กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > เก็บตกจากบ้านเติมบุญ

Notices

เก็บตกจากบ้านเติมบุญ เก็บข้อธรรมจากบ้านเติมบุญมาฝาก สำหรับผู้ที่ไม่มีโอกาสเดินทางไป

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #161  
เก่า 21-05-2017, 20:45
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,803
ได้ให้อนุโมทนา: 62,826
ได้รับอนุโมทนา 2,800,092 ครั้ง ใน 20,083 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวกับพระที่ยกพระพุทธรูปมาถวายสังฆทานว่า “คุณอย่าเอาพระพุทธรูปวางกับพื้นสิ พ่อของเราเอง เราต้องเคารพมากกว่าคนอื่นเขา”
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 21-05-2017 เมื่อ 20:57
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 164 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #162  
เก่า 22-05-2017, 08:57
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,803
ได้ให้อนุโมทนา: 62,826
ได้รับอนุโมทนา 2,800,092 ครั้ง ใน 20,083 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์เล่าว่า "ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา อาตมาไข้จับไป ๒ วัน เหตุเพราะญาติโยมมีเมตตา เห็นว่าอากาศร้อนมากจึงราดด้วยน้ำแข็งเป็นถังเลย

การอุ้มพระสรงน้ำของทางด้านวัดท่าขนุน เป็น Unseen Thailand ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ปีนี้ Unseen มากกว่าปกติ เพราะว่าโยมอุ้มอาตมาผ่านไป เขาก็ราดด้วยน้ำแข็งทั้งถัง น้ำแข็งหลอดเต็มหน้าตักเลย

ต้องบอกว่าบางคนอยากจะได้บุญได้กุศลก็ทำจนสิ้นสติ ไม่ได้คิดว่าพระจะเป็นอย่างไรบ้าง อากาศร้อน ๆ พอโดนความเย็นขนาดนั้นเข้าก็เลยไข้จับ อย่าว่าแต่พระแก่อย่างอาตมาเลย ต่อให้เป็นพระหนุ่มเณรน้อยก็ไข้จับพอกัน"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 22-05-2017 เมื่อ 12:23
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 156 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #163  
เก่า 22-05-2017, 09:23
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,803
ได้ให้อนุโมทนา: 62,826
ได้รับอนุโมทนา 2,800,092 ครั้ง ใน 20,083 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์เล่าว่า "สมัยที่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ยังอยู่ พวกเราส่วนหนึ่งยังเห็นว่า เมื่อพระองค์ท่านเสด็จ จะมีพสกนิกรจำนวนมากถวายเงิน ขอให้รู้ว่าการถวายเงินกับในหลวงนั้น มีที่มาจากวัดท่าซุงเป็นจุดแรกเริ่ม

ปี ๒๕๒๐ วันที่ ๒๐ เมษายน ในหลวงรัชกาลที่ ๙ พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จงานปิดทองฝังลูกนิมิตวัดท่าซุง

ลูกศิษย์สายวัดท่าซุงมีความเคยชินอยู่อย่างหนึ่ง ก็คือการถวายปัจจัยเพื่อร่วมบุญกับหลวงพ่อวัดท่าซุง เมื่อในหลวงเสด็จผ่าน ด้วยความเคยชินก็ควักเงินส่งให้ อาตมาเห็นแล้วก็ขำ ในหลวงท่านชะงักแล้วก็รับ ที่ชะงักเพราะว่าไม่เคยเจอมาก่อน ปรากฏว่ารับไปรับมา สองพระหัตถ์มีแต่ธนบัตรใบใหญ่บ้าง ใบเล็กบ้าง เต็มไปหมด ก็มีลูกศิษย์หลวงพ่อประเภทที่ไม่สนใจฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ ส่งถุงก๊อบแก๊บถวาย ๑ ใบ พระองค์ท่านก็เอาปัจจัยทั้งหมดใส่ในถุง แล้วก็กางถุงรับเลย

นั่นคือจุดเริ่มต้นในการถวายเงินกับในหลวงหรือว่าสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 22-05-2017 เมื่อ 14:14
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 163 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #164  
เก่า 22-05-2017, 09:28
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,803
ได้ให้อนุโมทนา: 62,826
ได้รับอนุโมทนา 2,800,092 ครั้ง ใน 20,083 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"เมื่อในหลวงเสด็จถึงในพิธี ทรงถวายเงินถุงนั้นกับหลวงพ่อวัดท่าซุง ดูพระพักตร์แล้วพระองค์ท่านมีความสุขมาก ตรัสว่า "หลวงพ่อครับ...เต็มถุงเลย"

จากวันนั้นมาจนกระทั่งพระองค์ท่านเสด็จสู่สวรรคาลัย ถ้าสามารถออกงานได้ เสด็จไปท่ามกลางพสกนิกรได้ เราจะเห็นว่ามีคนถวายเงินเป็นปกติ เพราะว่าข่าวในพระราชสำนักช่วงนั้น ได้ถ่ายทำขณะที่พระองค์เดินรับเงินทอง ที่ชาวอุทัยธานีและจังหวัดใกล้เคียงร่วมกันถวายในลักษณะเป็นกันเองที่สุด

ไม่อย่างนั้นสมัยก่อนจะถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศล ต้องแจ้งทางสำนักพระราชวังว่าเป็นใคร ? มาจำนวนกี่คน ? ถวายเงินเป็นจำนวนเท่าไร ? แล้วสำนักพระราชวังก็จะหาเวลาที่พระองค์ท่านว่าง นัดแนะให้เข้าไปถวายที่พระราชวังจิตรลดารโหฐาน

โปรดภูมิใจว่า การถวายเงินแด่ในหลวง หรือสมเด็จ
พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถนั้น มีจุดแรกเริ่มจากวัดท่าซุงเลย ใครไม่ทราบก็โปรดทราบเอาไว้ด้วย เดี๋ยวอาตมาแก่แล้วไม่ได้เล่าเรื่องนี้ ก็จะลืมไปเสียก่อน"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 22-05-2017 เมื่อ 12:30
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 164 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #165  
เก่า 22-05-2017, 09:34
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,803
ได้ให้อนุโมทนา: 62,826
ได้รับอนุโมทนา 2,800,092 ครั้ง ใน 20,083 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"ครั้งนั้นในหลวงท่านต้องเสด็จไปพระราชทานธงลูกเสือชาวบ้านในตัวจังหวัดอุทัยธานี น่าจะเวลาบ่าย ๒ โมง ปรากฏว่าพระองค์ท่านเสด็จอยู่ท่ามกลางพสกนิกรที่วัดท่าซุง มีความสุขมากที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับประชาชนของพระองค์ท่าน

เมื่อเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังฝ่ายพิธีการทูลเตือนว่า ถึงกำหนดการในตัวจังหวัดแล้ว สิ่งนี้อาตมาไม่ได้ยินด้วยตัวเอง แต่ได้ยินรุ่นพี่ที่อยู่ใกล้ท่านบอกว่า ในหลวงตอบว่า "ฉันจะมีความสุขอยู่กับประชาชนของฉันบ้างไม่ได้หรือ ?" สรุปว่างานนั้นในหลวงเสด็จไปพระราชทานธงลูกเสือชาวบ้านตอน ๔ โมงกว่า

ตั้งแต่นั้นมาในจังหวัดอุทัยธานีก็แอนตี้หลวงพ่อวัดท่าซุงไปหลายปี หาว่าหลวงพ่อล็อกตัวในหลวงเอาไว้ ไม่ยอมปล่อยให้มา ทำอย่างกับว่าหลวงพ่อท่านเก่งกล้าสามารถขนาดนั้น เพราะว่าเป็นพระราชประสงค์เอง เนื่องจากว่าเสด็จไปที่ไหนก็ไม่ได้ใกล้ชิดประชาชนในลักษณะอย่างนี้มาก่อน

ปีนั้นแหละที่ตุ๊พ่อสิงห์บวช อาตมาเองก็ยังลอยละล่องมาอีก ๘ ปีถึงจะได้บวช ตอนช่วงนั้นชีวิตฆราวาสยังมีงานรับผิดชอบอยู่มาก ต้องดูแลแม่ที่ป่วย ต้องส่งน้องเรียน ต้องส่งหลานเรียน จึงทำหน้าที่ของตัวเองไปก่อน มาบวชทีหลังตุ๊พ่อท่านถึง ๘ ปี"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 22-05-2017 เมื่อ 12:32
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 162 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #166  
เก่า 22-05-2017, 09:41
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,803
ได้ให้อนุโมทนา: 62,826
ได้รับอนุโมทนา 2,800,092 ครั้ง ใน 20,083 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"มีอยู่สิ่งหนึ่งถ้าไม่ใช่คนอยู่ใกล้หลวงพ่อวัดท่าซุงจริง ๆ จะไม่ทราบเลยก็คือ เวลาในหลวงติดข้องในหัวข้อธรรมอะไร จะส่งเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งมารับหลวงพ่อวัดท่าซุงไปเพื่อถวายวิสัชนา

โดยเฉพาะถ้าพระองค์ท่านเสด็จประทับที่พระราชวังสวนจิตรลดาหรือว่าพระราชวังภูพาน ไม่ทราบว่ารูปชุดนั้นอาตมายังเหลือไว้บ้างหรือเปล่า ? ด้วยความที่อยากลองดูว่านักบินพระที่นั่งฝีมือแน่สักแค่ไหน ? เมื่อทำลานเพื่อให้เฮลิคอปเตอร์ลงจอด อาตมาก็ทำวงกลมแล้วก็ตัว H ซึ่งเล็กมาก น่าจะไม่ถึง ๒ เมตร แต่ต้องยอมรับว่านักบินพระที่นั่งนั้นสุดยอดฝีมือจริง ๆ พอได้รับคำยืนยันว่าที่จอดคือตรงนี้ ก็หย่อนลงมาตรงเป๊ะเลย แกล้งเขาไม่สำเร็จ

รูปชุดนั้นปกติแล้วจะไม่มีใครได้รับอนุญาตให้ถ่าย แต่ช่วงนั้นอาตมาถือกล้องเล็ก ๆ ปกติไปไหนก็ถือติดมือไปด้วย หลวงพ่อท่านก็เลย "เฮ้ย...ไอ้หนู ถ่ายไว้ดูหน่อยสิวะ" อาตมาก็เลยถ่ายรูปชุดนั้นเอาไว้ ซึ่งปกติเรื่องพวกนี้เหมือนอย่างกับว่าเป็นความลับกลาย ๆ เนื่องจากบางอย่างพระองค์ท่านก็ขอให้หลวงพ่อไปถวายวิสัชนาในหัวข้อธรรมที่ขัดข้องอยู่ แต่บางครั้งก็เป็นการปรึกษาราชการแผ่นดิน ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่จะนำไปอวดอ้างกับใครได้ เพราะว่าเป็นการส่วนพระองค์จริง ๆ"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 22-05-2017 เมื่อ 12:34
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 163 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #167  
เก่า 22-05-2017, 09:46
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,803
ได้ให้อนุโมทนา: 62,826
ได้รับอนุโมทนา 2,800,092 ครั้ง ใน 20,083 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"อาตมาเองก็ไม่ทราบว่าฟิล์มชุดนั้นยังอยู่ไหม ? เคยมีอยู่ครั้งหนึ่งที่เอาไปให้เขาสแกน เพื่อที่จะได้เก็บในลักษณะของไฟล์รูปชุดใหม่ ปรากฏว่าฟิล์มเหลืองกรอบหมดแล้ว ถ้าสูญไปก็น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง

พวกเราจะเคยชินว่า ถึงเวลาก็นิมนต์หลวงพ่อ
ให้ไปรอที่สนาม เครื่องจะมาถึงภายในเวลากี่นาที แล้วก็มาตรงเวลาเป๊ะ ๆ ต้องบอกว่าเขาเก่งมาก เสียดายว่าสมัยก่อนมีแต่เครื่องเบลล์ คือเฮลิคอปเตอร์แบบฐานสกี ไม่ใช่เครื่องพูม่าอย่างสมัยนี้ ถ้าเป็นเครื่องพูม่าอย่างสมัยนี้อาตมาไปด้วยนานแล้ว เพราะว่าพูม่านั่งได้ ๒๐ กว่าที่นั่ง

สมัยนั้นเป็นเครื่องเบลล์เล็ก ๆ ๔ ที่นั่ง ๖ ที่นั่ง เบียด ๆ กันไป อาตมาเองก็เลยไม่ได้เกาะเครื่องไป ถึงเกาะไปก็คงไปทำอะไรไม่ถูก เพราะไม่ชอบระเบียบวินัย แต่ไม่ฝืน คำว่า ไม่ชอบระเบียบวินัยก็คือ สถานที่ไหนที่เขามีระเบียบวิน้ยเป๊ะ ๆ จะรู้สึกอึดอัด สามารถทำตามเขาได้ แต่ดัดจริตได้ไม่นาน"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 22-05-2017 เมื่อ 12:35
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 158 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #168  
เก่า 22-05-2017, 09:50
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,803
ได้ให้อนุโมทนา: 62,826
ได้รับอนุโมทนา 2,800,092 ครั้ง ใน 20,083 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"เรื่องพวกนี้หลวงพ่อท่านก็ล่วงลับดับขันธ์ไปแล้ว ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ก็เสด็จสวรรคต จะมีการถวายพระเพลิงพระบรมศพ วันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๐ นี้ ขอให้ใช้คำให้ถูก เป็นงานถวายพระเพลิงพระบรมศพ ไม่ใช่งานพระราชทานเพลิง

งานพระราชทานเพลิงใช้สำหรับบุคคลที่มีอิสริยยศต่ำกว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว งานถวายพระเพลิงพระบรมศพใช้กับบุคคลที่มีอิสริยยศสูงกว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งก็หาได้ยากมาก

ถ้าหากว่าพระเมรุมาศเสร็จแล้ว คาดว่าหารูปจากอินเตอร์เน็ตน่าจะดีกว่า ก็คืออยากให้ทุกคนถ่ายภาพแห่งความทรงจำเอาไว้บ้าง ช่างทุกคนทุ่มเทฝีมือแบบสุดชีวิต แม้กระทั่งช่างประจำวัดท่าขนุน ไม่สามารถที่จะดำเนินงานในการออกแบบพิพิธภัณฑ์วัดท่าขนุนได้ เพราะว่าทุกคนมีทั้งที่โดนเกณฑ์ มีทั้งที่ไปช่วยงานด้วยความเต็มใจ ในการสร้างพระเมรุมาศถวายในหลวงรัชกาลที่ ๙"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 22-05-2017 เมื่อ 12:36
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 164 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #169  
เก่า 24-05-2017, 15:47
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,803
ได้ให้อนุโมทนา: 62,826
ได้รับอนุโมทนา 2,800,092 ครั้ง ใน 20,083 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"วันก่อนช่างที่ทำบุษบกให้กับทางวัดท่าขนุนบอกว่า "พระอาจารย์ครับ งานอาจจะช้าหน่อย เพราะว่าลูกน้องโดนเกณฑ์ไปหมดเลย" ก็เลยถามว่าแล้วตัวช่างเองล่ะ ? เขาบอกว่าสั่งงานลูกน้องเสร็จก็วิ่งมาดูงานทางด้านนี้ ดูงานเสร็จก็ต้องวิ่งกลับไปดูงานทางด้านโน้นเหมือนกัน

เพราะฉะนั้น...ทุกอย่างที่ประกอบเป็นพระเมรุมาศ เกิดจากแรงกาย แรงใจของสุดยอดฝีมือทางด้านนี้ทั้งประเทศไทย โดยเฉพาะในส่วนของช่างสิบหมู่ และบรรดาท่านที่เรียนวิจิตรศิลป์ มัณฑนศิลป์ ต่างคนต่างก็แสดงฝีมือออกมาอย่างชนิดมอบกายถวายชีวิต ก็คือสุดฝีมือเท่าที่จะทำได้

ในชีวิตนี้คาดว่าถ้าญาติโยมหลายคนที่เกิดทันและรู้ความทัน ก็จะได้เห็นพระเมรุมาศสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี ในรัชกาลที่ ๗ เห็นพระเมรุมาศของสมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี ในรัชกาลที่ ๙ แล้วเราจะมีโอกาสได้เห็นพระเมรุมาศที่อลังการสุด ๆ ก็ในงานนี้ สองครั้งที่แล้วคาดว่าไม่สามารถที่จะเทียบเคียงได้"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 24-05-2017 เมื่อ 17:41
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 144 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #170  
เก่า 24-05-2017, 15:49
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,803
ได้ให้อนุโมทนา: 62,826
ได้รับอนุโมทนา 2,800,092 ครั้ง ใน 20,083 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"อาตมาเห็นแบบร่างพระเมรุมาศแล้วเสียดายมาก ถามว่าเสียดายตรงไหน ? เสียดายว่าต้องรื้อ ยังคิด ๆ อยู่ว่า ถ้ามีเงินสัก ๓๐๐ ล้านบาท จะสร้างไว้ที่ทองผาภูมิ เพราะว่ามีที่ดินอยู่ตรงสามแยกไฟแดงใกล้ ๆ กับวัดท่าขนุน เขาจะขายที่ดิน ๖๐ ล้านบาท ถ้าได้ที่ดินตรงนั้นมาแล้ว ทำงานฝีมือลักษณะเดียวกับพระเมรุมาศรัชกาลที่ ๙ ก็คือ เป็นมณฑป ๙ ยอด แต่ก็คงเอาไว้ประดิษฐานพระพุทธรูปและพระบรมสารีริกธาตุ จะกลายเป็นงานศิลป์ของแผ่นดิน ให้คนเห็นสุดยอดฝีมือที่คนไทยเรารังสรรค์ขึ้นมา เหมือนอย่างกับที่เขาบอกว่า เหมือนชะลอสวรรค์ลงมาสู่ดิน

คงได้แต่คิด เพราะว่ามัวแต่ทำงานอื่นอยู่ เงินหมดเสียก่อน ยกเว้นว่ามีใครคิดแบบเดียวกัน แล้วมีกำลังพอก็ลองทำกันดู อาตมามีช่างที่มีฝีมือในระดับนี้อยู่แล้ว"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 24-05-2017 เมื่อ 16:44
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 148 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #171  
เก่า 24-05-2017, 15:57
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,803
ได้ให้อนุโมทนา: 62,826
ได้รับอนุโมทนา 2,800,092 ครั้ง ใน 20,083 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์เล่าว่า "ท่านอาจารย์พลตรีเฉลิมชัย เสียงใหญ่ ผู้อำนวยการกองอนุศาสนาจารย์กองทัพบก ท่านเคยสอนตั้งแต่ตอนอาตมาเรียน ป.บส. ปี ๒๕๔๘ ท่านเคารพพระเณรสุดชีวิต ในสายตาของท่านอาจารย์ พระเณรทุกรูปเป็นพระอริยเจ้าหมด..! ถ้าหากว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับพระภิกษุสามเณร เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา มีอะไรมาแผ้วพาน ท่านอาจารย์จะปกป้องด้วยชีวิต

ตอนท่านเป็นแค่ร้อยโท ยังกล้าเถียงผู้บัญชาการกองพล เพราะผู้บัญชาการกองพลใช้คำเรียกทหารเกณฑ์ว่า "ไอ้เณร" ท่านยกมือในท่ามกลางที่ประชุมเลยว่า "ขออภัยครับ...ขอให้ท่าน ผบ. ได้โปรดถอนคำพูดด้วย สามเณรเป็นเชื้อสายของสมณะ เป็นปูชนียบุคคลที่สมควรแก่การเคารพบูชา ไม่ควรใช้คำว่า "ไอ้" ครับ"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 24-05-2017 เมื่อ 16:45
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 147 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #172  
เก่า 24-05-2017, 16:00
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,803
ได้ให้อนุโมทนา: 62,826
ได้รับอนุโมทนา 2,800,092 ครั้ง ใน 20,083 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"ในการที่เรียนมาไม่ว่าจะระดับปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก อาตมาปลื้มใจว่ามีโอกาสได้พบครูบาอาจารย์ดี ๆ หลายท่าน แล้วก็ได้พบเพื่อนสหธรรมิกที่เป็นนักปฏิบัติแบบเสือซ่อนเล็บอยู่หลายท่าน ซึ่งในวันที่ ๑๒ สิงหาคม โยมก็จะเห็นว่ามีหลายท่านที่อาตมานิมนต์ไป ส่วนใหญ่แล้วเป็นเพื่อนที่เรียนมาด้วยกัน แล้วได้รู้ว่าท่านปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ

อย่างพระครูไพโรจน์ภัทรคุณ วัดสระพัง พระครูวิธานธรรมนาถ วัดทุ่งกระพังโหม พระครูปฐมจินดากร วัดไร่แตงทอง เป็นต้น คลุกคลีตีโมงอยู่ด้วยกัน เรียนกันตั้งแต่ประกาศนียบัตร ปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอกมา ความใกล้ชิดทำให้ได้เห็นในสิ่งที่ท่านทำ

บางคนก็ว่าไอ้กลุ่มนี้บ้า ถามว่าทำไมว่าไอ้กลุ่มนี้บ้า ? ปฏิบัติธรรม ๑๕ วัน อาตมากับท่านอาจารย์สายชล วัดไร่แตงทอง เดินจงกรมแข่งกัน เดินจงกรมแข่งกันอย่างไร ? เริ่มต้น ๘ โมงครึ่งไปเลิกเอา ๑๐ โมงครึ่ง เริ่มต้นบ่ายโมงไปเลิก ๔ โมงเย็น เริ่มต้น ๖ โมงครึ่งไปเลิก ๒ ทุ่มครึ่ง เหมือนอย่างกับคนเดินทางไปด้วยกัน แต่ว่าต่างคนต่างปฏิบัติของตนเอง จนกระทั่งรู้กำลังกันดีว่า ถ้าสมาธิไม่ดีจะทำอย่างนั้นไม่ได้"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 24-05-2017 เมื่อ 16:46
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 142 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #173  
เก่า 24-05-2017, 16:03
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,803
ได้ให้อนุโมทนา: 62,826
ได้รับอนุโมทนา 2,800,092 ครั้ง ใน 20,083 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"มีใครบ้างเดินจงกรมกันเป็นวัน ๆ ไม่ยอมเลิก ? ขณะที่คนอื่นก็ไปเข้าห้องน้ำบ้าง ไปสูบบุหรี่บ้าง ไปกินกาแฟบ้าง อย่างนี้เป็นต้น ก็มีแค่ไม่กี่คนหรอกที่สู้กันตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้าย ซึ่งท่านทั้งหลายเหล่านี้ต่อให้เป็นพระโพธิสัตว์ เข้าถึงความเป็นอริยเจ้าไม่ได้ กำลังของสมาธิสมาบัติของท่านก็เหลือเฟือ ลองมาด้วยตัวเองแล้ว ลากกันต่อเนื่องที ๓ วัน ๗ วัน ๑๕ วัน รู้สึกว่าเป็นเรื่องสบาย ๆ ของท่าน ขณะที่อาตมายังรู้สึกเหนื่อยเลย

ก็อยากให้พวกเราได้ทำบุญกับพระที่เป็นนักปฏิบัติจริง ๆ บ้าง แม้ว่าจะมาสายพระโพธิสัตว์ แต่สิ่งที่ท่านทำทุกอย่างก็เพื่อความเจริญในพุทธศาสนา เพราะฉะนั้น...ในส่วนที่ไปศึกษาเล่าเรียนมาก เรื่องของปริญญากลายเป็นของแถม การได้เพื่อนฝูงที่เป็นนักปฏิบัติจริง ๆ ทำงานเพื่อประชาชน เพื่อพระพุทธศาสนาจริง ๆ กลับเป็นสิ่งที่ถือว่าเป็นกำไรหลัก ๆ ของอาตมาเลย"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 24-05-2017 เมื่อ 17:41
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 149 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #174  
เก่า 25-05-2017, 14:26
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,803
ได้ให้อนุโมทนา: 62,826
ได้รับอนุโมทนา 2,800,092 ครั้ง ใน 20,083 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "ภาษาไทยเป็นภาษาที่ยาก เหตุที่ยากเพราะว่ามีการเปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อย เพราะบรรดาราชบัณฑิตไม่มีอะไรทำ..! ต้องหาผลงานด้วยวิธีแก้ไขภาษาไทยให้ยุ่ง ๆ เข้าไว้

สมัยเด็ก ๆ อาตมาเรียน อินทรีย์ มี ย์ ที่แปลว่าเป็นใหญ่ นกอินทรีย์ก็คือนกใหญ่ ปลาอินทรีย์คือปลาใหญ่ สมัยนี้ ย์ หายไป

สิงห์โต สิงห์คือราชสีห์ สมัยนี้ ห์ หายไป

อาตมาเคยนั่งเถียงกับท่านอาจารย์ปู่ ศาสตราจารย์พิเศษจำนงค์ ทองประเสริฐ ราชบัณฑิต เถียงจนท่านอาจารย์ขอจับป้ายชื่อดูหน่อยว่าเป็นใคร ? ถามว่าทำไมท่านอาจารย์ต้องแก้ไขให้ยุ่งไปหมด ของเก่าก็ดีอยู่แล้ว

อย่างสมัยเด็ก ๆ ข้าวโพดใช้ ข้าวโภชน์ โภชนะ ที่แปลว่าอาหาร

นกพิลาป ที่แปลว่าคร่ำครวญ แปลว่าร้องไห้ เพราะว่านกชนิดนี้ครางฮือ ๆ เหมือนคนร้องไห้อยู่ตลอดเวลา

ท่านอาจารย์จำนงค์มีไม้ตายประเภทกูถูกเสมอ ก็คือทำไมเราต้องลากไปบวชด้วย ? ในความรู้สึกของท่านอาจารย์ก็คือ อะไรที่เลี่ยงจากภาษาบาลีได้ควรที่จะเลี่ยง ก็เลยมาแก้ไข ตัดโน่น ตัดนี่ออกไปให้ยุ่งไปหมด คนรุ่นหลังมาเรียนก็ไม่มีอะไร เพราะเรียนที่แก้ไขแล้ว แต่รุ่นของอาตมาค่อนข้างจะเครียด เพราะว่าเรียนมาอย่างหนึ่ง แล้วต้องมาเจอกับอีกอย่างหนึ่ง"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 25-05-2017 เมื่อ 14:32
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 133 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #175  
เก่า 25-05-2017, 14:32
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,803
ได้ให้อนุโมทนา: 62,826
ได้รับอนุโมทนา 2,800,092 ครั้ง ใน 20,083 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"ที่เว็บวัดท่าขนุนเน้นในเรื่องการใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง เพราะว่าอัจฉริยะสมัยใหม่มีเยอะมาก สามารถใช้ภาษาอุบาทว์ ๆ ที่อาตมาอ่านไม่รู้เรื่อง แล้วเขาดันรู้เรื่องกันได้ ต้องบอกว่าท่านทั้งหลายเหล่านี้เก่งมาก สามารถบัญญัติศัพท์ใหม่ ๆ ขึ้นมาได้ ทำให้ภาษาของเราวิปริตไปหมด

แม้กระทั่งทุกวันนี้เด็กก็พูด "จ. จาน" กันไม่เป็นแล้ว เด็กรุ่นใหม่ออกเสียง "จ. จาน" เหมือนอาตมาไม่ได้แล้ว "จ. จาน" ของเขาต้องออกเสียงกลางลิ้น ออกเสียงเป็น ch ของภาษาอังกฤษ

การเรียนในวิทยาลัยสงฆ์มีวิชาหนึ่งเรียกว่าธรรมนิเทศ ก็คือการแสดงธรรม บรรยายธรรม ปาฐกถาธรรม วิชานี้ท่านอาจารย์จะเน้นในเรื่องการใช้ภาษาให้ถูกต้อง อักขระฐานกรณ์ทุกอย่างให้ถูกต้อง เมื่อเป็นอย่างนั้น ก็เลยกลายเป็นเหมือนอย่างกับบังคับให้ต้องเรียนภาษาไทยใหม่"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 26-05-2017 เมื่อ 02:37
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 135 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #176  
เก่า 25-05-2017, 14:41
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,803
ได้ให้อนุโมทนา: 62,826
ได้รับอนุโมทนา 2,800,092 ครั้ง ใน 20,083 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

โยมเพิ่งไปผ่าตัดมา "สมัยนี้ส่วนแปลกปลอมในร่างกายมีมากขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนใหญ่เกิดจากอาหารการกินของเรา สารพิษต่าง ๆ มีมากขึ้น บางอย่างก็ขึ้นอยู่กับการใช้ชีวิตประจำวันของเรา อย่างพวกที่เป็นโรคพังผืดยึด หรือว่าหินปูนเกาะกระดูก เกิดจากการทำอะไรท่าใดท่าหนึ่ง ซ้ำ ๆ กัน หรือว่านั่งโดยไม่ได้เคลื่อนไหวออกกำลังกายที่เหมาะสม ก็จะเป็นโรคนี้

วันก่อนมีคุณยายชื่อ อำมาน เป็นแม่ชี แต่งตัวคล้าย ๆ กับแม่ชีพม่า น่าจะเป็นแม่ชีพม่า เพราะว่าห่มจีวรสีชมพู แต่คุณยายเป็นคนอินเดีย อายุ ๙๐ กว่าปีแล้วยังเล่นโยคะสอนเด็ก ๆ ได้สบาย คุณยายบอกว่าไม่เคยเจ็บป่วยถึงขนาดเข้าโรงพยาบาลเลย เพราะอาศัยการออกกำลังด้วยการเล่นโยคะ

ถ้าถามว่าคุณยายเล่นโยคะแล้วมีผลเห็นขนาดไหน ก็ขนาดที่ว่าคุณยายนั่งเหยียดขาแล้วสามารถจับส้นเท้าต้วเองได้ ของพวกเรานี่ก้มยังไม่ถึงเลย"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 25-05-2017 เมื่อ 15:35
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 138 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #177  
เก่า 25-05-2017, 14:48
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,803
ได้ให้อนุโมทนา: 62,826
ได้รับอนุโมทนา 2,800,092 ครั้ง ใน 20,083 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์เล่าว่า "ในอดีตอาตมาเคยเกิดที่ทิเบตเยอะมาก ทิเบตเป็นดินแดนของพุทธศาสนา โดยเฉพาะของมหายาน แล้วก็แปลงเป็นวัชรยาน ศาสนานี้พระภิกษุส่วนใหญ่มีแนวคิดในการเกิดใหม่เพื่อสร้างบารมี ซึ่งเรียกง่าย ๆ ก็คือมาสายพุทธภูมิ เพราะฉะนั้น...การเวียนว่ายตายเกิดจึงเป็นเรื่องปกติ

ถ้าครอบครัวไหนมีลูกชาย ต้องส่งลูกชายไปบวชอย่างน้อย ๑ คน ถ้าครอบครัวนั้นไม่มีลูกชาย เมื่อลูกสาวแต่งงานแล้ว พ่อจะไปบวชเอง เพราะฉะนั้น...คนทิเบตก็เลยบวชพระเกือบทั้งประเทศ พอบวชเข้าไปครูบาอาจารย์ที่ท่านมีทิพจักขุญาณ ก็จะมาดูอดีตชาติให้ว่าเคยศึกษาเล่าเรียนมาถึงระดับไหน แล้วก็ส่งไปหาครูบาอาจารย์ระดับนั้น ทบทวนความรู้สักหน่อยหนึ่ง แล้วก็เรียนระดับสูงกว่าขึ้นไปได้เลย ก็แปลว่าของเขาไม่ต้องเรียนย้อนของเดิม มีแต่ขึ้นหน้าอย่างเดียว"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 25-05-2017 เมื่อ 15:36
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 142 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #178  
เก่า 25-05-2017, 14:51
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,803
ได้ให้อนุโมทนา: 62,826
ได้รับอนุโมทนา 2,800,092 ครั้ง ใน 20,083 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"ปัจจุบันนี้ทิเบตมีอยู่ ๔ นิกายด้วยกัน ถ้าหากไม่นับลัทธิบอนที่เป็นการถือผี ถือเวทมนตร์คาถา และบรรดาเทพของเขา ก็มีนิกายใหญ่ ๆ อยู่ก็คือ เกลุกปะกับเนียงมาปะ ซึ่ง ๒ นิกายนี้ก็คือหมวกเหลืองกับหมวกแดง แล้วก็ยังมีนิกายกาจูปะ กับนิกายศากยะปะ

ดาไลลามะองค์ปัจจุบันมีกุศโลบายในการประสานสามัคคีระหว่างนิกายที่ยอดเยี่ยมมาก คือพระองค์ท่านบวชในนิกายเกลุกปะคือหมวกเหลือง แต่ทำสังฆกรรมแบบเนียงมาปะคือหมวกแดง"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 25-05-2017 เมื่อ 15:37
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 140 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #179  
เก่า 25-05-2017, 14:54
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,803
ได้ให้อนุโมทนา: 62,826
ได้รับอนุโมทนา 2,800,092 ครั้ง ใน 20,083 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"แผ่นดินทิเบต ฝรั่งเรียกว่าหลังคาโลก อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลาง ๕ กิโลเมตรขึ้นไป การอยู่ในพื้นที่แบบนั้นมีสิ่งที่ดีหลายอย่าง อย่างแรกก็คืออากาศที่หนาวเย็นมาก ถามว่าเย็นขนาดไหน ? โดยมาตรฐานโลกเลย ความสูงเพิ่มขึ้น ๓๐๐ เมตร อากาศลดลง ๑ องศา ก็แปลว่า ๓ กิโลเมตร อากาศจะลดลง ๑๐ องศา ในเมื่อสูง ๕ กิโลเมตรเศษ อากาศก็ลดลงเกือบ ๒๐ องศา

สมมติว่าข้างล่างนี้อากาศ ๓๖ องศา ขึ้นไปข้างบน ถ้าไม่ใช่ฤดูหนาวก็จะเหลือประมาณ ๑๕ - ๑๖ องศาเท่านั้น แล้วถ้าเป็นฤดูหนาว เป็นเวลาลม เป็นเวลาฝน อากาศหนาวจนติดลบก็เป็นเรื่องปกติ จึงทำให้เชื้อโรคเจริญเติบโตได้ยาก ในเมื่อเชื้อโรคเจริญเติบโตได้ยาก การเจ็บไข้ได้ป่วยหลายโรคที่คนข้างล่างเป็นกัน คนข้างบนเขาไม่เป็นกันหรอก"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 25-05-2017 เมื่อ 15:37
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 139 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #180  
เก่า 25-05-2017, 15:03
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,803
ได้ให้อนุโมทนา: 62,826
ได้รับอนุโมทนา 2,800,092 ครั้ง ใน 20,083 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"เมื่อดาไลลามะ เทนซิน กยัตโซ อพยพหนีการยึดครองของจีนไปที่อินเดีย ข้าราชบริพาร ตลอดจนประชาชนที่อพยพตามไปป่วยตายไปเกือบ ๓๐,๐๐๐ คน เพราะว่าพอลงไปสู่พื้นล่าง เจออากาศร้อนชื้น เชื้อโรคที่รอเวลาอยู่ได้โอกาส ก็เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ร่างกายรับไม่ทัน กว่าจะหาวิธีแก้ไขได้ก็ล้มตายไปเสียมากต่อมากด้วยกัน

ปัจจุบันนี้ที่ธรรมศาลาหรือที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษเขาอ่านว่า ธรัมซาล่าเป็นเมืองทิเบตกลาย ๆ เขาเรียก Little Tibet เพราะว่าชาวทิเบตส่วนใหญ่อพยพลงไปอยู่ที่นั่น ศึกษาหาความรู้ แล้วก็ย้ายแยกกันไปทำงาน โดยมีความหวังว่าสักวันหนึ่ง จะสามารถได้เอกราชของชาติบ้านเมืองตนเองคืนมา"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 29-05-2017 เมื่อ 17:12
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 137 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 14:54



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว