าเข้าวัดก่อนบวชสักอาทิตย์หนึ่ง จะได้ไปฝึกซ้อมอบรมกันก่อน"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 22-11-2016 เมื่อ 03:31
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 183 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #131  
เก่า 21-11-2016, 21:35
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,957
ได้ให้อนุโมทนา: 73,796
ได้รับอนุโมทนา 3,152,534 ครั้ง ใน 22,309 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

มีโยมมารับตะกรุดแม่ทัพของหลวงพ่อกวย "ได้ของแท้ไป คลำให้ขึ้นใจเลยนะว่าของแท้ลักษณะรูปร่างเป็นอย่างไร ถึงเวลาจะได้จำได้ อย่างนี้เรียกว่า "ลายห้าเสา" เชือกถักเขามีลายตะเข้ขบฟัน ลายห้าเสา ฯลฯ สารพัดลาย ของหลวงปู่ปานเป็นลายเสาเดี่ยวพันตัวเอง

อาตมามีตะกรุดหลวงปู่ปานอยู่ดอกหนึ่ง ท่านอุดผงวิเศษมาให้ด้วย คาดว่าอาจจะเป็นลูกศิษย์ทำเอง ก็คือ เวลาอุดผงพระของท่าน อุดไปอุดมาก็แอบอุดให้ตะกรุดของตัวเองไปด้วย แต่โลหะก็ใช่ ลายก็ใช่ รักก็ใช่ เอาเป็นว่าดอกนี้พิเศษกว่าเขาก็แล้วกัน "
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 22-11-2016 เมื่อ 03:33
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 183 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #132  
เก่า 21-11-2016, 21:39
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,957
ได้ให้อนุโมทนา: 73,796
ได้รับอนุโมทนา 3,152,534 ครั้ง ใน 22,309 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"ส่วนใหญ่ตะกรุดของหลวงปู่ปานเป็นลายมือของหลวงพ่อเจิม หลวงพ่อเจิมเป็นเจ้าอาวาสวัดบางนมโค หลวงปู่ปานเป็นพระลูกวัด หลวงปู่ปานไม่อยากมีภาระเลยให้หลวงพ่อเจิมเป็นเจ้าอาวาสแทน แต่ใคร ๆ ก็ว่าหลวงปู่ปานเป็นเจ้าอาวาสทั้งนั้น เขาเรียกหลวงพ่อใหญ่ คนรุ่นเก่า ๆ ที่อาวุโสมากเขาเรียกว่า ท่านใหญ่"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 22-11-2016 เมื่อ 03:33
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 183 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #133  
เก่า 21-11-2016, 21:46
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,957
ได้ให้อนุโมทนา: 73,796
ได้รับอนุโมทนา 3,152,534 ครั้ง ใน 22,309 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

มีโยมเอาพระสมเด็จบางขุนพรหมมาถวาย "แน่ใจแล้วนะ พระสมเด็จบางขุนพรหมถ้าราคาต่ำกว่าหกหลักนี่อาตมาให้เหยียบเลย

ที่ขำที่สุดก็คือ คุณตัวเล็กออกพระสมเด็จบางขุนพรหมองค์ละร้อย ตูจะสลบ...! วันก่อนก็เห็นมีขุนแผนผงพลายกุมารองค์ละร้อย อาตมาไปตรวจเห็นอยู่ ไม่รู้ว่าลงไปหรือยัง ? ถ้าลงไปคนที่รู้จักจะลังเลว่าจริงหรือปลอม ว่าจะให้ชักออกมาลงกระทู้ประมูลแทน"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 22-11-2016 เมื่อ 03:34
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 188 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #134  
เก่า 21-11-2016, 22:17
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,957
ได้ให้อนุโมทนา: 73,796
ได้รับอนุโมทนา 3,152,534 ครั้ง ใน 22,309 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวถึงเหรียญปาป้ามุม "เหรียญนี้ทหาร GI สร้างถวาย หลวงพ่อมุม วัดปราสาทเยอร์เหนือ วัตถุมงคลทุกชิ้นของหลวงพ่อมุมรับประกันยิงไม่ออก บรรดา GI เห็นทหารไทยโดนยิงเท่าไรไม่เป็นอะไรสักที ก็อยากได้วัตถุมงคลบ้าง เพื่อน ๆ จึงพาไปกราบหลวงพ่อมุม ปรากฏว่าลองแล้วเห็นว่ายิงไม่ออกจริง ๆ ก็เลยช่วยกันสร้างเหรียญถวายหลวงพ่อมุมรุ่นหนึ่ง

เหรียญรุ่นนี้ชื่อจะเป็นภาษาอังกฤษ เขียน PAPA MUM สร้างโดยศิษย์ GI อาตมาไม่รู้จักหลวงพ่อมุมสมัยนั้นหรอก พระครูแสงท่านแนะนำให้ เพราะตอนช่วงวัยรุ่นพระครูแสงเล่นวัตถุมงคลก่อน ไปหัดส่อง หัดดู รุ่นพี่ก็จะช่วยบอกว่าของแท้มีลักษณะอย่างไร ต้องศึกษาให้ครบ ท้ายสุดไปทดสอบพระถ้ำเสือพิมพ์ตุ๊กตาองค์หนึ่ง หลายคนบอกว่าปลอม เพราะสวยเกินไป แต่พอทดสอบตามที่เซียนใหญ่ท่านแนะนำ ปรากฏว่าใช่ อาตมาก็เลยรีบตะครุบไว้ ใช้ติดตัวอยู่หลายปี

ถ้าพิมพ์ใช่ เนื้อใช่ คราบกรุใช่ ไม้ตายสุดท้ายก็คือหยดน้ำลงไป ๑ หยด ถ้าหายวับไปเลยก็ของแท้ เพราะของแท้สร้างมานานจะแห้งสนิท ถ้าหยดลงไปแล้วค่อย ๆ ซึมหรือติดอยู่บนผิวก็ของปลอม ของบางอย่างถ้าสวยเกินไป เซียนก็ไม่กล้าจับ ตีว่าปลอมไว้ก่อน"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 22-11-2016 เมื่อ 03:37
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 184 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #135  
เก่า 23-11-2016, 08:44
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,957
ได้ให้อนุโมทนา: 73,796
ได้รับอนุโมทนา 3,152,534 ครั้ง ใน 22,309 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"อาตมาถวายพระผงสุพรรณเนื้อดำแก่หลวงพ่อสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ วัดพิชยญาติการาม สมัยที่ยังเป็นท่านเจ้าคุณพระธรรมโมลีอยู่ บอกว่า "หลวงพ่อครับ...องค์นี้สวยเกินไป ถ้าไม่ใช่ของแท้ผมขออภัยด้วยนะครับ ผมอาจจะตาไม่ถึง" หายไปเดือนกว่า เจอหน้ากันใหม่ กราบเรียนถามว่า "เป็นอย่างไรครับหลวงพ่อ ?" "เฮ้ย...แท้ว่ะ" ถูกใจท่านสุด ๆ บอกว่าไม่เคยเจอพระสวยขนาดนี้

พระกรุขนาดมีหน้ามีตา ที่ภาษาเซียนเรียกว่า "หูตากระพริบ" นั้นหายาก อาตมาก็ไม่เชื่อสายตาตัวเอง ต้องดูกันหลาย ๆ ตา อะไรที่สวยเกินไป คนส่วนใหญ่ไม่กล้าแตะ...กลัวพลาดแล้วเจ็บทั้งตัวเจ็บทั้งใจ"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 23-11-2016 เมื่อ 10:45
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 176 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #136  
เก่า 23-11-2016, 09:02
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,957
ได้ให้อนุโมทนา: 73,796
ได้รับอนุโมทนา 3,152,534 ครั้ง ใน 22,309 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "ตอนนี้อะไรที่เกี่ยวกับในหลวงขึ้นราคาหมด แต่อาตมาเตือนล่วงหน้ามาเป็นปีแล้ว จำกันได้ไหม ? ที่บอกว่าให้เก็บวัตถุ รูป หรือเหรียญในหลวงเอาไว้บ้าง"

ถาม : เขานิยมโชว์เหรียญในหลวงกัน ?
ตอบ : อาตมาไม่โชว์เหรียญหรอก ถ้าจะโชว์ต้องสมเด็จจิตรลดา องค์นี้พิมพ์เล็ก ปี ๒๕๐๘ ส่วนพิมพ์ใหญ่มีผู้หวังดีเอาทองคำแท่ง ๒๐ บาทแลกไปแล้ว องค์นี้ต้องคิดเยอะกว่าเพราะสวยกว่า

เจ้าของท่านไม่ให้หนังสือรับรองมา เพราะว่าหนังสือรับรองการพระราชทานเขาถือว่าเป็นเกียรติของวงศ์ตระกูล เขาสละให้มาแต่องค์พระ

ปี ๒๕๐๘ อาตมาเพิ่ง ๖ ขวบ องค์นี้ที่ชอบใจเพราะว่าใส่มวลสารเยอะ ลอยหน้าเพียบเลย เรื่องของเนื้อหา ของพิมพ์ทรง บางทีก็สามารถปลอมกันได้ แต่มวลสารปลอมไม่ได้

เป็นพระที่ฆราวาสสร้าง ไม่ผ่านการปลุกเสกโดยพระเกจิอาจารย์ เพียงแต่ในหลวงทรงอธิษฐานจิตไว้เท่านั้น ปัจจุบันนี้ราคาเป็นล้าน พิมพ์เล็กจะหายากเพราะว่าสร้างน้อยกว่า

__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 23-11-2016 เมื่อ 13:30
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 174 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #137  
เก่า 23-11-2016, 09:08
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,957
ได้ให้อนุโมทนา: 73,796
ได้รับอนุโมทนา 3,152,534 ครั้ง ใน 22,309 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ต้องบอกว่าอาตมามีวาสนากับในหลวง เพราะสมัยฆราวาสช่วงวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๓-๔-๕ ธันวาคม อาตมาจะถือศีลแปดถวายพระองค์ท่านสามวัน พวกเราเคยทำอะไรลักษณะแบบนี้ถวายพระองค์ท่านบ้างไหม ? ลองนึกดูว่าวัยรุ่นกำลังกินกำลังนอนต้องมาอดข้าว เป็นรสชาติของชีวิตเหมือนกันนะ

รักษาศีลแปด เจริญพระกรรมฐาน ถวายเป็นพระราชกุศล เพราะฉะนั้น...ไม่ต้องแปลกใจหรอกว่า ทำไมอาตมาขึ้นพระนิพพานครั้งแรกถึงได้เห็นในหลวงเป็นพระภิกษุมาขวางหน้า แสดงนิมิตให้เห็น
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 23-11-2016 เมื่อ 10:48
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 176 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #138  
เก่า 23-11-2016, 09:20
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,957
ได้ให้อนุโมทนา: 73,796
ได้รับอนุโมทนา 3,152,534 ครั้ง ใน 22,309 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

องค์ในหลวงบอกใบ้ให้พวกเราทราบว่า พระองค์ท่านเป็นพระโพธิสัตว์บำเพ็ญวิริยบารมี ตั้งแต่ตอนที่พระองค์ท่านออกเหรียญและหนังสือพระมหาชนก เพียงแต่วิริยบารมีของพระองค์ท่านนั้น เป็นไปในด้านที่ทำทุกอย่างเพื่อความอยู่ดีกินดีของประชาชน
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 23-11-2016 เมื่อ 10:48
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 178 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #139  
เก่า 23-11-2016, 09:33
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,957
ได้ให้อนุโมทนา: 73,796
ได้รับอนุโมทนา 3,152,534 ครั้ง ใน 22,309 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระสมเด็จจิตรลดาพิมพ์เล็กจะสร้างน้อยกว่า แต่ถึงจะสร้างน้อย อาตมาก็มีสององค์นะ...! เพียงแต่อีกองค์อาตมายังไม่ได้เลี่ยมทองเท่านั้น ถ้ามีใครหอบทองแท่ง ๒๐ บาทมาให้ อาตมาจะตัดใจสละอีกองค์หนึ่งให้ แต่ต้องเอาไปเลี่ยมเองนะ
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 23-11-2016 เมื่อ 10:49
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 174 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #140  
เก่า 23-11-2016, 15:40
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,957
ได้ให้อนุโมทนา: 73,796
ได้รับอนุโมทนา 3,152,534 ครั้ง ใน 22,309 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ใส่บาตรพระแถวบ้าน ถือว่าเป็นสังฆทานไหมครับ ?
ตอบ : ถ้าไม่ตั้งใจว่าจะใส่ใครก็เป็นสังฆทาน ต่อให้พระรูปเดียวก็เป็นสังฆทาน แต่ถ้าตั้งใจจะว่าจะใส่หลวงปู่รูปนั้น หลวงพ่อรูปนั้น ก็ได้แค่ปาฏิกบุคลิกทาน

ถาม : ถ้าเกิดท่านรับไปแล้วเข้ากุฏิ ไปฉันรูปเดียวเป็นของตัวเอง ?
ตอบ : นั่นเรื่องของท่าน เราจะไปเดือดร้อนอะไรกับท่านด้วย เราตั้งใจถวายเป็นสังฆทาน ส่วนท่านจะทำอย่างไรก็แล้วแต่เวรแต่กรรมของท่าน

ส่วนใหญ่วัดต่าง ๆ ที่ไม่รู้จริง ที่ครูบาอาจารย์ไม่ได้อบรมมา เวลาบิณฑบาตก็มักจะไปฉันคนเดียว โอกาสที่จะเป็นโทษมีมาก เพราะถ้าเขาตั้งใจถวายเป็นสังฆทาน เท่ากับไปน้อมลาภของสงฆ์มาเพื่อตน

แต่บางที่ก็ระบุชัดจนกระทั่งอาตมาก็สยอง เคยตามพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดท่าซุง ไปบ้านโยมสันต์ ภู่กร ที่พิษณุโลก เขาใช้คำว่า "ขอน้อมถวายแด่พระอริยสงฆ์" อาตมาก็มองหน้าเพื่อนพระ "แล้วกูจะได้แดกไหมนี่ ?" เพื่อนพระก็สุดยอดมาก "มึงก็เป็นสักพักสิวะ" ก็จริงของเขานะ ตอนฉันก็พยายามเกาะพระนิพพานไว้ก็แล้วกัน ไม่อย่างนั้นไปกินของเขาเป็นโทษแน่ ๆ
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 23-11-2016 เมื่อ 17:17
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 167 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 13:28



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว