กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > เก็บตกจากบ้านวิริยบารมี

Notices

เก็บตกจากบ้านวิริยบารมี เก็บข้อธรรมจากบ้านวิริยบารมีมาฝาก สำหรับผู้ที่ไม่มีโอกาสเดินทางไป

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #41  
เก่า 28-06-2013, 19:54
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,673
ได้ให้อนุโมทนา: 72,682
ได้รับอนุโมทนา 3,105,869 ครั้ง ใน 22,018 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : คนที่บ้านเป็นโรคไทรอยด์ครับ มียาสมุนไพรรักษาไหมครับ ?
ตอบ : พวกไทรอยด์ไม่ค่อยมั่นใจ เพราะไม่เคยไปศึกษาเกี่ยวกับทางด้านนี้เลย ลองไปสอบถามร้านเจ้ากรมเป๋อที่จักรวรรดิดูสิ ถามเขาว่ามีตำรายาที่รักษาเกี่ยวกับพวกนี้หรือเปล่า ที่นั่นจะเป็นต้นตำรับสมุนไพรเลย ร้านเจ้ากรมเป๋อยาจะแพงกว่าที่อื่นหน่อย แต่รับประกันทุกตัว ที่อื่นบางครั้งเอาอย่างอื่นมาปลอม อย่างเช่นเอารากสามสิบมาแทนหนอนตายอยาก เพราะหน้าตาคล้าย ๆ กัน

ถาม : ตอนนี้พ่อไม่สบายมากครับ นอนไม่ได้สติ ควรแนะนำเขาอย่างไรครับ ?
ตอบ : ถ้าไม่ได้สตินี่แนะนำไม่ทันแล้ว ถ้ายังมีสติอยู่ อย่างน้อย ๆ เอาเสียงสวดหรือเสียงพระเทศน์ให้ท่านฟัง ลองดู..ถ้าได้สติขึ้นมาก็ทำอย่างนั้น จริง ๆ แล้วเรื่องของความเจ็บป่วย ต้องไปบนหลวงพ่อ ๔ - ๕ องค์ที่วัดท่าซุง เพราะท่านจะถนัดเรื่องเจ็บไข้ได้ป่วยโดยตรง ถ้ามีโอกาสลองไปบนดู นึกเสียว่าเราไปเที่ยวก็แล้วกัน แต่ตั้งใจไปบนให้พ่อด้วย ว่าขอให้ท่านได้สติขึ้นมา หรือหายเจ็บป่วยอะไรก็แล้วแต่เรา
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 29-06-2013 เมื่อ 02:47
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 235 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #42  
เก่า 28-06-2013, 20:07
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,673
ได้ให้อนุโมทนา: 72,682
ได้รับอนุโมทนา 3,105,869 ครั้ง ใน 22,018 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ช่วงหลังนี้หนูฝันแล้วแม่นด้วยค่ะ ?
ตอบ : ตายแล้ว...ฝันแม่นด้วยหรือ ? เมื่อวานอาตมาเพิ่งฝันว่าเครื่องบินตก ไถลไปอยู่ตรงหน้าประตูปราสาทริมน้ำของใครก็ไม่รู้ ? ยังไม่ทันจะช่วยใครสักคน ดันสะดุ้งตื่นเสียก่อน เครื่องที่นั่งไปยุโรปลำนั้นแหละ แม่นจริง ๆ ด้วยนะ..!

ถาม : แต่ของหนูไม่ได้แม่นแบบตรง ๆ ค่ะ จะเป็นแบบตรงตีความ
ตอบ : เขาเรียกว่าเทพสังหรณ์ บอกตรงเกินไปก็ไม่ได้ กว่าจะเข้าใจ บางทีเรื่องก็ผ่านไปแล้ว

ถาม : อย่างนี้ความฝันก็เป็นภาษาสากลอย่างหนึ่งสิคะ แล้วคนแปลความฝันเขาแปลออกได้อย่างไร เก่งจัง
ตอบ : ต้องค่อนข้างเป็นคนฟุ้งซ่านและมีจินตนาการหน่อย ๆ ก็เขาสรุปไว้ว่าการฝันเป็นเพราะธาตุวิปริต กรรมนิมิต จิตนิวรณ์ เทพสังหรณ์

ธาตุวิปริต..กินแล้วท้องไส้ไม่ดี ฝันไปเรื่อยเปื่อย กรรมนิมิต..ทำดีทำชั่วอะไรมา ผลจะเกิดขึ้นก็แสดงให้รู้ จิตนิวรณ์..เก็บเอาความฟุ้งซ่านไปฝัน อย่างที่อาตมาฝันว่าเครื่องบินตก เทพสังหรณ์..เทวดาท่านช่วยสงเคราะห์ให้รู้ เขาแยกเป็นศาสตร์มาตั้งแต่โบราณแล้ว พวกพราหมณ์เขาขยันฟุ้งซ่านเรื่องแบบนี้ เก็บข้อมูลไปเรื่อย แต่จริง ๆ แล้ว ถ้าเป็นพวกกรรมนิมิต หรือเทพสังหรณ์ จัดเป็นทิพจักขุญาณอย่างอ่อน ถ้าไม่มีของเดิมอยู่ก็ไม่ทราบหรอก
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 29-06-2013 เมื่อ 02:49
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 226 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #43  
เก่า 28-06-2013, 20:12
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,673
ได้ให้อนุโมทนา: 72,682
ได้รับอนุโมทนา 3,105,869 ครั้ง ใน 22,018 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : หนูเป็นไมเกรนค่ะ ตอนที่ไปนั่งสมาธิในห้องพระ ปรากฏว่าหายปวด แต่พอเดินออกมาจะกลับห้องนอน ระหว่างเดินเหมือนจะกลับมาปวดใหม่ ตอนนอนหนูก็เลยภาวนาแน่นเลย กลัวจะปวดอีกค่ะ แล้วอาการปวดก็หายจริง ๆ แต่หนูตาค้างทั้งคืนเลยค่ะ ?
ตอบ : ธรรมดา..ถ้าสภาพจิตเลยปฐมฌานหยาบไป ก็จะสว่างโพลงอยู่อย่างนั้น เราก็ภาวนาไปเรื่อย ถือว่าตัวได้นอนแล้ว

ถาม : ที่เขานั่งแล้วหายคงไม่ใช่แบบนี้ใช่ไหมคะ ?
ตอบ : เขานั่งแล้วหายเพราะเขาหายเครียด อาการปวดก็หาย ไมเกรนเกิดจากความเครียด ต้องหยุดคิดให้เป็น ถ้าหยุดคิดไม่เป็น เราก็ได้แค่กดเอาไว้ชั่วคราว หรือไม่ก็หารากบวบ จะบวบเหลี่ยมก็ได้ บวบงูก็ได้ บวบขมก็ได้ ให้หารากบวบมา ล้างสะอาดตากแห้ง ชั่งน้ำหนักรวมกันให้ได้ ๑ ขีด ต้มกินแทนน้ำ แก้ไมเกรนสะเด็ดยาดเลย เพียงแต่ว่ารากบวบ ๑ ขีดนี่หายากหน่อย เพราะค่อนข้างมาก

ถาม : หาไม่ได้สิคะ ?
ตอบ : ทำไมจะหาไม่ได้ เขากินกันมาเสียเยอะแล้ว หรือไม่ก็ไปสั่งร้านขายยาให้เขาหาให้

ถาม : ตอนแรกหนูก็อยากหายค่ะ แต่ตอนหลังกลับคิดว่าเลี้ยงไว้ดูเล่นก็ดีเหมือนกัน เดี๋ยวจะสบายเกินไป
ตอบ : ใช่ ๆ ๆ เป็นให้หนัก ๆ เลย จะได้ดูให้ชัด ๆ ...(หัวเราะ)...
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 29-06-2013 เมื่อ 02:51
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 222 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #44  
เก่า 30-06-2013, 21:38
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,673
ได้ให้อนุโมทนา: 72,682
ได้รับอนุโมทนา 3,105,869 ครั้ง ใน 22,018 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ถ้าเราเคยเอาเงินของสงฆ์มาให้คนอื่น คนที่รับเงินเป็นหนี้สงฆ์ด้วยหรือไม่ หรือเป็นเฉพาะเราคนเดียว ?
ตอบ : คนที่เอาไปให้เป็นคนติดหนี้สงฆ์ ส่วนคุณจะเอาไปให้ใครนั่นเป็นเรื่องของคุณ เพราะเขารับจากคุณไม่ได้เอาไปจากสงฆ์

ถาม : สมมติว่าเราเอาเงินของสงฆ์มา ๑๐๐ บาท เอาไปทำนั่นนี่จนได้กำไรมา เราต้องชำระหนี้สงฆ์เท่าไรถึงจะหมดครับ ผมเข้าใจว่าชำระตามราคาเท่าที่เอามา ?
ตอบ : อันนี้เข้าใจถูก แต่เขาชำระเท่าราคาปัจจุบัน อย่างเช่นในสมัยนั้นก๋วยเตี๋ยว ๒ ชาม ราคา ๕ สตางค์ ถ้าคุณไปเอาเงินมา ๑๐๐ บาท ตอนนี้ก็อ่วมอรทัยเลย เพราะสมัยนี้ก๋วยเตี๋ยวชามละ ๓๕ - ๔๐ บาท ชำระเป็นมูลค่าในปัจจุบัน ถ้าเทียบยาก ให้เทียบจากราคาทอง อย่างเช่น ราคาทองสมัยนั้นบาทละ ๔๐๐ บาท สมัยนี้บาทละ ๒๐,๐๐๐ บาท ก็ต้องใช้คืนในราคาบาทละ ๒๐,๐๐๐ บาทนะจ๊ะ
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 01-07-2013 เมื่อ 01:23
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 216 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #45  
เก่า 30-06-2013, 21:40
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,673
ได้ให้อนุโมทนา: 72,682
ได้รับอนุโมทนา 3,105,869 ครั้ง ใน 22,018 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : สมมติว่าก่อนรับยันต์เกราะเพชร เราเก็บสิ่งของของคนอื่นได้ เช่นโทรศัพท์มือถือ เอามาใช้เป็นของเราเอง รับยันต์เกราะเพชรแล้ว เรายังใช้ของของคนอื่นที่เก็บได้ ยันต์เกราะเพชรจะเสื่อมไหมครับ ?
ตอบ : เรื่องของยันต์เกราะเพชรต้องเจตนาขโมย เก็บของได้ ตั้งใจหาเจ้าของแล้วคืนเขา ถ้าหาเจ้าของคืนไม่ได้ เราใช้ไปก่อน ถ้าเจ้าของมาทวงคืน เราต้องคิดค่าเสื่อมสภาพให้เขาด้วย

อันนี้ไม่ถือว่าขโมย เพราะฉะนั้น..ยันต์ไม่เสื่อม


ถาม : ก่อนรับยันต์เกราะเพชรเราใช้โปรแกรมเถื่อนอยู่ หลังจากรับยันต์เกราะเพชรแล้ว เราก็ยังใช้โปรแกรมเถื่อนต่อไป ยันต์เกราะเพชรเสื่อมไหมครับ ?
ตอบ : เหมือนกัน..หลังจากรับมาแล้วค่อยขโมยถึงจะเสื่อม แต่คราวนี้อย่าตั้งใจเอาเสียเต็มที่แล้วค่อยไปรับยันต์นะ ถ้าอย่างนั้นแสดงว่าเจตนาขโมย..เจ๊งเหมือนกัน..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 01-07-2013 เมื่อ 01:24
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 222 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #46  
เก่า 30-06-2013, 21:42
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,673
ได้ให้อนุโมทนา: 72,682
ได้รับอนุโมทนา 3,105,869 ครั้ง ใน 22,018 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : การไปวัดแล้วถ่ายรูปกิจกรรมต่าง ๆ ในวัด เอาไปโพสต์ในอินเตอร์เน็ต เป็นธรรมทานหรือเปล่า ?
ตอบ : ไม่เป็น แต่ได้ในส่วนของปัตตานุโมทนามัย คือคนอื่นเขาพลอยยินดีในความดีที่เราทำด้วย ยกเว้นว่าคุณไปฟังธรรมมา แล้วเอาเนื้อหานั้นไปลงให้คนอื่นอ่าน ถึงจะเป็นธรรมทาน

ถาม : ใช้ของที่คนอื่นขโมยมา ศีลขาดไหมครับ ?
ตอบ : ถ้าเราไม่รู้..ไม่เป็นไร ถ้ารู้แล้วก็รีบคืนเขาไป ก่อนที่จะติดคุกในข้อหาสมรู้ร่วมคิดด้วย..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 01-07-2013 เมื่อ 01:24
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 219 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #47  
เก่า 30-06-2013, 21:44
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,673
ได้ให้อนุโมทนา: 72,682
ได้รับอนุโมทนา 3,105,869 ครั้ง ใน 22,018 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : หนังมีลิขสิทธิ์มีคนมาขาย คนซื้อไม่ได้ขโมยตรง ๆ ผิดศีลหรือเปล่าครับ ?
ตอบ : ปกติแล้วของที่ขาย ถ้าเราซื้อนี่สิทธิเป็นของเรา แต่คราวนี้เราก็ต้องรู้ด้วยว่า คนที่เอามานั้นเอามาแบบไหน ถ้าเราไม่รู้ไม่ถือว่าผิด แต่ถ้าถึงเวลาเรารู้ขึ้นมา หรือว่าเจ้าของลิขสิทธิ์เขาทวงขึ้นมา จ่ายค่าลิขสิทธิ์เขาไปเสียดี ๆ ไม่อย่างนั้นก็เท่ากับขโมย ถ้าไม่รู้ก็ดูไปเรื่อย ๆ ก่อน

ถาม : หนังมีลิขสิทธิ์ มีคนปล่อยให้ดาวน์โหลดในเว็บ แล้วพอดาวน์โหลดมาดู ผิดศีลหรือไม่ ?
ตอบ : เรื่องของลิขสิทธิ์นี่ต้องคิดให้ดีนะ ถ้าเขาระบุไว้ชัดเลยว่าห้ามทำซ้ำ ถ้าอย่างนั้นเขาถือว่าผิด แต่ถ้าเขาแค่ขายลิขสิทธิ์เฉย ๆ คนแรกซื้อไปแล้ว แล้วก็เอามาปล่อยให้ดาวน์โหลดต่อ ก็ถือว่าคนแรกเขาจ่ายค่าลิขสิทธิ์ไปแล้ว..ไม่เป็นไร แต่ถ้าเขามีบอกห้ามทำซ้ำไว้ชัดเจน อย่างนั้นผิดแน่นอน

ถาม : ถ้าหนังเรื่องนั้นมีลิขสิทธิ์แล้วคนก๊อปปี้มาขายตามท้องตลาด เช่น คลองถม ผิดศีลไหม ?
ตอบ : ตอบไปแล้ว
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 01-07-2013 เมื่อ 01:25
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 214 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #48  
เก่า 30-06-2013, 21:45
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,673
ได้ให้อนุโมทนา: 72,682
ได้รับอนุโมทนา 3,105,869 ครั้ง ใน 22,018 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ในเว็บพลังจิต มีคนสอนบอกว่า พระนิพพานเป็นธรรมที่ไม่ได้เสวยอารมณ์ อยากทราบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ?
ตอบ : ให้ไปพระนิพพานเสียเอง แล้วจะรู้

ถาม : เคยได้ยินว่าของสงฆ์ ตกที่ไหนก็เป็นของสงฆ์ จริงหรือไม่ครับ ? ถ้าเราได้บูชาสิ่งที่เป็นของสงฆ์มาเป็นของเรา โดยที่เราไม่รู้ เกิดตายไปจะเป็นหนี้สงฆ์หรือไม่ ?
ตอบ : ก็ตั้งใจชำระก่อนที่จะตายสิ

ถาม : การที่เราไปกวาดใบไม้ในวัด แล้วตักเศษหินเศษดินทิ้งถังขยะไปด้วย จะจงใจหรือไม่จงใจ เราจะเป็นหนี้สงฆ์หรือทำลายของสงฆ์หรือไม่ ?
ตอบ : ถ้าฟุ้งซ่านมากก็เป็น ถ้าไม่ฟุ้งซ่านก็ไม่เป็น เราตั้งใจทำความสะอาดวัด ยกเว้นว่าคุณตั้งใจว่าวัดนี้ดีเกินไป เดี๋ยวเราจะทำลายเสียหน่อยหนึ่ง ตั้งใจกวาดให้เยอะเป็นพิเศษแล้วเอาไปทิ้ง ถ้าอย่างนั้นถือว่าทำลายของสงฆ์
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 01-07-2013 เมื่อ 01:26
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 220 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #49  
เก่า 30-06-2013, 21:49
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,673
ได้ให้อนุโมทนา: 72,682
ได้รับอนุโมทนา 3,105,869 ครั้ง ใน 22,018 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : การที่เราไปวัด เอาพัดลมและโทรศัพท์มือถือไปเสียบกับปลั๊กไฟวัด เป็นหนี้สงฆ์ไหมครับ ?
ตอบ : เป็น...เมื่อครู่เขาชำระหนี้สงฆ์มาแล้ว ๒๐ บาท

ถาม : เราไปวัด ใช้ไฟในวัด เปิดไฟทิ้งไว้ เป็นหนี้สงฆ์หรือไม่ครับ ?
ตอบ : เป็น..สมัยอยู่วัดท่าซุงหลวงพ่อท่านปรับพระเลยนะ ถ้าใช้แล้ว ถึงเวลาเลิกใช้ไม่ปิดให้ดี สูญเสียราคาครบ ๑ บาท ท่านปรับอาบัติปาราชิกเลย..! เพราะฉะนั้น..อาตมาจะเบื่อมากเลย เวลาพวกเด็ก ๆ ไปอยู่ค่ายที่วัด จะต้องตามปิดไฟ ปิดพัดลม ปิดน้ำให้ตลอด จนเขาคิดว่าระบบของวัดท่าขนุนเป็นระบบอัตโนมัติ ทิ้งไว้ก็ปิดได้เอง เพราะความเคยชินที่หลวงพ่อวัดท่าซุงท่านอบรมเอาไว้ ท่านถึงกับปรับปาราชิกเลยนะ ท่านยอมลงทุนติดมิเตอร์เอาไว้ทุกกุฏิเลย ถ้าใช้เกินที่กำหนดเอาไว้ จ่ายมาเสียดี ๆ ถ้าไม่เกินกำหนดก็แล้วไป

ถาม : การโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารเพื่อร่วมบุญ เช่น สร้างพระ หรือวิหารทานต่าง ๆ เจ้าของบัญชีไม่สามารถนำเงินไปทำบุญตามที่เจ้าของบัญชีประกาศไว้ตามจุดมุ่งหมายของคนโอนเงิน จะเป็นหนี้สงฆ์หรือไม่ครับ ?
ตอบ : ถ้าไม่สามารถทำได้ อันดับแรกเป็นหนี้สงฆ์ก่อน อันดับที่สอง ถ้าไม่สามารถทำได้อย่างที่ประกาศไว้ แล้วเอาไปทำอีกอย่างหนึ่ง อันนี้ปรับโทษย้ายเจดีย์ด้วย เพราะฉะนั้น..เรื่องอย่างนี้ ถ้าไม่มั่นใจในศักยภาพของตัวเอง อย่าพยายามไปแตะเป็นอันขาด ถ้ามั่นใจเมื่อไรแล้วค่อยทำ
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 01-07-2013 เมื่อ 01:28
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 229 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #50  
เก่า 05-07-2013, 13:35
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,673
ได้ให้อนุโมทนา: 72,682
ได้รับอนุโมทนา 3,105,869 ครั้ง ใน 22,018 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "จริง ๆ แล้วความประพฤติของเด็กอยู่ที่การฝึกหัด การฝึกอบรมจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ถ้าพ่อแม่ไม่เข้มงวด เอาแต่ตามใจลูก ย่อมไม่มีทางฝึกลูกให้ดีได้ ตัวเราเองก็เหมือนกัน ถ้าเอาแต่ตามใจกิเลส โดยไม่คิดที่จะห้ามปราม ไม่คิดที่จะต่อต้าน ก็จะโดนกิเลสจูงไปเรื่อย ผลก็จะออกมาเหมือนกับเด็กที่ขาดการฝึกอบรมนั่นแหละ"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 05-07-2013 เมื่อ 16:46
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 212 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #51  
เก่า 05-07-2013, 13:36
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,673
ได้ให้อนุโมทนา: 72,682
ได้รับอนุโมทนา 3,105,869 ครั้ง ใน 22,018 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : บ้านถูกงัดมีวิธีแก้ไหมครับ ?
ตอบ : มีคนอยู่ประจำหรือเปล่า ?

ถาม : ไม่มีครับ
ตอบ : จริง ๆ แล้วเขามีวิธีฝากบ้านไว้กับเทวดา หรือไม่ก็ตอกไม้กันขโมย

ถาม : ต้องทำเลยใช่ไหมครับ ?
ตอบ : ถ้าไม่ทำก็เหมือนเดิม

ถาม : ยาวประมาณกี่ศอกครับ ?
ตอบ : ไม้กันขโมยเขาเอา ๑ ศอกของเจ้าของบ้าน จากปลายนิ้วกลางถึงข้อศอก ๔ อัน ต้องไปตอกเอง
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 05-07-2013 เมื่อ 16:47
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 212 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #52  
เก่า 05-07-2013, 13:39
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,673
ได้ให้อนุโมทนา: 72,682
ได้รับอนุโมทนา 3,105,869 ครั้ง ใน 22,018 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวกับเด็กน้อยลูกโยมคนหนึ่งที่กำลังจะกลับไปยุโรปว่า "กลับไปแล้ว อย่าทิ้งสมาธินะจ๊ะ มีเวลาให้ทำไว้ วันละ ๕ นาที ๑๐ นาทีก็ได้ ฝรั่งอาจจะเจริญกว่าเราทุกอย่าง แต่เรื่องของสมาธิเขาไม่มี ฉะนั้น..เราเองจะทำอะไรได้ดี สมาธิต้องทรงตัว ถ้ากำลังใจมั่นคงจะไม่ตกใจอะไรง่าย ๆ มีสติอยู่ตลอด เกิดอะไรขึ้นก็แก้ปัญหาได้ ฉะนั้น..อย่าทิ้งสมาธิ

ตอนนี้ทางตะวันตกของฝรั่ง พวกยุโรป อเมริกา หันมาเรียนสมาธิกันเยอะ เพราะเห็นประโยชน์ เราอยู่กับธรรมะอยู่แล้วต้องทำให้ได้ เผื่อไปสอนเขาด้วย"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 05-07-2013 เมื่อ 16:49
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 210 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #53  
เก่า 05-07-2013, 13:44
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,673
ได้ให้อนุโมทนา: 72,682
ได้รับอนุโมทนา 3,105,869 ครั้ง ใน 22,018 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ถ้าปฏิบัติแล้วจะละกิเลสภายในใจจะทำอย่างไร ?
ตอบ : รับรู้และเห็นโทษให้ได้ ถ้ารับรู้และเห็นโทษ ใจก็จะหาทางหลีกหนีจากกิเลส ตอนนี้วิธีที่ดีที่สุดคืออยู่กับลมหายใจเข้าออก จะได้มีกำลัง มีสติที่จะระงับยับยั้ง หลังจากนั้นก็พิจารณาเห็นโทษ แล้วถอนใจออกมา แต่ว่าอย่างหลังจะลำบากนิดหนึ่ง ถ้ากำลังของสมาธิพอก็ตัดได้ ถ้ากำลังของสมาธิไม่พอก็ตัดไม่ขาดสักที
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 05-07-2013 เมื่อ 16:50
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 202 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #54  
เก่า 05-07-2013, 13:48
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,673
ได้ให้อนุโมทนา: 72,682
ได้รับอนุโมทนา 3,105,869 ครั้ง ใน 22,018 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "ที่เป็นห่วงสมเด็จพระสังฆราช เพราะว่าปีนี้ทรงเจริญพระชนมายุ ๑๐๐ พรรษาแล้ว ที่สำคัญก็คือสถานการณ์บ้านเมืองไม่ค่อยดีเลย มีแต่คนจะพยายามปั่นให้ร้อนขึ้นเรื่อย ๆ พระระดับสมเด็จพระสังฆราช ถ้าจำเป็นก็อาจจะทิ้งขันธ์เพื่อเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของประเทศชาติให้ดีขึ้น

ตามเกณฑ์จะต้องเป็นช่วงปลายปี กลัวแต่ว่าถ้าเรื่องแรงขึ้นก็ไปเร็ว บางเรื่องที่ฟุ้งซ่านไปล่วงหน้า ถ้าทำใจไม่ได้ก็เครียด..!

อีกองค์หนึ่งที่น่าเป็นห่วงคือหลวงพ่อคูณ ถ้าเรื่องหนักกลัวจะไปแบบผูกแพ ผูกแพนี่ไปกันเป็นชุดเลย ไม้ไผ่ลำเดียวเป็นแพไม่ได้ จะผูกแพต้องใช้ไม้ไผ่หลายลำ"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 06-07-2013 เมื่อ 01:40
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 208 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #55  
เก่า 05-07-2013, 14:00
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,673
ได้ให้อนุโมทนา: 72,682
ได้รับอนุโมทนา 3,105,869 ครั้ง ใน 22,018 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "การเลี้ยงลูก ถ้าเรารักลูกต้องปล่อยให้เขาทำอะไรด้วยตัวเองให้ไว ๆ ถ้ามัวแต่ไปช่วยไปโอ๋อยู่ ถ้าขาดเราเขาจะทำอะไรไม่เป็นก็เป็นที่น่าสงสารมาก เขาจะไปไหนปล่อยให้ไปเองเลย จะได้เก่งไว ๆ"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 05-07-2013 เมื่อ 16:52
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 207 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #56  
เก่า 05-07-2013, 14:37
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,673
ได้ให้อนุโมทนา: 72,682
ได้รับอนุโมทนา 3,105,869 ครั้ง ใน 22,018 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "ใจร้อนหรือใจเย็นอยู่ที่ตัวเราคิด ถ้าเราไม่คิด ก็จะไม่ใจร้อน เวลาก็จะผ่านไปเร็ว แต่ถ้าคิดฟุ้งซ่าน ใจร้อน เวลาจะเหมือนผ่านไปช้า ยิ่งถ้าคนเราเครียด คิดถึงแต่เรื่องที่ทำให้ทุกข์ วันหนึ่งก็เหมือนกับปี สมัยที่อาตมาบวชใหม่ ๆ กว่าจะผ่านไปวันหนึ่งเหมือนเป็นเดือนเป็นปี แต่พอเลิกเครียด เวลาผ่านไปเดี๋ยวก็พรรษา เดี๋ยวก็พรรษา"

ถาม : คนในปัจจุบันรู้สึกเวลาผ่านไปไม่เร็วมาก ไม่เหมือนกับคนสมัยก่อน
ตอบ : จริง ๆ แล้วเวลาก็เป็นไปตามปกติ แต่เขาไม่ต้องห่วงเรื่องการทำมาหากิน ไม่มีการแก่งแย่งกันอะไรกัน ทำให้เหมือนมีความสุขไปวัน ๆ ไม่รู้ทันตัวเวลาก็ผ่านไปแล้ว

ถาม : ทำงานเจ็ดวันทรมานค่ะ
ตอบ : ลองว่าเกิดมาแล้วก็ทุกข์ทั้งนั้นแหละ ๓ วัน ๗ วันของเขาก็เหมือนของเราประเภท ๓๐ ปี ๗๐ ปี..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 05-07-2013 เมื่อ 16:54
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 202 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #57  
เก่า 05-07-2013, 19:55
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,673
ได้ให้อนุโมทนา: 72,682
ได้รับอนุโมทนา 3,105,869 ครั้ง ใน 22,018 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์เล่าว่า "วันก่อนที่งานจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์พื้นบ้านของทองผาภูมิ ร้านที่อาตมาตั้งใจตรงเข้าไปเลยคือร้านขายแมลงทอด มีทั้งตั๊กแตน จิ้งโกร่ง จิ้งหรีด แมงสะดิ้ง แมงเหนี่ยง หนอนไหม รถด่วน

รถด่วนเวลาทอดแล้วแทบจะไม่เหลืออะไรเลย เหลือแต่เปลือกเปล่า ๆ ตอนแรกเขาไม่คิดจะซื้อของกัน เด็ก ๆ มีเงินติดตัว ๑๐ บาท ๒๐ บาท ท้ายสุดต้องกู้หลวงพ่อทั้งนั้น

ทำให้เห็นอัจฉริยภาพของพระพุทธเจ้า ที่บอกว่าสุขของคฤหัสถ์ ๔ อย่าง คือ มีทรัพย์ จ่ายทรัพย์ ไม่เป็นหนี้ ทำงานไม่มีโทษ มีเงินมีทองมีสมบัติก็ปลื้มใจหาได้เยอะ ถึงเวลาได้ใช้จ่ายซื้อของที่ชอบใจก็มีความสุข ไม่มีหนี้ไม่มีสินก็ไม่ต้องกลุ้ม ไม่ต้องเครียด ท้ายสุดทำงานที่ไม่ผิดกฎหมายบ้านเมือง ไม่ผิดประเพณี ไม่ผิดศีลธรรม ท่านบอกรายละเอียดเอาไว้หมด"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 05-07-2013 เมื่อ 20:56
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 205 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #58  
เก่า 06-07-2013, 10:19
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,673
ได้ให้อนุโมทนา: 72,682
ได้รับอนุโมทนา 3,105,869 ครั้ง ใน 22,018 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "เห็นเขาหิ้วน้ำมาแล้วนึกถึงอนาคต หลาย ๆ ประเทศอาจจะมีคนอดน้ำตายเป็นจำนวนมาก อย่างประเทศจีนมองการณ์ไกลมากเลย ที่สร้างเขื่อนสามผากั้นแยงซีเกียง สร้างเสร็จกักน้ำจืดไว้ได้ถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของโลก

อย่างบ้านเราไม่ค่อยรู้คุณค่าของน้ำจืด สมัยเด็ก ๆ ถ้าบอกว่าต้องซื้อน้ำเขากิน คงหัวเราะกันตายเลย มีแต่คนเขาเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้ ถึงเวลาก็ตั้งร้านน้ำไว้หน้าบ้าน ไปไหนก็ขอน้ำกินหน่อย น้ำบ่อเขาไม่ใช้หรอก..ไม่แล ใช้แต่น้ำฝน ลองมาดูตอนนี้ บรรพบุรุษของเราถ้าฟื้นขึ้นมา พอรู้ว่าต้องซื้อน้ำขวดละ ๑๐ บาท คงเป็นลมตายไปใหม่..!

เรื่องพวกนี้อาตมาก็ฟุ้งซ่านล่วงหน้าไปเรื่อย พอถึงเวลาเกิดขึ้นจริง ๆ โยมก็คงระลึกได้ว่าอาตมาเคยพูดไว้แล้ว

ไปดูสารคดีที่ทางแอฟริกาเขาหาน้ำกัน บ่อเขาลึกเป็นร้อย ๆ เมตร คนต้องเอาวัวมาลาก ลักษณะเป็นคานดึงขึ้นมาเป็นร้อย ๆ เมตรกว่าน้ำจะโผล่ขึ้นมาได้ ดึงมาครั้งหนึ่งก็ได้น้ำแค่ครึ่งถังเล็ก ๆ วัวก็วิ่งมาหวังจะได้กิน เปล่าหรอก..คนผลักวัวออก ตัวเองกรอกใส่หม้อก่อน เห็นแล้วก็น่าสงสาร วัวออกแรงแทบตายไม่ได้กิน

เผ่าที่เก่งที่สุดเป็นพวกบุชแมน (มนุษย์พุ่มไม้) หาน้ำจากธรรมชาติ เดินหาเห็นก้านไม้เล็ก ๆ โผล่ออกมาจากทรายนิดเดียว ค่อยคุ้ย ๆ ขึ้นมา เป็นพืชลักษณะคล้ายหัวมันแกว หัวเบ้อเริ่มเลย เขาจะขูดเป็นฝอย ๆ แล้วบีบเป็นน้ำใส่ปาก แค่นั้นก็รอดตายวันหนึ่ง"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 06-07-2013 เมื่อ 12:47
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 205 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #59  
เก่า 06-07-2013, 10:23
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,673
ได้ให้อนุโมทนา: 72,682
ได้รับอนุโมทนา 3,105,869 ครั้ง ใน 22,018 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"หลายคนที่มีฐานะดี ๆ อย่างบิลเกตต์ , วอร์เรน บัฟเฟตต์ เขาจัดตั้งมูลนิธิเพื่อจะช่วยให้คนอยู่ดีกินดีเสมอกัน ซึ่งเป็นแนวความคิดที่ดี น่าสนับสนุนมาก แต่เป็นไปไม่ได้ เพราะคนเราทำบุญมาไม่เท่ากัน ถ้าขาดทานบารมีก็จะไปเกิดในที่ลำบากยากแค้นอย่างนั้น ประเภทที่ไม่รู้ว่ามื้อนี้มีกิน แล้วอีกกี่มื้อกว่าจะได้กิน เด็กเกิดมามีแต่หัวโต ๆ แขนขาลีบเล็กนิดเดียว เขาถ่ายรูปมาที่พวกกาชาดสากลเข้าไปช่วย ฝรั่งก็มือใหญ่อยู่นะ มีมือเด็กประมาณ ๒ นิ้วแปะอยู่บนมือฝรั่ง

เคยมีคนให้คำจำกัดความว่า "เปรตเดินดิน" แต่นี่เขาไม่ได้ลำบากขนาดเปรต
หรอก เปรตอดอยากกันเป็นกัป ไม่มีอะไรจะกิน แล้วก็ไม่ตายเพราะแรงกรรมค้ำเอาไว้ ทุกข์ทรมานไปเรื่อย ๆ ได้ยินเสียงคนเรียกกินข้าวกินน้ำ ก็โซซัดโซเซเดินหาไปเรื่อย เดินเท่าไรก็ไม่ถึงสักที ท้อใจก็ลงนอนกลิ้งเกลือกไปมา คร่ำครวญว่าตนเองสร้างเวรสร้างกรรมอะไรขนาดนี้ ทำไมถึงไม่มีกิน ต้องมาอดอยากหิวโหยแทบล้มประดาตาย ท้ายสุดพอได้ยินเสียงเขาเรียกอีกก็เกิดความหวัง เดินต่อไปอีก กัปแล้วกัปเล่าก็เดินหาของกินอยู่อย่างนั้น

ดังนั้น..พวกเราที่เกิดมาอยู่ในเขตศาสนาพุทธ รู้จักว่าทาน ศีล ภาวนาเป็นอย่างไร นับว่าโชคดีสุด ๆ แล้ว ต่อให้ลำบากอย่างไรก็ลำบากชาตินี้เท่านั้น ถ้ามีโอกาสสร้างบุญในเรื่องของทาน ของศีล ของภาวนาไว้ อย่างไรแล้วชาติหน้าเกิดใหม่สบายแน่ แล้วดูพวกนั้นสิ เขาต้องลำบากอีกตั้งเท่าไรกว่าจะพ้นจากเขตนั้นขึ้นมา บางทีเราตาย ๆ เกิด ๆ ไปกี่รอบแล้วก็ไม่รู้ อย่างเปรตญาติพระเจ้าพิมพิสารรอตั้ง ๙๑ กัป นั่นประเภทที่กรรมเหลือน้อยแล้ว ถ้ากรรมหนัก ๆ จะต้องทนทุกข์นานขนาดไหน..!"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 06-07-2013 เมื่อ 12:50
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 204 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #60  
เก่า 08-07-2013, 14:03
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,673
ได้ให้อนุโมทนา: 72,682
ได้รับอนุโมทนา 3,105,869 ครั้ง ใน 22,018 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : หลับแบบรู้ตัวเป็นอย่างไรครับ ?
ตอบ : ตัวหลับ แต่สภาพจิตตื่นอยู่

ถาม : อยู่ในฌานระดับไหน ?
ตอบ : อย่างน้อยต้องเป็นระดับปฐมฌานละเอียด เท่ากับหลับนั่นแหละ..เพียงแต่สภาพจิตไม่ได้หลับด้วย

ถาม : ฌานลึกกว่านี้ไม่ได้หรือครับ ?
ตอบ : ไม่ใช่ลึกกว่านี้ไม่ได้ ได้..แต่ต่ำสุดต้องเป็นปฐมฌานละเอียด ตอนเราหลับมักจะเผลอสติ กิเลสจะกินเราตอนหลับได้ ดังนั้น...ควรพยายามประคองสติซักซ้อมให้มีความคล่องตัวในฌานไว้ พอซ้อมทำไปจนคล่องตัวมาก ๆ คราวนี้ไม่ต้องเสียเวลาประคอง จะกำหนดให้อยู่ระดับนั้นได้เลย

การฝึกเพื่อให้สภาพจิตอยู่ในสภาพของผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน จะลำบากที่สุดในช่วงแรกที่ต้องการจะให้ตื่นกับหลับแล้วมีสติรู้เท่ากัน เพราะว่าถ้าเผลอเมื่อไรจะตัดหลับเลย อาตมาเคยตามดูจิตตัวเอง เหมือนกับเปลวเทียนที่ค่อย ๆ หรี่ลง ๆ ๆ แล้วท้ายสุดจะเหลืออยู่นิดเดียว ถ้าเราสามารถหยุดไว้ตรงนั้นได้ ก็จะตื่นอยู่อย่างนั้นตลอดทั้งวันทั้งคืน แต่ถ้าหยุดไว้ไม่ได้ เผลอนิดเดียวก็จะตัดหลับไปเลย

ตอนช่วงที่ฝึกอยู่ ซักซ้อมอยู่เป็นปี ๆ กว่าจะรักษาเอาไว้ได้ บางคนตอนกลางวันประคับประคองรักษาศีล กาย วาจา ใจดีมาก พอเผลอหลับตอนกลางคืน บางทีดิ้นไปทั้งศาลาเลย กิเลสไปตีตอนหลับ

สภาพจิตอยู่กับรัก โลภ โกรธ หลงนั่นแหละ แต่สติไม่รับรู้ ก็เลยปล่อยให้ปรุงฟุ้งซ่านตามสบาย อย่างที่ปริศนาธรรมบอกว่า "กลางคืนเป็นควัน กลางวันเป็นเปลว" ประเภทลุกไหม้เป็นราคะ โลภะ โทสะ โมหะ ก็แปลว่ากิเลสกินใจเราทั้งหลับทั้งตื่น ถ้าสภาพจิตหลับกับตื่นรู้เท่ากัน เราก็ระวังกิเลสไม่ให้กินใจเราได้
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 08-07-2013 เมื่อ 17:10
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 170 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 06:29



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว