กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > เก็บตกจากบ้านวิริยบารมี

Notices

เก็บตกจากบ้านวิริยบารมี เก็บข้อธรรมจากบ้านวิริยบารมีมาฝาก สำหรับผู้ที่ไม่มีโอกาสเดินทางไป

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #21  
เก่า 18-05-2012, 12:24
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,064
ได้ให้อนุโมทนา: 74,898
ได้รับอนุโมทนา 3,169,773 ครั้ง ใน 22,418 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"เขาเพิ่งจะบวชเสร็จ ใครจะบวชต่ออีกหรือเปล่า ? อย่าทำให้อาตมากลุ้มใจต้องถือไม้ตะพดเฝ้าวัดนะ ที่วัดมีแต่แม่ชีสาว ๆ เดี๋ยวหนุ่ม ๆ มากันให้พล่านไปหมด เป็นแม่ชีที่วัดท่าขนุนงานจะหนักมาก วันหนึ่งกว่าจะมีเวลาเป็นของตัวเองก็ประมาณบ่าย ๒ โมงแล้ว พอบ่าย ๔ โมงก็ทำความสะอาดวัดอีก เพราะฉะนั้นไปอยู่ที่นั่นจะอ้วนยาก

อำลาอาลัยพ่อแม่ญาติพี่น้องกันให้ดี แค่นี้ก็วัดอารมณ์ได้ชัดแล้วว่าตัดยากที่สุด ใจจะขาดรอน ๆ ตรงจุดนี้ก็อยากให้ทุกคนย้อนกลับไปนึกถึงวันที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์ พระองค์ท่านถึงพร้อมด้วยทรัพย์สมบัติทุกประการ มีพระชายาที่สวยที่สุด มีปราสาท ๓ ฤดู อีก ๗ วันสมบัติของพระเจ้าจักรพรรดิจะปรากฏแก่พระองค์ท่าน จะเป็นผู้ปกครองโลกทั้ง ๔ พูดง่าย ๆ ก็คือว่าในสุริยจักรวาลนี้ไม่มีใครยิ่งใหญ่เกินท่านอีกแล้ว พระโอรสที่รักยิ่งก็เพิ่งจะประสูติ พระองค์อภิเษกสมรสตอนพระชนมายุ ๑๖ ปี จน ๒๙ ปีจึงได้พระโอรส ๑ คน

แต่ว่าพระองค์ท่านสามารถตัดสินพระทัย เสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์ ทนลำบากอยู่ ๖ ปีเต็ม ๆ ลำบากชนิดเลือดตากระเด็น อดข้าวชนิดไม่ฉันอะไรเลยต่อเนื่องกันเป็นเดือน ๆ ไม่มีแม้แต่กำลังจะเดิน ล้มอยู่กับพื้น คนเขาก็คิดว่าเป็นซากศพเพราะมีแต่หนังหุ้มกระดูก แต่พระองค์ท่านก็ไม่ได้ท้อถอย ตั้งใจปฏิบัติเพื่อพระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ ด้วยดวงจิตที่มุ่งประโยชน์ต่อสรรพสัตว์ทั้งหลาย ว่าถ้าพระองค์บรรลุธรรมแล้ว เขาเหล่านั้นจะได้ประโยชน์ไปด้วย เป็นพวกเราจะไหวหรือไม่ ?"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 20-05-2012 เมื่อ 03:25
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 228 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #22  
เก่า 18-05-2012, 12:38
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,064
ได้ให้อนุโมทนา: 74,898
ได้รับอนุโมทนา 3,169,773 ครั้ง ใน 22,418 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"เราคิดว่าเราทำได้ เป็นความคิดในตอนนี้นะว่าเราทำได้ แต่พอของจริงมาถึงแล้วจะรู้ เพราะว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะต้านมารอบข้าง มีแต่โซ่ใหญ่ ๆ มาฉุดรั้ง “องค์ใดพระสรรเพชญ์ พระเผด็จกิเลสราญ หักห่วงและบ่วงมาร บ่มิหม่นมิหมองมัว” ห่วงนะ...แถมยังเป็นห่วงเหล็กมหึมาด้วย ดูซิว่าพวกเราจะหักห่วงได้ไหม ?

เรื่องของการบวชไม่ต้องถามคนอื่น พร้อมเมื่อไรไปทันที อย่ากระโตกกระตาก เดี๋ยวมารตื่น ไปตอนที่เขาเผลอ กว่าเขาจะรู้ตัวเราก็เผ่นไปแล้ว ค่อยให้เขามาตามล่าเราทีหลัง ถึงตอนนั้นเรามีหน้าที่หนีสุดชีวิต ส่วนเขาก็ตามล่าสุดชีวิต

ลองนึกถึงแค่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา เสด็จขึ้นเถลิงถวัลย์ราชสมบัติ ทรงมีพระราชดำรัสว่า เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม นั่นถือว่าเป็นการประกาศสัจจะวาจาในท่ามกลางองคมนตรีและในสายตาของประชาชน แล้วพระองค์ท่านก็บำเพ็ญพระองค์ให้เป็นไปตามพระราชดำรัสนั้นมาตลอด ๖๕ ปี ขึ้นปีที่ ๖๖ แล้ว พระองค์ท่านไม่เคยทำสิ่งใดที่ผิดไปจากคำพูดเลย

ฝรั่งบอกว่า "The king can do no wrong" พระราชาทำอะไรไม่ผิด..ไม่ใช่ พระองค์ท่านแปลว่า พระราชาห้ามทำอะไรผิด เพราะว่าถ้าหากว่าทำผิด ผลกระทบจะเกิดแก่คนทั้งประเทศ ตอนไปประเทศเขมร เวลาเดินชมประสาทหิน ตรงไหนต่ำ ๆ เขาจะติดป้ายไว้ว่า "Mind your head" ถ้าเป็นบ้านเราก็ติดว่า "ระวังศีรษะ" ใช่ไหม ? เขาว่าให้คิดถึงหัวตัวเองบ้าง ไม่อย่างนั้นจะชน ปรากฏว่าป้ามอยแปลได้เด็ดขาดที่สุด แปลว่า "หัดใช้หัวซะบ้าง" ในเมื่อรู้ตัวว่าเตี้ยก็ต้องรู้จักหลบด้วย (หัวเราะ)

เพราะฉะนั้น...ในเรื่องของคำพูด การกระทำ ขึ้นอยู่กับการตีความ และการตีความอยู่ที่กำลังใจของแต่ละคน กำลังใจของคนไม่เท่ากันก็ตีความได้ไม่เท่ากัน การบรรลุธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงได้เป็นไปตามกำลังใจของคน คือ ใครตีความธรรมะได้สูง ตัดสินใจได้เด็ดขาดก็บรรลุธรรมขั้นสูงกว่า ใครตีความธรรมะได้ต่ำ ตัดสินใจไม่เด็ดขาดเท่า ก็บรรลุธรรมขั้นต่ำกว่า คนไหนไม่เข้าใจเลย ตีความไม่ได้ ไม่สามารถตัดสินใจได้ ก็เข้าไม่ถึงธรรม แต่อย่างไรเสียก็ขอให้ยึดพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง เพราะว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นพลวปัจจัย เป็นอุปนิสัยนำส่ง ให้ชาติต่อไปของเราเข้าถึงธรรมได้ง่ายยิ่งขึ้น เพราะว่ามีการสั่งสมมาแล้ว

โมทนากับเขาก็พอนะ อย่าตัดสินใจบวชกันหมด วัดไม่มีที่ให้พัก ตอนนี้กุฏิแม่ชีหลังสุดท้ายเต็มแล้ว กำลังวางแผนว่าต่อไปจะเริ่มทำพื้นที่ในป่าช้า ใครจะเป็นผู้โชคดีรายแรกที่จะได้ไปอยู่ตรงนั้น ป่าช้าน่าอยู่ที่สุด เย็นสบาย ไม่มีใครกวน เงียบทั้งวัน"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 20-05-2012 เมื่อ 03:30
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 225 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #23  
เก่า 18-05-2012, 16:15
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,064
ได้ให้อนุโมทนา: 74,898
ได้รับอนุโมทนา 3,169,773 ครั้ง ใน 22,418 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ขอพรข้อหนึ่ง สำหรับกำลังใจค่ะ
ตอบ : ถ้าหากว่ามีศีลมีธรรมเป็นเครื่องคุ้ม ทำอะไรก็ขอให้สำเร็จจ้ะ
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 20-05-2012 เมื่อ 03:30
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 218 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #24  
เก่า 18-05-2012, 16:24
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,064
ได้ให้อนุโมทนา: 74,898
ได้รับอนุโมทนา 3,169,773 ครั้ง ใน 22,418 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : บวงสรวงขอลูกกับท่านปู่พระอินทร์ ทำอย่างไรคะ?
ตอบ : ใช้เครื่องบวงสรวงตามปกติ ขอบารมีท่านปู่พระอินทร์ว่า ถ้าเทวดาหรือนางฟ้าท่านใดจะลงมาเกิดเพื่อสร้างบารมี ก็ขอให้ท่านอนุมัติให้มาเกิดกับเรา จะช่วยสนับสนุนการทำความดีของท่านทุกอย่าง แต่ขอให้เลี้ยงง่าย เฉลียวฉลาด มีความซื่อสัตย์กตัญญูด้วย
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 20-05-2012 เมื่อ 03:32
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 216 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #25  
เก่า 18-05-2012, 17:05
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,064
ได้ให้อนุโมทนา: 74,898
ได้รับอนุโมทนา 3,169,773 ครั้ง ใน 22,418 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "ใครจะโกนหัว จำไว้แม่น ๆ นะ ฟอกหัวให้ทั่วถึงสัก ๔ - ๕ ครั้ง ผมจะนิ่มแล้วโกนง่าย แม่ชีที่บวชใหม่ ๆ ไม่มีหรอกที่หัวจะไม่เลือดโชก อาตมาบอกให้ไปฟอกหัวมาหลาย ๆ ครั้ง เขาไม่ค่อยทำกันหรอก เขารู้ดีกว่า..!

พอโกนหัวครั้งที่ ๒ ครั้งที่ ๓ ชักจะรู้ตัวแล้ว เพราะถ้าขืนทำเหมือนเดิมก็เลือดโชกอีก มีแม่ชีโสภิตที่ขออนุญาตไม่โกนมาจนทุกวันนี้ ปล่อยให้ผมยาวไปเลย โกนครั้งแรกครั้งเดียวก็เข็ด อาตมาบอกว่าเอ็งไปฟอกหัวมา ๓ - ๔ เที่ยว จะได้ไม่มีบาดแผล ไม่เจ็บไม่คัน เขาดันไปฟอกพรวด ๆ ๓ ทีราดน้ำโครม โคนผมยังไม่ทันจะเปียกเลย เท่ากับโกนแห้ง ๆ ถลกหนังหัวตัวเอง..!

เวลาผมโดนน้ำจะนิ่ม โกนง่ายขึ้น หนังหัวเราพอชุ่มแล้ว เวลาโกนก็ไม่เป็นขุย ถ้าเป็นขุยเท่ากับถลอก พอถลอกก็เป็นแผล ราดน้ำโครมก็แสบสะดุ้งเฮือก สรุปว่าต้องผ่านบทเรียนกันก่อนถึงจะจำ..!"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 20-05-2012 เมื่อ 03:34
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 209 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #26  
เก่า 18-05-2012, 17:31
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,064
ได้ให้อนุโมทนา: 74,898
ได้รับอนุโมทนา 3,169,773 ครั้ง ใน 22,418 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default




พระอาจารย์กล่าวถึงหนังสือว่า "หนังสือเรื่องหลินเจี้ยนหลง เป็นเรื่องเกี่ยวกับนักเลง ที่โดนจับเข้าสถานดัดสันดานและคุก ด้วยข้อหานักเลง เปิดบ่อน และพยายามฆ่า ระหว่างถูกควบคุมตัว เขาดิ้นรนจนสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงได้ ท้ายสุดจบปริญญาเอกที่อเมริกา กลายเป็นศาสตราจารย์สอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยไต้หวัน






ส่วนถ้าใครอ่านมังกรคู่สู้สิบทิศ จะเห็นได้ว่า กว่าที่คนเราจะก้าวไปถึงจุดที่ตัวเองต้องการได้ ต้องต่อสู้ดิ้นรนมาตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม ในการต่อสู้ดิ้นรนระยะแรกเริ่ม ทำให้เห็นชัดเลยว่า ไม่มีอะไรที่ได้มาแบบบังเอิญ คุณต้องต่อสู้ช่วงชิง ต้องใช้ความพยายาม ส่วนใหญ่เราไปเห็นตอนเขาประสบความสำเร็จแล้ว ตั้งตนเป็นเจ้าแล้ว แต่ที่ไหนได้..ตอนเป็นอันธพาลขนาดข้าวยังไม่มีจะกิน ถ้าไม่มีอาซ้อเจินสนับสนุน แอบยัดซาละเปาให้ พระเอกก็อดตายไปแล้ว"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 20-05-2012 เมื่อ 03:37
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 198 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #27  
เก่า 18-05-2012, 17:55
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,064
ได้ให้อนุโมทนา: 74,898
ได้รับอนุโมทนา 3,169,773 ครั้ง ใน 22,418 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default



"หนังสือเรื่องหมาป่าของเจียงหรง ถ้าอ่านต้นฉบับภาษาจีนด้วยยิ่งดี ฉบับภาษาจีนชื่อหลางถู่โถว หลางคือหมาป่า ถู่โถวมาจากภาษาอังกฤษ ก็คือคำว่าโทเท็ม หลางถูโถ่ว คือสัญลักษณ์หมาป่า

เล่มนี้หนาปึ้กเลย เราจะได้รู้ว่าชนเผ่าเร่ร่อนสมัยก่อนทำไมถึงได้นับถือหมาป่าขนาดนั้น อยากจะบอกว่า หนังสือเล่มนี้สามารถเป็นผลงานวิจัยปริญญาเอกได้ เพราะว่าสมัยปฏิวัติวัฒนธรรม พวกนักศึกษา หรือพวกหัวก้าวหน้า หรือพวกวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมือง จะถูกส่งตัวไปทำงานแถว ๆ มองโกเลียใน ที่เขาใช้ว่ามองโกเลียในเพราะเป็นพื้นที่ของจีน ส่วนมองโกเลียนอกเป็นพื้นที่ของรัสเซีย แต่มีอาณาเขตติดกัน

ในเรื่องเฉินเจิ้นนักศึกษาจากปักกิ่งอาสาไปใช้แรงงานอยู่แถวนั้น ผจญกับความยากลำบากของดินฟ้าอากาศ ต้องไปตั้งคอมมูนในการผลิตอาหาร ผลิตพวกแพะ แกะ ส่งมาเป็นอาหาร ตัดขนทำเป็นเสื้อผ้า ถ้าการผลิตไม่ดีก็โดนวิจารณ์อีก ตัวที่แสบที่สุดคือหมาป่า เพราะป้องกันอย่างไรหมาป่าก็เอาแกะไปกินได้ เนื่องจากหมาป่ารู้จักแกะมากกว่าคน หมาป่ารอหิมะตกหนา ๆ ก่อน แล้วก็ต้อนแกะให้วิ่งไปถึงที่หิมะหนา ๆ พอแกะขายันพื้นไม่ได้ก็ติดอยู่ตรงนั้น รอให้หมาป่ามาลากไปกินทีละตัว"

ถาม : (ไม่ได้ยิน)
ตอบ : ก็คล้าย ๆ กัน เพราะว่าถ้าขาดสติ ขาดสมาธิ ก็สู้เขาไม่ได้ การฝึกวิทยายุทธก็คือฝึกสติฝึกสมาธินั่นแหละ ในเรื่องตอนเขานั่งขัดสมาธิ เสร็จแล้วอาจารย์ก็โยนเหรียญลงพื้นดังติ๊ง..! ถามว่าเหรียญอยู่ทิศไหน ถ้าตอบผิดก็เจออาจารย์จัดการลงโทษ

เราลองนึกดู หน้าเหนือ หลังใต้ ซ้ายตะวันตก ขวาตะวันออก จากนั้นก็ทะแยงระหว่างซ้ายขวาหน้าหลัง ตะวันออกเฉียงเหนือ ตะวันตกเฉียงใต้ ตะวันตกเฉียงเหนือ ตะวันตกเฉียงใต้ ได้ทิศพอดี ก็คือซ้าย ขวา หน้า หลัง ศอกซ้าย ศอกขวา เข่าซ้าย เข่าขวา ๘ ทิศพอดี คราวนี้รู้แล้วหรือยังว่าเขาแยกแยะได้อย่างไรว่ามาทิศไหน ? ฟังดูแล้วไม่น่ายาก แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับการฝึก ต้องฝึกจนชินจริง ๆ ฟังเสียงลมรู้การเคลื่อนไหว

ในเรื่องมังกรหยกภาค ๑ นั้น ตัวละครที่ตาบอดเขาใช้การฟังเสียงเอา เวลาต่อสู้กัน เจออีกฝ่ายหนึ่งหลอก เขาใช้ท่าที่ทำให้คนตาบอดฟังไม่ออก เพราะไม่ใช่ท่าที่ใช้ฝ่ามือ ไม่ใช่หมัด ไม่ใช่นิ้ว ไม่ใช่กรงเล็บ คนตาบอดฟังเสียงไม่ออกก็ไม่กล้ารับ ไม่รู้ว่าเขาออกท่าอะไรก็หนีไว้ก่อน ความจริงก๊วยเจ๋งสู้ศพเหล็กที่ตาบอดไม่ได้หรอก แต่ศพเหล็กตาบอดเขาระแวง ก็เลยหนี
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 20-05-2012 เมื่อ 03:41
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 187 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #28  
เก่า 19-05-2012, 08:11
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,064
ได้ให้อนุโมทนา: 74,898
ได้รับอนุโมทนา 3,169,773 ครั้ง ใน 22,418 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "เวลานิมิตต่าง ๆ มาถึง บางทีมาแค่ชั่วพริบตาเดียว แต่สิ่งที่เรารู้อธิบายออกมาได้หลายหน้ากระดาษ เอาไว้ให้พวกเราเกิดนิมิตเองแล้วจะรู้ ภายในพริบตาเดียวความเป็นทิพย์จะรายงานหมดว่าอะไรเป็นอะไร รอก่อนนะ...รอให้ถึงตอนที่อาตมาเกิดในประเทศไทยก่อน แล้วค่อยเขียน ช่วงนั้นรบได้ทุกชาติ ไม่รบเขาก็ฆ่าเขา แล้วอาตมาจะไปเหลืออะไร จึงได้ป่วยอย่างนี้ทั้งชาติ

อาตมาเคยคิดจะแต่งหนังสือกำลังภายในเอง เพราะเห็นบางคนแล้วขัดใจ แต่งหนังสือกำลังภายในได้ห่วยมากเลย อาตมาไม่ต้องแต่งเองหรอก เขียนเรื่องจริงก็พอแล้ว เรื่องที่แต่งมีความสนุกเพราะว่าเป็นจินตนาการ แต่ถ้าเราเขียนเรื่องจริงจะสนุกกว่า เพียงแต่คนที่เขียนเรื่องจริงมุมมองเขาอาจจะไม่พอ

อย่างบันทึกไปพม่า เป็นเรื่องจริงล้วน ๆ บังคับเนื้อหาไม่ได้ด้วย ว่าแต่ละวันเราจะเจออะไร คนอ่านมักจะอ่านรวดเดียววางไม่ลง เราต้องเขียนให้คนอ่านเห็นเหมือนอย่างที่เราเห็น ไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนกันนะ เพราะต้องนึกอยู่เสมอว่าเขาไม่เห็น ท่านเจ้าคุณอาจารย์พระศรีศาสนวงศ์ บอกว่า "พระครู..เขียนได้เป็นธรรมชาติมาก ผมอยากเขียนอย่างนี้มานานแล้ว" คำว่าเป็นธรรมชาติของท่าน ก็คือเห็นอย่างไรก็บอกอย่างนั้น"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 20-05-2012 เมื่อ 03:42
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 202 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #29  
เก่า 19-05-2012, 08:24
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,064
ได้ให้อนุโมทนา: 74,898
ได้รับอนุโมทนา 3,169,773 ครั้ง ใน 22,418 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"อาตมาเคยตั้งใจจะเขียนเรื่อง จอมทัพมหาราช ๓ ภาค มีพระเจ้าพรหมมหาราช พระนเรศวรมหาราช พระเจ้าตากสินมหาราช บอกแนวทางให้คุณลลิตาไป เขาบอกว่าเขียนไม่ได้ จินตนาการเขาไม่ถึง

สมัยก่อนที่อาตมาจะไปเป็นทหาร ได้เขียนหนังสือขายอยู่ระยะหนึ่ง กำลังมีคนอ่านติดตรึม พอกลับจากการเป็นทหารมาดูเรื่องที่เขียน มีเนื้อหาเก่าที่เขียนไว้เรื่องหนึ่ง ๒ บท มาเขียนต่อบทที่ ๓ กับบทที่ ๔ เขียนเสร็จแล้วอ่านทวน ปรากฏว่าบทที่ ๑ กับบทที่ ๒ เหมือนคนหนึ่งเขียน บทที่ ๓ กับบทที่ ๔ เป็นอีกคนหนึ่งเขียน ต่างกันอย่างเห็นชัดเลย

สรุปว่าประสบการณ์ตอนไปฝึกทหารอยู่ช่วงหนึ่งที่เพิ่มเติมเข้ามา ทำให้มุมมองชีวิตต่างออกไป คนเดียวกันเขียนแต่ต่างเวลากันเท่านั้น กลายเป็นคนละคนเลย อาตมาจึงต้องวางมือ เขียนต่อไม่ได้แล้ว ยกแนวเรื่องให้คนอื่นเขาไปเขียนแทน

บางคนเขียนแล้วไม่สมจริง อย่างเรื่องรหัสลับหลังคาโลกที่กำลังดังระเบิด ในเรื่องเขาใช้อาวุธอันตรายขนาดนั้นคนต้องตายเป็นกองร้อยแล้ว ไม่เหลือหรอก หรือไม่ก็กับดักที่เขาใช้ยึดโยงต้นไม้ให้ดีด มีคนทำไว้ตั้งแต่อดีตเป็นร้อย ๆ ปีแล้ว พอไปกระทบเข้าก็ยังทำงานอยู่ ทหารหน่วยจู่โจมพิเศษที่ฝึกมาขนาดหนักยังตาย อาตมาก็นั่งหัวเราะว่าคนเขียนไม่รู้เรื่องต้นไม้ เขารู้แต่ว่าดัดต้นไม้แล้วต้นไม้จะดีดได้ แต่เขาลืมไปว่า ถ้าดัดต้นไม้ไว้สักอาทิตย์หนึ่งกิ่งไม้ก็ล้าแล้ว จะคงตัวเป็นรูปนั้นเลย แล้วในเรื่องเขาให้กับดักต้นไม้อยู่มาเป็นร้อย ๆ ปีแล้วยังทำงาน แสดงว่าเขาไม่เข้าใจว่าความจริงเป็นอย่างไร"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 20-05-2012 เมื่อ 15:43
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 197 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #30  
เก่า 19-05-2012, 09:12
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,064
ได้ให้อนุโมทนา: 74,898
ได้รับอนุโมทนา 3,169,773 ครั้ง ใน 22,418 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์ให้โอวาทว่า "การอยู่วัด..สำคัญที่สุดคืออย่าไปตั้งความหวังกับคน สถานที่ดีแค่ไหนก็ตาม ครูบาอาจารย์ดีแค่ไหนก็ตาม คนรอบข้างก็ยังเป็นคนอยู่ ถ้าไปคิดว่าวัดดีแล้วคนต้องดี คิดว่าครูบาอาจารย์ดีแล้วเขาต้องดี เดี๋ยวก็อกหักดังกร๊อบ..!

ในเมื่อเป็นคนจะอยู่ที่ไหนก็ยังเป็นคน สำคัญที่ว่าเราจะปล่อยวางได้มากเท่าไร สรุปง่าย ๆ ว่า อย่ายุ่งกับเรื่องของคนอื่น ทำหน้าที่เราให้ดีที่สุดก็จบแล้ว จะได้ดูว่าเราเองปล่อยวางสักกายทิฐิได้มากเท่าไร ? ตัวกูของกู มานะยังมีเยอะไหม ? ถ้าไม่มีก็อยู่สบาย ถ้ามีก็กระแทกกันอยู่เรื่อย

โดยเฉพาะคนเรามีจุดอ่อนอยู่ที่ว่า เกิดอะไรขึ้นแล้วไม่สอบถาม แต่ตัดสินด้วยความคิดตัวเอง คราวนี้การตัดสินของเขาได้ตัดสินคนอื่นไปแล้ว โดยที่ลืมว่าตัวเราไม่ใช่บรรทัดฐานที่จะไปตัดสินคนอื่น ดังนั้น..ถ้ามีอะไรสงสัยก็ให้ถามกันตรง ๆ

ค่อย ๆ ปรับตัวเองไปเรื่อย ๆ แรก ๆ ก็เป็นลูกเต๋าสี่เหลี่ยม หล่นโครมลงไปก็อยู่ตรงนั้น พอค่อย ๆ ขัด ค่อย ๆ เกลา ลบเหลี่ยมลบมุมตัวเองไปเรื่อย ๆ ก็จะกระทบคนอื่นน้อยลงไปเรื่อย จนในที่สุดก็กลมเป็นลูกบิลเลียด คราวนี้จะกลิ้งไปไหนก็ได้ หรือถ้ายังไม่พอก็เป็นลูกบิลเลียดแช่น้ำมัน ลื่นพอ ๆ กับปลาไหลแช่น้ำมันนั่นแหละ

ทุกอย่างที่เข้ามาในชีวิตเป็นเครื่องทดสอบ สอบได้หรือสอบตกก็ไม่มีใครช่วยเราได้ บางทีเราแนะนำไป วิธีการเขารู้ แต่กำลังของเขาไม่พอ บอกเขาว่ากำแพงอยู่ตรงนี้ จอบก็มี ขวานก็มี เลื่อยก็มี พังลงไปให้ได้แล้วกัน แต่แรงเขายังไม่พอ จึงพังลงไปไม่ได้สักที"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 20-05-2012 เมื่อ 03:48
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 198 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #31  
เก่า 19-05-2012, 09:17
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,064
ได้ให้อนุโมทนา: 74,898
ได้รับอนุโมทนา 3,169,773 ครั้ง ใน 22,418 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "อาตมาเป็นคนหวงเวลา คนที่มานอกทุ่งนอกท่าอาตมาไล่เตลิดหมด ที่วัดตั้งพระเป็นเวรรับสังฆทาน ๕ รูป ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป โยมขนสังฆทานมาจะมาถวายเจ้าอาวาส อาตมาก็ด่ากระจาย ถ้าอาตมารับสังฆทานเองแล้วจะตั้งเวรรับสังฆทานไปทำไม ?

ปรากฏว่าโยมเปลี่ยนวิธี ไม่มากวนที่กุฏิ แต่แบกไปรอถวายตอนฉันเพล พวกนี้เป็นประเภทไม่มีอุเบกขาในทานบารมี ความจริงจะถวายสังฆทานกับพระสงฆ์รูปไหนก็ได้ ต่อให้ศีล ๒๒๗ ข้อ ขาดวิ่นเหลือข้อเดียวก็ถวายไปเถอะ เพราะท่านเป็นตัวแทนของสงฆ์ ถวายไปก็ได้อานิสงส์เท่ากัน"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 20-05-2012 เมื่อ 03:49
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 205 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #32  
เก่า 19-05-2012, 09:24
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,064
ได้ให้อนุโมทนา: 74,898
ได้รับอนุโมทนา 3,169,773 ครั้ง ใน 22,418 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "สำหรับตัวอาตมาเองแล้ว เรื่องทางโลกไม่มีอะไรให้ท้าทาย เพราะทำอะไรก็ประสบความสำเร็จง่ายจนน่าเบื่อ ในเมื่อเป็นอย่างนั้นเหลืออย่างเดียวก็คือ การขัดเกลากิเลสตัวเอง

หลวงปู่มหาอำพันท่านเขียนติดหัวนอนไว้ว่า วิชาโลกเรียนเท่าไรไม่รู้จบ พื้นพิภพกลมกว้างใหญ่ลึกไพศาล วิชาธรรมเรียนและทำจนชำนาญ ย่อมพบพานจุดจบสบสุขเอย ท่านลงชื่อคนเขียนว่าแม่เฒ่าปักษ์ใต้ ไม่รู้ว่าเป็นใคร ? หลวงปู่คงไปอ่านเจอแล้วชอบใจ เลยลอกมาแปะติดหัวนอนไว้

ปัจจุบันนี้ที่อาตมาเรียนอยู่ เห็นประโยชน์ก็คือตอนไปสอนคนอื่น พอมีวุฒิรับรองการศึกษาสูง ๆ คนเขาจะให้ความสนใจมากกว่า คนเขาให้ความเชื่อถือมากกว่า ก็เลยเรียน ๆ ให้เขาหน่อย โลกเขาเคารพสมมติอย่างนั้น เราก็ต้องหาให้เขาหน่อย"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 20-05-2012 เมื่อ 03:50
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 208 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #33  
เก่า 19-05-2012, 09:34
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,064
ได้ให้อนุโมทนา: 74,898
ได้รับอนุโมทนา 3,169,773 ครั้ง ใน 22,418 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ทำอย่างไรถึงจะปราบปะป๊าได้ ?
ตอบ : ไม่ต้องทำอย่างไรหรอกจ้ะ ปล่อยให้ปะป๊าแก่ตายไปเองดีกว่า แต่ถ้าจะปราบจริง ๆ ก็ต้องทำตัวให้น่ารักมาก ๆ ตั้งใจเรียน เป็นเด็กดี สวดมนต์ไหว้พระทุกวัน เดี๋ยวปะป๊าเกรงใจก็เสร็จเราเอง ถ้าหากว่าเรายังทำดีไม่พอ ปะป๊ายังไม่เกรงใจเพราะว่าเราเป็นเด็ก เด็กต้องมีความดีเยอะกว่า ผู้ใหญ่เขาถึงจะเกรงใจ

กลับบ้านไปสวดมนต์ไหว้พระ นั่งสมาธิทุกวัน รักษาศีลให้ครบถ้วน ตั้งใจเรียน เอาที่ ๑ มาบ่อย ๆ เดี๋ยวปะป๊าก็เกรงใจเอง เข้าใจนะจ๊ะ...ปราบให้อยู่หมัดเลยลูก..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 20-05-2012 เมื่อ 03:52
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 201 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #34  
เก่า 19-05-2012, 09:52
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,064
ได้ให้อนุโมทนา: 74,898
ได้รับอนุโมทนา 3,169,773 ครั้ง ใน 22,418 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "คนเป็นเก๊าท์อย่ากินยอดผัก อาหารทะเล เครื่องในสัตว์ หรือเนื้อสัตว์ปีก เพราะจะเป็นการซ้ำให้อาการหนักขึ้น ต้องงดกินของพวกนี้แล้วไปดื่มน้ำอุ่นเยอะ ๆ ให้ปัสสาวะออกมามาก ๆ สักสามวันก็จะหาย เพราะว่าเก๊าท์เกิดจากผลึกกรดของโปรตีนไปตกอยู่ในข้อ แล้วผลึกก็แหลมเปี๊ยบอย่างกับเข็ม เมื่อเข็มทิ่มเนื้อก็ต้องปวดเป็นปกติ"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 20-05-2012 เมื่อ 03:53
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 198 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #35  
เก่า 19-05-2012, 16:03
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,064
ได้ให้อนุโมทนา: 74,898
ได้รับอนุโมทนา 3,169,773 ครั้ง ใน 22,418 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวสอนคนเป็นพ่อแม่ว่า "เราจะไปรำคาญลูกไม่ได้ ในเมื่อมีเขาแล้ว จะรำคาญเขาไม่ได้ มีเขาแล้วต้องอาศัยธรรมข้อที่ว่าพ่อแม่เป็นพรหมของบุตร ต้องอดทนอดกลั้น วางอุเบกขากับเขาให้ได้"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 20-05-2012 เมื่อ 03:53
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 200 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #36  
เก่า 19-05-2012, 16:07
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,064
ได้ให้อนุโมทนา: 74,898
ได้รับอนุโมทนา 3,169,773 ครั้ง ใน 22,418 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : เมื่อภาวนาไปแล้ว เกิดอาการเหมือนเหวที่ไม่มีก้น นี่เป็นอาการของฌานหรือเปล่า ?
ตอบ : ไม่ใช่..เป็นอาการที่จิตตกศูนย์กลางพอดี จะลงกึ่งกลางไปเรื่อย ๆ ถ้าใครฝึกธรรมกายมาจะรู้ ลงกึ่งกลางของกึ่งกลางไปเรื่อย ๆ จึงเหมือนกับลงเหวที่ไม่มีก้น จนกว่าธรรมกายจะปรากฏจึงจะหยุด
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 20-05-2012 เมื่อ 03:55
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 198 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #37  
เก่า 19-05-2012, 16:42
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,064
ได้ให้อนุโมทนา: 74,898
ได้รับอนุโมทนา 3,169,773 ครั้ง ใน 22,418 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์บอกคนที่อ่านหนังสือว่า "อ่านมูซาชิแล้วอย่าลืมอ่านซันชิโร่ด้วยนะ ตอนที่มูซาชิโดนบังคับให้ทำสมาธิ ทำให้เขารู้ว่า ก่อนที่คนจะเก่งนั้น ใจต้องนิ่งก่อน ส่วนซันชิโร่เขาอาศัยความบ้า ความบ้านะไม่ใช่ความกล้า เวลาเขาประลองกันท่ามกลางสายฝน ซามูไรคนไหนที่เงื้อดาบขึ้นก่อนมักจะโดนฟ้าผ่าตาย แต่ซันชิโร่ไม่กลัว เพราะถึงไม่โดนฟ้าผ่าตาย ตัวเองก็อาจจะตายเพราะอีกฝ่ายอยู่แล้ว คู่ต่อสู้เลยต้องทิ้งซามูไรหนี เพราะลูกบ้าของซันชิโร่มากกว่า

ถ้าคนเราสามารถตัดใจไม่กลัวตายได้สักเรื่องหนึ่ง จะทำอะไรได้เยอะมากเลย วิถีแห่งซามูไรภาษาญี่ปุ่นเขาเรียกว่าบูชิโดเป็นอักษรคันจิ ภาษาจีนคือบู๊เฮียบ หมายถึง จริยธรรมนักรบ ฉะนั้น..ทุกวันนี้วิถีบูชิโดหรือจริยธรรมนักรบ ก็ยังฝังอยู่ในจิตใจของชาวญี่ปุ่นอยู่เป็นปกติ เสียสละ กล้าหาญ อดทน เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน มีทั้งหมดอยู่ ๑๒ ข้อด้วยกัน

อย่างตอนที่เกิดสึนามิแล้วโรงงานปฏิกรณ์นิวเคลียร์รั่ว คนญี่ปุ่นเข้าแถวเป็นระเบียบเรียบร้อยรับของแจก ลำบากแค่ไหนก็อดทน ไม่ปริปากบ่น นั่นก็คือจริยานักรบที่ฝังรากลึกอยู่ เพราะเขาได้รับการอบรมมารุ่นแล้วรุ่นเล่า ถ้าเป็นบ้านเราไปแจกของก็คงจะเหยียบกันตาย เหยียบกันตายไม่พอ เขาจะเหยียบเราตายไปด้วย..!"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 20-05-2012 เมื่อ 03:58
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 193 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #38  
เก่า 19-05-2012, 16:47
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,064
ได้ให้อนุโมทนา: 74,898
ได้รับอนุโมทนา 3,169,773 ครั้ง ใน 22,418 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : (ไม่ได้ยิน)
ตอบ : บ้านเราก็มีเหมือนกัน แต่พอมีแล้วกลายเป็นคนโง่ ทั้ง ๆ ที่เป็นคนดี แต่เป็นคนโง่ในสายตาคนอื่น จงยอมเป็นคนโง่ต่อไป เพราะคนโง่ โง่แล้วสบายกว่า คนฉลาดมักจะโดนคนอื่นเขาสกัด เพราะกลัวว่าจะล้ำหน้าตนเอง เป็นคนโง่ของเราไปได้เรื่อย ๆ ไม่ไปเกะกะขวางทางใคร

“ฉันไม่สู้เธอละฉันยอมแพ้ วาจาจากใจแท้แน่นักหนา ไม่ขอสู้กับใครในโลกา เป็นผู้แพ้ดีกว่าสบายใจ”

ถาม : (ไม่ได้ยิน)
ตอบ : ถ้าหากว่ามีตัวกูอยู่ก็ยอมแพ้ไม่ได้ ถ้าไม่มีตัวกูของกูก็ยอมแพ้ได้สบาย
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 20-05-2012 เมื่อ 03:59
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 192 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #39  
เก่า 20-05-2012, 09:45
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,064
ได้ให้อนุโมทนา: 74,898
ได้รับอนุโมทนา 3,169,773 ครั้ง ใน 22,418 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

มีโยมมาถวายพระไตรปิฎก พระอาจารย์จึงกล่าวว่า "ปกติพระไตรปิฎกควรจะต้องมีตู้ใส่ แต่ตู้ราคาแพงมาก ถ้าเป็นตู้ไม้สักราคา ๒ - ๓ หมื่นบาท พระไตรปิฎกชุดอรรถกถาราคาประมาณ ๒๐,๐๐๐ บาท สรุปว่าตู้ราคาแพงกว่าพระไตรปิฎกเสียอีก เห็นพระไตรปิฎกแล้วนึกถึงความมานะพยายามของคนโบราณ เขาค่อย ๆ จารพระไตรปิฎกกันทีละแผ่นทีละผูก

เรื่องการอ่านพระไตรปิฎกเป็นอาชีพของพระ อาตมาเองอ่านพระไตรปิฎกหมดไปหลายจบแล้ว แต่ถ้าเป็นไปได้โยมควรจะอ่านกันเอง จะได้รู้ว่าพระพุทธวจนะที่แท้จริงเป็นอย่างไร พระองค์ท่านตรัสถึงแต่ละอย่างว่าอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะชุดที่ถวายมามีอรรถกถาแปลขยายความให้ด้วย ยิ่งเข้าใจได้ง่ายขึ้น พระไตรปิฎกเป็นภาษาไทยโบราณ เราจึงอ่านเข้าใจยาก อย่างเช่น เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก ย่อมเข้าถึงเข้าถึงทุคติ วินิบาต อ่านแล้วมึน บอกว่าตายแล้วลงนรกก็หมดเรื่อง..!

พระไตรปิฎกที่อยากจะให้อ่านมากที่สุด เป็นพระไตรปิฎกฉบับแก่นธรรม ที่ร้านหนังสือมหาจุฬาบรรณาคารน่าจะมี ส่วนพระไตรปิฎกฉบับประชาชนนั้นรวบรัดเกินไป รวบรัดเสียจนกลายเป็นดรรชนีค้นหาไปเลย ตอนแรก ๆ ยังดีอยู่เพราะมีเนื้อหาย่อให้ พอท้าย ๆ คนทำคงเหนื่อย ย่อไม่ไหว กลายเป็นดรรชนีบอกว่าเรื่องนั้นมีเนื้อหาอยู่ที่เล่มไหนไปเลย

แม้พระไตรปิฎกฉบับแก่นธรรมเนื้อหาจะไม่มากเท่ากับชุดใหญ่ แต่ก็ไม่น้อยไปจนกระทั่งไม่เข้าใจใจความ เพราะตัดเอาเนื้อหาสำคัญ ๆ มา แต่อาตมาอยากจะให้อ่านเล่มใหญ่เต็มฉบับ อย่างชาดกในพระไตรปิฎกบางฉบับมีแต่เนื้อหาเฉย ๆ ไม่ได้บอกว่าทำไมพระพุทธเจ้าถึงตรัสถึงชาดกเรื่องนั้น และไม่ได้สรุปว่า เมื่อจบแล้วองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประชุมชาดกว่าอย่างไร เกิดผลอะไรขึ้นแก่ผู้ฟัง ทำให้พวกเราไม่รู้ว่าความเป็นมาและความสำคัญของปัญหาว่าคืออะไร อยู่ ๆ ก็มีเนื้อเรื่องโผล่มาแล้วก็เงียบไปเฉย ๆ "
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 20-05-2012 เมื่อ 17:39
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 183 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #40  
เก่า 20-05-2012, 10:39
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,064
ได้ให้อนุโมทนา: 74,898
ได้รับอนุโมทนา 3,169,773 ครั้ง ใน 22,418 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default



พระอาจารย์กล่าวถึงหนังสือว่า "บางทีหนังสือดี ๆ กลับไม่ได้รับความนิยมจากตลาดเพราะขายไม่ได้ พิมพ์ครั้งหนึ่งก็เข็ด ไม่มีการออกใหม่อีก อาตมาอ่านลูกม้าสีแดงของจอห์น สไตน์เบ็ค ตั้งแต่อยู่ชั้นป. ๒ มาหาอ่านได้อีกทีตอนอายุเกือบ ๔๐ ปี ของดีมักจะขายไม่ค่อยออก ต้องเป็นประเภทพวกเพ้อฝันลม ๆ แล้ง ๆ ปัจจุบันนี้เด็กรุ่นใหม่นิยมอ่าน เขาก็เลยอยู่กับความฝันมากกว่าความจริง

ความฝันถือว่าช่วยเสริมสร้างจินตนาการ แต่เราต้องยอมรับด้วยว่าสภาพความจริงของโลกไม่ใช่สิ่งที่ฝัน มนุษย์ทุกรูปทุกนาม ทุกชาติทุกภาษามีความฝัน เพราะฉะนั้น..เขาจึงมียุคพระศรีอาริย์ มีแชงกรีล่า มีแดนดอกท้อ มียูโทเปีย สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ที่ว่ามา อยู่ในลักษณะของจินตนาการ แต่บุคคลที่เข้าถึงความดีก็สามารถที่จะไปได้ อย่างแดนดอกท้อของจีนก็คือเมืองลับแล"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 20-05-2012 เมื่อ 17:40
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 179 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 01:58



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว