กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เทศน์ช่วงทำกรรมฐาน

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 23-07-2016, 16:26
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,424
ได้ให้อนุโมทนา: 77,092
ได้รับอนุโมทนา 3,228,096 ครั้ง ใน 22,808 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default เทศน์ช่วงทำกรรมฐาน วันอาทิตย์ที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๙

ให้ทุกคนขยับนั่งในท่าที่ตัวเองสบาย ตั้งกายให้ตรง กำหนดสติอยู่ที่ลมหายใจเข้าออกของเรา หายใจเข้า...ให้ความรู้สึกทั้งหมดของเรา ไหลตามลมหายใจเข้าไป หายใจออก...ให้ความรู้สึกทั้งหมดของเรา ไหลตามลมหายใจออกมา จะจับการกระทบของลมฐานเดียวก็ได้ สามฐานก็ได้ เจ็ดฐานก็ได้ แล้วแต่ความชำนาญของตน จะใช้คำภาวนาอะไรก็ได้ที่เราเคยทำมาแต่เดิม

วันนี้เป็นวันอาทิตย์ที่ ๓ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙ ที่อยากจะเตือนในวันนี้ ก็คือ การปฏิบัติกรรมฐานของเรานั้น ต้องเป็นไปเพื่อการละกิเลส โดยมีเป้าหมายก็คือการหมดกิเลสเข้าสู่พระนิพพานเท่านั้น ส่วนอื่น ๆ เป็นส่วนเกินทั้งสิ้น โดยเฉพาะการรู้เห็นต่าง ๆ เพราะว่าส่วนใหญ่แล้วมักจะพาให้เสีย

เนื่องจากว่าอารมณ์ในการรู้เห็นนั้นมีอยู่ ๒ ระยะ ก็คือในระยะของอุปจารสมาธิกับในระยะของฌาน ๔ ละเอียด ในระยะของอุปจารสมาธินั้น เปรียบเหมือนว่าเราอยู่ในบ้านที่มี ๒ ชั้น ชั้นบนกับชั้นล่าง มีความกว้างยาวและวัสดุตกแต่งเหมือนกันหมดทุกอย่าง อุปจารสมาธิก็คือบ้านชั้นล่าง ส่วนฌาน ๔ ก็คือบ้านชั้นบน เมื่อเราเข้าไปถึง มีสิ่งใดอยู่เราก็สามารถรู้เห็นในสิ่งนั้นได้ แต่ถ้าอยู่ในระหว่างของการขึ้นบันไดจากชั้นหนึ่งไปชั้นสอง ก็คือ อยู่ในระหว่างของฌานที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ เราก็จะไม่รู้เห็นอะไร
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 23-07-2016 เมื่อ 18:01
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 45 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 23-07-2016, 19:01
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,424
ได้ให้อนุโมทนา: 77,092
ได้รับอนุโมทนา 3,228,096 ครั้ง ใน 22,808 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ในเมื่อแค่อุปจารสมาธิเราก็เริ่มรู้เห็น เริ่มได้ยินเสียงต่าง ๆ แล้ว ถ้าหากว่าเราไปหลงยึดติดอยู่ มัวแต่สงสัยข้องใจในสิ่งทั้งหลายเหล่านี้ว่าจริงหรือไม่จริง ? ควรละหรือไม่ควรละ ? หรือหลายท่านก็ไปทุ่มเทความเชื่อถือยึดมั่นอยู่ตรงนั้นเลย ก็เป็นอันว่าการปฏิบัติของเราก้าวไปไม่ถึงไหน แม้แต่ปฐมฌานก็เข้าไม่ถึง เพราะมัวไปติดอยู่ในส่วนของการรู้เห็นนั้น ๆ

ขอให้ทุกคนตั้งเป้าหมายของตนให้ชัดเจน อย่าหลงลืมเป้าหมายเด็ดขาดว่าเราปฏิบัติเพื่อการหลุดพ้น เพื่อชำระขัดเกลากิเลสให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ถ้าเรามีสติระลึกรู้อยู่เช่นนี้เสมอ เราก็จะไม่เดินผิดทาง จะไม่โดนหลอกให้ไปยึดติดอยู่กับสิ่งที่ไม่ใช่ของจริง

ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ต้องบอกว่าเป็นอุตริมนุสสธรรม คือธรรมอันยิ่งกว่ามนุษย์ทั่ว ๆ ไปจะทำได้ เมื่อรู้เห็น ได้ยินได้ฟังมา เราก็มักอยากจะพูด อยากจะบอกต่อ พอได้รับคำสรรเสริญเยินยอจากผู้คน ก็ยิ่งยึดมั่นถือมั่นหนักเข้าไปอีก พาให้เราหลงผิดจากเป้าหมายที่ตนเคยตั้งเอาไว้ แล้วก็ไปไม่ถึงไหน ตายเปล่าไปอีกชาติหนึ่ง

เมื่อเป็นเช่นนั้น สิ่งทั้งหลายเหล่านี้เราจึงต้องระมัดระวังสุดขีด คำว่าระวังสุดขีด ก็คือ ต้องคอยระแวงอยู่เสมอว่า สิ่งเหล่านี้จะมาขวางมรรคขวางผลของเรา แต่ก็มีหลายท่านที่ตั้งใจปฏิบัติเพื่อสิ่งทั้งหลายเหล่านี้ก่อน การปฏิบัตินั้นก็คือปฏิบัติเมื่อได้แล้วจะใช้ไปในการละกิเลส แต่คราวนี้พอเราเริ่มรู้เห็นเราก็ไปยึดถือ แทนที่จะละกิเลสก็กลายเป็นพอกพูนกิเลสให้เพิ่มมากขึ้น จึงเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างมาก ว่านักปฏิบัติมากต่อมากด้วยกัน น่าจะถึงร้อยละ ๘๐-๙๐ โดยเฉลี่ย ที่พอปฏิบัติไปแล้วก็ไปติดอยู่แค่ระดับนี้ ไม่สามารถที่จะก้าวล่วงไปยิ่งกว่านี้ได้
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 24-07-2016 เมื่อ 03:55
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 43 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 24-07-2016, 16:11
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,424
ได้ให้อนุโมทนา: 77,092
ได้รับอนุโมทนา 3,228,096 ครั้ง ใน 22,808 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

การรู้เห็นต่าง ๆ นั้น อาตมาอยากจะใช้คำว่า "เป็นของแถมในการปฏิบัติ" ถ้าหากว่าทำถึง สิ่งทั้งหลายเหล่านี้จะมาเอง ไม่ต้องไปดิ้นรนไขว่คว้าก็มา แต่เราก็มักจะไปติดอยู่กับของแถม โดยลืมไปว่าเป้าหมายที่แท้จริงของเราคืออะไร ดังนั้น...ในการปฏิบัติของเราทุกคนจึงต้องระมัดระวังการรู้เห็นเอาไว้เป็นอย่างยิ่ง ว่าแทนที่จะพาให้หลุดพ้น ก็จะพาเรายึดติดยิ่ง ๆ ขึ้นไป

เมื่อทราบแล้วก็ขอให้ทราบว่า ในเรื่องของบรรลุมรรคผลนั้น เราต้องมีความเคารพในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ อย่างจริงใจ รักษาศีลทุกสิกขาบทให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ มีความรู้ตัวอยู่เสมอว่าเราต้องตาย ถ้าหากว่าตายเราขอไปพระนิพพานแห่งเดียว ไม่มีกติกาข้อไหนว่าต้องรู้เห็น ไม่มีกติกาว่าต้องระลึกชาติได้ ไม่มีกติกาว่าต้องรู้อดีต ต้องเห็นอนาคต ไม่มีกติกาว่าต้องรู้ใจคนอื่น

ในเมื่อเป็นเช่นนี้ สิ่งที่กล่าวมาจึงเป็นของแถมอย่างแท้จริง เมื่อเราเข้าใจเช่นนี้แล้ว ก็ขอให้เปลี่ยนความคิดเสียใหม่ ตั้งเป้าหมายในการปฏิบัติให้ตรงเสียใหม่ ว่าการปฏิบัติของเราเป็นไปเพื่อขัดเกลากิเลส เพื่อให้เหลือกิเลสในใจของเราให้น้อยที่สุด ถ้าสามารถหลุดพ้นไปสู่พระนิพพานได้ นั่นคือเป้าหมายสูงสุดของเรา แล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติใน ศีล สมาธิ ปัญญา ของเราให้เต็มที่ ไตร่ตรองทบทวนอยู่เสมอ ๆ ว่าเราทำอะไร เพื่ออะไร ทำไปถึงไหน ยังห่างจากเป้าหมายใกล้ไกลเท่าไร ยังตรงต่อเป้าหมายหรือไม่ ถ้าเรามีการไตรตรองทบทวนไว้เสมอ ๆ เราก็จะไม่พลาดจากเป้าหมายที่เราตั้งไว้แต่ต้น

ลำดับต่อไปก็ให้ทุกท่านตั้งใจภาวนาและพิจารณาตามอัธยาศัย จนกว่าจะได้สัญญาณบอกว่าหมดเวลา


พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เทศน์ช่วงทำกรรมฐาน ณ บ้านวิริยบารมี
วันอาทิตย์ที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๙

(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย รัตนาวุธ)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 24-07-2016 เมื่อ 17:51
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 39 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 19:41



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว