กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > เก็บตกจากบ้านเติมบุญ

Notices

เก็บตกจากบ้านเติมบุญ เก็บข้อธรรมจากบ้านเติมบุญมาฝาก สำหรับผู้ที่ไม่มีโอกาสเดินทางไป

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #101  
เก่า 22-03-2017, 21:04
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 15,427
ได้ให้อนุโมทนา: 56,725
ได้รับอนุโมทนา 2,565,693 ครั้ง ใน 18,645 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "โลกยุคใหม่เป็นโลกของการแข่งขันกันทางการค้า เป็นยุคของคนกินคน ปลาใหญ่กินปลาเล็ก สังเกตไหมว่าพวกร้านค้า "โชห่วย" ตายสนิทเกือบหมดประเทศไทยแล้ว การแข่งขันทางการค้าฟาดฟันกันยิ่งกว่าสงครามอีก สารพัดวิธีที่จะนำมาล้มคู่ต่อสู้ให้ได้ โดยเอาชาวบ้านเป็นเครื่องมือ

ตอนนี้ทองผาภูมิปลูกดอกดาวเรือง ต้องทำสัญญากับเขา ต้องมีจำนวนคนเท่านี้ มีจำนวนไร่เท่านี้ รวมกันเป็นกลุ่มไปแล้วไปรับพันธุ์จากเขามา ปลูกเสร็จแล้วขายให้เขา แต่ขอโทษเถอะ...พูดง่าย ๆ ว่าปุ๋ยก็ของเขา ยาก็ของเขา พันธุ์ก็ของเขา ถึงเวลาหักกลบลบล้างแล้วเหลือถึงตัวเราเท่าไร ? แล้วอีกอย่างหนึ่งคือเมล็ดพันธุ์ก็ขยายไม่ได้ ดอกออกมาเบ้อเริ่มเลย แต่ลีบหมดไม่มีเมล็ด เพราะผ่านการฉายรังสีมา เราไม่สามารถที่จะหากำไรเพิ่มเติมจากส่วนที่เขาไม่ได้ให้เลย"


ถาม : แสดงว่าปลูกแล้วก็หมดเลย
ตอบ : หมดแล้วหมดเลย แล้วเขาก็เอาเมล็ดพันธุ์ให้เราใหม่ เราก็ต้องจ่ายให้เขาอีกรอบหนึ่ง หมุนเวียนเป็นทาสเขาไปแบบนี้
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 02:21
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 108 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #102  
เก่า 22-03-2017, 21:16
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 15,427
ได้ให้อนุโมทนา: 56,725
ได้รับอนุโมทนา 2,565,693 ครั้ง ใน 18,645 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เบียร์ยี่ห้อหนึ่งเคยครองตลาด เบียร์ยี่ห้อสองก็คิดว่าทำอย่างไรจะแบ่งส่วนแบ่งได้ ปรากฏว่าเบียร์ยี่ห้อสองขายเหล้าขาว ซึ่งเหล้าขาวนี่คนกินกันทั้งประเทศ เบียร์ยี่ห้อสองก็เลยบังคับบรรดายี่ปั๊ว คุณต้องการเหล้าของเราไปขาย คุณต้องซื้อเบียร์ด้วย ถ้าคุณไม่ซื้อเบียร์เราก็ไม่ขายเหล้าให้ เป็นการมัดมือชก

ปรากฏว่ายี่ปั๊วเขาก็เก่ง เอาเบียร์ยี่ห้อสองไปขาย ๓ ขวดร้อย ร้อยหนึ่งที่ไปซื้อเบียร์ยี่ห้อหนึ่งได้ ๒ ขวดกับอีกนิดเดียวนะ แต่ถ้าหากว่าไปซื้อเบียร์ยี่ห้อสองได้ ๓ ขวด คนกินก็กินเอามัน เพราะฉะนั้น...เยอะย่อมดีกว่าน้อย ก็ไปซื้อสามขวดร้อย ซื้อไปซื้อมาส่วนแบ่งการตลาดของเบียร์ยี่ห้อหนึ่งหาย เบียร์ยี่ห้อสองโตเอา ๆ แล้วมีการที่โฆษณาแสบมากเลย เที่ยวทั่วไทย ขี่ช้างกินเบียร์ มีการโยนกระป๋องลงมาแล้วไปซูมให้เห็นว่าเป็นเบียร์ยี่ห้อหนึ่ง แก้เกมกันไป แปลว่าหนึ่งขี่สอง...ใช่ไหม ?
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 02:25
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 107 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #103  
เก่า 22-03-2017, 21:38
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 15,427
ได้ให้อนุโมทนา: 56,725
ได้รับอนุโมทนา 2,565,693 ครั้ง ใน 18,645 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

รถกระบะยี่ห้อหนึ่งเป็นเจ้าการตลาดมาตลอด รถกระบะยี่ห้อสองพยายามจะโค่นลงให้ได้ ปรากฏว่ารถกระบะยี่ห้อหนึ่งคิดเครื่อง D4D ได้ก่อน รถกระบะยี่ห้อสองคิดได้เหมือนกัน ไม่รู้ว่าไปขโมยข่าวหรือว่าสืบความลับเขามาได้อย่างไร ออกรถกระบะยี่ห้อสอง D4D ปาดหน้ารถกระบะยี่ห้อหนึ่งแค่ ๔ เดือน ยอดจองถล่มทลายทั่วบ้านทั่วเมือง รถกระบะยี่ห้อหนึ่งออกมาขายไม่ออกเลย ตั้งแต่นั้นมารถกระบะยี่ห้อหนึ่งที่มีรถทำตลาดอยู่อย่างเดียวคือรถกระบะ ก็หลุดจากตำแหน่งแชมป์ไป จนป่านนี้ก็ยังตีคืนไม่ได้

ถึงได้บอกว่าการตลาดปัจจุบันนี้เป็นเรื่องของการฆ่ากันเลยนะ ถ้าหากว่าเราอยู่ได้คุณก็ต้องอยู่ไม่ได้ ไม่ใช่ว่าประคับประคองกันไป ต้องเหยียบคนอื่นไว้ใต้เท้า การแข่งขันจึงดุเดือดมาก
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : เมื่อวานนี้ เมื่อ 15:21
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 107 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #104  
เก่า 22-03-2017, 21:45
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 15,427
ได้ให้อนุโมทนา: 56,725
ได้รับอนุโมทนา 2,565,693 ครั้ง ใน 18,645 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

น้ำดำ ๑ กับน้ำดำ ๒ อันนี้ก็คู่กัดถาวรเลย บ้านเราเป็นประเทศเดียวในโลกที่น้ำดำ ๒ ขายดีกว่าน้ำดำ ๑ ปรากฏว่าบริษัทน้ำดำ ๒ ตัดสินใจผิด มาขึ้นราคาลิขสิทธิ์กับตัวแทนในไทย ขอเซ็นสัญญาใหม่ ตัวแทนไม่เซ็น น้ำดำ ๒ จึงขอคืนไปทำเอง คิดว่าการตลาดที่คนกินกันระเบิดเถิดเทิงทั่วประเทศเกิดจากยี่ห้อน้ำดำ ๒ แต่ไม่ใช่ เกิดจากการฝีมือการตลาดของตัวแทน ตัวแทนไปถึงไหน น้ำดำ ๒ ไปถึงนั่น

ในเมื่อตัวแทนโดนตัดหางปล่อยวัด ก็ออก
น้ำดำ ๓ มาสู้ ก่อนหน้านี้ตัวแทนไทยติดต่อกับบริษัทผลิตขวดมาตลอด จึงไปจับมือเซ็นสัญญา ห้ามผลิตขวดให้ยี่ห้ออื่นน้ำดำ ๒ ตายสนิท ทุกวันนี้ยังไม่ฟื้นเลย น้ำดำ ๓ ที่ใคร ๆ บอกว่ารสชาติสู้น้ำดำ ๒ ไม่ได้ กลายเป็นติดตลาดเพราะว่าตัวแทนไทยทำตลาด

สรุปแล้วก็คือต่อให้เป็นซีอีโอของฝรั่ง ก็ไม่แน่ว่าสายตาจะมองเกมขาด โฆษณาก็ฆ่ากันจริง ถึงเวลาเด็กตัวเล็กไปหยอดตู้ซื้อน้ำกระป๋อง กระป๋องที่หนึ่ง
น้ำดำ ๑ หล่นลงมาแล้วก็หยิบวาง กระป๋องที่สองน้ำดำ ๑ หล่นลงมาก็หยิบวาง เอาเท้าเหยียบเพื่อต่อขาขึ้นไปหยอดรูบน ตัวเองยังเด็กหยอดไม่ถึง เอาน้ำดำ ๑ วางต่อเท้าเพื่อหยอดเอาน้ำดำ ๒ มากิน ยอมเสียเงินหยอดน้ำดำ ๑ ถึงสองกระป๋อง เพื่อให้ได้กินน้ำดำ ๒ โฆษณาเหยียบกันแบบรุนแรงมากเลยนะ ทำให้เห็น ๆ ว่าเหยียบน้ำดำ ๑ ไว้ใต้เท้า
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 02:34
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 106 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #105  
เก่า 22-03-2017, 21:50
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 15,427
ได้ให้อนุโมทนา: 56,725
ได้รับอนุโมทนา 2,565,693 ครั้ง ใน 18,645 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถ้าเราอยู่วงนอกแล้วดูการแข่งขัน เราจะเห็นว่าฟาดฟันกันโหดเหี้ยมมาก ต้องตายกันไปข้างหนึ่ง ทำไมไม่จับมือกันทำตลาด ต่างคนต่างแบ่งปันผลประโยชน์ กลายเป็นชนะด้วยกันทั้งสองฝ่าย อันนี้ต้องแพ้กันไปข้างหนึ่ง

เคยมีคนบอกว่า ศัตรูคือยากำลัง แต่สมัยนี้ไม่ได้....ศัตรูต้องฆ่าให้ตาย สมัยเหล้าสี ๑ กับ
เหล้าสี ๒ ก็เหมือนกัน กว่า ๒ จะล้ม ๑ ลงได้ ก็รบกันอยู่หลายปี ท้ายสุดเจ้าพ่อน้ำเมากวาดเรียบ อยากยุ่งยากมากนัก เทคโอเวอร์ให้เกลี้ยงเลย แล้วก็ออกยี่ห้อเยอะแยะ จะเอาอะไร ๒ ทอง ๒ เงิน ๒ ฟ้า ฯลฯ สรุปแล้วก็ออกมาแข่งกับตัวเอง คุณจะกินยี่ห้อไหนก็ซื้อของเขาเหมือนกัน
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 02:36
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 104 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #106  
เก่า 22-03-2017, 22:15
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 15,427
ได้ให้อนุโมทนา: 56,725
ได้รับอนุโมทนา 2,565,693 ครั้ง ใน 18,645 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : สมัยหลวงพ่อวัดท่าซุงยังมีชีวิต เคยสร้างตะกรุดไหมคะ ?
ตอบ : หลวงพ่อท่านเคยทำตะกรุดอยู่รุ่นหนึ่ง ไม่รู้จะเรียกว่าอะไร พวกเราเลยเรียกว่าตะกรุดเดินป่า ท่านทำอยู่รุ่นเดียวแล้วก็เลิกทำ เพราะว่าที่ทำรุ่นนั้นศาลาพังไปหลังหนึ่ง คนแย่งกันรับ ศาลาเก่าไม่ค่อยจะแข็งแรง แห่กันขึ้นไปหลายร้อย ศาลาพังเลย แล้วที่เหลือก็เป็นตะกรุดมหาสะท้อน ซึ่งท่านทำแค่ไม่กี่ดอก

ถาม : ตะกรุดจาร อักษรย่อ ว.ย.ป. ?
ตอบ : ย่อมาจากอะไร ?

ถาม :ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ
ตอบ : ไม่เคยได้ยิน ว. ส่วนใหญ่มาจากวัด

ถาม : พอดีเขาถามมา ก็ไม่แน่ใจค่ะ
ตอบ : ยังไม่เคยได้ยิน โดยเฉพาะตะกรุดของหลวงพ่อวัดท่าซุง อาตมาก็ไม่แกะมาดูอยู่แล้ว เลยไม่รู้ว่ามีรหัสลับอะไรอยู่หรือเปล่า
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : เมื่อวานนี้ เมื่อ 08:00
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 106 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #107  
เก่า เมื่อวานนี้, 21:06
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 15,427
ได้ให้อนุโมทนา: 56,725
ได้รับอนุโมทนา 2,565,693 ครั้ง ใน 18,645 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "การขึ้นภาษีสุรานั้น คนติดเหล้าแล้วต่อให้แพงแค่ไหนก็กิน แต่มีอยู่ส่วนหนึ่งซึ่งจะมีผลกระทบก็คือนักท่องเที่ยว เพราะส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวบ้านเรามาแบบประหยัดงบ อะไรแพงขึ้นมาเขาก็จะไม่ไปยุ่งด้วย โดยเฉพาะบรรดาเหล้าเบียร์ในแหล่งท่องเที่ยวที่รู้อยู่ว่าราคาแพงกว่าข้างนอก

ต้องบอกว่านักท่องเที่ยวฝรั่งส่วนใหญ่กินกันแบบมีวินัย เราจะเห็นว่าฝรั่งน้อยคนที่จะเมาจนหมดสภาพ ส่วนใหญ่ก็คนละหนึ่งช็อตสองช็อต จบแล้วกลับบ้าน ที่เขากินเพื่อผ่อนคลาย ทำงานเครียดมาทั้งวัน อาศัยแอลกอฮอล์ผ่อนคลายประสาทหน่อย กลับบ้านไปกินข้าวอร่อยขึ้นอีก แต่ส่วนใหญ่แล้วคนเราต้านทานฤทธิ์ของเหล้าไม่ได้ พอกินแล้วก็กลายเป็นมากขึ้นไปเรื่อย ๆ ท้ายสุดก็กลายเป็นติดเหล้าแอลกอฮอลิค"


ถาม : เขาคิดว่าเป็นความสุข ?
ตอบ : น่าสงสาร...เขาไม่รู้ว่าความสุขหาจากข้างนอกไม่ได้ ความสุขภายนอกไม่ยั่งยืน ความสุขภายนอกเกิดจากการกระตุ้น ตา หู จมูก ลิ้น กาย ความสุขภายในเกิดจากใจ
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 02:40
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 60 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #108  
เก่า เมื่อวานนี้, 22:14
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 15,427
ได้ให้อนุโมทนา: 56,725
ได้รับอนุโมทนา 2,565,693 ครั้ง ใน 18,645 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวถามว่า "บทบังสุกุลตายกับบังสุกุลเป็น บทไหนเกิดก่อน ? บังสกุลเป็นเกิดก่อน จริง ๆ แล้วเป็นคำสอนที่พระพุทธเจ้าประทานให้พระปูติคัตตติสสะ ในอดีตชาติท่านเป็นพรานนก พอจับนกได้ก็หักขา หักปีก นกจะได้ไม่บินหนี พอมาชาตินี้ ถึงมาบวชแล้วกรรมเก่าก็ยังตามทัน

ในบาลีท่านบอกว่าเกิดเป็นฝีตามร่างกาย แรก ๆ ก็โตประมาณเม็ดน้อยหน่า หลังจากนั้นก็โตขึ้นจนเท่าผลมะตูมแล้วก็แตก โลหิตและหนองไหลไปทั้งกาย เมื่อเหม็นเน่ามาก บรรดาพระก็ทิ้ง ไม่มีใครดูแล ปูติคัตตะคือผู้มีกายอันเน่า อาตมาคาดว่าน่าจะเป็นมะเร็ง เพราะว่าแตกทั่วตัวเลย น่าจะประเภทมะเร็งต่อมน้ำเหลือง

ในเมื่อโดนทิ้ง พระพุทธเจ้าทรงทราบก็เสด็จไปเอง ให้พระอานนท์ต้มน้ำร้อน ผสมน้ำอุ่นด้วยพระองค์เองแล้วก็เช็ดตัวให้ พระอื่นพอทราบข่าวก็จะไปแย่งกันทำ พระพุทธเจ้าตรัสว่าไม่ต้อง พระองค์ท่านจะทำเอง เมื่อเช็ดตัวเปลี่ยนผ้าให้เรียบร้อย ท่านติสสะก็รู้สึกสบายขึ้น

พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า อจิรํ วตยํ กาโย ปฐวี อธิเสสฺสติ แปลความว่า ติสสะ...ขอให้เธอจงดูกายนี้ ซึ่งอีกไม่นาน เมื่อปราศจากวิญญาณแล้ว ก็เหมือนกับขอนไม้ที่นอนกลิ้งอยู่บนพื้นดิน พระติสสะท่านพิจารณาธรรมตามนั้น...เห็นจริง จิตปลดจากการยึดเกาะร่างกาย กลายเป็นพระอรหันต์พร้อมกับสิ้นชีวิต

ลักษณะของการเป็นพระอรหันต์แล้วมรณภาพเลย ในบาลีเขาเรียกว่า สมสีสี [สะ-มะ-สี-สี] ก็คือบรรลุมรรคผลพร้อมกับการดับของสังขารร่างกาย"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 02:43
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 46 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #109  
เก่า เมื่อวานนี้, 22:18
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 15,427
ได้ให้อนุโมทนา: 56,725
ได้รับอนุโมทนา 2,565,693 ครั้ง ใน 18,645 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"ส่วน อนิจจา วะตะ สังขารา นั้น เป็นบทที่พระอินทร์ท่านแสดงธรรมสังเวชตอนพระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพาน สรุปแล้วมีที่มาทั้งคู่ คนสมัยใหม่ก็เอามาแบ่งเป็นบังสุกุลตายกับบังสุกุลเป็น แต่จริง ๆ แล้วเป็นหลักธรรมทั้งนั้น

อนิจจา วะตะ สังขารา สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ วะตะตัวนี้ก็คือหนอ
อุปปาทะวะยะธัมมิโน เกิดขึ้นแล้วก็เสื่อมไปเป็นธรรมดา
อุปปัชชิตวา นิรุชฌันติ มีเกิดแล้วก็มีดับ
เตสัง วูปสโม สุโข การเข้าถึงความสงบสังขารทั้งหลายนั่นแหละเป็นสุข

สงบสังขารในที่นี้ หมายถึงหยุดการปรุงแต่งทั้งปวง สังขารตัวนี้คือจิตสังขาร การปรุงแต่งของใจ สภาพจิตหยุดการปรุงแต่งหมดก็มีอยู่ประเภทเดียวคือพระอรหันต์"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 02:44
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 44 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 10 คน ( เป็นสมาชิก 5 คน และ บุคคลทั่วไป 5 คน )
พงศ์, เพชรไพลิน, โยคียุ้ย, วัช, เอกชัย
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 09:09



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว