กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > เก็บตกจากบ้านวิริยบารมี

Notices

เก็บตกจากบ้านวิริยบารมี เก็บข้อธรรมจากบ้านวิริยบารมีมาฝาก สำหรับผู้ที่ไม่มีโอกาสเดินทางไป

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #121  
เก่า 22-08-2015, 19:20
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,183
ได้ให้อนุโมทนา: 64,853
ได้รับอนุโมทนา 2,860,833 ครั้ง ใน 20,491 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ....(ไม่ชัด).... ภาวนามาหลายปี ก็ไม่ได้เจอเลย ?
ตอบ : แสดงว่าไม่ได้สร้างบุญมาร่วมกัน แบบเดียวกับหลวงปู่ใหญ่โลกอุดร อาตมาตามหวุดหวิด ๆ อยู่ ๓ ครั้ง ๔ ครั้ง ท้ายสุดท่านบอกว่าไม่ต้องตามหรอก เพราะไม่เคยสร้างบุญมาร่วมกันมา ท่านไม่มีอารมณ์ที่จะมาสงเคราะห์ แค่บริวารที่ท่านต้องไปตามเก็บก็เยอะแล้ว

ถาม : ถ้าเรานึกถึงท่าน ?
ตอบ : นึกถึงท่านก็ใช้ได้ บารมีท่านก็คลุมมาถึง อาตมาคิดจะไปเรียนอภิญญากับท่าน โดยเฉพาะวิชาตัดเหล็กไหล ไม่ได้นึกอยากได้เหล็กไหลหรอก แต่อยากได้วิชา ปัจจุบันมีแต่เหล็กเหลวไหลเต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด

ถาม : ใช้คาถาบังคับหรือคะ ?
ตอบ : จะเรียกว่าบังคับก็ได้ แต่ลักษณะคาถาเหมือนกับขอเทวดาที่ท่านรักษาอยู่ แล้วแต่ท่านให้ จะชิ้นใหญ่ชิ้นเล็กก็ได้
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 23-08-2015 เมื่อ 02:41
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 187 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #122  
เก่า 22-08-2015, 19:38
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,183
ได้ให้อนุโมทนา: 64,853
ได้รับอนุโมทนา 2,860,833 ครั้ง ใน 20,491 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวถึงพระกริ่งปลดหนี้สองแผ่นดินว่า "พระกริ่งปลดหนี้สองแผ่นดินพระโพธิสัตว์ท่านมาช่วยสงเคราะห์กันเยอะ เป็นที่ชอบใจว่าสำหรับพระโพธิสัตว์ท่านแล้ว การช่วยคนอื่นได้เป็นความสุขของท่าน บางทีท่านก็เลยฝืนกฎของกรรม ถ้าเป็นพระพุทธเจ้าหรือพระอรหันต์ ท่านยอมรับกฎของกรรม"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 23-08-2015 เมื่อ 02:41
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 193 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #123  
เก่า 22-08-2015, 20:23
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,183
ได้ให้อนุโมทนา: 64,853
ได้รับอนุโมทนา 2,860,833 ครั้ง ใน 20,491 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ถ้าเข้าฌานสี่ฟุ้งซ่านไหมครับ ?
ตอบ : ถ้าเข้าฌานอยู่ไม่ฟุ้ง หลุดออกมานี่ฟุ้งฉิบหา..เลย ฉะนั้น..ห้ามหลุดเด็ดขาด คนที่มีความคล่องตัวเขาถึงใช้กำลังของฌาน ๔ คลุมตัวเองไว้ เวลาถอนออกมาอุปจารสมาธิหรือปฐมฌาน ก็ยังอาศัยกำลังของฌาน ๔ คลุมเอาไว้อีกชั้น กิเลสจึงได้กินไม่ได้

ถาม : ผมนั่งสมาธิไปนาน ๆ เป็นฌานด้วย และคิดฟุ้งซ่านด้วย ?
ถาม : ลักษณะนั้นเป็นการแยกจิตเป็นหลายส่วนโดยที่เราไม่รู้ตัว ถ้ารู้ตัวให้รีบดึงเข้ามาอยู่กับลมหายใจเข้าออกอย่างเดียว

ถาม : การที่เราแยกจิต ดีไหมครับ ?
ตอบ : ดีตรงที่ว่ามีความคล่องตัวในกีฬาสมาธิ แต่ถ้าหากต้องการความสงบจริง ๆ ก็จะเกิดอย่างที่เจอ ก็คือ ใจหนึ่งภาวนา อีกใจหนึ่งคิดได้ ให้รีบดึงความรู้สึกทั้งหมดอยู่ที่ลมหายใจที่เดียว ไม่อย่างนั้นจะฟุ้งซ่านมันมาก
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 23-08-2015 เมื่อ 02:42
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 177 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #124  
เก่า 22-08-2015, 20:28
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,183
ได้ให้อนุโมทนา: 64,853
ได้รับอนุโมทนา 2,860,833 ครั้ง ใน 20,491 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ต้องสร้างบุญอะไรถึงจะลดกรรมเรื่องเพศตรงข้ามได้ครับ มาเยอะเหลือเกิน ?
ตอบ : เนกขัมมะบารมี ถือศีล ๘ ตลอดชีวิตลดได้แน่นอน คุณต้องการจะลดกรรมตัวนี้ ศีล ๕ จะไปลดที่ไหน ? ไม่พอรับประทาน แค่ตั้งใจถือศีล ๘ ตลอดชีวิต แล้วทำให้ได้จริง ๆ เท่านั้น

ความจริงกรรมประเภทนี้อยู่ที่คน ๒ คน ถ้าไม่ยุ่งด้วยเสียอย่าง กรรมจะไปทำอะไรได้ อาตมาทำตัวเป็นแมวเฝ้าปลาย่างตั้งแต่ฆราวาสไม่รู้กี่ยกแล้ว ไม่ไปยุ่งกับเขาเสียอย่างก็ไม่เห็นมีปัญหา บรรดาว่าที่พ่อตาแม่ยายก็สนับสนุนเหลือเกิน ถึงเวลาก็จับยัดไปอยู่ห้องเดียวกับลูกสาวเขา เขาอาจจะอยากได้ไปเป็นลูกเขยมาก ดันไปเจอว่าที่ลูกเขยโง่ฉิบ... ไม่ยอมทำอะไรสักที

บรรดาลุงป้าน้าอาคงเห็นว่าเด็กที่เข้าวัดเข้าวาน่าจะดี แต่ท่านหารู้ไม่ว่าที่อาตมาไปวัดเพื่อที่จะลดความชั่วของตัวเอง ในเมื่อท่านคิดว่าดี ท่านก็อยากได้ไปเป็นลูกเขย แล้วก็เจ้ากรรมจริง ๆ แต่ละบ้านมีแต่ลูกสาว สองคนบ้าง คนเดียวบ้าง ไม่มีลูกชายเลย จึงต้องไปเป็นลูกชายให้เขา สมัยนั้นทำตัวเป็นแมวเฝ้าปลาย่าง แล้วมีกติกาว่าห้ามกินด้วยนี่ แหม..ทรมานใจ เขาก็ไม่ได้ห้ามหรอกนะ เขาเต็มใจให้กิน แต่แมวไม่กินเอง


ถาม : แล้วสาวเป็นอย่างไรคะ ?
ตอบ : อันนั้นไม่รับรู้ ต้องรักษากำลังของเราอย่างเดียว ขืนไปสนใจคนอื่นเดี๋ยวพัง ประเภทตั้งเกราะป้องกันสุดชีวิต ขืนคลายกำลังใจไปสนใจว่าคนอื่นจะเป็นอย่างไร เดี๋ยวเราก็หงายเก๋ง..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 23-08-2015 เมื่อ 02:46
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 183 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #125  
เก่า 22-08-2015, 20:50
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,183
ได้ให้อนุโมทนา: 64,853
ได้รับอนุโมทนา 2,860,833 ครั้ง ใน 20,491 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวถึงประคำหวายถักของหลวงพ่ออุตตะมะ ว่า "สมัยแรกที่ท่านมอบให้มา จะมีเม็ดเดียวเป็นประคำโทน ติดอยู่ในพวงที่ท่านนกเอาไป มาตอนหลังพอมีลูกศิษย์ที่ถักได้เยอะ ๆ ก็เลยมีออกมาทั้งสาย ๑๐๘ เม็ด แต่คนเขาบ่นกันว่าหลวงพ่อขายแพง ๒,๕๐๐ บาท แพงมากเลย ลองคิดดูว่าเขาถักกันเป็นวัน ๆ กว่าจะได้สักเม็ดสองเม็ด"

ถาม : ตะกรุดแม่รักษ์ลูกมีพุทธคุณด้านไหนครับ ?
ตอบ : รักษาเราเหมือนแม่ที่มีลูกคนเดียว

ถาม : ใส่ที่ไหนบ้าง ?
ตอบ : พระขรรค์โสฬส ๘๔ พรรษาเล่มใหญ่ แล้วก็มีดหมอเพชราวุธ ตะกรุดหลวงปู่เดิมก็ลงไป ตะกรุดหลวงพ่อทาก็ลงไป ตะกรุดหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน ทิดจิตรบูชาไปเสียก่อนไม่อย่างนั้นก็ลงไปด้วย ตอนนี้ที่คนไม่รู้จักอยู่ในเว็บก็คือตะกรุดหลวงพ่อทบ เดี๋ยวถ้าได้คืนมาก็พกติดตัวต่อไป
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 23-08-2015 เมื่อ 02:49
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 181 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #126  
เก่า 23-08-2015, 12:14
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,183
ได้ให้อนุโมทนา: 64,853
ได้รับอนุโมทนา 2,860,833 ครั้ง ใน 20,491 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "เรื่องของอภิญญาสมาบัติ เวลาฝึกใหม่ ๆ จะอยากได้กันทุกคน แต่พอทำไป ๆ ถึงระยะหนึ่ง เหมือนเรากำลังจะเข้าสู่ระดับของโลกุตระ ก็จะรู้สึกเบื่อไปเอง เพราะว่า อภิ คือยิ่งกว่า อัญญา คือความรู้ ความรู้อันยอดเยี่ยม ไม่มีอะไรเกินไปกว่าการรู้ตัดกิเลส"

ถาม : ถ้าเราได้อภิญญา แล้วนำไปใช้ตัดกิเลส ?
ตอบ : การตัดกิเลสจะง่ายขึ้น เพราะว่ากำลังของอภิญญาจะปรากฏชัดต่อเมื่อฌาน ๔ คล่องตัวแล้ว เมื่อฌาน ๔ คล่องตัว การสู้กับกิเลสก็จะง่ายขึ้น

ถาม : ได้อภิญญาแล้ว เราก็จะได้ประโยชน์จากที่รู้เห็นอะไรเกินปกติ ?
ตอบ : ขึ้นอยู่กับพื้นฐานเก่า ถ้าของเก่าทำมาก็อาจได้รู้เห็น

วันก่อนมีคนส่งคลิปมายากลให้น้องเล็กทางไลน์ ดู ๆ ไปสักพักหนึ่งจับได้ว่าเขาล้วงของออกมาจากไหน บอกว่าเขาหยิบจากตรงนี้ เดี๋ยวขึ้นมาทางมือขวา เดี๋ยวขึ้นมาทางมือซ้าย ส่วนที่เขาใช้ปิดบังก็คือ สิ่งที่เขาหยิบออกมาจะสีเดียวกับผ้า ใช้ผ้าบังอยู่ ตอนที่เขาใช้ผ้าแดง กลายเป็นร่มสีแดง เป็นไพ่สีแดง ใช้บังสายตา อันนั้นก็คือเล่นกลจริง ๆ อาศัยความเร็วและการหลอกให้คนเผลอไปมองทางอื่น

เรื่องจับคนเล่นกล อาตมารู้สึกจะเก่งมาตั้งแต่เด็ก ๆ สมัยเด็ก ๆ เขาเล่นกลอมลูกปิงปอง อยู่ในปากดันไปซ้ายดันไปขวา พออ้าปากก็หายไปแล้ว ที่อาตมาเห็นคือเขาเหวี่ยงเข้าไปในรถข้างหลังของเขาตั้งแต่แรก พวกนี้ต้องยอมรับว่ามือเขาไวมาก

กลก็คือกล อย่างไรก็จับได้ แบบเดียวกับที่เขาไปเล่นกลที่วัดท่าขนุน ถึงเวลาดึงผ้าเช็ดหน้า นกพิราบก็หลุดออกมา อาตมาบอกกับท่านนายกเทศมนตรีว่าเขาต้องรีบปล่อยนก เพราะผูกขานกไว้กับนิ้ว จริง ๆ ด้วย..เขาให้นกเกาะที่นิ้วไม่ถึง ๒๐ วินาที ก็รูดห่วงนกออกให้นกบิน ไม่อย่างนั้นคนอาจจะเห็นเส้นเอ็นใส ๆ ที่เขาผูกนกเอาไว้
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 23-08-2015 เมื่อ 17:29
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 169 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #127  
เก่า 23-08-2015, 12:25
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,183
ได้ให้อนุโมทนา: 64,853
ได้รับอนุโมทนา 2,860,833 ครั้ง ใน 20,491 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "มีหลายคำที่คนส่วนใหญ่เขาสวดผิด แต่หนังสือสวดมนต์ถูก อย่างเช่นว่า วิพุธัง มะหิทธิง เราจะเผลอเป็นวิพุทธัง ในบทของพาหุงฯ อย่างเช่นว่า อิวะ คัพภินียา ออกเสียงอีเป็นเสียงยาวเป็นทีฆสระ แต่ออกเป็น คัพภินิยา อยู่เรื่อย

อิวะ คัพภินียา เหมือนอย่างกับผู้หญิงท้อง อิวะ แปลว่า คล้ายกับ เหมือนกับ แต่เขาแปลบาลีเป็นไทยว่า เพียงดัง เพียงดังสตรีที่มีครรภ์ ฟังแล้วกลุ้มใจ"


ถาม : กิเลสัง กับ กะเลสัง ความหมายเหมือนกันหรือไม่คะ ?
ตอบ : แปลอย่างเดียวกัน กิเลสังหรือกะเลสัง อยู่ที่เราจะใช้คำไหน ถ้าเป็นภาษาไทยได้ แต่ถ้าเป็นภาษาบาลีไม่ได้ เพราะว่าถ้าใช้ผิดวิภัตติผิดคำ ความหมายจะเปลี่ยนไปเลย ให้สังเกตว่าที่ท่านใช้กะเลศ จะใช้ ศ จะออกไปทางสันสกฤต แต่กิเลส เป็นบาลี ใช้ ส แต่บรรดาท่านที่แต่งโคลงฉันท์กาพย์กลอน ท่านก็จะใช้ไม่เหมือนชาวบ้าน บางอย่างที่เขาเรียกว่ากวีตานุมัติ ในเมื่อกวีเขาว่าใช้ได้ก็ต้องปล่อยไปตามนั้น
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 23-08-2015 เมื่อ 17:32
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 167 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #128  
เก่า 23-08-2015, 12:34
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,183
ได้ให้อนุโมทนา: 64,853
ได้รับอนุโมทนา 2,860,833 ครั้ง ใน 20,491 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "ต้องขออนุโมทนา ขอบคุณ ขอบใจ พระภิกษุ สามเณร แม่ชี ตลอดจนฆราวาส ที่ไปช่วยกันหลอมผางประทีป ช่วยกันออกแบบ ช่วยกันวาง จนเด็ดข่าวเด่นช่อง ๗ สีไปถ่ายทำอยู่ ๒ วัน แล้วตัดมาลงให้ตั้ง ๔ นาที ดีกว่าครั้งก่อนที่อยู่เกาะพระฤๅษี ถ่ายทำ ๑ วันเต็ม ๆ ลงให้ ๑ นาทีกว่า ๆ แต่ไปนึกถึงค่าโฆษณานาทีละเป็นแสน ๆ แล้วก็คุ้มนะ เพราะเราไม่ได้จ้าง เขามาเอง แค่นี้ก็ไม่มีที่ให้คนจอดรถแล้ว ตอนนี้ด้านข้างโบสถ์วางผางประทีปไม่ได้เลย ต้องปล่อยให้เขาจอดรถกัน"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 23-08-2015 เมื่อ 17:34
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 176 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #129  
เก่า 23-08-2015, 15:43
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,183
ได้ให้อนุโมทนา: 64,853
ได้รับอนุโมทนา 2,860,833 ครั้ง ใน 20,491 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : มีคนตามมา ?
ตอบ : อุทิศส่วนกุศลให้เขาไป ไม่ต้องไปใส่ใจมาก ตามมาถือว่าเป็นองครักษ์..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 23-08-2015 เมื่อ 17:35
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 176 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #130  
เก่า 23-08-2015, 15:45
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,183
ได้ให้อนุโมทนา: 64,853
ได้รับอนุโมทนา 2,860,833 ครั้ง ใน 20,491 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ทำไมเวลาที่ทำสมาธิจับลมหายใจไปถึงตอนที่ลมหายใจหายไป จะรู้สึกอึดอัด หัวใจบีบมาก เหมือนรูจมูกมันตันหรือเจตนากลั้นลมหายใจ พอไปต่อไม่ได้ เราก็คลายออกมาหายใจ ?
ตอบ : ก็ไม่เป็นอะไรหรอก เป็นปกตินั่นแหละ ส่วนใหญ่แล้วเราจะไม่รู้ตัวว่าเรากลัวตาย เมื่อเราคิดว่าไม่หายใจ เราก็ต้องหายใจให้ได้ บางทีก็เป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติของร่างกายเหมือนกัน แต่จริง ๆ แล้วถ้าทำใจสบาย ๆ ตามรู้ไป เดี๋ยวจะเข้าไปลึกมากกว่านั้นเอง พอเข้าไม่ได้ก็ถอยกลับ ถอยกลับมาก็ต้องนับ ๑ ใหม่ ก็เฮ้อ..อีกแล้ว ไม่เคยจำ

ถาม : หลังจากนั้น จะรู้สึกหงุดหงิดมาก ?
ตอบ : หงุดหงิดตัวเอง เหมือนกับรู้ทั้งรู้ แต่เสียท่าทุกที ต้องทำให้ได้สักครั้งหนึ่ง ต่อไปจะรู้ว่าวางกำลังใจอย่างไร แล้วจะทำได้ตลอดไป แต่ถ้ายังทำไม่ได้ ก็จะคลำผิดคลำถูกไปเรื่อยแบบนี้แหละ
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 25-08-2015 เมื่อ 15:33
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 168 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #131  
เก่า 23-08-2015, 18:03
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,183
ได้ให้อนุโมทนา: 64,853
ได้รับอนุโมทนา 2,860,833 ครั้ง ใน 20,491 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์เล่าว่า "ปีนี้อาตมาตั้งใจเลี้ยงลูกหมา ๕ ตัว ปรากฏว่าโดนคนอุ้มไปเกลี้ยงเลย ตั้งแต่แม่หมาคลอดใหม่ ๆ ต้องเอาสังกะสีไปทำหลังคาให้เพื่อกันฝน หาข้าวหาปลาไปให้กิน เพราะว่าแม่หมาผอมมาก ลูก ๆ กินนมจนแม่ผอมกะหร่องเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก

อาตมาลงทุนไปซื้อพวกตับ พวกเครื่องในปิ้งในตลาดมาเลี้ยง พอลูกเริ่มอ้วนท้วนสมบูรณ์น่ารัก ตัวผู้ก็หายไปก่อน ตัวผู้หายไป ๒ ตัว เหลือตัวเมีย ๓ ตัว ดันไปเล่นกับงูกะปะเลยตายไป ๑ ตัว เหลืออีก ๒ ตัว กำลังอ้วนน่ารัก ก็หายอีก ตอนนี้พระเณรในวัดเลยมีหน้าที่ช่วยกันขุนลูกหมาให้อ้วน เผื่อเขาจะอุ้มไปเลี้ยงอีก แต่คาดว่าที่เอาครอกนั้นไปเพราะเจ้าอาวาสเลี้ยง ตกลงว่าอาตมาจับอะไรก็ขลังไปหมดแม้กระทั่งหมา..! ต้องบอกว่าสร้างวัวธนู สร้างควายธนู สร้างไม่เป็น ถ้าจะให้ทำคงต้องทำหมาธนู..!

เรื่องของสัตว์ จะมีลูกตามสภาพอากาศและอาหาร อาจจะเป็นเพราะปีนี้อากาศเปลี่ยนแปลง หมาที่อื่นจึงไม่ค่อยมีลูกกัน หรือเป็นเพราะแล้งด้วย จึงหาอาหารกินยาก แต่
หมาในวัดยังคงอยู่ดีกินดีเหมือนเดิม จึงยังมีลูกเหมือนเดิม

เจ้าหน้าที่สถานีโทรทัศน์ Thai PBS อัญเชิญเทียนพรรษาของทูลกระหม่อมอุบลรัตน์ไปถวาย เขาไปยืนเล็งหมาทีละตัว อาตมาถามว่าชอบใจตัวไหนจะอุ้มไปไหม ? เขาบอกว่าไม่ใช่ มาดูเพราะเคยได้ยินครูบาอาจารย์สอนว่า ถ้าวัดไหนหมาผอม อย่าไปคบหากับเจ้าอาวาสวัดนั้น เขาพยายามจะหาตัวผอมให้ได้ แล้วจะไปหาที่ไหน หมาวัดท่าขนุนอยู่ดีกินดีขนาดเลือกกิน ไม่ได้ของที่ถูกใจก็ไม่กินอีกด้วย"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 24-08-2015 เมื่อ 06:12
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 166 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #132  
เก่า 23-08-2015, 18:11
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,183
ได้ให้อนุโมทนา: 64,853
ได้รับอนุโมทนา 2,860,833 ครั้ง ใน 20,491 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "เวลาไปงานศพให้นึกว่าต่อไปเราก็จะเป็นอย่างนั้น ถ้าความดีเราไม่พอ ต้องลงอบายภูมิ ก็จะลำบากเดือดร้อนสาหัสยิ่งกว่าตอนเป็นมนุษย์ ดังนั้น..เมื่อรู้ตัวว่าความตายจะมาถึง ก็เร่งปฏิบัติความดีในศีล สมาธิ ปัญญา ให้ยิ่ง ๆ ขึ้น แต่ส่วนใหญ่แล้วไปงานศพเหมือนกับไปงานแฟชั่น ขนาดชุดไปงานศพ เขายังแข่งกันแต่งบางราย ก็ไม่ได้ไว้หน้าคนตายเลย ใส่ชะเวิกชะวาก ประเภทสั้นเสมอหูก็มี ลำบากลำบนขนาดนี้แล้วจะแต่งไปทำไม ?

เห็นอยู่งานหนึ่ง งานนี้ผู้ตายคือพระครูเจ้าอาวาส แล้วลูกสาวที่ถือกระถางธูป เดินนำหน้าพระทั้งวัด นุ่งสั้นจนแก้มก้นโผล่ อย่ารู้เลยนะว่าวัดไหน ถ้าไม่มีชุดจริง ๆ ใส่กางเกงขายาวมาสักตัวก็ได้ เอาสีสุภาพ ๆ หน่อย คือถ้าใส่งานศพทั่ว ๆ ไปก็พอทน คนชอบมองมีอยู่ แต่นี่งานศพพ่อตัวเองที่เป็นเจ้าอาวาส เป็นพระครูสัญญาบัตร พระที่ร่วมงานเป็นร้อย ๆ ต้องเดินตามแม่เจ้าพระคุณที่โชว์แก้มก้นเดินอยู่ข้างหน้า ต้องบอกว่าไม่รู้กาลเทศะอย่างแรง เสียทีที่มีพ่อเป็นถึงพระครูเจ้าอาวาส"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 24-08-2015 เมื่อ 06:14
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 166 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #133  
เก่า 23-08-2015, 18:13
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,183
ได้ให้อนุโมทนา: 64,853
ได้รับอนุโมทนา 2,860,833 ครั้ง ใน 20,491 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ตาลปัตรมีประโยชน์อะไรครับ ?
ตอบ : หมั่นไส้ใครก็ใช้ตีกบาล..! ตาลปัตรของพระบวชใหม่เป็นของจำเป็นที่สุด เพราะว่าเอาไว้บังหน้าตัวเอง ไม่ให้ไปสบสายตาปิ๊ง ๆ กับสาวข้างล่าง ไม่อย่างนั้นพระใหม่อยู่ไม่ได้..สึกหมด เจตนาแรกเริ่มเลยเป็นอย่างนั้น ลำดับต่อไปคือป้องกันการเก้อเขิน เพราะว่าบางทีพระใหม่ยังไม่เคยชิน สวดมนต์ไปมองหน้าโยมไป เดี๋ยวก็สวดผิดสวดถูก ก็เลยต้องหาตาลปัตรมาบังหน้า แล้วต่อมาก็ดัดแปลงเป็นพัดยศขึ้นมา
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 24-08-2015 เมื่อ 06:14
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 170 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #134  
เก่า 23-08-2015, 18:13
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,183
ได้ให้อนุโมทนา: 64,853
ได้รับอนุโมทนา 2,860,833 ครั้ง ใน 20,491 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เก็บตกเดือนสิงหาคมปี ๕๘ หมดแล้วค่ะ
ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย ทาริกา คะน้า เถรี รัตนาวุธ
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 169 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 04:34



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว