กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > เก็บตกจากบ้านเติมบุญ

Notices

เก็บตกจากบ้านเติมบุญ เก็บข้อธรรมจากบ้านเติมบุญมาฝาก สำหรับผู้ที่ไม่มีโอกาสเดินทางไป

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #41  
เก่า 10-01-2017, 17:17
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,647
ได้ให้อนุโมทนา: 61,857
ได้รับอนุโมทนา 2,772,966 ครั้ง ใน 19,913 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "คุณชยาคมน์เป็นคนมีความสม่ำเสมอมาก เฉพาะเรื่องของบ้านเติมบุญนี้ทุ่มเทมาหลายเดือน ต้องบอกว่าทำงานหนักเกินกำลัง แต่ไม่เห็นยุบเลย สามารถรักษาน้ำหนักได้อย่างสม่ำเสมอมาก"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 10-01-2017 เมื่อ 19:40
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 204 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #42  
เก่า 10-01-2017, 17:21
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,647
ได้ให้อนุโมทนา: 61,857
ได้รับอนุโมทนา 2,772,966 ครั้ง ใน 19,913 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "มีใครเดินทางไกลขึ้นบ้าง ? หรือว่าส่วนใหญ่ใกล้ขึ้น ? ปกติก็ไม่ค่อยได้อยู่กรุงเทพฯ กันอยู่แล้ว...ใช่ไหม ? อาตมาขอยืนยันว่าบ้านวิริยบารมีไม่ได้อยู่กรุงเทพฯ นะ แต่อยู่ธนบุรี กรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวง ธนบุรีเป็นเมืองหลวง แต่หลังจากที่ความเจริญไล่มาใกล้เคียงกัน เขาก็ยุบกรุงเทพฯ กับธนบุรีรวมกัน มีอยู่ระยะหนึ่งประมาณปีกว่า ๆ ใช้ชื่อว่านครหลวงกรุงเทพธนบุรี ปรากฏว่าชื่ออาจจะยาวไป ภายหลังเลยเปลี่ยนใหม่เป็นกรุงเทพมหานคร

ฉะนั้น...ถ้าใครเกิดทันรุ่นนครหลวงกรุงเทพธนบุรีก็โปรดทราบว่า แก่พอกับอาตมานี่แหละ ต้องรีบไม่รู้...ใช่ไหม ? ก่อนหน้านั้นเป็นจังหวัดธนบุรีกับกรุงเทพฯ ตอนนี้ความเจริญก้าวออกมาเรื่อย

เราอยู่นนทบุรีนะ ชายขอบเลยด้วย แต่ความรู้สึกก็ยังรู้สึกเหมือนกับอยู่กรุงเทพฯ เพราะว่า Central West gate อยู่เลยตรงนี้ไปหน่อย ๓ สถานีรถไฟเอง ใครยังไม่เคยไป West gate ก็ไปเที่ยวซะ เดินกันให้ขาลากไปเลย เสียดายว่าเขาไม่ให้พระเดินห้าง ไม่อย่างนั้นอาตมาจะลองไปเดินดู West gate คือประตูตะวันตก

แต่บ้านนี้สำหรับอาตมาแล้วใกล้ขึ้นเยอะเลย เพราะว่าจากตรงนี้ก็วิ่งออกทางเส้นบางบัวทอง ไปถึงเส้นตลิ่งชันสุพรรณบุรี ก็เลี้ยวซ้ายเข้าสี่แยกนพวงศ์ ไปไทรน้อย บางเลน กำแพงแสน พนมทวน ก็ถึงกาญจนบุรีแล้ว"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 10-01-2017 เมื่อ 19:42
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 204 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #43  
เก่า 10-01-2017, 17:31
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,647
ได้ให้อนุโมทนา: 61,857
ได้รับอนุโมทนา 2,772,966 ครั้ง ใน 19,913 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "อาตมากำลังรอดูว่าจะมีใครรู้จักของไหม ? ปรากฏว่าล้อมเดชจองทันทีเลย หลวงพ่อกลั่น วัดอินทราวาส ความจริงท่านดังเรื่องปลัดขิกมาก แต่พวกเราส่วนใหญ่แล้วรักเดียวใจเดียว ถึงเวลาเลยไม่รู้จักท่าน"



ปลัดขิก (ตัวครู) หลวงพ่อกลั่น วัดอินทราวาส
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 10-01-2017 เมื่อ 19:43
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 197 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #44  
เก่า 10-01-2017, 18:51
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,647
ได้ให้อนุโมทนา: 61,857
ได้รับอนุโมทนา 2,772,966 ครั้ง ใน 19,913 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "ความจริงอาตมาตั้งใจจะเอามีดหมอไปหลอมทำชนวนอีก แต่เสียดายของเพราะว่าหายากจริง ๆ แล้วที่หลอม ๆ ไปก็มีหลายด้ามที่ไม่ยอมละลาย ถ้าพวกเราดูในรายการจะเห็นว่า หลวงปู่หลวงพ่อหลายท่าน ต้องบอกว่าฝีมือก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนกว่าเขาหรอก เพียงแต่ว่าขอขมาแล้วหลอม ท่านยอมก็ละลาย ส่วนบางท่านนี่หลอมให้ตายก็ไม่ละลาย"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 10-01-2017 เมื่อ 19:44
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 205 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #45  
เก่า 10-01-2017, 19:07
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,647
ได้ให้อนุโมทนา: 61,857
ได้รับอนุโมทนา 2,772,966 ครั้ง ใน 19,913 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

มีผู้เอาดอกบัวมาผิดประเภท พระอาจารย์กล่าวว่า "มาว่าเรื่องดอกบัวกันใหม่ บัวไทยมีบัวหลวง มีบัวสาย แล้วก็มีบัวผันบัวเผื่อน

บัวหลวงสีขาว คนไทยเรียก ปุณฑริก หรือ ปุณฑริกา บัวหลวงสีแดง คนไทยเราเรียกว่า ปัทมา

ตระกูลบัวสาย บัวสายสีขาว เรียกว่า โกมุท หรือ กมุท บัวสายสีแดง เรียกสัตตบุษย์ หรือ สัตตบรรณ

ตระกูลบัวผันบัวเผื่อน ถ้าสีเหลืองเรียกว่า จงกลนี ถ้าสีน้ำเงิน เรียก นิลุบล หรือ นิโลตบล เฮ้อ...เริ่มรู้แล้วใช่ไหมว่าอะไรเป็นอะไร ? พอแยกไม่ออกก็ไม่รู้ว่าคืออะไร...มั่วไปหมด"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 10-01-2017 เมื่อ 19:46
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 204 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #46  
เก่า 11-01-2017, 14:31
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,647
ได้ให้อนุโมทนา: 61,857
ได้รับอนุโมทนา 2,772,966 ครั้ง ใน 19,913 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวถึงโยมที่มาถวายของขวัญปีใหม่ว่า "เฮียจั๊วเป็นนายช่างที่ทำมณฑปสามยอดในศาลา ๑๐๐ ปี ที่พวกเราเห็นสวยงามอลังการนั่นแหละ ต้องฝีมือระดับอายุ ๗๐-๘๐ อย่างนี้แหละ พวกเราจะเรียกปู่ก็ได้ แต่อาตมาเรียกเฮีย เพราะพี่ชายใหญ่ของอาตมาอายุ ๙๑ ปีแล้ว

ช่างชุดนี้สมัยในหลวงรัชกาลที่ ๙ ยังอยู่ ทรงขอไปซ่อมพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เฮียเก็บแบบไว้หรือเปล่า ? อาตมากำลังมองที่อยู่ผืนหนึ่ง ราคาแพงไปหน่อย ๖๐ ล้านบาท แต่ถ้ามีใครเป็นเจ้าภาพอาตมาจะซื้อไว้ แต่อย่าจ่ายมาร้อยเดียวนะ ฆ่าตายเลย...! หมายถึงว่าเจ้าภาพจ่ายมา ๖๐ ล้านบาท อาตมาจะซื้อที่นั่นแหละ แล้วจะสร้างปราสาท ๙ ยอดแบบเมรุในหลวง จะเอาไว้ตั้งพระบรมสารีริกธาตุให้คนบูชา ได้แค่คิดเฉย ๆ ห้ามโมทนา เพราะยังไม่ได้ทำ..!

ตอนนี้ทางวัดท่าขนุนหุ้มทองพระเจดีย์อยู่ ให้เขาทำเป็นทองจังโกทางเหนือ ช่างที่ทำเป็นช่างที่หุ้มทองพระธาตุดอยสุเทพกับพระธาตุหริภุญไชย เขายืนยันบอกว่าเป็นหลังแรกของภาคกลาง เขาเลยคิดถูกหน่อย คิดแค่ ๙.๘ ล้านบาท"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 11-01-2017 เมื่อ 16:06
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 203 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #47  
เก่า 11-01-2017, 15:14
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,647
ได้ให้อนุโมทนา: 61,857
ได้รับอนุโมทนา 2,772,966 ครั้ง ใน 19,913 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พูดถึงเรื่องถวายเม็ดเงิน "อยู่ ๆ คณะสงฆ์วัดท่าขนุนก็ช่วยกันถวายไป ๕ กิโลกรัม ไม่รู้เหมือนกันถวายได้อย่างไร ? เพราะเจ้าอาวาสไม่รู้เรื่อง แล้วก็อุตส่าห์ใช้คำว่าคณะสงฆ์วัดท่าขนุน ต้องบอกว่าแอบอ้างใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ...(รวมถวายไปหกกิโลกรัมแล้วครับ)... เป็นของวัดพุทธบริษัทกิโลกรัมหนึ่ง ไม่ต้องมาแหกตากู...!"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 11-01-2017 เมื่อ 16:07
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 198 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #48  
เก่า 11-01-2017, 15:15
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,647
ได้ให้อนุโมทนา: 61,857
ได้รับอนุโมทนา 2,772,966 ครั้ง ใน 19,913 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "ญาติโยมอาจจะเดินทางลำบากขึ้น แต่อาตมาเดินทางสะดวกขึ้น เพราะว่าใกล้ขึ้นมามาก ขณะเดียวกันใครที่ออกจากกาญจนบุรีเพื่อจะมาที่นี่ ให้ไปนั่งรถตู้สายหมอชิต จะวิ่งผ่านที่นี่เลย แล้วรถตู้เขาก็บอกด้วยว่า ถ้าจะกลับก็จองตั๋วไว้แล้วโทรแจ้งด้วยว่าจะกลับวันไหน เขาจะแวะมารับ"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 11-01-2017 เมื่อ 16:08
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 200 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #49  
เก่า 11-01-2017, 15:21
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,647
ได้ให้อนุโมทนา: 61,857
ได้รับอนุโมทนา 2,772,966 ครั้ง ใน 19,913 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "อยู่บ้านหลังนี้มีอะไรให้ตื่นเต้นตลอด คืนแรกที่นอนก็มีแท็กซี่ชนกันฝั่งตรงข้าม อาตมาก็เลยโผล่ไปดูหน่อยว่าโดนเพราะอะไร คาดว่ามีลูกค้าเรียกอยู่หน้าโรงแรมแล้วเบรกกะทันหัน รถตามหลังมาเลยเสยจนหมุนไปครึ่งรอบ

วันต่อมาก็มี "เด็กแว้น" แข่งรถกันเสียงดังสนั่นหวั่นไหว เสียงดังนี่สามารถทำลายไปถึงระดับเนื้อเยื่อ และอาจจะถึงดีเอ็นเอด้วย แต่ยังพิสูจน์ไม่ได้ นักวิทยาศาสตร์เขาทดลองเอาน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติมา มีผลึกรูปแบบหนึ่ง พอเอามาสวดมนต์เสกทำน้ำมนต์เสร็จแล้วก็แช่แข็ง ผลึกออกมาสวยงามกว่าอีก แต่พอไปเปิดเพลงร็อกเฮฟวี่เมทัลใส่ไป ปรากฏว่าผลึกกะรุ่งกะริ่งหมด แล้วคนฟังไปได้อย่างไร ? ขนาดน้ำยังรับไม่ได้เลย"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 11-01-2017 เมื่อ 16:09
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 202 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #50  
เก่า 11-01-2017, 15:24
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,647
ได้ให้อนุโมทนา: 61,857
ได้รับอนุโมทนา 2,772,966 ครั้ง ใน 19,913 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "ปีนี้วัดท่าขนุนส่งสอบพระคู่สวด ๔ รูป จะได้มีใช้งานเป็นของเราเอง ไม่ต้องไปเสียเวลาไปยืมวัดอื่น รุ่นเก่า ๆ ที่มีใบขับขี่ (ตราตั้งพระคู่สวด) ก็ไปเป็นเจ้าอาวาสกันหมดแล้ว จะเป็นพระคู่สวดต้องมีหนังสือแต่งตั้ง จะเป็นพระอุปัชฌาย์ต้องสอบอย่างน้อย ๔ รอบ ถ้ารวมระดับอำเภอด้วยก็ ๕ รอบ

ตอนนี้อาตมากลายเป็นพระอุปัชฌาย์ใหม่ซึ่งเป็นที่นิยมมาก หลวงพ่อมณฑลมาถึง "บวชบ้างหรือยัง ? ผมจะเอาพระมาบวชด้วย" "หลวงพ่อมาช้าไปครับ ผมบวชไป ๔๐๐ กว่ารูปแล้ว...!"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 11-01-2017 เมื่อ 16:12
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 198 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #51  
เก่า 11-01-2017, 15:41
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,647
ได้ให้อนุโมทนา: 61,857
ได้รับอนุโมทนา 2,772,966 ครั้ง ใน 19,913 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "ตอนนี้มีแต่คนเห็นพระเจดีย์วัดท่าขนุนไม่ได้เห็นเมรุ เขาถามว่า "สร้างพระเจดีย์ทำไมไม่บอกกันบ้าง ?" อาตมาสร้างเมรุดันเห็นเป็นพระเจดีย์ไปได้...!

ขอแจ้งข่าวดีให้ทุกท่านทราบว่า จากที่ตั้งงบประมาณสร้างเมรุไว้ที่ ๑๕ ล้านบาท ตอนนี้จ่ายไป ๒๒ ล้านเศษแล้วยังไม่เสร็จดี เพราะว่าเทพื้นรอบแล้วก็ทำลานจอดรถเพิ่มไปอีกเกือบ ๒ ล้านบาท หลังจากนั้นก็ยังมีห้องกระจกที่ตั้งใจจะติดเครื่องปรับอากาศ เพื่อให้บรรดาแขกผู้ใหญ่ที่เขาไปร่วมงานจะได้มีที่สบาย ๆ ไว้นั่งหน่อย

เหตุที่สร้างเมรุหลังนี้ขึ้นมาก็เพราะทองผาภูมินั้นมีแขกผู้ใหญ่ไปมากันเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นระดับรัฐมนตรี นายพล นายพัน ตลอดจนกระทั่งผู้บังคับบัญชาหน่วยงานต่าง ๆ ถึงเวลาไปเป็นเกียรติให้กับงาน แล้วปรากฏว่ามีแต่เมรุเล็ก ๆ สภาพโทรม ๆ ดูไม่ได้ ในเมื่อไม่มีใครทำ อาตมาก็เลยตัดสินใจทำเสียเอง ถึงเวลาญาติโยมมาเผาศพ จะได้ไม่ต้องไปอายแขกผู้ใหญ่ แล้วไม่ต้องกังวลว่าราคาจะแพง เพราะเผาให้ฟรี"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 11-01-2017 เมื่อ 16:14
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 197 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #52  
เก่า 11-01-2017, 19:33
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,647
ได้ให้อนุโมทนา: 61,857
ได้รับอนุโมทนา 2,772,966 ครั้ง ใน 19,913 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "ความจริงอาตมามีพระราหูหลวงพ่อน้อย ยุคแรก เป็นขนาดใหญ่ แต่กลัวว่าถ้าลงกระทู้ไปแล้วคนจะตกใจ เพราะราคาแพง เป็นเรื่องแปลกว่าของเล็ก ๆ ติดตัวว่าแพงแล้ว ของใหญ่ ๆ ประเภทติดบ้านนี่กลับแพงกว่า

เรื่องของดวงตราราหู ถ้าเอาตามบันทึกประวัติศาสตร์ก็ต้องดูพระอภัยมณี ที่เจ้าย่องตอดเข้าไปจะเล่นงานนางละเวง มาเจอตราราหูเข้าเผ่นเลย ย่องตอดเป็นอสุรกายเล็ก ๆ เท่านั้นเอง ไปเจอเทพอสูรอย่างราหูเข้าก็อยู่ไม่ได้หรอก รู้ว่าคนนี้เป็นเด็กเส้นของเจ้านาย เผ่นเลย...ไม่อยู่แล้ว

สรุปว่าอาตมาเล่าไปโยมก็ไม่รู้ เพราะว่าอ่านพระอภัยมณี
กันไม่จบ...ใช่ไหม ? มีโคตรเพชรเม็ดเท่าหัวปลี โอ้...พระเจ้า เด็กสมัยหลังเขียน "หัวปลี" บอกว่าผิด ต้อง "หัวปี" ถึงจะถูก เออ...เอาเข้าไป อาตมาอ่านพระอภัยมณีจบเล่มใหญ่ตอนอยู่ชั้น ป. ๕ สมัยนั้นหนังสือเล่มไหนไม่มีชื่อเด็กชายเล็กยืมนี่ไม่มีหรอก อ่านทุกเล่ม อ่านจนบรรณารักษ์กลัว"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 11-01-2017 เมื่อ 19:53
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 195 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #53  
เก่า 11-01-2017, 20:13
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,647
ได้ให้อนุโมทนา: 61,857
ได้รับอนุโมทนา 2,772,966 ครั้ง ใน 19,913 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "สมเด็จพระสังฆราช (อยู่) วัดสระเกศ เป็นสุดยอดหมอดู เพราะเป็นหมอดูที่สามารถบอกได้เกินตำรา แบบเดียวกับหลวงปู่จง วัดหน้าต่างนอก

สมเด็จพระสังฆราชญาโณทโยมหาเถระ วัดสระเกศ ท่านบอกว่าท่านจะตายวันนั้น เดือนนั้น ปีนั้น เวลาฟ้าร้องพอดี ตำรามีแบบนี้หรือวะ ? คนเขาบอกว่าท่านเก่งหมอดู ดูแม่นมาก มีหมอดูที่ไหนบอกได้ว่าวันนั้นเวลานั้นฟ้าจะร้อง ?

ตอนช่วงที่ท่านเป็นสมเด็จพระราชาคณะแล้ว อายุตั้ง ๙๐ พรรษาแล้ว อายุยืนมาก ตอนนั้นสมเด็จพระสังฆราชกิตติโสภณมหาเถระ เป็นสมเด็จพระสังฆราช ทำบุญฉลองอายุ ๗๒ พรรษา ถึงเวลาสวดมนต์เสร็จก็นั่งฉันวงเดียวกัน สมเด็จพระสังฆราชวัดสระเกศก็บอกว่า "เมื่อคืนผมตรวจดูตัวเอง ผมจะได้เลื่อนอีกขั้นหนึ่ง" ตัวเองเป็นสมเด็จพระราชาคณะสุพรรณบัตร เลื่อนอีกชั้นหนึ่งก็ต้องเป็นพระสังฆราชนะสิ..!

สมเด็จพระสังฆราช วัดเบญจฯ ก็เลยประชดว่า "เลื่อนเข้าโกศกระมัง ?" ว่าอย่างนั้น ปรากฏว่าหลังจากนั้นไม่กี่วันสมเด็จพระสังฆราช วัดเบญจฯ อายุ ๗๒ ปีสิ้นพระชนม์ สมเด็จฯ วัดสระเกศ อายุ ๙๐ ปี เป็นสมเด็จพระสังฆราชอีก ๒ ปี ท่านแม่นเกินเหตุจริง ๆ"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 11-01-2017 เมื่อ 20:28
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 197 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #54  
เก่า 11-01-2017, 20:15
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,647
ได้ให้อนุโมทนา: 61,857
ได้รับอนุโมทนา 2,772,966 ครั้ง ใน 19,913 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"แบบเดียวกับหลวงปู่จง วัดหน้าต่างนอก กำนันเถาขึ้นเหนือหายไปเป็นเดือน ปกติกำนันเถาจะเป็นตัวป่วนประจำตำบลบางนมโค ตอนนั้นหลวงปู่ปานมรณภาพแล้ว ไม่มีใครปราบกำนันเถา เมียก็มาร้องห่มร้องไห้กับหลวงปู่จง เอาดอกไม้ธูปเทียนมาบอกว่า "หลวงพ่อเจ้าขา ช่วยดูพี่เถาให้หน่อยว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร หายขึ้นเหนือไปเป็นเดือนแล้ว" ห่วงผัวตายหรือห่วงผัวจะได้สาวเหนือมาก็ไม่รู้ ?

หลวงปู่จงเปิดตำราพรหมชาติ แล้วอ่านว่า "สิทธิการิยะ พระท่านว่ากำนันเถาเอาเรือมาจอดที่หน้าบ้านแล้ว" แล้วท่านก็เอากระดาษคั่นไว้ เมียได้ยินดีใจ กราบลาได้กลับบ้านเลย รุ่งขึ้นเอาปิ่นโตมาถวายเพล บอกว่าพี่เถากลับมาเวลาที่หลวงพ่อบอกพอดี ส่วนหลวงพ่อวัดท่าซุงท่านก็แปลกใจ ตำราอะไรบอกได้ขนาดนี้ ?

หลวงปู่จงท่านเอากระดาษคั่นไว้ก็ไปเปิดดู กลายเป็นนาคสมพงษ์ตำราหาคู่ สรุปแล้วพระที่บอกเกินตำราได้นี่หายากนะ ไม่ต้องไปสงสัยว่าท่านรู้ได้อย่างไร ท่านก็บอกว่าท่านอ่านตามตำรา ตอนเราไปอ่านไม่ยักจะมี"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 11-01-2017 เมื่อ 20:32
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 194 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #55  
เก่า 11-01-2017, 20:19
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,647
ได้ให้อนุโมทนา: 61,857
ได้รับอนุโมทนา 2,772,966 ครั้ง ใน 19,913 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "ในวรรณคดีเรื่องพระร่วง พระร่วงเอาชะลอมใส่น้ำ ความจริงพระร่วงมีวาจาสิทธิ์ อธิษฐานเอาตามแบบของพระโพธิสัตว์ แต่คนรุ่นหลังไม่เชื่อ เขาก็เลยว่าท่านสานชะลอมแล้วก็เอาชันยาเพื่อที่ให้ใส่น้ำได้ บอกว่า "จักไม้สานชะลอม รูปกลมกล่อม เอาชันยา จึ่งตักเอาน้ำมา สำเร็จได้ดังใจหมาย"

ใครสามารถเอาชันยาชะลอมแล้วใส่น้ำได้ อาตมายอมกราบงาม ๆ แต่ถ้าหากเอาชันยากระบุงนี้พอจะใส่ได้อยู่ ชะลอมตาใหญ่ขนาดนั้นแล้วจะไปยาอีท่าไหน ?

คนเราไม่เชื่อเรื่องบุญฤทธิ์ คิดอยู่อย่างเดียวว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ก็พยายามคิดหาเหตุผลว่าทำไมพระร่วงถึงได้เอาชะลอมตักน้ำได้ ความจริงท่านตั้งสัตยาธิษฐานเอา"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 11-01-2017 เมื่อ 20:32
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 197 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #56  
เก่า 12-01-2017, 16:11
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,647
ได้ให้อนุโมทนา: 61,857
ได้รับอนุโมทนา 2,772,966 ครั้ง ใน 19,913 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "ถ้าหากมีโอกาสได้เห็นวัตถุมงคลของแท้แล้วจำได้ ต่อไปใครก็ปลอมหลอกเราไม่ได้ พวกที่เล่นวัตถุมงคลแล้วไม่มีอนาคต เพราะว่าไปดูของปลอมเสียตั้งแต่แรก กลายเป็นติดตากับของปลอม จึงดูไม่ออกว่าของจริงหน้าตาเป็นอย่างไร"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 13-01-2017 เมื่อ 02:46
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 184 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #57  
เก่า 12-01-2017, 17:18
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,647
ได้ให้อนุโมทนา: 61,857
ได้รับอนุโมทนา 2,772,966 ครั้ง ใน 19,913 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "กระทู้คนมีเงินฯ (๙) จะมีของแปลก ๆ มาลงเยอะ บางอย่างก็แพงเหลือเชื่อ บางอย่างก็ราคาจับต้องได้ โดยเฉพาะพระปิดตาที่แกะจากไม้โพธิ์นิพพาน ไม้โพธิ์นิพพานก็คือกิ่งโพธิ์ที่ยื่นไปทางทิศตะวันออก แล้วหักตกลงมาเอง โบราณเขาถือว่าเทวดาให้ ส่วนใหญ่ก็เอามาแกะเป็นพระปิดตา

คราวนี้พระปิดตามีความเชื่ออยู่ ๒ อย่างด้วยกัน อย่างแรกก็คือเป็นการปิดทวาร สำรวมอินทรีย์ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ อีกอย่างหนึ่งเชื่อว่าเป็นท่านพระควัมปติที่เป็นเพื่อนของพระยสะเถระ ท่านพระควัมปตินี้เข้านิโรธสมาบัติประจำ แสดงสัญลักษณ์ของการเข้านิโรธสมาบัติด้วยการปิดตา พอออกจากนิโรธสมาบัติมา ใครทำบุญด้วยก็จะมีลาภมาก เขาก็เลยเรียกว่าพระปิดตามหาลาภ

โบราณาจารย์สมัยก่อนนิยมสร้างเป็นพระปิดตา ก็เพราะเน้นตรงว่าเป็นมหาอุดอย่างหนึ่ง เป็นมหาลาภอย่างหนึ่ง คนที่สร้างพระปิดตาด้วยไม้โพธิ์นิพพานที่ดังที่สุดก็คือ หลวงพ่อเบี้ย วัดโคกพระเจดีย์ จังหวัดนครปฐม เป็นรุ่นอาจารย์ของหลวงปู่บุญอีกที และหลวงพ่อโนรี วัดโพธิ์มอญ จังหวัดราชบุรี สองท่านนี้ชื่อเสียงเรื่องการสร้างพระปิดตาด้วยไม้โพธิ์นิพพานมาก ถ้าอยากเห็นพระของท่านก็เปิดดูในอินเตอร์เน็ต ยังพอหาดูได้อยู่ แต่ว่ามักจะเป็นของปลอม"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 13-01-2017 เมื่อ 02:48
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 179 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #58  
เก่า 12-01-2017, 17:20
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,647
ได้ให้อนุโมทนา: 61,857
ได้รับอนุโมทนา 2,772,966 ครั้ง ใน 19,913 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้วนั้น ท่านไม่ได้สร้างพระปิดตาด้วยไม้โพธิ์นิพพาน แต่ท่านสร้างเป็นพระพุทธรูป แล้วก็บรรจุดวงวันเดือนปีเกิดของเจ้าของพระไว้ที่ฐาน ท่านสร้างเฉพาะทีละองค์ ที่ฐานก็จะบรรจุของมีค่าบางอย่างที่ถือว่าเคล็ดลับของความร่ำรวย แล้วก็มีดวงของเจ้าของพระเขียนลงบนแผ่นยันต์แล้วใส่เข้าไปด้วย อย่างนั้นเป็นของเฉพาะตัว ของใครของมัน ไม่มีใครเขาให้กัน

แต่ถ้าอย่างหลวงพ่อเบี้ย วัดโคกพระเจดีย์ กับหลวงพ่อโนรี วัดโพธิ์มอญ ท่านจะทำลักษณะทั่ว ๆ ไป ใครก็บูชาได้ สองสำนักนี้ถือว่าดังในเรื่องพระปิดตาไม้โพธิ์นิพพานมากที่สุด ส่วนสำนักอื่น ๆ ส่วนใหญ่เป็นปิดพระปิดตามหาอุตม์ อย่างเช่นของสายวัดเขาอ้อ ปัจจุบันนี้พวกบรรดาทหารที่ลงไปสามจังหวัดภาคใต้ ส่วนใหญ่จะหาพระปิดตาวัดเขาอ้อกัน เพราะเรื่องเหนียวนี่แน่นอนมาก"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 13-01-2017 เมื่อ 02:50
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 177 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #59  
เก่า 12-01-2017, 19:11
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,647
ได้ให้อนุโมทนา: 61,857
ได้รับอนุโมทนา 2,772,966 ครั้ง ใน 19,913 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : เวลานอนรู้สึกถึงลมหายใจเข้าออกตลอดเวลา รู้สึกว่านอนไม่หลับ ?
ตอบ : อันนั้นไม่ใช่ไม่หลับ จริง ๆ แล้วร่างกายเราได้พักได้หลับแล้ว แต่สติตื่นอยู่ เราทำไม่รู้ไม่ชี้คิดว่าไม่หลับนั่นแหละดี เราจะภาวนาให้เยอะเลย นั่นเป็นอาการที่นักปฏิบัติบางคนทำมาทั้งชีวิตเพื่อหวังจะให้เข้าถึง เพราะสติต้องตื่นรู้ทั้งตื่นและหลับจึงจะสู้กิเลสได้ ไม่อย่างนั้นเวลาเราตื่นอยู่ เราประคับประคองรักษาตัวเองไม่ให้โดนกิเลสกินได้ แต่ถ้าเราหลับเมื่อไรสติคลายตัวออก กิเลสก็จะกินเอาตอนหลับ

ก็แปลว่าการปฏิบัติของเรานั้น จริง ๆ แล้วก้าวหน้าขึ้น เข้าไปถึงขั้นที่ตื่นกับหลับก็มีสติตื่นรู้แล้ว แต่เราดันไปอยากหลับ ถ้าถึงภาวะนั้นแล้วไม่จำเป็นต้องหลับ ร่างกายได้พักแล้ว เพียงแต่สติตื่นอยู่เท่านั้น บางทีได้ยินตัวเองกรนด้วย


ถาม : (ไม่ชัด)
ตอบ : จะรู้ลมหายใจอัตโนมัติ ไม่ต้องไปคุมหรอก มีอย่างเดียวคือประคับประคองรักษาเอาไว้ให้ได้ ต่อไปถ้าหากว่าหลุดไปจะเหนื่อย เหนื่อยเพราะกิเลสเข้ามาแล้วไม่ค่อยออกไปอีก

ถาม : แล้วตัวเบา ๆ ลอย ๆ เป็นฌานระดับไหนคะ ?
ตอบ : ไม่ต้องไปใส่ใจตรงนั้นหรอก รู้แต่ว่ากิเลสกินเราไม่ได้ก็พอแล้ว ถ้ามัวแต่ไปสนใจว่าเป็นฌานระดับไหน ก็จะกลายเป็นฟุ้งซ่านไป
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 13-01-2017 เมื่อ 02:52
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 174 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #60  
เก่า 12-01-2017, 19:16
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,647
ได้ให้อนุโมทนา: 61,857
ได้รับอนุโมทนา 2,772,966 ครั้ง ใน 19,913 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ถ้าฟุ้งซ่านจะวิปัสสนา พอฟุ้งไปฟุ้งมาก็คิดขึ้นมาว่า ข้างหน้าก็เป็นทางกว้าง ๆ ....(ไม่ชัด).... อารมณ์เลยตัดตายค่ะ ?
ตอบ : ถ้ารู้สึกว่าสถานการณ์ไม่ปกติแล้วคิดถึงความดี หรือตัดสินใจตายได้ก็จบ

ถาม : แต่กำลังก็ตกลง ?
ตอบ : ก็ทำใหม่ ไปทำใหม่เดี๋ยวก็ได้เหมือนเดิม

ถาม : พยายามที่จะฟื้นแต่ก็ไม่ได้ค่ะ ไม่รู้ว่าตอนนั้นคิดอย่างไร ?
ตอบ : ย้อนทวนว่าเราคิดอะไร พูดอะไร ทำอะไร ถึงเวลาก็คิดแบบนั้น พูดแบบนั้น ทำแบบนั้นก็จะได้อีก
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 13-01-2017 เมื่อ 02:53
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 173 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 04:56



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว