กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > เก็บตกจากบ้านอนุสาวรีย์

Notices

เก็บตกจากบ้านอนุสาวรีย์ เก็บข้อธรรมจากบ้านอนุสาวรีย์มาฝาก สำหรับผู้ที่ไม่มีโอกาสเดินทางไป

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #81  
เก่า 02-11-2009, 15:23
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,685
ได้ให้อนุโมทนา: 72,691
ได้รับอนุโมทนา 3,106,926 ครั้ง ใน 22,030 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : หลวงพ่อคะ หลวงพ่อมีแบบฝึกหัดสำหรับฝึกเลื่อนฌาณขึ้น ๆ ลง ๆ แบบง่าย ๆ ไหมคะ

ตอบ : เอาอย่างนี้สิ ถ้าจับภาพพระคล่อง ก็กำหนดภาพพระขึ้น ๔ องค์ แต่ละองค์ความสว่างอยู่คนละระดับกัน แล้วก็เลื่อนขึ้นเลื่อนลงตามระดับนั้น

อย่างเช่นว่า องค์นี้เป็นพระแก้วใสตามปกติ องค์นี้เป็นพระแก้วใสมีความสว่างเท่านี้ องค์นี้สว่างเท่านี้ องค์นี้สว่างเท่านี้ แล้วก็กำหนดใจเลื่อนขึ้นลง จะไปทางไหนก็ไป กำลังใจของเราถ้าจับภาพพระในแต่ละระดับ จะเห็นชัดว่าภาพพระท่านจะแจ่มใสชัดเจนแค่ไหนมันเป็นไปตามระดับของสมาธิของเรา ก็จะซ้อมได้ เห็นพร้อมกันได้แต่ให้เลื่อน จับจดจ่อเฉพาะแต่ละองค์
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 119 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #82  
เก่า 02-11-2009, 15:25
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,685
ได้ให้อนุโมทนา: 72,691
ได้รับอนุโมทนา 3,106,926 ครั้ง ใน 22,030 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ถ้าเวทนาตอนบาดเจ็บหรือตายมันสาหัส จะทำอย่างไรถึงจะฝึกฝนมันได้
ตอบ : อยู่กับลมหายใจเข้าออกอย่างเดียว ถ้าอานาปานสติทรงตัว จิตกับกายจะแยกเป็นคนละส่วนกัน ในเมื่อจิตกับกายเป็นคนละส่วนกัน จิตส่วนจิตกายส่วนกาย มันไม่ไปรับรู้อาการทางกายเจ็บก็เหมือนกับไม่เจ็บ

ถาม : บางคนก็บอก เฮ้ย กูถึงฌาน ๒ ฌาน ๓ ฌาน ๔
ตอบ : ไม่เป็นไร ฌานไหนก็ได้ สภาพความเป็นจริงจะบอกเองว่าถึงจริงหรือเปล่า ถึงเวลาเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมาก็จะรู้ว่าถึงจริงไหม
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 119 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #83  
เก่า 02-11-2009, 15:36
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,685
ได้ให้อนุโมทนา: 72,691
ได้รับอนุโมทนา 3,106,926 ครั้ง ใน 22,030 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ถ้าคิดถึงนิพพานตอนหลับบ่อย ๆ แล้วตอนตายจะไปได้หรือไม่
ตอบ : ถ้าคิดถึงอย่างเดียวชาตินี้ก็ไปไหนไม่ได้หรอกจ้ะ การที่เราจะคิดถึงนิพพานไม่ใช่คิดถึงเฉย ๆ แต่มันต้องรู้เห็นว่าร่างกายนี้โลกนี้ หรือสรรพสิ่งทุกอย่างมันเกิดขึ้นตั้งอยู่และดับไป ในเมื่อมันหาความเที่ยงแท้แน่นอนเป็นแก่นสารไม่ได้ สิ่งที่จะเที่ยงแท้แน่นอนจะมีได้ก็คือพระนิพพานเท่านั้น แล้วหลังจากนั้นก็ภาวนาเอาใจเกาะความรู้สึกนั้นจนกระทั่งหลับไป ถ้าใจมันไม่เกาะร่างกายจริง ๆ เพราะเห็นว่ามันไม่ใช่เราไม่ใช่ของเรา...ก็จะไปได้ แต่ถ้าเกาะแม้แต่น้อยหนึ่งก็ไปได้แค่กำลังของตัวในตอนนั้น
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 117 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #84  
เก่า 03-11-2009, 16:22
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,685
ได้ให้อนุโมทนา: 72,691
ได้รับอนุโมทนา 3,106,926 ครั้ง ใน 22,030 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ได้ยินไม่ชัด
ตอบ : สติ สมาธิ ปัญญา ๓ อย่าง สติก็คือการรู้อยู่กับปัจจุบัน สมาธิถ้ามีเวลาตามดูลมหายใจเข้าออก ดูให้จริง ๆ จัง ๆ หน่อย ถ้าสติกับสมาธิทรงตัว ปัญญามันจะเกิด มันจะตามรู้เท่าทัน

ถาม : อยู่ในปัจจุบัน
ตอบ : อยู่ในปัจจุบันถูกแล้ว แต่ว่าปัจจุบันของเราให้เป็นปัจจุบันที่อยู่กับลมหายใจ ลมหายใจเข้าตามรู้ไป ลมหายใจออกตามรู้ไป ถ้าคิดถึงเรื่องอื่นเมื่อไหร่ ดึงกลับมาตรงนี้ มันจะสร้างกำลังให้มากขึ้นเรื่อย ๆ พอกำลังมันมากขึ้น มันก็จะหนุนส่งให้ปัญญาของเรามีความแหลมคมมากขึ้น ชัดเจนมากขึ้นก็จะสามารถรู้เห็นเรื่องทั้งหลายเหล่านั้นได้

ถาม : (ได้ยินไม่ชัด)
ตอบ : ปัจจุบันในลักษณะนั้นมันต้องดูด้วยว่า เราจะเอาปัจจุบันตรงไหน ความรู้สึกมันสามารถแบ่งออกได้ ถ้าหากว่าเรารักที่จะอยู่ตรงความสงบตรงหน้าของเรา ก็เอาปัจจุบันกับลมหายใจมากหน่อย อย่างเช่นว่าสัก ๘๐% ส่วนการรับรู้อย่างอื่นก็เหลือสัก ๒๐% แต่ถ้าหากว่าต้องการปฏิสัมพันธ์หรือว่าทำหน้าที่การงานชิ้นนั้นให้เสร็จลงให้ได้ เราก็ไปอยู่กับงาน ๘๐% แต่ว่าอยู่กับลมหายใจสัก ๒๐% มันจะเป็นการรู้ปัจจุบัน ๒ อย่างด้วยกันคือ
รู้ภายในกับรู้ภายนอก ถ้าสามารถทำรู้พร้อมกันอย่างนี้ได้แล้วก็ต่อไปทุกอย่างจะง่าย แต่ถ้าหากว่าเรารู้อย่างเดียว ออกมาข้างนอกเมื่อไหร่ทิ้งข้างใน หรือว่าเข้าไปข้างในเมื่อไหร่ทิ้งข้างนอก อย่างนั้นโอกาสก้าวหน้าจะมีน้อย

ลองไปซ้อมทำดูนะ จริง ๆ แล้วไม่ยากหรอก เพียงแต่ว่าถ้าเราไม่เคยฟังดูแล้วอาจจะงง ๆ แต่ถ้าลองทำดูแล้วไม่ยากหรอก มันแบ่งแค่ภายนอกกับภายในเป็น ๒ ส่วนเท่านั้นเอง แล้วก็รู้พร้อม ๆ กันเพียงแต่ว่าส่วนไหนถ้าหากว่าจำเป็นจะต้องทำงานก็รับรู้ส่วนนั้นมากกว่า
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 113 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 20:26



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว