กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > ปกิณกธรรมจากเกาะพระฤๅษี

Notices

กระทู้ถูกปิด
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 01-09-2010, 12:23
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,424
ได้ให้อนุโมทนา: 77,092
ได้รับอนุโมทนา 3,228,096 ครั้ง ใน 22,808 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default วันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๕๐

อบรมที่เกาะพระฤๅษี วันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๕๐

ถ้าหากว่าพระเขากราบกัน เณรหรือฆราวาสอย่ากราบพร้อมพระ เพราะว่าที่รับไหว้รับกราบเณรมีแต่อาตมาคนเดียว คนอื่นเขาถือว่าศีลไม่เท่ากัน กราบพร้อมกันเท่ากับว่าให้พระรับไหว้ ถ้าเป็นที่อื่นเขาจะ "โบ๊ะ" ให้ ต้องระวังไว้นิดหนึ่ง

จวนจะเข้าพรรษาแล้ว ใครอยู่ต่อก็แปลว่าเอาจริงละนะ ช่วงนี้เรื่องการศึกษาของคณะสงฆ์ มีการเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ช่วงประมาณ ๓ ปีที่ผ่านมานี้เปลี่ยนเร็วจริง ๆ

เริ่มจากการที่เขาปรับวุฒิพระสังฆาธิการ โดยการให้ไปเรียนหลักสูตร ป.บส. (ประกาศนียบัตรการบริหารกิจการคณะสงฆ์) ใครจบนักธรรมเอกแล้ว ปีเดียวได้วุฒิ ม. ๖ เลย

ของเณรก็เลยสบาย เพราะเรียนจบนักธรรมเอกแล้ว เรียนปีเดียวก็จบ ม. ๖ ง่ายไหม ? แล้วยังมีการปรับให้สอบนักธรรมตรีในพรรษา เพราะส่วนใหญ่ที่ผ่านมา ออกพรรษาแล้วจะสึกกัน ที่ลงชื่อไว้ว่าจะสอบนักธรรมตรีจึงไม่ได้สอบ

โดยส่วนใหญ่จะสอบนวกะสองอาทิตย์ก่อนออกพรรษา ก็ได้ประกาศนียบัตรชั้นนวกภูมิ ซึ่งไม่สามารถนำไปใช้งานได้ เพราะว่าถือว่าเป็นการสอบภายใน ไม่ได้การรับรองจากทางการ แต่ถ้านักธรรมตรีนี่ได้รับการรับรอง เอาไปผ่อนผันการเกณฑ์ทหารได้ด้วย

แต่ว่าเดี๋ยวจะไปโดนแบบท่านมหาประโยค ๙ ไปขอผ่อนผันการเกณฑ์ทหาร เอาวุฒิบัตรประโยค ๙ ไป เขาบอกว่า “ไม่ได้..ต้องเอานักธรรมตรีเท่านั้น..!”

เปรียญธรรม ๙ ประโยคนี่ เลยนักธรรมตรีไปหลายสิบกิโล แต่สัสดีเขายืนยันว่าระเบียบบอกว่าต้องเอานักธรรมตรีแค่นั้น แล้วกว่าจะสอบประโยค ๙ ได้ ไม่รู้ว่าประกาศนียบัตรนักธรรมตรีหายไปแล้วหรือยัง ? ถ้าหาไม่ได้ก็ไม่ต้องผ่อนผันกันพอดี

เขาจึงให้สอบในพรรษา แปลว่าเวลาดูหนังสือเราน้อยลง เพราะว่าหลาย ๆ สำนัก ถ้าไม่ใช่สำนักเรียนใหญ่จริง ๆ ป่านนี้ยังไม่ได้เริ่มต้นเลย แต่ว่านักธรรมโท นักธรรมเอก เขาถือว่า คนที่จะสอบคือคนที่ตั้งใจอยู่ ก็ไปสอบวันแรม ๒ ค่ำ เดือน ๑๒ เหมือนเดิม

พวกวันสอบของพระนี้ ขึ้นแรมจะตายตัว ทุกปีจะตรงกับวันเดิม แต่ว่าไม่ตรงกับวันที่เดิม เพราะว่าเขานับเป็นขึ้นแรมกัน
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 02-09-2010 เมื่อ 03:04
สมาชิก 75 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 01-09-2010, 12:25
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,424
ได้ให้อนุโมทนา: 77,092
ได้รับอนุโมทนา 3,228,096 ครั้ง ใน 22,808 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

แล้วปัจจุบันนี้ พระสังฆาธิการนับตั้งแต่ผู้ช่วยเจ้าอาวาส รองเจ้าอาวาส เจ้าอาวาส เจ้าคณะตำบล เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะจังหวัด เขาให้ปรับวุฒิการศึกษา ใครยังไม่ได้ปริญญาตรี ต้องเรียนให้ได้ เขาต้องการความรู้มากขึ้นทุกที

จริง ๆ แล้วนี่เป็นการแก้ปัญหาในทางที่ผิด เขาคิดว่าความผิดพลาดต่าง ๆ ที่มีมาในวงการสงฆ์ เกิดจากพระไม่มีความรู้ แต่ผมว่าไม่ใช่..พวกที่รู้มากนั่นแหละ เลี่ยงบาลีเก่ง ทำผิดอยู่เรื่อย ถ้าหากว่าเราสอนพระให้รู้จักละอายชั่วกลัวบาป ให้รักศีลของตัวเอง ผมว่าทุกอย่างจบเลย ไม่ต้องเสียเวลาไปเรียนมาก

แต่ในเมื่อเป็นนโยบายของทางผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น ผมก็ต้องไปเรียนกับเขา บางทีก็สงสัยเหมือนกันว่าเรียนไปแล้วได้อะไร เพราะว่าสิ่งที่เราต้องการรู้คือธรรมะของพระพุทธเจ้า

แต่ว่าการเรียนระดับปริญญา โดยเฉพาะปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก เขาสอนให้สงสัยทุกอย่างที่พระพุทธเจ้าสอน ให้คิด ให้วิเคราะห์ แล้วจะเอาอัจฉริยะที่ไหนขนาดนั้นไปสอน คิดว่าจะมีคนเก่งกว่าพระพุทธเจ้าหรืออย่างไร ?

จริงอยู่..การศึกษาทุกอย่างจะต้องเปิดกว้าง ต้องให้มีการคิดการโต้แย้งได้ แต่นั่นต้องเป็นความรู้อย่างอื่น ไม่ใช่ธรรมะของพระพุทธเจ้า
อัจฉริยะมนุษย์อย่างพระพุทธเจ้า เวลา ๔๕ ปี ที่สอนคนมา เป็นธรรมะทั้งหมด ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ ทุกอย่างผสมกลมกลืนเข้ากันได้หมด สมบูรณ์บริบูรณ์ ตัดออกก็ขาด เติมเข้าก็เกิน แล้วใครจะเก่งขนาดไปวิเคราะห์ธรรมะของพระพุทธเจ้า

จะเสียเวลาตายเปล่าไม่ได้อะไรขึ้นมา ธรรมะของพระพุทธเจ้าเป็นอริยสัจ คือ ความจริงอันประเสริฐ เรามีหน้าที่ทำตามอย่างเดียวก็พอแล้ว ถ้าอยากจะเก่ง โน่น..รอเกิดเป็นพระพุทธเจ้าเองแล้วค่อยว่ากัน..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 02-09-2010 เมื่อ 03:06
สมาชิก 80 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 02-09-2010, 12:39
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,424
ได้ให้อนุโมทนา: 77,092
ได้รับอนุโมทนา 3,228,096 ครั้ง ใน 22,808 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วันที่ปิดการศึกษา เขาเรียกว่าอะไร ? จะเรียกว่าเป็นปัจฉิมนิเทศก็ได้ หลวงพ่อสมเด็จวัดสระเกศ* ท่านกล่าวสัมโมทนียกถากับพวกผม ที่รับประกาศนียบัตรการบริหารกิจการคณะสงฆ์ว่า “เราอยู่กับโลก เราก็ต้องเคารพสมมติทางโลก ในเมื่อโลกเขาต้องการเช่นนี้ เราก็หาให้เขา”

ตัวนี้เป็นการรวมกำลังใจในการปฏิบัติครบถ้วนจริง ๆ อยู่กับโลกเราไม่ติดในโลก แต่เราต้องเคารพสมมติทางโลก ถ้าคุณปล่อยวางไม่ได้ ไม่มีทางหรอกที่จะไปเคารพสมมติทางโลก มีแต่เอาความเห็นของตัวเองเป็นใหญ่

การศึกษายิ่งเร่งรัดเข้ามาทุกเวลา ปัจจุบันนี้ปริญญาโทเริ่มเกลื่อน ต่อไปคงต้องให้เรียนปริญญาเอกกันทั้งประเทศ สมัยที่ผมยังเด็กอยู่ จบ ป.๔ ออกมาก็เป็นครูได้แล้ว เสร็จแล้วก็ไปเรียนวิชาชีพครูเพิ่มเติมเอาทีหลัง ไม่ว่าจะ ปกศ. หรือว่า พ.ม. ไปเรียนเพิ่มเอาทีหลัง

แล้วครูบาอาจารย์ที่จบ ป. ๔ สมัยนั้น ท่านเก่งจริง ๆ คนไหนที่สำแดงความมีอัจฉริยภาพตั้งแต่ตอนเรียน ถึงเวลาใกล้จบ ครูบาอาจารย์เก่า ๆ หรือครูใหญ่ เขาจะไปทาบทาม ให้มาสมัครเป็นครูต่อ

ผมเองยังมีครูที่จบ ป.๔ อยู่ ๒ ท่าน ท่านเก่งจริง ๆ ครูสมัยนี้ที่จบครุศาสตร์มา สู้ท่านไม่ได้เลย จิตวิทยาในการรับมือกับเด็กนี่สุดยอด

พอสมัยต่อมาท่านว่าใครจบ ม. ๘ สมัยนั้นเป็นมัธยมศึกษาปีที่ ๘ ก่อนที่จะมาเป็นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ แล้วมันก็มาเป็นมัธยม ๖(ม. ๖) ในปัจจุบัน โดยที่ตัด ป. ๗ ออกไป

สมัยนั้นลูกใครจบ ม.๘ คุยไปได้ทั้งจังหวัด แล้วถัดมาก็จบปริญญาตรี ภูมิใจ ได้รับปริญญาจากพระหัตถ์ของในหลวง ปลื้มใจมาก ภูมิใจมาก

ปัจจุบันนี้ จบปริญญาตรีมาผมยังเห็นอีเหละเขละขละ หาความรู้ไม่ได้ ไม่รู้เขาเอาความรู้ไปโยนไว้ที่ไหนหมด จนกระทั่งบางคนเขาพูดเจ็บ ๆ ว่า ไปเรียนหาผัวหาเมียกัน..!



หมายเหตุ :
* สมเด็จพระพุฒาจารย์(เกี่ยว อุปเสณมหาเถระ ป.ธ. ๙) วัดสระเกศราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 02-09-2010 เมื่อ 15:39
สมาชิก 71 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า 02-09-2010, 12:44
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,424
ได้ให้อนุโมทนา: 77,092
ได้รับอนุโมทนา 3,228,096 ครั้ง ใน 22,808 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ตั้งแต่เขากำหนดว่า เด็กสอบห้ามตก เมื่อรู้ว่าสอบเท่าไรก็ไม่ตก แล้วเด็กจะไปสนใจเรียนทำไม ? พอมาห้ามตีนักเรียน ยิ่งไปกันใหญ่เลย จำไว้เลยว่า อะไรที่โบราณเขาว่า นั่นเป็นความคิดที่ตกผลึกแล้ว เถียงยาก ของท่านถูกแน่ ๆ

ท่านบอก “รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี” ไม่ตีก็เสียเด็กหมด..นะเณรนะ.. เอาซะหน่อยไหม ? (แหะ..แหะ..) รักมากต้องตีให้สะเด็ด ในเมื่อห้ามตี สอบก็ไม่มีการตก แล้วเด็กจะไปมีความรู้อะไร ?

คุณสุรจักร กาญจนินทุ เป็นศึกษานิเทศก์ ออกไปตรวจตามโรงเรียน เขาบอกหลวงพี่เชื่อไหมครับ..เด็ก ป. ๖ ยังอ่านหนังสือไม่ออกสักตัว ไม่รู้เขาให้ผ่านไปได้อย่างไร ? ผมชี้ให้อ่าน เด็กอ่านไม่ได้เลย..!

แต่ถ้าให้อ่านพร้อม ๆ กับเพื่อน เด็กจำได้ทุกตัว เพราะมาถึง ป. ๖ แล้ว ถึงเวลาตะโกนปาว ๆ พร้อมกันก็จำได้ แต่ไม่รู้ว่าแต่ละตัวหน้าตาเป็นอย่างไร เพราะเขาห้ามตก เด็กก็เลยเป็นอย่างนี้

ถ้าหากว่าตกซ้ำชั้นหรือว่าซ่อมมาก ๆ ครูบาอาจารย์จะโดนพิจารณาอีก เขาก็คงรำคาญตรงจุดนี้ เลยผลักให้ผ่าน ๆ ไป ป. ๖ แล้วยังอ่านหนังสือไม่ออก แล้วจะไปทำมาหากินอะไรได้

ดังนั้นว่า ทางด้านของคณะสงฆ์เรา มีการปรับปรุงหลักสูตรต่าง ๆ เพิ่มขึ้นมาก ถ้าหากว่าเราตั้งใจเรียน สมัยก่อนแค่นักธรรมเอกก็รักษาตัวได้แล้ว เป็นเจ้าอาวาส เจ้าคณะตำบล เจ้าคณะอำเภอ เยอะแยะไปหมด

ส่วนใหญ่จะมีแต่เจ้าคณะจังหวัดที่เป็นเปรียญธรรม ก็ไม่ใช่ว่าจะได้อะไรกันสูงนักหนา ประโยค ๔ ประโยค ๕ ก็เป็นเจ้าคณะจังหวัดกัน อย่างปัจจุบันหลวงพ่อเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี หลวงพ่อพระเทพเมธากรจบประโยค ๔ อย่างเณรอีก ๒ ปีก็ไล่ทันแล้ว เราก็ยืด..ผมจบเท่าหลวงพ่อ แต่ถ้ายืดไปใกล้ ๆ มีหวังโดนเตะ..!

ในเมื่อเป็นอย่างนั้นก็พยายามเรียนกันไว้ เรื่องของบาลีนั้น ถ้าจะเรียนต้องเรียนให้ต่อเนื่อง อย่าทิ้ง ท่านเจ้าคุณอาจารย์พระศรีศาสนวงศ์** สอนกฎหมายคณะสงฆ์ให้กับผม

ท่านเป็นสุดยอดอัจฉริยะเลย ถือเป็นมือกฎหมายของคณะสงฆ์ไทยก็ว่าได้ ทุกมาตราอยู่ในหัวท่านหมด ท่านสอบประโยค ๑ ถึง ๙ ใช้เวลา ๘ ปี เพราะว่า ประโยค ๑ – ๒ เรียนรวมกัน ปีแรกได้ประโยค ๑ - ๒ ปีที่สองเป็นพระมหามีชัยแล้ว ไม่เคยตกเลย



หมายเหตุ :
** พระศรีศาสนวงศ์(มีชัย วีรปญฺโญ ป.ธ. ๙) วัดอรุณราชวราราม กรุงเทพมหานคร
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 02-09-2010 เมื่อ 15:44
สมาชิก 70 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #5  
เก่า 03-09-2010, 16:47
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,424
ได้ให้อนุโมทนา: 77,092
ได้รับอนุโมทนา 3,228,096 ครั้ง ใน 22,808 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถามท่านว่า “เจ้าคุณอาจารย์ดูหนังสือมากไหมครับ ?” ท่านบอกว่า “อย่าคิดว่าผมเก่ง ที่ผมทำได้นั้น ผมดูหนังสือวันละ ๑๐ ชั่วโมง..!” เป็นอย่างไร ? เณรดูกี่ชั่วโมง ? นั่นอย่าลืมว่า เวลาเรียนท่านเรียนตามปกติ ไปเข้าห้องเรียนตามปกติ

เสร็จแล้วนอกเวลาเรียนยังมาดูหนังสืออีก พอเขาหยุดให้ดูหนังสือก่อนสอบ ท่านดูวันละ ๑๐ ชั่วโมง เห็นหรือยังว่าคนเก่งจริง ๆ เขาไม่ได้ประมาท เพราะเรื่องของการเรียนการศึกษานี่สำคัญมาก

หลวงพ่อสมเด็จวัดชนะสงคราม***
ท่านว่า “นกไม่มีขน คนไม่มีความรู้ ขึ้นสู่ที่สูงไม่ได้” นกไม่มีขนบินได้ไหม ? คนไม่มีความรู้จะขึ้นไปปกครองเขาก็ไม่ได้

เพราะฉะนั้น ถึงเราจะไม่ได้ใช้ ถึงเราต้องตัดใจภาวนาพิจารณา จะปฏิบัติกรรมฐานทุ่มเทของเรา ในด้านนี้ก็ให้เรียนเอาไว้

สมัยผมที่ผมเรียน นักธรรมตรีก็บอกแล้วว่าเทวดาไม่มี ฆฏิการพรหมนำเอาบริขาร ๘ มาถวายพระพุทธเจ้า ข้อสอบถามว่า ฆฏิการพรหมในที่นี้หมายถึงใคร ? เขาตอบว่าอย่างไรรู้ไหม ?

เขาบอกว่า อาจจะเป็นศาสดาเจ้าลัทธิใดลัทธิหนึ่งที่ได้ฌานสมาบัติ เพราะว่าฌานสมาบัติเป็นคุณสมบัติของพรหม ศาสดาเจ้าลัทธิท่านนี้ มีความเลื่อมใสในการออกมหาภิเนษกรมณ์ของเจ้าชายสิทธัตถะ ถึงได้นำบริขารมาถวาย

คุณลองไปตอบสิ ว่าพระพรหมนำมาถวาย เขาจะได้ปรับให้ตกไปเลย ทั้ง ๆ ที่ในบาลีบอกไว้ชัดเจน คุณไปหาดูได้ ในฆฏิการสูตร**** ฆฏิการพรหมสมัยก่อนท่านเป็นช่างปั้นหม้อ เป็นเพื่อนของพระพุทธเจ้า คบหาสมาคมกันมา ปรารถนาโพธิญาณมาด้วยกัน

ท่านตายแล้วขึ้นไปอยู่ข้างบน เป็นท้าวมหาพรหม ลงมาคุยกับพระพุทธเจ้า บอกไว้ชัด ๆ แต่เขาไม่เชื่อ เขาจะเอาพระพุทธเจ้าลงมาเป็นคนธรรมดา เอาพรหมเทวดาลงมาให้จับได้ต้องได้ ผมถาม“หลวงพ่อ”***** ว่า “แล้วอย่างนี้ผมจะเรียนไปทำไมครับ ?”

ท่านบอกว่า “เรียนเอาไว้หน่อย มีประกาศนียบัตรเอาไว้เป็นไม้กันหมากัดเรา” ผมก็เลยไปเรียน ผมไม่ได้กันหมากัดอย่างเดียว ผมคุยทับได้ด้วยว่า “กูเป็นพระปฏิบัติ แต่กูเรียนได้ที่ ๑ ด้วย เก่งกว่ามึงอีก..!”

เพราะฉะนั้น..เรียนให้มากที่สุดเท่าที่จะเรียนได้ โดยเฉพาะท่านที่อายุยังน้อยอยู่ เพราะว่าทางโลกเขาไปไกล เขาไม่เชื่อความสามารถของคน เขาเชื่อแค่กระดาษแผ่นเดียว เราจำเป็นต้องหามาให้เขาหน่อย


หมายเหตุ :
*** สมเด็จพระมหาธีราจารย์(นิยม ฐานิสฺสรมหาเถระ ป.ธ. ๙) วัดชนะสงคราม กรุงเทพมหานคร
**** พระไตรปิฎกฉบับธรรมทาน : พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๕ : มัชฌิมนิกาย : มัชฌิมปัณณาสก์ : ราชวรรคที่ ๑ : ฆฏิการสูตร
***** พระราชพรหมยาน(วีระ ถาวโร ป.ธ. ๔) วัดจันทาราม(ท่าซุง) จังหวัดอุทัยธานี
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 03-09-2010 เมื่อ 20:01
สมาชิก 73 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #6  
เก่า 03-09-2010, 17:04
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,424
ได้ให้อนุโมทนา: 77,092
ได้รับอนุโมทนา 3,228,096 ครั้ง ใน 22,808 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ต่างจังหวัดเวลาเขาสอบบาลี คุณเชื่อไหม ? เขาเข้าห้องน้ำกันเป็นว่าเล่นเลย อย่างจังหวัดกาฬสินธุ์ เขารวมกันสอบ ๕๐๐ กว่ารูป ไปเข้าห้องน้ำกันที ๓๐๐ กว่ารูป..! เดินกันให้พล่านไปหมด ตำราซุกอยู่ในห้องน้ำ

เจ้าคุณมีชัยไปถึงก็ต้องมานั่งคิด “กูจะเล่นท่าไหนดีวะ ? ก็เขาทำกันอย่างนี้มาปีแล้วปีเล่า” พอรุ่งขึ้นท่านก็เอาเลย ประกาศออกไมโครโฟนเลย...

“เมื่อวานนี้ผมคาดว่าอาหารคงจะเป็นพิษ ทำให้พวกท่านขอเข้าห้องน้ำกันมาก แต่วันนี้ผมลงไปฉันด้วย ผมคาดว่าไม่เป็นแล้ว เพราะตอนนี้ผมยังปกติดีอยู่

เพราะฉะนั้นก่อนเข้าห้องสอบวันนี้ ขอให้ทุกท่านเข้าห้องน้ำห้องส้วมให้เรียบร้อย ในเวลาสอบ ๓ ชั่วโมง ห้ามเข้าห้องน้ำอย่างเด็ดขาด ใครลุกไปเข้าห้องน้ำ ผมตัดสิทธิ์จากการสอบเลย ผมถามหมอมาเรียบร้อยแล้ว การกลั้นอุจจาระปัสสาวะ ๓ ชั่วโมง ยังไม่มีอันตรายอะไร..”


นั่น..เอาหมอมาอ้างอีก แล้วท่านเป็นเลขานุการเจ้าคณะภาค ๙ เลขาภาคนี่สำคัญกว่าภาคอีกนะ เลขาภาคบอกอะไร ภาคเชื่ออย่างนั้น ปรากฏว่า ไม่มีใครกล้าลุกไปเข้าห้องน้ำ บรรดาเจ้าคณะต่าง ๆ ๔ - ๕ จังหวัดที่พาลูกศิษย์มาสอบรวม ท่านบอกว่า

“๑๐ กว่าปีมาแล้ว เพิ่งเห็นการสอบที่เรียบร้อยที่สุดวันนี้เอง”
ถามว่า ก่อนที่ท่านเจ้าคุณจะไปแก้ไข ทำไมถึงได้เลอะขนาดนั้น ? ก็เพราะว่า เขาไม่เชื่อในตัวคน ทุกคนจึงต้องพยายามดิ้นรนให้ได้มา ซึ่งประกาศนียบัตรใบหนึ่งที่เขาเชื่อ

คณะสงฆ์อำเภอทองผาภูมิ ผมไปช่วยเขาคุมสอบอยู่หลายปี คุณเชื่อไหมว่าทั้งอำเภอมีผมคนเดียวที่เฉลยข้อสอบปากเปล่าได้ คนอื่นนี่อยู่ในหนังสือเล่มไหนยังหาไม่เจอเลย เจ้าคณะอำเภอก็หาไม่เจอ มีท่านอาจารย์บรรเจิด****** กับท่านอาจารย์เอ๊ดดี้******* สองคนที่พอจะหาเจอ เพราะสองคนนี้สอนเด็กประจำ

แล้วคิดดูว่า คณะสงฆ์อำเภอทองผาภูมิ ๓๐๐ กว่ารูป มีที่รู้จริงอยู่หนึ่งเดียว ที่พอรู้บ้าง ๒ รูป รวมแล้ว ๓ รูป สรุปแล้ว ในร้อยคนมีอยู่คนหนึ่ง แล้วคณะสงฆ์จะไปรอดไหม ? ก็เพราะว่าเขาดิ้นรนเพื่อจะให้ได้ประกาศนียบัตรมา โดยไม่คิดที่จะเอาความรู้กันจริง ๆ


หมายเหตุ :
******พระอธิการบรรเจิด เทวธมฺโม เจ้าอาวาสวัดประจำไม้ หมู่ที่ ๔ ตำบลห้วยเขย่ง อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี
*******พระปลัดสถิตย์ ฐิตธมฺโม เลขานุการเจ้าคณะอำเภอทองผาภูมิ วัดทองผาภูมิ หมู่ที่ ๑ ตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 03-09-2010 เมื่อ 20:05
สมาชิก 75 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #7  
เก่า 04-09-2010, 20:23
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,424
ได้ให้อนุโมทนา: 77,092
ได้รับอนุโมทนา 3,228,096 ครั้ง ใน 22,808 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เราเรียนเราต้องรู้ให้จริง ปัจจุบันนี้ผมเรียนผมก็ทุ่มเทกับการเรียน บางทีเพื่อนฝูงเขาขาดบ้างไม่ขาดบ้าง ยุ่งไปหมด ผมไปทุกวัน ตั้งใจเรียนจริง ๆ ถ้าเขาถามผมว่าทำไม ผมบอกเขาได้เต็มปากเต็มคำเลยว่า ผมเรียนแล้วผมต้องรู้ ถึงเวลาคนอื่นถาม ผมต้องบอกเขาได้

จำไว้นะเณร.. “เรียนแล้วต้องรู้ รู้แล้วต้องสอนคนอื่นเขาได้” ต้องให้แตกฉานจริง ๆ อย่างเณรต้องปล้ำให้ได้ประโยค ๖ ถ้ารู้ว่าเรียนไม่ไหว เอาแค่ ๖ ก็พอ เพราะอะไรรู้ไหม ? ประโยค ๖ ขอสมณศักดิ์ได้เป็นพระครูชั้นพิเศษเลย

ถ้าหากว่าความดีมากขอเป็นเจ้าคุณได้เลย แต่ถ้าประโยค ๗ รอไปเถอะ ประโยค ๗ ต้องรอเป็นเจ้าคุณเท่านั้น บางคนรอตั้ง ๒๐ ปี ยังไม่ได้เป็นเลย แล้วเขาใช้วิธีไหน ?

พอได้ประโยค ๖ เขาก็ขอพระครูชั้นพิเศษไว้ก่อน หลับหูหลับตาสอบประโยค ๗ ไปอีกสี่ปีห้าปี ได้เมื่อไรก็ช่างหัวมัน พอได้ก็ปรับให้เป็นเจ้าคุณได้แล้วสิ สบายไป..เพราะฉะนั้น ถ้าเรียนแล้วรู้ว่าไม่ไหว เอาแค่ประโยค ๖ แต่ถ้าไหวเรียนเอาให้ยันประโยค ๙ ไปเลย

ถ้าหากว่าเณรเรียนไม่ตกจริง ๆ เวลา ๘ ปี อายุ ๒๑ ขึ้น ๒๒ ได้เป็นนาคหลวง ในหลวงบวชให้ ชีวิตนี้เณรจะหาความภูมิใจอย่างนี้ได้ยากมาก เพราะว่าแต่ละปี พระทั้งประเทศ ๓ แสนกว่ารูป มีปีที่แล้วมากที่สุด ได้ประโยค ๙ ถึง ๔๐ รูปแต่ว่าเป็นเณรแค่ ๕ รูป

ดังนั้น..เรื่องของการศึกษานั้นสำคัญมาก ปริยัติกับปฏิบัติเป็นของคู่กัน ถ้าไม่มีท่านที่ศึกษาปริยัติ รักษาพระพุทธวจนะคือคำสอนของพระพุทธเจ้าไว้ พระปฏิบัติจะเอาคำสอนที่ไหนมาปฏิบัติ

เราปฏิบัติก็อย่าไปดูถูกพระปริยัติว่าท่านไม่ได้ศึกษาทางด้านนี้ แค่ท่องหนังสืออย่างเดียวก็หัวจะระเบิดแล้ว ถ้าเอาสมาธิกันจริง ๆ ต้องอย่าง หลวงพ่อพุธ วัดป่าสาลวัน* ท่านท่องบาลี ท่องไป ๆ “เฮ้ย..ใครนั่งอยู่นั่นวะ ? แล้วนี่กูเป็นใคร ?”

ท่านท่องไปสมาธิทรงตัว จิตหลุดออกไปข้างนอกเฉยเลย เห็นตัวเองนั่งท่องหนังสืออยู่ “นั่นมันกูนี่หว่า..! แล้วไอ้นี่เป็นใครวะ ?” จะเอาอย่างนั้นบ้างก็ได้นะ

พระปฏิบัติจริง ๆ นั้น ไม่ได้หมายความว่า ต้องหลับตาภาวนาอย่างเดียว ท่องหนังสือก็เป็นสมาธิได้ ทำอะไรก็เป็นสมาธิได้ ข้อให้เอาจิตจดจ่ออยู่ตรงนั้น ของเณรอายุยังน้อย โอกาสยังมากอยู่ ถ้าหากว่าได้เปรียญตั้งแต่ประโยค ๓ ขึ้นไป แล้วมาเรียนพุทธศาสตรบัณฑิตอีก โอ้โฮ..คราวนี้เป็นทั้งคุณมหาเป็นทั้งพุทธศาสตรบัณฑิต จะไปไหนก็ไปได้ทั้งประเทศ

ฉะนั้น..ขอให้ตั้งใจให้ดี โดยเฉพาะแม่ก็ดี หลวงพ่อก็ดี ตั้งความหวังอยู่กับเณรมาก เพราะว่าเณรเป็นคนแรกจริง ๆ ที่เรียนอยู่กรุงเทพฯ ตั้งแต่แรก อย่างหลวงพี่มหาเอ** หลวงพี่มหาเค*** ท่านเรียนที่นี่ก่อน แล้วถึงเข้าไปต่อในกรุงเทพฯ


หมายเหตุ:
*พระราชสังวรญาณ(พุธ ฐานิโย ป.ธ. ๔) วัดป่าสาลวัน หมู่ที่ ๑ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา
**พระมหานันทวัฒน์ เขมธมฺโม ป.ธ. ๓ วัดปากน้ำภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร
***พระมหาธีรวุฒิ ธีรปญฺโญ ป.ธ. ๔ วัดปากน้ำภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 05-09-2010 เมื่อ 19:23
สมาชิก 60 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #8  
เก่า 04-09-2010, 20:24
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,424
ได้ให้อนุโมทนา: 77,092
ได้รับอนุโมทนา 3,228,096 ครั้ง ใน 22,808 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ของเราถือว่าเป็นลูกหม้อกรุงเทพฯ เกิดกรุงเทพฯ เลย ฉะนั้น..เอาดีให้ได้ ไปถึงก็ลุยให้หัวทิ่มหัวตำไปเลย ตอนช่วงนี้เพื่อนเณรทั้งหมด ส่วนใหญ่เริ่มเป็นวัยรุ่น ท่านจะประมาท กินบ้างเที่ยวบ้าง แอบดูโทรทัศน์บ้าง ซื้อวีซีดีมาดูกันบ้าง

บางทีอาจารย์โผล่หน้าเข้าไปในห้อง กำลังดูวีดีโอกันอยู่ หน้าซีดเหลือ ๒ นิ้ว เขาประมาทนะดีแล้ว เราเร่งสปีดให้เต็มที่ กว่าเขาจะรู้ตัว นี่ผม..สามเณรเปรียญครับ แซงพวกไปเลย ถึงเวลาเป็นเจ้าคณะแล้ว จะดูวีดีโอเท่าไรก็มี เดี๋ยวโยมเขาถวายให้เอง

ขอให้ตั้งใจเรียนไว้ ปริยัติสำคัญ ปฏิบัติก็สำคัญ ถ้าเรารู้ครบทั้งสองอย่าง ก็ไม่มีใครสามารถที่จะว่าเราได้ เขาต้องการรู้ตรงส่วนไหน เราสามารถอธิบายให้เขาฟังได้ ต้องการทางโลก หัวข้อธรรมมีเท่าไร อย่างที่ผมท่องให้เณรฟังเมื่อครู่นั่น ผมท่องได้ตั้งแต่พรรษาแรก

นวโกวาทนี่ผมท่องตั้งแต่พรรษาแรก นี่เข้าปีที่ ๒๒ แล้วผมยังจำได้ เณรเพิ่งจะท่อง บอกจำไม่ได้แล้ว..! ตั้งใจหน่อย..ถึงเวลาต้องรู้ให้จริงทั้งทางโลกและทางธรรม วันนี้ขอฝากไว้เท่านี้แหละ เลยเวลามามากแล้ว

.................................
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 05-09-2010 เมื่อ 03:33
สมาชิก 67 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
กระทู้ถูกปิด


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 18:36



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว