กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > เก็บตกจากบ้านวิริยบารมี

Notices

เก็บตกจากบ้านวิริยบารมี เก็บข้อธรรมจากบ้านวิริยบารมีมาฝาก สำหรับผู้ที่ไม่มีโอกาสเดินทางไป

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #41  
เก่า 20-05-2012, 11:35
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,685
ได้ให้อนุโมทนา: 72,697
ได้รับอนุโมทนา 3,108,184 ครั้ง ใน 22,030 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์เล่าว่า "สมัยอาตมาไปถ้ำทะลุใหม่ ๆ จะมีงูเห่าดงอยู่คู่หนึ่ง ชอบมานอนกับพระ ทำให้พระขวัญหนีดีฝ่อ เพราะเวลางูตกใจจะยกหัวขึ้นมาขู่เสียงดังมาก บางทีพระกางกลดอยู่ เขาก็ไปม้วนอยู่บนหลังคากลด พอพระตื่นขึ้นมาจะเก็บกลด กลดเขย่าเขาก็ขู่ พระจึงไม่กล้าเก็บ ตอนแรกพระบอกว่า “อาจารย์..งูเห่าม้า” อาตมาก็งงว่างูเห่าม้าเป็นอย่างไร พอไปดูจึงรู้ว่าเป็นงูเห่าดง ตรงดอกจันของงูจะเป็นรูปเหมือนเครื่องหมายของการบินไทย แต่เครื่องบินหัวทิ่มลง เขาเห็นคล้ายรูปเกือกม้า เลยเรียกว่างูเห่าม้า

พวกงูเห่าดงค่อนข้างจะเกเร ใครอยู่ในเขตเขาไล่เลยนะ แต่ตัวนี้ไม่รู้ว่าเขามาก่อนหรือมาทีหลัง ถ้ามาทีหลังเห็นว่าที่น่าอยู่ แต่มีพระอยู่แล้ว เขาคงให้เกียรติเจ้าถิ่นกระมัง จึงไม่ไล่พระ"

__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 15-06-2012 เมื่อ 17:21
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 217 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #42  
เก่า 20-05-2012, 11:58
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,685
ได้ให้อนุโมทนา: 72,697
ได้รับอนุโมทนา 3,108,184 ครั้ง ใน 22,030 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์เล่าว่า "สมัยอาตมาเป็นฆราวาส จะมีความสามารถในการขโมยอารมณ์ปฏิบัติธรรมของคนอื่น เวลาเขามาเล่าอารมณ์การปฏิบัติของเขาว่า เขาทำอะไร ? ได้ถึงไหน ? อาตมาจะปรับอารมณ์ตาม แล้วได้เท่าเขาเดี๋ยวนั้นเลย เพราะฉะนั้น..อย่ามาเล่าให้ฟัง ถ้าอยากจะเก็บไว้คนเดียวโปรดอย่ามาบรรยาย บรรยายเมื่อไรเสร็จอาตมาหมด คือจะยกกำลังใจไล่ตามเขาได้เลย แล้วเสร็จแล้วมาทวนอีกสักครั้งสองครั้งก็ชำนาญ ไม่รู้พวกเรามีใครเป็นอย่างนี้บ้างไหม ?

อยากจะบอกว่า เรื่องนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากการมีคู่มือชั้นดีในสมัยที่ยังไม่ได้บวช พอถึงเวลาทำอะไรได้ก็จะไปคุยกัน ไล่กันไปไล่กันมา แล้วท้ายที่สุดก็จะได้เท่ากัน"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 20-05-2012 เมื่อ 17:44
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 224 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #43  
เก่า 20-05-2012, 12:29
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,685
ได้ให้อนุโมทนา: 72,697
ได้รับอนุโมทนา 3,108,184 ครั้ง ใน 22,030 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ผมมีพระ อยากรู้ว่าแท้หรือเปล่าครับ ?
ตอบ : ถามอย่างนี้ปลอมหมด..! เพราะตัวเรายังขาดความมั่นใจ ต่อให้ได้ของแท้มาก็เท่ากับของปลอม

ถาม : แท้จริง ๆ อยู่ที่ใจใช่ไหมครับ ?
ตอบ : ใช่...ถ้าไม่เชื่อมั่น ไม่ยึดมั่น มัวแต่ไปคิดว่าพระปลอม แล้วอีกกี่ชาติถึงจะได้ดี ขนาดทหารเขาออกรบ กำลังตีกันให้มั่วไปหมด ทีนี้ทำพระหล่น คว้ามาได้ก็ยัดใส่ปากใหม่ ที่ไหนได้กลายเป็นลูกเขียดไม่ใช่พระ เขียดที่โดนอมอยู่ในปากก็ดิ้นใหญ่ เขาก็มีกำลังใจ “หลวงพ่อไม่ต้องช่วย ผมไหว” ลุยกระจาย ตกลงอมลูกเขียดยังชนะเลย อย่าว่าแต่พระ..!

ถ้าเรามั่นใจว่าพระพุทธคุณมีเต็มเปี่ยมอยู่ในทุกที่ทุกสถานแล้ว ไม่ต้องไปกังวล จะไปตัวเปล่าก็ยังไหว
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ป้านุช : 21-05-2012 เมื่อ 01:51
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 230 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #44  
เก่า 20-05-2012, 13:26
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,685
ได้ให้อนุโมทนา: 72,697
ได้รับอนุโมทนา 3,108,184 ครั้ง ใน 22,030 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "แม่ชีสุอุตส่าห์ไปเรียนถักเชือกสร้างสมาธิกับพระทิเบต ท่านสอนมาว่า เรื่องของการทำวัตถุมงคลก็คือลักษณะอย่างนี้ ทำไปภาวนาไป เป็นการจับอิริยาบถและสัมปชัญญะ คนไม่รู้ก็ไปตำหนิว่านั่งทำอะไรกันทั้งวัน

หลวงปู่กินรีเป็นอาจารย์ของหลวงพ่อชา วัดหนองป่าพง หลวงปู่สอนให้ลูกศิษย์นั่งภาวนา นั่งภาวนาไปทั้งวัน แต่หลวงปู่กินรีไม่นั่งกับใครเลย ท่านไปกวาดวัด เย็บผ้า เหลาไม้กลด หลวงพ่อชาทนไม่ไหว “ไม่เห็นหลวงพ่อนั่งภาวนาบ้างเลย ให้แต่พวกผมภาวนา ?” หลวงปู่บอกว่า “คนฉลาดทำอะไรก็ภาวนาได้ แต่พวกคุณยังไม่ถนัดอย่างนั้น ต้องไปนั่งภาวนาอย่างเป็นทางการไปก่อน เมื่อคล่องตัวแล้วจะทำอะไรใส่สติลงไปด้วยก็เป็นการภาวนานั่นเอง”

ต่อมาหลวงพ่อชาก็รำคาญใจอีกแล้ว หลวงปู่บอกให้ฉันอาหารอย่างช้า ๆ เคี้ยวอย่างมีสติ อย่าตกเป็นทาสของรสอาหาร แต่หลวงปู่กินรีจ้วงไม่ยั้ง หลวงพ่อชาก็อดรนทนไม่ได้ วันพระต่อไปก็ถาม “หลวงพ่อให้พวกผมฉันช้า ๆ ทำไมหลวงพ่อถึงฉันเร็ว ?” ท่านบอกว่า “คนขับรถเร็วแล้วปลอดภัยก็มี” จบเลย

ของท่านอยู่ตัวแล้ว แต่พระใหม่ยังไม่อยู่ตัว ถ้าเผลอเมื่อไรจิตจะไปยินดีในรสอาหาร ต้องฉันช้า ๆ พยายามให้ใจเป็นอุเบกขา ได้รสที่ชอบก็ไม่ดีใจ ได้รสที่ไม่ชอบก็ไม่เสียใจ"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 20-05-2012 เมื่อ 17:48
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 228 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #45  
เก่า 20-05-2012, 13:40
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,685
ได้ให้อนุโมทนา: 72,697
ได้รับอนุโมทนา 3,108,184 ครั้ง ใน 22,030 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

มีโยมมาสอบถามเกี่ยวกับเรื่องแร่ที่เป็นส่วนผสมทอง พระอาจารย์กล่าวว่า "ตอนนี้ยังมีแร่เพรียงไฟอย่างเดียวที่ยังเป็นความลับอยู่ เพราะว่าอาตมาขุดหลายครั้งแล้วไม่เจอ สารปากนกแก้วเอาไปให้ทางวิทยาศรมพิสูจน์แล้วคือโปแตสเซียมไดโครเมต ทองแดงเถื่อนกับตะกั่วเถื่อนเป็นสารธรรมชาติ คาดว่าใช้ทองแดงบริสุทธิ์กับตะกั่วบริสุทธิ์น่าจะได้อยู่ ตะกั่วเถื่อนก็คือดีบุก

ตัวแร่เพรียงไฟคาดว่าน่าจะเป็นสารอะไรบางอย่าง ที่สามารถลดจุดหลอมเหลวของโลหะได้ เพราะสมัยโบราณเขาใช้หลอมด้วยกระทะใบบัว ถ้าเป็นทองแดงแท้ ๆ คาดว่ากระทะใบบัวคงจะละลายก่อน

จุดที่อาตมาไป ถ้าว่ากันตามพิกัดทหาร เขาเรียกว่าเนิน ๕๕๑ คือเป็นเนินที่สูง ๕๕๑ เมตรพอดี แต่ว่าคงไม่ใช่วาระที่สมควร เพราะว่าอาตมาเองสอบวิชาแผนที่เข็มทิศได้ที่ ๑ แต่เดินขึ้นเนินผิด ๓ ครั้ง เหมือนอย่างกับโดนหลอกให้เดินหลงตลอด แร่เพรียงไฟที่ต้องการจึงยังหาไม่เจอ"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 20-05-2012 เมื่อ 17:50
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 221 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #46  
เก่า 20-05-2012, 13:58
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,685
ได้ให้อนุโมทนา: 72,697
ได้รับอนุโมทนา 3,108,184 ครั้ง ใน 22,030 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"เรื่องของทองคำ ไม่น่าเชื่อว่าวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ยังแยกธาตุนี้ไม่ได้ แต่โบราณเขาเล่นแร่แปรธาตุทำทองคำได้นานเนกาเลแล้ว ไม่ทราบว่าตอนนี้ทางสายวัดเขาอ้อที่พัทลุง มีใครสืบสายวิชาทองมหาสัตตโลหะอยู่หรือเปล่า ? นั่นคือทองคำที่เกิดจากเล่นแร่แปรธาตุจริง ๆ เขาใช้โลหะ ๗ อย่างผสมกันเป็นทอง

พอสิ้นหลวงปู่กลั่นแล้วอาตมาไม่ทราบว่าอาจารย์ประจวบ คงเหลือ ได้รับการถ่ายทอดไว้หรือไม่ ? หลวงปู่กลั่นท่านบวชเมื่อตอนอายุมากแล้ว บวชตอน ๖๐ ปีแล้ว แต่ท่านอายุยืนอยู่จน ๙๓ ปี อาตมาไปที่นั่นก็ไปนั่งคุยกัน เคยได้วัตถุมงคลของท่านที่ทำด้วยทองมหาสัตตโลหะมา ๓ - ๔ องค์ คนอื่นเขาบูชาต่อไปหมด ถามท่านว่าทำไมไม่ประกาศไปตรง ๆ ว่าเป็นทอง ท่านว่าไม่ได้หรอก ของเราไม่ใช่ทองที่ร้านเขาขายกัน

ตามสูตรทำทองของโบราณที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดท่าซุงท่านเมตตาเปิดเผยให้ทราบ เขาใช้ทองแดงเถื่อน ๑ ส่วน ตะกั่วเถื่อน ๑ ส่วน สารปากนกแก้ว ๑ ส่วน แร่เพรียงไฟ เศษ ๑ ส่วน ๔ ส่วน เอา ๓ อย่างแรกหลอมรวมกันไปก่อน แล้วเอาแร่เพรียงไฟค่อย ๆ ซัด คำว่าซัดของโบราณแปลว่าผสมทีละน้อย แล้วจะกลายเป็นทองคำ

อาตมาพยายามหลายทีแล้ว แต่วาระคงยังมาไม่ถึง รู้ว่าทองแดงเถื่อนคืออะไร ตะกั่วเถื่อนคืออะไร สารปากนกแก้วคืออะไร แต่แร่เพรียงไฟขุด ๓ ครั้ง ก็ไม่เจอทั้ง ๓ ครั้ง ของที่วาระยังไม่ถึง เทวดาท่านต้องบังไว้ก่อน ทั้ง ๆ ที่หลวงพ่อวัดท่าซุงท่านบอกว่าลึกเมตรเดียว อาตมาจ้วงจนแทบจะมิดหัวแล้วยังไม่เจอ"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 20-05-2012 เมื่อ 17:52
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 219 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #47  
เก่า 20-05-2012, 14:13
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,685
ได้ให้อนุโมทนา: 72,697
ได้รับอนุโมทนา 3,108,184 ครั้ง ใน 22,030 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "ท่านที่ไปร่วมงานฉลองพัดยศจะได้รับหนังสือปกิณกธรรม เล่ม ๓ จำนวน ๑ เล่ม มีพระนาคปรกลอยองค์ ฉลอง ๒,๖๐๐ ปีพุทธชยันตี ๑ องค์ และกระเป๋ามีตราวัดกับเสาเสมาธรรมจักรที่ได้รับ น่าจะเป็นกระเป๋าใส่สตางค์เพราะใหญ่ประมาณธนบัตรใบละพัน ๑ ใบ ใครสละสิทธิ์ไม่ไปก็ได้นะ เดี๋ยวหลังงานจะเอาพระมาจำหน่ายแพง ๆ ต่อไป แต่ในงานแจกฟรี..!

สำหรับกระเป๋าเข้าพิธีเมื่อเสาร์ ๕ ที่ผ่านมา เพราะฉะนั้น..จึงแจกได้เต็มที่ ถ้าจำไม่ผิดน่าจะมีแค่ ๑,๗๐๐ ใบ คนน่าจะไปวันนั้นสัก ๑,๐๐๐ คนเท่านั้นแหละ ถ้าไปเกินก็ต้องวัดดวงกันเอาเองว่าใครไปถึงก่อน"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 20-05-2012 เมื่อ 17:54
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 216 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #48  
เก่า 20-05-2012, 14:24
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,685
ได้ให้อนุโมทนา: 72,697
ได้รับอนุโมทนา 3,108,184 ครั้ง ใน 22,030 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "ช่วงนี้อาตมาหนักใจมาก ที่หนักใจมากเพราะว่าหมอดูที่เชื่อถือได้ บอกว่าตอนนี้อาตมายังไม่ดังเลย จะมีดังมากกว่านี้อีก และจะดังยาวไป ๓๕ ปี นี่กะให้อาตมาอยู่ยัน ๙๐ เลยนะ แค่ปีนี้ก็อยากจะไปเต็มทีแล้ว นี่จะให้อยู่ยัน ๙๐ ปี..!

อาตมากำลังคิดว่าตัวเองไม่น่าจะอธิษฐานผิด อธิษฐานทุกครั้งก็ขอให้ในหลวงอยู่ถึงพระชนมายุ ๙๐ ปี ไม่ใช่ตัวเอง..เขาไปลงตัวเลขผิดบัญชีหรือเปล่า ? ขอให้ในหลวงอยู่ถึง ๙๐ ปี หมอดูดันมาดูดวงของอาตมาว่าจะดังยาวไปอีก ๓๕ ปี

แบบเดียวกับครั้งที่อาตมาไปกวนพระองค์ที่ ๑๐ ขออนุญาตถ่ายรูปท่าน ท่านบอกว่า "ถ่ายไปแล้วจะอยู่ไปถึง ๑๒๐ ปีหรือ ?" อาตมาฟังก็เข้าใจว่ารูปนั้นจะอยู่ถึง ๑๒๐ หรือ ? จึงกราบเรียนว่า "ถ้าอย่างนั้นขอบารมีหลวงปู่ให้อยู่ถึงด้วยครับ" ท่านบอกว่า "เออ..จะเอาอย่างนั้นก็ได้" อาตมาก็ถ่ายรูปมา คนอื่นบอกว่า "พี่ไปรับปากท่านทำไมว่าจะอยู่ถึง ๑๒๐ ปี ?" อาตมาบอกว่า "เฮ้ย..ไม่ใช่ ท่านหมายถึงรูป" เขาบอกว่าไม่ใช่ อาตมาก็แปลกใจกลับไปย้อนฟังเทปใหม่ เออ...มีเค้าจริง ๆ ว่า ที่ท่านว่าน่าหมายถึงตัวเองกระมัง ?

เพราะฉะนั้น..บทที่ท่านจะใช้งานใคร ท่านหลอกจนโง่ไปเลย อาตมาก็เร่งวันเร่งคืน เมื่อไรจะตายสักที ลืมตาขึ้นมาวันไหนก็เฮ้อ..อีกแล้ว..!"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 20-05-2012 เมื่อ 17:58
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 228 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #49  
เก่า 21-05-2012, 13:00
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,685
ได้ให้อนุโมทนา: 72,697
ได้รับอนุโมทนา 3,108,184 ครั้ง ใน 22,030 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์เล่าให้ฟังว่า "สมัยนี้เด็กไม่ค่อยกลัวพระ ตอนอาตมาเรียนอยู่ชั้นป. ๒ เจอพระยังวิ่งหนีอยู่เลย โดยเฉพาะพระธุดงค์ ผู้ใหญ่เขาชอบหลอกเด็กว่า ถ้าร้องไห้จะให้พระธุดงค์จับไปซะ..เด็กก็เลยกลัวพระ ยิ่งพระธุดงค์ใส่ชุดสีดำ ๆ ด้วย ยิ่งไปกันใหญ่

สมัยก่อนกลดของพระธุดงค์มีขนาดใหญ่มาก น่าจะถึง ๒ – ๒.๕ เมตร กางลงไปก็เหมือนเต็นท์มหึมาดี ๆ นี่เอง เวลาปักกลดต้องขึงสายอัพโภกาส คือสายเชือก ปักกลดให้ว่าคาถาบารมี ๓๐ ทัศ ขึงสายอัพโภกาสท่านให้ใช้คาถาตวาดป่าหิมพานต์ ถ้าทำด้วยกำลังใจมั่นคงจริง ๆ อันตรายจะเข้ามาในเขตนั้นไม่ได้ คือเราขึงเชือกกลดยาวถึงไหนก็กันได้แค่นั้น สำหรับพระธุดงค์ท่านปักกลดลงแล้วจะไม่ถอน ถึงแม้ตายลงไปก็ยอม ก็เลยมักจะโดนทดสอบกำลังใจ

แต่ว่ามาสมัยหลัง ๆ เขาทุ่นแรงกันเยอะ ตอนที่หลวงพี่โอ หลวงพี่ยงยุทธออกธุดงค์ อาตมาแอบเห็นท่านเอากลดมาซุกเข้าพิธีพุทธาภิเษก ถึงเวลาอาตมาอยากรู้ว่าก้านกลดของพวกพี่เขาทำด้วยอะไร เป็นไม้ไผ่หรือก้านตาล จึงไปถาม "ขอดูหน่อยพี่..ก้านกลดทำด้วยอะไร ?" พอกางพรึ่บออกมา โอ้โห..ธงมหาพิชัยสงครามติดอยู่ที่กลดอีก ๑ ผืน เล่นประกันความเสี่ยง..(หัวเราะ)..อย่างนี้ไปที่ไหนก็ปลอดภัยแน่นอน"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 14-09-2014 เมื่อ 19:19
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 209 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #50  
เก่า 21-05-2012, 13:15
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,685
ได้ให้อนุโมทนา: 72,697
ได้รับอนุโมทนา 3,108,184 ครั้ง ใน 22,030 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "แมวตระกูลศุภลักษณ์สีจะออกทองแดง ถ้าหากว่าเป็นแมวสีสวาดจะเป็นสีเทาอมขาว บางคนเรียกสีควันบุหรี่ หรือสีกลีบบัวแห้ง

ปศุ เป็นภาษาบาลี แปลว่า สัตว์เลี้ยง"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 21-05-2012 เมื่อ 18:20
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 204 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #51  
เก่า 21-05-2012, 13:24
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,685
ได้ให้อนุโมทนา: 72,697
ได้รับอนุโมทนา 3,108,184 ครั้ง ใน 22,030 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "คำว่า "เสียท่าไอ้วานร" รู้ไหมว่าไอ้วานรคือใคร ? วานรในที่นี้คือเห้งเจีย เห้งเจียมีนิสัยชอบปลอมตัวไปหลอกคนอื่น พอหลอกเสร็จคนที่ถูกหลอกก็บ่นว่า "เสียท่าไอ้วานรอีกแล้ว" เห้งเจียหลอกกระทั่งไท้เสียงเล่ากุน ถ้าว่ากันตามความเป็นจริง ไท้เสียงเล่ากุนคือท้าวสหัมบดีพรหม (หัวเราะ) จีนกลางเรียกไท่ซ่างเหล่าจวิน แต้จิ๋วเรียกไท้เสียงเล่ากุน"

ถาม : แล้วหลอกท่านได้จริงหรือคะ ?
ตอบ : ยาก..ปิดบังท่านไม่ได้หรอก ต้องเป็นผู้ที่มีกำลังใจสูงกว่าเท่านั้นถึงจะปิดบังท่านได้ ซึ่งหาได้ยาก รับรองว่าในระดับโลกียะไม่มีหรอก เพราะท่านท้าวสหัมบดีพรหมเป็นระดับอรหัตมรรค..(หัวเราะ)..เหลือแค่อีกนิดเดียวเท่านั้น

ท่านปู่สหัมบดีพรหมเป็นคนดุ แต่ดุแบบคนเอาจริง ไม่ใช่ดุไปเรื่อยเปื่อย ถ้าลูก ๆ หลาน ๆ ตั้งใจทำอะไรจริงจัง ท่านจะสนับสนุนทุกอย่าง
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 21-05-2012 เมื่อ 17:31
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 210 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #52  
เก่า 21-05-2012, 13:37
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,685
ได้ให้อนุโมทนา: 72,697
ได้รับอนุโมทนา 3,108,184 ครั้ง ใน 22,030 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวกับแม่ชีว่า "บวชแล้วอย่านั่งท้าวพื้น เขาห้ามนักบวชนั่งท้าวพื้น พระพุทธเจ้าทรงเอากิริยามารยาทของบุคคลในรั้วในวัง มาสั่งสอนให้พระปฏิบัติ เพราะฉะนั้น..ในเรื่องของสารูป โภชนปฏิสังยุตต์ ธัมมเทสนาปฏิสังยุตต์ และปกิณกะในส่วนของเสขิยวัตร ก็คือมารยาทของคนในรั้วในวัง ถ้าหากเราทำพวกนี้ได้ ก็จะดูงามสง่าน่าเลื่อมใส ถ้าหากว่าทำไม่ได้จะมีจริยาเหมือนขาดตกบกพร่อง คนเห็นจะไม่เลื่อมใส

ฉะนั้น..เรื่องของพระก็เลยจัดอยู่ในระดับเดียวกับบุคคลในรั้วในวัง เพราะว่ามีศัพท์เฉพาะของตน อย่างกินก็เรียกว่าฉัน เชิญก็เรียกว่านิมนต์"

ถาม : แล้วแม่ชี ?
ตอบ : แม่ชีจัดว่าเป็นนักบวชก็ต้องอยู่ในระดับเดียวกัน อยู่ในมารยาทเดียวกัน

ตอนนี้กำลังผลักดันให้แม่ชีมีฐานะเป็นนักบวชตามกฎหมายอยู่ ปกติแล้วถ้าแม่ชีไม่ได้สังกัดสถาบันแม่ชีไทย ก็จะถือบัตรประชาชน ไป ๆ มา ๆ พระเลยพลอยได้บัตรประชาชนไปด้วย ตอนนี้พระก็เลยตั้งใจช่วยแม่ชี พยายามช่วยผลักดันให้มีกฎหมายรับรองความเป็นนักบวชให้ จะได้สิทธิพิเศษและส่วนลดหลายอย่าง
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 21-05-2012 เมื่อ 17:33
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 201 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #53  
เก่า 21-05-2012, 13:59
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,685
ได้ให้อนุโมทนา: 72,697
ได้รับอนุโมทนา 3,108,184 ครั้ง ใน 22,030 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "มีคนมาแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสที่อาตมาจบปริญญาโท โดยถวายพระปิดตามาแล้ว ๗ องค์ ว่าจะให้เขาเอาไปออกประมูลงานกฐินปลดหนี้ในเว็บ ตอนนี้กำลังวางแผนจะให้ประมูลจีวรชุดรับปริญญา เพราะว่าตอนรับปริญญาตรีเขาบังคับให้พระนิสิตทุกรูปห่มจีวรสีเหลือง อาตมาก็ต้องเปลี่ยนไปห่มสีเหลือง

ปีนี้อาตมาจะเอาชุดเก่าห่มไปอีก ถ้ามหาวิทยาลัยถวายชุดใหม่มาก็ซุกใส่รถไปเลย ใส่ชุดเดิมตอนที่รับปริญญาตรีนั่นแหละ กลายเป็นว่าปริญญาตรีและปริญญาโทก็รับชุดนั้น เก็บไว้รับตอนปริญญาเอกแล้วค่อยประมูล (หัวเราะ) เขาเรียกวางแผนทำมาหากินระยะยาว อาตมาเรียนการจัดการไปแล้วนี่ เขามีแผนระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว ใช่ไหม ? นี่แผนเกิน ๓ ปีก็เรียกว่าแผนระยะยาว

มีพระรูปหนึ่งจบปริญญาตรีการจัดการเชิงพุทธรุ่นแรก โดนส่งไปเป็นเจ้าอาวาสที่พิจิตร เจ้าประคุณเอ๋ย..วัดอยู่กลางทุ่งไม่พอ ยังมีวัดรอบ ๆ ข้างอีก ๒ - ๓ วัด ท่านเรียนการจัดการมาแล้ว ก็ไปดูว่าทำไมวัดนี้จึงร้าง แล้วอีก ๒ วัดรอบข้างจึงดัง ปรากฏว่าวัดหนึ่งดูหมอ อีกวัดหนึ่งใบ้หวย แล้วท่านจะเอาอะไรไปสู้เขา

ท้ายสุดก็เลยใช้วิธีเผาศพฟรี เกือบจะโดนวัดข้าง ๆ ฆ่าตาย งานที่คนจะไปเยอะก็คืองานศพ ไม่ได้ไปเพราะเกี่ยวกับญาติอะไรกันหรอก จะไปเล่นการพนัน ตำรวจมักจะผ่อนผันให้ เขาถือว่ามาเล่นการพนันเพื่ออยู่เฝ้าเป็นเพื่อนศพ"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 21-05-2012 เมื่อ 17:35
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 203 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #54  
เก่า 21-05-2012, 14:17
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,685
ได้ให้อนุโมทนา: 72,697
ได้รับอนุโมทนา 3,108,184 ครั้ง ใน 22,030 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "เรื่องการยึดถือตัวกูของกู บางทีมันก็คือตัวภูมิใจ ภาษาฝรั่งเรียกว่าอีโก้ บาลีเรียกว่าอัตตา ในเมื่อตัวกูของกู อะไร ๆ ก็กูดีหมด

อย่างเรื่องที่ชาวบ้านสองคนออกไปหาของป่าด้วยกัน พอเดินไปถึงท้ายหมู่บ้านคนหนึ่งก็บ่นว่า "ไอ้ห่..เอ๊ย ใครมาขี้แถวนี้วะ เหม็นฉิ..หายเลย" ปรากฏว่าเป็นขี้ของคนที่ไปด้วยกันแหละ เขาก็ด่าคืน "มึงว่าขี้กูเหม็นหรือวะ ?" ทะเลาะกันไปทะเลาะกันมา ชักมีดที่พกไปใช้หาของป่ามาจ้วงแทงกัน ขนาดขี้ทิ้งไว้เป็นวันแล้วนะ ยังเป็นขี้ของกูอยู่เลย ขนาดขี้ยังเป็นของกู แล้วเรื่องอื่นจะไปเหลือหรือ ?"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 21-05-2012 เมื่อ 17:35
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 194 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #55  
เก่า 21-05-2012, 14:37
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,685
ได้ให้อนุโมทนา: 72,697
ได้รับอนุโมทนา 3,108,184 ครั้ง ใน 22,030 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์เล่าว่า "ช้างป่ากับช้างบ้านขนาดตัวต่างกันลิบลับ เพราะว่าสัตว์ที่เลี้ยงตามบ้านมีข้อเสียอยู่ ๒ อย่าง อย่างแรกคือ การผสมพันธุ์สายเลือดชิด ทำให้แคระแกร็นลงไปเรื่อย เพราะว่าไม่มีตัวอื่นให้ผสม อย่างที่สองคือ ช้างกินอาหารมากวันละประมาณ ๓๐๐ กิโลกรัม แล้วชาวบ้านจะเอาอะไรไปเลี้ยงมากมายขนาดนั้น ช้างบ้านจึงไม่เคยกินอิ่มเลย ยิ่งแกร็นเข้าไปใหญ่

ครั้งแรกที่อาตมาไปเจอช้างในป่า ยังตกใจว่าใช่ช้างหรือเปล่า ในความคิดของอาตมาคิดว่าช้างบ้านใหญ่สุด ใช่ไหม ? ที่ไหนได้พอไปเทียบแล้วแค่รุ่นลูก ๆ ของช้างป่าเท่านั้นเอง อาตมาสูง ๑๗๒ เซนติเมตร บวกกับด้ามกลดอีกอันหนึ่ง เพิ่งจะเอื้อมแตะรอยขี้โคลนที่ช้างเอาสีข้างไปถูต้นไม้ไว้ ต้นไม้โตประมาณ ๒ คนโอบ เปลือกไม้หลุดเป็นแผงเลย แค่ช้างถูต้นไม้แก้คัน ถ้าไม่ได้คันแต่วิ่งชนเข้าจริง ๆ จะเกิดอะไรขึ้น..?!!

ในชีวิตนี้อาตมารอดูสัตว์อยู่ ๒ ชนิด อยากจะเห็นคาตา เพราะไม่เคยเห็นในธรรมชาติก็คือ แรดกับสมเสร็จ หลายคนเชื่อว่าแรดสูญพันธุ์ไปแล้ว แต่ได้ข่าวอยู่เรื่อย ๆ ว่า บริเวณรอยต่อไทย - พม่า ยังมีแรดข้ามไปข้ามมา สมเสร็จยังมีอยู่มากแต่ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในป่าดงดิบลึก"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 21-05-2012 เมื่อ 17:37
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 197 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #56  
เก่า 21-05-2012, 15:34
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,685
ได้ให้อนุโมทนา: 72,697
ได้รับอนุโมทนา 3,108,184 ครั้ง ใน 22,030 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์เล่าว่า "มีซินแสดูว่าอาตมาเกิดธาตุไม้ แต่เป็นธาตุไม้ช่วงที่ร้อนจัดที่สุด ก็เลยอ้วนไม่ได้สักที เพราะเป็นไม้ที่ขาดน้ำ เขาบอกว่าต้องรอให้ถึงอายุ ๖๐ ปี รอบธาตุเวียนมาบรรจบใหม่ ธาตุน้ำมาถึงจะอ้วน

เขาว่าตอนอายุ ๖๐ ปีไปแล้ว ต่อให้ไม่กินอะไร นั่งเฉย ๆ ก็อ้วน อาตมากำลังรออยู่ ระยะนี้ได้แต่รำพึง "ต้องมีสักวัน..ต้องมีสักวัน ตูต้องอ้วนให้ได้"..(หัวเราะ).."
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 21-05-2012 เมื่อ 17:38
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 202 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #57  
เก่า 21-05-2012, 16:02
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,685
ได้ให้อนุโมทนา: 72,697
ได้รับอนุโมทนา 3,108,184 ครั้ง ใน 22,030 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวกับแม่ชีเคิ่ลว่า "เกิดมาไม่เคยทำให้หนุ่ม ๆ น้ำตาร่วง แต่มาทำให้แม่น้ำตาร่วงไปแล้ว..(หัวเราะ)..

ถ้าหากว่าตัดใจในลักษณะนั้นได้ ต่อไปก็ไม่มีอะไรที่ตัดไม่ได้ เพราะข้อสอบจะมาเบากว่านั้น เรารับศึกหนักมาแล้ว สงคราม ๙ ทัพรับมาแล้ว อย่างอื่นจึงเป็นเรื่องเล็ก ต่อไปก็เหลือแค่พยายามลดทิฐิมานะ ตัวกู ของกู กูดีกว่า กำลังใจกูสูงกว่า กูเรียนมาเยอะกว่า มีสารพัดที่จะมาเรื่อย ๆ

พระพุทธเจ้าตรัสว่า บุคคลผู้อดทนต่อคำพูดของคนที่เลวกว่าได้ นับว่าเป็นสุดยอดของความอดทน อักโกสกพราหมณ์ด่าพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าตรัสว่า "ดูก่อนพราหมณ์..ญาติสาโลหิตสนิทมิตรสหายที่มาหาท่านมีอยู่บ้างหรือไม่ ?" อักโกสกพราหมณ์บอกว่า "ย่อมมีอยู่แล้ว เพราะเราไม่ใช่คนสิ้นไร้ไม้ตอก"

พระพุทธเจ้าตรัสถามต่อ "ท่านจัดขาทนียะ โภชนียะ น้ำใช้น้ำดื่มให้แก่พวกเขาทั้งหลายหรือเปล่า ?" อักโกสกพราหมณ์บอกว่า "ย่อมจัดให้ เพราะเป็นธรรมเนียมในการต้อนรับ" พระพุทธเจ้าตรัสถามต่อไปว่า "ถ้าเขาเหล่านั้นไม่รับไว้ สิ่งของเหล่านั้นจะเป็นของใคร ?" อักโกสกพราหมณ์ตอบว่า "ย่อมเป็นของข้าพเจ้าตามเดิม"

"เช่นกันพราหมณ์ ในเมื่อท่านด่าเรา เราไม่รับไว้ คำด่าทั้งหลายก็ย่อมเป็นของท่าน" ต้องบอกว่าคนอินเดียเก่งนะ ได้ฟังแค่นั้นก็ได้สติเลย อักโกสกพราหมณ์กราบพระพุทธเจ้างาม ๆ ๓ ครั้ง "สมณะ..คำพูดของท่านเป็นภาษิตเหลือเกิน เปรียบเหมือนหงายของที่คว่ำ เหมือนตามประทีปในความมืด"

ทุกวันนี้คนอินเดียก็ยังมีนิสัยแบบนั้น สามารถเถียงกันได้เป็นวันเป็นคืน ผลักกันไปผลักกันมา แต่ไม่เคยลงไม้ลงมือกันจริง ๆ เพราะเขาชนะกันด้วยโวหารมากกว่า แต่ถ้าไปเจอคนไทยเข้าละก็..ทิ้งตูมหงายท้องตีนชี้ฟ้าไปเลย คนอินเดียเขาไม่ได้รุนแรงอย่างนั้น"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 21-05-2012 เมื่อ 17:41
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 197 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #58  
เก่า 21-05-2012, 16:07
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,685
ได้ให้อนุโมทนา: 72,697
ได้รับอนุโมทนา 3,108,184 ครั้ง ใน 22,030 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"เรื่องนี้ต้องถามท่านอาจารย์วศิน (ผศ.ดร.วศิน กาญจนวณิชย์กุล) ท่านไปเรียนด็อกเตอร์ที่มหาวิทยาลัยปูนา ประเทศอินเดีย คราวนี้ท่านเผลอสูบบุหรี่ให้เขาเห็น ท่านลืมไปว่าทางอินเดียหรือลังการังเกียจพระสูบบุหรี่มาก พระสูบบุหรี่ในสายตาเขาเหมือนกับอาบัติปาราชิก เขาถือว่าท่านเป็นนักบวช เป็นผู้ละกิเลส แล้วทำไมยังติดของเหล่านี้อีก

แขกเหล่านั้นไม่โวยวายเปล่า กระชากบุหรี่ของท่านอาจารย์วศินทิ้งเลย ท่านอาจารย์วศินก็ทิ้งตูมด้วยกำปั้น (หัวเราะ) อาตมาถามว่า "แล้วท่านอาจารย์ทำอย่างไรต่อครับ ?" ท่านตอบว่า "ก็เผ่นสิครับ อยู่ได้ที่ไหน ตัวผมใหญ่ไม่ได้ครึ่งของเขา แล้วเล่นมากันเป็นฝูง..!"

ปกติแต่งตัวแบบพระเขาถือว่าเป็นจันฑาล เป็นกาลกิณี แต่ท่านอาจารย์วศินไปแล้วเขาถือว่าอยู่ในวรรณะสูง เพราะท่านนามสกุลกาญจนวณิชย์กุล วานิช = พ่อค้า เป็นวรรณะแพศย์ ไม่ใช่จันฑาล ไวศยะหรือพวกแพศย์เป็นตระกูลพวกพ่อค้า"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 21-05-2012 เมื่อ 17:43
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 182 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #59  
เก่า 21-05-2012, 16:23
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,685
ได้ให้อนุโมทนา: 72,697
ได้รับอนุโมทนา 3,108,184 ครั้ง ใน 22,030 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "ทุกวินาทีคือการฝึกฝนตนเอง โดยเฉพาะความอดทนอดกลั้น อย่าลืมที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสโอวาทปาฏิโมกข์ ประโยคแรกเลย ขันตี ปรมัง ตโป ตีติกขา ความอดทนเป็นตบะ (เครื่องเผากิเลส) อย่างยิ่ง (ของนักปฏิบัติ)"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 21-05-2012 เมื่อ 17:44
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 191 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #60  
เก่า 21-05-2012, 16:48
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,685
ได้ให้อนุโมทนา: 72,697
ได้รับอนุโมทนา 3,108,184 ครั้ง ใน 22,030 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "นิกายเรืองโรจน์ หรือที่เขาเรียกว่านิกายแสงสว่าง หรือนิกายอสูร ในเรื่องมังกรคู่สู้สิบทิศนั้น จริง ๆ นิกายนี้ถือศีลกินเจเลยนะ แต่พอเผยแพร่เข้ามาแล้วกลับไปสนับสนุนการช่วงชิงราชบัลลังก์

สมัยก่อนบรรดาศาสนาต่าง ๆ เมื่อเข้าไปในพื้นที่ไหน ต้องเข้าไปครอบงำหรือยึดครองผู้นำให้ได้ เพราะถ้าผู้นำนับถือศาสนาแล้ว สั่งคำเดียวผู้อื่นก็ต้องตามทั้งหมด แต่พอแพ้ขึ้นมาก็เลยถูกตราหน้าว่าเป็นนิกายอสูร ไม่ว่าไปที่ไหนก็ถูกไล่กวาดล้างไปตลอด ทำชั่วครั้งเดียวกลายเป็นชั่วตลอดชีวิต ไม่มีโอกาสได้แก้ไขเลย

ปัจจุบันศาสนาพราหมณ์เปลี่ยนเป็นศาสนาฮินดู รู้ไหมว่าทำไมถึงเปลี่ยนไปเป็นศาสนาฮินดู ? เพราะว่านิกายที่คนนับถือมากไม่ได้นับถือพระพรหมเป็นใหญ่อีกแล้ว พราหมณะ แปลว่า เชื้อสายของพรหม ตอนหลังเขาแตกนิกายไปเป็นไวษณพนิกาย ถือพระวิษณุเป็นใหญ่ แตกไปเป็นไศวนิกาย ถือพระศิวะเป็นใหญ่ ตอนหลังแตกนิกายไปนับถือเทพองค์อื่น ๆ เช่น พระพิฆเนศ เจ้าแม่กาลี ถ้ายังใช้ว่าศาสนาพราหมณ์อยู่ก็จะไม่ครอบคลุม เพราะเขาไม่ได้ถือพรหมเป็นใหญ่แล้ว

เรื่องของการแตกนิกาย ก็คือ พอผู้นำนิกายไหนขึ้นมาก็จะยกองค์นั้นเป็นใหญ่ ทำให้เขาเปลี่ยนจากคำว่าพราหมณ์ ที่แปลว่าเชื้อสายของพรหมมาเป็นฮินดู คำว่าฮินดูนี่คนไทยออกเสียงนะ ความจริงมาจากคำว่าสินธุ จริง ๆ ก็คือสินธู คนไทยออกเสียงเป็นฮินดู"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 21-05-2012 เมื่อ 17:50
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 184 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 15:08



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว