กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เทศน์ในวาระสำคัญต่าง ๆ

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #21  
เก่า 27-04-2016, 13:28
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,229
ได้ให้อนุโมทนา: 76,050
ได้รับอนุโมทนา 3,194,493 ครั้ง ใน 22,602 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า “ขึ้นไปพุทธาภิเษกที่วัดห้วยน้ำอุ่นก็น่าจะได้เจอกับครูบาอาจารย์สายภาคเหนือ ที่อยากพบมาก ๆ คือ ครูบาอินสม สุวีโร เพราะว่าไปเจอทีไรก็ได้ความรู้จากท่านทุกที อีกท่านที่อยากพบมาก ๆ คือ ครูบาอุ่น วัดโรงวัว ท่านเป็นพระแก่ที่อารมณ์ดีมาก ๆ เลย คนไป ๕๐ คน จะต้องมีคนถามท่าน ๔๙ คนว่าหลวงปู่เป็นใคร ? มาจากไหน ? แล้วท่านก็จะเสียงดังฟังชัด “ชื่อครูบาอุ่น อยู่วัดโรงวัว สันกำแพงเน้อ” ตอบได้ทุกครั้ง ถ้าเขาถามอาตมาว่ามาจากไหน จะบอกให้ไปเปิดกูเกิ้ลเอา เดี๋ยวก็เจอหน้าเองแหละ”
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 27-04-2016 เมื่อ 21:35
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 117 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #22  
เก่า 27-04-2016, 13:30
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,229
ได้ให้อนุโมทนา: 76,050
ได้รับอนุโมทนา 3,194,493 ครั้ง ใน 22,602 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์เล่าว่า "อาตมาไปปฏิบัติธรรมในฐานะพระอุปัชฌาย์ใหม่ ๑๕ วัน มีโอกาสได้เห็นหลวงพ่อเขาใหญ่แค่ ๒ ครั้ง ครั้งแรกก็คือเป็นวันปาฏิโมกข์ ก็ไปลงปาฏิโมกข์กันตรงหน้าพระประธานที่ท่านตั้งชื่อว่าหลวงพ่อเขาใหญ่ แล้วก็งง ๆ กับแนวความคิดของหลวงพ่อสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ คือรอบข้างท่านสร้างเสียอลังการ แต่บริเวณที่ใช้ลงปาฏิโมกข์เป็นลานเฉย ๆ แล้วก็มีเสาเสมาอยู่ ๘ หลักเท่านั้น เพราะถ้าหากจะสมถะเอาแบบของสวนโมกข์ ก็น่าจะไม่สร้างอย่างอื่น แต่อย่างอื่นสร้างจนหรูหราอลังการหมด ยกเว้นโบสถ์ไม่สร้าง แล้วหน้านี้ก็แดดร้อนชนิดหนังไหม้ จึงต้องลงปาฏิโมกข์กันตอน ๖ โมงเช้า

คราวนี้เดินไปถึงตรงนั้นตี ๕ ครึ่ง นั่งรออย่างเดียวก็น่าเบื่อ อาตมาก็เลยขอไมค์ท่านเจ้าคุณอาจารย์ เล่าเรื่องความต่างของศีลระหว่างพระไทยและพระพม่า ให้บรรดาพระอุปัชฌาย์และผู้ที่ร่วมลงปาฏิโมกข์ได้ฟังกัน ปรากฏว่าทุกคนชอบใจ แล้วก็เรียกร้องอยากจะให้เล่าต่อ แต่เวลาไม่มี ที่เล่าให้ฟังคือ เวลา ๑๕ วัน หลวงพ่อเขาใหญ่อยู่ห่างจากอาคารปฏิบัติธรรมไม่เกิน ๒๐๐ เมตร ได้เห็นแค่ ๒ ครั้ง มัวแต่ปฏิบัติธรรมจนไม่มีเวลาทำอย่างอื่นเลย"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 27-04-2016 เมื่อ 21:36
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 111 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #23  
เก่า 27-04-2016, 13:32
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,229
ได้ให้อนุโมทนา: 76,050
ได้รับอนุโมทนา 3,194,493 ครั้ง ใน 22,602 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"ไปถึงวันแรกก็มีหมามายัดเยียดตัวเองเป็นหมาของอาตมาถึงกุฏิเลย เล่าให้ท่านอาจารย์มหาสันติฟังว่า อาตมาเข้ากรุงเทพฯ ไปทำงานใหม่ ๆ เงินเดือนก็น้อย อยู่ ๆ ไป ๕-๖ เดือน มีหมามาอยู่ด้วย ๘ ตัว ก็ต้องตัดสินใจว่า จะเลี้ยงหมาดีหรือเลี้ยงตัวเองดี

ไปกราบเรียนถามหลวงพ่อวัดท่าซุง ท่านบอกว่าให้ไปพลิกคางหมาดุู ตรงใต้คางจะมีตุ่มอยู่ตุ่มหนึ่ง แล้วมีขนแข็ง ๆ ยาว ๆ เหมือนหนวดแมว ท่านบอกว่า ถ้าขนเส้นเดียว หรือ ๒-๓ เส้น ส่วนใหญ่เป็นหมาที่มาจากข้างบน คือเป็นพรหมหรือเทวดามาก่อน ถ้าหากว่ามีขนเส้นเดียวเป็นราชาหมา ไปไหนหมาอื่นจะกลัว ท่านบอกว่าหมาพวกนี้ ถ้าหากอยู่กับเจ้าของที่มาต่ำกว่า เขาจะหนีไปหาคนที่มาเท่ากันหรือบารมีสูงกว่า

ปรากฏว่าช่วงที่มีหมาอยู่ ๘ ตัวนั้น มีตัวหนึ่งเป็นหมาตัวใหญ่มาก หน้าตาเหมือนหมาป่าชัด ๆ เลย เจ้าของเอาโซ่มาล่าม ลากกลับไปเมื่อไร ถ้ากระชากโซ่ขาดก็หนีมาหาอาตมาทุกครั้ง อาตมาก็ไม่รู้ว่าจะบอกเจ้าของเขาอย่างไรว่า บารมีคุณยังสู้หมาไม่ได้ หมาก็เลยต้องหนีไปหาคนอื่น เล่าให้ท่านอาจารย์มหาสันติฟังเสร็จสรรพเรียบร้อย เปิดประตูออกมา เจอหมานอนอยู่หน้าประตู ๑ ตัว บอกว่าเพิ่งจะเล่าจบ หมาก็ยัดเยียดตัวเองมาให้อาตมาเลี้ยงแล้ว แล้วก็เป็นหมาที่นิสัยดีมาก เพราะว่าอาหารวางอยู่เต็มหน้าห้อง ท่านอาจารย์มหาสันติขนมาจากวัด ถ้าเราส่งให้ถึงจะกิน แสดงว่าเป็นหมาที่รู้ภาษาจริง"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 27-04-2016 เมื่อ 21:38
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 114 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #24  
เก่า 27-04-2016, 13:33
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,229
ได้ให้อนุโมทนา: 76,050
ได้รับอนุโมทนา 3,194,493 ครั้ง ใน 22,602 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"ตัวที่ ๒ ที่ตามมาเป็นหมาสีประหลาด ไม่รู้ว่าญาติโยมรู้จักหรือเปล่า ? ที่เขาเรียกว่าหมาสีกะเลียว เป็นสีดำออกเขียวแล้วมีน้ำตาลแซม ในชีวิตอาตมาก็เพิ่งเห็นเป็นตัวที่ ๒ แล้วที่ตลกที่สุดคือวันนั้นเจ้าตัวเล็กไป บอกว่าถ่ายรูปหมาตัวนี้ให้หน่อย จะเอาไปให้คนอื่นเขาดู ปรากฏว่าตามหาเท่าไรก็ไม่เจอ ไม่รู้ว่าหลบไปอยู่ที่ไหน พอเขากลับไปพักเดียว ก็วิ่งมาเสนอหน้าใหม่ เหมือนอย่างกับเขารู้ว่าจะเอาไปออกสื่อ เขาไม่ยินดีก็เลยหลบไป"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 27-04-2016 เมื่อ 21:39
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 110 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #25  
เก่า 27-04-2016, 13:44
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,229
ได้ให้อนุโมทนา: 76,050
ได้รับอนุโมทนา 3,194,493 ครั้ง ใน 22,602 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์เล่าว่า "ช่วงที่อาตมาปฏิบัติธรรมอยู่ ได้ข่าวว่ามีรถเบนซ์ชนรถฟอร์ด มีคนตาย ๒ ศพ...ใช่ไหม ? คนที่อยากด่าคนขับรถเบนซ์มากที่สุดก็น่าจะเป็นลูกของคุณเฉลียว อยู่วิทยา คดีกูเงียบไปแล้วแท้ ๆ มึงทำให้กูเดือดร้อนอีก พอเขาขุดคุ้ยย้อนหลังไป ก็เลยเห็นว่าเขาถ่วงเวลาจนคดีหมดอายุความไปแล้ว เวลาเรารับข่าวอะไรมา ถ้าทำตัวเป็นคนดูเฉย ๆ ไม่ลงไปเป็นคนเล่นอยู่กลางเวที จะเห็นอะไรแปลก ๆ เยอะ โดยเฉพาะกฎหมายบ้านเรา ที่เขาให้คำว่า “คุกมีไว้ขังคนจนกับหมา”

มีคนเขาถามอาตมาที่ไปต่างประเทศ ยุโรป อเมริกา ว่ามีอะไรดี บอกว่าเขาไม่ได้มีอะไรดีกว่าเราหรอก ยกเว้นว่ากฎหมายเขาเป็นกฎหมาย คือมีการบังคับใช้ค่อนข้างจะเข้มงวดมากกว่าบ้านเรา อาตมาสรุปผลการดูงานของนิสิตปริญญาเอกรุ่นนั้นส่งให้อาจารย์ ๕ บรรทัด เล่นเอาท่านอาจารย์ปากอ้าตาค้าง ถามว่า "เอาแค่นี้จริง ๆ หรือ ?" ก็เรียนท่านอาจารย์ว่า “แล้วครบถ้วนไหมครับ ?” ท่านบอกว่า "เออ...ก็ครบนะ" “ถ้าครบผมก็ส่งแค่นี้แหละ” คนอื่นเขาส่งรายงานกันที ๗-๘ หน้ากระดาษ"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 27-04-2016 เมื่อ 21:41
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 112 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #26  
เก่า 27-04-2016, 13:46
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,229
ได้ให้อนุโมทนา: 76,050
ได้รับอนุโมทนา 3,194,493 ครั้ง ใน 22,602 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"อาตมาสรุปรายงานการดูงานว่า “ถ้าเรารักษาของเก่าจนขายได้เหมือนอิตาลี รักษาธรรมชาติจนขายได้เหมือนสวิตเซอร์แลนด์ แล้วสร้างแบรนด์จนขายได้เหมือนฝรั่งเศสก็พอแล้ว แต่ทั้งหมดที่ว่ามานี่ไม่ต้องทำหรอก สร้างจิตสำนึกของคนเราให้ได้อย่างเขาก็พอแล้ว" เพราะว่าคนของเขา อย่างเช่นว่าขับรถ อาตมาหันหน้าเข้าหาถนน ยังห่างจากถนนเกือบ ๒ เมตร รถทุกคันหยุดหมดเลย ยืนงง ๆ อยู่พักหนึ่ง ไม่ได้คิดจะข้ามถนนสักหน่อยแล้วหยุดทำไมวะ ? แล้วก็เกรงใจ...ข้ามสักหน่อยก็ได้ ข้ามไปแล้วค่อยเดินกลับมาอีกรอบหนึ่ง

แต่ถ้าหากว่าอยู่ตรงที่มีสัญญาณไฟนี่ต้องรอไฟเขียวคนข้ามก่อน ถ้าไฟเขียวคนข้ามยังไม่ขึ้นแล้วไปข้าม รับรองว่าคุณได้ตายฟรีแน่ แต่ถ้าอยู่ในที่ซึ่งไม่มีทางม้าลาย ไม่มีสัญญาณไฟนี่ หันหน้าเข้าหาถนนคนขับจะหยุดให้เลย

แล้วสัญญาณไฟที่โน่นเขาเอื้อเฟื้อมาก คือมีไฟสูงอยู่ข้างบนให้คนขับรถดู แล้วมีอยู่ตรงกลาง ๆ เสาให้คนเดินถนนดู ความจริงของเราจะบังคับใช้กฎหมายอย่างนั้นก็ได้ แต่ต้องวางรากฐานมาตั้งแต่เล็ก แบบเดียวกับญี่ปุ่นที่ฝึกหัดเด็กให้ซื่อสัตย์ มีจิตสำนึกต่อสาธารณะ เขาฝึกมา ๓๐-๔๐ ปี รุ่นนั้นปัจจุบันก็คือรุ่นพ่อรุ่นแม่ ในเมื่อเป็นรุ่นพ่อรุ่นแม่แล้วรุ่นลูกของเขาก็ต้องทำตามแบบนั้น เพราะพ่อแม่เขาอบรมมาอย่างนี้ ฝึกมาอย่างนี้"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 27-04-2016 เมื่อ 21:43
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 111 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #27  
เก่า 27-04-2016, 13:48
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,229
ได้ให้อนุโมทนา: 76,050
ได้รับอนุโมทนา 3,194,493 ครั้ง ใน 22,602 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"เพื่อนไปญี่ปุ่น โดยสารรถแท็กซี่คันหนึ่ง พูดง่าย ๆ ว่าเขาค่อนข้างมีฐานะ ก็เลยเหมาแท็กซี่ ไม่กลัวแพง ปรากฏว่าพอถึงแหล่งเที่ยว พอคนขับจอดรถก็เปิดท้ายรถ หยิบไม้กวาดกับที่ตักขยะออกมา กวาดทำความสะอาดแถวนั้น กว่าเขาจะไปเที่ยวกลับมาบางทีเป็นชั่วโมง บางทีกวาดไปกี่แถบแล้วก็ไม่รู้ วันหนึ่งเพื่อนก็ทนไม่ไหว ถามว่าทำไมต้องกวาดด้วย ? เขาบอกว่า “ถ้าประเทศเขาสะอาดสะอ้านดี คนก็อยากมาเที่ยว เขาเองก็มีงานทำ” นั่นคือจิตสำนึกที่เป็นสาธารณะต่อส่วนรวม

แบบเดียวกับที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เขาระเบิด หรือโดนสึนามิ บ้านเรือนไม่มีจะอยู่ ที่นอนไม่มีจะนอน แต่ถึงเวลาคนไปแจกของ คนญี่ปุ่นเข้าแถวรับ ถ้าเป็นบ้านเราคนแจกโดนเหยียบตายไปแล้ว เข้าแถวรับทั้ง ๆ ที่เดือดร้อนขนาดนั้น เพราะเขาได้รับการฝึกมาจนเป็นธรรมชาติเลย"



พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
งานทำบุญฉลองบ้านวิริยบารมี
วันที่ ๒๗ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙

(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย รัตนาวุธ)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 27-04-2016 เมื่อ 21:44
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 116 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 09:08



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว