กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > เรื่องเล่าต่าง ๆ โดยพระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > ล่องแก่งมหาภัย

Notices

ล่องแก่งมหาภัย การท่องไปในเมืองพม่า โดยพระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ)

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 24-09-2010, 23:00
คิมหันต์ คิมหันต์ is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 663
ได้ให้อนุโมทนา: 20,083
ได้รับอนุโมทนา 79,284 ครั้ง ใน 1,189 โพสต์
คิมหันต์ is on a distinguished road
Default ล่องแก่งมหาภัย ตอนที่ ๕

เสียงหนูแทะดังกุกกักอยู่ในตู้เก็บใบลานสำหรับเทศน์ กลายเป็นเสียงปลุกอาตมาขึ้นมาตั้งแต่ยังไม่ทันตีสองดี เปิดตู้หาเจ้าตัวต้นเหตุ มันมองตาใสทำหนวดยุกยิกอยู่กลางแสงไฟฉาย มีลูกอ่อนตัวแดง ๆ สามสี่ตัวดิ้นกระแด่ว ๆ อยู่ในรัง รังของมันทำจากเศษกระดาษและเศษใบลานเทศน์ซะด้วย ตายเมื่อไหร่มีหวังลงนรกแน่เอ็งเอ๋ย..!

ไม่รู้จะจัดการกับมันอย่างไรดี นอกจากปล่อยเอาไว้อย่างนั้น คงต้องรอจนกว่าลูกของมันจะโตพอหากินเองได้ แล้วจึงค่อยมาขับไล่กันอีกที ภาวนาจนได้ยินเสียงตีเกราะจึงลุกไปสรงน้ำ กลับขึ้นมาครองผ้า รอจนได้เวลาก็ทำวัตรเช้าพร้อมกันตามระเบียบ...


ศาลาทำบุญ มีทางเดินเชื่อมต่อกับศาลาหอพระด้วย

หลังทำวัตรนั่งคุยกับครูบาน้อยรอเวลาฉัน ท่านเห็นอาตมาเก็บข้าวของใส่ย่ามเรียบร้อยทุกครั้งหลังจากตื่นนอน อาตมาจึงอธิบายให้ทราบว่า หลวงพ่อวัดท่าซุงท่านอบรมมาแบบนี้ ท่านให้ปิดประตูใส่กุญแจทุกครั้งที่ออกจากห้อง หากพักรวมกับผู้อื่นให้เก็บข้าวของให้เรียบร้อย แล้วเอาใส่ย่ามติดตัวไปด้วย...

ท่านบอกว่าขโมยจะเอาของของเราต่อเมื่อมีโอกาส ถ้าประตูเปิดทิ้งไว้ หรือวางข้าวของล่อตาล่อใจ เท่ากับเปิดโอกาสให้เขาทำความผิด เราต้องป้องกันเหตุที่จะเกิดขึ้น ไม่ใช่รอให้เกิดเหตุแล้วจึงค่อยไปแก้ไข ซึ่งบางทีก็ไม่ทันการณ์ หรือถึงทันก็เสียเวลาโดยใช่เหตุ...
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg 42.jpg (97.8 KB, 615 views)
__________________
ไม่ติดในสุข ไม่กังวลในทุกข์ วางเฉยในร่างกายนี้ ปล่อยวางภาระทั้งปวง ยอมรับกฎของกรรม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 25-09-2010 เมื่อ 02:32
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 83 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ คิมหันต์ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 26-09-2010, 23:10
คิมหันต์ คิมหันต์ is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 663
ได้ให้อนุโมทนา: 20,083
ได้รับอนุโมทนา 79,284 ครั้ง ใน 1,189 โพสต์
คิมหันต์ is on a distinguished road
Default

ท่านนาวินบอกว่า กล้องถ่ายรูปตัวเก่งของท่านหายไปเมื่องานอุปสมบทหมู่ประจำปีที่ผ่านมา ใครเป็นผู้เอาไปก็พอรู้ แต่ในเมื่อเขาไม่ละอายชั่วกลัวบาป ก็ต้องปล่อยให้เขาต้องอาบัติปาราชิก ขาดจากความเป็นพระไปเอง เพราะศีลระบุเอาไว้ชัดเจนอยู่แล้ว

การตีความพระวินัย คือศีลของพระระหว่างพระไทยกับพม่า มีหลายข้อที่ลักลั่นกันจนน่าเป็นห่วง อย่างเช่นการขโมยของผู้อื่น ราคาตั้งแต่ห้ามาสกขึ้นไป ต้องอาบัติปาราชิก ของไทยตีความว่า ห้ามาสกเท่ากับหนึ่งบาท แต่ของพม่าตีความว่า ห้ามาสกเท่ากับทองคำน้ำหนักหนึ่งสลึง..!


ศาลาจำศีล มีเจ้าภาพสร้างสำหรับบุคคลที่ถืออุโบสถศีลพักอยู่ที่วัด

มาตราโบราณเทียบไว้ว่า ๔ เมล็ดข้าวเปลือกเท่ากับ ๑ กุญชา และ ๒ กุญชาเท่ากับ ๑ มาสก ดังนั้น ๕ มาสกย่อมเท่ากับ ๔๐ เมล็ดข้าวเปลือก ของไทยตีราคาเท่ากับ ๑ บาท ดูจะราคาสูงไปนิด แต่พม่าเล่นเอา ๔๐ เมล็ดข้าวเปลือกไปชั่งเทียบเท่ากับน้ำหนักทอง ๑ สลึง แพงหนักเข้าไปอีก...
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg 44.jpg (101.9 KB, 559 views)
__________________
ไม่ติดในสุข ไม่กังวลในทุกข์ วางเฉยในร่างกายนี้ ปล่อยวางภาระทั้งปวง ยอมรับกฎของกรรม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 29-09-2010 เมื่อ 01:51
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 76 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ คิมหันต์ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 29-09-2010, 10:46
คิมหันต์ คิมหันต์ is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 663
ได้ให้อนุโมทนา: 20,083
ได้รับอนุโมทนา 79,284 ครั้ง ใน 1,189 โพสต์
คิมหันต์ is on a distinguished road
Default

หลังอาหารเช้า อาตมาคว้าสมุดไปเดินรอบวัด จัดการทำแผนที่วัดหนองบัวแบบคร่าว ๆ ว่าอาคารแต่ละหลังอยู่ตรงไหนบ้าง ขณะที่พระเณรช่วยกันจัดสถานที่พัก ที่นอน ที่ฉันอาหารของพระอาคันตุกะ ท่านนาวินบอกว่านิมนต์มา ๓๐ วัด ใคร ๆ ก็รองานกฐินวัดหนองบัว เพราะถวายเงินมากกว่าวัดอื่น ตกลงว่ามาเพราะเงินใช่ไหม..? แฮ่...

พระอาคันตุกะทยอยกันมา ส่วนมากเป็นเจ้าอาวาสวัดต่าง ๆ ทั้งในเมืองจะอีนและเมืองมุด่ง ที่เจ้าอาวาสมาเองไม่ได้ ก็จะให้ตัวแทนถือฎีกานิมนต์มาร่วมงาน อาตมากับท่านนาวินกราบปฏิสันถารกับพระเถระทั้งหลายอย่างสนิทสนมและสนุกสนาน...


ญาติโยมกำลังเตรียมอาหารเพลเพื่อถวายพระเถรานุเถระที่มาร่วมงาน

พระผู้ใหญ่ของพม่าท่านให้ความเป็นกันเองกับผู้น้อยมาก ไม่มีการวางท่าให้เป็นที่ต้องหนักใจ หลวงพ่อเจ้าอาวาสวัดพะเตอทราบว่าอาตมาไปจากเมืองไทย จึงฝากให้ช่วยซื้อวิทยุรุ่นเก่ามากเครื่องหนึ่ง บอกยี่ห้อและราคามาเสร็จสรรพ พร้อมกับมอบเงินมาให้ ๒,๐๐๐ จั๊ต...

เมื่อทราบว่าเป็นวิทยุรุ่นคุณปู่ยังแก้ผ้าวิ่ง อาตมาก็ให้หนักใจ ท่านเจาะจงเอาเฉพาะรุ่นนั้นแบบนั้นซะด้วย โธ่พระคุณท่าน..เมืองไทยตอนนี้หาเครื่องเล่นซีดีหรือดีวีดีซะยังจะง่ายกว่า ของเก่ามันทนทานคุ้มค่า แต่เขาเลิกผลิตแล้ว ถึงมี เงินแค่นี้พอจะซื้อได้ซักซีกหรือเปล่าก็ไม่รู้..?
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg 67.jpg (97.9 KB, 535 views)
__________________
ไม่ติดในสุข ไม่กังวลในทุกข์ วางเฉยในร่างกายนี้ ปล่อยวางภาระทั้งปวง ยอมรับกฎของกรรม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย วสันต์วิษุวัต : 30-09-2010 เมื่อ 03:09
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 76 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ คิมหันต์ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า 30-09-2010, 22:08
คิมหันต์ คิมหันต์ is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 663
ได้ให้อนุโมทนา: 20,083
ได้รับอนุโมทนา 79,284 ครั้ง ใน 1,189 โพสต์
คิมหันต์ is on a distinguished road
Default

ท่านอาจารย์ใหญ่ธัมมะเสนะมาถึงเกือบเพล บ่นว่าอากาศร้อนมาก เมื่อทราบว่าอาตมามาทางเรือ ท่านบอกว่าไม่เคยไปเรือเลย คราวที่ไปหาอาตมาที่เกาะพระฤๅษีก็ไปทางรถยนต์ อาตมากราบเรียนท่านว่า ทางเรือนั่งสบายกว่า ไม่ต้องกินฝุ่นอีกด้วย เสียอย่างเดียวที่ต้องทนนั่งจนก้นระบมกว่าจะมาถึงได้...

ท่านสุโภคะมาล่า..เอ๊ย..ตรวจสอบรายชื่อ ว่าพระที่นิมนต์มีท่านใดมาบ้าง และท่านใดให้รูปอื่นมาแทน ของอาตมาท่านลงชื่อ “อูตุ๊ดัมมะ วัดนิคม” ง่ายดีเหมือนกัน พม่าใช้เสียง ต.เต่า แทน ส.เสือ และออกเสียง ธ.ธง เป็นเสียง ด.เด็ก ครึ่งหนึ่ง สุธัมมะจึงกลายเป็นตุ๊ดัมมะด้วยประการฉะนี้ ส่วนของท่านนาวิน ฉายาสัจจะญาโณของท่าน พม่าออกเสียงเป็นติสสะญาโณ ถ้าเรียกแค่ท่านติสสะ ก็กลายเป็นอีกคนไปเลย...


ฉันเพลร่วมกัน ที่สองจากซ้ายคือท่านอาจารย์ใหญ่ธัมมะเสนะ

สรงน้ำและปลงผมกันก่อน ท่านอาจารย์ใหญ่ธัมมะเสนะ (ดัมมะเตนะ) ท่านศึกษาเรื่องของสมุนไพรใบยา และธาตุต่าง ๆ ที่มีอยู่ในตัวคนอย่างลึกซึ้ง ท่านแนะนำว่า หน้าหนาวแบบนี้ถ้าจะสรงน้ำต้องสิบโมงเช้าไปแล้ว ไม่เช่นนั้นอาจจะเจ็บไข้ได้ป่วยได้ง่าย ตัวท่านเองก็ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดด้วย...

ตอนเพลนั่งฉันรวมกับท่านอาจารย์ใหญ่ ทุกท่านฉันด้วยมือทั้งนั้น มีอาตมารูปเดียวที่เล่นช้อนส้อมเต็มยศ เมื่อเสร็จจากของคาวแล้ว เขาย้ายไปฉันของหวานกันอีกที่หนึ่ง ถ้าเป็นเมืองไทยก็อดแน่ เพราะของเราถ้าลุกจากที่แล้วจะฉันอีกไม่ได้ เรื่องของความลักลั่นของพระวินัยนี้ยังมีอีกเยอะ...
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg mm0127.jpg (95.5 KB, 472 views)
__________________
ไม่ติดในสุข ไม่กังวลในทุกข์ วางเฉยในร่างกายนี้ ปล่อยวางภาระทั้งปวง ยอมรับกฎของกรรม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 05-10-2010 เมื่อ 09:16
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 77 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ คิมหันต์ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #5  
เก่า 04-10-2010, 18:30
คิมหันต์ คิมหันต์ is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 663
ได้ให้อนุโมทนา: 20,083
ได้รับอนุโมทนา 79,284 ครั้ง ใน 1,189 โพสต์
คิมหันต์ is on a distinguished road
Default

อาตมาไล่วันเดือนปีขึ้นแรมเรียบร้อยแล้ว กำหนดการทอดกฐินของเกาะพระฤๅษีในวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๔๒ นี้ เป็นวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ แล้วขออนุญาตพระเถระที่อยู่กันพร้อมหน้า ขอให้งานกฐินวัดหนองบัวเป็นวันแรม ๘ ค่ำ เดือน ๑๑ เพื่อที่อาตมาจะได้มาร่วมงานได้โดยสะดวก...

อาตมาขอเองแบบนี้มีหรือจะไม่ได้ มันมีวิธีการที่หลวงพ่อท่านสอนมา เวลาเราขออะไรแล้วผู้อื่นมีแต่จะต้องคล้อยตามอย่างเดียว ไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้ แต่วิธีการนี้ผู้ที่นำไปใช้ต้องไม่เป็นผู้ที่โลภมาก และใช้เมื่อจำเป็นเท่านั้น ดังนั้นถ้าผู้ใดตัดความโลภได้ อาตมายินดีถ่ายทอดให้ทุกเวลา...


แห่ปราสาทกฐินจากกลางหมู่บ้านไปให้พวกคุ้มมอญโมทนาและร่วมบุญด้วย

ทิ้งครูบาน้อยรับบรรดาพระเถระไปคนเดียว อาตมารีบไปดักตรงทางแยกหน้าหมู่บ้าน เพราะเสียงแห่องค์กฐินเริ่มดังใกล้เข้ามาแล้ว ครู่หนึ่งขบวนปราสาทผึ้ง ต้นสังฆทาน และต้นกฐินก็มาถึง อาตมาตามบันทึกภาพจนเขาแห่เข้าเขตบ้านมอญ จึงกลับมาที่วัด...

บ้านหนองบัวมีเขตที่เป็นกลุ่มชาวมอญล้วน ๆ อยู่กลุ่มหนึ่ง ทีแรกก็แค่เข้ามาขออาศัยทำกินด้วย ต่อมาได้แต่งงานแต่งการเกี่ยวดองเป็นญาติกันเข้า จึงกลายเป็นบ้านเดียวกันไปโดยปริยาย แต่ยังคงแยกบ้านเรือนเป็นสัดส่วนดังเดิม บางคนพูดไทยได้ แต่รุ่นเก่า ๆ จะพูดได้แต่มอญเท่านั้น...
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg mm0130.jpg (103.4 KB, 469 views)
__________________
ไม่ติดในสุข ไม่กังวลในทุกข์ วางเฉยในร่างกายนี้ ปล่อยวางภาระทั้งปวง ยอมรับกฎของกรรม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 07-10-2010 เมื่อ 13:52
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 77 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ คิมหันต์ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #6  
เก่า 06-10-2010, 17:32
คิมหันต์ คิมหันต์ is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 663
ได้ให้อนุโมทนา: 20,083
ได้รับอนุโมทนา 79,284 ครั้ง ใน 1,189 โพสต์
คิมหันต์ is on a distinguished road
Default

มีพระเถระทยอยกันมาอีกหลายรูป ล้วนแต่น่ารักเหมือนปู่เหมือนตา คุยกันไม่รู้เรื่องตีใบ้ก็ยังเอา สนุกสนานเฮฮากันอยู่รอบวงสะตุมาดุ๊ (จตุมธุ) ซึ่งเป็นของที่ฉันหลังเที่ยงไปแล้วได้โดยไม่ผิดพระวินัย ทำมาจากน้ำผึ้ง น้ำอ้อย น้ำมันงาและเนย เคี่ยวเข้าด้วยกัน รสหวานเลี่ยน ๆ พิลึก...


พระไปนั่งล้อมวงจตุมธุ ญาติโยมก็ล้อมวงพาข้าวแลงกันบ้าง

ความจริงทางพม่าเขานิยมของฉันหลังเที่ยงไปแล้วชนิดหนึ่งเรียกว่า “ละแพ็ด” ทำด้วยใบชาหมัก (เมี่ยง) ผสมกับ ถั่ว งา กุ้งแห้ง กระเทียม และมะเขือเทศ ถือเป็นของที่เป็นหน้าตาของแต่ละวัด ถ้าวัดใดถึงเครื่องถึงรสให้ฉันได้ไม่อั้น เขาก็จะกล่าวขวัญกันไปนานแสนนาน อาตมาทราบดีว่ามันผิดพระวินัยเต็มประตู เพราะถั่ว งา กุ้งแห้ง มะเขือเทศ เป็นอาหารชัด ๆ ท่านนาวินก็ทราบดีเช่นกัน ดังนั้นงานของวัดหนองบัว ครูบาน้อยจึงห้ามญาติโยมทำละแพ็ดเลี้ยงพระเป็นอันขาด เพราะเขาปรับอาบัติเท่าฉันอาหารเย็นเลยทีเดียว มีหลายท่านบ่นที่วัดนี้ไม่มีละแพ็ดให้ฉัน ท่านว่าสะตุมาดุ๊มันไม่อิ่มท้อง...
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg 77.jpg (89.6 KB, 420 views)
__________________
ไม่ติดในสุข ไม่กังวลในทุกข์ วางเฉยในร่างกายนี้ ปล่อยวางภาระทั้งปวง ยอมรับกฎของกรรม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 07-10-2010 เมื่อ 16:56
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 63 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ คิมหันต์ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #7  
เก่า 08-10-2010, 22:37
คิมหันต์ คิมหันต์ is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 663
ได้ให้อนุโมทนา: 20,083
ได้รับอนุโมทนา 79,284 ครั้ง ใน 1,189 โพสต์
คิมหันต์ is on a distinguished road
Default

ท่านนาวินนั้นบวชมาจากเมืองไทย จึงถือพระวินัยตามแบบไทย ท่านว่าเมื่อมาเป็นเจ้าอาวาสที่นี่ใหม่ ๆ มีพระรูปหนึ่งรังเกียจไม่ยอมคบหาด้วย เพราะท่านนั้นได้ทราบข่าวมาว่า พระไทยนั้นพระวินัยหย่อนยานมาก เมื่อมาพบการปฏิบัติที่เคร่งกว่าของท่านนาวินเข้า ก็ให้สงสัยเป็นกำลัง...

จนกระทั่งท่านได้มีโอกาสไปจำพรรษาที่เมืองไทย กลับมาคราวนี้มาขอคืนดีด้วย ท่านว่าสิ่งที่ท่านไปพบเห็นมากับคำเล่าลือมันตรงกันข้าม อาตมาจึงว่าเรื่องของพระวินัยนั้น ทั้งไทย มอญ พม่า ต่างก็มีที่รักพระวินัย และก็มีที่เลวจนไม่สนใจว่าพระวินัยเป็นอย่างไร..!


ห้ามไม่ทันแล้วครับ..พระเณรไปร่วมฉลองปราสาทกฐินกันหมดแล้ว..!

การจะเป็นพระหรือไม่เป็นพระนั้นอยู่ที่ศีล คือพระปาฏิโมกข์ ๒๒๗ ข้อ และอภิสมาจารเท่านั้น จะโกนหัว ห่มเหลือง ห่มกรัก ถ้าไม่รักพระวินัยก็ไม่ใช่พระ กลายเป็นปรทัตตูปชีวีเปรต คือต้องอาศัยใบบุญของญาติโยมเพื่อเลี้ยงตัวเอง พระพุทธเจ้าท่านเรียกว่าเป็นมหาโจรประเภทหนึ่ง...

ปรึกษาหารือกับบรรดาพระเถระทั้งหลาย เรื่องที่ทำอย่างไรให้พระเณรทุกรูปรักศีลของตน ตกลงกันว่าจะเริ่มตั้งแต่ตอนนี้ คือห้ามไม่ให้พระเณรเข้าไปเพ่นพ่านในหมู่บ้าน แต่ดูจะไม่ทันการณ์แล้ว เนื่องจากพระเล็กเณรน้อย พากันหายไปทางเสียงฉลองปราสาทกฐินทางบ้านมอญ จนแทบจะไม่มีเหลือ...
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg 72.jpg (104.1 KB, 403 views)
__________________
ไม่ติดในสุข ไม่กังวลในทุกข์ วางเฉยในร่างกายนี้ ปล่อยวางภาระทั้งปวง ยอมรับกฎของกรรม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 09-10-2010 เมื่อ 02:15
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 64 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ คิมหันต์ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #8  
เก่า 09-10-2010, 14:42
คิมหันต์ คิมหันต์ is offline
ทีมงานเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 663
ได้ให้อนุโมทนา: 20,083
ได้รับอนุโมทนา 79,284 ครั้ง ใน 1,189 โพสต์
คิมหันต์ is on a distinguished road
Default

ท่านอาจารย์อุตตะมะแห่งวัดสามพระยายังไม่มา ลุงทองแดงทายกวัดหนองบัว จึงนำดอกไม้ธูปเทียนมานิมนต์ท่านอาจารย์ใหญ่ธัมมะเสนะขึ้นเทศน์ฉลองกฐินแทน ญาติโยมฟังกันแน่นทั้งศาลา เนื่องจากท่านอาจารย์เป็นนักเทศน์ที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับหนึ่งของแถวนี้เลยทีเดียว...


ท่านอาจารย์ใหญ่ธัมมะเสนะเทศน์ฉลององค์กฐิน

กว่าท่านอาจารย์ใหญ่จะเทศน์เสร็จก็มืดสนิท ถึงคราวเทศน์ของหลวงตาปัณฑิตะ วัดบ้านใหม่ หลอดไฟมันดันเสีย ญาติโยมปล้ำเท่าไรก็ไม่ยอมติด เดือดร้อนถึงอาตมาต้องปีนหลังคาเอง กว่าจะแก้ได้เล่นเอาเหงื่อตก ขนาดนั้นหลวงตาปัณฑิตะยังต้องจุดเทียนช่วยจึงอ่านใบลานได้...


หลวงตาปัณฑิตะ วัดบ้านใหม่เทศน์ ต้องจุดเทียนช่วยถึงอ่านคัมภีร์ได้

หลังเทศน์แล้วมีวีดีโอฉายที่ลานวัด อาตมาไม่สนใจของพรรค์นี้อยู่แล้ว จึงเข้าจำวัดตามปกติ จับลมหายใจภาวนา ครู่เดียวประสาทหูก็ตัดขาดจากเสียงภายนอก จิตดิ่งลึกเข้าสู่องค์ภาวนาตามลำดับ สงบเยือกเย็นปราศจากการปรุงแต่งทั้งปวง ปล่อยเขาเร่าร้อนกันไปตามวิถีของตน...

คลิกเพื่ออ่านตอนต่อไป
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg 82.jpg (104.8 KB, 392 views)
ชนิดของไฟล์: jpg 75.jpg (99.6 KB, 391 views)
__________________
ไม่ติดในสุข ไม่กังวลในทุกข์ วางเฉยในร่างกายนี้ ปล่อยวางภาระทั้งปวง ยอมรับกฎของกรรม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คิมหันต์ : 11-10-2010 เมื่อ 18:45
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 69 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ คิมหันต์ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ

ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 16:26



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว