กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > เก็บตกจากบ้านอนุสาวรีย์

Notices

เก็บตกจากบ้านอนุสาวรีย์ เก็บข้อธรรมจากบ้านอนุสาวรีย์มาฝาก สำหรับผู้ที่ไม่มีโอกาสเดินทางไป

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 08-06-2010, 16:06
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,227
ได้ให้อนุโมทนา: 76,110
ได้รับอนุโมทนา 3,196,815 ครั้ง ใน 22,605 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default เก็บตกบ้านอนุสาวรีย์ ต้นเดือนมิถุนายน ๒๕๕๓

ถาม : ถ้าเราถือศีลแปด ตอนเย็นเราสามารถกินน้ำมันได้ไหมคะ อย่างพวกวิตามิน น้ำมันรำข้าว น้ำมันตับปลา?
ตอบ : นั่นมันเป็นวิตามิน..แต่ถ้ายังเป็นน้ำมันอยู่..กินได้ พระพุทธเจ้าท่านอนุญาต สปฺปิ นวนีตํ เตลํ มธุ ผาณิตํ ก็คือ เนยใส เนยข้น น้ำมัน น้ำผึ้ง น้ำอ้อย
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 09-06-2010 เมื่อ 02:21
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 195 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 08-06-2010, 16:08
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,227
ได้ให้อนุโมทนา: 76,110
ได้รับอนุโมทนา 3,196,815 ครั้ง ใน 22,605 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"งานทุกอย่างถ้าไม่มีสมาธิ ไม่มีทางประสบความสำเร็จหรอก แม้กระทั่งในการต่อสู้ ใครก็ตามที่สามารถรักษาสติสัมปชัญญะและสมาธิเอาไว้ได้ โอกาสชนะจะมีมากกว่า"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 09-06-2010 เมื่อ 02:21
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 193 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 08-06-2010, 16:41
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,227
ได้ให้อนุโมทนา: 76,110
ได้รับอนุโมทนา 3,196,815 ครั้ง ใน 22,605 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวถึงการเดินทางไปที่บึงลับแลในช่วงที่ผ่านมา แล้วสอนว่า "พอคนเราเหนื่อยมาก ๆ เหนื่อยแทบปางตาย ส่วนใหญ่จะลืมความดีหมด ไปนึกอยู่แต่อาการเฉพาะหน้าของตัวเอง ลักษณะอย่างนั้นถ้าตายไปโอกาสจะไปดีนั้นมีน้อย ต้องเกาะความดีได้ทุกเวลา ไม่ใช่พอถึงเวลาหอบแฮ่ก ๆ แล้วก็นึกถึงแต่ความเหนื่อย

ไม่ว่าสถานการณ์ไหน จะต้องจับภาพพระหรือคำภาวนาตลอด จะเห็นได้ว่าอาตมาหิ้วข้าวของเข้าไปให้พวกเราได้ ไม่เห็นมีอะไร..แค่น้ำแข็งกระติกเดียว ภาวนาคาถาเงินล้านครบหนึ่งจบก็เปลี่ยนมือที่ถือกระติกเป็นอีกข้างหนึ่ง ใช้วัดตัวเองได้ด้วย นอกจากไม่เมื่อยแล้วยังได้สมาธิภาวนาอีกต่างหาก

อาตมาไปในลักษณะที่คนอื่นเห็นว่าช้าแต่ไปเร็ว ลักษณะอย่างนั้นนี่ต้องซ้อมให้ชิน พอชินกับการภาวนา ชินกับการเดินแล้ว ก้าวแรกกับก้าวสุดท้ายของเราจะก้าวยาวเท่ากัน กำลังใจตั้งแต่ต้นทางและปลายทางจะทรงตัวเท่ากัน

ตอนที่อยู่ที่เกาะพระฤๅษีปีแรก ไปเดินบิณฑบาต ทางป่าไม้เขาให้คนงานไปช่วยหิ้วปิ่นโตหิ้วกับข้าว หิ้วไปหิ้วมาเขาก็หายกันไปหมด หัวหน้าคนงานก็ไปด่าลูกน้อง ลูกน้องก็บอกว่า "ไม่เอา ไปกับอาจารย์เดินไม่ทัน เหนื่อยฉิบ..เลย" เขาก็สงสัย ทำไมพวกนั้นบอกว่าเดินไม่ทัน เพราะพวกนั้นเดินเขาต้องวิ่งตาม..!

เราก็เดินภาวนาไปเรื่อย ๆ พอเพลินกับการภาวนาก็ลืมเหนื่อย แต่คนทั่ว ๆ ไป พอเหนื่อยขึ้นมาก็จะคิดแค่ตรงที่ตัวเองเหนื่อย ก็ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ กลายเป็นซ้ำเติมตัวเอง"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 09-06-2010 เมื่อ 02:24
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 194 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า 08-06-2010, 16:46
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,227
ได้ให้อนุโมทนา: 76,110
ได้รับอนุโมทนา 3,196,815 ครั้ง ใน 22,605 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : การที่ทรงความปีติเอาไว้ในใจตลอด ยังดีไม่พอหรือคะ?
ตอบ : ยัง..ดีเหมือนกัน แต่ยังไม่ดีพอ ลองสังเกตดู พอเราเผลอเมื่อไร ก็โดนกิเลสตอดเล็กตอดน้อยอยู่เรื่อย

ปีติมันยังไม่ใช่ฌาน กำลังต่ำเกินไป อย่างน้อย ๆ ควรให้เป็นอุปจารฌานหรือปฐมฌาน ในเมื่อกำลังยังไม่หนักแน่นพอ เมื่อเราเผลอกิเลสก็ตอดเล็กตอดน้อยไปเรื่อย
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 09-06-2010 เมื่อ 02:25
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 183 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #5  
เก่า 08-06-2010, 18:21
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,227
ได้ให้อนุโมทนา: 76,110
ได้รับอนุโมทนา 3,196,815 ครั้ง ใน 22,605 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ในขณะที่เถรีนั่งอ่านหนังสือนิยายเรื่อง นวจันทรา หลวงพ่อจึงได้กล่าวถึงตอนหนึ่งในหนังสือให้ฟังว่า "จะมีอยู่ตอนหนึ่งที่เขาบอกว่า เผ่าพันธุ์ของมนุษย์หมาป่าจะมีมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับเผ่าพันธุ์ของผีดูดเลือด

ถ้าผีดูดเลือดมีมาก มนุษย์หมาป่าก็จะเกิดมาก ถ้าผีดูดเลือดมีน้อย มนุษย์หมาป่าก็จะเหลือน้อย มาถึงตรงนี้นึกอะไรได้บ้าง ?

นึกถึงเรื่องที่หลวงพ่อวัดท่าซุงท่านบอกเรื่องพุทธศาสตร์กับไสยศาสตร์ ท่านบอกว่า น้ำถึงไหนปลาถึงนั่น พุทธศาสตร์เจริญรุ่งเรือง ไสยศาสตร์ก็รุ่งตาม ถ้าหากพุทธศาสตร์ตกต่ำ ไสยศาสตร์ก็ตกต่ำด้วย

เหตุเพราะว่าสิ่งทั้งหลายเหล่านี้จะมีขึ้นได้ เกิดจากความนิยมชมชอบของคน ในเมื่อชอบก็จะปฏิบัติ พอปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ พุทธศาสตร์ก็รุ่งเรือง ทางด้านคนที่ชอบไสยศาสตร์พอปฏิบัติเต็มที่ก็เจริญเหมือนกัน เพราะฉะนั้น..มนุษย์หมาป่าในหนังสือช่วงนี้เกิดเยอะ เพราะผีดูดเลือดมารวมตัวกันมาก"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 09-06-2010 เมื่อ 02:29
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 178 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #6  
เก่า 08-06-2010, 20:31
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,227
ได้ให้อนุโมทนา: 76,110
ได้รับอนุโมทนา 3,196,815 ครั้ง ใน 22,605 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวถึงเรื่องสัตว์ดูดเลือด อย่างเช่นปลิงหรือทาก แล้วสรุปให้ฟังว่า "เรื่องพวกนี้ถ้าเราไม่กลัว ความสยองก็จะน้อยลงไปเยอะ แต่ส่วนใหญ่แล้วเราจะไปกลัว ในเมื่อเรากลัว พอไปเผชิญหน้ากับสถานการณ์ บางทีก็สติขาด พอขาดสติก็แก้ไขปัญหาไม่ได้ ทำอะไรไม่ถูก"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 173 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #7  
เก่า 08-06-2010, 20:42
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,227
ได้ให้อนุโมทนา: 76,110
ได้รับอนุโมทนา 3,196,815 ครั้ง ใน 22,605 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : เวลาดิฉันขับรถ จะสวดเมตตัญจะ สัพพะโลกัสมิง ฯลฯ
ตอบ : หลวงปู่ดู่ท่านบอกไว้ว่า ใครท่องคาถานี้ ผีหรือเทวดาจะเกิดความรักเมตตา ถ้าหากขอให้ท่านคุ้มครองรักษา ท่านก็ยินดีและเต็มใจ

ก่อนเดินทางก็อุทิศส่วนกุศลไปเลย จะเป็นอากาสเทวดา รุกขเทวดา สัมภเวสี เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉานมีฤทธิ์อะไรก็ตาม ที่รักษาตลอดเส้นทาง อุทิศให้เขาทั้งหมด แล้วอธิษฐานขอให้ช่วยรักษาเราด้วย
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 09-06-2010 เมื่อ 02:35
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 187 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #8  
เก่า 09-06-2010, 07:13
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,227
ได้ให้อนุโมทนา: 76,110
ได้รับอนุโมทนา 3,196,815 ครั้ง ใน 22,605 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์ท่านบอกว่า "พระชำระหนี้สงฆ์ตกลงว่าจะสร้าง ๓๒ องค์ ความจริงพื้นที่มีพอสำหรับก่อสร้างได้ประมาณ ๔๐ องค์ แต่เว้นตรงกลางเอาไว้ เพราะจะสร้างมณฑปสักหลังหนึ่ง ยังไม่รู้ราคาเท่าไร ให้เขาออกแบบเหมือนกับพระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ ที่บางปะอิน

พอสร้างขึ้นมาแล้ว จะตั้งพระประธานบนมณฑปที่สร้าง หน้าตักสัก ๑๐ ศอกกำลังสวย น่าจะเป็นโครงการหลังจากเรื่องอื่น ๆ เพราะตัวอาคารทรงไทยเดี๋ยวนี้ราคาแพงมาก โดยเฉพาะลายไทย"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 09-06-2010 เมื่อ 12:44
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 178 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #9  
เก่า 09-06-2010, 08:23
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,227
ได้ให้อนุโมทนา: 76,110
ได้รับอนุโมทนา 3,196,815 ครั้ง ใน 22,605 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "การปฏิบัติธรรม บางทีเราก็อาจจะมองข้ามสิ่งสำคัญที่สุดไปโดยไม่รู้ตัว และก็ทำให้การปฏิบัติของเราไม่ก้าวหน้า อย่างเช่นเราอาจจะเห็นว่านิวรณ์ ๕ เป็นเรื่องเด็ก ๆ ใครปฏิบัติก็จะต้องเจออยู่แล้วเป็นเรื่องปกติ แต่ไม่คิดที่จะหักให้ลงสักที เมื่อไร ๆ ก็เป็นนิวรณ์ขวางเราอยู่อย่างนั้นแหละ

ลองจัดการให้ร่วงลงไปสักที แล้วอะไร ๆ จะได้มากกว่านี้อีกเยอะ กามฉันทะ พยาบาท ถีนมิทธะ อุธัจจะ วิจิกิจฉา เห็นเป็นบทเรียนแรก ๆ ของการปฏิบัติเลย ใคร ๆ ก็ต้องเจอ เจอบ่อยเสียจนเรามองข้ามไปหรือเปล่า? ทั้ง ๆ ที่พวกนี้เป็นตัวละครที่สำคัญที่สุดเลย

ถ้าเราหักเขาลงได้ ก้าวต่อไปนี่ไม่ยากหรอก เจ้าตัวนี้นี่แหละที่ขวางเราอยู่ทุกวัน..!"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 09-06-2010 เมื่อ 12:45
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 176 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #10  
เก่า 09-06-2010, 09:25
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,227
ได้ให้อนุโมทนา: 76,110
ได้รับอนุโมทนา 3,196,815 ครั้ง ใน 22,605 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : สติปัฏฐานสี่เขาให้ใช้แค่ขณิกสมาธิหรือคะ ?
ตอบ : เขาบังคับให้ใช้แค่นั้น ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ถูกต้อง แต่ในเมื่อเขาให้ทำแค่นั้นก็ทำตามเขาไปเถอะ

ถาม : จะทำอย่างไรให้เห็นรูปนาม ให้เห็นเกิดดับ ?
ตอบ : ที่เขาอธิบายมาเป็นแค่เบื้องต้นเท่านั้น นามรูปปริเฉทญาณ ต่ำสุดจะต้องเป็นปฐมฌาน แต่คราวนี้เขาให้ใช้ขณิกสมาธิ โอกาสที่จะเข้าถึงจริง ๆ จึงยาก

การแยกรูปกับนามออกจากกันได้ ถ้าหากไม่ทรงตัวเป็นอัปปนาสมาธิ เราจะเห็นไม่ชัด แต่ทันทีที่ทรงตัวเป็นอัปปนาสมาธิ เราจะเห็นชัดเจนเลยว่า อันนี้เป็นรูป อันนี้เป็นนาม เพราะว่าทันทีที่ตาได้เห็น หูได้ยิน จมูกได้กลิ่น ลิ้นได้รส กายได้สัมผัส เราไม่ให้ความสนใจ จะสนใจอยู่แต่ภายใน เราจะแยกออกเลยว่า นามธรรมอยู่ข้างใน กายสักแต่ว่าเป็นเปลือกเท่านั้น

แต่คราวนี้เขาให้ใช้ว่าขณิกสมาธิ โอกาสที่เราจะเห็นก็ยากมาก แต่พอเราไปส่งอารมณ์กับอาจารย์กรรมฐาน อธิบายไปได้นิด ๆ สะเก็ดผิวนิดหนึ่ง เขาก็ให้เราผ่านแล้ว


ถาม : เขาบอกว่าถ้าอธิบายการเข้าญาณ ๑๖ ไม่ถูก ไม่ได้เป็นพระโสดาบัน
ตอบ : ไม่ต้องไปกังวลหรอก ที่เขาว่า..เขาว่าไปตามตำรา แต่คนที่ทำได้จริงไม่ต้องไปถึงญาณ ๑๖ หรอก ถ้าเขาทำได้จริง ทั้งหมดที่ว่ามามีอยู่ครบแล้ว
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 09-06-2010 เมื่อ 12:47
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 162 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #11  
เก่า 09-06-2010, 13:03
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,227
ได้ให้อนุโมทนา: 76,110
ได้รับอนุโมทนา 3,196,815 ครั้ง ใน 22,605 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : เวลาสวดมนต์ ไม่รู้จมูกเป็นอะไร แต่เวลานั่งสมาธิจะไม่เป็น
ตอบ : ไม่ต้องไปใส่ใจจ้ะ สวดมนต์ต่อไป เขาเรียกว่าขันธมาร

ถาม : แต่เวลาสวดมนต์จะไม่มีสมาธิเลยค่ะ
ตอบ : เวลาสวดมนต์จะเกาจมูก หรือจะอะไรให้ทำไป แต่อย่าเลิกสวด เขาแค่ต้องการจะกวนให้เรารำคาญ แล้วเลิกทำความดีเท่านั้นแหละ
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 09-06-2010 เมื่อ 19:58
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 163 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #12  
เก่า 09-06-2010, 13:09
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,227
ได้ให้อนุโมทนา: 76,110
ได้รับอนุโมทนา 3,196,815 ครั้ง ใน 22,605 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : สติ สมาธิ สัมปชัญญะ นี่มันคืออะไรคะ?
ตอบ : สติกับสัมปชัญญะเป็นของคู่กัน ส่วนสมาธิเป็นกำลังของใจ ที่เกิดจากการที่ความรู้สึกทั้งหมดรวมแน่วแน่อยู่จุดใดจุดหนึ่ง สตินึกได้ว่าจะทำอะไร สัมปชัญญะรู้อยู่ว่าตอนนี้ทำอะไร

ถาม : ก็คือ มีสมาธิจะต้องมีสติด้วย?
ตอบ : ถ้าหากสมาธิดี สติและสัมปชัญญะก็จะดีไปด้วย

ถาม : แล้วคนที่เป็นพระโสดาบันเขาจะมีสติทั้งหลับทั้งตื่น
ตอบ : เขาเป็นอัตโนมัติ

ถาม : ก็แสดงว่าในฝันก็ไม่ผิดศีล
ตอบ : ต้องไปถามพระโสดาบัน
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 163 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #13  
เก่า 09-06-2010, 16:50
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,227
ได้ให้อนุโมทนา: 76,110
ได้รับอนุโมทนา 3,196,815 ครั้ง ใน 22,605 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : คำว่า กังวล ในภาษาบาลีแปลว่าอะไร?
ตอบ : แปลว่า ห่วง ห่วงหน้าพะวงหลัง ตัดไม่ขาด
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 153 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #14  
เก่า 09-06-2010, 19:01
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,227
ได้ให้อนุโมทนา: 76,110
ได้รับอนุโมทนา 3,196,815 ครั้ง ใน 22,605 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวถึงการไปบึงลับแลครั้งล่าสุดที่ผ่านมาว่า "ความจริงอยากจะไปนอนค้างกับพวกเราด้วย แต่เกรงว่าการที่ไปอยู่ด้วย จะทำให้พวกเราปล่อยปละละวางตัวเองมากเกินไป ก็เลยต้องทิ้งเอาไว้ข้างในนั้น ให้เอาตัวรอดกันเอง"

ถาม : หลวงพี่ท่านหนึ่งบอกว่า เราไปนอนทับบนที่หลุมศพคนตาย
ตอบ : ให้จำเอาไว้ว่า พื้นดินในโลกนี้ ไม่มีจุดไหนที่ไม่มีคนตาย มีคนตายซับตายซ้อนมานับไม่ถ้วน ก่อนนอนก็แผ่เมตตาให้เขา ขอยืมพื้นที่เขาใช้ชั่วคราว เราทำความดีอะไรก็ขอให้เขาโมทนาด้วย
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 10-06-2010 เมื่อ 01:46
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 168 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #15  
เก่า 09-06-2010, 19:33
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,227
ได้ให้อนุโมทนา: 76,110
ได้รับอนุโมทนา 3,196,815 ครั้ง ใน 22,605 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวสอนพระลูกศิษย์ว่า "สำคัญตรงกิจวัตรประจำวัน โดยเฉพาะเรื่องของการปฏิบัติอย่าไปทิ้ง พองานมาก ๆ แล้วเราจะอยู่ในลักษณะผ่อนผันไปเรื่อย

ผ่อนให้ตัวเองก็คือ เหนื่อยมาแล้ว แค่สวดมนต์ไหว้พระนิด ๆ หน่อย ๆ แล้วก็นอน พอถึงเวลามานึกอีกที เออ...เราน่าจะทำให้ดีกว่านี้ มีแต่ใจประหวัดถึง คิดถึง ห่วงถึง แต่การปฏิบัติจริงก็ยังไม่มี

กำลังของเราก็จะตกไปเรื่อย ๆ ไม่รู้ตัว พอปล่อยไปเรื่อย ๆ ถึงจุดหนึ่งแล้วเราจะเอาไม่อยู่ ต้องดูอย่างหลวงพ่อสมเด็จวัดสระเกศ ไม่ว่าภารกิจมากขนาดไหนก็ตาม ถ้าหากว่าร่างกายไหว ท่านก็ลงมาสวดมนต์ทำวัตร หรือลงโบสถ์ ในส่วนที่เป็นกิจวัตรท่านไม่ทิ้ง

ถ้าทิ้งแล้วกำลังเราจะตก เอาคืนยาก แล้วเราจะฟุ้งซ่านมาก หวาดระแวงไปสารพัด หวาดระแวงไปสารพัดก็คือ ความชั่วมีมากกว่าความดีหรือเปล่า ? อาบัติหนักเราโดนไปแล้วหรือไม่ ? จะคิดไปเรื่อย เพราะฉะนั้น..วิธีที่ดีที่สุด ก็คือ อย่าไปเปิดโอกาสให้กิเลส เขาได้โอกาสเขาไม่เคยปรานีเราหรอก"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 10-06-2010 เมื่อ 01:48
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 175 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #16  
เก่า 09-06-2010, 19:40
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,227
ได้ให้อนุโมทนา: 76,110
ได้รับอนุโมทนา 3,196,815 ครั้ง ใน 22,605 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"หลวงพ่อพุธ ฐานิโย วัดป่าสาลวัน ตอนท่านเรียนบาลี ท่านใช้การท่องบาลีนั่นแหละเป็นการภาวนา ก็แปลว่าคำภาวนาของท่าน ยาวเป็นเล่ม ๆ

วันหนึ่งท่านภาวนาไป เห็นใครก็ไม่รู้นอนท่องหนังสืออยู่ ก็ตกใจ ความจริงก็คือ เห็นตัวเองนอนท่องหนังสืออยู่ ท่องไปท่องมากายในของท่านหลุดไปอยู่บนเพดาน

ต้องไปฟังท่านเล่าเอง สนุกมาก หน้าของท่านนิ่งมากเลยนะเวลาเล่า แต่เรื่องที่เล่าตลกมากเลย

เคยไปกราบขอให้ท่านเล่าเรื่องผีให้ฟัง ท่านก็บอกว่า ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าที่ผมเจอเป็นผีหรือเปล่า ? แล้วท่านก็เล่าให้ฟังเป็นฉาก ๆ เลย ผีล้วน ๆ..! แต่ท่านก็ยืนยันว่าท่านไม่รู้ว่าเป็นผีหรือเปล่า"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 10-06-2010 เมื่อ 01:49
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 169 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #17  
เก่า 09-06-2010, 21:55
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,227
ได้ให้อนุโมทนา: 76,110
ได้รับอนุโมทนา 3,196,815 ครั้ง ใน 22,605 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"สมัยก่อนวิ่งรับใช้ท่านทั้งหลายอยู่ที่วัดธรรมมงคล เพราะว่าแม่ไปร่วมเป็นกรรมการสร้างเจดีย์ให้หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร

บรรดาหลวงปู่หลวงพ่อยุคนั้นก็มากันเยอะ ตอนนั้นยังวัยรุ่นอยู่ วิ่งเก่งทำงานคล่อง ก็เลยมีโอกาสรับใช้ใกล้ชิด เราก็ไม่ใช่เด็กกลัวพระ ก็ถามท่านไปเรื่อย ถามไปถามมา ก็ขอหวยหลวงตาบัวซะเลย..!

ท่านรู้ว่าเราอยากรู้ ตอนนั้นคิดว่าพระที่ปฏิบัติสายวิสุทธิมรรค อย่างสายหลวงปู่มั่น ท่านมีฤทธิ์มีเดชเหมือนกับสายอื่นเขาหรือเปล่า ? ถามด้วยความอยากรู้ ท่านก็ให้จริง ๆ และก็ออกตรง ๆ ท่านก็คงจะรู้ด้วยว่าเราไม่ได้เล่น แค่อยากรู้เฉย ๆ ก็เลยบอกตรง ๆ

เรื่องของการปฏิบัติ ไม่ว่าจะปฏิบัติกับครูบาอาจารย์สายไหนก็ตาม ถ้าหากว่าวิสัยเดิมของตนเองเป็นอย่างไัร ถ้าเข้าถึงธรรมแล้วของเดิมจะมาเอง

แบบเดียวกับพระจุลปันถกเถระ เป็นพระวิชชาสาม แต่ลูกศิษย์เป็นพระปฏิสัมภิทาญาณเป็นพันเลย เพราะวิสัยเดิมของลูกศิษย์เป็นอย่างนี้ เวลาท่านปฏิบัติไปถึงของเก่าก็กลับคืนมา"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 10-06-2010 เมื่อ 01:50
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 163 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #18  
เก่า 09-06-2010, 22:44
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,227
ได้ให้อนุโมทนา: 76,110
ได้รับอนุโมทนา 3,196,815 ครั้ง ใน 22,605 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "มีเรื่องน่าขำก็คือ ไม่เคยเห็น หลวงปู่ขาว วัดถ้ำกลองเพล เป็นหลวงปู่หลวงพ่อเลย เห็นท่านเป็นแม่ตลอด เป็นเรื่องที่แปลกมาก แสดงว่าความผูกพันเดิม ๆ คงอยู่ตอนสมัยที่ท่านเป็นแม่ และต้องเป็นแม่มาหลายชาติด้วย"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 10-06-2010 เมื่อ 01:51
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 163 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #19  
เก่า 09-06-2010, 22:50
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,227
ได้ให้อนุโมทนา: 76,110
ได้รับอนุโมทนา 3,196,815 ครั้ง ใน 22,605 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ถ้าเราไปตัดก้านออกจะบาปไหม? (ก้านของพระสมเด็จองค์ปฐมยอดธง)
ตอบ : ตัดออกทำไม?

ถาม : เวลาเลี่ยมจะได้เลี่ยมได้เล็กหน่อย
ตอบ : ก็ไม่ได้ทำลายองค์ท่านนี่ เพียงแต่ว่าพอเขาถาม พระของเราก็ไม่ใช่แบบองค์ดั้งเดิม
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 161 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #20  
เก่า 09-06-2010, 23:07
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,227
ได้ให้อนุโมทนา: 76,110
ได้รับอนุโมทนา 3,196,815 ครั้ง ใน 22,605 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : เวลาเรานั่งสมาธิแล้วมันวูบหายไป เป็นเพราะเราทรงฌานลึกหรือเพราะเราหลับครับ ?
ตอบ : จิตหยาบ สติตามไม่ทัน ถ้าเป็นปฐมฌานก็เป็นปฐมฌานอย่างหยาบ ในเมื่อจิตหยาบ สติตามไม่ทัน ถึงเวลาก็วูบหายไปไหนไม่รู้ มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ประสาทเริ่มรับรู้อาการภายนอก

ถาม : แสดงว่ายังไม่ค่อยดี ?
ตอบ : ต้องทำให้ดีกว่านี้ ตอนนี้ถือว่าอยู่ในระดับทั่ว ๆ ไป หมูหมากาไก่ก็ทำได้ เพราะว่าสัตว์ทุกชนิดก็หลับได้เหมือนกัน

สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ต้องบอกว่าเป็นฤทธิ์โดยวิบากกรรมอย่างหนึ่ง เพียงแต่ว่าสิ่งที่เขาทำ ไม่ว่าคนทั่วไปที่เขาไม่ได้ปฏิบัติธรรม หรือพวกหมูหมากาไก่อะไรก็ตาม เขาไม่ได้ตั้งเจตนาที่จะให้เป็นกองบุญกองกุศล ก็เลยไม่มีอานิสงส์ ต้องบอกว่าเป็นฤทธิ์โดยวิบากกรรม เพราะถ้าไม่มีการพักผ่อนในส่วนนี้เขาก็อยู่ไม่ได้

ถาม : คือเราตั้งใจทำดี ก็ยังได้อานิสงส์อยู่ ?
ตอบ : ของเราที่ว่ามานี่อานิสงส์เท่ากับอานิสงส์ของพรหมชั้นที่ ๑ แต่ของเขาไม่มีอานิสงส์ตรงนั้น เพราะไม่ได้เจตนาที่จะทำ เป็นไปโดยธรรมชาติ ถึงเวลาจะพักผ่อน จิตก็ตัดจากสิ่งวุ่นวายภายนอก เข้าไปสู่จุดพัก
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 10-06-2010 เมื่อ 01:53
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 161 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 13:56



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว