กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > เก็บตกจากบ้านวิริยบารมี

Notices

เก็บตกจากบ้านวิริยบารมี เก็บข้อธรรมจากบ้านวิริยบารมีมาฝาก สำหรับผู้ที่ไม่มีโอกาสเดินทางไป

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 10-03-2015, 06:41
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,166
ได้ให้อนุโมทนา: 64,775
ได้รับอนุโมทนา 2,857,914 ครั้ง ใน 20,474 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default เก็บตกจากบ้านวิริยบารมี ต้นเดือนมีนาคม ๒๕๕๘

ถาม : เวลาผมกวาดวัด จะมีมดแมลงต่าง ๆ อยู่ที่พื้น เวลากวาดก็กวาดพวกมดแมลงต่าง ๆไปด้วย มดตายหรือไม่ตายก็ไม่รู้ ถ้าไม่กวาดก็ไม่สะอาดอีก เราผู้กวาดจะบาปไหมครับ ?
ตอบ : ในเมื่อตายหรือไม่ตายไม่รู้ แล้วจะติดใจไปทำไม ?

ถาม : ของที่อยู่ในวัด เวลาเราไปเอา บางครั้งก็ขอพระในวัดบ้าง บางครั้งก็เอาเองบ้าง แต่เป็นของที่โยมถวายมา แล้วเอามาไว้ที่ห้องเก็บของ ผมจะเอากุญแจมาเปิดเอา และเจ้าอาวาสก็ไม่รู้ ถึงรู้แต่ท่านก็ไม่ว่า ตัวผมผู้เอาจะผิดศีลไหมครับ ?
ตอบ : ถ้าเป็นพระก็เสี่ยงต่ออาบัติปาราชิกเป็นอย่างยิ่ง อาบัติปาราชิกนี่ถึงขาดความเป็นพระไปเลย ควรแจ้งแก่ผู้ที่ท่านดูแลก่อน เพราะว่าถ้าเกิดเป็นพระแล้วมีไถยจิตคิดจะขโมย แค่หยิบของเคลื่อนออกจากที่แค่เศษ ๑ ส่วน ๑๖ ของเส้นผมก็ขาดความเป็นพระแล้ว ทำให้ถูกต้องจนชินไว้จะดีกว่า

ถาม : บางครั้งเจ้าอาวาสไม่อยู่ ผมก็เข้าไปเอาของกินในห้องของเจ้าอาวาสมากิน ผมสามารถเข้าห้องเจ้าอาวาสได้ ผมผิดศีลไหมครับ ?
ตอบ : ไม่น่าถาม..ถ้าเจ้าของไม่ยินดีก็ผิดแน่ ๆ
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 10-03-2015 เมื่อ 11:54
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 224 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 10-03-2015, 06:42
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,166
ได้ให้อนุโมทนา: 64,775
ได้รับอนุโมทนา 2,857,914 ครั้ง ใน 20,474 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ถ้าบวชเป็นพระอยู่แต่ต้องอาบัติ ที่ไม่ใช่ปาราชิกหรือสังฆาทิเสส รู้อยู่หรือไม่รู้ก็ตาม ยังไม่ได้แสดงอาบัติ จะขัดขวางผลแห่งการปฏิบัติหรือไม่ครับ ?
ตอบ : ถ้าท่านที่ได้ทิพจักขุญาณจะเห็นชัดเจนมาก เพราะวันไหนศีลของเราบกพร่อง สภาพจิตจะมัวหมอง ก็แปลว่าถ้าศีลบกพร่องย่อมขวางการปฏิบัติอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้น..ควรจะชำระศีลให้บริสุทธิ์ ถ้าเอาตามที่หลวงพ่อวัดท่าซุงท่านแนะนำก็คืออย่าให้ข้ามคืน เพราะเราอาจจะตายคืนนี้ก็ได้
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 10-03-2015 เมื่อ 09:03
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 218 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 10-03-2015, 06:50
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,166
ได้ให้อนุโมทนา: 64,775
ได้รับอนุโมทนา 2,857,914 ครั้ง ใน 20,474 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ถ้าในพิธีอุปสมบท มีภิกษุต้องปาราชิกอยู่ด้วย แต่ทั้งหมดนั้นมีภิกษุปกติเกิน ๕ รูป จะเป็นโมฆะหรือสำเร็จแค่สามเณรหรือไม่ ?
ตอบ : เป็นโมฆะ เพราะถือว่าเป็นอนุปสัมบันอยู่ในท่ามกลางอุปสัมบัน ก็คือเป็นผู้ที่มีศีลน้อยกว่าพระแล้วไปอยู่ท่ามกลางพระ สังฆกรรมนั้นไม่เป็นสังฆกรรม แต่ระยะหลังมีคนพยายามแนะนำว่า ถ้าพระที่ศีลบริสุทธิ์ มีครบองค์สงฆ์ก็ไม่เป็นไร จะไม่เป็นไรได้อย่างไร ? ในเมื่อไปนั่งอยู่ท่ามกลางผู้ที่บริสุทธิ์ เราก็เป็นจุดด่างแปดเปื้อนผู้อื่นเขา
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 10-03-2015 เมื่อ 09:04
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 219 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า 10-03-2015, 06:51
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,166
ได้ให้อนุโมทนา: 64,775
ได้รับอนุโมทนา 2,857,914 ครั้ง ใน 20,474 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : อานุภาพของมีดหมอและวัตถุมงคลอื่น ๆ ที่นำเข้าพิธีพุทธาภิเษก วันที่ ๒๔ มกราคมที่ผ่านมา มีอานุภาพเกี่ยวกับเรื่องการป้องกันนิวเคลียร์ ฝนเหลือง เชื้อไวรัส และรังสี หรือเปล่าครับ ?
ตอบ : ไปดูในเว็บ..ที่เขาลงไว้บอกว่ามีหรือเปล่า ?

ถาม : มีดหมอสามารถนำไปช่วยปลดปล่อยภพภูมิจิตวิญญาณที่ลำบากได้หรือเปล่าครับ ?
ตอบ : ถ้าเขายินดีและกรรมเขาไม่หนัก หลายครั้งก็สามารถช่วยเหลือปลดปล่อยไปได้ แต่ถ้าเราไม่รู้จริงอย่าไปล่วงกรรมคนอื่นเลย เพราะบางทีตัวเองจะเดือดร้อนเอง
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 10-03-2015 เมื่อ 09:05
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 219 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #5  
เก่า 10-03-2015, 06:52
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,166
ได้ให้อนุโมทนา: 64,775
ได้รับอนุโมทนา 2,857,914 ครั้ง ใน 20,474 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ถ้ามีคนเขานำพระมาร่วมทำบุญกับเรา โดยอนุญาตให้เราบอกบุญให้คนอื่นมาบูชา ซึ่งเจ้าของท่านก็มีเจตนาอันดี แต่เราไปพบในอินเตอร์เน็ตว่า พระที่ได้มานั้นน่าจะเป็นของปลอม เราจึงตัดสินใจว่าจะร่วมบุญด้วยเงินจำนวนหนึ่งที่พอทำได้และเก็บพระไว้เอง ไม่ทราบว่าการทำแบบนี้จะมีความผิดหรือไม่คะ ที่เราไม่ได้นำไปบอกบุญคนอื่น ?
ตอบ : อาตมาทำเป็นประจำ เพราะขี้เกียจบอกบุญคนอื่น เวลาเขาให้ซองมาก็ใส่เองคนเดียว
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 10-03-2015 เมื่อ 09:06
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 226 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #6  
เก่า 10-03-2015, 06:55
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,166
ได้ให้อนุโมทนา: 64,775
ได้รับอนุโมทนา 2,857,914 ครั้ง ใน 20,474 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : พระเครื่องหรือวัตถุมงคลบางอย่าง เราไม่ได้เป็นเจ้าของ หรือเราไม่ได้นำติดตัว แต่จำภาพติดตา และรู้สึกดี เราจะอาราธนาจากภาพติดตานี่ได้หรือไม่ครับ ?
ตอบ : ถ้าสามารถจับภาพพระติดตาได้ ก็มีอานุภาพเหมือนกับพกวัตถุมงคลนั้นเลย

ถาม : ตอนกราบอาราธนาพระบารมีสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็นึกถึงพระพุทธรูปองค์ที่เราชอบและรัก หรือเป็นภาพท่านขึ้นมาในแต่ละครั้ง เป็นกรณีเดียวกันหรือแตกต่างกันอย่างไรครับ ?
ตอบ : ถ้าองค์ที่ชอบและรักมีมาก ก็ต้องคนละกรณีกันอยู่แล้ว ดูว่าถ้าเราตั้งใจระลึกเฉพาะองค์ใดองค์หนึ่ง แล้วภาพอีกองค์ปรากฏขึ้นมา ถือว่าเป็นพุทธานุสติเหมือนกัน อาจจะได้รับการสงเคราะห์จากองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือว่าครูบาอาจารย์ที่ท่านตั้งใจมาสงเคราะห์ในช่วงนั้น ก็อาจจะเป็นคนละองค์ คนละกรณีกัน

ถาม : หรือแยกเป็นกรณีที่ เทพ พรหม เทวดาที่ดูแลรักษาพระเครื่องหรือวัตถุมงคลนั้น ๆ มีกรรมสัมพันธ์ที่จะต้องช่วยดูแลผู้ที่ครอบครองพระเครื่องหรือวัตถุมงคลนั้นครับ ?
ตอบ : อย่าไปตีขลุมเอากับท่านอย่างนั้น ถ้าเราไม่คิดถึงท่าน ท่านก็ไม่รู้จะช่วยไปทำไม อยากให้ท่านช่วยต้องคิดถึงท่านด้วย วิธีคิดถึงหลัก ๆ ก็คืออาราธนาไว้ทุกเช้าเย็น

ถาม : อย่างนั้นก็คิดถึงพระอาจารย์ไว้บ่อย ๆ นะคะ
ตอบ : ถ้าคิดถึงอาตมาก็ไม่ได้อะไรเลย เพราะอาตมาหลับ..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 10-03-2015 เมื่อ 12:12
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 227 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #7  
เก่า 10-03-2015, 12:11
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,166
ได้ให้อนุโมทนา: 64,775
ได้รับอนุโมทนา 2,857,914 ครั้ง ใน 20,474 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ผมเรียนสายกรรมฐานจากอาจารย์ที่เป็นฆราวาสครับ ท่านสื่อญาณกับเบื้องบนบ้างเป็นครั้งคราว เมื่อประมาณปีเศษท่านบอกว่า ในอดีตผมได้เคยเกิดเป็นพระโสดาบันมาหลายชาติแล้ว ชาตินี้จะเป็นชาติสุดท้ายที่เป็นมนุษย์ ให้รีบเร่งความเพียร เพราะช่วงก่อนที่ท่านจะทำนาย ผมมีภาระทางโลกค่อนข้างเยอะ นับตั้งแต่บัดนั้นผมก็ภาวนาและเจริญพระกรรมฐานทุกวันครับ ท่านบอกว่าความเป็นพระโสดาบันจะกลับมาอีกครั้ง เมื่อผมกับคู่ครองของผมต้องแยกจากกันก่อน รวมถึงมีความเพียรเจริญกรรมฐาน และปฏิบัติแนวทางอริยมรรคมีองค์แปด รวมถึงข้อปฏิบัติของพระโสดาบันให้ครบถ้วน

ถ้าความเป็นพระโสดาบันไม่ได้ติดตัวมาพร้อมกับการมาเกิดในภพมนุษย์แบบนี้ จะมีครูบาอาจารย์มาบอกให้เราบำเพ็ญตามหลักธรรม จนกว่าจะได้กับมาสู่ความเป็นพระโสดาบันตลอดในทุกชาติที่เกิดมาเป็นมนุษย์ แต่ชาตินี้ผมก็ไม่เคยได้ทำกรรมหนักอะไร เพิ่งบำเพ็ญ ทาน ศีล ภาวนา เคารพศรัทธาไตรสรณคมน์ตลอดชีวิต ผมเข้าใจถูกต้องหรือเปล่าครับ ?

ตอบ : ฟังแล้วมึน..? ที่บอกว่าพระโสดาบันเกิดใหม่แล้ว ไม่ได้เป็นพระโสดาบันจนกว่าจะมีคนบอก แล้วค่อยไปปฏิบัติ หรือไม่ก็ต้องแยกจากคู่ตัวเองก่อน อาตมาไม่เคยได้ยินมา พระอริยเจ้าไม่ว่าจะเป็นพระโสดาบันหรือพระสกทาคามี ถ้าได้เป็นพระอริยเจ้าแล้วลงมาเกิด ความเป็นพระอริยเจ้าจะติดตัวมาด้วย ท่านอาจจะไม่รู้ว่าตนเองเป็นพระอริยเจ้า แต่รักษากติกาความเป็นพระอริยเจ้าครบครัน จนกระทั่งได้ฟังครูบาอาจารย์ หรือแม้กระทั่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสถึงคุณสมบัติของพระโสดาบันหรือพระสกทาคามี แล้วท่านจะรู้สึกว่า "เรามีครบแล้วนี่" แต่ประเภทเกิดมาแล้วความเป็นพระโสดาบันไม่ติดตัวมาด้วย อาตมาไม่เคยได้ยินมาก่อน แปลว่าทั้งหมดที่ว่ามานั้นหลักการดีมาก แต่มีสิ่งที่น่าสงสัย สงสัยว่าเป็นพระโสดาบันภาษาอะไรเกิดใหม่แล้วไม่ได้เป็น ?

ถาม : ในขณะที่เราเกิดมา ไม่ได้เข้าถึงความเป็นพระโสดาบัน แต่ถ้าเราตั้งปฏิปทาปรารถนาพุทธภูมิแบบนี้ เราก็ต้องเวียนว่ายตายเกิดได้เกินว่า ๗ ชาติ ใช่หรือไม่ครับ ?
ตอบ : ถ้าไม่ได้เป็นก็เกิดไปเรื่อย ๆ แต่ถ้าเป็นเมื่อไร เต็มที่ก็ไม่เกิน ๗ ชาติ และไม่มีความปรารถนาในพุทธภูมิอีก

ถาม : รวมถึงจะไม่ตกลงสู่อบายภูมิ ใช่หรือเปล่าครับ ?
ตอบ : ถ้าเป็นพระโสดาบันจะไม่เกิดเป็นสัตว์นรก ไม่เป็นเปรต ไม่เป็นอสุรกาย ไม่เป็นสัตว์เดรัจฉาน จะเกิดอยู่ระหว่างมนุษย์กับเทวดาหรือนางฟ้า แต่ถ้าไม่ได้เป็น ก็แปลว่าพร้อมที่จะลงทุกประการ..!

ถาม : ถ้าผมเคยปรารถนาพุทธภูมิในอดีตชาติ ผมจะเปลี่ยนความปรารถนาเป็นสาวกภูมิผมต้องแก้ไขอย่างไรครับ ?
ตอบ : ก็ถอนความปรารถนาเก่าเสีย ตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติเพื่อความเป็นพระอริยเจ้า

ถาม : ขอพระคุณเจ้ากรุณาช่วยตรวจสอบให้ด้วยครับ
ตอบ : ระยะนี้ไม่ได้มีหน้าที่ตรวจสอบ ระยะนี้มีแต่โดนเขาสอบ เมื่อเช้าก็เพิ่งไปสอบมา..! (สอบประชาพิจารณ์วิทยานิพนธ์ปริญญาเอก)

ถาม : พอดีท่านอาจารย์บอกว่า ผมเป็นพระโสดาบันชาติที่ ๖ ซึ่งเป็นชาติสุดท้ายของความเป็นมนุษย์ ชาติหน้าก็คือชาติที่ ๗ อาจจะบำเพ็ญบารมีอยู่ที่สวรรค์ ไม่ต้องกลับมาเกิดอีก ผมอาจจะไม่ต้องได้อยู่ในสุทธาวาสพรหม ก็สามารถเข้าถึงพระนิพพานได้ ถูกต้องหรือเปล่าครับ ?
ตอบ : น่าจะไปถามอาจารย์ตัวเองนะ ในเมื่อหลักการผิดกันแล้ว พูดไปก็ค้านเขาเสียเปล่า ๆ

ถาม : ขอข้อแนะนำปฏิบัติต่อไปภายภาคหน้าด้วยครับ ถ้าความเข้าใจทั้งหมดที่เล่ามานี้ หากเป็นมิจฉาทิฏฐิ ?
ตอบ : เป็นไปแล้ว..! ตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติเพื่อละสังโยชน์ ๓ ให้ได้ ส่วนจะได้หรือไม่ได้อย่างไรขึ้นอยู่กับความสามารถของเรา อย่าไปเชื่อคำพยากรณ์ของใครอีก หน้าที่การพยากรณ์ถึงความเป็นพระอริยเจ้า เป็นหน้าที่ของพระพุทธเจ้าเท่านั้น
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 10-03-2015 เมื่อ 18:14
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 216 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #8  
เก่า 10-03-2015, 12:13
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,166
ได้ให้อนุโมทนา: 64,775
ได้รับอนุโมทนา 2,857,914 ครั้ง ใน 20,474 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ที่พระอาจารย์สอนให้ภาวนาคาถาเงินล้านแล้วจับที่ศูนย์กลางกายนั้น เมื่อจับที่ศูนย์กลางกายแล้ว การภาวนาต้องแบ่งสมาธิมารู้ลมหายใจเข้าออกด้วยหรือไม่ครับ ? และถ้าต้องแบ่งสมาธิมาจับลมด้วย ต้องจับลมให้ได้เพียงแค่รู้การหายใจเข้าหายใจออก หรือว่าต้องรู้ตลอดสายแบบลมสามฐานครับ ?
ตอบ : ดูว่าเราต้องการสมาธิมากเท่าไร ถ้าต้องการสมาธิสูงมากก็จับลม ๓ ฐานจนกระทั่งอารมณ์ใจทรงตัวก็จะไม่เหลือสักฐาน แต่ถ้าไม่ต้องการสมาธิสูงมาก ก็จับแค่ฐานเดียวตรงศูนย์กลางกายก็พอ แต่ถ้าทำจนชำนาญจริง ๆ ฐานเดียวก็ทรงฌาน ๔ หรือสมาบัติ ๘ ได้
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 10-03-2015 เมื่อ 13:50
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 216 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #9  
เก่า 10-03-2015, 12:14
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,166
ได้ให้อนุโมทนา: 64,775
ได้รับอนุโมทนา 2,857,914 ครั้ง ใน 20,474 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ถ้าเราตั้งใจจะถวายสังฆทาน ชุดละ ๕๐๐ แบบที่วัดท่าซุงจัดไว้ มีถังสังฆทาน พระพุทธรูป พร้อมผ้าไตรจีวร แล้วอุทิศส่วนกุศลให้เทวดาทุกท่าน ที่ดูแลรักษาวัตถุมงคลทุกอย่างที่เราได้มีบูชาไว้ที่บ้าน ท่านจะโมทนาร่วมกันในสังฆทาน ๑ ชุด ได้ไหมคะ ? หรือต้องถวายแยกเป็นองค์ ๆ ไป เพราะคิดว่า สังฆทานชุด ๕๐๐ บาท หรือมากกว่านี้ จะมีเครื่องครบกว่าชุดละ ๑๐๐ บาท
ตอบ : สังฆทาน ๑ ชุดจะอุทิศให้เทวดากี่หมื่นกี่แสนองค์ก็ได้
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 10-03-2015 เมื่อ 13:51
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 224 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #10  
เก่า 10-03-2015, 12:15
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,166
ได้ให้อนุโมทนา: 64,775
ได้รับอนุโมทนา 2,857,914 ครั้ง ใน 20,474 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : มีตะกรุดเมฯ ชนิดแขวนห้อยรถ อยากทราบว่าถ้ารถจอดอยู่ใต้ถุนบ้านเรา หรือใต้ตึกที่มีคนเดินผ่านด้านบน สามารถห้อยได้หรือไม่ ? จะบาปหรือไม่คะ ?
ตอบ : ใครเป็นคนสร้าง "ตะกรุดเมชนิดห้อยรถ" ? ...(หัวเราะ)... มีตัวอย่างก็คือ โยมท่านหนึ่งเอาตะกรุดมหาสะท้อนติดไว้ในรถ แล้วไปจอดอยู่ใต้ถุนศาลา ปรากฏว่าตะกรุดหาย..! ไปเจออีกทีอยู่บนหิ้งพระที่บ้าน แสดงว่าท่านไม่ชอบอยู่ใต้ถุน..!

ถาม : อานุภาพของตะกรุดเมฯ ที่ว่าเป็นมหาสะท้อน สะท้อนในทันทีหรือไม่ ? เช่น หากมีคนมาคิดไม่ดี หรือกลั่นแกล้ง ทำร้ายเรา ก็จะสะท้อนทันทีกลับไป หรือต้องรอจังหวะให้ผลอกุศลกรรมเข้าก่อน ?
ตอบ : สะท้อนทันที แต่ผลจะมีกับเขาทันทีหรือไม่ ต้องดูจังหวะของกุศลกรรมและอกุศลกรรมด้วย
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 10-03-2015 เมื่อ 13:52
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 222 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #11  
เก่า 10-03-2015, 12:16
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,166
ได้ให้อนุโมทนา: 64,775
ได้รับอนุโมทนา 2,857,914 ครั้ง ใน 20,474 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : กระผมขอกราบเรียนถามข้อสงสัยเกี่ยวกับพระขรรค์โสฬส (ที่ทางวัดสร้างเอง) และตะกรุดโสฬสมหามงคล ว่ามีความเหมือนหรือต่างกันอย่างไร ? รวมถึงในด้านพุทธานุภาพนั้นเสมอกันทุกอย่างและสามารถอาราธนาใช้แทนกันได้หรือไม่ครับ ?
ตอบ : พระขรรค์หน้าตาเหมือนพระขรรค์ ตะกรุดหน้าตาเหมือนตะกรุด เหมือนกันไหมเล่า ?

ถาม : มีคำว่า "โสฬส" เหมือนกันนี่คะ ?
ตอบ : คำหน้าไม่เหมือน ข้าวต้ม กับข้าวต้มมัด หน้าตาและรสชาติเหมือนกันไหมเล่า ?
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 10-03-2015 เมื่อ 13:54
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 216 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #12  
เก่า 10-03-2015, 12:17
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,166
ได้ให้อนุโมทนา: 64,775
ได้รับอนุโมทนา 2,857,914 ครั้ง ใน 20,474 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : หลวงพ่อเคยสอนว่า ในเวลาสวดมนต์ หากท่านที่ต้องการทิพจักขุญาณ เวลาสวดมนต์ให้นึกถึงอักขระที่เราสวดขึ้นมาเป็นตัว ๆ สามารถเห็นได้ชัดเท่าไร ก็เห็นผีเห็นเทวดาได้ชัดเท่านั้น ขอกราบเรียนถามว่า ในขณะที่เห็นตัวอักขระ ต้องกำหนดรู้ลมหายใจเข้าออกควบคู่ไปด้วยหรือไม่ ? หรือให้จดจ่ออยู่แต่ตัวอักขระที่ปรากฏ ?
ตอบ : ตอนแรกก็รู้ลมหายใจคู่ไปด้วย แต่ถ้าหากภาพชัดขึ้น ๆ บางทีลมหายใจหายไปตอนไหนก็ไม่ทันรู้ตัว ถ้าลมหายใจหายไปไม่ต้องไปใส่ใจ ให้ใส่ใจอยู่ที่อักขระคำสวดมนต์ของเรา
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 10-03-2015 เมื่อ 13:55
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 217 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #13  
เก่า 10-03-2015, 12:20
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,166
ได้ให้อนุโมทนา: 64,775
ได้รับอนุโมทนา 2,857,914 ครั้ง ใน 20,474 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : เมื่อครั้งก่อนบวชพระ ได้ขอขมากรรมกับเพื่อนร่วมงานประมาณ ๒๐๐ คน หวังเพียงเพื่อให้ทุกคนอโหสิกรรมและโมทนาบุญในการบวช ไม่ได้ต้องการเงินทองของเพื่อนร่วมงาน ซึ่งหลายคนก็โมทนายินดีร่วม บางคนก็ถามหาซอง และหลายคนให้เงินร่วมเป็นเจ้าภาพบวช แล้วได้วัตถุมงคล โดยที่ผมไม่ทราบว่าจะได้วัตถุมงคล กราบเรียนสอบถามหลวงพ่อครับ อานิสงส์คนที่โมทนายินดีร่วม อานิสงส์ของคนจะทำบุญต้องมีซอง อานิสงส์คนให้เงินร่วมเป็นเจ้าภาพบวช อานิสงส์ผลบุญนี้แตกต่างกันไหมครับ ?
ตอบ : คนที่โมทนายินดีร่วม จะได้ประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ คนที่ร่วมเป็นเจ้าภาพ อานิสงส์การบวชถ้าเกิดเป็นเทวดา นางฟ้า พรหม จะมีอายุได้ประมาณ ๑๕ กัป คนที่ถามหาซองเพราะว่าเกรงใจแต่ตั้งใจเป็นเจ้าภาพร่วมกัน ถ้าได้ทำมาก็ได้ ๑๕ กัปเหมือนกัน

ถาม : วัตถุมงคลที่มีคนให้เงินมา ผมจำไม่ได้ว่าใครร่วมบุญมาบ้าง ผมควรทำอย่างไรครับ ?
ตอบ : เอาไปถวายวัด ...(หัวเราะ)... ตรงนี้พูดเล่นนะ ถ้าหากว่ารู้ว่าไม่ใช่ของเรา ก็พยายามแจกจ่ายไปให้ท่านที่ร่วมบุญมา มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

บางท่านเวลาทำบุญ ถ้าไม่มีซองบางท่านจะรู้สึกประดักประเดิก เห็นว่าเป็นการไม่สุภาพ ก็หาซองให้ท่านหน่อย แต่ว่าที่นี่ถ้าทำบุญแล้วมีซองก็เสียเวลาแกะอีก เพราะซองก็ไม่ได้เอาไปไหน ส่วนใหญ่พอตรวจสอบว่าเอาเงินออกเรียบร้อยแล้วก็มักจะต้องทิ้งไป แล้วก็มีหลายท่าน ถึงเวลาทำบุญมา เขียนมาทีหนึ่ง ๓-๔ ซอง ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องแยกก็ได้ ในเมื่อเขียนรายการไว้ในซองเดียวกันได้ก็เขียนรวมกันไป ไม่ใช่ว่าซองแรกสังฆทาน ซองที่สองวิหารทาน ซองที่สามธรรมทาน ซองที่สี่ทำบุญกับหลวงพ่อทุกอย่าง เขียนมาเยอะแยะขนาดนั้นให้สิ้นเปลืองทำไม ?
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 10-03-2015 เมื่อ 13:58
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 208 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #14  
เก่า 10-03-2015, 12:21
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,166
ได้ให้อนุโมทนา: 64,775
ได้รับอนุโมทนา 2,857,914 ครั้ง ใน 20,474 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ที่เขาบอกว่าเมื่ออายุจะเข้า ๕๐ แล้วจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น ?
ตอบ : ความจริงไม่ดีทุกช่วงอายุ เพราะแก่ลงไปทุกวัน ส่วนช่วงอายุ ๕๐ ไม่ดีเยอะหน่อย เพราะอายุมากแล้ว..!

โบราณแบ่งช่วงอายุออกแบ่ง ๔ ช่วงด้วยกัน คือช่วงละ ๒๕ ปี คราวนี้ในช่วงของ ๒๕ ปีแรก เขาแรกว่า เบญจเพส เขาบอกว่าให้ระมัดระวังการเปลี่ยนแปลงใหญ่ในชีวิต อาจจะได้ทั้งด้านดีและไม่ดี โดยเฉพาะให้ระมัดระวังว่าเรื่องไม่ดีจะเกิดขึ้นได้

ดังนั้น..ถ้านับช่วงอายุที่สองก็จะลง ๕๐ ปีพอดี อย่างที่โยมเมื่อครู่ได้ถาม แต่ว่าบางท่านก็นับเอาที่ลงเลข ๕ อย่างเช่นว่า ๒๕, ๓๕ , ๔๕ , ๕๕ ถ้าเป็นอาตมาก็นับทุกปี เพื่อความไม่ประมาท ให้พยายามระมัดระวัง บำเพ็ญในศีล สมาธิ ปัญญาของเราเอาไว้ ถ้าเกิดปุบปับมีอะไรหนักหนาสาหัสขึ้นมา กุศลกรรมที่สร้างมาจะได้ผ่อนหนักเป็นเบา ถ้าเบาก็จะได้หาย

เพราะฉะนั้น..ต้องให้ความสำคัญทุกช่วงอายุ เรื่องของอายุอย่าคิดว่าเราจะอยู่เกินวันนี้ ให้คิดว่าเรามีวันนี้แค่วันเดียว แล้วพยายามทำวันนี้ให้ดีที่สุด พอถึงเวลาพรุ่งนี้ลืมตาตื่นขึ้นมาก็ “เฮ้อ...ลำบากอีกวัน” ไม่ใช่อยู่ได้อีกวันนะ ลำบากอีกวัน..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 10-03-2015 เมื่อ 14:00
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 212 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #15  
เก่า 10-03-2015, 18:49
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,166
ได้ให้อนุโมทนา: 64,775
ได้รับอนุโมทนา 2,857,914 ครั้ง ใน 20,474 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า “พวกเราพบกับความกลับกลอกของกำลังใจกันมากต่อมาก แต่ไม่ค่อยจะจำกัน อย่างเช่นว่าพอเจ็บไข้ได้ป่วยหนัก ๆ ก็ “เฮ้อ..น่าเบื่อเหลือเกิน ไปพระนิพพานดีกว่า” พอเริ่มสบายขึ้นมาหน่อยก็ลืมพระนิพพานไปแล้ว คิดว่าอยู่ต่ออีกหน่อยก็ดี

เพราะฉะนั้น..ในเรื่องความกลับกลอกของใจนี่มีเป็นปกติ เราต้องรู้เท่าทันและพยายามรักษากำลังใจให้มั่นคงแน่วแน่ต่อเป้าหมายของเรา ไม่เอาก็คือไม่เอา อย่าไปทำในลักษณะของเบื่อ ๆ อยาก ๆ ซึ่งจะทำให้เราไม่สามารถก้าวล่วงจากกองทุกข์ได้”
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 10-03-2015 เมื่อ 19:05
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 211 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #16  
เก่า 11-03-2015, 06:26
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,166
ได้ให้อนุโมทนา: 64,775
ได้รับอนุโมทนา 2,857,914 ครั้ง ใน 20,474 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "สมัยก่อนเขาบอกว่ายักษ์ไม่มีกระบองไม่มีคนเกรงใจ สมัยนี้รัฐบาลของเราเป็นยักษ์มีกระบองเพียบเลย แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร งง ๆ ใช้กระบองไม่เป็น ในการร่างรัฐธรรมนูญ แต่ละประเด็นที่เปิดเผยออกมา สื่อให้ประชาชนได้รู้ ส่วนหนึ่งเป็นความต้องการที่จะร่างรัฐธรรมนูญอย่างนั้นจริง ๆ แต่ว่าปล่อยออกมาในลักษณะการโยนหินถามทาง ว่าจะมีคนสนับสนุนหรือคัดค้าน ปรากฏว่าได้ก้อนอิฐแทบทุกครั้ง..!

โดยเฉพาะท่านที่มีการแสดงออกไม่เป็นที่ไว้วางใจ อย่างเช่นว่าตั้งคนรอบข้างมาช่วยงาน ก็ตัวเองเพิ่งจะไปเฉ่งชาวบ้านเขา แล้วก็มาทำเสียเอง ฉะนั้น..ตรงส่วนนี้ที่บอกว่าความกลับกลอกของจิตมีมาก ก็เพราะว่าเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง ก็คือ ถ้าเราทำเอง..ไม่เป็นไร แต่ถ้าคนอื่นทำ..ไม่ได้

ถ้าเราเข้าใจในเรื่องสภาพจิตของคน ที่มีรัก โลภ โกรธ หลงเป็นปกติ ก็จะไม่ตำหนิใคร แต่ว่าในเรื่องของประเทศชาติ อย่างไรเสียก็ควรที่จะพูด ควรที่จะแสดงออก เห็นด้วยก็แสดงออกว่าเห็นด้วย ไม่เห็นด้วยก็แสดงออกด้วยการคัดค้าน ถ้าหากว่าเราทำตัวเป็น "ไทยเฉย" ปล่อยให้ทุกอย่างล่วงเลยไป รัฐธรรมนูญที่ออกมามีผลบังคับใช้ยาวนานจนกว่าจะมีคนมาฉีกทิ้ง ถ้าสิ่งไหนที่ไม่เป็นสากลก็ให้รู้จักคัดค้านกันบ้าง ไม่ใช่ทำไม่รู้ไม่ชี้ไปเรื่อย

เรื่องของการเป็นสากล อย่างเช่นว่านายกรัฐมนตรีหรือประธานาธิบดีต้องมาจากการเลือกตั้ง อย่างนี้เป็นต้น ไม่ใช่มาจากการแต่งตั้ง ถ้ามาจากการแต่งตั้งเท่ากับว่าเปิดโอกาสให้อำนาจนอกระบบเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมือง ซึ่งโอกาสที่จะตรวจสอบการทำงานก็เท่ากับถูกปิดตาย

ในส่วนของการร่างรัฐธรรมนูญ ความจริงถ้าเอาฉบับปี ๒๕๔๐ มาเพิ่มเติมบางประเด็นเท่านั้นก็สมบูรณ์แล้ว แต่ส่วนใหญ่แล้วรู้สึกว่าไหน ๆ เขาตั้งมาแล้ว ต้องทำหน้าที่ให้เต็มที่ ถ้าไปเอาของเก่ามาเดี๋ยวเขาจะหาว่าไม่มีฝีมือ ต้องบอกว่าหาเรื่องเหนื่อยเอง เป็นการหาเรื่องยืดระยะเวลาในการอยู่ในอำนาจ"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 11-03-2015 เมื่อ 07:11
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 183 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #17  
เก่า 11-03-2015, 06:28
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,166
ได้ให้อนุโมทนา: 64,775
ได้รับอนุโมทนา 2,857,914 ครั้ง ใน 20,474 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"เรื่องของการเสวยอำนาจ ขึ้นไปเมื่อไรจะหน้ามืดตามัว เหตุที่หน้ามืดตามัวเพราะว่าพอมีอำนาจ คนรอบข้างก็ไม่กล้าบอกกล่าวในสิ่งที่ไม่ถูกใจ ก็เท่ากับโดนปิดหูปิดตา มีแต่ “ได้ครับพี่ ดีครับผม เหมาะสมครับท่าน” ส่วนจะลงเหวไปเมื่อไรเขาไม่รับรู้..!

ไปนึกถึงสมัยราชวงศ์ถัง ฮ่องเต้ถังไท่จง หรือพระนามเดิมว่าหลี่ซื่อหมิน แต่งตั้งเว่ยเจิงเป็นขุนนางทัดทาน พระราชทานป้ายทองนิรโทษให้ ไม่ว่าจะทำเรื่องใดที่ขัดพระทัยขนาดไหนก็ไม่เอาโทษถึงตาย แล้วเว่ยเจิงก็กล้าที่จะทูลคัดค้านในสิ่งที่ไม่สมควร แม้บางครั้งฮ่องเต้จะทรงพิโรธ แต่เนื่องจากว่าเรื่องของรัฐบุรุษ ก็คือผู้ที่กระทำเพื่อประเทศชาติจริง ๆ ถึงจะโกรธแค่ไหน เมื่อพิจารณาเห็นแล้วว่ามีประโยชน์ต่อส่วนรวมมากกว่าก็ยอมทำตาม ราชวงศ์ถังยุคนั้นจึงแผ่ขยายอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาล แม้กระทั่งประเทศของเราในยุคสมัยนั้น ยังไปถวายเครื่องราชบรรณาการ

ฉะนั้น..ลักษณะของนักการเมืองกับรัฐบุรุษจึงต่างกัน นักการเมืองมักจะเห็นแก่พวกพ้องและตัวเอง แต่รัฐบุรุษจะทำเพื่อประเทศชาติเสมอ ก็ต้องเลือกเอา ว่าเราต้องการเป็นนักการเมืองหรือต้องการเป็นรัฐบุรุษ ? ซึ่งในส่วนนี้จะว่าไปแล้วอยู่ที่สามัญสำนึก พอพูดมาถึงสามัญสำนึก ญาติโยมส่วนหนึ่งก็จะชี้นิ้วมาที่อาตมาแล้วบอกว่า “หน้าที่ของท่าน” ทำอย่างไรท่านจะอบรมให้ชาวบ้านมีสามัญสำนึก สามัญสำนึกเพื่อส่วนรวม ประกอบไปด้วยความยุติธรรม ปราศจากอคติ ให้ความสำคัญแม้เสียงข้างน้อยเพียง ๑ เสียง เพราะไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้านก็คือส่วนหนึ่งของประเทศชาติ

ในเมื่อทุกฝ่ายก็คือคนไทยด้วยกัน สิ่งที่จะกระทำก็ต้องคำนึงถึงส่วนรวมทุกคน แม้ว่าเราจะไม่สามารถทำให้ทุกคนพอใจได้ แต่ก็ต้องทำให้คนส่วนใหญ่เขาพอใจ พระพุทธเจ้าถึงไม่เคยสรรเสริญระบอบการปกครองแบบใดว่าดีเลย เพราะพระองค์ทราบดีว่า ระบอบจะดีแค่ไหนก็ตาม ถ้าคนใช้ระบอบนั้นไม่ดีเสียอย่างก็ไปไม่รอด พระองค์ท่านจึงได้ตรัสหลักธรรมที่ใช้ประกอบขึ้นมา อย่างเช่นว่าถ้าปกครองโดยระบอบพระเจ้าจักรพรรดิก็ต้องมีจักรวรรดิวัตร ถ้าปกครองโดยพระมหากษัตริย์ต้องมีทศพิธราชธรรม ถ้าปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยต้องมีอปริหานิยธรรม เป็นต้น"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 11-03-2015 เมื่อ 07:14
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 179 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #18  
เก่า 11-03-2015, 06:31
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,166
ได้ให้อนุโมทนา: 64,775
ได้รับอนุโมทนา 2,857,914 ครั้ง ใน 20,474 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"ถ้าถามว่าเผด็จการดีได้ไหม ? ได้..แต่ต้องเป็นเผด็จการที่ทำเพื่อประเทศชาติ ตัวอย่างในหลวงรัชกาลที่ ๕ ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ สิทธิ์ขาดทุกอย่างอยู่ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็เผด็จการดี ๆ นี่เอง แต่ว่าทำไมประเทศชาติของเราเจริญมาก เจริญยิ่งกว่าญี่ปุ่นอีก ก็เพราะว่าพระองค์ท่านทำทุกอย่างเพื่อราษฎร

ปัจจุบันก่อนที่จะเกิดการรัฐประหาร มีรัฐบาลอย่างที่เห็น เราก็ปกครองด้วยประชาธิปไตยซึ่งใคร ๆ ก็ว่าดี แล้วทำไมถึงต้องรัฐประหาร เพราะว่าระบอบประชาธิปไตยที่ขาดธรรมะประกอบก็ไปไม่รอด คนเราเผลอเมื่อไรก็ทำเพื่อพวกพ้องและตัวกู ขณะเดียวกันก็ไปมองบุคคลที่คิดต่างเห็นต่างว่าเป็นศัตรู ซึ่งเป็นการวางกำลังใจที่ผิด

ถ้าถามว่าการวางกำลังใจที่ถูกเป็นอย่างไร ? ก็ต้องดูอย่างในหลวงของเรา ในหลวงไม่เคยดูว่านั่นเป็นชาวเขา นี่เป็นชาวเรา นั่นเป็นคริสต์ โน่นเป็นอิสลาม นี่เป็นพุทธ พระองค์ท่านเห็นว่าทุกคนคือพสกนิกรที่พระองค์ท่านจะต้องปกครอง ต้องให้การสงเคราะห์ให้อยู่ดีมีสุขโดยเสมอหน้ากัน ถ้ารัฐบาลของเราทำได้แบบที่ในหลวงทรงทำ จะปกครองระบอบอะไรก็ปกครองไปเถอะ..ไม่มีใครเขาว่าหรอก

วันนี้พูดแทนพวกเรา เพราะพวกเราประเภทนั่งมองรัฐบาลบริหารงานแล้วก็ทำตาปริบ ๆ เหมือนดูเขาเดินลงเหวแล้วไม่รู้จะห้ามอย่างไร ในเมื่อโยมไม่พูดอาตมาก็เลยพูดแทน ว่าแล้วก็เตรียมตัวเจริญกรรมฐานกัน วางเรื่องร้อนหู ร้อนตา ร้อนใจ เข้าสู่การปฏิบัติของเราดีกว่า"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 11-03-2015 เมื่อ 07:17
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 186 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #19  
เก่า 11-03-2015, 06:34
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,166
ได้ให้อนุโมทนา: 64,775
ได้รับอนุโมทนา 2,857,914 ครั้ง ใน 20,474 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "งานหล่อสมเด็จองค์ปฐม ๔ ศอกเมื่อวันที่ ๒๖ ก.พ. ๒๕๕๘ ที่ผ่านมา มีญาติโยมถวายทองคำมาประมาณ ๔ กิโลกรัม ไม่ได้ชั่ง..เพราะอยู่ที่หน้างาน แต่กะน้ำหนักด้วยมือ เหตุที่กะถูกเพราะอาตมาสั่งซื้อทองคำทีละ ๓๐๐ บาท ก็คือ ๔.๕ กิโลกรัม รับน้ำหนักประมาณนั้นจนชิน ก็เลยเดาได้ งวดนี้ก็กำลังรอซื้ออยู่ ความจริงช่วงนี้ซื้อได้แล้ว เพราะว่าต่ำกว่า ๑๘,๕๐๐ บาทตามที่ตั้งใจไว้ แต่หวัง ๆ ว่าราคาอาจจะหล่นไปที่ ๑๗,๙๐๐ บาท

องค์พระช่างทุบหุ่นออกมาแล้ว บอกว่าสมบูรณ์ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่ต้องซ่อมแซมอะไรทั้งนั้น ตัดชนวนแล้วขัดแต่งอย่างเดียวเลย ก็เป็นเรื่องอัศจรรย์อยู่เหมือนกัน เพราะปกติอย่างน้อยก็ต้องมีให้อุดให้ซ่อมบ้าง"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 11-03-2015 เมื่อ 07:18
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 219 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #20  
เก่า 11-03-2015, 06:36
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,166
ได้ให้อนุโมทนา: 64,775
ได้รับอนุโมทนา 2,857,914 ครั้ง ใน 20,474 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "ใครสนใจจะเป็นเจ้าภาพใหญ่เมรุวัดท่าขนุน ก็แจ้งความจำนงได้นะจ๊ะ คิดว่าสัก ๒๐ ล้านบาทน่าจะอยู่ ศาลา ๑๐๐ ปีหลวงปู่สาย มาถึงตอนนี้จ่ายไป ๕๒ ล้านเศษแล้ว ถ้านับเฉพาะตัวศาลาคาดว่าถึง ๗๐ ล้านบาท ส่วนพระประธานข้างในศาลา บุษบกตั้งพระทองคำของเราจะแยกบัญชีต่างหาก ถ้ารวมกันนี่เกิน ๑๐๐ ล้านแน่นอน เพราะว่าบุษบกเท่าที่เซ็นสัญญาไป ๑๒.๕ ล้านบาท

ส่วนพระพุทธรูปทองคำนี่ยังไม่ได้คิดเลย ช่างเขาประมาณไว้ว่าใช้ทอง ๔๐ กิโลกรัม อาตมาต้องเผื่อเท่าตัว เพราะว่าช่างกะผิดเป็นประจำ อย่างคราวที่แล้วเขากะวัสดุเงินที่ใช้หล่อสมเด็จองค์ปฐมเนื้อเงิน เขาบอกใช้เงินประมาณ ๒๒-๒๕ กิโลกรัม อาตมาให้ ๕๐ กิโลกรัมเลย เพราะว่าถ้าเหลือก็เอามาทำวัตถุมงคลต่อไปได้"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 11-03-2015 เมื่อ 07:21
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 212 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 16:17



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว