กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > เก็บตกจากบ้านวิริยบารมี

Notices

เก็บตกจากบ้านวิริยบารมี เก็บข้อธรรมจากบ้านวิริยบารมีมาฝาก สำหรับผู้ที่ไม่มีโอกาสเดินทางไป

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #61  
เก่า 10-09-2015, 16:55
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,252
ได้ให้อนุโมทนา: 76,195
ได้รับอนุโมทนา 3,199,225 ครั้ง ใน 22,630 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : คำว่า อายตนนิพพาน ทำไมเป็นสถานที่ครับ ?
ตอบ : พูดง่าย ๆ ว่าความยึดติดของเรา เรายึดว่า ถ้ามีก็ต้องเป็นสถานที่ คือความเคยชินของเรา

ถาม : ในคำสอนของพระพุทธเจ้าไม่ได้แสดงสถานที่ไว้ ?
ตอบ : ท่านใช้คำว่า ตะทายะตะนัง อายตนะนั้นมีอยู่ เป็นสถานที่ซึ่งเกินความเข้าใจของคนทั่ว ๆ ไป เกินกว่าที่สมมติจะก้าวล่วงเข้าไปถึง ก็เลยเป็นสิ่งที่พระองค์ท่านไม่ได้อธิบายเอาไว้ เพราะรู้ว่าอธิบายไป พวกเราก็มัวแต่ไปเปรียบเทียบกับสิ่งนั้นสิ่งนี้อยู่ การที่เราไปเปรียบเทียบจะทำให้ยึดติด การยึดติดก็ทำให้หลุดพ้นยากขึ้นไปอีก บางคนก็เลยสงสัยว่า ในเมื่อพระนิพพานเป็นสุดยอดของพระพุทธศาสนา ทำไมพระพุทธเจ้าไม่อธิบายให้ชัดไว้ ก็ภาษามนุษย์จะไปอธิบายพระนิพพานได้อย่างไร ? พระนิพพานเป็นภาษาใจ ไม่สามารถที่จะใช้คำพูดหยาบ ๆ อธิบายได้

ถาม : ตราบใดที่กายสังขารยังไม่แตกดับ มนุษย์และเทวดาก็ยังไม่เห็นอายตนนิพพาน ?
ตอบ : ถ้าเราไม่ได้เข้าถึงในหลักธรรมของพระองค์ท่าน ก็ไม่สามารถจะรู้ว่าจริง ๆ แล้วพระองค์ท่านคืออะไร ? ที่พระองค์ท่านตรัสไว้ว่าผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา ก็คือเราต้องเข้าถึงความละเอียดระดับเดียวกันจึงสามารถที่จะรู้เห็นได้ มนุษย์กับเทวดายังอยู่ในภพภูมิที่หยาบเกินไป ไม่สามารถจะรู้เห็นอายตนนิพพานได้
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 10-09-2015 เมื่อ 17:10
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 190 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #62  
เก่า 10-09-2015, 16:59
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,252
ได้ให้อนุโมทนา: 76,195
ได้รับอนุโมทนา 3,199,225 ครั้ง ใน 22,630 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ที่พระสาวกบอกว่า พระพุทธเจ้าจะเสด็จนิพพานโดยไม่เห็นในวันนั้น ?
ตอบ : ไม่ได้เห็นสังขารอีกแล้ว กายสังขารนี้ได้แตกดับไป ก็คือ สายตานี้จะไม่ได้เห็นกายหยาบพระองค์ท่านอีกแล้ว ต้องแปลอย่างนี้ถึงจะชัด..ใช่ไหม ?
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 10-09-2015 เมื่อ 18:12
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 198 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #63  
เก่า 10-09-2015, 18:27
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,252
ได้ให้อนุโมทนา: 76,195
ได้รับอนุโมทนา 3,199,225 ครั้ง ใน 22,630 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วันก่อนมีคนถามว่าพระราหุลปรินิพพานตอนอายุเท่าไร ? ต้องใช้คำว่าประมาณการ เพราะในพระไตรปิฎกไม่ได้ระบุอายุที่ชัดเจน แต่ว่าตอนที่พระโมคคัลลาน์กับพระสารีบุตรพิจารณาว่า อัครสาวกกับพระพุทธเจ้าผู้ใดควรจะปรินิพพานก่อน และควรจะปรินิพพาน ณ ที่ใด ทั้งสองท่านรำพึงว่าพระราหุลปรินิพพานที่ดาวดึงสเทวโลก ก็แปลว่าพระราหุลไปก่อนแล้ว

ถ้าตีเสียว่าพระราหุลไปในปีนั้น เป็นปีที่พระพุทธเจ้า ๗๙ พรรษา ถ้าลบ ๗๙ ออก ๒๙ ปีที่พระองค์ท่านเสด็จออกบรรพชา ก็เหลือ ๕๐ แสดงว่าพระราหุลไปนิพพานตอนอายุไม่ถึง ๕๐ แต่คราวนี้พระราหุลท่านเป็นพระอรหันต์ตั้งแต่เด็ก ถ้านับอายุว่า ๗ ขวบ ก็แปลว่าท่านไปตอนอายุ ๔๓ ถ้านับทั่ว ๆ ไปคนที่อายุ ๔๓ พรรษานี่ไม่ถือว่าน้อย เพียงแต่ว่าภาระหมดก็ไป ไปจำพรรษาที่ดาวดึงส์ก็เลยนิพพานบนนั้น

อายุที่น้อยที่สุดแล้วนิพพานในพระไตรปิฎกไม่ได้บอกไว้ แต่อายุที่มากที่สุดก็คือพระพากุลเถระ ๑๕๐ ปีแล้วค่อยไป ไม่ได้ตายด้วยนะ พูดง่าย ๆ ก็คือถอดจิตไปเลย ไม่อยู่แล้ว เบื่อเต็มทีแล้ว ใครลองอยู่ ๑๕๐ ปีดูสิ คนที่รู้จักก็ไปหมดเกลี้ยงแล้ว รุ่นหลัง ๆ ที่รู้จัก ความผูกพันก็ไม่มี คงเป็นอะไรที่น่าเบื่อมากสำหรับคนทั่วไป แล้วท่านพากุละก็หมดภาระเพราะว่าเป็นพระอรหันต์ ท่านอยู่จนถึงขนาดนั้น

บาลีใช้คำว่า เข้าห้องปิดประตู แล้วก็นั่งกรรมฐานไปเลย อยู่ในพักกุลเถรัจฉริยัพภูตธัมมสูตร ก็คือพระสูตรที่แสดงออกซึ่งอัจฉริยภาพอันน่าอัศจรรย์ของพระพากุละ ประโยคนี้รับประกันว่าถ้าไม่ไปเปิดตำราดู ต้องถอดผิดแน่เลย เพราะเป็นเถระ + อัจฉริยะ + อัพภูตธรรม
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 10-09-2015 เมื่อ 19:55
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 202 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #64  
เก่า 10-09-2015, 18:46
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,252
ได้ให้อนุโมทนา: 76,195
ได้รับอนุโมทนา 3,199,225 ครั้ง ใน 22,630 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "ญาติโยมส่วนใหญ่แล้วไม่ค่อยจะดูกฎเกณฑ์ ไม่ดูกติกา เขาระบุให้จองตะกรุดมหาสะท้อนเนื้อทองคำได้คนละ ๑ ดอก ก็ตะบันจองไปคนละ ๒ ดอก ๓ ดอก นี่ถ้าปล่อยให้จองได้เกิน ๑ ดอก รับประกันได้ว่าจองได้แค่ไม่กี่คน"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 10-09-2015 เมื่อ 19:55
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 201 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #65  
เก่า 10-09-2015, 18:59
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,252
ได้ให้อนุโมทนา: 76,195
ได้รับอนุโมทนา 3,199,225 ครั้ง ใน 22,630 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "ปีนี้ฝนทิ้งช่วงเร็วมาก ปกติที่ทองผาภูมิช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคม ฝนจะตกทั้งวันทั้งคืน ปรากฏว่าปีนี้ตกเป็นช่วง ๆ อย่างเช่นตกช่วงหัวค่ำหรือเช้ามืด ลักษณะนี้ปีหน้าจะแล้งจัดมาก ใครที่อยู่กรุงเทพฯ หาถังหาแท็งก์สำรองน้ำเอาไว้บ้างจะได้ปลอดภัย หรืออย่างน้อยให้มีใช้ไปสัก ๓ วัน ๗ วัน

ญาติโยมยุคนี้ไม่เคยเจอกรุงเทพฯ ในยุคที่ต้องตื่นมารองน้ำประปาตั้งแต่ตีหนึ่งยันสว่าง ถึงจะพอใช้งาน อาตมาขอยืนยันว่าเคยเจอมาแล้ว จะรองน้ำให้เพียงพอต่อการหุงข้าว ซักผ้า หรือว่าอาบ ต้องตื่นมาตั้งแต่ตีหนึ่ง รอให้บ้านอื่นเขาหลับแล้วไม่ได้เปิดน้ำก่อน น้ำถึงจะไหลแรงพอที่จะมาถึงบ้านเรา"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 10-09-2015 เมื่อ 19:56
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 202 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #66  
เก่า 10-09-2015, 20:03
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,252
ได้ให้อนุโมทนา: 76,195
ได้รับอนุโมทนา 3,199,225 ครั้ง ใน 22,630 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ทำไมจึงใช้คำว่าปรินิพพาน ?
ตอบ : บาลีเขาใช้อย่างนั้น

ถาม : ปรินิพพานไม่ได้ใช้กับเฉพาะพระพุทธเจ้า ?
ตอบ : จะใช้อะไรก็ตามก็ความหมายเดียวกันหมด ปริ แปลว่า รอบ, ทั่ว นิพพาน แปลว่า ดับ ปรินิพพาน แปลว่า ดับรอบ ดับทั่ว ดับไม่มีอะไรเหลือ
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 11-09-2015 เมื่อ 03:34
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 204 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #67  
เก่า 10-09-2015, 20:43
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,252
ได้ให้อนุโมทนา: 76,195
ได้รับอนุโมทนา 3,199,225 ครั้ง ใน 22,630 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ที่วัดจัดงาน มีฆราวาสท่านหนึ่งเอาใบไม้ใส่ลงไปในร่างกายแล้วก็ดึงของไสยศาสตร์ออกมา เกิดจากอะไรคะ ทำไมจึงดึงออกมาได้ ?
ตอบ : ก็มีอยู่ ๒ อย่าง อย่างแรกก็คือมีความสามารถจริง อย่างที่สองก็เล่นกล ระยะหลังเขาเล่นกลเยอะ ถ้าอยากรู้ว่าเล่นกลทำอย่างไร ? ถามทิดตู่ดู รายนั้นแหกตาชาวบ้านมาเยอะแล้ว
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 11-09-2015 เมื่อ 03:35
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 198 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #68  
เก่า 11-09-2015, 10:58
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,252
ได้ให้อนุโมทนา: 76,195
ได้รับอนุโมทนา 3,199,225 ครั้ง ใน 22,630 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "ตอนนี้มณฑปตั้งพระพุทธรูปทองคำประกอบเข้าไปแล้ว อาตมาลองขึ้นไปนั่งดู ปรากฏว่าขนาดตัวคนที่นั่งลงไป ถ้าไม่มีแท่นรองก็จะจมหายไปครึ่งตัว เนื่องจากว่าความสูงระดับแท่นนี้ เลยหัวอาตมาไปเกือบศอกแล้ว ถ้าแหงนขึ้นดูจะเห็นแค่ครึ่งตัว แล้วถ้าจะหนุนเอาพระทองคำขึ้นมา ก็คงต้องทำแท่นรองอีกชั้นหนึ่ง เข้าไปเห็นแล้วจะรู้ว่าใหญ่มาก แต่ตอนที่หน้าตาแค่นี้เรายังดูกันไม่ออก

ด้วยความที่คนออกแบบกับช่างคุ้นมือคุ้นงานกันมานาน ออกแบบเสร็จช่างก็ทำไปเรื่อย ปรากฏว่าช่างลงสีรองพื้นไว้แดงโร่เลย พอคนออกแบบไปถึงบอกว่าไม่เอา ของหลวงพ่อเล็กไม่เอาอย่างนี้ ต้องการให้ย้อมสีไม้อ่อนแก่สลับกัน จะได้โชว์ลายให้เด่นขึ้นมา พูดง่าย ๆ ก็คือส่วนหนึ่งจะโชว์เนื้อไม้ แต่รายโน้นเขาคิดว่าแกะสลักทีไรก็ปิดทองทุกที เขาก็เลยลงสีพื้นไว้ให้ สรุปแล้วช่างสีขาดทุน ต้องไปลอกสีออก เสียเวลาทำงานฟรี ๆ

ส่วนหอจ่ายน้ำประปา ตอนนี้ถังเทเสร็จแล้ว กำลังหาบริษัทอุดรอยรั่ว ครั้นจะให้ทำเองก็กลัวมือไม่ถึง เพราะส่วนใหญ่ช่างของเราไม่ใช่ผู้ชำนาญการ ก็เลยต้องการบริษัทที่เขารับทำทางด้านนี้ เผื่อมีอะไรผิดพลาดเขาจะได้รับประกันแก้ไขได้

ส่วนเมรุวัดท่าขนุนหายไปจากโลกนี้แล้ว ไม่มีอะไรเหลืออยู่นอกจากพื้นเปล่า ๆ ช่างกำลังวางผังทำเมรุใหม่อยู่ ทองผาภูมิเป็นอำเภอที่มีผู้หลักผู้ใหญ่ เจ้าใหญ่นายโตไปกันเยอะ งานศพแต่ละที รัฐมนตรี ส.ส. ส.จ. นายพล นายพัน ฯลฯ ไปกัน แต่ไม่มีเมรุที่เป็นหน้าเป็นตาให้แก่อำเภอเลยสักที่เดียว ท้ายสุดวัดท่าขนุนก็เลยต้องทำเอง แต่ประกาศบอกญาติโยมไปแล้วว่าเผาฟรีก็ได้ ไม่ใช่เห็นเมรุสวยแล้วไม่กล้าเข้าไปใช้

ช่วงนี้ก็ห้ามตาย..! ต้องรอสัก ๒ ปี เมรุเสร็จแล้วค่อยอนุญาตให้ตายได้ รวมทั้งเจ้าอาวาสด้วย ไม่อย่างนั้นไม่มีที่เผา ถ้าเจ้าอาวาสวัดท่าขนุนตายแล้วไปเผาวัดอื่นนี่น่าเกลียดมาก..!"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 11-09-2015 เมื่อ 12:54
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 200 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #69  
เก่า 11-09-2015, 19:20
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,252
ได้ให้อนุโมทนา: 76,195
ได้รับอนุโมทนา 3,199,225 ครั้ง ใน 22,630 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : คนที่เอาตะปูสังขวานรจากโบสถ์เก่ามาละครับ ?
ตอบ : ถ้าไม่รู้จักชำระหนี้สงฆ์ก็ลงนรกไป ตะปูสังขวานรเป็นตะปูหล่อแบบโบราณ ส่วนใหญ่เอาไว้ยึดสิ่งที่ต้องการความแข็งแรง อย่างเช่น ประตูโบสถ์ ประตูวัง ถ้าโบสถ์ก็เป็นหนี้สงฆ์แน่ ๆ ถ้าวังก็ไม่รู้เหมือนกันว่าไปรื้อแล้วจะโดนอะไรบ้าง เขาถือว่าโบสถ์เป็นสถานที่ซึ่งพระภิกษุทำสังฆกรรมอยู่เสมอ โดยเฉพาะการสวดปาฏิโมกข์ทุกกึ่งเดือน พระภิกษุทุกรูปในพุทธศาสนาเกิดมาจากโบสถ์ มีการสวดญัตติ ประกาศยกเข้าเป็นอุปสัมบัน มีสิทธิ์ในการร่วมกิน ร่วมนอน ร่วมสังฆกรรมทั่วทั้งสังฆมณฑล

ส่วนวังเป็นที่พักของผู้มีบารมีสูงสุดของประเทศ ประกอบไปด้วยผู้คนจำนวนมากที่ต้องอ่อนน้อมค้อมเข้าไปหา ดังนั้น..สิ่งของที่เนื่องด้วยทั้ง ๒ อย่างนี้จึงถือว่าเป็นสิ่งที่มีอาถรรพ์ มีความเป็นมงคลอย่างสูง จึงเอามาใช้งาน หล่อพระบ้าง สร้างเป็นวัตถุมงคลบ้าง ทำเป็นมีดหมอบ้าง
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 12-09-2015 เมื่อ 02:34
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 194 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #70  
เก่า 11-09-2015, 19:22
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,252
ได้ให้อนุโมทนา: 76,195
ได้รับอนุโมทนา 3,199,225 ครั้ง ใน 22,630 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ทำไมสมัยพุทธกาลจึงมีการสร้างวัดไม่กี่หลังครับ ?
ตอบ : เหตุที่มีอยู่ไม่กี่หลังเพราะไม่ค่อยมีเงินพอจะสร้างอย่างหนึ่ง อย่างวัดบุพพารามของนางวิสาขาหมดไป ๒๗ โกฏิสมัยนั้น ตีเสียว่า ๑ โกฏิเท่ากับสิบล้าน ๒๗ โกฏิก็สองร้อยเจ็ดสิบล้านในสมัยนั้น เป็นสมัยนี้ไม่รู้เหมือนกันว่าหมื่นล้านจะเอาอยู่หรือเปล่า ? แล้วจะมีใครสร้างถ้าไม่ได้ศรัทธาขนาดนั้น อีกอย่างหนึ่งก็คือนักบวชเป็นผู้เว้นจากการครองเรือน นิยมอยู่ถ้ำอยู่ป่ากัน สมัยต่อมาไม่มีป่าให้อยู่ จึงต้องสร้างวัดให้พระอยู่อาศัยแทน
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 12-09-2015 เมื่อ 02:37
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 196 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #71  
เก่า 11-09-2015, 19:26
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,252
ได้ให้อนุโมทนา: 76,195
ได้รับอนุโมทนา 3,199,225 ครั้ง ใน 22,630 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ปราสาทเอาไว้ทำอะไรครับ ?
ตอบ : ปราสาทก็คือที่อยู่ เป็นที่อยู่ที่มีหลายชั้น อย่างเช่นสมัยนี้ ถ้าตึก ๒ ชั้น ๓ ชั้นขึ้นไป โบราณเขาเรียกว่าปราสาททั้งนั้น ส่วนโลหะปราสาทคือมีส่วนยอดหุ้มด้วยโลหะ เขาถึงเรียกว่าโลหะปราสาท

ที่อยู่ที่พระพุทธเจ้าอนุญาตให้พระอยู่ได้ ประกอบด้วย วิหาโร คือวิหาร อัฑฒโยโค แปลเป็นไทยว่า เรือนมุงซีกเดียว อย่างเพิงหมาแหงน ปาสาโท คือปราสาทหรือกุฏิหลาย ๆ ชั้น หัมมิยะ ท่านบอกว่าเรือนหลังคาตัด ฟังแล้วบ้าไปเลย รู้จักค่ายไหม ? ค่ายที่มีแต่รั้วรอบ ๆ นั่นแหละหัมมิยะ และ คูหา ก็คือถ้ำ

ในเรื่องของปราสาทที่พระพุทธเจ้าอนุญาตให้ เพราะว่านางวิสาขาสร้างขึ้นเพื่อถวายพระสงฆ์ที่วัดบุพพาราม ในบาลีบอกว่ามีห้องพัก ๕๐๐ ห้อง สมัยนี้ก็คอนโดมีเนียมดี ๆ นี่เอง ยูนิตเบ้อเริ่มเลย..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 12-09-2015 เมื่อ 02:39
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 191 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #72  
เก่า 11-09-2015, 19:28
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,252
ได้ให้อนุโมทนา: 76,195
ได้รับอนุโมทนา 3,199,225 ครั้ง ใน 22,630 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

บางคนเข้าไม่ถึงรากศัพท์ แล้วก็แปลแบบโบราณมา ทำให้คนสมัยใหม่ฟังไม่รู้เรื่อง อย่างเรือนมุงซีกเดียว สมัยนี้เด็กรู้จักหรือเปล่าว่าเพิงหมาแหงนหน้าตาเป็นอย่างไร ? คือหลังคาลาดลงเหมือนหมากำลังแหงนหน้าขึ้น สมัยนี้ก็มีกันสาดข้างหน้ามาอีกหน่อยหนึ่ง ส่วนเรือนหลังคาตัด ถ้าใครนึกภาพไม่ออกก็ให้นึกถึงค่ายทหารสมัยโบราณ ก็แค่เอาไม้มาปักล้อมรอบ ๆ ไม่มีหลังคา

เหตุนี้นาน ๆ ไปถึงต้องมีบรรดาอาจารย์ต่าง ๆ มาอธิบายความเพิ่มเติม อาจารย์ที่อธิบายความในพระไตรปิฎกท่านเรียกว่า อรรถกถาจารย์ อาจารย์ที่อธิบายอรรถกถา เรียกว่า ฎีกาจารย์ อาจารย์ที่อธิบายฎีกาเรียกว่า อนุฎีกาจารย์ อาจารย์ที่อธิบายอนุฎีกาท่านเรียกว่า เกจิอาจารย์

คำว่า เกจิ แปลว่า ต่าง ๆ กันไป ก็คืออาจารย์หลาย ๆ สำนัก แต่สมัยนี้คำว่าเกจิอาจารย์ความหมายเปลี่ยนไป กลายเป็นผู้มีฌานสมาบัติ มีความขลังกว่าพระอื่น ๆ ความจริงตามรากศัพท์แล้วไม่ใช่เลย ความหมายเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ นี่จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่พระไตรปิฎกต้องจารึกไว้เป็นภาษาบาลี เพราะภาษาบาลีเป็นภาษาที่ตายแล้ว ไม่เปลี่ยนแปลง กี่ปี ๆ คำนี้ก็ต้องแปลว่าอย่างนี้ ภุญฺชติ ก็ต้องแปลว่ากิน กตฺตวา ก็ต้องแปลว่าไป
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 12-09-2015 เมื่อ 02:40
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 185 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #73  
เก่า 11-09-2015, 19:39
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,252
ได้ให้อนุโมทนา: 76,195
ได้รับอนุโมทนา 3,199,225 ครั้ง ใน 22,630 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ตอนพระพุทธเจ้าจะตรัสรู้ พอมารผจญ ทำไมเทวดาจึงต้องเผ่น ?
ตอบ : สมเด็จพระพนรัตน์ วัดป่าแก้ว ท่านอธิบายต่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราชว่า ถ้าพรหมเทวดาอยู่ การชนะด้วยอานุภาพของพรหมเทวดา พระมหาบุรุษก็จะไม่เด่นขึ้นมา เปรียบเหมือนบรรดาแม่ทัพนายกองที่ตามเสด็จพระองค์ท่านไม่ทัน พระองค์ท่านเข้ายุทธนาการกับพระมหาอุปราชแล้วชนะด้วยพระองค์เอง พระเกียรติยศจึงได้เกริกไกรขึ้นมา

แม่ทัพนายกองหัวจะขาดหมดอยู่แล้ว ...(หัวเราะ)... สมเด็จพระพนรัตน์ ซึ่งแต่เดิมก็คือพระมหาเถรคันฉ่อง เข้าไปกราบทูลขอชีวิตให้แม่ทัพนายกอง พระนเรศวรจึงเว้นโทษตายให้ แต่ให้ไปตีเมืองกัมพูชาเพื่อเป็นการแก้ตัว ไม่ต้องตายฟรี


ถาม : ช้างของพระองค์เผ่น ?
ตอบ : จะช้างหรืออะไรเป็นสาเหตุทหารก็ตามไม่ทัน โดนสั่งประหารหมดเลย พระองค์ท่านตีความว่า “มันเกรงกลัวข้าศึกมากกว่ากลัวโยม” ความจริงช้างของพระองค์ท่านตกมัน จึงวิ่งถลำไปโดยที่ไม่รอใครเลย สมัยก่อนที่เขาเอาช้างตกมันไว้ออกศึก เกิดจากช้างทั่วไปพอได้กลิ่นช้างตกมันก็จะหนี เหมือนอย่างกับรู้ว่าคนนี้กำลังบ้า เรื่องอะไรจะไปสู้กับมัน
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 12-09-2015 เมื่อ 02:42
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 189 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #74  
เก่า 11-09-2015, 19:44
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,252
ได้ให้อนุโมทนา: 76,195
ได้รับอนุโมทนา 3,199,225 ครั้ง ใน 22,630 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : แต่ช้างตกมันก็ควบคุมไม่อยู่ ?
ตอบ : สมัยนั้นวิชาคชศาสตร์ของเขา ประเภทเอามือตบตะพองทีเดียวช้างตกมันหมอบกับพื้นเลย เขามั่นใจว่าคุมได้แน่นอน วิชาคชศาสตร์นี่รวมพวกไสยเวทย์อาคมเข้าไปด้วย

ถ้าหากพวกเราเล่นพระเครื่อง จะมีพระเครื่องอยู่ชุดหนึ่งที่เขาเรียกว่า พระหูไห หรือบางคนเรียกว่า พระหูช้าง นั่นคือพระเครื่องที่เขาหล่อขึ้นมาเพื่อที่จะแขวนคอช้างม้าโดยเฉพาะ พระเครื่องชุดนั้นจะหล่อแบบมีหูในตัว เอาไว้ร้อยเชือกแล้วแขวนคอช้างม้าเพื่อกันอาวุธ อย่างนั้นเหมาะสำหรับคนมาก เพราะว่าช้างม้าวัวควายอาราธนาพระไม่เป็น คนเสกต้องเสกให้คุ้มได้ทุกที่เลย แต่คนแขวนก็ไม่ค่อยไหว องค์ใหญ่จัด
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 12-09-2015 เมื่อ 02:43
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 192 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #75  
เก่า 11-09-2015, 19:50
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,252
ได้ให้อนุโมทนา: 76,195
ได้รับอนุโมทนา 3,199,225 ครั้ง ใน 22,630 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ช้างตกมันตรงไหนครับ ?
ตอบ : เป็นรูระหว่างหูกับตา จะมีรูเล็ก ๆ อยู่ ถ้าช่วงตกมันรูจะบวมและพองขึ้นมา น่าจะเป็นลักษณะของต่อมกลิ่นอะไรบางอย่าง เวลาบวมพองขึ้นมาแล้วน้ำมันไหล เจ้าของต้องคอยเช็ดให้ ตอนนั้นช้างจะซึมอยู่ตลอด อย่าให้น้ำมันนี้ไหลเข้าปาก ถ้าไหลเข้าปากทำให้เมา ถ้าอย่างนั้นแล้วช้างจะอาละวาด ถ้าเจ้าของช้างรู้จักดูแลคอยเช็ดให้ พอผ่านระยะนั้นไปก็จะเป็นปกติตามเดิม

เปรียบเหมือนอย่างกับผู้หญิงมีประจำเดือน พ้นไปแล้วก็หายเป็นปกติ ไม่อย่างนั้นแล้วมักจะหงุดหงิดงับหูคนใกล้ ๆ เป็นช่วงของระดับฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลง ลักษณะเดียวกับผู้ชายวัยทองนั่นแหละ แบบที่ทิดอู๋บอกว่า “อย่าไปถือสาอะไรอาจารย์เล็กเลย ที่ท่านด่า ท่านดุ เพราะท่านอยู่ในวัยทอง..!”
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 20-10-2015 เมื่อ 16:57
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 191 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #76  
เก่า 11-09-2015, 20:07
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,252
ได้ให้อนุโมทนา: 76,195
ได้รับอนุโมทนา 3,199,225 ครั้ง ใน 22,630 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า “เทคโนโลยีสมัยนี้ทำให้คนหมดความกล้า อย่างสมัยก่อนประเภทถือดาบเข้าไปลุยกัน ถ้าไม่เก่งจริง ใจไม่สู้จริง มีใครกล้าบ้าง ? สมัยนี้ห่างกันเป็นพันไมล์ จรวดนำวิถีระเบิดกระจายไปแล้ว เทคโนโลยีดีขึ้นแต่กำลังใจคนแย่ลง สมัยก่อนไปลุยกันซึ่ง ๆ หน้า สมัยนี้บางทีไม่รู้หรอกว่าข้าศึกหน้าตาเป็นอย่างไร รู้ว่าอยู่ตรงนั้นก็ตูมเดียวกระจายไปแล้ว

สมัยที่อาตมายังเป็นทหารอยู่ อาวุธที่ทันสมัยที่สุดก็คือจรวดดราก้อน ใช้ต่อสู้รถถัง จะมีเครื่องชี้เป้า ต้องไปรับการฝึกซ้อมกันจนกระทั่งเบ้าตาดำเป็นหมีแพนด้า เพราะต้องเอาตาประกบอยู่กับเครื่องเล็ง พอยิงทีก็จะมีแรงสะท้อนกระแทกถอยหลังที กว่าจะชำนาญก็เบ้าตาเขียวไปทุกคน

นั่นถือว่าทันสมัยมากเพราะถ้าล็อกเป้าได้ โอกาสพลาดมีน้อยกว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แต่สมัยนี้เขาก็หาทางป้องกัน อย่างพวกจรวดต่อสู้อากาศยานอากาศสู่อากาศ มีระบบล็อกเป้าอยู่ เขาก็จะปล่อยพวกแผ่นโลหะมาแทน อย่างเช่นว่าอยู่ ๆ ก็โรยแผ่นเคลือบตะกั่วออกมา ไอ้โน่นก็ไม่รู้ว่าเป้าไหนเพราะเครื่องบินเป็นโลหะเหมือนกัน พอเครื่องบินเลี้ยวทำมุมฉกาจหลีกออกไปจากเส้นทาง จรวดก็ไปตามแผ่นโลหะนั้นแทน”
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 12-09-2015 เมื่อ 02:46
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 187 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #77  
เก่า 11-09-2015, 20:14
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,252
ได้ให้อนุโมทนา: 76,195
ได้รับอนุโมทนา 3,199,225 ครั้ง ใน 22,630 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : พญามารมารังควานพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ไหมครับ ?
ตอบ : ทุกพระองค์ ใครต้องการไปพระนิพพานเจอทุกคน ไม่ใช่แต่พระพุทธเจ้า

ถาม : พญามารกลัวว่าพระพุทธเจ้าจะสำเร็จหรือครับ ?
ตอบ : ถ้าตามที่ท่านบอกนอกตำรา ท่านบอกว่าคิดผิดไปหน่อย กลัวว่าพระพุทธเจ้าเก่งขนาดนั้นจะเอาคนไปพระนิพพานหมด

ถาม : พญามารท่านคิดอย่างไรครับ ?
ตอบ : ต้องบอกว่าเป็นหน้าที่ของท่าน เมื่อท่านทำตามหน้าที่ก็ไม่ต้องไปใส่ใจว่าคิดอย่างไร

ถาม : พญามารไม่มีกรรม แต่มีเวรใช่ไหมครับ ต่อไปเขาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าก็โดนแบบนี้ใช่ไหมครับ ?
ตอบ : ไปถามท่านเอง อาตมาคงอยู่ไม่ถึงหรอก ตำรวจจับโจรจะไปมีเวรมีกรรมอะไร เขาทำตามหน้าที่ ผู้พิพากษาตัดสินให้อาชญากรโดนจำคุก มีกรรมไหมเล่า ? ไม่ใช่ความโกรธแค้นส่วนตัว แต่ทำตามหน้าที่ ยกเว้นอยู่อย่างเดียวว่า กูหมั่นไส้ไอ้นี่ อย่างไรต้องเอาเข้าคุกให้ได้ ถ้าอย่างนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 12-09-2015 เมื่อ 02:48
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 190 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #78  
เก่า 11-09-2015, 20:17
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,252
ได้ให้อนุโมทนา: 76,195
ได้รับอนุโมทนา 3,199,225 ครั้ง ใน 22,630 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : มีโรคเกี่ยวกับตา มีอะไรพอจะแนะนำไหมครับ ?
ตอบ : วัดไหนที่เขาสร้างพระพุทธรูป ก็ไปขอสร้างพระเนตรถวาย แล้วอธิษฐานขอตัดกรรมตรงนี้
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 12-09-2015 เมื่อ 02:48
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 192 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #79  
เก่า 11-09-2015, 20:25
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,252
ได้ให้อนุโมทนา: 76,195
ได้รับอนุโมทนา 3,199,225 ครั้ง ใน 22,630 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : คนจีนเขาชอบทำของปลอม เป็นเพราะเขาไม่มีคุณธรรมหรือครับ ?
ตอบ : เรื่องของคุณธรรมเกิดจากมโนธรรม ความรู้ผิดชอบชั่วดีในใจของตนก่อน รู้อยู่ว่าผงเมลามีนไปผสมนมผงให้เด็กกิน อย่างไรเด็กก็ตายแน่ เพราะทำให้ไตอุดตันแต่เขาก็ทำ แสดงว่ามโนธรรมไม่มีเลย

คนมีมโนธรรมจึงเข้ามาหาศีลธรรม ปฏิบัติตามศีลธรรมจึงมีคุณธรรม เมื่อมีคนเห็นความดีแล้วปฏิบัติตามแบบอย่างก็กลายเป็นจริยธรรม
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 12-09-2015 เมื่อ 02:50
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 191 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #80  
เก่า 11-09-2015, 20:40
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,252
ได้ให้อนุโมทนา: 76,195
ได้รับอนุโมทนา 3,199,225 ครั้ง ใน 22,630 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ถ้าผมโดนมารเล่นเรื่องผู้หญิง โดยผมคิดว่าจะไม่ไปพระนิพพานแล้ว ขอมีคู่ครองก่อน ผมจะโดนเล่นงานน้อยลงใช่ไหมครับ ?
ตอบ : หนักขึ้น...คุณเห็นคนมีครอบครัวภาระน้อยลงไหมเล่า ? แทนที่จะตัวคนเดียว คราวนี้ก็ไหนจะเมีย ไหนจะลูก ไหนจะพ่อตาแม่ยาย พูดง่าย ๆ ว่าเหยียบเราได้จมลึกเท่าไรเขาก็เอา

ถาม : หลอกเขาก่อนแล้วตอนหลังเราค่อยตั้งใจไปพระนิพพาน ?
ตอบ : ยังไม่มีใครหลอกมารได้ มีแต่โดนมารหลอกหลาย ๆ ชั้น ถ้าคุณหลอกได้ถือว่าเป็นคนแรกในโลก ลองดู..เผื่อจะสำเร็จ ไม่ใช่ว่าคิดแล้วเขาถึงรู้นะ คุณยังไม่ทันจะคิดเขาก็รู้แล้ว จะไปสู้กันอีท่าไหน ? ก็เหลือแต่กำลังใจอย่างเดียวที่จะต้องเข้มแข็ง ไม่ย่อท้อต่อการทำความดี
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 12-09-2015 เมื่อ 02:52
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 198 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 08:31



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว