กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะ เรื่องราวในอดีต และสรรพวิชา > เรื่องราวในอดีต และสรรพวิชา > อักขระและคาถาอาคม

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 01-07-2009, 14:43
ตาทิพย์ ตาทิพย์ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 1
ได้ให้อนุโมทนา: 4,421
ได้รับอนุโมทนา 487 ครั้ง ใน 9 โพสต์
ตาทิพย์ is on a distinguished road
Default คาถากันขโมย

อยากทราบว่าคาถากันขโมยคืออันไหนแน่ครับ
เห็นในหนังสือกระโถน ฯ เขียนว่า
" ฆะเฏสิ ฆะเฏสิ กิงกะระณัง ฆะเฏสิ อะหังปิตัง ชานามิ ชานามิ "

บางท่านก็อ้างว่าหลวงพ่อท่านอธิบายไว้ในหนังสือ ธรรมวิโมกข์ ปีที่ ๓๑ ฉบับที่ ๓๓๕ ว่า
" ฆะเฏสิ ฆะเฏสะ กิง กะระณัง ฆะเฏสิ ฆะเฏสะ อะระหังปิ ตัง ชานามิ ชานามิ "
อยากทราบว่าอันไหนถูกต้องครับ

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 08-01-2010 เมื่อ 03:01
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 169 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตาทิพย์ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 10-07-2009, 23:19
นายเย็นชา
Guest
 
ข้อความ: n/a
Default

ขออนุญาตถามต่อว่า
ข้าวตอก ๕ ดอกไม้ ๕ หมายถึงข้าวตอก ๕ กระทง ดอกไม้ ๕ กระทง ใช่ไหมครับ
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 104 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 13-07-2009, 11:53
ลัก...ยิ้ม ลัก...ยิ้ม is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 2,827
ได้ให้อนุโมทนา: 17,765
ได้รับอนุโมทนา 170,548 ครั้ง ใน 4,842 โพสต์
ลัก...ยิ้ม is on a distinguished road
Default

ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ นุช
เจ๊จ๋า อย่างละ ๕ ถ้วยข้าวสวยร้านข้าวต้ม หรือ ๕ กระทงใบตองขนาดกระทงห่อหมกค่ะ หรือจะใช้พานเล็ก ๆ ก็ได้จ้า
แบบที่เราเคยเห็นท่านจัดบายศรี แล้วมีพานเล็ก ๆ
ใส่ข้าวตอก ดอกไม้ น่ะจ้ะ พอจะนึกออกหรือยังจ๊ะ


ขอบคุณพี่นุชนะคะ

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ลัก...ยิ้ม : 13-07-2009 เมื่อ 14:28
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 132 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ลัก...ยิ้ม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า 07-01-2010, 19:58
นวศรี's Avatar
นวศรี นวศรี is offline
ผู้สนับสนุนเว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 9
ได้ให้อนุโมทนา: 658
ได้รับอนุโมทนา 12,708 ครั้ง ใน 293 โพสต์
นวศรี is on a distinguished road
Default


ตัวคาถา ฆะเฏสิ ฆะเฏสิ กิงกะระณัง ฆะเฏสิ อะหังปิตัง ชานามิ ชานามิ

ตัวคาถา ฆะเฏสิ ฆะเฏสิ กิงกะระณา ฆะเฏสิ อะหังปิตัง ชานามิ ชานามิ
__________________
_/\_ นิพพานัง สุขัง _/\_

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย นวศรี : 08-01-2010 เมื่อ 09:58
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 139 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ นวศรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #5  
เก่า 07-01-2010, 22:52
มิ่งเมือง มิ่งเมือง is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 15
ได้ให้อนุโมทนา: 3,093
ได้รับอนุโมทนา 8,737 ครั้ง ใน 268 โพสต์
มิ่งเมือง is on a distinguished road
Default

อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ นวสี อ่านข้อความ

ตัวคาถา ฆะเฏสิ ฆะเฏสิ กิงกะระณา ฆะเฏสิ อะหังปิตัง ชานามิ ชานามิ
อ.โตครับ พระยันต์ผูกขึ้นมาแต่โบราณหรือเปล่าครับ

สวยงามดีแท้

หลวงพี่เอกเคยให้คาถากันโจร กันขโมยไว้คือ
พุทโธ ระมะโน
ธัมโม ระมะโน
สังโฆ ระมะโน
สัพพโจ สัพพโร สัพพวินาศ สันตุ๊
(คาถาเหนือนะเจ้า...ตอนท่องก็ใช้สำเนียงเหนือนะเจ้า)
__________________
คุณพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งอันสูงสุด กำจัดทุกข์ได้จริง กำจัดภัยได้จริง
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 133 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ มิ่งเมือง ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #6  
เก่า 08-01-2010, 10:31
นวศรี's Avatar
นวศรี นวศรี is offline
ผู้สนับสนุนเว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 9
ได้ให้อนุโมทนา: 658
ได้รับอนุโมทนา 12,708 ครั้ง ใน 293 โพสต์
นวศรี is on a distinguished road
Default

เอาตัวยันต์นี้ไปใช้สิครับ ฉันเอาแบบมาจากตำรายันต์ต่าง ๆ ส่วนที่ถามว่าผูกยันต์มาแต่โบราณนั้นหรือเปล่า ไม่ทราบเหมือนกันครับ ตัวคาถาที่เพิ่มมากับยันต์นี้มี ๔ มุมรอบในองค์พระ อิ กะ วิ ติ รู้สึกดีทำให้นึกถึงพระพุทธเจ้า หัวใจคาถาอะไรจำไม่ได้ครับ และรอบนอกสุดที่ล้อมตารางนี้ไว้ พุทโธ พุทธัง ธัมโม ธัมมัง สังโฆ สังฆัง สัพพศัตรู วินาศสันติ

ส่วนคาถากันขโมยที่มิ่งบอกมา ฉันเคยเห็นแต่เห็นต่างกันนิดเดียวตรงที่ออกเสียงว่า ระ-มะ-โน เป็น รัม-มะ-โน รู้สึกว่าท่านจะเสกไม้กันขโมยที่ใช้ตอกลง ๔ มุมบ้านนะ
__________________
_/\_ นิพพานัง สุขัง _/\_

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย นวศรี : 08-01-2010 เมื่อ 11:31
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 125 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ นวศรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #7  
เก่า 09-01-2010, 17:05
อักขรัญญ์ อักขรัญญ์ is offline
สมาชิก
 
วันที่สมัคร: Jul 2009
สถานที่: นวนคร ปทุมธานี
ข้อความ: 15
ได้ให้อนุโมทนา: 10,792
ได้รับอนุโมทนา 4,521 ครั้ง ใน 80 โพสต์
อักขรัญญ์ is on a distinguished road
Default

รูปยันต์ภายในสี่เหลี่ยมอ่านจากบนตามเข็มนาฬิกา นอกสุดวนเข้ามาในตามลำดับ อ่านว่า "ฆะเตสิ ฆะเตสิ กิงกะระณัง อะหังปิตตัง ชานามิ ชานามิ อิกะติวิ" อ่านแบบปกติว่า "อิกะวิติ" ท่านเรียกว่า หัวใจพระพุทธเจ้า ซึ่ง "อิกะวิติ" นี้ถอดออกมาจากอิติปิโสฯ นั่นเอง

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย อักขรัญญ์ : 09-01-2010 เมื่อ 17:10
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 113 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ อักขรัญญ์ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #8  
เก่า 10-06-2011, 21:51
สมเกียรติ
Guest
 
ข้อความ: n/a
Default

จำมาจากเรื่องความหลงในสงสารของอาจารย์สุนิสา อ่อนค้อม
ความว่า "สมัยก่อนท่านเห็นคนเรียนไม่เก่งก็ล้อเลียน ชาติต่อ ๆ มาท่านมาเกิดเป็นกษัตริย์แต่เรียนไม่เก่ง อาจารย์สอนคาถาก็จำไม่ได้ อาจารย์รำพึงว่า ทำไปเถอะ ๆ ไม่สำเร็จหรอก (นี่แปลมาจาก ฆะเฏสิฯ)
ต่อมาอำมาตย์วางแผนจะฆ่า คืนนั้นกษัตริย์ท่องคาถาจนละเมอออกเสียง อำมาตย์ได้ยินนึกว่าท่านมีทางใน จึงมารับสารภาพผิด
จบเรื่องเท่าที่จำได้
ผิดพลาดประการใดขออภัยมา ณ ที่นี้

ผมใช้บ่อยเวลาไปจอดรถในที่ไม่คุ้น โดยนึกขอพระรัตนตรัย เทวดา แล้วท่องคาถานี้

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 27-06-2011 เมื่อ 02:40 เหตุผล: ช่วยแก้ไขให้ เนื่องจากได้รับการลงโทษแล้ว
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 56 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #9  
เก่า 11-06-2011, 23:40
ช่างศิลป์ ช่างศิลป์ is offline
สมาชิกใหม่
 
วันที่สมัคร: Mar 2011
ข้อความ: 1
ได้ให้อนุโมทนา: 432
ได้รับอนุโมทนา 206 ครั้ง ใน 4 โพสต์
ช่างศิลป์ is on a distinguished road
Default

ไม่ทราบว่า บทไหนเป็นบทที่ถูกต้องครับ
หรือว่าใช้ได้เหมือนกันทั้งสองบทเลย...
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 77 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ช่างศิลป์ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #10  
เก่า 12-06-2011, 12:04
เพิ่มบุญ's Avatar
เพิ่มบุญ เพิ่มบุญ is offline
ผู้สนับสนุนเว็บวัดท่าขนุน
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 2
ได้ให้อนุโมทนา: 7,755
ได้รับอนุโมทนา 1,293 ครั้ง ใน 21 โพสต์
เพิ่มบุญ is on a distinguished road
Default

อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ ช่างศิลป์ อ่านข้อความ
ไม่ทราบว่า บทไหนเป็นบทที่ถูกต้องครับ
หรือว่าใช้ได้เหมือนกันทั้งสองบทเลย...
" ฆะเฏสิ ฆะเฏสิ กิงกะระณัง ฆะเฏสิ อะหังปิตัง ชานามิ ชานามิ "
เป็นคาถาที่ถูกต้องครับ

ที่มาพระคาถา มาจาก นิทานอดีตชาติของ พระจูฬปันถก ที่ท่านเป็นพระมหาสาวกผู้เป็นเลิศทางฤทธิ์ทางใจ

----------------------------------------------------

พระพุทธเจ้าท่านช่วยให้ท่านจูฬปันถกบรรลุเป็นพระอรหันต์
พระพุทธเจ้าเสด็จมาแล้วตรัสเล่าว่า
ไม่ใช่เพียงชาตินี้หรอกที่พระองค์เป็นที่พึ่งของจูฬปันถก
แม้ในอดีตก็เคยเป็นที่พึ่งให้แก่จูฬปันถกมาแล้ว
ต่างกันแต่ว่าคราวนี้ให้โลกุตรทรัพย์
คือให้สมบัติทางธรรม แต่ชาติก่อนให้สมบัติทางโลก

แล้วทรงเล่าเรื่องคราวนั้นให้ฟังว่า
ในอดีต มีชายหนุ่มชาวพาราณสีคนหนึ่ง ไปเรียนที่
ตักกสิลา เป็นคนดีมาก ปรนนิบัติอาจารย์ทุกอย่าง
แต่โง่มาก เรียนอะไรไม่ได้เลย
เรียนมาหลายปีจำอะไรบ่ได้เล้ย เลยลากลับบ้านดีกว่า
อาจารย์สงสารเลยผูกมนต์ให้บทหนึ่ง สั่งว่า
นึกขึ้นมาได้เมื่อไหร่ก็ให้ท่องเมื่อนั้น

พระเจ้ากรุงพาราณสี ตอนนั้นคิดว่า
จะออกไปดูแลทุกข์สุขราษฎร เลยปลอมตัวไปลำพัง
คืนหนึ่งเห็นโจรเข้าไปขโมยของในบ้านหลังหนึ่ง
ตอนโจรเที่ยวดูของในบ้านอยู่ เจ้าของบ้านก็สาธยายมนต์ว่า
ฆะเฏสิ ฆะเฏสิ กิงการณา ฆะเฏสิ อะหังปิตัง ชานามิ ชานามิ
แปลว่า เจ้าพยายามไปเถิด พยายามไปเถิด
เจ้าพยายามเพื่ออะไร เรารู้ เรารู้ ความพยายามของเจ้าแล้ว
โจรได้ยินก็เผ่นหนีไปเลย

วันรุ่งขึ้น พระราชาก็ให้ชายเจ้าของบ้านเข้าเฝ้า
แล้วขอเรียนมนต์บทนั้น
ตอนนั้น เสนาบดีคิดทรยศ
นัดแนะกับช่างตัดผมของพระราชาว่า ถ้าเวลาโกนหนวด
ให้เอามีดโกนปาดคอเลยนะ ถ้าสำเร็จเขาจะได้เป็นพระราชาแทน
แล้วให้ช่างตัดผมเป็นเสนาบดี”


“ทีนี้ พอช่างตัดผมเตรียมโกนหนวด ก็ไปยืนลับมีดโกนอยู่
พระราชานึกถึงมนต์ได้ท่องขึ้นมาอย่างนั้นแหละ
แต่ช่างตัดผมได้ยินแล้ว
นึกว่าพระราชารู้แกวของตนว่าจะทำร้าย
ขาอ่อนทรุดหมอบลงไป พระราชาฉลาด
เห็นอาการผิดปกติอย่างนั้นก็รู้ว่ามีอะไรไม่ดีแน่เลย
เลยตวาดว่า

“เฮ้ย นึกว่ากูไม่รู้ความพยายามของมึงหรือ”
ช่างตัดผมสารภาพหมดเลยเกลี้ยงเกลา
พระราชาเลยให้เนรเทศเสนาบดีไป
แล้วให้ชายหนุ่มเจ้าของมนต์มาเป็นเสนาบดีแทน”


“พระพุทธเจ้าตรัสว่า ชายหนุ่มก็คือจูฬปันถก
ส่วนพระอาจารย์ คือพระองค์เอง
แล้วพระองค์ก็สอนพวกภิกษุว่า
คนมีปัญญาควรทำตัวเองให้เป็นที่พึ่งของตัวเองได้
ด้วยการประพฤติธรรม คือขยันไม่ประมาท มีความสำรวม
และฝึกกายใจของเราให้ดี

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เพิ่มบุญ : 14-06-2011 เมื่อ 19:37
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 106 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เพิ่มบุญ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #11  
เก่า 31-03-2015, 13:58
กระบี่เย้ยยุทธจักร กระบี่เย้ยยุทธจักร is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Apr 2013
ข้อความ: 3
ได้ให้อนุโมทนา: 2
ได้รับอนุโมทนา 1,234 ครั้ง ใน 32 โพสต์
กระบี่เย้ยยุทธจักร is on a distinguished road
Default

ตัวคาถาว่า ฆะเฏสิ ฆะเฏสิ กิงกะระณา ฆะเฏสิ อะหังปิตัง ชานามิ ชานามิ ครับ


คาถากันขโมย

ถาม : ..............................
ตอบ : ตัวคาถาฆะเฏสิ นี่ จริง ๆ แล้ว ป้องกันอันตรายได้ทุกอย่าง แต่ว่าส่วนใหญ่แล้วครูบาอาจารย์ยุคหลัง ๆ ท่านถือเป็นคาถากันขโมย

เริ่มจากว่ามีชายเข็ญใจคนหนึ่ง หัวทื่อมากเลย ทำอะไรก็ไม่เอาไหน อาจารย์ท่านเลยให้คาถานี้ไปท่อง ตัวคาถาว่า ฆะเฏสิ ฆะเฏสิ กิงกะระณา ฆะเฏสิ อะหังปิตัง ชานามิ ชานามิ ความหมายก็คือว่าทำอะไรกันนั่น ท่านทำอะไรอยู่ ทำอะไรใครก็รู้ เราเห็นอยู่ว่าทำอะไร เจ้านั่นประเภทคนซื่อคนขยัน อาจารย์ให้ท่อง ก็ท่องตะบันราดเลย

วันหนึ่งพระราชาเสด็จออกตรวจราชกิจตอนกลางคืน คล้าย ๆ กับว่า ตรวจดูความสงบเรียบร้อย โจรกำลังจะย่องเบาอยู่ กำลังตั้งท่าจะปีนบ้าน เจ้านี่ละเมอก็ตะโกนออกมา ตะโกนคาถาบทนี้ ที่แปลว่า ทำอะไรกันนั่น ท่านทำอะไรอยู่ ทำอะไรใครก็รู้ เราเห็นอยู่ว่าทำอะไร โจรก็เลยเผ่นแน่บ เพราะนึกว่าเจ้าของบ้านตื่น

พระราชาท่านก็แปลกใจ โผล่เข้าไปเห็น เลยปลุกขึ้นมาถามว่าเรื่องอะไรกัน เขาก็บอกว่าคาถาวิเศษบทนี้อาจารย์ให้มา บอกว่าป้องกันอันตรายได้ทุกอย่าง พระราชาจึงขอเรียน เขาบอกว่าถ้าจะขอเรียน ต้องยอมตนเป็นลูกศิษย์ถึงจะสอนให้ พระราชาก็เลยต้องไหว้คนเข็ญใจ ตัวนี้ก็คือว่า ถ้าหากว่าคุณต้องการวิชา คุณจะถือตัวถือตนไม่ได้

พอให้ไป พระราชาก็ท่องบ่นเป็นประจำอยู่เหมือนกัน ท่องไปท่องมา มีอยู่วันหนึ่งบรรดาพวกเชื้อพระวงศ์ ต้องการจะปฏิวัติรัฐประหารชิงราชสมบัติ ก็จ้างให้กัลบกคือช่างตัดผม บอกว่าเวลาที่โกนพระมัสสุ (หนวด) ให้พระราชานี่ จงปาดคอเสียเราจะให้รางวัล พระราชาท่านหลับเพลิน ๆ ก็ละเมอคาถาบทนี้ออกมาบ้าง ช่างก็ตัวสั่นตกใจ นึกว่าพระราชารู้แล้ว เลยสารภาพหมด พระราชารอดไปได้ ในเมื่อท่านรอดมาได้ก็คิดว่า เพราะอาจารย์ที่เป็นคนเข็ญใจ จึงรับตัวมาเลี้ยงไว้ในวังเป็นอย่างดี

จริง ๆ แล้ว อุปเท่ห์การใช้ของคาถานี้ ใช้ป้องกันอันตรายทุกชนิด แต่ว่าในระยะหลังท่านบอกว่าให้ใช้กันขโมย ก่อนนอนก็ตั้งใจว่าคาถานี้สักเจ็ดจบ อธิษฐานว่าถ้าหากจะมีขโมยหรือมีเหตุร้ายอะไรเกิดขึ้นกับเรา ขอให้เรารู้ตัวก่อน ให้ตื่นมาพร้อมกับสติสัมปชัญญะที่สมบูรณ์ เพื่อได้แก้ไขเหตุการณ์ให้ลุล่วงไปด้วยดี

สนทนากับพระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ
ณ บ้านอนุสาวรีย์ฯ เดือนกรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๔๔


http://www.watthakhanun.com/webboard...ead.php?t=1619

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย กระบี่เย้ยยุทธจักร : 04-04-2015 เมื่อ 05:20
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 49 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ กระบี่เย้ยยุทธจักร ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 15:34



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว