กระดานสนทนาวัดท่าขนุน

กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เทศน์ช่วงทำกรรมฐาน

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 21-01-2020, 08:18
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 23,058
ได้ให้อนุโมทนา: 87,097
ได้รับอนุโมทนา 3,684,432 ครั้ง ใน 26,516 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default เทศน์ช่วงทำกรรมฐาน วันศุกร์ที่ ๓ มกราคม ๒๕๖๓

ให้ทุกคนตั้งกายให้ตรง กำหนดสติคือความรู้สึกของเราไว้ที่ลมหายใจเข้าออก หายใจเข้า..ให้ความรู้สึกทั้งหมดของเรา ไหลตามลมหายใจเข้าไป หายใจออก..ให้ความรู้สึกทั้งหมดของเรา ไหลตามลมหายใจออกมา จะใช้คำภาวนาอะไรก็ได้ ที่เรามีความถนัด มีความชำนาญมาแต่เดิม

วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ ๓ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๓ เป็นการเจริญกรรมฐานต้นเดือนวันแรกของปีใหม่ คราวนี้สิ่งหนึ่งที่ท่านทั้งหลายจะลืมไม่ได้ก็คือว่า ปีเก่าปีใหม่หมุนเวียนเปลี่ยนไป ซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่มีที่สิ้นสุด ตราบใดที่เรายังเวียนว่ายตายเกิดอยู่ก็จะเป็นเช่นนี้

โดยเฉพาะปีใหม่ที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุอันตรายจำนวนมาก ในช่วงระยะเวลา ๓-๔ วันล้มตายไป ๓๐๐ กว่าศพ บาดเจ็บอีกเกือบ ๔,๐๐๐ คน เราจะเห็นชัดว่าการดำรงชีวิตอยู่นั้น เต็มไปด้วยความน่ากลัว เต็มไปด้วยภัยอันตรายต่าง ๆ เกิดอีกกี่ครั้งภัยเหล่านี้ก็ปรากฏแก่เราทั้งนั้น

อย่างที่เมื่อครู่ก่อนปฏิบัติธรรมได้กล่าวถึง เรื่องของดาวดวงอื่นที่มีมนุษย์อยู่ว่า เขามีวิทยาการก้าวหน้ากว่าเราเป็นแสนปี แล้วอยู่ ๆ ก็โดนอุกกาบาตยักษ์พุ่งเข้าถล่ม ดังนั้น..ต่อให้วิทยาการก้าวหน้าขนาดไหน ภัยอันตรายต่าง ๆ ก็มาถึงได้เสมอ เพราะว่าสิ่งทั้งหลายเหล่านี้เกิดจากการกระทำของเราเอง การกระทำนั้นภาษาบาลีเรียกว่า กัมมะ เรียกสั้น ๆ แบบไทยว่า กรรม
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 05-02-2020 เมื่อ 18:59
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 33 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 05-02-2020, 21:09
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 23,058
ได้ให้อนุโมทนา: 87,097
ได้รับอนุโมทนา 3,684,432 ครั้ง ใน 26,516 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

คราวนี้กรรมจะเกิดได้ต้องประกอบไปด้วยกิเลส ก็คือ รัก โลภ โกรธ หลง นี่เอง เมื่อมีความ รัก โลภ โกรธ หลง เป็นตัวชักจูง เราก็ก่อกรรมทั้งดีและชั่วตามแต่การชักจูงของกิเลสในช่วงนั้น ๆ คราวนี้เมื่อเราทำแล้วผลของการกระทำนั้นไม่ได้ไปไหน หากแต่คอยตอบแทนเราอยู่ เหมือนรอยเกวียนที่เคลื่อนตามรอยเท้าโคไปด้วย

ในส่วนของผลตอบแทนของการกระทำนั้น ภาษาบาลีเรียกว่า วิปากะ ภาษาไทยเรียกว่า วิบาก คือการส่งผลของกรรม เมื่อกรรมส่งผล กิเลสก็ชักนำให้เรากระทำอีก เมื่อเกิดการกระทำ ผลกรรมก็ส่งผลให้เราอีก อยู่ในลักษณะของ กิเลส..กรรม...วิบาก กิเลส...กรรม...วิบาก ฯลฯ หมุนเวียนเปลี่ยนไปไม่รู้จบ จนกว่าจะสามารถถอนตัวของเราเองออกนอกสังสารวัฏ คือการเวียนว่ายตายเกิด ถึงจะพ้นจากกงกำกงเกวียนนี้ได้

คราวนี้การที่เราจะไปให้พ้นจากกิเลส กรรม และวิบาก ก็คือต้องเห็นทุกข์เห็นโทษของร่างกายนี้ เห็นทุกข์เห็นโทษของการเกิดมาในโลกนี้ ดังที่ได้กล่าวแล้วว่า เกิดมาก็พบแต่ภัยอันตรายอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่ลืมตาตื่นขึ้นมาจนหลับตาลงไป ไม่มีเวลาไหนที่ภัยเหล่านี้ไม่คุกคามเราเลย อย่างไม่มี ๆ ร่างกายก็ทรุดโทรมไปทุกวินาที ภัยของความแก่ ภัยของสภาวะร่างกาย ก็คอยที่จะเบียดเบียนทำให้เราก้าวเข้าไปสู่ความเสื่อมตลอดเวลา ถ้าเราสามารถมีปัญญามองเห็นชัด สามารถถอนความยินดีความพอใจในร่างกายนี้ได้แล้ว เราก็จะสามารถล่วงพ้นจากกองทุกข์เข้าสู่พระนิพพานได้
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 06-02-2020 เมื่อ 02:54
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 26 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 05-02-2020, 21:15
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 23,058
ได้ให้อนุโมทนา: 87,097
ได้รับอนุโมทนา 3,684,432 ครั้ง ใน 26,516 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

คราวนี้การที่ปัญญาจะเกิด จำเป็นจะต้องมีสมาธิที่ตั้งมั่น เพื่อให้สภาพจิตของเรานิ่ง ผ่องใส สะอาด สว่าง สงบ จึงจะสามารถพิจารณาพบเห็นหลักธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ตรัสไว้ว่า สัพเพ สังขารา อนิจจา สังขารทั้งหลายไม่เที่ยง สัพเพ สังขารา ทุกขา สังขารทั้งหลายประกอบไปด้วยความทุกข์ สัพเพ ธัมมา อนัตตา ธรรมทั้งหลายไม่มีสิ่งให้ยึดถือมั่นหมายเป็นตัวตนเราเขาได้

การที่สมาธิของเราจะทรงตัวจนกระทั่งก่อเกิดปัญญาได้ เราจะต้องรักษาศีลเป็นปกติ บุคคลทั่วไปรักษาศีล ๕ อุบาสกอุบาสิการักษาศีล ๘ สามเณรรักษาศีล ๑๐ พระภิกษุสงฆ์รักษาศีล ๒๒๗ ข้อ ต้องระมัดระวังอยู่เสมอที่จะไม่ละเมิดศีลด้วยตนเอง ไม่ยุยงส่งเสริมให้ผู้อื่นละเมิด และไม่ยินดีเมื่อเห็นผู้อื่นละเมิดศีล

การที่เราระมัดระวัง กาย วาจา ใจ ของเรา ไม่ให้ล่วงละเมิดศีลทั้งโดยตนเอง ทั้งยุยงให้ผู้อื่นละเมิด และทั้งยินดีในการที่ผู้อื่นละเมิด เราจะระงับยับยั้งได้ก็ต่อเมื่อสติทรงตัว สติการระลึกรู้ของเราเมื่อจดจ่อระมัดระวังอยู่ สมาธิก็จะเกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติ แต่การที่ไปรอให้สมาธิเกิดโดยอัตโนมัติ บางทีก็ช้าเกินไป เราจึงต้องมาตามดูตามรู้ลมหายใจเข้าออก ให้ความรู้สึกทั้งหมดของเราจดจ่ออยู่กับเฉพาะหน้า ตอนนี้ เดี๋ยวนี้ ถ้าเราสามารถทำได้ สภาพจิตก็จะค่อย ๆ นิ่งสงบ ทรงเป็นอัปปนาสมาธิ ตั้งแต่ปฐมฌานละเอียดขึ้นไป ก็สามารถใช้งานในการตัดกิเลสได้ สามารถช่วยให้มีปัญญารู้เห็นตามสภาพความเป็นจริงได้

ดังนั้น...การที่เราจะล่วงพ้นจากกองทุกข์ ก็จำเป็นที่จะต้องเคี่ยวเข็ญตนเองให้รักษาศีล เจริญสมาธิภาวนา เมื่ออารมณ์ใจทรงตัวแล้ว ก็เอากำลังในการภาวนามาพินิจพิจารณา ตัดร่างกายของเรา หรือตัดความยินดีในการมาเกิดในร่างกายนี้ ตัดความยินดีในการมาเกิดในโลกนี้ ถ้าสามารถตัดให้เด็ดขาดเป็นสมุจเฉทปหาน พระนิพพานก็จะเกิดขึ้นกับท่านทั้งหลายเอง

ลำดับต่อไปให้ท่านทั้งหลายตั้งใจภาวนาและพิจารณาตามอัธยาศัย จนกว่าจะได้รับสัญญาณบอกว่าหมดเวลา


พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เทศน์ช่วงทำกรรมฐาน ณ บ้านบ้านเติมบุญ
วันศุกร์ที่ ๓ มกราคม ๒๕๖๓

(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย ทาริกา)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 06-02-2020 เมื่อ 12:55
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 24 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า 05-02-2020, 21:16
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 23,058
ได้ให้อนุโมทนา: 87,097
ได้รับอนุโมทนา 3,684,432 ครั้ง ใน 26,516 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ลงไว้เมื่อเดือนที่แล้วก็ลืม ข้ามไปกรรมฐานวันเสาร์เลย
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 17 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 15:16



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว