กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เทศน์ช่วงทำกรรมฐาน

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 17-07-2018, 21:57
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,229
ได้ให้อนุโมทนา: 76,050
ได้รับอนุโมทนา 3,193,276 ครั้ง ใน 22,602 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default เทศน์ช่วงทำกรรมฐาน วันศุกร์ที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๖๑

ขอให้ทุกคนตั้งกายให้ตรง กำหนดสติคือความรู้สึกของเราเอาไว้ที่ลมหายใจเข้าออก หายใจเข้า...ให้ความรู้สึกทั้งหมดของเรา ไหลตามลมหายใจเข้าไป หายใจออก...ให้ความรู้สึกทั้งหมดของเรา ไหลตามลมหายใจออกมา จะใช้คำภาวนาอย่างไรก็ได้ ตามที่เรามีความถนัด มีความชำนาญมาแต่เดิม

วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ ๖ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑ ข่าวคราวที่โด่งดังอยู่ในบ้านในเมืองของเรา ติดต่อกันมาครึ่งเดือนแล้วก็คือ เรื่องของนักฟุตบอลทีมหมูป่าพร้อมกับผู้ฝึกสอน ไปติดอยู่ในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งในเรื่องนี้นั้น ทางด้านสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ หรือว่าสื่อโซเชียลต่าง ๆ ต่างแข่งขันกันออกข่าว ซึ่งส่วนหนึ่งก็หาความจริงไม่ได้

ดังนั้น...การที่เราจะเสพรับข่าวต่าง ๆ โดยเฉพาะในช่วงที่กระแสบริโภคนิยมแบบนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีสติ เราขาดสติเมื่อไรก็จะไหลตามกระแสไปทันที สตินั้นถ้าจะให้เป็นไปในทางที่ดีที่ชอบ เป็นสัมมาสติ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า ต้องเป็นไปในสติปัฏฐานทั้ง ๔ คือ พิจารณาให้เห็นกายในกาย เวทนาในเวทนา จิตในจิต และธรรมในธรรม

หรือจะตามระลึกถึงคุณความดีทั้ง ๑๐ ประการ คือ คุณความดีของพระพุทธเจ้า คุณความดีของพระธรรม คุณความดีของพระสงฆ์ คุณความดีของพรหมเทวดา คุณความดีในการบริจาคให้ทาน คุณความดีในการรักษาศีล การระลึกถึงความตายเพื่อจะได้ไม่ประมาทในชีวิต การระลึกถึงความสงบระงับจากกิเลส อย่างเช่น อารมณ์พระนิพพาน

หรือว่าระลึกถึงความเป็นจริงของสภาพร่างกายของเราว่าไม่ใช่แท่งทึบ ประกอบไปด้วยอวัยวะภายในภายนอกใหญ่น้อย หรือว่าจะระลึกถึงลมหายใจเข้าออก ซึ่งลมหายใจเข้าออกนั้น เป็นตัวสร้างสติที่ดีที่สุด ขณะจิตใดที่เรายังอยู่กับลมหายใจเข้าออก ขณะจิตนั้นกิเลสกินใจเราไม่ได้ ถ้ายิ่งสามารถจดจ่อแน่วแน่อยู่จนทรงเป็นอัปปนาสมาธิ เราก็จะมีกำลังในการตัดกิเลสมากขึ้นไปเรื่อย ๆ ตามระดับความเข้มข้นในสมาธิของเรา

ดังนั้น...การที่เราต้องมีสติ สิ่งที่ดีที่สุดก็คือ หยุดอยู่ที่ลมหายใจเข้าออกของเรา หยุดอยู่กับปัจจุบันตรงหน้า หยุดอยู่กับตอนนี้ เดี๋ยวนี้ คือ เอาสติตามดูลมหายใจเข้า ตามดูลมหายใจออก พร้อมกับกำหนดคำภาวนาที่เราชอบ เราถนัดไปด้วย ถ้าเรามีสติมั่นคงอย่างนี้ ก็สามารถที่จะนำไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันของเราได้ จะทำอะไรก็มีสติ ไม่ไหลไปตามกระแส ไม่ว่าจะเป็นข่าวทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นในโซเชียลมีเดีย หรือว่าในเรื่องของการโฆษณาชวนเชื่อใด ๆ ก็ตาม
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 18-07-2018 เมื่อ 02:48
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 46 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 18-07-2018, 21:06
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,229
ได้ให้อนุโมทนา: 76,050
ได้รับอนุโมทนา 3,193,276 ครั้ง ใน 22,602 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เราจะเห็นว่าในส่วนของการปฏิบัติธรรมนั้น ส่วนที่สำคัญมากก็คือ ต้องสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันของเราได้ โดยเฉพาะสติเป็นหลักธรรมที่เกื้อหนุนหลักธรรมทุกประเภท ถ้าหากว่ามีสติอยู่เฉพาะหน้าของเรา สภาพจิตก็จะผ่องใสจากกิเลสชั่วคราว เพราะว่าไม่เผลอไปนึกคิดปรุงแต่งให้เป็น รัก โลภ โกรธ หลง จนกว่าที่เราจะสามารถมีสติรู้รอบโดยไม่ผิดพลาด นั่นก็คือเข้าถึงความเป็นพระอรหันต์ ซึ่งเป็นจุดหมายสุดท้ายของพวกเรา

ดังนั้น...ในช่วงที่เขาเล่นกับกระแสข่าวในลักษณะอย่างนี้ เราก็ต้องมีสติเลือกในการเสพรับ โดยเฉพาะหยุดใจของเราเอาไว้ที่ลมหายใจเข้าออก เพื่อที่กิเลสใหม่จะได้เกิดไม่ได้ แล้วใช้ปัญญาในการพินิจพิจารณา ขัดเกลากิเลสเก่าของเรา ให้ค่อย ๆ ลดน้อยถอยลงและหมดสิ้นไป

ถ้าหากว่ากรรมใหม่เราไม่สร้าง กรรมเก่าค่อย ๆ หมดไป ด้วยการที่เราพยายามชำระกิเลสทั้งหลายเหล่านั้น ให้พ้นไปจากใจของเรา เราก็จะก้าวขึ้นสู่ความบริสุทธิ์เรื่อย ๆ ไปตามลำดับ จนท้ายที่สุดก็สามารถหลุดพ้นจากกองทุกข์เข้าสู่พระนิพพานได้

ลำดับต่อไปก็ขอให้ทุกท่านตั้งใจภาวนาและพิจารณาตามอัธยาศัย จนกว่าจะได้รับสัญญาณบอกว่าหมดเวลา

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เทศน์ช่วงทำกรรมฐาน ณ บ้านเติมบุญ
วันศุกร์ที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๖๑

(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย ทาริกา)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 19-07-2018 เมื่อ 02:37
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 35 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 21:23



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว