กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เทศน์ในวาระสำคัญต่าง ๆ

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 05-03-2018, 22:00
ตัวเล็ก's Avatar
ตัวเล็ก ตัวเล็ก is offline
กรรมการเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 8,064
ได้ให้อนุโมทนา: 101,734
ได้รับอนุโมทนา 351,504 ครั้ง ใน 14,978 โพสต์
ตัวเล็ก is on a distinguished road
Default ปกิณกธรรมวันมาฆบูชา (ก่อนขึ้นธรรมาสน์) วันพฤหัสบดีที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๑

พระองค์ดีพร้อมด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ ในส่วนนี้เราท่านทั้งหลายสามารถที่จะศึกษาได้จากบทสรรเสริญคุณพระพุทธเจ้าที่ว่า

“อิติปิ โส ภะคะวา” องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าของเราทั้งหลายเหล่านั้น

“อะระหัง” เป็นผู้ไกลจากกิเลส คือหมดสิ้นกิเลสแล้ว สลัดกิเลสทิ้งไปจนหมดสิ้นแล้ว ห่างไกลจากกิเลสทั้งหลายแล้ว

“สัมมาสัมพุทโธ” เป็นผู้ตรัสรู้เองโดยชอบ ก็คือบรรลุธรรรมด้วยพระปัญญาธิคุณอันล้ำเลิศของพระองค์ท่านเอง เป็นการบรรลุธรรมโดยปราศจากผู้อื่นช่วยแนะนำสั่งสอน เพราะว่าบรรดาครูทั้งหลายในยุคนั้น ไม่สามารถที่จะสอนให้พระองค์เข้าถึงตรงจุดนี้ได้ นอกจากพระองค์จะพินิจพิจารณาด้วยพระปัญญาธิคุณแล้วเข้าใจแจ่มแจ้งเอง รู้ทั่วถึงธรรมที่พระองค์ทรงปรารถนาไว้เป็นต้น
__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด
(-/\-) (-/\-) (-/\-)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 69 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 05-03-2018, 22:02
ตัวเล็ก's Avatar
ตัวเล็ก ตัวเล็ก is offline
กรรมการเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 8,064
ได้ให้อนุโมทนา: 101,734
ได้รับอนุโมทนา 351,504 ครั้ง ใน 14,978 โพสต์
ตัวเล็ก is on a distinguished road
Default

“วิชชาจรณสัมปันโน” แปลว่า พระองค์ท่านถึงพร้อมด้วยความรู้และความประพฤติดีประพฤติชอบทั้งปวง หมายความว่า เป็นผู้ที่เก่งด้วย ดีด้วย แบบเดียวกับที่คำขวัญของการสอนเด็กสมัยหนึ่งที่ว่า ต้องเก่ง ดี และมีสุข ซึ่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นมีพร้อม

ด้านความเก่งของพระองค์ท่านก็คือ ถึงพร้อมด้วยวิชาความรู้ทั้งปวง แม้แต่สิ่งที่พระองค์ท่านนำมาเทศนาสั่งสอนจำนวนถึง ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์นั้น ก็เป็นเพียงใบไม้กำมือเดียวเท่านั้น เมื่อเปรียบกับความรู้ของพระองค์ท่านที่เปรียบได้กับใบไม้ทั้งป่า พระองค์ท่านเป็นบุคคลที่มีความประพฤติดีทั้งต่อหน้าและลับหลัง ไม่มีนอกไม่มีใน พระองค์ท่านจึงได้ตรัสว่า “ยถาวาที ตถาการี” พระองค์ท่านพูดอย่างไรก็ทำเช่นนั้น “ยถาการี ตถาวาที” พระองค์ท่านทำอย่างไรก็พูดอย่างนั้น ก็แปลว่า กาย วาจา ใจ ของพระองค์ท่าน ประพฤติในกายสุจริต วจีสุจริต มโนสุจริต โดยสม่ำเสมอกัน ทั้งต่อหน้าและลับหลัง
__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด
(-/\-) (-/\-) (-/\-)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 67 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 05-03-2018, 22:03
ตัวเล็ก's Avatar
ตัวเล็ก ตัวเล็ก is offline
กรรมการเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 8,064
ได้ให้อนุโมทนา: 101,734
ได้รับอนุโมทนา 351,504 ครั้ง ใน 14,978 โพสต์
ตัวเล็ก is on a distinguished road
Default

สุคโต” พระองค์ท่านเสด็จไปดีแล้ว เนื่องจากถึงพร้อมด้วยความดีทางกาย ทางวาจา ทางใจ เหมือนอย่างที่สมัยก่อนหลวงปู่ฝั้น อาจาโร วัดถ้ำขาม ซึ่งตอนหลังย้ายมาอยู่วัดป่าอุดมสมพร เคยกล่าวไว้ว่า “ใจดี ใจสบาย ถ้าใจดี อะไร ๆ ก็ดีหมด ถ้าหากว่าใจของเราดี ตัวเราก็ดี คนอื่นก็ดี ชาวบ้านร้านตลาดก็ดี ประเทศชาติก็ดี” หลวงปู่ท่านได้ว่าเอาไว้ ซึ่งก็คือสิ่งที่หลวงปู่ท่านศึกษาและปฏิบัติมาจากองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั่นเอง ถ้าหากดีด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ โดยเฉพาะใจดี ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะดีทั้งหมด
__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด
(-/\-) (-/\-) (-/\-)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 68 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า 05-03-2018, 22:06
ตัวเล็ก's Avatar
ตัวเล็ก ตัวเล็ก is offline
กรรมการเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 8,064
ได้ให้อนุโมทนา: 101,734
ได้รับอนุโมทนา 351,504 ครั้ง ใน 14,978 โพสต์
ตัวเล็ก is on a distinguished road
Default

โลกวิทู” พระองค์ท่านเป็นผู้รู้แจ้งในโลกทั้งหลาย คำว่าโลกในที่นี้มีทั้ง “โอกาสโลก” โลกคือดวงดาวต่าง ๆ นั่นแสดงว่าพระองค์ท่านรู้หมด ไม่ว่าจักรวาลใดมีมนุษย์และสัตว์อย่างไร สร้างกรรมอะไรเอาไว้จึงไปเกิดในเขตนั้น ๆ

สัตวโลก” โลกคือหมู่สัตว์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ เป็นสัตว์เดรัจฉาน เป็นเปรต เป็นอสุรกาย เป็นสัตว์นรก เป็นเทวดา เป็นมาร เป็นพรหม พระองค์ท่านรู้ทั่วถึงซึ่งโลกคือหมู่สัตว์ทั้งหลายเหล่านี้ ว่าหยาบประณีตต่างกัน ด้วยการสร้างกรรมดีกรรมชั่วอะไรเอาไว้

สังขารโลก” โลกคือร่างกายของเรานี้ ซึ่งประกอบไปด้วยธาตุสี่ คือ ดิน น้ำ ไฟ ลม มี “ปัญจสาขา” หนึ่งศีรษะ สองแขน สองขา ประกอบไปด้วยอวัยวะใหญ่น้อยภายนอกภายในทั้งปวงที่เรียกว่า “อาการ ๓๒” กว้างศอก ยาววา หนาคืบ ศอกก็คือศอกของเจ้าตัว วาก็คือวาของเจ้าตัว และคืบก็คือคืบของเจ้าตัวนั่นเอง
ดังนั้น..ในสิ่งทั้งหลายเหล่านี้ องค์สมเด็จพระชินสีห์บรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ รู้ทั่วทั้งหมด จึงได้ชื่อว่า “โลกวิทู” ผู้รู้แจ้งในโลกทั้งหลาย
__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด
(-/\-) (-/\-) (-/\-)

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 06-03-2018 เมื่อ 03:19
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 61 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #5  
เก่า 05-03-2018, 22:07
ตัวเล็ก's Avatar
ตัวเล็ก ตัวเล็ก is offline
กรรมการเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 8,064
ได้ให้อนุโมทนา: 101,734
ได้รับอนุโมทนา 351,504 ครั้ง ใน 14,978 โพสต์
ตัวเล็ก is on a distinguished road
Default

อนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ” เป็นสารถี คือ ผู้ควบคุม ผู้ฝึกสอน เหมือนอย่างกับคนขับรถควบคุมรถ เขาก็เรียกสารถีขับรถ ที่ยอดเยี่ยม ไม่มีใครเหนือกว่า ขึ้นชื่อว่ากุลบุตรผู้มีวิสัยจักได้มรรคผล เมื่อไปถึงองค์สมเด็จพระทศพลบรมศาสดาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว จะไม่ได้มรรคผลนั้นไม่มี พระองค์ท่านสามารถที่จะฝึกให้เขาทั้งหลายเหล่านั้น เข้าถึงมรรคเข้าถึงผลตามวาสนาบารมีของตน ๆ ได้

สัตถา เทวะมะนุสสานัง” ทรงเป็นศาสดาหรือเป็นครูของทั้งมนุษย์และเทวดาทั้งหลาย ในความที่พระองค์ท่านบำเพ็ญบารมีมาอย่างน้อย ๔ อสงไขยกับแสนมหากัป เกิดมาจนนับชาติไม่ถ้วน เพื่อมุ่งตรงต่อพระโพธิญาณ เมื่อพระองค์ท่านทำได้สำเร็จ ย่อมเป็นที่ยอมรับของทั้งมนุษย์และเทวดาพรหมทั้งหลาย สิ่งที่พระองค์ท่านตรัสสอนไปก็คือหลักธรรมที่เป็นประโยชน์ต่อมนุษย์ เทวดา นางฟ้า และพรหมทั้งหลาย
__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด
(-/\-) (-/\-) (-/\-)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 64 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #6  
เก่า 06-03-2018, 10:58
ตัวเล็ก's Avatar
ตัวเล็ก ตัวเล็ก is offline
กรรมการเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 8,064
ได้ให้อนุโมทนา: 101,734
ได้รับอนุโมทนา 351,504 ครั้ง ใน 14,978 โพสต์
ตัวเล็ก is on a distinguished road
Default

โดยเฉพาะในหมู่เทวดา นางฟ้า พรหมนั้น เมื่อฟังธรรมของพระองค์ท่านแล้วบรรลุมรรคผลมากกว่ามนุษย์หลายเท่านัก อย่างเช่นการแสดงพระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ในพรรษาที่ ๗ ซึ่งพระองค์ท่านเสด็จขึ้นไปโปรดพุทธมารดา ปรากฏว่ามีเทวดา นางฟ้า พรหม บรรลุมรรคผลในครานั้น ๘๐ โกฏิ ถ้าหากว่าเราตีตัวเลขว่าโกฏิหนึ่งคือ ๑๐ ล้าน ก็แปลว่าเทวดา นางฟ้า และพรหมบรรลุมรรคผลในครั้งนั้น ๘๐๐ ล้าน
__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด
(-/\-) (-/\-) (-/\-)

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 06-03-2018 เมื่อ 12:57
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 57 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #7  
เก่า 06-03-2018, 11:03
ตัวเล็ก's Avatar
ตัวเล็ก ตัวเล็ก is offline
กรรมการเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 8,064
ได้ให้อนุโมทนา: 101,734
ได้รับอนุโมทนา 351,504 ครั้ง ใน 14,978 โพสต์
ตัวเล็ก is on a distinguished road
Default

พุทโธ” ทรงเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานแล้ว รู้อะไร ? รู้แจ้งในหลักธรรมทั้งหลาย รู้แจ้งในหลักธรรมทั้งหลายอย่างไร ? รู้ว่า

“สัพเพ สังขารา อนิจจา สัพเพ สังขารา ทุกขา สัพเพ ธัมมา อะนัตตา
รู้ว่าสังขารทั้งหลายไม่เที่ยง สังขารทั้งหลายเป็นทุกข์ ธรรมทั้งหลายไม่สามารถยึดถือมั่นหมายเป็นตัวตนเราเขาได้ ทุกอย่างต้องเสื่อมสลายไปทั้งหมด


เป็นผู้ตื่นคืออะไร ? ก็คือตื่นจากอวิชชา ความโง่เขลาทั้งปวงที่ครอบคลุมกาย วาจา ใจอยู่ ในเมื่อตื่นจากความโง่เขลาที่ครอบคลุมกาย วาจา ใจอยู่ ก็แปลว่าพระองค์ท่านทรงรู้แจ้งแทงตลอด ทะลุอวิชชาอันหนาและมืดมิด ซึ่งครอบคลุมโลกทั้งหลายอยู่

พระองค์ท่านจึงทรงเปรียบเสมือนลูกไก่ตัวแรก ที่เจาะเปลือกไข่ออกมาสู่โลกภายนอก เมื่อเป็นเช่นนั้น พระองค์ท่านจึงเป็นใหญ่ยิ่งกว่าศาสดาทั้งหลาย สิ่งนี้เกิดจากพราหมณ์อาวุโสด้วยอายุ ได้กล่าวตำหนิติเตียนพระองค์ท่านว่า พระองค์ท่านเป็นผู้ที่อ่อนเยาว์กว่า แล้วทำไมถึงไม่ทำความเคารพผู้ที่อายุมากกว่า ?

ซึ่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถามว่า “ลูกไก่ที่เจาะฟองไข่ออกมานั้น ตัวใดควรที่จะเป็นพี่ใหญ่ ?” พราหมณ์ก็ตอบว่า “ลูกไก่ตัวแรก” พระองค์ท่านตรัสว่า “ในเมื่อตถาคตเจาะฟองไข่คืออวิชชาออกมาได้ก่อน จึงนับเป็นพี่ใหญ่ ดูแล้วตลอดทั้งโลกนี้และโลกอื่นไม่มีบุคคลใดที่ตถาคตจะควรจะทำความเคารพ ตถาคตจึงไม่ได้แสดงความเคารพต่อพราหมณ์” พราหมณ์เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ยอมรับว่า สิ่งที่พระองค์ท่านตรัสไว้นั้นเป็นความจริง

เป็นผู้เบิกบาน ถ้าหากว่าตามฉันท์ที่เขาได้แต่งไว้สรรเสริญคุณพระองค์ท่านว่า “หนึ่งในพระทัยท่าน ก็เบิกบานคือดอกบัว ราคีบ่พันพัว สุวคนธกำจร” ก็คือพระหทัยของพระองค์ท่านเบิกบาน เหมือนอย่างกับดอกบัวที่ผ่องใสปราศจากราคี ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วทุกทิศทุกทาง ทั้งทวนลมและตามลม ดังนั้นผู้เบิกบานในที่นี้ก็คือว่า พระองค์ท่านปราศจากสิ่งร้อยรัดทั้งปวงแล้ว เมื่อปราศจากสิ่งร้อยรัดทั้งปวง ก็ย่อมเป็นผู้ที่เบิกบานแจ่มใส เพราะว่าไม่มีสิ่งใดสามารถถ่วงรั้งพระองค์ท่านให้อยู่ในวัฏสงสารนี้ต่อไปได้อีก
__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด
(-/\-) (-/\-) (-/\-)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 56 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #8  
เก่า 06-03-2018, 11:21
ตัวเล็ก's Avatar
ตัวเล็ก ตัวเล็ก is offline
กรรมการเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 8,064
ได้ให้อนุโมทนา: 101,734
ได้รับอนุโมทนา 351,504 ครั้ง ใน 14,978 โพสต์
ตัวเล็ก is on a distinguished road
Default

ภะคะวา” ศัพท์นี้แบ่งออกเป็น ๒ ประการด้วยกัน
ประการแรกแปลว่าผู้มีโชค คือ พระองค์ท่านไม่ว่าเสด็จไปที่ใด ก็ประสบกับสิ่งที่ดี ๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากว่าสิ่งทั้งหลายเหล่านี้ เกิดจากบุญญาบารมีที่ทรงสร้างสมมาเป็นอเนกชาติ มากจนไม่สามารถที่จะประมาณได้
อีกศัพท์หนึ่งกล่าวว่าเป็นผู้จำแนกแจกธรรม ดังที่ปรากฏอยู่ในบทธรรมนิยามที่ว่า

อุปปาทา วา ภิกขะเว ตะถาคะตานัง” ดูก่อน..ภิกษุทั้งหลาย พระตถาคตเจ้าทั้งหลายจะอุบัติขึ้นก็ดี
อะนุปปาทา วา ตะถาคะตานัง” พระตถาคตเจ้าทั้งหลายจะไม่อุบัติขึ้นก็ดี
ฐิตา วะ สา ธาตุ ธัมมัฏฐิตะตา” ธรรมทั้งหลายเหล่านั้นก็ตั้งมั่นอยู่แล้ว คือมีอยู่เป็นปกติแล้ว
ธัมมะนิยามะตา” คำจำกัดความของธรรมทั้งหลายเหล่านั้นคือ
สัพเพ สังขารา อะนิจจาติฯ” สังขารทั้งหลายไม่เที่ยง
สัพเพ สังขารา ทุกขาติฯ” สังขารทั้งหลายเป็นทุกข์
สัพเพ ธัมมา อะนัตตาติฯ” ธรรมทั้งหลายมิใช่ตัวตน ไม่สามารถที่จะยึดถือมั่นหมายได้
ตัง ตะถาคะโต อะภิสัมพุชฌะติ อะภิสะเมติ” เมื่อพระตถาคตเจ้าได้บรรลุอภิเษกสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว
อาจิกขะติ” จึงได้นำมาบอกกล่าว
เทเสติ” นำมาเทศนาสั่งสอน
ปัญญะเปติ” นำมาบัญญัติ
ปัฏฐะเปติ” นำมาก่อตั้ง
วิวะระติ” นำมาจำแนก
วิภะชะติ” นำมาแยกแยะ
อุตตานีกะโรติ” ทำของลึกให้ตื้น คือทำของยากให้ง่ายขึ้น

ดังนั้น...ที่พระองค์ท่านเป็นผู้จำแนกแจกธรรม ก็คือจำแนกในลักษณะอย่างนี้ว่า
อาทิกัลยาณัง” นี่เป็นหลักธรรมที่งามในเบื้องต้น ก็คือ งามด้วยศีล
มัชเฌกัลยาณัง” นี่คือหลักธรรมที่งานในเบื้องกลาง ก็คืองามด้วยสมาธิ
ปริโยสานกัลยาณัง” นี่คือหลักธรรมที่งามในเบื้องปลาย ก็คืองามด้วยปัญญา

พระองค์ท่านนำมาจำแนก นำมาแยกแยะ นำมาบอกกล่าว นำมาสั่งสอน ดังนั้นพระองค์ท่านจึงได้ชื่อว่า “ภะคะวา” เป็นผู้จำแนกแจกธรรม
__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด
(-/\-) (-/\-) (-/\-)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 56 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #9  
เก่า 06-03-2018, 11:28
ตัวเล็ก's Avatar
ตัวเล็ก ตัวเล็ก is offline
กรรมการเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 8,064
ได้ให้อนุโมทนา: 101,734
ได้รับอนุโมทนา 351,504 ครั้ง ใน 14,978 โพสต์
ตัวเล็ก is on a distinguished road
Default

ดังนั้น...ในวันนี้ที่เป็นวันมาฆบูชา ท่านทั้งหลายก็จะได้ปฏิบัติตามคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งคำสอนทั้งหลายเหล่านั้นก็คือ สอนให้ท่านทั้งหลายได้ปฏิบัติในทาน ในศีล ในภาวนา ตามแต่กำลังใจของตนว่าอยู่ในระดับไหน ถ้าหากว่าอยู่ในเบื้องต้น การให้ทานก็เหมาะสมแก่ท่านทั้งหลายแล้ว ถ้าหากว่าอยู่ในเบื้องกลาง การให้ทานและรักษาศีลก็เหมาะสมแก่ท่านทั้งหลายเหล่านั้น หรือถ้าหากว่างามในเบื้องปลาย สร้างบารมีมามากแล้ว การให้ทาน รักษาศีล และเจริญภาวนาก็ย่อมเหมาะสมต่อท่านทั้งหลาย เป็นต้น

สิ่งที่เราทั้งหลายทำนั้น เราทำเราได้ จะต้องบังเกิดผลแก่ตัวของเราก่อน เมื่อบังเกิดผลแก่ตัวของเราแล้ว ก็จะกลายเป็นคุณธรรมจำเพาะตน เราปฏิบัติตาม “ศีลธรรม” ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อกระทำไปจนกระทั่งบังเกิดผลแล้วก็กลายเป็น “คุณธรรม” เฉพาะตน เมื่อเป็นคุณธรรมเฉพาะตน บุคคลใดมาเห็นก็ย่อมรู้ว่าบุคคลนี้เป็นคนดี เมื่อรู้ว่าเป็นคนดี ก็มีคนเลียนแบบและปฏิบัติตาม จึงเรียกว่า “จริยธรรม” คือหลักธรรมอันเป็นแบบอย่างแก่ผู้อื่นได้ ดังนั้น..ถ้าจะเรียงลำดับก็คือ “ศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม” อย่าเรียงลำดับผิด

แบบเดียวกับการ “เดิน ยืน นั่ง นอน” ไม่ใช่ “ยืน เดิน นั่ง นอน” ยืนแล้วเดินได้ แต่เดินอยู่นั่งไม่ได้ ดังนั้นต้องเดิน เมื่อเดินพอแล้วก็ยืน เมื่อยืนแล้วถึงจะนั่งได้ และหลังจากนั้นก็นอน ต้องเรียงให้ถูก ถ้าเรียงไม่ถูกพูดไปคนรู้เขาจะหัวเราะเอา เพราะว่าพวกเราส่วนใหญ่มักจะติดคำว่า “ยืน เดิน นั่ง นอน” ที่เป็นการเรียงลำดับผิด
__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด
(-/\-) (-/\-) (-/\-)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 57 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #10  
เก่า 06-03-2018, 15:34
ตัวเล็ก's Avatar
ตัวเล็ก ตัวเล็ก is offline
กรรมการเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 8,064
ได้ให้อนุโมทนา: 101,734
ได้รับอนุโมทนา 351,504 ครั้ง ใน 14,978 โพสต์
ตัวเล็ก is on a distinguished road
Default

คนเดินอยู่นั่งไม่ได้ อาตมาขอยืนยัน ต้องคนยืนอยู่ถึงจะนั่งได้ เรื่องพวกนี้ไม่ใช่เรื่องของการเล่นโวหาร แต่ว่าเป็นความจริง ในเมื่อเป็นความจริง ก็เป็นสิ่งที่คนอื่นตรองตามแล้วเห็นจริงตามนั้น เหมือนดังที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงหลักธรรมแล้วบรรดาพระสาวกทั้งหลายตรองตาม ก็เห็นจริงตามนั้น เข้าถึงหลักธรรมนั้น ๆ ดังที่กล่าวว่า

ธัมมะจักขุง อุทะปาทิ” ดวงตาเห็นธรรมก็ปรากฏขึ้น
ญานัง อุทะปาทิ” เครื่องรู้ปรากฏขึ้น
ปัญญา อุทะปาทิ” ปัญญาปรากฏขึ้น
วิชชา อุทะปาทิ” ความรู้จริงปรากฏขึ้น
อาโลโก อุทะปาทิ” แสงสว่างแห่งธรรมย่อมปรากฏขึ้น

ฉะนั้น...ถึงเวลาเขามีการเบิกเนตรพระกันก็จะใช้คาถาบทนี้ว่า “จักขุง อุทะปาทิ ญาณัง อุทะปาทิ ปัญญา อุทะปาทิ วิชชา อุทะปาทิ อาโลโก อุทะปาทิฯ” ท่องเป็นคาถาเบิกเนตรพระ ท่องเอาขลังกัน โดยที่ไม่ได้พินิจพิจารณาว่าคาถาหรือ กถา คือ วาจาเป็นเครื่องกล่าวเหล่านี้มาจากไหน ก็มาจากการเข้าถึงธรรมของพระอริยเจ้ารูปแรกในพุทธศาสนานี้ ก็คือ “พระอัญญาโกณฑัญญะ” เข้าถึงธรรมตรงที่ว่า “ยังกิญจิ สุมุทะยะธัมมัง สัพพันตัง นิโรธะธัมมัง” คือ รู้แจ้งเห็นจริงว่าสิ่งทั้งหลายทั้งปวงเกิดแต่เหตุ ถ้าเหตุดับสิ่งนั้นก็ดับ

ดังนั้น...ถ้าหากว่าทุกข์ก็ย่อมเกิดแต่เหตุแห่งทุกข์ ถ้าหากว่าเหตุแห่งทุกข์ดับลงไป ความทุกข์ก็ย่อมดับไปด้วย นี่เป็นหลักการที่ปรากฏชัดเจนอยู่ในปฏิจจสมุปบาท ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสเอาไว้ที่ว่า...
__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด
(-/\-) (-/\-) (-/\-)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 49 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #11  
เก่า 06-03-2018, 15:37
ตัวเล็ก's Avatar
ตัวเล็ก ตัวเล็ก is offline
กรรมการเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 8,064
ได้ให้อนุโมทนา: 101,734
ได้รับอนุโมทนา 351,504 ครั้ง ใน 14,978 โพสต์
ตัวเล็ก is on a distinguished road
Default

อวิชชาปัจจะยา สังขารา” อวิชชา คือ “ความไม่รู้แจ้ง” ย่อมเป็นปัจจัยให้เกิดความนึกคิดปรุงแต่ง

สังขาระปัจจะยา วิญญาณัง” เมื่อเกิดการนึกคิดปรุงแต่งก็ย่อมเกิดความรู้สึกรับรู้สิ่งต่าง ๆ ขึ้นมา

วิญญาณะปัจจะยา นามะรูปัง” ในเมื่อความรู้สึกทั้งหลายเหล่านี้ปรากฏขึ้น ก็ต้องมีเครื่องอาศัยคือ “นามรูป” ซึ่งก็คือร่างกายนี้ เพราะถ้าไม่มีร่างกายนี้ ความรู้สึกย่อมไม่มี ความสุขความทุกข์ทั้งหลายย่อมไม่ปรากฏ

นามะรูปะปัจจะยา สะฬายะตะนัง” ในเมื่อมีนามรูปคือร่างกายนี้ ก็ย่อมมีอายตนะคือเครื่องรับสัมผัสทั้งหก ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ

สะฬายะตะนะปัจจะยา ผัสโส” เมื่อมีอายตนะทั้งหกคือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ก็ย่อมมีผัสสะก็คือการสัมผัส การกระทบ การรับรู้ ก็คือตาเห็นรูป หูได้ยินเสียง จมูกได้กลิ่น ลิ้นได้รส กายสัมผัส ใจครุ่นคิด
__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด
(-/\-) (-/\-) (-/\-)

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 06-03-2018 เมื่อ 16:13
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 48 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #12  
เก่า 06-03-2018, 15:39
ตัวเล็ก's Avatar
ตัวเล็ก ตัวเล็ก is offline
กรรมการเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 8,064
ได้ให้อนุโมทนา: 101,734
ได้รับอนุโมทนา 351,504 ครั้ง ใน 14,978 โพสต์
ตัวเล็ก is on a distinguished road
Default

ผัสสะปัจจะยา เวทะนา” ในเมื่อมีการรับรู้ ก็ย่อมเกิดความสุขความทุกข์หรือไม่สุขไม่ทุกข์ขึ้นมา เวทนาคือความรู้สึกนี้จึงปรากฏขึ้น

เวทะนาปัจจะยา ตัณหา” ในเมื่อเวทนาเกิดขึ้นก็ย่อมเกิดตัณหาคือ ความอยากหรือไม่อยาก อย่างเช่นว่าอยากได้เย็นไม่อยากได้ร้อน อยากได้อ่อนไม่อยากได้แข็ง อยากได้รสชาติที่อร่อย ไม่อยากได้รสชาติที่ไม่อร่อย เป็นต้น

ตัณหาปัจจะยา อุปาทานัง” ในเมื่อมีความอยากก็ย่อมทำให้เกิดการยึดมั่นถือมั่นว่า อันนี้ดีเราชอบ อันนี้ไม่ดีเราไม่ชอบ จะเห็นว่าหนักขึ้นไปเรื่อย ๆ

อุปาทานะปัจจะยา ภะโว” ในเมื่อมีการยึดเกาะก็ต้องมีสถานที่ให้ยึดเกาะ ได้แก่ “ภพ” คือ สถานที่เกิดก็ปรากฏขึ้น

ภะวะปัจจะยา ชาติ” เมื่อที่เกาะที่เกิดปรากฏขึ้น ก็ต้องมีการเกิด

ชาติปัจจะยา ชะรา มะระณัง โสกะปะริเทวะทุกขะโทมะนัสสุปายาสา สัมภะวันติฯ” ตายละวา...มาเป็นพรวน ในเมื่อเกิดก็ต้องแก่ ก็ต้องเจ็บ ก็ต้องตาย ก็ต้องทุกข์โศก ต้องร่ำไร ต้องเหือดแห้งใจ ต้องคับแค้นใจ ต้องกระทบกระทั่งอารมณ์ที่ไม่ชอบใจ ต้องปรารถนาไม่สมหวัง ฯลฯ
__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด
(-/\-) (-/\-) (-/\-)

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 06-03-2018 เมื่อ 16:14
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 46 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #13  
เก่า 06-03-2018, 15:54
ตัวเล็ก's Avatar
ตัวเล็ก ตัวเล็ก is offline
กรรมการเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 8,064
ได้ให้อนุโมทนา: 101,734
ได้รับอนุโมทนา 351,504 ครั้ง ใน 14,978 โพสต์
ตัวเล็ก is on a distinguished road
Default

ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ เกิดจากอวิชชาตัวเดียวเท่านั้น เมื่อไม่รู้แจ้ง ไปนึกคิดปรุงแต่ง ทุกสิ่งทุกอย่างก็ปรากฏขึ้น ท่านถึงได้กล่าวว่า อวิชชาเป็นอดีตเหตุ ส่วนปัจจุบันผลก็คือการเกิด แก่ เจ็บ ตาย เหตุในอดีตสร้างผลให้เราทุกข์ยากมาจนถึงปัจจุบัน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงทรงประทานหลักธรรมให้แก่พวกเรา เพื่อค่อย ๆ ขัดเกลาสภาพจิตของเราทั้งหลายที่พระองค์ท่านให้ไว้ว่า “สะจิตตะปะริโยทะปะนัง” พึงชำระจิตของตนให้ขาวรอบ คำว่าขาวรอบนี่ก็คือ สะอาด ผ่องใส ปราศจากกิเลส

ฉะนั้น...หลักธรรมที่พระองค์ท่านประทานให้ไว้ต้องประกอบไปด้วย
อัปปิจฉตา” มีความมักน้อย ไม่ใช่กอบโกยใส่ตัวจนเกินพอดี
สันตุฏฐิตา” มีความสันโดษ รู้จักเพียงพอ รู้จักยินดีตามมีตามได้
สัลเลขตา” ประกอบไปด้วยการขัดเกลากาย วาจา ใจ ของตน
ปวิเวกตา” นำตนออกจากหมู่ ไม่คลุกคลีด้วยคนหมู่มาก ซึ่งจะพาให้กำลังใจของเราคลายความผ่องใสลง

ดังนั้น..สิ่งที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนแก่พวกเรา จึงประกอบไปด้วย “ทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์” คือ ประโยชน์ที่เห็นทันตาในชาติปัจจุบันนี้ ใครปฏิบัติตามหลักธรรมของพระองค์ท่าน ย่อมเป็นผู้ดีด้วยกาย ดีด้วยวาจา ดีด้วยใจ บุคคลอื่นเห็นก็ยกย่อง เคารพ นับถือ ให้เกียรติ
__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด
(-/\-) (-/\-) (-/\-)

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 06-03-2018 เมื่อ 16:15
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 49 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #14  
เก่า 06-03-2018, 23:00
ตัวเล็ก's Avatar
ตัวเล็ก ตัวเล็ก is offline
กรรมการเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 8,064
ได้ให้อนุโมทนา: 101,734
ได้รับอนุโมทนา 351,504 ครั้ง ใน 14,978 โพสต์
ตัวเล็ก is on a distinguished road
Default

“สัมปรายิกัตถประโยชน์” ประโยชน์ต่อไปในชาติหน้า ก็คือ ถ้ารักษาความดีไว้ได้ย่อมมีสุคติเป็นที่ไป ได้แก่ ไปเกิดเป็นเทวดา เป็นนางฟ้า เป็นพรหม หรือเกิดเป็นมนุษย์ก็ประกอบไปด้วยเครื่องอุปโภคบริโภคครบถ้วนสมบูรณ์ มีเกียรติยศ มีฐานะ มีโรคน้อย

“ปรมัตถประโยชน์” คือ ประโยชน์สูงสุดนำพาเราหลุดพ้นจากกองทุกข์ เข้าสู่พระนิพพาน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรากตรำพระวรกายอยู่ตลอด ๔๕ พรรษาเต็ม ตั้งแต่พระชนมายุ ๓๕ พรรษา เมื่อตรัสรู้ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๖ คือ วิสาขบูชาของปีนั้น พระองค์ท่านก็ทรงสั่งสอนสัตว์โลกทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ เป็นเทวดา เป็นนางฟ้า เป็นพรหม ตรากตรำพระวรกายอยู่แทบไม่ได้พักผ่อนหลับนอน เพื่อประโยชน์สุขของผู้อื่น ไม่ได้เพื่อพระองค์เองเลย ในบาลีกล่าวว่า

“ปุพฺพณฺเห ปิณฺฑปาตญฺจ” ช่วงเช้าพระองค์ท่านก็เสด็จออกบิณฑบาต การบิณฑบาตของพระองค์ท่าน ก็คือการไปโปรดบุคคลที่ทรงเล็งญาณเอาไว้ว่า วันนี้จะโปรดสงเคราะห์ใคร บางทีก็ข้ามเมือง บางทีก็ข้ามประเทศ แต่ด้วยพุทธบารมีและอิทธิฤทธิ์ที่พระองค์ท่านฝึกฝนเอาไว้ดีแล้ว ไม่ว่าจะไปใกล้ไกลแค่ไหน ก็สามารถเสด็จกลับมาทันเสมอ
__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด
(-/\-) (-/\-) (-/\-)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 41 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #15  
เก่า 06-03-2018, 23:01
ตัวเล็ก's Avatar
ตัวเล็ก ตัวเล็ก is offline
กรรมการเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 8,064
ได้ให้อนุโมทนา: 101,734
ได้รับอนุโมทนา 351,504 ครั้ง ใน 14,978 โพสต์
ตัวเล็ก is on a distinguished road
Default

สายณฺเห ธมฺมเทสนํ” ช่วงเย็น ๆ แสดงธรรมโปรดพุทธบริษัททั้งหลาย อากาศของอินเดียร้อนมาก กลางวันแสดงธรรมไม่ไหว พระองค์ท่านก็เสด็จไปโปรดเฉพาะคน เฉพาะแห่ง แต่ตอนเย็น ๆ แดดล่มลมตก อากาศเริ่มคลายร้อนแล้ว ค่อยแสดงธรรมโปรดแก่พุทธบริษัททั้งหลาย

ปโทเส ภิกฺขุโอวาทํ” ค่ำลงมาก็ให้โอวาทแก่ภิกษุ ภิกษุณี สามเณร สามเณรี ตลอดจนนางสิกขมานาทั้งหลาย ว่าให้ประพฤติปฏิบัติอย่างไรจึงจะเป็นพุทธบริษัทที่ดี เป็นผู้ที่ยังพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรือง

อฑฺฒรตฺเต เทวปญฺหนํ” เที่ยงคืนไปแล้ว ทรงแก้ไขปัญหาของพรหมเทวดาทั้งหลายที่มาสอบถาม

ปจฺจูเสว คเต กาเล ภพฺพาภพฺเพ วิโลกนํ” เมื่อใกล้รุ่งก็ทรงตรวจอุปนิสัยของสัตว์โลก เตรียมเสด็จไปโปรดอีกแล้ว

ถ้าสมมุติว่าเทวดา นางฟ้า พรหม ถามปัญหาตอนเที่ยงคืน ตีว่าใช้เวลา ๒ ชั่วโมง พระองค์ท่านก็ทรงบรรทมหรือจำวัดตอนตีสอง “ปจฺจูเสว คเต กาเล” ใกล้รุ่ง ใกล้รุ่งนี่ตี ๓ ก็ได้ ตี ๔ ก็ได้ ตี ๕ ก็ได้ ถ้าหากว่าให้เวลาพระองค์ท่านมากหน่อยก็ตี ๕ นอนตี ๒ ตื่นตี ๕ ตลอดระยะเวลา ๔๕ ปีเต็ม ๆ ถ้าเป็นเรารับกันไหวไหม ?
__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด
(-/\-) (-/\-) (-/\-)

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 07-03-2018 เมื่อ 02:43
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 42 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #16  
เก่า 06-03-2018, 23:04
ตัวเล็ก's Avatar
ตัวเล็ก ตัวเล็ก is offline
กรรมการเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 8,064
ได้ให้อนุโมทนา: 101,734
ได้รับอนุโมทนา 351,504 ครั้ง ใน 14,978 โพสต์
ตัวเล็ก is on a distinguished road
Default

ดังนั้นพุทธกิจ ๕ ประการตลอด ๔๕ พรรษานี้ เป็นสิ่งที่พระองค์ท่านทุ่มเททำเพื่อประโยชน์ต่อผู้อื่นทั้งสิ้น โดยพระองค์ท่านประพฤติปฏิบัติทั้งหลายเหล่านี้ตามหลักของ

“ญาตัตถจริยา” คือ สงเคราะห์พระญาติพระวงศ์ของพระองค์ท่าน อย่างเช่น เสด็จไปโปรดพุทธบิดา เสด็จไปโปรดพุทธมารดา เสด็จไปโปรดหมู่พระประยูรญาติ เสด็จไปโปรดพระนางพิมพา เสด็จไปโปรดพระราหุล

“โลกัตถจริยา” ทรงปฏิบัติเพื่อประโยชน์ของโลก ถ้าหากว่าโลกมีหลักธรรมเป็นเครื่องค้ำจุน ย่อมสงบร่มเย็น ไม่เดือดร้อนด้วยศึก ด้วยสงคราม ด้วยการแก่งแย่งชิงดีกัน

“พุทธัตถจริยา” ทรงปฏิบัติตามแบบอย่างขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายในอดีต

พระองค์ท่านจึงเป็นผู้ที่ถึงพร้อมด้วยความรู้และความประพฤติที่ดีทั้งปวง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรา เสด็จไปโปรดบุคคลโดยไม่เลือกชั้นวรรณะ ผู้ใดมีวิสัยจะได้มรรคผลก็ไปโปรดเขาทั้งสิ้น ดังนั้นเราจะเห็นว่า ขอทานขี้เรื้อนอย่างสุปปพุทธกุฏฐิ พระองค์ท่านก็ไปโปรด นางทาสอย่างนางปุณณทาสี พระองค์ท่านก็ไปโปรด หรือบรรดาเจ้าฟ้ามหากษัตริย์ มหาเศรษฐี พราหมณ์มหาศาล พระองค์ท่านก็เสด็จไปโปรด ไปโปรดแล้วพระองค์ท่านมั่นพระทัยว่า สิ่งที่พระองค์ท่านตรัสรู้มานั้นเป็นความดีแท้ เป็นความดีจริง บุคคลที่มีวาสนาบารมีคู่ควรแก่การเข้าถึง จึงจะได้รับประโยชน์ของตน
__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด
(-/\-) (-/\-) (-/\-)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 43 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #17  
เก่า 07-03-2018, 14:21
ตัวเล็ก's Avatar
ตัวเล็ก ตัวเล็ก is offline
กรรมการเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 8,064
ได้ให้อนุโมทนา: 101,734
ได้รับอนุโมทนา 351,504 ครั้ง ใน 14,978 โพสต์
ตัวเล็ก is on a distinguished road
Default

องค์สมเด็จพระทศพลบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า เสด็จดับขันธ์ปรินิพพานที่สาลวโนทยาน เมืองกุสินารา แคว้นมัลละ ซึ่งเป็นประเทศเล็ก ๆ เมืองเล็ก ๆ ถ้าเปรียบอย่างในอาเซียนของเราก็ประมาณบรูไนหรือสิงคโปร์ พระองค์ท่านเล็งแม้กระทั่งวาระสุดท้ายของพระชนมชีพว่า ถ้าเสด็จไปปรินิพพานในเมืองใหญ่อย่างมคธหรือสาวัตถี จอมกษัตริย์ผู้ครองกรุงสาวัตถีหรือกรุงมคธ ย่อมไม่เปิดโอกาสให้ผู้อื่นได้รับพระบรมสารีริกธาตุไปบูชาแน่นอน แล้วถ้าหากว่าประเทศอื่นต้องการ ยกทัพมาแย่งชิง ต้องเกิดการรบราฆ่าฟันกันเป็นมั่นคง จึงเสด็จไปปรินิพพานที่เมืองเล็ก ๆ อย่างกุสินารา แคว้นมัลละ ซึ่งไม่อาจทานอำนาจของแคว้นใหญ่ได้ ก็ต้องยอมแบ่งปันพระบรมสารีริกธาตุให้

ก็แบบเดียวกับหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต บรมครูสายพระป่า เมื่อใกล้ที่จะมรณภาพ เล็งเห็นว่าบ้านผือเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ถ้าหากว่าหลวงปู่มรณภาพที่นั่น มีการจัดงานศพถวาย จำนวนพระเป็นพัน ญาติโยมเป็นหมื่น มากเกินกว่าที่หมู่บ้านเล็ก ๆ เช่นนั้นจะรองรับไหว ต้องมีการล้มวัว ล้มควาย ล้มหมู ฆ่าไก่ ฆ่าปลา เพื่อที่นำมาประกอบอาหารเลี้ยงพระเลี้ยงคน หลวงปู่ก็ยอมตรากตรำสังขารที่บอบช้ำเต็มทีแล้ว ให้คนนำพาท่านใส่คานหาม ไปมรณภาพในตัวเมืองสกลนคร ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ เป็นตลาดใหญ่อุดมสมบูรณ์ มีการเข่นฆ่าชีวิตสัตว์เพื่อจำหน่ายเป็นปกติอยู่ทุกวันแล้ว

องค์สมเด็จพระประทีปแก้วทรงเล็งเห็นว่า ถ้าเมืองเล็กสู้เมืองใหญ่ไม่ได้ สงครามย่อมไม่เกิด หลวงปู่มั่นเล็งเห็นว่า ถ้าอยู่ในตัวเมืองสกลนคร เขามีตลาดสด ข้าวปลาอาหารอุดมสมบูรณ์ ไม่ต้องไปฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเพิ่มเติม นี่คือแบบอย่างที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทานไว้ และหลวงปู่ผู้เป็นสาวกได้ปฏิบัติตามโดยสมบูรณ์ แม้วาระสุดท้ายของชีวิตก็ยอมลำบากตรากตรำสังขาร เพื่อย้ายที่ไปยังเมืองใหญ่
__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด
(-/\-) (-/\-) (-/\-)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 39 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #18  
เก่า 07-03-2018, 14:30
ตัวเล็ก's Avatar
ตัวเล็ก ตัวเล็ก is offline
กรรมการเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 8,064
ได้ให้อนุโมทนา: 101,734
ได้รับอนุโมทนา 351,504 ครั้ง ใน 14,978 โพสต์
ตัวเล็ก is on a distinguished road
Default

เราจะเห็นได้ว่าสิ่งทั้งหลายเหล่านี้ ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสสอนเอาไว้ ถ้าหากว่าบรรดาสาวกทั้งหลายตั้งใจปฏิบัติตาม ก็ย่อมได้รับผลเช่นเดียวกันทั้งสิ้น โดยเฉพาะในมหาปรินิพพานสูตร พระสูตรสุดท้ายที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงเอาไว้ ทรงตรัสว่า “อานันทะ ดูกร..อานนท์ ตราบใดที่พระธรรมวินัยนี้ยังสมบูรณ์บริบูรณ์อยู่ ตราบนั้นศาสนานี้ย่อมมีสมณะที่หนึ่ง ที่สอง ที่สาม ที่สี่”

ก็หมายความว่า ถ้าหลักธรรมของพระองค์ท่านยังสมบูรณ์บริบูรณ์อยู่ อย่างในปัจจุบันของเรา ผู้ที่ปฏิบัติตามย่อมเข้าถึงความเป็นพระอริยเจ้า คือ พระโสดาบัน พระสกทาคามี พระอนาคามี และพระอรหันต์ได้
__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด
(-/\-) (-/\-) (-/\-)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 39 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #19  
เก่า 07-03-2018, 14:33
ตัวเล็ก's Avatar
ตัวเล็ก ตัวเล็ก is offline
กรรมการเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 8,064
ได้ให้อนุโมทนา: 101,734
ได้รับอนุโมทนา 351,504 ครั้ง ใน 14,978 โพสต์
ตัวเล็ก is on a distinguished road
Default

ตามที่บรรดาผู้รู้ทั้งหลายที่ได้รจนาไว้เป็นฉันท์ไพเราะเพราะพริ้งว่า “ธรรมะคือคุณากร ส่วนชอบสาธร ดุจดวงประทีปชัชวาล” หลักธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้แต่ในสิ่งที่เป็นคุณความดี มีความถูกต้องมั่นคง สว่างรุ่งเรืองดังดวงประทีป

แห่งองค์พระศาสดาจารย์ ส่องสัตว์สันดาน สว่างกระจ่างใจมล” ก็คือดวงประทีป หรือดวงไฟแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นพระอาจารย์ใหญ่ ส่องสว่างอยู่ในดวงใจของสรรพสัตว์ทั้งหลาย

ธรรมใดนับโดยมรรคผล เป็นแปดพึงยล และเก้ากับทั้งนฤพาน” หลักธรรมของพระพุทธเจ้านั้น ประกอบไปด้วย มรรค ๔ ผล ๔ และพระนิพพาน ๑ ก็คือ โสดาปฏิมรรค สกทาคามิมรรค อนาคามิมรรค อรหัตมรรค รวมทั้งโสดาปัตติผล สกทาคามิผล อนาคามิผล อรหัตผล กับพระนิพพานเป็น ๙ อย่างด้วยกัน

สมญาโลกอุดรพิสดาร อันลึกโอฬาร พิสุทธิ์พิเศษสุกใส” เรียกว่า โลกุตรธรรม อันลึกซึ้งกว้างขวาง วิเศษสุด

“อีกธรรมต้นทางครรไล นามขนานขานไข ปฏิบัติปริยัติเป็นสอง” ท่านบอกว่าหลักธรรมที่เป็นเบื้องต้นที่จะน้อมนำเราไปสู่มรรค ๘ นั้นก็คือ ปริยัติก็คือการศึกษาเล่าเรียน และนำไปปฏิบัติคือทำจริงให้เกิดผล
__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด
(-/\-) (-/\-) (-/\-)

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 07-03-2018 เมื่อ 17:09
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 36 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #20  
เก่า 07-03-2018, 14:34
ตัวเล็ก's Avatar
ตัวเล็ก ตัวเล็ก is offline
กรรมการเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 8,064
ได้ให้อนุโมทนา: 101,734
ได้รับอนุโมทนา 351,504 ครั้ง ใน 14,978 โพสต์
ตัวเล็ก is on a distinguished road
Default

คือทางดำเนินดุจคลอง ให้ล่วงลุปอง ยังโลกอุดรโดยตรง” ท่านบอกว่าเป็นหนทางที่ตรงแน่ว ที่จะนำทางพวกเราให้บรรลุซึ่งโลกุตรธรรม

ดังนั้น..สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ องค์สมเด็จพระชินสีห์บรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ประกอบไปด้วยพระปัญญาธิคุณอันล้ำเลิศ ตรัสรู้หลักธรรมที่ไม่มีครูคนใดรู้ได้ ประกอบด้วยมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ ตรากตรำพระวรกายสั่งสอนสัตว์โลกอยู่ ๔๕ ปีเต็ม ๆ มีพระบริสุทธิคุณอันยิ่ง ชำระจิตใจให้ผ่องใสปราศจากกิเลสตัณหาอุปาทานโดนสิ้นเชิง

พระธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น รักษาผู้ที่ปฏิบัติไม่ให้ตกสู่ทุคติ ก็คือไม่ต้องตกนรก ไม่ต้องเป็นเปรต ไม่ต้องเป็นอสุรกาย ไม่ต้องเป็นสัตว์เดรัจฉาน สำคัญที่ว่าเราทำจริงหรือเปล่าเท่านั้น
__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด
(-/\-) (-/\-) (-/\-)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 38 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 09:45



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว