กระดานสนทนาวัดท่าขนุน

กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > เก็บตกจากบ้านเติมบุญ

Notices

เก็บตกจากบ้านเติมบุญ เก็บข้อธรรมจากบ้านเติมบุญมาฝาก สำหรับผู้ที่ไม่มีโอกาสเดินทางไป

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #61  
เก่า 13-08-2019, 19:26
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 21,332
ได้ให้อนุโมทนา: 82,834
ได้รับอนุโมทนา 3,478,315 ครั้ง ใน 24,760 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"งวดนี้ในงานพุทธาภิเษก แต่ละท่านที่ไปมีความก้าวหน้าทั้งนั้น เพราะว่าหลวงพ่อพระเทพวิสุทธิโสภณ วัดราชคฤห์วรวิหารไม่ได้เลื่อนสมณศักดิ์ แต่ว่าได้เลื่อนตำแหน่งเป็นรักษาการเจ้าคณะภาค ๒ พระมหาฐิติวัตร เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดชัยนาท เป็นพระครูวิธานสุตาภิรมย์ พระครูปลัดวิชัย วัดหัวเด่น ได้รับพระราชทานตั้งเป็นพระครูโกวิทชัยกิจ

คำว่า ชัย มาจากชัยนาท ส่วนของอาตมานี่เขาเรียกว่ารับพระราชทานเลื่อน จำได้แต่ของมหาฐิติวัตรเพราะแซวกันว่า วิธานสุตะ แปลว่า ให้คุณพยายามเรียนให้เยอะเข้าไว้ จะเรียนอะไรอีกเพราะว่าท่านจบด็อกเตอร์แล้ว"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 13-08-2019 เมื่อ 20:29
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 126 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #62  
เก่า 13-08-2019, 19:36
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 21,332
ได้ให้อนุโมทนา: 82,834
ได้รับอนุโมทนา 3,478,315 ครั้ง ใน 24,760 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "อาตมาเอางานที่ตัวเองทำลงไลน์ โดยเฉพาะไลน์กลุ่มศูนย์ประสานงานเจ้าสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดแห่งประเทศไทย ก็มีบางท่านในกลุ่มตำหนิว่า การพุทธาภิเษกวัตถุมงคลไม่ใช่เรื่องของพระพุทธศาสนา ทำให้บุคคลยึดติด พูดง่าย ๆ ก็คือท่านจะให้สอนแต่ธรรมะอย่างเดียว

อาตมาเองก็ได้แต่คิดว่า พระคุณท่านไม่ได้มองสภาพความเป็นจริง ถ้าตามหลักความเป็นจริงแล้ว พระพุทธศาสนาเหมือนกับสามเหลี่ยมด้านเท่าหรือสามเหลี่ยมพีรามิด ฐานใหญ่สุดคือเรื่องราวเกี่ยวกับพิธีกรรม ซึ่งก็รวมพวกวัตถุมงคลเครื่องรางของขลังเข้าไปด้วย ส่วนกลางก็คือเรื่องของทานกับศีล ช่วงปลายหน่อยเดียวนั่นคือเรื่องของธรรมะ

ในเมื่อไม่ได้มองบริบทของสังคมของเรา แล้วหวังจะเอาธรรมะบริสุทธิ์อย่างเดียว อยากจะเรียนถามท่านเหลือเกินว่า "คนเข้าร้านเพชรกับคนเข้าร้านสะดวกซื้อ ใครเยอะกว่า ?" กำลังใจเขาอยู่ในระดับเข้าแค่ร้านสะดวกซื้อ เราจะไปบังคับให้เขาเข้าร้านเพชรย่อมเป็นไปไม่ได้ ไม่ว่าแต่นักวิชาการที่หลงประเด็น แม้กระทั่งพระเราก็หลงประเด็น ต้องบอกว่าฝันเฟื่องอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์ ไม่ยอมออกมาเสียที

การใช้วัตถุมงคลเป็นฐานในการโยงให้เขาเข้าหาทาน ศีล ภาวนา เพราะว่าการใช้วัตถุมงคลก็ต้องมีการอาราธนา มีการใช้คาถากำกับ เท่ากับบังคับเขาอยู่แล้วว่าต้องภาวนา แล้ววัตถุมงคลสายหลวงปู่ปาน วัดบางนมโค ก็บังคับว่าต้องรักษาศีลอย่างน้อย ๒ ข้อ ก็คือห้ามลักขโมยกับห้ามกินเหล้า เป็นต้น โบราณาจารย์ท่านฉลาดจึงค่อย ๆ จูงเด็กให้เดิน

ส่วนบรรดานักวิชาการและพระของเราจำนวนหนึ่งหลงประเด็น คิดว่าต้องความบริสุทธิ์โดยส่วนเดียวถึงจะเป็นสิ่งที่ใช่ ถ้าเป็นลักษณะอย่างนั้นก็ต้องบอกว่าท่านหลงทางไปไกลมาก ถ้าท่านเน้นในลักษณะอย่างนั้น พระพุทธศาสนาของเราจะอยู่ไม่ได้ ถ้าจะเน้นก็ต้องเน้นปรับแบบลักษณะของพระพุทธเจ้าแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ ก็คือกำหนดหลักการวิธีการว่า ถ้าหากว่าพระสงฆ์ของเราออกไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาจะต้องทำอย่างไร"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 14-08-2019 เมื่อ 08:41
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 126 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #63  
เก่า 13-08-2019, 19:38
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 21,332
ได้ให้อนุโมทนา: 82,834
ได้รับอนุโมทนา 3,478,315 ครั้ง ใน 24,760 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"เพราะฉะนั้น..ถ้าเป็นไปได้ เจ้าคณะปกครองก็ควรที่จะลงมากำหนดนโยบายตรงจุดนี้ อย่างเช่นว่าห้ามทำเครื่องรางของขลังที่เน้นออกไปทางด้านสายเสน่ห์ หรือไม่ก็ที่ศาสนาอื่นเขาทำกัน ถ้าทำก็ให้เน้นเป็นรูป พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เหล่านี้เป็นต้น ถามว่ารูปพระธรรมมีหรือ ? ก็มี...ธรรมจักรก็ได้ คัมภีร์เทศน์ก็ได้ หรือไม่ก็ทำเป็นแบบอย่างหลวงพ่อกวย ท่านทำวัตถุมงคลข้างหลังมีอักขระ สัพพะปาปัสสะ อะกะระณัง เว้นจากความชั่วทั้งปวง ธรรมะชัด ๆ เลย

ถ้าหากว่าทำลักษณะอย่างนี้ พระเราก็จะได้มีแนวทางในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่เป็นไปในแนวทางเดียวกัน ถ้าใครออกนอกแนวแล้วค่อยไปเฉ่งกัน อาตมาเองก็เข้าใจว่าท่านที่ตำหนิมาในกลุ่มไลน์ จริง ๆ แล้วท่านก็อยากจะทำแบบอาตมา เพียงแต่ว่าบุคคลไม่ยอมรับ กลายเป็นว่าพระอาจารย์เล็กออกงานพุทธาภิเษกเป็นว่าเล่น แต่ท่านไม่เคยได้ไปเลย กำลังใจก็เลยไม่ได้ประกอบไปด้วยมุทิตาจิต ตำหนิมาในลักษณะเหยียบคนอื่นลง ยกตนเองขึ้น แต่ไม่ได้บอกวิธีว่าต้องแก้ไขอย่างไร อย่างนี้อาตมาถือว่าตีหัวเข้าบ้าน ไม่ใช่นักเลงจริง..!"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 14-08-2019 เมื่อ 09:20
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 125 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #64  
เก่า 13-08-2019, 19:44
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 21,332
ได้ให้อนุโมทนา: 82,834
ได้รับอนุโมทนา 3,478,315 ครั้ง ใน 24,760 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "พลตำรวจโทนายแพทย์สมศักดิ์ สืบสงวน พวกเราเรียก ลุงหมอบ้าง อาหมอบ้าง อาตมาก็เรียก คุณหมอ เจอหน้ากันทีไรท่านไม่ยอมให้ไปไหนหรอก...ชวนคุย เพราะว่าคุยกับคนอื่นแล้วท่านเหนื่อย คนอื่นตามท่านไม่ทัน

คุณหมอสมศักดิ์เป็นลูกศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุงรุ่นแรก ๆ ปฏิบัติธรรมได้ละเอียดและลึกซึ้งมาก ก็เลยเกิดอาการหาคนคุยด้วยยาก แต่ว่าช่วงหลังท่านก็ ๘๐ กว่าปีแล้ว สภาพร่างกายไม่อำนวยเหมือนก่อนนี้ จึงไปวัดน้อยลง ได้พบกับลูกหลานน้อยลง ไม่อย่างนั้นช่วงก่อนทุกต้นเดือนท่านจะอยู่ที่บ้านสายลม ลูก ๆ หลาน ๆ ติดขัดหลักธรรมตรงไหนให้ไปถามได้"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 13-08-2019 เมื่อ 20:35
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 132 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #65  
เก่า 13-08-2019, 19:46
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 21,332
ได้ให้อนุโมทนา: 82,834
ได้รับอนุโมทนา 3,478,315 ครั้ง ใน 24,760 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เด็กเดินผ่านผู้ใหญ่แล้วไม่ก้มหลัง "เขารุ่นใหม่ไปหน่อย รุ่นอาตมาเดินผ่านนี่ต้องก้ม เพราะฉะนั้น..ดีใจว่าคุณยังสาวอยู่ รุ่นแก่ ๆ เลข ๖ ขึ้นอย่างอาตมานี่ต้องก้มทุกคนแหละ บางทีผู้ใหญ่เขาประเภทดุว่า “เดินผ่านไม่รู้จักก้ม เดี๋ยวแม่ตีหลังหักเลย..!” สมัยโน้นเขาตำหนิในเรื่องการยืนค้ำผู้ใหญ่ เดินผ่านผู้ใหญ่ไม่รู้จักก้ม ไม่รู้จักขอโทษขออภัย โดนหมด

ครูบาอาจารย์ก็บังคับบอกว่า เดี๋ยวเอาสมบัติผู้ดีไปต้มกินซะ สมัยโน้นเขาบังคับให้ท่อง "สมบัติผู้ดีมีข้อ กล่าวย่อพอยกหยิบอ้าง ภาคหนึ่งระวังท่าทาง รู้วางไว้ตัวชั่วดี ภาคสองสำรวมนิสัย มิให้เสื่อมเสียราศี ภาคสามน้อมกายวจี ท่วงทีคารวะผู้ควร ภาคสี่มีกริยา วาจาน่ารักเสสรวล ภาคห้ากว้างขวางทางชวน ชักมวลหมู่เพื่อนนิยม ฯลฯ" รุ่นหลังไม่โดนบังคับให้ท่อง เพราะฉะนั้น..ก็ต้องไปต้มกิน..!"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 13-08-2019 เมื่อ 20:37
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 130 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #66  
เก่า 15-08-2019, 21:03
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 21,332
ได้ให้อนุโมทนา: 82,834
ได้รับอนุโมทนา 3,478,315 ครั้ง ใน 24,760 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "ประมาณกลางเดือนที่ผ่านมา กรรมการวัดท่านหนึ่งคือป้าโอ่งตาย ต้องบอกว่าตายแบบสบาย ก็คือหัวใจล้มเหลวพับลงไปเฉย ๆ ไม่ได้เจ็บไม่ได้ปวดอะไร ด้วยความที่แกเป็นกรรมการวัดท่าขนุน อาตมาก็รับเป็นเจ้าภาพสวดศพให้ ๖ วัน แล้วก็จัดงานฌาปนกิจให้ในวันที่ ๗

ทุกคนโดยเฉพาะแม่อ้วน แม่ของป้าโอ่ง ป้าโอ่งอายุ ๖๑ ปี ลองนึกดูว่าแม่ของป้าแกอายุเท่าไร ? ยายอ้วนบอกว่า “อีโอ่งมีบุญ หลวงพ่อจัดงานให้มันทุกอย่างเลย” ก็เลยถามว่า "ยายอยากมีบุญไหม ?" “ไม่อยาก” เป็นเรื่องที่เห็นได้ชัดว่า แม้แต่ในสิ่งที่คนเห็นว่าเป็นความดี แต่ถ้าตัวเองมีความกลัวอยู่ คือยังกลัวตาย ก็จะปฏิเสธ ทั้ง ๆ ที่สิ่งทั้งหลายเหล่านี้เป็นความเป็นจริงในชีวิต

ป้าโอ่งอายุ ๖๑ ปี ยายอ้วนอายุจะ ๙๐ ปีอยู่แล้ว ยังกลัวตายอยู่อีก ทั้ง ๆ ที่เห็นอยู่ว่าความตายเป็นธรรมดา ตลอด ๖ วันพระก็ผลัดกันแสดงธรรมให้ฟัง อาตมาก็นิมนต์พระวัดอื่นผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาสวดพระอภิธรรมบ้าง สวดพระสหัสสนัยบ้าง สวดมาติกาบ้าง พยายามแปลบาลีเป็นไทยให้ฟัง ก็ยังคงกลัวอยู่ดี ดังนั้น...ที่เขาบอกว่า คนเราถ้าเลิกกลัวตายก็จะเลิกกลัวทุกอย่าง เป็นเรื่องจริง"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 16-08-2019 เมื่อ 01:46
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 113 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #67  
เก่า 15-08-2019, 21:05
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 21,332
ได้ให้อนุโมทนา: 82,834
ได้รับอนุโมทนา 3,478,315 ครั้ง ใน 24,760 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"ส่วนอีกเรื่องหนึ่ง ช่วงประมาณอาทิตย์หนึ่งที่ผ่านมา อาตมาออกบิณฑบาตตามปกติ พอเดินผ่านทางวังลังกา มีกลุ่มคนใส่บาตรที่ผิดปกติ คำว่าผิดปกติคือไม่เคยใส่ มาดักรอกันอยู่ ๔๐-๕๐ คน ปรากฏว่าเป็นคู่บ่าวสาวกับญาติ ๆ ช่วยกันใส่บาตร พระทั้งแถวได้ขนมหม้อแกงมารูปละ ๑ ถาด ต้องใช้รถมาขนกลับ เพราะว่าช่วงนี้พระวัดท่าขนุนถ้าเดินแถวสายนั้น สูงสุดจะอยู่ที่ ๒๘ รูป แล้วถ้าหากว่าไปเรียนบ้างอะไรบ้าง ต่ำสุดจะอยู่ที่ประมาณ ๑๕ รูป

วันนั้นพอดีอยู่กันพร้อมหน้า รับขนมหม้อแกงไปแบบต้องเอารถมาขนกลับ พอดีว่ามีการปฏิบัติธรรมของพระใหม่ประจำปีนี้อยู่ อาตมาก็เลยเอาไปเลี้ยงพระใหม่ พระใหม่ ๘๗ รูป รวมพี่เลี้ยงกับพระเวรประจำวันก็ราว ๆ ๑๒๐ รูป น่าจะเฉลี่ยกันได้ซักประมาณ ๔ รูปต่อ ๑ ถาด"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : เมื่อวานนี้ เมื่อ 07:45
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 108 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #68  
เก่า 15-08-2019, 21:07
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 21,332
ได้ให้อนุโมทนา: 82,834
ได้รับอนุโมทนา 3,478,315 ครั้ง ใน 24,760 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"ส่วนที่จะพูดไม่ใช่เรื่องนี้ ส่วนที่พูดก็คือว่าหนุ่มสาวเขาปลื้มใจมาก ญาติ ๆ ก็ยิ้มแย้มแจ่มใส แย่งกันเชียร์ให้สาวจับทัพพีสูง ๆ เข้าไว้ หนุ่มก็พยายามที่จะแย่งจับ เพราะเขาถือว่าใครจับข้างบนคนนั้นจะเป็นผู้มีอำนาจในบ้าน โบราณเขาเชื่อกันมาอย่างนั้น

อาตมาเห็นแล้วเกิดความรู้สึกสลดใจว่า เขากำลังหาความทุกข์ใส่ตัว แต่เขากลับรู้สึกปลื้มใจมาก ก็คือตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปคุณไม่ใช่ตัวคนเดียวแล้ว ฝ่ายผู้ชายก็มีภรรยา ฝ่ายผู้หญิงก็มีสามี ลองไปนึกถึงตอนอยู่ตัวคนเดียว ถ้าเล่น LINE ติดพันจะไม่กินข้าวก็ได้ ถ้ายิ่งติดพันมากไม่อาบน้ำก็ยังไหว ตอนนี้ลองไปทำอย่างนั้นดูว่าจะโดนถีบตกเตียงไหม ? เพราะว่าจากขันธ์ ๕ ร่างกายตัวเอง เป็นขันธ์ ๑๐ ก็คือคู่ของตัวเองอีก ความลำบากเพิ่มขึ้นมาเท่าตัวหนึ่ง

ก่อนหน้านี้เราไม่กินก็ได้ แต่ตอนนี้ถ้าเขาจะกินเราต้องหามาให้เขา ก่อนหน้านี้เราไม่อาบน้ำก็ได้ นอนดึกแค่ไหนก็ได้ ตอนนี้ไม่ได้ ต้องคิดเผื่อเขา ทำเผื่อเขา แล้วถ้ายิ่งมีลูกเข้ามาก็ยิ่งลำบากหนักเข้าไปอีก ต้องช่วยกันเลี้ยงลูกกว่าจะโต ของพวกนี้เป็นความทุกข์มาก แต่เขาเห็นเป็นความสุข เห็นเป็นเรื่องที่น่าปีติยินดี

สิ่งเหล่านี้บาลีเขาเรียกว่า วิปลาส วิปลาสนี้เรามักคิดว่าบ้า บาลีเขาแปลว่า ผิดไปจากปกติ ต่างไปจากปกติ เพราะคำว่า วิ เป็นอุปสรรค คือคำนำหน้า แปลได้ความหมายว่า วิเศษ แจ่มแจ้ง แตกต่าง ในที่นี้คือต่างไปจากปกติ"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 16-08-2019 เมื่อ 01:50
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 106 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #69  
เก่า 15-08-2019, 21:11
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 21,332
ได้ให้อนุโมทนา: 82,834
ได้รับอนุโมทนา 3,478,315 ครั้ง ใน 24,760 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"อันนี้เขาเรียกว่า ทิฏฐิวิปลาส คือ มีความเห็นต่างไปจากปกติ ไปเห็นว่าความทุกข์เป็นความสุข เพราะว่าปัญญาไม่ถึง ก็เลยโดนกิเลสหลอก

อาตมาเดินบิณฑบาตไปก็พิจารณาไปเรื่อยว่า โลกเราโดนหลอกลักษณะนี้มากต่อมากด้วยกัน เราถึงได้เวียนว่ายตายเกิดทุกข์กันอยู่ไม่รู้จบ เขาบอกว่าขอเวลาอีกไม่นาน เราก็ให้เขามา ๕ ปี เกี่ยวกันหรือเปล่า ? ไม่เกี่ยวสินะ..!

เรื่องพวกนี้ถ้ารู้จักคิด รู้จักพิจารณา คนมีคู่จะเข้าถึงธรรมได้เร็วกว่า เพราะว่าเห็นทุกข์ชัดเจนกว่า อย่างคู่ของปิปผลิมาณพและนางภัททกาปิลานี พ่อแม่ให้แต่ง ไม่กล้าปฏิเสธก็ยอมแต่ง แต่นอนหันหลังให้กัน เอาพวงมาลัยคั่นกลางไว้ ถ้าพวงมาลัยด้านไหนเหี่ยวแปลว่าคนนั้นเกิดจิตกำหนัด ไฟราคะเผาจนพวงมาลัยเหี่ยว ก็จะได้แก้ไขกำลังใจของตัวเองใหม่

ปกติอย่างพวกเรานี่อยู่คนละที่ก็ยังตะกายไปหากัน อันนั้นท่านนอนอยู่เตียงเดียวกัน หันหลังให้กัน แล้วอยู่มาได้ด้วย รอจนพ่อแม่ตายหมด ตัวเองเป็นใหญ่ในบ้าน ปิปผลิมาณพก็บอกนางภัททกาปิลานีว่า “น้องหญิง..เธอจงรับทรัพย์สมบัติทั้งหมดไป ส่วนเราจะออกบวช” นางภัททกาปิลานีก็บอกว่า “สมบัติทั้งหลายประดุจก้อนน้ำลายที่ท่านถ่มทิ้งแล้ว เรื่องอะไรเราจะรับไว้ เราก็จะบวชบ้าง” ต่างคนก็ต่างโกนหัว นุ่งผ้ากาสาวพัสตร์ อธิษฐานว่า ในโลกนี้ถ้ามีพระอรหันต์อยู่ ขอบวชอุทิศเพื่อพระอรหันต์พระองค์นั้น แล้วเสร็จแล้วก็เดินทางออกมาจากบ้านไป ใครอยากได้ทรัพย์สินก็ไปขนกันเอาเอง"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 16-08-2019 เมื่อ 12:09
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 106 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #70  
เก่า 15-08-2019, 21:30
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 21,332
ได้ให้อนุโมทนา: 82,834
ได้รับอนุโมทนา 3,478,315 ครั้ง ใน 24,760 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"จนกระทั่งไปถึงทางสามแยก ทั้งสองก็บอกแก่กันว่า “ตอนนี้เราถือเพศเป็นนักบวชแล้ว ผู้หญิงกับผู้ชายถ้ายังไปด้วยกัน จะเป็นที่ครหานินทาของผู้คน ดังนั้น..เราแยกกันเถอะ” นางภัททกาปิลานีก็เลี้ยวซ้าย พระมหากัสสปะก็เลี้ยวขวา

นางภัททกาปิลานีไปเจอสำนักภิกษุณี บวชแล้วปฏิบัติธรรมจนกลายเป็นพระอรหันต์ ส่วนพระมหากัสสปะนั้น พระพุทธเจ้าเสด็จมารับกลางทาง ประทานโอวาทให้ ๓ ข้อก็คือ ๑. ดูก่อนกัสสปะ...เธอจงตั้งอยู่ในความเกรงใจในเหล่าภิกษุทั้งหลาย ทั้งที่เป็นผู้ใหม่ ผู้ปานกลาง และผู้เก่าอย่างแรงกล้า ก็คือต้องรู้จักอ่อนน้อมถ่อมตนและละทิฐิมานะของตัวเอง

๒. ดูก่อนกัสสปะ...เมื่อเธอฟังธรรม จงเงี่ยหูฟังและตั้งใจพิจารณาในเนื้อความ คือฟังแล้วต้องคิด คิดแล้วจะได้นำไปปฏิบัติด้วย

๓. ดูก่อนกัสสปะ...เธอจงอย่าละสติที่ไปในกาย ก็คือกายคตาสติ ให้เห็นชัดเจนว่าร่างกายนี้ไม่มีความดีอะไร เราสักแต่ว่าอาศัยอยู่เท่านั้น

พระมหากัสสปะจึงบวชด้วยวิธีพิลึกพิลั่นที่สุด ก็คือเรียกว่าบวชโดยการรับโอวาท ๓ ข้อ เพราะว่าท่านโกนหัวห่มจีวรมาแล้ว ท้ายสุดท่านก็บรรลุมรรคผล เป็นผู้นำในการทำสังคายนาพระธรรมวินัยครั้งที่ ๑ จนกระทั่งทางมหายานถือว่าท่านเป็นพระสังฆราชรูปแรก"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 16-08-2019 เมื่อ 01:54
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 107 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #71  
เก่า 15-08-2019, 21:42
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 21,332
ได้ให้อนุโมทนา: 82,834
ได้รับอนุโมทนา 3,478,315 ครั้ง ใน 24,760 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"คราวนี้สิ่งที่ปิปผลิมาณพหรือพระมหากัสสปะกับนางภัททกาปิลานีมองเห็น คนส่วนใหญ่ในโลกนี้มองไม่เห็น ท่านหลุดพ้นเป็นพระอรหันต์ พวกเราไม่หลุดพ้นเพราะว่าเรามองไม่เห็นทุกข์เห็นโทษ ไม่เกิดความเบื่อหน่ายอย่างท่าน

อาตมาเองพอเห็นคู่บ่าวสาวคู่นั้นแล้วคิดว่า ธรรมดาของโลกเป็นอย่างนี้ เขาเห็นความทุกข์เป็นความสุข เห็นความไม่เที่ยงเป็นความเที่ยง เห็นความไม่ใช่ตัวตนเป็นตัวตน ก็เลยเดินบิณฑบาตไปปลงอนิจจังไป ยังคงเป็นภาระที่เราต้องเหนื่อยอีกมาก กว่าที่จะชี้แจงให้เขาเห็นแบบเดียวกันได้

ไปนึกถึงที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้แล้ว ทรงเกิดความขวนขวายน้อย ไม่อยากจะแสดงธรรม เพราะเห็นว่าหลักธรรมนี้ลึกซึ้งมาก ยากที่ปุถุชนจะเข้าถึงได้ (ปุถุชนคำนี้แปลว่าผู้หนาด้วยกิเลส) ท้าวสหัมบดีพรหมพอทราบดำริก็ตกใจว่า มนุษย์โลกทั้งหลายจะฉิบหายจากความดีเสียแล้ว จึงลงมากราบทูลอาราธนาให้พระพุทธเจ้าแสดงธรรม โดยใช้คำว่า สัตว์โลกที่ธุลีในดวงตาน้อยนั้นมีอยู่ อาจรู้ทั่วถึงธรรมของพระองค์ได้ ขอให้พระองค์ได้โปรดแสดงธรรมเถิดพระเจ้าข้า

พระพุทธเจ้าถึงได้รับอาราธนา แล้วก็ตรัสสอนสัตว์โลกมาตลอด ๔๕ ปีเต็มจนปรินิพพาน เพราะฉะนั้น...ส่วนใหญ่คำว่า วิปลาส ที่แปลว่าเห็นผิดไปจากความจริง มีทิฏฐิวิปลาส...เห็นผิด จิตวิปลาส...คิดผิด จิตวิปลาสนี่เราถือว่าบ้าแน่ ๆ ในบาลีมีความหมายแค่คิดผิด คิดเห็นว่าสิ่งนี้เป็นความสุข คิดเห็นว่าสิ่งนี้เที่ยงแท้"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 16-08-2019 เมื่อ 01:56
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 100 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #72  
เก่า 15-08-2019, 22:01
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 21,332
ได้ให้อนุโมทนา: 82,834
ได้รับอนุโมทนา 3,478,315 ครั้ง ใน 24,760 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ถ้าหากว่ามีคนเขาฝากเรามาทำบุญ แต่เราลืมไปแล้วว่าทำบุญอะไร ทำอย่างไรดีครับ ?
ตอบ : พยายามหาให้เจอว่าเขาฝากให้ทำบุญอะไร ไม่อย่างนั้นแล้วซวยแน่..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 16-08-2019 เมื่อ 01:57
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 97 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 13 คน ( เป็นสมาชิก 2 คน และ บุคคลทั่วไป 11 คน )
คำรณ พรหมจักร์, ภีม
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 00:27



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว