กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > เก็บตกจากบ้านวิริยบารมี

Notices

เก็บตกจากบ้านวิริยบารมี เก็บข้อธรรมจากบ้านวิริยบารมีมาฝาก สำหรับผู้ที่ไม่มีโอกาสเดินทางไป

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 05-10-2015, 19:11
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,153
ได้ให้อนุโมทนา: 64,755
ได้รับอนุโมทนา 2,856,436 ครั้ง ใน 20,460 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default เก็บตกจากบ้านวิริยบารมี ต้นเดือนตุลาคม ๒๕๕๘

พระอาจารย์กล่าวสอนว่า "การที่เรากระทบกระทั่งกับใคร ถือเป็นบทเรียนให้เรานำมาพัฒนาตนเอง เมื่อสองสามวันที่ผ่านมาก็มีโยมคนหนึ่ง ตั้งใจจะไปอยู่ปฏิบัติธรรมที่วัดท่าขนุน พอไปกระทบอารมณ์เข้าก็เปลี่ยนใจว่าไม่อยู่แล้ว วัดนี้เรื่องมาก ต้องบอกว่าเขาฉลาดน้อยไปหน่อย สถานที่ใดก็ตามที่ไม่มีแรงกระทบเลย เราไม่สามารถวัดตัวเราเองได้ว่า การปฏิบัติของเราไปถึงไหนแล้ว แต่ถ้าสถานที่ใดมีแรงกระทบอยู่ตลอดเวลา แล้วเรารู้จักนำมาพัฒนาตนเอง การปฏิบัติธรรมจะก้าวหน้าเร็วมาก เหมือนกับมีเครื่องวัดว่าตอนนี้กำลังใจของเราเป็นอย่างไร ? ขึ้นหรือลง ? เมื่อเรารู้จักนำมาพัฒนาตนเอง ก็จะได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

บางคนไปวัดหวังว่าจะได้อยู่ใกล้ชิดครูบาอาจารย์ เวลาท่านไปไหนจะได้แห่ตามไปด้วย ฝันไปเถอะ..! ถ้าคิดแบบนั้นแล้วกำลังใจต่ำมาก อย่าไปอยู่วัดเลย

อาตมาบวชอยู่วัดท่าซุง ๗ พรรษาเต็ม ๆ ขึ้นปีที่ ๘ ไม่เคยไปต่างประเทศกับหลวงพ่อวัดท่าซุงเลยสักครั้งเดียว แม้ว่าท่านจะชวนก็ปฏิเสธ ไม่ใช่เสียดายค่าเครื่องบินเท่านั้น แต่ถ้าไปกันหมดแล้วใครจะทำงานที่วัด ? แม้กระทั่งในประเทศซึ่งจัดเวรผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันตามไปรับใช้ท่าน อาตมาก็เคยไปครั้งเดียว ที่เหลือไม่ไป อยู่ทำงานที่วัดดีกว่า ถึงได้ว่าพอออกจากวัดมาแล้ว หลวงพ่อเจ้าคุณอนันต์ต้องหาพระไปแทนตั้ง ๕ รูป คราวนี้รู้หรือยังว่างานที่อมไว้เยอะขนาดไหน ? ถ้าเรายังไปเที่ยวโน่นเที่ยวนี่
แล้วจะมีใครทำงาน ?

วันก่อนในงานของครูบาวิฑูรย์ถึงได้กล่าวว่า การที่จะทำงานถวายการรับใช้ครูบาอาจารย์ เราต้องมีความเสียสละ ไม่ใช่เอาแต่ไปเสนอหน้าอยู่ใกล้ ๆ ท่าน ถ้าอย่างนั้นงานไกลงานห่างใครจะทำ ?

ดังนั้น..การที่ญาติโยมบอกว่ามาทดลองอยู่แล้วไม่สามารถที่จะอยู่ได้ คงต้องไปอยู่ที่อื่น อาตมาไม่ได้เสียดายเลย แต่ถ้าเสียดายก็คือเสียดายว่า เขาไม่รู้จักใช้วิกฤตินั้นเป็นโอกาสในการพัฒนาตนเอง ถ้าอาตมาคิดอย่างเขา ชาตินี้พระอาจารย์เล็กไม่ได้มานั่งอยู่ตรงนี้หรอก เพราะฉะนั้น..สู้ต่อไปไอ้มดแดง...!"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 06-10-2015 เมื่อ 02:43
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 248 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 05-10-2015, 19:14
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,153
ได้ให้อนุโมทนา: 64,755
ได้รับอนุโมทนา 2,856,436 ครั้ง ใน 20,460 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"ใครทำอะไรไม่ดีกับเราให้จำเอาไว้เป็นบทเรียน ว่าเราจะไม่ทำอย่างนั้นกับคนอื่น ส่วนใครทำดีกับเราให้จดจำเอาไว้ มีโอกาสก็ทดแทนเขาไป ใหม่ ๆ จะทำใจยาก แต่ทำไปเถอะ ถึงเวลาแล้วจะดีกับตัวเราเองทั้งนั้น อาตมาถึงได้ใช้คำว่า "ใครวางก่อนสบายก่อน ใครอยากแบกก็ช่างหัวมัน" โอกาสดี ๆ มาถึงแท้ ๆ แต่กลับเห็นเป็นเรื่องไม่ดี

สถานที่จะดีแค่ไหนก็ตาม ครูบาอาจารย์จะดีแค่ไหนก็ตาม คนก็ยังเป็นคนอยู่วันยันค่ำ ขึ้นชื่อว่าคนแล้วย่อมมี รัก โลภ โกรธ หลง อยู่เต็มหัวเป็นปกติ อะไรพอทนได้ก็ทน อะไรพออภัยได้ก็อภัย ถ้าเหลืออดเหลือกลั้นจริง ๆ ก็พิจารณาต่อไปเลยว่า สภาพที่เราเจออย่างนี้ยังอยากได้อีกไหม ? ยังอยากเกิดอีกไหม ? ขนาดในแวดวงของผู้ปฏิบัติธรรมยังมีแต่ทุกข์แต่โทษขนาดนี้ แล้วด้านนอกจะไม่มีนั้นจะเป็นไปได้หรือ ?

อดีตแม่ชีชไมเคิลหลุดวงโคจรไปคนหนึ่งแล้ว ไม่รู้จักใช้วิกฤติให้เป็นโอกาสของตนเอง ซึ่งหลัก ๆ ก็ไม่มีอะไรหรอก ก็คือสักกายทิฐินั่นแหละ ...กูทำดีอยู่แล้ว ทำไมคนอื่นทำไม่ดีกับกู ?... ไปคิดอย่างนั้นก็บรรลัย ถ้าหากว่ากูดีจริง คนอื่นเขาก็ต้องดี

อะไรที่เป็นขนบธรรมเนียมประเพณี เป็นระเบียบวินัยก็ทำไป เพราะอย่างไรเราก็ต้องปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นไม่มากก็น้อย มนุษย์เป็นสัตว์สังคม จะทิ้งสังคมเลยเป็นไปได้ยาก เพียงแต่ว่าการปฏิสัมพันธ์นั้น เราต้องพยายามรักษากำลังใจของเราเอาไว้ให้ดี"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 06-10-2015 เมื่อ 02:46
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 236 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 05-10-2015, 19:31
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,153
ได้ให้อนุโมทนา: 64,755
ได้รับอนุโมทนา 2,856,436 ครั้ง ใน 20,460 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวถามโยมที่โดนรุมกระทืบมาว่า "ตกลงรอดสหบาทามาได้ใช่ไหม ? บริษัทนี้คนเยอะ เขาเรียกบริษัทสหบาทาไม่จำกัด (๒๐ คนครับ) แล้วไปตกอยู่ในเหตุการณ์ได้อย่างไร ? (เปิดประตูรถไปกระแทกถูกเขาพอดี)

คนเราสมัยนี้ต้องบอกว่าใจเร็วใจร้อน ไม่ค่อยมีการให้อภัยกัน บางอย่างก็เป็นเหตุสุดวิสัย แต่เขาตีความว่าเราเจตนาที่จะไปทำเขาก่อน ก็เลยกลายเป็นเรื่องเป็นราวกันขึ้นมา โดนรุมเหยียบรุมกระทืบกันขนาดนั้น ถ้าไม่มีของดีครูบาอาจารย์คุ้มครองอยู่ คงได้สิ้นชีวากันเป็นแน่

กำลังใจของคนเราแย่ไปเรื่อย ๆ ตามสถานการณ์ วันก่อนเขาส่งคลิปมาทางไลน์ ผัวเก่าขับรถชนผัวใหม่ แล้วลงไปกระทืบซ้ำ ไปกระทืบทั้ง ๆ ที่ศพเลือดนองบนถนน กำลังใจย่ำแย่ขึ้นทุกวัน ยังไม่ทันถึงช่วงปลายของพระศาสนาเลย เลยกลาง ๆ มาแค่ ๕๐ กว่าปียังแย่ขนาดนี้

คราวหน้าแขวนวัตถุมงคลหลาย ๆ วัดหน่อย หลวงพ่อหลาย ๆ องค์ท่านจะได้ช่วยกัน ไปแขวนอยู่วัดเดียว ตูเลยปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้...!"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 06-10-2015 เมื่อ 02:48
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 238 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า 05-10-2015, 19:52
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,153
ได้ให้อนุโมทนา: 64,755
ได้รับอนุโมทนา 2,856,436 ครั้ง ใน 20,460 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : เวลาร่างกายมีอาการเจ็บปวด ถ้ามีสมาธิหรือมีสติก็พอจะหยุดได้ แต่พอถอยออกมาแล้วก็โดนกระหน่ำ มีเทคนิคใดไหมคะนอกจากมีสติตลอดเวลา ?
ตอบ : ไม่มี...ธรรมชาติของร่างกายเป็นอย่างนั้นเอง คันก็เกา เอาให้ถลอกไปเลย ก็รู้อยู่ว่าถ้าถอยสมาธิออกมาแล้วจะเป็น แล้วไปถอยออกมาทำอะไร ?
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 06-10-2015 เมื่อ 02:48
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 232 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #5  
เก่า 05-10-2015, 19:54
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,153
ได้ให้อนุโมทนา: 64,755
ได้รับอนุโมทนา 2,856,436 ครั้ง ใน 20,460 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : คนที่เก่ง ฉลาด เป็นเพราะชาติที่แล้วภาวนา ?
ตอบ : สมาธิภาวนาทำให้ปัญญาเกิด ถ้าเก่งในยุคปัจจุบันมีอยู่ ๒ อย่าง อย่างแรกก็คืออดีตเคยภาวนามา อย่างที่สองก็คืออดีตเคยทำอย่างนั้นมาแล้ว พอมาทำใหม่จึงมีความคล่องตัวมากกว่าคนอื่นเขา

ถาม : พ่อแม่เขาเป็นหมอ เกิดมาฉลาดมากเลย แสดงว่าชาติที่แล้วพอจะมาทางนี้บ้าง แต่ชาตินี้ไม่ค่อยจะศรัทธาศาสนา แล้วทำไมจึงเป็นอย่างนั้น ?
ตอบ : คนเราไม่ใช่ว่าจะดีทุกชาติ ถ้าดีทุกชาติป่านนี้ไปพระนิพพานกันหมดแล้ว ก็มีดีบ้างชั่วบ้างสลับกันไป ตอนนี้ผลในส่วนไม่ดีให้ผลอยู่ ผลในส่วนดีก็ถอยหลังก่อน เป็นเรื่องปกติ แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า ถ้ามีของเก่าแล้วไม่ได้ต่อ ชาติต่อไปหวังจะกลับมาก็ยาก เพราะส่วนใหญ่แล้วกิเลสไม่เปิดโอกาสให้เราหรอก มีแต่เราเปิดโอกาสให้กิเลสเป็นประจำ
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 06-10-2015 เมื่อ 02:49
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 234 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #6  
เก่า 05-10-2015, 20:18
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,153
ได้ให้อนุโมทนา: 64,755
ได้รับอนุโมทนา 2,856,436 ครั้ง ใน 20,460 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ถ้าไม่ได้ป่วยแล้วหัวใจเต้นช้าลง เกี่ยวกับภาวนาไหมคะ ? ไปตรวจสุขภาพวัดการเต้นของหัวใจได้ ๔๙ ค่อย ๆ ลดลงทุกปี ?
ตอบ : ของอาตมานี่ถึง ๖๐ ก็เก่งมากแล้ว ไปตรวจสุขภาพประจำปี หัวใจเต้น ๕๒ ครั้งต่อนาที หมอบอกว่า “ถ้าไม่รู้ว่าท่านปฏิบัติสมาธิมา จะโด๊ปน้ำเกลือให้ ๒ ขวดแล้ว”
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 06-10-2015 เมื่อ 02:50
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 231 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #7  
เก่า 05-10-2015, 20:47
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,153
ได้ให้อนุโมทนา: 64,755
ได้รับอนุโมทนา 2,856,436 ครั้ง ใน 20,460 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์เล่าว่า "วันก่อนไปปีนหอจ่ายน้ำประปาของวัดที่สร้างยังไม่เสร็จ ปีนขึ้นปีนลงเพื่อถ่ายรูป คราวนี้ยอดถังน้ำที่สูงอยู่แล้ว อาตมายังต้องขึ้นไปบนนั่งร้านที่สูงกว่าอีก เพื่อที่จะถ่ายรูปถังน้ำให้ได้ มองลงไปแล้ว "เออ...หวิว ๆ เหมือนกันว่ะ" ถามว่ากลัวตายไหม ? ไม่ใช่กลัวตาย แต่ทำไมความรู้สึกถึงเป็นอย่างนั้น เหมือนกับสัญชาตญาณระแวงภัย ถึงเวลาจะขึ้นจะลง ตอนนั้นจะระวังไปหมด เพราะเหลือแต่นั่งร้านเหล็กโด่เด่อยู่อันเดียว"

ถาม : เราหวิวเพราะเราไม่มั่นใจหรือเปล่า ?
ตอบ : ฝรั่งเขาทำวิจัยแล้วว่า ความสูง ๓๒ ฟุตขึ้นไป มนุษย์ทุกรูปทุกนามจะรู้สึกเสียวทุกคน บางคนกลัวชนิดที่ขยับไม่ได้เลย

ถาม : ที่วัดหนองหญ้าปล้องรู้สึกหวิวไหมคะ ?
ตอบ : ไม่รู้เหมือนกัน รู้แต่ว่าหลวงพ่อโนรีขึ้นไปถึงสั่นแหง็ก ๆ อยู่ข้างบน อาตมาถามว่าสั่นอะไรกันนักหนา ท่านบอกว่า “ตื่นเต้นครับอาจารย์” ท่านเองไม่เคยฝึกทหาร ไม่เคยลงจากที่สูง ไม่เคยโดดร่ม ท่านก็ลำบากหน่อย สั่นชนิดที่บังคับตัวเองไม่ได้เลย หลวงปู่นริศบอกว่า “ปล่อยอาจารย์เล็กไปคนเดียวเถอะ กูไม่ไปด้วยหรอก กูกลัวโว้ย”

ก็มีอย่างที่ไหน สลิงเส้นเดียวลากขึ้นไปสูงขนาดนั้น คือถ้าอาตมาไม่ขึ้นไปให้ดูเป็นตัวอย่าง คนอื่นเขาก็ไม่กล้าขึ้นกัน พวกช่างเขาไม่กล้าขึ้น แล้วเขาจะไปประกอบเศียรพระได้อย่างไร ? ก็ต้องขึ้นไปเป็นตัวอย่างให้เขาดู


ถาม : สมาธิที่ทำให้ตัดตัวนี้ได้ จริง ๆ ก็แค่ทำให้ไม่รับรู้ ไม่ใช่ตัดความกลัว ?
ตอบ : ใช่...ทำให้กล้ากว่าเขาหน่อยเท่านั้นเอง ก็แบบเดียวกับท่านโมเช่ ท่านโมเช่มีความสามารถสารพัด แต่กลัวมาก เป็นคนขี้กลัวลักษณะว่าปลอดภัยไว้ก่อน อย่างไปเจอฝูงควายกลางป่า แกเองจะวิ่งหนีท่าเดียว พอเห็นว่าอาตมาไม่หนีจริง ๆ แกตวาดทีเดียว ควายทั้งฝูงกลายเป็นตุ๊กตาไปเลย ยืนทื่อทำอะไรไม่ได้ทั้งฝูง ปล่อยให้พวกเราเดินผ่านไปแต่โดยดี ฝีมือขนาดนั้นแต่แกจะหนีท่าเดียว อะไรที่เสี่ยงแกไม่เอา แกเอาปลอดภัยไว้ก่อน เอะอะก็ “อาจาง..หนีก่อง” แต่อาจารย์ไม่ยอมหนี พออาจารย์ไม่หนี แกก็เลยต้องสู้ไปด้วย
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 06-10-2015 เมื่อ 02:56
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 225 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #8  
เก่า 05-10-2015, 21:55
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,153
ได้ให้อนุโมทนา: 64,755
ได้รับอนุโมทนา 2,856,436 ครั้ง ใน 20,460 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ระหว่างบวชกับเป็นฆราวาส อย่างไหนจะละกิเลสได้ยากกว่ากัน ?
ตอบ : ยากพอกัน เพียงแต่ความเสี่ยงของพระมากกว่า ที่ใช้คำว่า "ยากพอกัน" เพราะว่าในชีวิตของความเป็นพระ ก็แค่เรามีความกังวลน้อยกว่า น่าจะละได้ง่ายกว่า แต่กำลังใจในการตัดละกิเลส สิ่งกระทบจะมีน้อยลงไปด้วย เพราะพระเราเป็นปูชนียบุคคล คนให้ความเคารพบูชามากกว่า ในเมื่อสิ่งกระทบมีน้อย โอกาสที่จะวัดอารมณ์ใจตนเองก็น้อยลงไปด้วย

ส่วนชีวิตฆราวาสเป็นทางคับแคบ การกระทบกระทั่งมีมาก ถ้าปล่อยไม่ได้ วางไม่ได้ ก็ยิ่งยึดยิ่งติดหนักขึ้น แต่ถ้าตั้งใจที่จะปล่อยปละละวางจริง ๆ เอาแรงกระทบต่าง ๆ นั้นมาเป็นเครื่องวัดกำลังใจตัวเอง การปฏิบัติของเราก็จะมีความก้าวหน้ามากขึ้น เพราะฉะนั้น..อยู่ที่เราตัดสินใจ แต่ชีวิตฆราวาสถ้าแต่งงานมีครอบครัวเมื่อไร เครื่องถ่วงจะมีมากมหาศาล เมื่อถึงเวลานั้นอย่าไปคิดเลยว่าจะหนีได้ คนที่ยังไม่มีภาระ ไม่มีครอบครัว มาปฏิบัติธรรมก็ยังพอไปได้สบายหน่อย
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 06-10-2015 เมื่อ 02:58
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 221 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #9  
เก่า 06-10-2015, 07:00
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,153
ได้ให้อนุโมทนา: 64,755
ได้รับอนุโมทนา 2,856,436 ครั้ง ใน 20,460 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : กระผมนั่งสมาธิโดยการภาวนาพระคาถาเงินล้านบ้าง โดยการเพ่งกสิณแสงสว่างด้วยลูกแก้วบ้าง การภาวนาพระคาถาเงินล้านไม่มีปัญหานัก ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง ตามกำลังใจ แต่การเพ่งกสิณนั้น เมื่อจับภาพลูกแก้วได้ชัดเจน และภาวนากำหนดลมหายใจไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งลูกแก้วเริ่มขาวใส และสว่างขึ้นตามลำดับ แต่พอถึงจุดที่เกิดแสงสว่างวาบขึ้นมาจากดวงกสิณ กระผมจะหลุดจากสมาธิทันที และเป็นแบบนี้ทุกครั้ง อยากเรียนถามพระอาจารย์ว่าควรแก้ไขอย่างไรดีครับ ?
ตอบ : ทำใจให้ได้ว่า สว่างวาบอย่างไรก็ไม่ตายหรอก ที่เราหลุดจากสมาธิเพราะตกใจ ที่ตกใจเพราะกลัว ที่กลัวเพราะกลัวตาย..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 06-10-2015 เมื่อ 17:08
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 212 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #10  
เก่า 06-10-2015, 07:05
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,153
ได้ให้อนุโมทนา: 64,755
ได้รับอนุโมทนา 2,856,436 ครั้ง ใน 20,460 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : การนำรูปภาพจากอินเตอร์เน็ตที่เจ้าของเดิมใส่ลายเส้นไว้ มาตัดต่อและใส่ชื่อว่าเป็นของตัวเองลงไป หรือตัดต่อแล้วนำไปแสวงหาประโยชน์อื่น ๆ เป็นการกระทำที่ผิดศีลไหมครับ ?
ตอบ : ผิด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ รู้ว่าเขาหวงแล้วยังอุตส่าห์เอาของเขาไปหากินอีก
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 06-10-2015 เมื่อ 17:08
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 205 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #11  
เก่า 06-10-2015, 07:08
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,153
ได้ให้อนุโมทนา: 64,755
ได้รับอนุโมทนา 2,856,436 ครั้ง ใน 20,460 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : การตั้งพระที่หน้ารถเรา ควรตั้งหันหน้าเข้าหาเรา หรือควรตั้งหันออกไปทางหน้ารถดีคะ ? บางท่านบอกว่า ต้องให้องค์พระหันหน้าไปด้านหน้า ให้ท่านช่วยดูทาง และปัดเป่าภยันตรายแก่เราค่ะ ?
ตอบ : เอาที่คุณสบายใจเลย...!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 06-10-2015 เมื่อ 17:08
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 206 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #12  
เก่า 06-10-2015, 07:09
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,153
ได้ให้อนุโมทนา: 64,755
ได้รับอนุโมทนา 2,856,436 ครั้ง ใน 20,460 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : "จิต" เกิดขึ้นมาจากอะไร เกิดขึ้นมาได้อย่างไร ? หมายถึง จิตดวงแรกนะครับ ต้นกำเนิดหรือจุดเริ่มต้นของจิตมนุษย์และสรรพสิ่งเกิดมาจากอะไรครับ ?
ตอบ : พระพุทธเจ้ายังไม่ตอบเลย...ตูไม่ได้เก่งขนาดนั้น...!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 06-10-2015 เมื่อ 17:09
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 206 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #13  
เก่า 06-10-2015, 07:16
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,153
ได้ให้อนุโมทนา: 64,755
ได้รับอนุโมทนา 2,856,436 ครั้ง ใน 20,460 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : เจ้าภาพประกาศชัดเจนว่า ตั้งใจนำเงินนี้มาสร้างห้องน้ำให้วัด แต่มีคนหนึ่งเข้าใจว่านำเงินมาสร้างเครื่องกรองน้ำให้วัด และก็ไม่ได้บอกเจ้าภาพว่านำเงินมาสร้างเครื่องกรองน้ำให้วัด เมื่อเงินนั้นถวายให้วัดไปแล้วผ่านไปหลายเดือน ภายหลังเมื่อเจอกันเขาสอบถามว่าเครื่องกรองน้ำของวัดเป็นอย่างไรบ้าง ? อยากทราบว่า เจ้าภาพจะมีโทษใดหรือไม่ครับ ? ถ้าไม่ทราบเลยว่าเงินที่เขาร่วมบุญมานั้นผิดวัตถุประสงค์
ตอบ : เขาเรียกว่าซวยแบบไม่รู้ตัว เงินทำบุญต้องทำตามเจตนาของเจ้าของเขา ไม่อย่างนั้นเขาปรับโทษเท่ากับย้ายเจดีย์ซึ่งเป็นสิ่งเคารพของคนหมู่มาก พวกไม่รู้ภาษามีเยอะ เพราะฉะนั้น..จะรับไปบอกบุญใครก็ระมัดระวังไว้นิดหนึ่ง ของอาตมาอยู่ ๆ โยมส่งซองมาเขียนว่า ร่วมหล่อพระพุทธรูปทองคำหน้าตัก ๕๐ ศอก บอกโคตรแม่มึงไปทำเองเถอะ...!

ถาม : และเมื่อรู้แล้วแจ้งกับเจ้าของเงินว่านำเงินมาสร้างห้องน้ำให้วัด ไม่ได้สร้างเครื่องกรองน้ำ ผู้ร่วมบุญเขาเข้าใจ อย่างนี้เจ้าภาพจะมีโทษใดหรือไม่ครับ ?
ตอบ : ถ้าหากว่าตกลงกันได้ก็จบ ถ้าเขาไม่ยินยอมก็ไปซื้อเครื่องกรองน้ำถวายให้เขาเสียดี ๆ
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 06-10-2015 เมื่อ 17:11
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 204 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #14  
เก่า 06-10-2015, 07:17
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,153
ได้ให้อนุโมทนา: 64,755
ได้รับอนุโมทนา 2,856,436 ครั้ง ใน 20,460 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ขออนุญาตกราบเรียนถามเรื่องตะกรุดมหาระงับและธงมหาระงับครับ ว่าทั้ง ๒ อย่างนี้มีอานุภาพเด่นในทางด้านใดบ้างครับ ?
ตอบ : เด่นทางมหาระงับ...!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 06-10-2015 เมื่อ 17:12
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 205 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #15  
เก่า 06-10-2015, 07:18
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,153
ได้ให้อนุโมทนา: 64,755
ได้รับอนุโมทนา 2,856,436 ครั้ง ใน 20,460 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ท่านเจ้าที่ผู้ดูแลมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ท่านมีนามว่าอะไรครับ ? ผมจะทำสังฆทานอุทิศถวายท่าน เพื่อขอให้ท่านสงเคราะห์ให้ลูกชายได้เข้าศึกษาต่อที่นั่นครับ กราบขอพระอาจารย์ได้กรุณาชี้แนะด้วยครับ ?
ตอบ : ไปบน "พิงคเทพบุตร" ท่านไม่ได้ดูแลแต่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ท่านดูแลทั้งเมืองเลย
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 06-10-2015 เมื่อ 17:12
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 214 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #16  
เก่า 06-10-2015, 07:21
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,153
ได้ให้อนุโมทนา: 64,755
ได้รับอนุโมทนา 2,856,436 ครั้ง ใน 20,460 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ที่พระอาจารย์เคยมากราบพระพุทธรูปสำคัญในจังหวัดเชียงใหม่เมื่อนานมาแล้ว อยากขอความเมตตาแนะนำพระพุทธรูปที่สำคัญ ๆ ในเมืองเชียงใหม่ครับ เพื่อจะได้ไปกราบนมัสการสักครั้งหนึ่งในชีวิต ?
ตอบ : พระพุทธรูปไม่มีองค์ไหนไม่สำคัญ เพราะฉะนั้น..ไปกราบให้หมดทั้งเมืองเชียงใหม่เลย...!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 06-10-2015 เมื่อ 17:13
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 214 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #17  
เก่า 06-10-2015, 07:22
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,153
ได้ให้อนุโมทนา: 64,755
ได้รับอนุโมทนา 2,856,436 ครั้ง ใน 20,460 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : การที่ยังเป็นพระโสดาบันไม่ได้ เกิดจากพร่องในส่วนของสังโยชน์ ๒ ข้อแรก หรือพร่องในส่วนของศีลครับ ?
ตอบ : พร่องทั้งหมดนั่นแหละ..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 06-10-2015 เมื่อ 17:13
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 208 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #18  
เก่า 06-10-2015, 07:23
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,153
ได้ให้อนุโมทนา: 64,755
ได้รับอนุโมทนา 2,856,436 ครั้ง ใน 20,460 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : หลังจากหนูนั่งกรรมฐาน พอคลายกำลังใจออกมา ตามองเห็นอะไร ใจก็บอกว่าเป็นสมมุติ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของรอบตัว, ผู้คน หรือแม้กระทั่งร่างกายของตัวเอง เหมือนมีคำว่าสมมุติลอยอยู่รอบตัวเต็มไปหมดเลยค่ะ พอพิจารณาเห็นว่าทุกอย่างเป็นสมมุติ หนูเลยรู้สึกว่าการงานที่ทำอยู่ทุกอย่างก็เป็นการสมมุติทั้งสิ้น ทำให้ตอนทำงาน กำลังใจจะรู้สึกว่า "สักแต่ว่าทำหน้าที่ของตนให้เสร็จ ๆ ไปในแต่ละวัน" แต่หนูก็ตั้งใจทำให้ดีที่สุดในทุก ๆ เรื่องนะคะ อยากขอเมตตาช่วยชี้แนะว่า สิ่งที่หนูพิจารณาอยู่นั้นถูกต้องหรือไม่ ? และควรพิจารณาต่อจากนี้อย่างไรคะ ?
ตอบ : ถ้ารู้ว่าเป็นสมมุติแล้วไม่ไปยึด จิตใจปลดออก พร้อมที่จะละสมมุตินั้นไปทุกเวลา ก็เป็นอันว่าใช่
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 06-10-2015 เมื่อ 17:14
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 202 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #19  
เก่า 06-10-2015, 07:36
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,153
ได้ให้อนุโมทนา: 64,755
ได้รับอนุโมทนา 2,856,436 ครั้ง ใน 20,460 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

มีพุทธาภิเษกที่วัดท่าซุงครั้งหนึ่ง ปกติเวลา “พระ” ท่านสงเคราะห์ จะเหมือนกับเป็น “ม่านแก้ว” บาง ๆ ลงมาอย่างกับฝนตกอย่างนั้น คราวนี้มีอยู่ครั้งหนึ่งที่วัดท่าซุง พอหลับตาลงปั๊บ รู้สึกเหมือนจะหงายหลัง เพราะว่า “กระแสมาแรงมาก” เป็นพายุเลย อาตมาก็แปลกใจมันเกิดอะไรขึ้น ทำไมวันนี้แรงผิดปกติขนาดนี้ ?

ตอนนั้นหลวงพ่อ (ฤๅษีลิงดำ) ท่านพุทธาภิเษก “สมเด็จหางหมาก” ปรากฏว่า พอมาอีกสักครู่หนึ่งก็สว่างขึ้น ๆ ๆ สว่างจนบอกไม่ถูกนะ ว่าสว่างกันขนาดไหน แล้วอยู่ ๆ ไฟฟ้าก็ดับพรึ่บไปพร้อม ๆ กัน เล่นเอาพวกเจ้าหน้าที่ดูแลเครื่องไฟวิ่งกันตับแล่บเลย ปกติงานอย่างนี้ไม่เคยเสีย อยู่ดี ๆ ก็ดับพร้อม ๆ กัน แล้วไม่ทราบเหมือนกันว่าเบรกเกอร์ตัดอีท่าไหน อยู่ ๆ ก็ดีดมาเฉย ๆ เหมือนอย่างกับว่ามีไฟช็อต กำลังไฟเกินแล้วก็ดับอย่างนั้น ก็แค่ยกกลับขึ้นไปไฟก็ติดตามเดิม

พอพุทธาภิเษกเสร็จ หลวงพ่อท่านก็บอกว่า… วันนี้ “พระ” ท่านทำสมเด็จหางหมากรุ่นนี้ให้เป็น “พิเศษ” เพื่อกันพวก “รังสีนิวเคลียร์” ภายในรัศมี ๔ เมตร นิวเคลียร์เข้าไม่ได้ ใครมีพระรุ่นนั้นก็สบายเลย อาตมาก็ไม่นึก เพราะว่ากระแสไม่เคยมา “แรง” ขนาดนั้น

เรื่องของ “พระ” หรือ “เทวดา” พุทธาภิเษกแต่ละครั้ง ถ้าท่านเคยสงเคราะห์เท่าไร ครั้งต่อไปจะไม่ต่ำกว่านั้น มีแต่ว่าถ้าท่าน “เพิ่มอะไรให้เป็นพิเศษ” ท่านก็จะบอกให้

เล่าโดย หลวงพี่เล็ก สุธมฺมปญฺโญ
เดือนสิงหาคม ๒๕๔๕
ณ บ้านอนุสาวรีย์ฯ

............................................................

ถาม : จากข้อความด้านบน ขอกราบเรียนถามว่า เป็นพระหางหมากรุ่นไหนครับ ?
ตอบ : ให้ค้นต่ออีกนิดก็ได้คำตอบแล้ว อย่าโง่นัก..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 06-10-2015 เมื่อ 17:15
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 212 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #20  
เก่า 06-10-2015, 07:41
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,153
ได้ให้อนุโมทนา: 64,755
ได้รับอนุโมทนา 2,856,436 ครั้ง ใน 20,460 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : กระผมอยากจะทราบวิธีฝึกกสิณที่ถูกต้องครับ พอดีผมลองฝึกโดยการเพ่งเปลวไฟที่จุดจากเทียน พอลองเพ่งดูสักพักก็เป็นภาพติดตา ลองมองไปข้าง ๆ รอบบริเวณก็จะเห็นภาพไฟติดตาไปด้วย ลองหลับตาก็เห็นเป็นแสงตกค้างของไฟ ทีนี้เวลาผมเพ่งโดยการหลับตาและใช้วิธีเพ่งภาพตกค้างที่ได้ แต่ภาพที่ติดตานั้นมักจะเลื่อนไปตามสายตาด้วย กลอกตาไปทางไหนก็เลื่อนไปด้วย แต่เหมือนกับว่าอยู่เหนือระดับสายตาไปนิดหน่อย ก็เลยพยายามเพ่งมองให้ได้แบบตรง ๆ เช่น เลื่อนขึ้นข้างบน ผมก็ตามมองไปเรื่อย ๆ ภาพก็เลื่อนขึ้นเรื่อย ๆ ผมมองจนตาเหล่ขึ้นข้างบนก็ไม่ยอมหยุด มองตามจนปวดตา ปวดหัว ผมก็เลยคิดว่าผมน่าจะฝึกผิดวิธี เลยอยากจะทราบวิธีการฝึกกสิณที่ถูกต้องครับว่าควรทำอย่างไร ?
ตอบ : ยังอุตส่าห์รู้ตัวว่าผิด การฝึกกสิณทุกกองให้ลืมตามองภาพ หลับตาลงนึกถึง จะนึกภาพนั้นได้ครู่หนึ่งแล้วหายไป ก็ให้ลืมตามองแล้วหลับตาลงนึกถึงใหม่ จนกว่าภาพนั้นจะชัดเจน ทั้งลืมตาและหลับตาเห็นเหมือนกัน แล้วรักษาประคับประคองภาพนั้นไว้ไปเรื่อย ๆ ภาพนั้นจะเปลี่ยนแปลงไปตามระดับสมาธิของเราเอง ไม่ใช่ไปนั่งเพ่ง
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 06-10-2015 เมื่อ 17:16
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 199 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 17:03



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว