กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > เก็บตกจากบ้านวิริยบารมี

Notices

เก็บตกจากบ้านวิริยบารมี เก็บข้อธรรมจากบ้านวิริยบารมีมาฝาก สำหรับผู้ที่ไม่มีโอกาสเดินทางไป

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #21  
เก่า 06-10-2015, 07:42
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,174
ได้ให้อนุโมทนา: 64,821
ได้รับอนุโมทนา 2,858,914 ครั้ง ใน 20,482 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ของที่เรานำมากราบไหว้บูชาพระพุทธรูปที่บ้านของเราแล้ว เราสามารถนำอาหาร ขนม ผลไม้เหล่านั้นไปถวายพระภิกษุสงฆ์โดยการใส่บาตรหรือถวายภัตตาหารที่วัดได้หรือไม่คะ ? จะเป็นการสมควรหรือไม่คะ ? จะถือเป็นการถวายของเดิมซ้ำหรือไม่คะ ?
ตอบ : ถวายได้ เป็นการสมควร ถวายซ้ำก็ได้บุญซ้ำอีกรอบหนึ่ง
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 06-10-2015 เมื่อ 17:16
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 222 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #22  
เก่า 06-10-2015, 07:44
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,174
ได้ให้อนุโมทนา: 64,821
ได้รับอนุโมทนา 2,858,914 ครั้ง ใน 20,482 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : กราบนมัสการหลวงพ่อ ขอทราบประวัติครูบาศรีวิชัย ในแบบฉบับของพระอาจารย์ครับ ?
ตอบ : เกิด โต บวช แก่ ตาย จบ
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 06-10-2015 เมื่อ 17:17
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 224 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #23  
เก่า 06-10-2015, 07:48
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,174
ได้ให้อนุโมทนา: 64,821
ได้รับอนุโมทนา 2,858,914 ครั้ง ใน 20,482 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : เวลาเราเดินทางไปต่างจังหวัด กระผมจะเลือกพกและอาราธนาวัตถุมงคลที่มีอานุภาพทางด้านป้องกันเป็นพิเศษ เช่น มีดหมอเพชราวุธหรือตะกรุดมหาสะท้อน กระผมเกรงว่าการอาราธนาวัตถุมงคลของเราจะเป็นการรบกวนเทวดา หรือท่านทั้งหลายที่ประจำอยู่ในสถานที่ซึ่งกระผมเดินทางผ่านหรือไป ซึ่งรวมถึงดวงจิตดวงวิญญาณทั้งหลายในที่นั้น ๆ ด้วย กระผมกราบขอเมตตาพระอาจารย์ ชี้แนะวิธีการอาราธนาวัตถุมงคลให้ไม่เป็นทุกข์โทษเวรภัยกับท่านทั้งหลายด้วยครับ ?
ตอบ : ไม่ต้องอาราธนา เอาไปถวายพระอาจารย์ซะ..!

ถาม : อย่างนี้พกไปอาราธนาไปเป็นทุกข์เป็นโทษไหมครับ ?
ตอบ : ถ้าเราไม่คิดไปรังแกใครก็ไม่เป็นหรอก
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 06-10-2015 เมื่อ 17:18
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 224 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #24  
เก่า 06-10-2015, 07:48
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,174
ได้ให้อนุโมทนา: 64,821
ได้รับอนุโมทนา 2,858,914 ครั้ง ใน 20,482 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : การถวายปัจจัยเข้าร่วมงานบุญ แต่ไม่มีเวลาและโอกาสในการไปร่วมงานบุญนั้น ๆ กรณีเช่นนี้มีอานิสงส์เป็นอย่างไร ?
ตอบ : คิดจะทำบุญ แค่คิดก็ได้บุญแล้ว

ถาม : แล้วการไปเองกับฝากไปนี่มีผลต่างกันไหมครับ ?
ตอบ : ไปด้วยตัวเอง ถ้าเหนื่อย อารมณ์เสีย บุญจะน้อยกว่าฝากเขาไป
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 06-10-2015 เมื่อ 17:18
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 228 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #25  
เก่า 06-10-2015, 11:54
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,174
ได้ให้อนุโมทนา: 64,821
ได้รับอนุโมทนา 2,858,914 ครั้ง ใน 20,482 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "วันก่อนมีโยมคนหนึ่งมากราบขอบพระคุณ พร้อมกับเล่าให้ฟังว่า ขับรถไปพอจอดแล้วเปิดประตู บังเอิญไปกระแทกถูกเจ้าถิ่นก็เลยโดนรุมกระทืบ ก็ไม่มากไม่มายแค่ ๒๐ ตีนเท่านั้น...! แสดงว่าเป็นคนสติดีมาก ขนาดโดนกระทืบยังนับตีนของเขาได้ เจ้าถิ่นทิ้งให้กองอยู่ตรงนั้น พอลุกขึ้นมาได้ สำรวจตัวเองไม่เป็นอะไรเลย มีแต่รอยถลอกนิดหน่อย มาเล่าให้อาตมาฟังว่า ทั้งเนื้อทั้งตัวพกตะกรุดมหาสะท้อนรุ่น ๕ อยู่ดอกเดียว ก็เลยมาถามว่าที่นี่ยังมีอีกหรือไม่ ? จะขอบูชาไปให้ญาติพี่น้องบ้าง ปรากฏว่าในตู้เหลือแต่พระกริ่งปลดหนี้ ๒ แผ่นดินเนื้อเงิน ซึ่งใส่ตะกรุดมหาสะท้อนลงไป ๓๐ ดอก คาดว่าต่อไปอาจจะถึง ๑๒๐ ตีนเป็นอย่างน้อย ขนาดพกดอกเดียวยังโดนไป ๒๐ ตีนเลย...!

ส่วนป้านุชส่งข้อความส่วนตัวมารายงานว่า เมื่อวานซืนออกจากที่นี่ไป ด้วยความที่ทำงานหนัก จึงหลับในไม่รู้ตัว ขับรถไปชนรถคันหน้าที่ติดไฟแดงเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ลงไปดูแล้วรถไม่มีแม้แต่รอยข่วนทั้งของเขาและของเรา ก็เลยต่างคนต่างไปแบบงง ๆ บอกว่าขอบพระคุณหลวงพ่อที่ช่วยคุ้มครอง อาตมาตอบไปว่า ที่คุ้มครองดูท่าว่าไม่ใช่อาตมาแน่ เพราะนั่งรับสังฆทานอยู่ตรงนี้ เพราะฉะนั้น..ไปขอบคุณให้ถูกที่แล้วกัน

เขาใช้คำว่า "เอารถมาเจิมที่นี่" เกิดเหตุอย่างนี้ ๒ ครั้งแล้วคือขับชนคนอื่น รถไม่เป็นอะไรทั้งของตัวเองและอีกฝ่ายหนึ่ง แต่พอคนอื่นขับมาชนกลับบุบไปทั้งแถบเลย ฉะนั้น..ต่อไปให้มีหน้าที่ชนคนอื่น แสดงว่าฝีมือดี ชนเขาแล้วไม่เป็นอะไร คาดว่าอาตมาคงเจิมรถให้เขาได้อีกไม่เกิน ๓-๔ คัน เพราะว่าแผ่นทองที่เข้าพิธีไว้และใช้เจิมมาเรื่อย ๆ บัดนี้จะหมดแล้ว ถ้าหมดเมื่อไรก็เลิกเจิม"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 06-10-2015 เมื่อ 17:21
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 225 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #26  
เก่า 06-10-2015, 12:45
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,174
ได้ให้อนุโมทนา: 64,821
ได้รับอนุโมทนา 2,858,914 ครั้ง ใน 20,482 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "เดือนนี้มีงานใหญ่ของวัดท่าขนุนอยู่ ๒ งาน คือ งานบวงสรวงไหว้ครูและเป่ายันต์เกราะเพชร วันที่ ๑๗ ตุลาคม พิธีบวงสรวงเริ่ม ๐๗.๓๐ น. เป่ายันต์รอบแรก ๑๐ โมง รอบสองบ่ายโมง ยังอยู่ในช่วงกินเจหรือเปล่า ? ถ้าอยู่ในช่วงกินเจคงต้องให้โรงทานออกอาหารเจสักโรง แต่กลัวว่าจะหมดก่อนเพื่อน

ส่วนวันที่ ๒๘ ตุลาคม
ช่วงเช้าเป็นงานตักบาตรเทโวฯ แล้วก็ทอดกฐินในช่วงบ่าย พระท่านสั่งให้เข้ากรรมฐานก่อนรับกฐิน ๓ วันเพื่อสงเคราะห์โยม ก็คาดว่าต้องเข้าวันที่ ๒๕-๒๖-๒๗ ตุลาคม แล้วไปออกเช้ามืดของวันที่ ๒๘ ตุลาคม ปกติเขาทำบุญกับพระออกกรรมฐานทั่ว ๆ ไป แต่ของเรานี่ถวายกฐินกับพระออกกรรมฐาน..!

เกรงอยู่อย่างเดียวว่าจะมีแรงเดินรับบาตรหรือเปล่า ? เพราะว่าตักบาตรเทโวฯ เริ่มประมาณ ๐๘.๓๐ น. กว่าจะเลิกก็ราว ๑๐.๓๐ น. ส่วนเรื่องกฐินตอนบ่ายไม่ต้องกังวล เพราะว่าอาตมานั่งเฉย ๆ อายุมาก กายสังขารเสื่อมโทรม ยังไม่รู้ว่าจะรับบาตรไหวไหม ? แต่ถ้าหากว่าพระท่านสั่งก็ต้องทำ อาตมาจะเป็นลมขายหน้าชาวบ้านก็ช่างเถอะ เพราะว่าตอนปกติร่างกายดี ๆ ไม่ได้เข้ากรรมฐาน กว่าจะรับบิณฑบาตเสร็จยังแทบจะเป็นลม

อาตมาเข้ากรรมฐานไม่เหมือนกับชาวบ้านเขาหรอก พอสมาธิทรงตัว รักษาระดับได้ก็ทำงานไปเรื่อยเปื่อย เพียงแต่จำกัดเขตไม่ได้โผล่หน้ามาให้ชาวบ้านเห็นเท่านั้น"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 06-10-2015 เมื่อ 17:25
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 234 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #27  
เก่า 06-10-2015, 20:53
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,174
ได้ให้อนุโมทนา: 64,821
ได้รับอนุโมทนา 2,858,914 ครั้ง ใน 20,482 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"โชคดีที่อาตมาเกิดมาไตรกลีเซอไรด์สูงโดยกรรมพันธุ์ หมอตรวจแล้วบอกว่าไม่มีอะไรดีเลยครับ นอกจากอดข้าวได้นานกว่าคนอื่นเขา ก็คงเอามาใช้ตอนเข้ากรรมฐานนี่แหละ ที่บ้านของอาตมาไตรกลีเซอไรด์เกิน ๒๐๐ ทุกคน เป็นกรรมพันธุ์ คาดว่ารุ่นปู่ย่าตาทวดอดอยากลำบากอยู่ที่ประเทศจีนมาหลายชั่วอายุคน ก็เลยพัฒนาจนกระทั่งดีเอ็นเอสั่งให้ตุนอาหารไว้ในเลือดโดยอัตโนมัติ

โยมพ่อเล่าให้ฟังว่า คุณย่าเอาขี้เถ้ายัดปากลูกไป ๓ คน เกิดมาแล้วเลี้ยงไม่ไหว แล้วคุณย่าเป็นคนเดียวที่ตายแบบไม่สงบ คุณตานอนหลับตายไปเฉย ๆ คุณยายนอนหลับตายไปเฉย ๆ คุณพ่อนอนหลับตายไปเฉย ๆ คุณแม่นอนหลับตายไปเฉย ๆ แต่คุณย่าก่อนตายประมาณ ๔-๕ วัน แกถือไม้เท้าอยู่ ใครเข้าใกล้โดนฟาดกระจายเลย..!

เราควรจะเข้าใจว่าคนจีนสมัยเก่า ๆ โดยเฉพาะพวกที่เป็นต่างด้าว เข้าเมืองไทยมาแบบเสื่อผืนหมอนใบ มักจะบรรลุวิทยายุทธ์ระดับใดระดับหนึ่งเสมอ อาตมาเองเข้าไปเรียกให้ท่านกินข้าว ก็โดนตีกลิ้งไปเหมือนกัน เพราะท่านเห็นว่าจะมีคนมาเอาชีวิต ก็แปลว่าคุณย่าตายไม่ดีอยู่คนเดียว

ส่วนคุณปู่โดนลูกปืนตาย..! ท่านเป็นผู้ที่มีชื่อเสียง เป็นที่ยอมรับของคนส่วนมาก รับอาสาไปไกล่เกลี่ยข้อพิพาทให้เขา แต่ปรากฏว่าอีกฝ่ายหนึ่งไม่ยอม รู้ว่าคุณปู่ฝึกวิทยายุทธ์มา สู้ไม่ได้แน่ จึงให้มือปืนซุ่มอยู่ชั้นบนของเหลา โดนยิงกลิ้งตั้งแต่ก่อนจะเข้าเหลาไป ฉะนั้น..พวกที่ฝึกวิทยายุทธ์รุ่นเก่า ๆ มักจะดูถูกคนรุ่นใหม่ว่าไม่มีความพากเพียร ไม่มีฝีมือที่แท้จริง อาศัยแต่อาวุธสมัยใหม่

อาตมาเองเกิดทันคนรุ่นนี้ เห็นอยู่หลายคน อย่างอาเจ็กข้างบ้านจะมีกล้องยาสูบ ทำจากเหง้าไม้ไผ่ ยาวประมาณศอกหนึ่ง เหน็บเอวอยู่เสมอ ภาษาจีนเขาเรียกว่า "กล้องยาแดง" สูบยาอยู่ทุกวัน มีพวกบรรดาจิ๊กโก๋เกเรไปรุมทำร้ายแก ๓-๔ คน ไม่เคยทำอะไรแกได้ ถืออาวุธอะไรไปโดนแกตีร่วงหมด ใช้แค่กล้องยาสูบอันเดียว หวดทีไรโดนข้อมือทุกที"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 07-10-2015 เมื่อ 02:39
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 210 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #28  
เก่า 07-10-2015, 07:08
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,174
ได้ให้อนุโมทนา: 64,821
ได้รับอนุโมทนา 2,858,914 ครั้ง ใน 20,482 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"โยมพ่อก็สอนให้อาตมาไปไล่จิ้มต้นกล้วย บอกว่าพอนิ้วแทงต้นกล้วยเข้าแล้วก็มาเปลี่ยนเป็นกะลา ทิ่มกะลาทะลุเมื่อไรแล้วค่อยมาเรียนต่อ อาตมาก็ฝึกหัดด้วยความพากเพียรอยู่ระยะหนึ่ง แต่โยมพ่อตายเสียก่อนก็เลยไม่สามารถจะฝึกให้สำเร็จได้ แต่ทุกวันนี้ถ้าโยมรู้จักสังเกตจะเห็นว่า นิ้วชี้กับนิ้วกลางของอาตมาไม่เหมือนกับชาวบ้านเขา ไม่สั้นยาวเหมือนนิ้วคนอื่น แต่จะเท่ากัน..!

แล้วก็มีเฮียลิ้มจือ เฮียลิ้มจือไม่เก่งวิทยายุทธ์แต่เจ๊เหลียนเมียแกเก่งมาก ฝึกวิชาฝ่ามือทรายเหล็ก ถึงเวลาต้องคั่วทรายร้อน ๆ ด้วยมือ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามือ
เจ๊เหลียนแกแข็งขนาดไหน แต่แกตบกระดานแตกได้..! แล้วคนที่โดนตบประจำก็เฮียลิ้มจือนั่นแหละ บางวันเสียงดังโครม ปลิวทะลุข้างฝาออกมาพร้อมกับกระดาน ๓-๔ แผ่น..!

วันหนึ่งก็เห็น
เจ๊เหลียนแกร้องไห้ร้องห่ม ต้มน้ำร้อนลวกมือตัวเอง เอามีดทื่อ ๆ ขูดหนังล่อนออกมาเป็นแผ่น ๆ เลย ถามว่าทำไม แกบอกว่า “เลิกแล้ว ไม่ฝึกอีกแล้ว” ก็คือมีเพื่อนบ้านมาปรึกษาว่าโดนผัวตี ทำร้ายร่างกายอยู่เรื่อย จะทำอย่างไรดี เจ๊เหลียนแกก็สอนวิธีให้ “ลื้อต้องใช้ ๓ นิ้วนี่นะ จิ้มไปตรงจุดนี้ ๆ แล้วผัวลื้อจะยืนแข็งทื่อ ทำอะไรไม่ได้ ” อาตมาบอกไม่ได้นะ..เพราะถึงตาย ปรากฏว่าเขาไป “เลียะ” ผัวตายเลย..! เพราะด้วยความสงสารผัว กลัวว่าถ้าใช้ ๓ นิ้วผัวจะอาการหนัก เลยใช้นิ้วเดียว...ตายเลย..!

ที่
เจ๊เหลียนให้ใช้ ๓ นิ้ว เพราะว่านิ้วกลางจะยื่นมานิดเดียว ถึงเวลาจิ้มถูกจุด นิ้วชี้กับนิ้วนางจะช่วยค้ำไว้ อาการจะไม่หนัก แกดันไปสงสารผัว จิ้มนิ้วเดียว ต้องบอกว่าคนเราถึงที่ตายจริง ๆ แกก็เลยโทษว่าไปทำให้คนอื่นตายเลยเลิกฝึก ต้มน้ำร้อนเอามือแช่ แล้วก็ใช้มีดขูด ๆ จนมือที่ด้านเหมือนสากกะเบือลอกเป็นแผ่น ๆ เลย เวลาที่แกอัดเฮียลิ้มจือ แกรู้ว่าหนักเบาแค่ไหน ประเภทกระเด็นทะลุข้างฝาไปคือส่วนหนาของร่างกายไปกระทบ คนอื่นอาจจะเห็นว่าน่ากลัว แต่แกรู้ว่าควรจะยั้งไว้เท่าไร แต่คนอื่นไม่รู้"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 07-10-2015 เมื่อ 09:52
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 203 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #29  
เก่า 07-10-2015, 10:33
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,174
ได้ให้อนุโมทนา: 64,821
ได้รับอนุโมทนา 2,858,914 ครั้ง ใน 20,482 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"เรื่องของวิทยายุทธ์แบบจีนก็ดี มวยแบบไทยก็ดี ท้ายสุดก็ต้องมาฝึกจิต ฝึกสมาธิกันทั้งนั้น การฝึกจิตของจีนเขาเรียกว่า วิธีเดินลมปราณ ส่วนของไทยเป็นการตั้งธาตุ ปลุกธาตุ ใช้คาถาอาคมเข้าช่วย ซึ่งต้องฝึกสมาธิภาวนาทั้งนั้น เพียงแต่ว่าแต่ละคนเรียกกันไปคนละอย่าง

อาตมาฝึกเดินลมปราณแบบจีนอยู่ ๓ ปี พอมาฝึกกรรมฐานแล้วมีปัญหาใหญ่มาก เพราะการเดินลมปราณ ก็คือไล่ให้ลมปราณวิ่งไปตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย แต่การฝึกกรรมฐานคือหยุดใจอยู่เฉพาะที่ ด้วยความที่เคยบังคับให้วิ่งทั่วร่างกายแล้ว ต้องมาหยุดเฉพาะที่ก็เป็นอะไรที่สาหัสมาก กว่าจะหยุดได้ แต่พอมาฝึกมโนมยิทธิแล้ว เพิ่งจะรู้ว่าการเดินลมปราณของจีนก็คือมโนมยิทธินั่นเอง เพียงแต่เป็นการเคลื่อนจิตภายในกายตัวเอง ขณะที่มโนมยิทธิเคลื่อนจิตไปข้างนอก ต่างกันแค่นั้นแหละ นอกนั้นเหมือนกันทุกอย่างเลย

ฉะนั้น..ใครที่ฝึกมโนมยิทธิได้ ไปศึกษาวิธีเดินลมปราณแบบจีน จะเอาแบบไหนก็ได้ ตำราเดี๋ยวนี้มีมาก จะสามารถทำได้ง่ายกว่าคนอื่นเขา การเดินลมปราณช่วยให้ร่างกายแข็งแรง เจ็บไข้ได้ป่วยน้อย แต่ก็อย่างว่า..ไม่ได้ช่วยให้ไม่ตาย ท้ายสุดวาระมาถึงก็ตาย

เสียดายอยู่อย่างว่าคนรุ่นเก่าล่วงลับไป คนรุ่นใหม่ไม่มีความพากเพียรอดทนพอ แม้กระทั่งมวยไทย สมัยอยู่วัดท่าซุงก็มีบรรดานักเรียนโรงเรียนพระสุธรรมยานเถระมาขอให้สอน พวกเด็กนักเรียนผู้ชายมัธยมก็รู้อยู่ว่ากำลังห้าว มาถึงก็จะให้เข้าท่ามวยเลย อาตมาบอกว่าไม่ได้ ต้องฝึกจากพื้นฐานก่อน วันแรกมา ๔ คน วันที่สองมา ๒๐ กว่าคน วันที่สามมา ๓๐ กว่าคน วันที่สี่หายหัวหมด ไม่มีความอดทนพอ

แต่รายแรกที่มาบอกว่า ต้องขึ้นชกมวยในงานวัดที่อำเภอลานสัก คู่ต่อสู้เป็นมวยมาจากกรุงเทพฯ เคยขึ้นเวทีมาก่อนแล้ว ถามว่าแล้วมึงเสือกไปชกกับเขาทำไม ? เขาบอกว่าเพื่อนยุ เลยเผลอรับปากไป"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 07-10-2015 เมื่อ 10:43
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 201 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #30  
เก่า 07-10-2015, 10:53
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,174
ได้ให้อนุโมทนา: 64,821
ได้รับอนุโมทนา 2,858,914 ครั้ง ใน 20,482 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"เขาถามว่า คู่ต่อสู้รัดเอว ตีเข่าเก่งมาก จะแก้ไขอย่างไร ? อาตมาบอกไปว่า ทำไมต้องไปกลัวนักมวยกอดเอวตีเข่า คนรัดเอวเรา กำปั้น ๒ ข้าง ศอก ๒ ข้างก็ใช้งานไม่ได้อยู่แล้ว กลายเป็นลดอาวุธของตัวเอง ก็เอาศอกจามหน้ามันเข้าไปสิ เขาบอกว่าแล้วถ้าจามหน้าแล้วยังดิ้นไม่หลุดล่ะ ? รอบคอบดีเหมือนกัน ก็เลยบอกว่าถ้าเมตตาก็อย่าให้หนักนัก ถ้าไม่เมตตาก็เอาให้แขนหักไปเลย

ให้ใช้ศอกแนบกับซี่โครงตัวเองแล้วรูดตัวกระแทกลงไป สถานเบาแขนจะหมดแรงใช้งานไม่ได้ ถ้าสถานหนักก็หักไปเลย เลือกเอาเอง จุดระหว่างกล้ามเนื้อแขนก่อนถึงข้อศอกสักสามนิ้ว ลองบิดตัวเองดูแขนจะหมดแรงเลย เพราะเป็นช่วงว่างระหว่างกล้ามเนื้อพอดี พวกเราถ้าไม่ได้ศึกษาจุดเส้นมา คลำไม่ค่อยถูกหรอก"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 07-10-2015 เมื่อ 11:56
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 199 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #31  
เก่า 07-10-2015, 10:59
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,174
ได้ให้อนุโมทนา: 64,821
ได้รับอนุโมทนา 2,858,914 ครั้ง ใน 20,482 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : สำเร็จจนเป็นเซียนนี่ได้อภิญญาหรือเปล่าครับ ?
ตอบ : เซียนทุกคนได้อภิญญา แต่บุคคลที่ได้อภิญญาทุกคนไม่ใช่เซียน ฟังเข้าใจไหม ? ที่ว่าเซียนทุกคนได้อภิญญา ก็คือ อภิญญาลาภีบุคคล จะเป็นฌานโลกีย์ก็ดี โลกุตรฌานก็ดี คนจีนเรียกว่าเซียนทั้งนั้น แต่ว่าเซียนในความหมายที่แท้จริงก็คือผู้ที่บรรลุแล้ว ซึ่งในความหมายของเราก็คือบรรลุธรรมเป็นพระอริยเจ้า ถึงได้กล่าวเซียนทุกคนได้อภิญญา แต่ผู้ได้อภิญญาไม่แน่ว่าจะเป็นเซียน
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 07-10-2015 เมื่อ 11:57
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 203 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #32  
เก่า 07-10-2015, 11:01
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,174
ได้ให้อนุโมทนา: 64,821
ได้รับอนุโมทนา 2,858,914 ครั้ง ใน 20,482 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "วิชาการของพวกเราส่วนใหญ่ถดถอยเพราะความอดทนไม่พอ ไม่มีความพากเพียร ไม่มีความอดทน แม้แต่การฝึกกรรมฐานก็ขาดวิริยบารมี ขาดขันติบารมี ก็ไปไม่รอด ดังนั้น..ต้อง “อดทนหนอ พากเพียรหนอ”
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 07-10-2015 เมื่อ 11:58
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 203 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #33  
เก่า 07-10-2015, 11:52
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,174
ได้ให้อนุโมทนา: 64,821
ได้รับอนุโมทนา 2,858,914 ครั้ง ใน 20,482 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ตอนที่หลวงพ่อวัดท่าซุงกลับมาจากอเมริกาแล้วบอกว่า ถ้าเกิดสงครามฝรั่งเศสเมื่อไร ก็ให้กลับมาเมืองไทย แล้วฝรั่งเศสก็ไปทิ้งระเบิดไอซิสเมื่อวันสองวันนี้ ผมก็คิดว่าควรจะกลับมาเดือนไหนวันไหนดีครับ ?
ตอบ : ตัดสินใจเอาเอง คนเราถ้าถึงที่ อยู่ที่ไหนก็ตาย อันนี้อาตมาเห็นศพมากับตา เพราะว่าทางบ้านสมัยก่อนมีอาเจ็กอยู่คนหนึ่งดูโหงวเฮ้งเก่งมาก ๆ ถือเป็นอาจารย์คนแรก ๆ ของอาตมาเลย แกดูเก่งถึงขนาดที่ว่าบุคคลนี้ วันนี้ เวลานี้จะตาย แล้วก็ไปเตือนอาเจ็กอีกท่านหนึ่งบอกว่าลื้อจะตายพรุ่งนี้ เวลาเท่านี้ ๆ ก็คือก่อนเพลหน่อยหนึ่ง

อาเจ็กท่านนั้นเชื่อก็จริง แต่แกก็สู้ แกบอกว่าถ้าอั๊วไม่ออกจากบ้านให้รู้ไปว่าจะตาย พอใกล้ถึงเวลาที่เขากำหนดไว้แกก็เข้ามุ้งนอนเลย ให้รู้ไปว่านอนเฉย ๆ แล้วกูจะตาย ปรากฏว่าตำราเขาแม่นหรือกรรมแกแรงก็ไม่รู้ แม่ไก่ออกไข่ พอไข่เสร็จก็กระโดดขึ้นไปบนขื่อ ไปกระต๊ากเพื่อประกาศว่ากูไข่แล้ว เรื่องพวกนี้เป็นธรรมชาติของไก่ เขาจะประกาศให้พรรคพวกรู้ว่าตัวเองไข่แล้ว หลังจากนั้นไม่นานถ้าพาลูกไป พรรคพวกจะได้รับรู้ว่านี่คือลูกของเขา คราวนี้รู้แล้วหรือยังว่าทำไมไก่ไข่แล้วต้องประกาศด้วย ? ถึงเวลาจะได้พาลูกไปเข้าหมู่เข้าพวกได้

ปรากฏว่าอาเจ็กคนนี้แกเอาหลาวพาดไว้บนขื่อ ไก่ก็เจ้ากรรม กระโดดขึ้นไปเหยียบปลายหลาวพอดี พอน้ำหนักถ่วงหลาวก็ไหลปรู๊ดลงไปเสียบอกแกตายคามุ้งเลย สรุปว่าคนเราถ้าจะตายอยู่ที่ไหนก็ตาย ฝรั่งเศสหรือเมืองไทยก็ตายเหมือนกัน เห็นแผ่นดินไหวที่เนปาลไหม ? เด็กอายุ ๒๒ เดือนติดอยู่ในซากตึก ผู้ใหญ่ตายกันเกลี้ยงไม่เห็นเด็กเป็นอะไร ถ้าบอกว่าเด็กอาจจะมีพลังชีวิตแข็งแกร่งอยู่ แล้วคุณปู่อายุ ๑๐๑ ปีก็รอดเหมือนกัน

สรุปว่าถ้าไม่ได้สร้างกรรมเอาไว้ หรือว่าสร้างกรรมไว้แต่วาระยังไม่ถึงไม่เป็นอะไรหรอก ถ้ากลัวมาก ๆ ก็หาวัตถุมงคลของหลวงพ่อวัดท่าซุงติดตัวไว้ ต้องเป็นรุ่นที่ทันท่านด้วยนะ
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 07-10-2015 เมื่อ 12:00
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 211 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #34  
เก่า 07-10-2015, 11:57
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,174
ได้ให้อนุโมทนา: 64,821
ได้รับอนุโมทนา 2,858,914 ครั้ง ใน 20,482 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

โบราณบอกว่า “คนขลาดตายหลายครั้ง คนกล้าตายครั้งเดียว” คนที่กลัวก็กลัวจนแทบจะขาดใจตาย เมื่อวันศุกร์มีโยมคนหนึ่งมาถาม บอกว่าเป็นโรคนี้ ก็คือกลัวทุกอย่าง กลัวไปหมด กลัวขนาดนั่งร้องไห้เลย ทั้ง ๆ ที่ตัวเองเป็นผู้ชายตัวใหญ่ตัวโต มาถามว่าจะแก้ไขอย่างไร ? อาตมาบอกว่าให้ไปฝึกกรรมฐาน ถ้าสมาธิดีขึ้นความกลัวก็จะลดน้อยลงไปตามลำดับ

ในเรื่องของความกลัวเป็นธรรมดาสามัญของมนุษย์และสัตว์ทั้งปวง บาลีว่า อาหารนิทฺทํภยเมถุนญฺจ สามญฺญเปตปฺปสุภีนรานํ การกิน การนอน การกลัวภัย การเสพกาม เป็นเรื่องปกติธรรมดาของบรรดาสัตว์และมนุษย์ทั้งหลาย ที่เราเรียกปศุสัตว์ ปสุเขาแปลว่าสัตว์เลี้ยง ธมฺโมหิ เตสํ อธิโก วิเสโส ธรรมเท่านั้นที่ทำให้เราทั้งหลายต่างไปจากสัตว์ ธมฺเมน วีณา ปสุภิสฺสมานา ธรรมเท่านั้นที่ทำให้แยกคนจากสัตว์ได้ ที่เขาใช้คำพูดง่าย ๆ ว่าคนกับสัตว์มีสภาพเหมือนกันคือกิน ถ่าย นอน สืบพันธุ์

ถ้าสมมุติว่าอยู่ฝรั่งเศสกลัวตายเพราะเขารบกัน มาเมืองไทยอดข้าวตายจะหนักกว่าอีก ช่วงนี้น่ากลัวมาก..ผัดกะเพราจานละ ๑๕๐ บาท ได้ยินแล้วช็อก แต่อาตมาไปเนปาลกินข้าวจานละ ๑๙๕ บาทมาแล้ว เลยรู้สึกว่า ๑๕๐ บาทยังไม่แพงนัก
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 07-10-2015 เมื่อ 12:03
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 205 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #35  
เก่า 07-10-2015, 17:02
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,174
ได้ให้อนุโมทนา: 64,821
ได้รับอนุโมทนา 2,858,914 ครั้ง ใน 20,482 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์เล่าว่า "เมื่อปี ๒๕๒๖ น้ำท่วมกรุงเทพฯ จำได้ว่าท่วมตั้งแต่เดือนตุลาคมไปจนถึงเดือนพฤษภาคมของปี ๒๕๒๗ น้ำท่วมหนักกว่าปี ๒๕๕๔ แต่ทางกทม.จัดการได้เร็วกว่ามาก เพียงแต่ว่าบ้านอาตมาสร้างกรรมเอาไว้เยอะ อยู่ห่างจากแยกศรีนุช ก็คือแยกอ่อนนุชตัดกับถนนศรีนครินทร์แค่ป้ายรถเมล์เดียว ทางกทม.ทำคันกั้นน้ำเอาไว้ที่แยกศรีนุช แล้วสูบน้ำจากข้างในออกมา บ้านอาตมาก็เลยโดนท่วมไปจนถึงเดือนพฤษภาคมของปี ๒๕๒๗

ตอนแรก ๆ ที่ท่วมก็ยังอุตส่าห์ไปซื้ออิฐบล็อกมาก่อเพื่อที่จะกันน้ำไม่ให้เข้าบ้าน พอก่อไปได้ ๓ ชั้นน้ำก็ยังขึ้นมาเรื่อย ๆ ก็เลยต้องปล่อยเลยตามเลย แต่คราวนี้อิฐบล็อก ๓ ชั้นนี่ก็สูงเป็นเมตร พอถึงเวลาน้ำลด มีแต่ปลาเต็มบ้าน เข้ามาแล้วออกไม่ได้ กลายเป็นบ่อเลี้ยงปลาไปเลย ต้องเสียเวลาจับไปปล่อยอีก

ในช่วงนั้นวันแรกที่ไปส่งหลวงพ่อวัดท่าซุงที่บ้านบางโพของคุณฉวีวรรณ สรรพกิจ น้ำท่วมสูงมาก ประมาณเลยหัวเข่าแล้ว จำได้ว่าบ้านของคุณฉวีวรรณ สรรพกิจ ที่อยู่ใกล้ ๆ กับห้างบางลำพู น้ำจวนจะถึงบันไดขั้นแรก อาตมาเดินจากบางโพออกมาทางด้านประดิพัทธ์ สะพานควาย เข้าอนุสาวรีย์ชัยฯ ออกไปราชปรารภ จะกลับบ้านที่ซอยอ่อนนุช จึงต้องมาทางด้านสุขุมวิท เดินมาเกือบถึงตลาดพระโขนง น้ำก็ถึงหน้าอกแล้ว รถไม่มีวิ่ง มีแต่เรือพายส่วนตัวลำเล็ก ๆ บางคนก็ต่อแพด้วยยางในรถยนต์ ๒ เส้น เอาไม้พาด ๒-๓ แผ่นแล้วผูกเชือกไว้ ได้เห็นรถกับเรือชนกันก็วันนั้นแหละ

ในเมื่อยัง
ไม่ทันถึงปากซอยเข้าบ้านน้ำก็มาถึงหน้าอกแล้ว ไม่ต้องสงสัยหรอกว่าที่บ้านจะขนาดไหน จึงตัดสินใจเดินกลับ จากพระโขนงเดินย้อนมาทางสะพานควาย เข้าไปนอนที่บ้านสายลม บ้านสายลมเหลือแต่ชั้นบน ชั้นล่างท่วมหมดเกลี้ยงไปแล้ว"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 08-10-2015 เมื่อ 17:04
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 189 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #36  
เก่า 07-10-2015, 17:06
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,174
ได้ให้อนุโมทนา: 64,821
ได้รับอนุโมทนา 2,858,914 ครั้ง ใน 20,482 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"หลังจากนั้นทุกต้นเดือนก็ไปรับใช้หลวงพ่อวัดท่าซุงที่บ้านสายลมเป็นปกติ ต้องลุยน้ำประมาณขาอ่อนออกจากบ้าน ซึ่งตอนนั้นหนังสือพิมพ์เขาก็แซวกัน ผู้สื่อข่าวชายบอกว่าน้ำท่วมถึงระดับ "หัวเทียน" ผู้สื่อข่าวหญิงบอกว่าน้ำท่วมถึง "จานจ่าย" เห็นคนเป็นรถยนต์ไปได้ พอถึงเวลาไปถวายการรับใช้หลวงพ่อเสร็จสรรพ ก็ต้องลุยน้ำกลับบ้านทุกวันเป็นปกติ ไปวันศุกร์กลับคืนวันจันทร์ เพราะว่าเช้าวันอังคารหลวงพ่อท่านก็เดินทางกลับวัดท่าซุงแล้ว

ที่เล่าให้ฟังก็คือ ภัยธรรมชาติหรืออุปสรรคต่าง ๆ ไม่สามารถที่จะขวางกั้นการปฏิบัติธรรมของเราได้ ไม่ใช่แค่เมฆมืด ๆ ฟ้าร้องหน่อยเดียวเราก็ไม่ไปแล้ว แต่โยมไม่มาก็ดี อาตมาจะได้สบาย และครั้งนั้นเป็นครั้งเดียวในชีวิต ที่อาตมานุ่งกางเกงขาสั้นไปทำบุญ

ปรากฏว่าโดนป้าหมอลัดดา จารุวัฒน์ ตักเตือน ป้าหมอแกดึงหลบเข้าไปห้องใน บอกว่า “ไอ้หนู...หลวงพ่อเรามีคนมาหาทั้งประเทศ คนมาก็อยากถ่ายรูปหลวงพ่อไว้เป็นอนุสติ แกอยู่รับใช้ข้างหลวงพ่อ นุ่งกางเกงขาสั้นดูไม่เรียบร้อย ถ้ารูปถ่ายออกไปบางคนจะหาว่าหลวงพ่อท่านไม่ให้การอบรม” ก็เรียนป้าหมอบอกว่า “บ้านผมน้ำท่วมครับป้า ยันขาอ่อนเลย ถ้าไม่ใส่ขาสั้นนี่ก็ออกจากบ้านไม่ได้”

ท่านบอกว่า “เอากางเกงขายาวใส่ถุงถือมาด้วย พ้นจากที่น้ำท่วมแล้วก็ใส่กางเกงขายาว” นั่นเป็นครั้งเดียวและวันเดียวในชีวิต ที่อาตมาใส่กางเกงขาสั้นไปทำบุญ หลังจากนั้นมาไม่เคยทำอีกเลย เพราะถือว่าผู้ใหญ่ท่านรอบคอบกว่า ท่านเมตตาเตือนแล้ว ดังนั้น..เวลาเห็นญาติโยมทั้งหญิงผู้ชายใส่กางเกงขาสั้นมาทำบุญที่นี่ อาตมาก็พยายามนึกว่าเขาต้องมีความจำเป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง พยายามช่วยนึกแต่เรื่องที่ดี ๆ ไว้ เราจะไม่ตำหนิใคร..ใช่ไหม ? ยกเว้นว่าด่าไปเลยให้หมดเรื่องหมดราว..!

ได้เห็นความเมตตาของผู้ใหญ่ และได้เห็นวิธีการที่ท่านแนะนำสั่งสอน ท่านไม่ตำหนิต่อหน้าคนหมู่มาก ดึงเข้าไปในห้องเป็นการส่วนตัวแล้วค่อยบอก นักปราชญ์ท่านถึงได้ว่า ชมคนให้ชมต่อหน้าคนมาก ๆ แต่ถ้าหากว่าจะด่าใครให้ด่าลับหลังคนอื่น เพราะว่าแต่ละคนมีสักกายทิฐิคือตัวกูของกู ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า "อีโก้" ถ้าไปตำหนิต่อว่าต่อหน้าประชาชี เขารับไม่ได้ เพราะฉะนั้น..ให้ช่วยเมตตาเขาหน่อย ไม่จำเป็นจริง ๆ ก็อย่าไปด่าต่อหน้า...(บ่อยนัก)..."
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 08-10-2015 เมื่อ 02:35
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 196 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #37  
เก่า 07-10-2015, 18:55
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,174
ได้ให้อนุโมทนา: 64,821
ได้รับอนุโมทนา 2,858,914 ครั้ง ใน 20,482 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "โยมเขียนชื่อทศวรรษมาให้ ส่วนชื่อศตวรรษนี้ได้ยินมา ๓ คนแล้ว ทศวรรษเพิ่งได้ยินเป็นคนแรก ถัดไปจะมีสหัสวรรษไหม ?

ทศวรรษ คือ รอบ ๑๐ ปี ศตวรรษรอบ ๑๐๐ ปี สหัสวรรษรอบ ๑,๐๐๐ ปี"


ถาม : ถ้ารอบ ๑๐,๐๐๐ ?
ตอบ : รอบ ๑๐,๐๐๐ ทสสหัสสะ ถ้า ๑๐๐,๐๐๐ สตสหัสสะ แต่ขณะเดียวกันจะใช้ "ลักขัง" ก็ได้

๑๐,๐๐๐ มีศัพท์เฉพาะคำหนึ่ง คือ นหุต (นะ-หุ-ตะ)
๑๐,๐๐๐ ปีใช้นหุตวรรษก็ได้รอบ อย่างกรุงศรีสัตนาคนหุต (สัด-ตะ-นา-คะ-นะ-หุด) สต คือ ๑๐๐ นหุต คือ ๑๐,๐๐๐ เป็นร้อยหมื่นก็คือหนึ่งล้าน นาคะ คำกลางแปลว่าช้าง กรุงศรีสัตนาคนหุต ก็คือ กรุงล้านช้าง

บาลีเขาจะเอาคำศัพท์ไว้ตรงกลาง หลังจากที่แยกตัวเลขออกจากกัน อย่าง ทเวสังวัจฉรสหัสสานิ ทเว = ๒, สังวัจฉร = ปี, สหัสสา = ๑,๐๐๐ , ปัญจสตาธิกานิ = กว่าอีก ๕๐๐ รวมเป็น ๒,๕๐๐ ปี ไล่ไปเรื่อย

อิทานิ ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ปรินิพฺพานโต ปฏฺฐาย อัฏฐปัญญาสะ ปัญญาสะ = ๕๐, อัฏฐ = ๘, อัฏฐปัญญาสะ = ๕๘, อัฏฐปัญญาสุตตร ก็คือปัญญาส +อุตตร = ยิ่งไปกว่าอีก ๕๘
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 08-10-2015 เมื่อ 02:41
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 177 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #38  
เก่า 07-10-2015, 19:27
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,174
ได้ให้อนุโมทนา: 64,821
ได้รับอนุโมทนา 2,858,914 ครั้ง ใน 20,482 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "ตอนนี้ท่านพระครูปลัดปิงเป็น 'ว่าที่เจ้าคุณ' เดี๋ยวพอ ๕ ธันวาคมก็เป็น 'เจ้าคุณ' ขอให้ได้เลื่อนขึ้นไปเรื่อย ๆ จนได้ฉลองอย่างเป็นทางการ"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 08-10-2015 เมื่อ 02:41
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 196 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #39  
เก่า 07-10-2015, 19:38
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,174
ได้ให้อนุโมทนา: 64,821
ได้รับอนุโมทนา 2,858,914 ครั้ง ใน 20,482 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวกับโยมไปเมืองจีนมาว่า "โยมไปเยี่ยมจิ๋นซีฮ่องเต้มา ที่น่าเวทนาก็คือ ช่างฝีมือที่ทำสุสานจำนวนมากด้วยกัน ยังไม่รู้ตัวว่าตัวเองตายไปแล้ว พวกช่างเขารู้ว่าทำเสร็จก็ตายแน่ แต่ต้องทำ เพราะว่าพ่อแม่ลูกเมียอยู่ในเงื้อมมือของฮ่องเต้หมด พูดง่าย ๆ คือรู้ว่าทำเสร็จก็ตาย แต่ตายเพื่อให้ครอบครัวรอด"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 08-10-2015 เมื่อ 02:43
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 190 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #40  
เก่า 07-10-2015, 20:14
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,174
ได้ให้อนุโมทนา: 64,821
ได้รับอนุโมทนา 2,858,914 ครั้ง ใน 20,482 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวกับโยมที่กำลังนับลูกประคำว่า "ประคำกะลานั้นช่างฟ้อง ถ้าใช้ไปเรื่อย ๆ จะดำเงาสวย ถ้าไม่ใช้ก็ด้านอยู่อย่างนั้นแหละ เส้นที่อาตมาใช้ตอนแรกก็เป็นสีอย่างนี้ ตอนนี้ดำเงาวับ ใช้ไป ๆ ความร้อนจากมือของเรา ทำให้น้ำมันในกะลาออกมา ถูไปถูมาก็ดำจนลื่น แต่ว่ามีกะลาประเภทหนึ่ง เขาเรียกว่า "กะลาเผือก" ก็คือมะพร้าวแก่แล้ว แต่กะลายังไม่ดำ กะลาตาเดียวหายากแล้ว กะลาตาเดียวเผือกจะหายากขึ้นไปอีก"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 08-10-2015 เมื่อ 02:44
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 193 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 09:09



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว