กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > เก็บตกจากบ้านวิริยบารมี

Notices

เก็บตกจากบ้านวิริยบารมี เก็บข้อธรรมจากบ้านวิริยบารมีมาฝาก สำหรับผู้ที่ไม่มีโอกาสเดินทางไป

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #41  
เก่า 15-10-2013, 16:58
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,673
ได้ให้อนุโมทนา: 72,682
ได้รับอนุโมทนา 3,105,869 ครั้ง ใน 22,018 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ทำไมไม่สะท้อนกลับไปบ้าง ?
ตอบ : ไม่อยากทำ สงสารเขา พระครูแสงตอนก่อนบวช เล่นหมอผีกะเหรี่ยงตายภายใน ๓ วันเลย ไอ้พวกเอาโทสะนำหน้า ถึงเวลาเล่นกูใช่ไหม? มึงเอาของมึงคืนไปเลย..! ของพวกนี้ต้องบอกว่าเราเมตตาเขา แต่เขาก็ไม่รู้หรอก พวกนี้ส่วนใหญ่ไม่ค่อยกลัวเมตตาหรอก แผ่เมตตาไม่ค่อยได้ผล ต้องใช้รังสีอำมหิต
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 15-10-2013 เมื่อ 17:50
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 227 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #42  
เก่า 15-10-2013, 17:07
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,673
ได้ให้อนุโมทนา: 72,682
ได้รับอนุโมทนา 3,105,869 ครั้ง ใน 22,018 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์เล่าให้โยมฟังว่า "ในหนังสือเล่มนี้มีอยู่เรื่องหนึ่งที่มือสังหารไปฆ่าเขาตาย แล้วศัตรูก่อนตายบอกว่า มีแม่ตาบอดอยู่กับบ้าน จึงต้องมารับงานฆ่าคน มือสังหารก็เลยปลอมตัวเป็นลูก ไปดูแลปรนนิบัติรับใช้แทน แต่ว่าตัวเองนาน ๆ ทีก็ต้องออกไปรับจ้างสังหารเขา ก็บอกกับแม่ว่าขอไปทำงานต่างเมือง พอถึงเวลาก็กลับมาพร้อมกับทรัพย์สินเงินทอง ข้าวปลาอาหาร

จนกระทั่งผ่านไปหลายปี ท้ายสุดตัวเองก็อดรนทนไม่ได้ ไปคุกเข่าสารภาพกับคุณยายว่าลูกตายไปแล้ว ตัวเองต้องปลอมตัวมาแทน ด้วยความที่รู้สึกผิดจริง ๆ ยายบอกว่า ยายรู้ตั้งแต่วันแรกแล้ว เพราะลูกอยู่กับยายมาตั้งแต่เล็กจนโต มีหรือที่จะผิดปกติอย่างนี้ ไอ้นั่นก็ต้องถามว่าอยู่ที่ไหน ไอ้นี่ก็ต้องถามว่าอยู่ที่ไหน ต่อให้ยายตาบอดยายก็รู้ ว่าแล้วยายก็แสดงฝีมือให้ดู มือสังหารก็อึ้งไปเลย นี่ยายจะฆ่าเราเมื่อไรก็ได้ ฝีมือเหนือกว่าเราหลายเท่า

แต่ที่ยายไม่ทำอะไรเพราะรู้ว่าลูกตัวเองก็ผิดที่ไปฆ่าคนอื่นเขาเอาไว้ ถึงเวลาเขาเลยต้องจ้างคนมาฆ่าลูกตัวเอง แล้วก็อบรมสั่งสอนมือสังหารว่า ถ้ากลับเนื้อกลับตัวได้ก็กลับเสีย คนอย่างยายโอกาสไม่มีเพราะแก่จนเกินไปแล้ว เรายังวัยหนุ่มอยู่ ยังมีโอกาสแก้ไขตัวเองได้ จะได้ทำประโยชน์กับส่วนรวมได้ ดูถูกคนตาบอดได้ที่ไหน

ยายก็ปล่อย อยากรับใช้ก็ทำไป อย่างน้อย ๆ ให้เขาได้คลายบาปในใจเขาลงได้บ้าง ลักษณะเหมือนเรื่องจีนกำลังภายในสั้น ๆ ๓ - ๕ หน้า แต่บางเรื่องหักมุมดีจริง ๆ "
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 15-10-2013 เมื่อ 17:51
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 230 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #43  
เก่า 15-10-2013, 17:25
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,673
ได้ให้อนุโมทนา: 72,682
ได้รับอนุโมทนา 3,105,869 ครั้ง ใน 22,018 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "ถ้ามีโอกาสไปดูตามสถานที่ต่าง ๆ ตลอดจนกระทั่งพระราชประวัติของสมเด็จพระสังฆราชไว้ก็จะเป็นบุญตาอย่างยิ่ง อาตมาเข้าไปดูมา ๓ งานรวดแล้ว ตอนที่เขาฉลอง ๙๐ พรรษาของท่าน ที่สร้างพระกริ่ง-พระชัยวัฒน์คชวัตรรุ่นแรก ตอนนี้พระกริ่งทองคำรุ่นแรกราคาน่าจะเกิน ๕ แสนไปแล้ว

ก่อนนั้นอาตมาก็บูชาไว้องค์หนึ่ง แล้วก็บูชาพระชัยวัฒน์คชวัตรทองคำไว้ ๓ องค์ และหม้อน้ำมนต์ ๒ ใบ ตอนนี้หมดเกลี้ยง เอาไปให้ประมูลหาเงินสร้างพระหมดแล้ว

พระชัยวัฒน์คชวัตรรุ่นแรกสมควรหาไว้ เพราะว่าเป็นดำริของสมเด็จพระสังฆราชท่านจริง ๆ แต่รุ่นหลังที่ทำ สมเด็จพระสังฆราชท่านไม่ได้รับรู้อะไรด้วยแล้ว เป็นการฉวยโอกาสในวาระสำคัญของท่าน เพราะเขาเห็นว่ารุ่นแรกนี่คนตอบรับดีมาก ก็เลยฉวยโอกาสสร้างรุ่น ๒ ขึ้นมา หน้าตาเหมือนรุ่นแรกทุกอย่าง น่าจะบล็อกเดียวกัน เพียงแต่
ไปเพิ่มตราสัญลักษณ์พระนามย่อที่ฐานเท่านั้น

ตอนนั้นรู้สึกว่าหม้อน้ำมนต์จะราคาแพงมาก เพราะนอกจากจะเป็นนวโลหะแล้ว ตราสัญลักษณ์ ๙๐ พรรษาของท่านยังเป็นทองคำ พอถึงเวลานานไป ๆ นวโลหะกลับดำ เหลือแต่ตราสัญลักษณ์ที่เป็นทองสว่างโร่ ตอนนั้นจองไว้หมดทุกเนื้อเลย แม้กระทั่งรูปเหมือนลอยองค์ของท่าน ตอนนี้เหลือแต่รูปถ่ายอย่างเดียว บางคนเขาบอกว่าของมีค่าหายาก ทำไมสละเสียจนหมด ที่หายากที่สุดก็คือชีวิตเราเอง กระทั่งชีวิตยังไม่อินังขังขอบ อย่างอื่นก็คงไม่กระไรนัก"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 15-10-2013 เมื่อ 20:12
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 239 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #44  
เก่า 15-10-2013, 20:05
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,673
ได้ให้อนุโมทนา: 72,682
ได้รับอนุโมทนา 3,105,869 ครั้ง ใน 22,018 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "ตอนนี้สบายใจอยู่อย่างหนึ่งก็คือเรื่องโครงร่างวิทยานิพนธ์ อาจารย์ท่านเซ็นอนุมัติให้สอบได้แล้ว ตามล่าอาจารย์กันสนุกสนาน น้องเล็กขับรถสะสมไมล์ไม่รู้เท่าไรต่อเท่าไร ขนาดพระที่วัดติดรถมาด้วยเพิ่งจะรู้ว่า แต่ละวันพระอาจารย์ไปไกลขนาดไหน วิ่งจากทองผาภูมิไปขอลายเซ็นท่านอาจารย์ที่วังน้อย พอไม่เจอตัวต้องวิ่งตามไปวัดป่าเลไลย์ ไปถึงวัดป่าเลไลย์อาจารย์ไม่อยู่ ต้องวิ่งกลับมาวัดสระเกศ เพราะ มจร.เป็นเจ้าภาพงานหลวงพ่อสมเด็จฯ วัดสระเกศ เป็นอะไรที่สนุกกับชีวิตมากเลย"

ถาม : ถ้าจบปริญญาเอกก็เป็นอาจารย์ประจำหรือเปล่าครับ ?
ตอบ : ตอนนี้เป็นอยู่แล้ว เป็นของมจร.อยู่ ๒ แห่งแล้ว ที่ห้องเรียนวัดใต้ กับห้องเรียนวัดไร่ขิง ถ้าขืนจบด็อกเตอร์ขึ้นมาเดี๋ยวส่วนกลางก็คงจะเอาด้วย

วันก่อนเจอพระครูสุพัฒน์กาญจนกิจ บอกเขาว่า “อาจารย์โก๊ะ ถ้าหากว่าช้านี่ผมแซงเลยนะ” “โอ๊ย..นิมนต์ท่านเถอะ ผมโมทนาด้วย” ท่านเรียนก่อน ๒ ปี โดนแซงไปแล้ว อีกคนก็พระครูวิบูลกาญจโนภาส เรียนก่อน ๑ ปี แต่เสียดายที่ตั้งใจจะจบภายในปีเดียวแล้วทำไม่สำเร็จ เหมือนกับอาจารย์ท่านพยายามจะดึงเกมเอาไว้ คืออย่างไรเสียถ้าเวลาไม่ครบ ๓ ปี จะรับปริญญาไม่ได้อยู่แล้ว แล้วถ้าคนนั้นไม่อยู่คนนี้ไม่อยู่ เพื่อน ๆ บางทีเขาหมดกำลังใจ ก็เลยอยู่ประคอง ๆ กันไปก่อน เรื่องแบบนี้ต้องขยันพบอาจารย์ จะไปกลัวอาจารย์ไม่ได้ ตอนแรกที่เลือกคณะกรรมการที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ ก็มีแต่คนมาขอให้เปลี่ยนเป็นท่านอาจารย์สุภกิจ

ท่านอาจารย์ดร.สุภกิจ ท่านอายุมากแล้ว ท่านเห็นพวกเราเป็นลูกเป็นหลาน ท่านก็จะเมตตาแล้วก็ค่อนข้างจะผ่อนผันให้ อาตมาไปเลือกอาจารย์พระครูเกียรติศักดิ์ โอ้โห..ด็อกเตอร์เพิ่งจบใหม่ ๆ ไฟแรงสุด ๆ เพื่อน ๆ บอกว่า “ไม่ได้นะ..อาจารย์พระครูเกียรติศักดิ์แก้ทุกประโยคเลย” “เออ..นั่นแหละที่ผมต้องการ ผมจะได้รู้ว่าผมเขียนผิดอย่างไร”

เขามีรายการที่ไปพบอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ ว่าต้องเซ็นครบ ๑๐ ครั้ง อาตมาไล่เจอท่านอาจารย์พระครูเกียรติศักดิ์คนเดียวไป ๘ ครั้งแล้ว ถ้าหมูไม่กลัวน้ำร้อนนี่อาจารย์จะรักมากเลย เรียนทั้งทีต้องได้คุณภาพ แล้วต้องเจอกับอาจารย์แบบนี้ ไปเจออาจารย์ที่ท่านผ่อนผันให้ ท่านเมตตาเราก็จริง แต่เราก็ไม่รู้ว่าที่ทำไปนั้นดีจริงหรือไม่ดีจริง เขาบอกว่ากลัวครูไม่รู้วิชา เพราะฉะนั้น..กลัวไม่ได้ วิ่งหาไว้ก่อน
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 16-10-2013 เมื่อ 02:26
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 225 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #45  
เก่า 15-10-2013, 20:11
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,673
ได้ให้อนุโมทนา: 72,682
ได้รับอนุโมทนา 3,105,869 ครั้ง ใน 22,018 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พอได้ยินว่าผ่านท่านอาจารย์พระครูเกียรติศักดิ์มาได้ อาจารย์ท่านอื่นไม่อ่าน ท่านเซ็นอนุมัติเลย ก็ท่านให้แก้กระทั่งจุดกับจุลภาค “นี่นะอ้างอิงของคุณ ตรงนี้จะต้องเป็นจุลภาค แล้วตรงนี้จะต้องเป็นจุดนะ” ท่านละเอียดขนาดนั้น แก้เฉพาะพวกนี้อย่างเดียวอาตมาก็หน้ามืดตาลายแล้ว

ถาม : นิสัยละเอียดอย่างนี้เป็นพุทธิจริตหรือคะ ?
ตอบ : ก็ต้องบอกว่าเป็นราคะจริต และต้องเป็นราคะจริตที่ประกอบด้วยพุทธิจริตด้วย เพราะว่าท่านละเอียดแล้วท่านเมตตา เป็นคนอารมณ์ดีมากเลย ล้อเล่นได้ทั้งวัน สนุกสนานเฮฮา “นี่จำไว้นะ อย่าเชียวนะไอ้หน้างอ” อาตมามีเชิงอรรถอ้างอิงเสร็จสรรพ แล้วก็เป็นหน้า ง. “เขาจะรู้ว่าเราอ่านเฉพาะแค่บทคัดย่อเท่านั้น ถ้าไม่มีหน้าอ้างอิง เอาออกไปเลย ไอ้หน้างอคอหักมีแต่ปลาทูเท่านั้น”คิดดูว่าท่านอารมณ์ดีขนาดนั้น พอท่านดุลูกศิษย์แล้วลูกศิษย์ก็ขำ เสียดายที่ท่านไม่ได้มาสายปฏิบัติ ถ้ามาสายปฏิบัติจะรุ่งมากเลย เพราะท่านอารมณ์ดีทั้งวัน เล่นสนุกได้ทั้งวันทั้ง ๆ ที่เวลานอนของตัวเองยังไม่ค่อยจะมี ลูกศิษย์ไปคอยเข้าแถวหาอยู่เช้ายันค่ำ
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 16-10-2013 เมื่อ 02:07
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 218 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #46  
เก่า 15-10-2013, 20:30
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,673
ได้ให้อนุโมทนา: 72,682
ได้รับอนุโมทนา 3,105,869 ครั้ง ใน 22,018 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

อาจารย์มนตรา ดร.มนตรา เลี่ยวเส็ง ต้องบอกว่าท่านเป็นคนเคารพพระมาก ตอนแรกท่านก็ไม่รู้หรอก พอท่านมารู้ว่าอาตมานอนอยู่หน้ากระดานดำ ตั้งแต่นั้นมาท่านไม่กล้าเดินไปฝั่งนั้นเลย ท่านจะเขียนอยู่ซีกเดียว จนกระทั่งเพื่อน ๆ ประท้วง “อาจารย์ครับ ทำไมเขียนซีกเดียว ?” “อ๋อ..ด้านโน้นเป็นที่นอนพระครูเล็กเขา” ที่นอนอาตมาม้วนเก็บไปแล้ว ต้องบอกว่าตรงที่ปูที่นอนท่านยังไม่กล้าเดินผ่านเลย

เจออาจารย์หลายต่อหลายท่านที่ท่านให้ความเคารพพระ จนกระทั่งอยากจะเชื่อว่าท่านเป็นพระอริยเจ้า อย่างท่านอาจารย์พลตรีเฉลิมชัยก็เหมือนกัน แม้แต่คำเดียวก็ไม่กล้าปรามาสพระ แล้วถ้าหากว่าใครปรามาสพระ ต่อให้เป็นผู้บังคับบัญชาท่านก็เถียง ท่านเป็นอนุสาสนาจารย์กองทัพบก ตอนนี้เป็นหัวหน้ากองอนุสาสนาจารย์ หัวหน้ากองยศพลตรี แต่ว่าตอนช่วงที่ท่านเป็นแค่ร้อยโท ท่านกล้าเถียงนายพล

ท่านบอกว่า “ท่านครับ..กระผมขออนุญาตเรียนชี้แจงครับ” เจ้านายก็ถาม “มีอะไรจะชี้แจง ?” ”คำว่าไอ้เณรกรุณาเลิกใช้ได้ไหมครับ เณรมาจากคำว่าสามเณร แปลว่าเชื้อสายของสมณะ ไม่ควรจะที่จะขึ้นด้วยคำว่าไอ้นะครับ” ท่านเองเป็นทหารแล้วมีคนไปเรียกพลทหารว่าไอ้เณร ๆ จนท่านทนไม่ไหว นั่งเถียงผู้บังคับบัญชาเลย

แต่ต้องบอกว่าด้วยความดีของท่าน เถียงขนาดนั้นผู้บังคับบัญชายังเอาไม่อยู่ กันไม่ได้ ขึ้นมาจนเป็นพลตรี ท่านเองจบเปรียญธรรมประโยค ๘ แล้วลาออกมาไปสมัครเป็นอนุสาสนาจารย์ ก่อนหน้านี้ก็บวชพระด้วย แต่ไม่ว่าจะทดสอบอย่างไร อาจารย์ท่านไม่เคยหลุด เป็นเรื่องที่ต้องบอกว่าสติท่านสมบูรณ์มาก ๆ เช่น ตอนอาตมาแกล้งส่งไมโครโฟนให้ แบบเดียวกับตอนที่ในหลวงพระราชทานพัด พระจะต้องจับด้านที่ต่ำกว่า
พระหัตถ์ในหลวง แล้วอีกด้านหนึ่งก็แบมือรองรับให้พระองค์วางลง

ปรากฏว่าวันนั้นในหลวงท่านจับติดข้างล่างเลย แล้วข้างบนก็ถึงคอพัดเลย พระองค์ถวายหลวงพ่อสมเด็จฯ วัดสระเกศ อาตมาก็คอยดูหลวงพ่อสมเด็จฯ วัดสระเกศว่าจะทำอย่างไร ท่านก็จับตรงปุ่มปลายด้ามตาลปัตร แล้วด้านบนก็แบมือ ในหลวงพระราชทานลงให้ ลองกันซึ่ง ๆ หน้า เลย ลองดูชนิดที่ว่าจะเอาตัวรอดได้ไหม
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 16-10-2013 เมื่อ 02:12
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 219 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #47  
เก่า 15-10-2013, 20:39
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,673
ได้ให้อนุโมทนา: 72,682
ได้รับอนุโมทนา 3,105,869 ครั้ง ใน 22,018 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ท่านอาจารย์พลตรีเฉลิมชัยจะละเอียดกับงานมาก ละเอียดจนกระทั่งเชื่อว่าสภาพจิตใจของท่านก็ละเอียดไปด้วย วิชาของท่านแค่ ๒ ชั่วโมง (๑๒๐ นาที) ท่านออกข้อสอบ ๑๒๐ ข้อ..! แล้วบางข้อนี่คำถามน่าทึ่ง อ่านคำถามก็หมดเวลาแล้ว ท่านยกเนื้อเพลงขึ้นมา ๑ เพลง ไม่ใช่แฟนทำแทนไม่ได้ แล้วก็ยกขึ้นมาอีก ๑ เพลง จงอ่านเนื้อหาของเพลงนี้ แล้วก็มาเชื่อมต่อกับเนื้อเพลงนี้ ความหมายของทั้ง ๒ เพลงหมายความว่า ก. ข. ค. ง. จ. ท่านลองลูกศิษย์สุด ๆ เหมือนกัน

ท่านเป็นอาจารย์ที่ชื่นชมอาตมามาก ท่านบอกว่า “ไม่นึกว่าลูกศิษย์ผมจะเก่งอย่างนี้ ผมออกข้อสอบ ๑๒๐ ข้อ ท่านทำได้ตั้ง ๑๑๙ ข้อ” เพื่อน ๆ ฮากันกลิ้งเลย เพราะก่อนออกจากห้องสอบ อาตมาบอกกับเพื่อนว่า “ผมตั้งใจกาผิด ๑ ข้อ” ถ้าไม่มีที่ผิดเลยเดี๋ยวอาจารย์จะน้อยใจว่า อุตส่าห์ออกข้อสอบให้ตอบขนาดนี้แล้ว ลูกศิษย์ดันทำได้หมดเลย

ข้อสอบของท่านอาจารย์ เป็นประเภทที่อาตมาต้องทำด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจ สมาธิคลาดเคลื่อนไม่ได้เลย อย่างคำถามง่าย ๆ ว่า พระราชมารดาของพระเจ้าอชาตศัตรู มีพระนามว่าอะไร ก. พระนางเวเทหิ ข. พระนางเทเวหิ ค. พระนางวเทหิ ง. พระนางทเวหิ ตัวหนังสือเดียวกันหมด เพียงแต่จับสลับที่กันเท่านั้นเอง คนที่จำได้ มาอ่านจนครบนี่ก็มึนรับประทาน จนตอบผิดไปเลย แล้วท่านออกลักษณะอย่างนี้แทบทุกข้อ ยังเรียนกับท่านอาจารย์ว่า “ท่านอาจารย์ครับ ปกติผมทำข้อสอบแล้วผมไม่เคยทวนเลย มีวิชาของท่านอาจารย์นี่แหละ ที่ทำให้ผมรอบคอบขึ้น ผมต้องทวนก่อนส่งทุกครั้ง เพราะกลัวทำผิด"

นาน ๆ ก็เจอที่ท่านหลุด ก็คือออกข้อสอบเพลิน ไม่มีคำตอบ อาตมาต้องขออนุญาตท่านอาจารย์ผู้คุมข้อสอบ “ขออนุญาตครับ ขอโทรหาท่านอาจารย์เจ้าของวิชาหน่อยครับ” พอท่านอาจารย์ผู้คุมสอบอนุญาตก็โทรศัพท์ไปเรียนท่าน “ท่านอาจารย์ครับ ข้อนี้ไม่มีคำตอบครับ” ท่านก็บอกว่า “ไหน..พระคุณเจ้าลองอ่านคำถามหน่อยครับ” ก็อ่านเสร็จพร้อมตัวเลือก “อือ..ไม่มีจริง ๆ” แล้วก็ต้องตกลงว่าท่านจะเปลี่ยนคำตอบไหม หรือว่าท่านจะยกประโยชน์ให้ ต้องคุยกันให้รู้เรื่องก่อน อาตมามีหน้าที่ทวงคะแนนให้เพื่อน จนตอนหลังท่านบอกว่า “ถ้าพระคุณเจ้าโทรมาเมื่อไร ผมรู้แล้วว่าผมพลาดแน่เลย”

แล้ววิชาที่ท่านสอนแต่ละวิชา อย่างธรรมนิเทศ พระไตรปิฎกศึกษา พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับพระไตรปิฎก ท่านออกละเอียดจริง ๆ ต้องบอกว่าเรียนให้ได้ดี ให้ได้ความรู้จริง ๆ ต้องเรียนกับท่านอาจารย์พลตรีเฉลิมชัย เรียนแล้วมีอะไรมากกว่าที่เรารู้ ในขณะเดียวกัน ในส่วนที่เรารู้แล้ว ก็จะรู้ได้ละเอียดยิ่งขึ้น
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 16-10-2013 เมื่อ 02:17
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 220 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #48  
เก่า 15-10-2013, 20:44
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,673
ได้ให้อนุโมทนา: 72,682
ได้รับอนุโมทนา 3,105,869 ครั้ง ใน 22,018 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ต้องบอกว่าโชคดีที่อาตมาได้ท่านอาจารย์ที่มีคุณภาพทั้งนั้น แต่ละท่านที่มาสอนนี่สุดยอดเลย ศ.ดร. กฤช เพิ่มทันจิตต์ จากนิด้า มาถึงก็ยกมือไหว้ “นมัสการหลวงน้าทุกท่าน ก่อนมาผมดูแล้วครับ หลวงน้าทุกท่านเคยเกิดเป็นข้าราชบริพารในรัชกาลที่ ๕ ทั้งหมด แสดงว่าเป็นพวกเดียวกัน ผมก็เลยสบายใจ ผมมีหน้าที่มาถวายความรู้พวกเดียวกัน” แอบดูเสียจนหมด ท่านบอกว่า “สมองคนเรามี ๒ ซีก ซ้ายกับขวา ด้านหนึ่งเป็นเรื่องของอารมณ์ อีกด้านหนึ่งเหตุผล ในด้านของเหตุผลเราสามารถใช้ในเรื่องของความเป็นทิพย์ได้” พูดหน้าตาเฉย ศ.ดร.นะนั่น

ท่านบอกว่า “ผมเอง ตอนแรกผมก็ไม่คิดหรอก ว่าเรื่องอย่างนี้จะมีอยู่ เพราะนิสัยผมเรียนมาระดับนี้ ผมไม่เชื่ออะไรง่าย ๆ แต่ปรากฏว่าไปเจอเพื่อนอยู่คนหนึ่ง เขาบอกว่าวันนี้ผมทำเรื่องนี้ ๆ ๆ มา ผมก็งง แอบไปดูตอนไหนวะ ? แล้วก็ทำนายผมว่า ภายในอาทิตย์นี้จะเจออะไร ปีนี้จะเจออะไร แล้วก็เป็นไปตามนั้นหมด ท้ายสุดผมก็ต้องไปถามเขาว่าคุณรู้ได้อย่างไร ? เพื่อนเขาก็พยายามอธิบายให้เป็นวิชาการ ว่าสมองแต่ละซีกทำหน้าที่อย่างไร แล้วปัจจุบันนี้เราใช้สมองซีกไหนมากกว่า ซีกไหนไม่ได้พัฒนาเลย แล้วท่านก็สอนให้ผมพัฒนาสมองซีกนั้น จนผมสามารถทำได้” เป็นเรื่องที่แปลกมาก

แล้วที่คิดไม่ถึงก็คือ รศ.ดร. สมพร แสงชัย ท่านสืบสายวิชาของท่านพระยาพิชัยดาบหัก เจอกันตั้งแต่ ๑๐ กว่าปีก่อนแล้ว ที่สมัยอยู่บ้านอนุสาวรีย์ฯ ท่านมาตามหาพระกริ่งพิชัยสงคราม เพราะว่าลูกศิษย์ท่านได้ไปองค์หนึ่ง แล้วเอาไปให้ท่านตรวจสอบเรื่องพลังให้ ท่านก็แปลกใจว่าทำไมพลังขนาดนี้ พระที่ไหนปลุกเสก ไม่เคยเจอมาก่อน ก็เลยตามมา ปรากฏว่ามาเจอพระองค์ที่ ๑๑ เข้า พระกริ่งหมด ก็คว้าพระองค์ที่ ๑๑ ไปแทน

คุยกันไปคุยกันมา ประเภทว่าท่านก็ให้ความเคารพนับถือ แต่เวลาท่านไม่ค่อยมี เพราะว่าท่านเองเป็นคณะอาจารย์ผู้ก่อตั้งนิด้ามา พอท่านจบมาจากอเมริกา มาเมืองไทยได้ ๑ ปี เขาก็เชิญตัวให้ไปช่วยก่อตั้งสถาบันนิด้า แล้วท่านก็ทำงานที่นั่นจนกระทั่งเกษียณ พอเกษียณแล้วเขายังไม่ยอมให้เลิก ก็ให้สอนอยู่นั่นแหละ เลยไม่ค่อยมีเวลามา ไม่รู้จริง ๆ ว่าท่านรับเป็นอาจารย์ประจำหลักสูตรของ มจร.อยู่ด้วย พอมาเรียนปริญญาเอกก็เลยได้เจอกัน
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 16-10-2013 เมื่อ 02:26
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 218 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #49  
เก่า 15-10-2013, 20:49
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,673
ได้ให้อนุโมทนา: 72,682
ได้รับอนุโมทนา 3,105,869 ครั้ง ใน 22,018 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วันปฐมนิเทศท่านอาจารย์ก็เป็น ๑ ใน ๕ ที่ขึ้นไปคุย เพื่อจะเป็นแนวทางในการเรียนการสอน แล้วท่านก็บอกว่า “สำหรับพระคุณเจ้าทั้งหลาย ผมก็คงได้แค่มาบรรยายถวายความรู้ ซึ่งบางท่านก็รู้มากกว่าผมเสียอีก เพราะในนี้มีนักศึกษาอยู่ท่านหนึ่ง ผมถือว่าท่านเป็นอาจารย์ผมด้วย” แล้วท่านก็เอ่ยชื่ออาตมาขึ้นมาเต็ม ๆ คราวนี้ก็ซวยสิครับ เพราะอาตมาตั้งใจว่า พอท่านเจ้าคุณพระธรรมโกศาจารย์ ปัจจุบันก็คือพระพรหมบัณฑิต อธิการบดี มจร. ท่านบรรยายจบแล้วจะย่องออกมาก่อน คราวนี้พอคนรู้กันหมด แล้วจะย่องหนีตอนไหนเล่า ? ท่านอาจารย์ทำกันได้..!

พอถึงเวลาท่านบรรยายเสร็จ ก็เลยบอก “ทำอย่างนี้ผมแย่นะ ผมดีใจที่ได้มาเรียนกับอาจารย์” “โอ๊ย ไม่ใช่หรอกครับ ผมเองต่างหากที่ต้องขอความรู้จากพระคุณเจ้า” ว่าแล้วท่านก็ล้วงพระกริ่งพิชัยสงครามมาให้ดู ได้มาจากไหนไม่รู้ “นี่ผมแขวนติดตัวประจำเลย” ไม่รู้ไปได้มาอย่างไร เพราะตอนที่ท่านมาตามหา พระกริ่งหมดไปแล้ว ไปแอบประมูลในเว็บหรือเปล่าก็ไม่รู้ ?

เจอท่านอาจารย์แบบนี้เข้าต้องยอมรับว่า ท่านไม่ได้เก่งแต่ทางโลกอย่างเดียว ทางธรรมท่านเก่งด้วย ท่านฝึกมาจนสามารถตรวจสอบพลังของวัตถุได้เลย แล้วก็เอาผ้ายันต์เกราะเพชรวัดท่าขนุนไปเป็นแกนของมงคล เวลาท่านทำมงคลให้ลูกศิษย์ เพราะว่าสายพระยาพิชัยดาบหักเขาจะมีการแบ่งชั้นลูกศิษย์ตามความสามารถ จะมีการสอบเลื่อนชั้นกันทุกปี ไม่ใช่สอบวิชาการนะ สอบปฏิบัติ วิชามวย วิชาดาบ
ว่าของคุณไปถึงระดับไหน มีตั้งแต่ระดับ ๓ มงคลขึ้นไป ๙ มงคลนี่จะสูงสุด ปัจจุบันระดับ ๙ มงคลในประเทศไทยมีอยู่แค่ ๒ ท่าน แล้วก็ตายไปแล้ว ๑ ท่าน คือครูตุ๊ย ยอดธง เสนานันท์ ที่เป็นอาจารย์ของสามารถ พยัคฆ์อรุณ

ฝีมือมวยครูตุ๊ยจริง ๆ เก่งไม่ถึงระดับ ๙ มงคลหรอก แต่ว่าครูตุ๊ยสอนเก่ง ลูกศิษย์ประสบความสำเร็จทุกคน ก็เลยต้องมอบระดับ ๙ มงคลให้ จะมีการไหว้ครูทุกปี แต่ส่วนใหญ่อาตมาจะติดงาน ก็เลยไม่ได้ไปร่วมด้วย แต่ว่าท่านขออนุญาตเอายันต์เกราะเพชรของวัดท่าขนุนไปเป็นแกนทำมงคลให้ลูกศิษย์ พูดง่าย ๆ ก็คือถักมงคลโดยที่ไส้ในเป็นยันต์เกราะเพชรนั่นแหละ แล้วก็วันดีคืนดีทั้งพ่อทั้งลูกก็เอาไปเข้าพิธีเป่ายันต์ฯ ถ้าอยากจะรู้ต้องถามคุณติ๊ก คุณติ๊กเป็นคนแนะนำมา ก็ไม่รู้ว่าคุณติ๊กหรือเปล่าที่เป็นคนเอาพระกริ่งพิชัยสงครามไปให้
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 16-10-2013 เมื่อ 02:25
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 215 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #50  
เก่า 16-10-2013, 09:28
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,673
ได้ให้อนุโมทนา: 72,682
ได้รับอนุโมทนา 3,105,869 ครั้ง ใน 22,018 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วิชาของท่านอาตมาตก เพราะไปไว้วางใจให้พระครูไพโรจน์ภัทรคุณ (วิโรจน์ ภทฺทปญฺโญ) ท่านทำรายงาน เพราะช่วงนั้นงานที่วัดท่าขนุนถี่มาก ไม่มีเวลาทำรายงานวิชาของท่าน ก็เลยขอพระครูวิโรจน์ว่า “อาจารย์โรจน์ช่วยทำให้หน่อย แล้วส่งอีเมล์มาให้ผมตรวจสอบด้วย” ปรากฏว่าอาจารย์โรจน์ไม่ส่งอีเมล์มา ท่านมั่นใจตัวเองมาก ท่านส่งเลย งานไม่ผ่าน ท่านอาจารย์จะปรับตกทั้งกลุ่ม..!

อาตมาขออนุญาตทำใหม่ ท่านอาจารย์บอกว่าไม่มีเวลาแล้ว เพราะท่านต้องตัดเกรดส่งทางมหาวิทยาลัย หลวงพ่อพระครูสันติธรรมาภิรัต วัดอ้ออีเขียว ก็เลยไปช่วยต่อรองให้ บอกว่าจริง ๆ แล้วลูกศิษย์เขาทำได้ดีกว่านั้น แต่เป็นเพราะอย่างนี้ ๆ บอกเสร็จเรียบร้อย ท่านก็เลยยอมปรับเกรดให้ได้ B ไม่อย่างนั้นตกหมดทั้งกลุ่มเลย

ตอนนี้ในกลุ่มของอาตมา ท่านพระครูวิโรจน์กำลังเป็นลูกตุ้มของกลุ่ม กำลังถ่วงกลุ่มอยู่ เพราะว่าท่านมาสายพระโพธิสัตว์ จะมั่นใจในตัวเองมาก ท่านอาจารย์พระครูเกียรติศักดิ์ตรวจไปก็บ่นไป “นี่..อาจารย์พระครู..ผมบอกให้แก้ทำไมไม่แก้ ?” ท่านก็บอกว่า “ผมว่าผมทำดีแล้วนะ” ท่านอาจารย์บอกให้แก้ แต่ลูกศิษย์มั่นใจว่าตัวเองทำดีแล้ว จะทำอย่างไรได้ ไม่แก้ก็ผ่านไม่ได้สักที

บางทีเจอท่านอาจารย์กากบาดทั้งหน้าเลย “หน้านี้ผมอ่านแล้ว อาจารย์พระครูยังไม่ได้แก้ให้ผมเลย” ไปถึงก็วง “บรรทัดนี้ก็ยังไม่ได้แก้เลย”
ท่านอาจารย์พระครูเกียรติศักดิ์ละเอียดจริง ๆ นะ ท่านเปิดแล้วบอกได้เลย เพราะท่านอ่านหมดทุกหน้าจริง ๆ แล้วก็ดันมาอยู่กลุ่มเดียวกัน ท่านพระครูวิโรจน์จึงกลายเป็นตัวถ่วงไปโดยปริยาย

ทางท่านอาจารย์ ผศ.ดร.สุรพล สุยะพรหม ผู้อำนวยการหลักสูตร ท่านมีแนวคิดที่ก้าวหน้ามาก ในเรื่องของการเรียนระดับปริญญาเอก ถ้าหากว่าปล่อยให้ต่างคนต่างทำ จะผ่านได้แค่ไม่กี่คน ท่านก็เลยจับผูกขาติดกันเป็นชุด ๆ ชุดหนึ่ง ๖ รูปบ้าง ๕ รูปบ้าง ๔ รูปบ้าง เสร็จแล้วทั้งชุดต้องพร้อมถึงจะให้สอบ ก็เลยต้องคอยช่วยกัน ถ้าไม่ช่วยกันก็ไปไม่รอด

ตอนนี้ในกลุ่มก็มีอาตมากับท่านไพฑูรย์ ๒ รูปที่ผ่าน พระครูปลัดปรีชากับพระครูวิโรจน์ วัดสระพัง ยังติดแหง็กอยู่นั่นแหละ ของพระครูปลัดปรีชาท่านไม่น่าห่วงหรอก เพราะว่าท่านได้รูปแบบไปแล้วท่านยอมแก้ จะห่วงก็พระครูวิโรจน์ของเรานี่แหละ ว่าจะดื้อไปอีกนานเท่าไร สายพุทธภูมินี่เป็นอย่างนี้จริง ๆ ไม่เดินตามรอยใคร ขอเดินเองประจำเลย
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 16-10-2013 เมื่อ 19:50
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 210 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #51  
เก่า 16-10-2013, 09:34
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,673
ได้ให้อนุโมทนา: 72,682
ได้รับอนุโมทนา 3,105,869 ครั้ง ใน 22,018 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ที่ไปเรียนจุดที่ได้กำไรอีกส่วนหนึ่งก็คือ ได้เพื่อนพระที่ท่านปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ อย่างท่านอาจารย์สายชล วัดไร่แตงทอง ท่านอาจารย์ตี๋ วัดทุ่งกระพังโหม ท่านอาจารย์สังเวียน วัดหนองพงนก ท่านอาจารย์วิโรจน์ วัดสระพัง คลุกคลีกันอยู่เป็นปี ๆ จนกระทั่งรู้กำลังใจกันว่าแต่ละคนเป็นอย่างไร แล้วตอนนี้ก็เกาะกลุ่มกันเหนียวแน่น ไม่ทิ้งกันเลย เรียนกันตั้งแต่ระดับประกาศนียบัตร ปริญญาตรี ปริญญาโท ยันปริญญาเอก

ตอนนี้ที่ขาดไปก็คือท่านอาจารย์ตี๋ กับท่านอาจารย์สายชล จบโทแล้วไม่เรียนต่อ มีหลุดมาเรียนเอกอยู่ ๒ คนนี่แหละ พระครูวิโรจน์ท่านบอกว่า “อาจารย์เล็ก มันคาใจว่ะ เรียนทั้งทีก็ให้สุดทางไปเลยสิ เรียนครึ่ง ๆ กลาง ๆ ได้อย่างไร” นี่นิสัยพุทธภูมิแท้เลย ท่านเองไม่ใช่เรียนเก่งนะ เพียงแต่แนวความคิดของท่านนั้นใช่เลย เห็นว่านี่วิสัยพุทธภูมิชัด ๆ เลย ต้องรู้ให้ครบ ไม่ครบไม่เลิก

พอสิ้นหลวงพ่อสมเด็จฯ วัดสระเกศแล้วเจอหน้ากัน ท่านว่า “อาจารย์เล็ก ทำอย่างไรดีวะ ? ผู้นำไปเสียแล้ว ไม่มีคนนำแล้วพวกเราจะเดินกันอย่างไรนี่ ?” อาตมาบอกว่า “จะไปยากอะไรเล่า ก็ช่วยกันประคอง เดินไปทั้งกลุ่มนี่แหละ”
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 16-10-2013 เมื่อ 17:37
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 211 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #52  
เก่า 16-10-2013, 09:44
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,673
ได้ให้อนุโมทนา: 72,682
ได้รับอนุโมทนา 3,105,869 ครั้ง ใน 22,018 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์พูดถึงพระไพรีพินาศที่กำลังจัดสร้างว่า "ถ้าวัตถุมงคลชุดนี้เสร็จทันปลายปี จะเอาไว้สำหรับแจกงานผ้าป่าซื้อเครื่องมือแพทย์ อาตมาเป็นประธานโครงการพัฒนาโรงพยาบาลทองผาภูมิ คือทั้งหมดที่เขาเชิญไป เขาสรุปว่า นักการเมืองท้องถิ่นไม่ได้ ข้าราชการของโรงพยาบาลไม่ได้ ฯลฯ ท้ายสุดเหลืออาตมากับอีกคนหนึ่งก็คือคุณสมใจ มาโนช ประธานชมรมผู้สูงอายุทองผาภูมิ ก็เหลือแค่ ๒ คนที่เป็นประธานได้ คุณสมใจบอกว่า “นิมนต์พระอาจารย์เถิดครับ” ตูก็เลยเฮง..! ต้องเป็นประธานแบบถูกบังคับให้เป็น...

ถ้าพระไพรีพินาศรุ่นนี้เสร็จเร็ว จะเอาไว้สำหรับทำผ้าป่าซื้อเครื่องมือแพทย์ให้โรงพยาบาล เพราะโรงพยาบาลได้ตึกผู้ป่วยนอกมา เสียดายว่าขอห้องกรรมฐาน ๑ ห้อง แล้วเขาจัดสรรให้ไม่ได้ ถ้าได้ก็จะขอตกแต่งพื้นที่เอง เพื่อที่ว่าให้ผู้ป่วยเข้าไปนั่งกรรมฐานกันได้ เขาแค่กันห้องสงฆ์อาพาธออกมาได้ แล้วเราจะไปยึดห้องสงฆ์อาพาธมาทำห้องกรรมฐาน ก็จะเหลืออยู่แค่ห้องเดียว ไม่พอแน่ เพราะว่าเราจะไปคิดถึงแค่วัดท่าขนุนก็ไม่ได้ พระท่านทั้งอำเภอ ที่อาจจะต้องใช้ห้อง แล้วอาจจะมีจากที่อื่นมาอีก"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 16-10-2013 เมื่อ 17:39
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 217 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #53  
เก่า 16-10-2013, 09:49
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,673
ได้ให้อนุโมทนา: 72,682
ได้รับอนุโมทนา 3,105,869 ครั้ง ใน 22,018 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "ตอนนี้ในเว็บพลังจิตกำลังไล่ลบข้อความกันอยู่ เพียงแต่ว่าอาตมาลบจากหน้าสุดท้ายขึ้นมา ก็คือข้อความอันไหนเหลวไหลนี่ลบหมด แล้วกระทู้ไหนที่ได้ประโยชน์ก็จะไปตามลบพวก "อนุโมทนาครับ อนุโมทนาค่ะ" เชื่อไหมว่าวันทั้งวันลบได้ประมาณหน้าเดียว แล้วก็ไปเจอพวกเก่า ๆ อย่างคุณใบไม้นอกกำมือ คุณนารายณ์อวตาร ฯลฯ ที่มากัดกันกระจายอยู่นั่น นึก ๆ แล้วก็ขำดี

พอดีประชุมผู้บริหารเว็บพลังจิต เลยเสนอเขาไปว่าช่วยจัดการเรื่องพวกนี้ให้ที เพราะว่าปุ่มโมทนาของเรามีอยู่แล้ว พอถึงเวลา เนื้อหาดี ๆ แทนที่จะได้อ่าน ก็กลายเป็นว่าต้องเปิดข้ามโมทนาเป็นหน้า ๆ กว่าจะได้เจอ ขอให้ลบทิ้งให้หมดเลย ถ้าเขาโง่พอที่จะหาปุ่มโมทนาไม่เจอก็ช่างหัวมัน แล้วอีกอย่างก็คือห้องข่าวพระพุทธศาสนา ให้เสนอแต่ข่าวที่ดีเท่านั้น ข่าวอะไรที่ไม่ดี หรือว่ามีการเสี้ยมกัน เพื่อที่จะให้คนนั้นทะเลาะคนนี้ ลบทิ้งให้หมด

บอกว่าข่าวไม่ดีให้เสนอแต่เนื้อข่าว อย่าใส่ความเห็นส่วนตัว แค่บอกว่าอะไรเกิดขึ้น เขาก็เลยรับไปเป็นนโยบาย ลบกันกระจาย คุณคมน์บอกว่าต้องใช้เวลาประมาณถึง ๓ ปี แต่บอกเขาแล้วว่าให้จัดการไปทีละกระทู้เลย พอเรียบร้อยเสร็จทั้งกระทู้ก็ล็อก ห้ามลงความเห็นเพิ่ม

ตั้งแต่วันที่ ๒๒ กันยายนมาจนถึงเมื่อวานนี้
เฉพาะห้องของหลวงพี่เล็กห้องเดียว เขาเพิ่งแก้ไขไปได้แค่ ๗ หน้า คิดดูแล้วกันว่าเละเทะขนาดไหน แล้วพวกห้องอื่น ๆ นี่ไม่ต้องห่วงหรอก เจอพวกของขึ้นบางกระทู้นี่ ๒๐ - ๓๐ หน้าเลย กว่าจะไปคุ้ยเจอว่าข้อความไหนมีประโยชน์"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 15-11-2013 เมื่อ 02:51
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 218 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #54  
เก่า 16-10-2013, 19:48
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,673
ได้ให้อนุโมทนา: 72,682
ได้รับอนุโมทนา 3,105,869 ครั้ง ใน 22,018 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : มีเว็บหนึ่งทำเกี่ยวกับวัตถุมงคลด้านเสน่ห์ เขาเอาภาพพระอาจารย์ในงานเป่ายันต์ไปประกอบ ?
ตอบ : เขาเอาอาตมาไปขายว่าปลุกเสกวัตถุมงคลให้เขา ไม่เป็นไรหรอก...ถือว่าแบ่งกันกิน ถ้าไม่โดนแอบอ้างแสดงว่ายังไม่ดังจริง โดนแอบอ้างแสดงว่าเริ่มดังแล้ว..!

ต้องดูที่ท่าพระจันทร์ ถ้าพระอาจารย์ท่านไหนมีวัตถุมงคลปลอมที่ท่าพระจันทร์ก็แปลว่าดังแล้ว วัตถุมงคลของอาตมามีปลอมไป ๔ - ๕ รุ่นแล้ว มีพระองค์ที่ ๑๑ พระกริ่งพิชัยสงคราม เหรียญจักรพรรดิ แล้วอะไรอีกอย่างจำไม่ได้ ปลอมกันกระจายที่ท่าพระจันทร์ โดยเฉพาะพระกริ่งพิชัยสงครามนี่ เขาเอาลงว่าเป็นของวัดบวรฯ เลย อาศัยชื่อวัดกินได้อีกรอบหนึ่ง


ถาม : เหรียญทำน้ำมนต์ของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ เขาปลอมได้เหมือนจริงมาก ?
ตอบ : สมัยนี้เขาถอดแบบด้วยคอมพิวเตอร์ ไม่เหมือนก็ไม่ได้ อาตมาเองก็เหลืออยู่แค่ ๔ - ๕ เหรียญ กะว่าถ้าลูกศิษย์คนไหนไปเป็นเจ้าอาวาส ก็จะให้คนละเหรียญ ให้เอาไปช่วยชาวบ้านบ้าง
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 17-10-2013 เมื่อ 02:18
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 220 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #55  
เก่า 16-10-2013, 20:05
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,673
ได้ให้อนุโมทนา: 72,682
ได้รับอนุโมทนา 3,105,869 ครั้ง ใน 22,018 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์เล่าว่า "วันก่อนไปงานออกนิโรธกรรมของครูบาวิฑูรย์ โยมถวายของไว้ตรงหน้าเยอะแยะ ก็หยิบส่งให้พระข้างหลังเพื่อที่เขาจะได้จัดเก็บเข้าที่ ปรากฏว่าคนถวายดันเปิดขวดซุปไก่แล้วเอาฝาครอบไว้เฉย ๆ พอยกขึ้นก็เลยราดใส่จีวรตัวเอง ประเภทกลัวว่าทำแล้วจะไม่ได้บุญถ้าพระไม่ฉัน จึงเปิดไว้ให้เสร็จสรรพเลย

การทำบุญเราได้บุญตั้งแต่ตั้งใจทำแล้ว ต่อให้พระไม่เอาไปใช้
เอาไปฉันเราก็ได้บุญแล้ว แต่หลายท่านจะเป็นลักษณะอย่างนั้น ก็คือกลัวจะไม่ได้บุญ ถึงเวลาอะไรมานี่ต้องเปิดฝาไว้เรียบร้อย จึงทำให้อาตมาเดือดร้อน อยู่ ๆ ไปอาบซุปไก่เสียแล้ว

ส่วนใหญ่ยังติดอุปาทานอยู่ว่าถ้าเขาไม่กินไม่ใช้ให้เห็นจะไม่ได้บุญ หลายท่านก็เลยตามไปดูผลว่าพระท่านใช้หรือเปล่า ? ถ้าเป็นของอาตมาเองก็ตายแน่ เขาถวาย Booklet มาตั้งแต่เดือนที่แล้ว เมื่อเช้าเพิ่งเปิดดู เขี่ยอยู่ตั้งนานกว่าจะปิดเป็น บอกเขาแต่แรกแล้วว่าอย่าเอามา เพราะเครื่องเล็กเกิน อาตมาใช้ Notebook ยังต้องใช้จอ ๑๗ นิ้ว แล้วที่ให้มาจอเล็กแค่นั้นจะไปดูอะไรรู้เรื่อง เขาบอกว่าขยายได้ ถึงขยายได้ก็จริง แต่อ่านได้ทีละครึ่งบรรทัด แล้วก็ต้องมาเขี่ยซ้ายเขี่ยขวากว่าจะอ่านได้ครบบรรทัด ประสาทจะกิน..!

อาตมาค่อนข้างจะมีนิสัยอนุรักษ์ ถ้าของเก่ายังใช้งานได้อยู่ จะไม่รับของใหม่หรอก ตอนนี้กำลังหาทางจะเอา Notebook เครื่องแรกมาประมูลอยู่ ใช้มาตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ ตอนนี้ถ้าไม่เสียบสายไว้จะเปิดไม่ได้เลย ไฟไม่มี เพราะแบ็ตเตอรี่เจ๊งไปนานแล้ว ตอนแรกผ่านไป ๕ ปี เจ้าของร้านเขาตกใจ “พระอาจารย์ยังใช้อยู่อีกหรือ ?” “ก็ใช้สิวะ” “ของคนอื่น
เขา ๓ ปีก็เจ๊งไปแล้ว” ปีนี้ ๒๕๕๖ ก็ ๘ ปีแล้ว ต้องเริ่มต้นที่ ๘ บาท เดี๋ยวว่าจะแอบใส่อะไรดี ๆ ไว้ข้างในให้ ไม่บอกด้วย ประมูลได้แล้วค่อยไปเปิดดูว่าคืออะไร

แต่ต้องยอมรับว่า Notebook ของ Toshiba อึดสุด ๆ นี่ขนาดตรงที่วาง
มือตอนพิมพ์เป็นรูปมือเลย เพราะสีลอก แต่ก็ยังใช้งานได้อยู่"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 17-10-2013 เมื่อ 02:22
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 233 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #56  
เก่า 17-10-2013, 20:18
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,673
ได้ให้อนุโมทนา: 72,682
ได้รับอนุโมทนา 3,105,869 ครั้ง ใน 22,018 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : พระในที่ต่าง ๆ มีความต่างกันไหมคะ จึงทำให้คนขวนขวายไปไหว้ไม่เท่ากัน ?
ตอบ : ต่างกันจ้ะ ขอยืนยันว่าต่างกัน เพราะเทวดาหรือพรหมที่ท่านดูแลรักษาพระ ความสามารถท่านไม่เท่ากัน

ถาม : แต่พระคือตัวแทนพระพุทธเจ้า ?
ตอบ : ถูก..ถ้าเราไหว้อย่างนั้นที่ไหนก็เหมือนกัน แต่คราวนี้ถ้าเราตั้งใจไปขอเฉพาะต้องไปตามนั้นเลย เพราะว่าแต่ละท่านมีความสามารถไม่เหมือนกัน

ถาม : ตกลงคือเราไหว้เทวดา ?
ตอบ : ก็คือไหว้พระนั่นแหละ แต่ตอนเราขอเทวดาที่ท่านรักษาพระท่านเป็นผู้ให้ คราวนี้ถ้าท่านศักดานุภาพมากก็ให้ได้เยอะหน่อย ใครขอส่วนใหญ่จะสำเร็จ ถ้าศักดานุภาพน้อย ขอบางทีก็ไม่ได้ เพราะว่ากำลังบุญของเราต้องเสริมด้วย ถ้าท่านรวยท่านให้ได้มาก มาเสริมของเราเต็มพอดีก็สำเร็จไว ถ้าท่านรวยน้อยท่านให้ได้น้อย เสริมไม่พอ ขอก็ไม่สำเร็จ เพราะฉะนั้น..ไปเถอะ ไปไหว้หลวงพ่อปากแดงบ้างก็ได้ ส่วนใหญ่เขาไปขอหวยกัน วัดหลวงพ่อตึ๋งที่นครนายก
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 18-10-2013 เมื่อ 05:21
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 215 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #57  
เก่า 17-10-2013, 20:26
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,673
ได้ให้อนุโมทนา: 72,682
ได้รับอนุโมทนา 3,105,869 ครั้ง ใน 22,018 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : เราไปขอพระ ถ้าเราจะให้เพื่อตอบแทนท่านต้องให้อะไร หรือควรปฏิบัติบูชา ?
ตอบ : ถวายสังฆทานก็อุทิศให้ท่าน ภาวนาก็อุทิศให้ท่าน

ถาม : ท่านในที่นี่คือพระหรือเทวดาคะ ?
ตอบ : เทวดาที่รักษาพระองค์นั้น อาตมาใช้คำว่าเทวดาที่รักษาหลวงพ่อวัดไร่ขิงในทิศทั้ง ๔ ให้ทั้ง ๔ ทิศเลย เพราะฉะนั้น..อาตมาขออะไรหลวงพ่อวัดไร่ขิงก็ได้ทุกทีแหละ เพราะให้ท่านก่อน แล้วอาตมาก็ไม่ค่อยขอเสียด้วย

ถาม : แล้ววัตถุมงคลมีเทวดารักษาไหมคะ ?
ตอบ : มีจ้ะ ถ้าหากว่าพุทธาภิเษกถูกวิธี ชิ้นหนึ่งก็เทวดารักษาองค์หนึ่ง

ถาม : องค์เล็ก ๆ ก็มีเทวดารักษาเหมือนกันหรือคะ ?
ตอบ : มีจ้ะ พระพุทธเจ้าไม่มีคำว่าเล็กจ้ะ

สมัยก่อนอาตมาบวชเคยรับวัตถุมงคลมา แล้วก็นึกในใจว่า “ว้า...องค์นิดเดียว” ปรากฏว่ากลางคืนท่านมา แล้วขยายใหญ่เต็มจักรวาลเลย บอกว่า “ใหญ่แค่นี้พอหรือยัง ?” ต้องเจอแบบนั้น
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 18-10-2013 เมื่อ 05:22
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 221 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #58  
เก่า 17-10-2013, 20:34
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,673
ได้ให้อนุโมทนา: 72,682
ได้รับอนุโมทนา 3,105,869 ครั้ง ใน 22,018 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ยาธาตุน้ำแดงมีแอลกอฮอล์ ถ้ากินนี่ผิดศีลข้อห้าไหมครับ ?
ตอบ : ถ้ากินเพื่อรักษาโรค กินตามสูตรไม่เป็นไร แต่มีเด็กนักเรียนตั้งใจกินเอาเมาเหมือนกัน กินกันเป็นขวด ๆ เลย ถ้าอย่างนั้นก็ผิด

แต่ถ้ายาของลุงเดฟนี่ไม่ได้นะ ยาของลุงเดฟเล่นเอาป้าอุ๋ยสลบไปเลย ตอนนั้นลุงเดฟจะกินเหล้า แต่ด้วยความที่ป้าอุ๋ยเป็นคนซื่อ ก็ไม่รู้ว่าบรั่นดีคือเหล้า ก็ถามลุงเดฟว่าทำอะไร เย็น ๆ เห็นกินกรึ๊บหนึ่งทุกวัน คราวนี้ลุงเดฟเป็นฝรั่ง แกก็รู้ว่าคนไทยถือเรื่องศีล ๕ ลุงเดฟแกก็บอกว่า กินยา..ยานี้รักษาได้ทุกโรค ปวดหัวปวดท้องรักษาได้หมด ป้าอุ๋ยก็จำไว้ว่าขวดนี้
ยารักษาทุกโรค ปวดหัวปวดท้องรักษาได้หมด

ปรากฏว่าวันนั้นป้าอุ๋ยนึกอยากจะทำอาหารไทยให้สามี ก็อุตส่าห์ไปหามะพร้าวมาทำกะทิ เพราะใช้นมสดแทนแล้วไม่อร่อย แกก็ฟันมะพร้าวเพื่อที่จะขูด ปรากฏว่าพลาดไปโดนมือตัวเองเหวอะเลือดนอง
เลย เอาผ้าขนหนูผืนเล็กพันเอาไว้ เจ็บแทบตาย เลือดก็ไหลไม่หยุดเสียที นึกขึ้นมาได้ว่ายาขวดนั้นรักษาได้ทุกโรค ป้าอุ๋ยก็เลยกรอกลงไปครึ่งขวด..! ปรากฏว่าเมาสลบเหมือดอยู่ตรงนั้น แล้วก็ล้มเอาหัวไปค้ำประตูครัวอยู่

สามีเข้ามาผลักแง้มได้นิดหน่อย เห็นเลือดนองพื้นไปหมดก็ตกใจ "ใครมาฆาตกรรมเมียกู..!" กว่าจะเอาไปโรงพยาบาลได้ก็ทุลักทุเล หมอเย็บเสร็จเรียบร้อย ลุงเดฟถามว่า “ทำไมเธอถึงกินเหล้า ?” ป้าอุ๋ยบอกว่า “ก็เธอบอกเองว่ายาขวดนั้นรักษาได้ทุกโรค เจ็บขนาดนี้ไม่มีใครช่วย ก็เลยต้องกิน” ช่วยได้เหมือนกัน..เพราะกินแล้วเมาหมดสติ ไม่อย่างนั้นเจ็บตายเลย
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 18-10-2013 เมื่อ 05:25
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 202 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #59  
เก่า 17-10-2013, 20:37
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,673
ได้ให้อนุโมทนา: 72,682
ได้รับอนุโมทนา 3,105,869 ครั้ง ใน 22,018 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ถ้าเราไหว้เจ้าที่เจ้าทาง เอาเหล้าไปเซ่นไหว้ท่าน จะไม่เป็นไรหรือครับ ?
ตอบ : ไหว้ไปเถอะ ไม่เป็นไรหรอก เทวดาท่านรู้ว่าอะไรควรหรือไม่ควร แต่ถ้าเจอท่านที่เฮี้ยนมาก ๆ อย่างกรมหลวงชุมพรก็ “เฮ้ย..พอแล้ว ไม่เอาแล้ว” เพราะสมัยก่อนต้องถวายท่านด้วยน้ำตาลเมา ตอนหลังท่านบอกว่าโดนเทวดาผู้ใหญ่ตำหนิมา ว่าเป็นเทวดาผู้ใหญ่ขนาดนี้แล้ว ยังให้เขาเซ่นด้วยน้ำตาลเมาอีก ท่านก็เลยต้องเลิก

ถาม : กรมหลวงชุมพรท่านเป็นลูกของรัชกาลที่ ๕ หรือคะ ?
ตอบ : จ้ะ..ตามประวัติว่าเป็นพระโอรสของรัชกาลที่ ๕ กับเจ้าจอมมารดาโหมด ต้นสกุลอาภากร
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 18-10-2013 เมื่อ 05:26
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 221 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #60  
เก่า 20-10-2013, 20:31
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,673
ได้ให้อนุโมทนา: 72,682
ได้รับอนุโมทนา 3,105,869 ครั้ง ใน 22,018 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ที่หนูทำจะมี ๒ แบบค่ะ แบบแรกภาวนาไปเรื่อย ๆ แล้วสมาธิก็จะดิ่งไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งในที่สุดตัวก็หลุดออกไป แต่แบบนี้จะมีข้อเสียตรงที่ใช้เวลานานมาก เพราะจะฟุ้งซ่านเป็นระยะค่ะ กับอีกแบบหนึ่งเหมือนเราจะเจาะจงกดไว้เลย ทำให้หยุดฟุ้งซ่านเร็วกว่า ใช้เวลาน้อยกว่า แต่สมาธิจะคาอยู่แค่นั้น ไม่ไปไกลมากกว่านั้นค่ะ จะรู้สึกเครียด ๆ หนัก ๆ
ตอบ : อย่างแรกสมาธิดำเนินไปตามขั้นตอน ค่อย ๆ ดิ่งลึกลงไป ๆ ตามลำดับที่เราทำได้ ส่วนอย่างที่สองอยู่ในลักษณะของสมาปัชชนวสี ก็คือเราทำได้แค่ไหน เราจะใช้กำลังระดับนั้นเลย เป็นการกระโดดไปเข้าสมาธิในระดับที่เราทำได้เลย แล้วการที่เรากระโดดไปเข้าในระดับนั้น ถ้าเราไม่รู้จักการเข้าออกที่คล่องตัว ก็จะทรงอยู่แค่ในระดับนั้น

ดังนั้น..การทำแบบอย่างแรกของเราเสียเวลา เอาอย่างสองเลยก็ได้ แต่ต้องหัดเข้าออกให้คล่องตัว ถึงเวลาเราต้องการอยู่ระดับไหน จะได้ไปได้เลย อย่างที่สองปลอดภัยกว่าจ้ะ ไม่ต้องฟุ้งซ่านนาน ถ้าคนที่เริ่มทรงฌานทรงสมาธิได้ เขาก็จะเข้าในจุดที่ตัวเองทำได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาอีก แต่ว่าต้องซักซ้อมเข้าออกให้คล่องด้วย


ถาม : แต่ก็คาอยู่แค่ตรงนั้นนะคะ ?
ตอบ : อยู่จุดเดิมก็ช่างเถอะ ให้เข้าออกได้คล่อง ถึงเวลาเราจะไปทำอะไรเราจะได้ทำได้ พอซ้อมมาก ๆ เข้าเดี๋ยวก็ไปได้เองแหละ ถ้าไม่คล่องตัวก็ไปไม่ได้สักที ก็ติดอยู่แค่นั้น
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 20-10-2013 เมื่อ 20:42
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 186 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 06:30



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว