กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > เก็บตกจากบ้านเติมบุญ

Notices

เก็บตกจากบ้านเติมบุญ เก็บข้อธรรมจากบ้านเติมบุญมาฝาก สำหรับผู้ที่ไม่มีโอกาสเดินทางไป

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #121  
เก่า 22-01-2018, 09:09
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,594
ได้ให้อนุโมทนา: 66,676
ได้รับอนุโมทนา 2,928,727 ครั้ง ใน 20,908 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนมาก ต้องรักษาสุขภาพให้ดี โดยเฉพาะคนแก่กับคนป่วย พลาดเมื่อไรก็ไปเลย ส่วนใหญ่อากาศเปลี่ยน สภาพร่างกายมักรับไม่ไหว อาตมาก็เป็นหวัดไปครึ่งเดือนกว่า เพราะว่าอากาศจาก ๒๐ กว่าองศาเซลเซียส ลดฮวบไปเหลือ ๑๒ องศาเซลเซียส ไม่ตายก็ดีแล้ว ๑๕ วันสรงน้ำสองครั้ง แทบจะแตะน้ำไม่ได้เลย

ระยะหลัง ๆ นี้ โรคภัยไข้เจ็บก็แรง ปกติสมัยก่อนเป็นหวัด เป็นวันนี้พรุ่งนี้ก็หายแล้ว สมัยนี้เป็นหวัดครั้งหนึ่ง ๑๐ วัน ๒๐ วัน บางทีเป็นเดือนกว่าที่จะหาย เพราะเชื้อโรคดื้อยามากขึ้น มีพัฒนามากขึ้น

สมัยช่วงหลายศตวรรษก่อน ทางด้านยุโรปโรคไข้หวัดใหญ่ระบาด ตายกันไปทีเป็น ๑๐ ล้านคน เพราะว่าสมัยนั้นยังไม่รู้จักเชื้อโรค สมัยนี้ก็ยังไม่รู้จักเชื้อโรค เหตุที่ไม่รู้จักเพราะว่าเล็กเกินไป ไม่รู้ว่าจะเอาเครื่องมืออะไรไปส่องให้เห็นหน้าชัด ๆ เรารู้จักแต่แบคทีเรีย ส่วนไวรัสก็ได้แต่ตั้งชื่อว่าสายพันธุ์โน้น สายพันธุ์นี้ จะเอาความรู้เกี่ยวกับเชื้อโรคอย่างแท้จริงก็ยังเป็นไปไม่ได้

เชื้อโรคพัฒนาเร็ว ต้องบอกว่าเกิดจากกรรมที่เรากระทำ เพราะว่าเราทำกรรมไว้ โดยเฉพาะเศษกรรมปาณาติบาต ถึงเวลาจึงต้องเจ็บไข้ได้ป่วย ฉะนั้น...ต่อให้การแพทย์พัฒนาไปถึงระดับไหน ยาพัฒนาไปถึงระดับไหน โรคภัยไข้เจ็บก็จะแซงหน้าไปเสมอ เพราะว่าเกิดจากกรรมที่เราสร้างมาเอง"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 22-01-2018 เมื่อ 13:27
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 175 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #122  
เก่า 22-01-2018, 09:11
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,594
ได้ให้อนุโมทนา: 66,676
ได้รับอนุโมทนา 2,928,727 ครั้ง ใน 20,908 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"ในส่วนนี้ถ้าเรารู้จักพิจารณา จะเห็นความน่ากลัวของการเวียนว่ายตายเกิด ว่าพวกเราเหมือนกับเดินอยู่บนกองทุกข์อยู่ตลอดเวลา ไฟแห่งความทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย แผดเผาเราอยู่ตลอดเวลา แต่เรามักจะปัญญาไม่ถึง ในเมื่อปัญญาไม่ถึง มองไม่เห็น ก็ไปคิดว่าการเกิดมานั้นดี

ถ้าเป็นไปได้ให้พยายามตัดละทุกอย่างในโลกนี้ให้เหลือน้อยที่สุด ถึงวาระเราจะได้เบากายเบาใจที่สุด ถ้าไม่สามารถไปถึงที่สุดได้ แค่ไม่ต้องลงมาเกิดได้ก็วิเศษเหลือล้นแล้ว แต่ถ้าไปถึงที่สุดไม่ได้ ต้องลงมาเกิดใหม่อีก ก็อย่าให้ถึง ๗ ครั้ง ครั้งเดียวก็ไม่ไหวแล้ว โดยเฉพาะถ้าสร้างเวรสร้างกรรมมามาก ๆ อย่างอาตมา ครั้งเดียวเขาก็ทวงอ่วมอรทัยแล้ว

ส่วนใหญ่พวกเราก็สร้างบุญ ไม่ว่าจะเป็นทาน เป็นศีล เป็นภาวนา แต่เป้าหมายต่างกันไป เหมือนอย่างกับในพระไตรปิฎก นางวิสาขามหาอุบาสิกาเห็นบรรดาผู้หญิงอายุมากก็มี วัยกลางคนก็มี เป็นสาวใหญ่ก็มี เป็นสาวน้อยก็มี มาถือศีลอุโบสถกันเยอะแยะ ก็เลยเข้าไปถามว่าท่านทั้งหลายทั้งปวงถือศีล หวังประโยชน์อะไร ? ปรากฏว่าได้ยินแล้วผิดหวังสุด ๆ

สตรีอายุมากบอกว่ามารักษาศีลปฏิบัติธรรม เพื่อหวังจะให้ลูก ๆ มีความเจริญรุ่งเรือง ท่านที่เป็นสาวใหญ่หน่อย ก็ขอให้คู่ครองของตัวเองแข็งแรง ทำมาหากินเจริญรุ่งเรือง สามารถสร้างครอบครัวได้มั่นคง มีบุตรมาก ๆ บรรดาพวกสาว ๆ ก็ขอให้ตัวเองทำมาหากินรุ่งเรือง ให้ครอบครัวมีความสุข ให้มีลูกชาย ให้ลูกของเราได้แต่งงานกับบุคคลที่มีฐานะเท่าเทียมกัน"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 22-01-2018 เมื่อ 09:20
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 166 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #123  
เก่า 22-01-2018, 09:13
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,594
ได้ให้อนุโมทนา: 66,676
ได้รับอนุโมทนา 2,928,727 ครั้ง ใน 20,908 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"ถามพวกสาวน้อยก็หวังว่าตนเองจะได้แต่งงานกับชายหนุ่มที่มีฐานะเท่าเทียมกัน มีความสุขในการครองเรือนของตน ไปกันคนละทิศคนละทาง แต่ว่าทั้งหมดไม่ได้มุ่งถึงการหลุดพ้นเลย จึงทำให้เห็นชัดว่า แม้แต่สมัยพุทธกาล คนที่เข้าวัดปฏิบัติธรรมก็ไม่ได้แปลว่าจะหวังการพ้นทุกข์ทั้งหมด เพราะว่าขึ้นอยู่กับกำลังใจของแต่ละคน

ในสมัยปัจจุบัน ส่วนใหญ่แล้วพวกเราจะเป็นบุคคลส่วนน้อย ที่เข้าวัดถือศีลปฏิบัติธรรม ไม่ต้องดูอะไรมาก ดูในครอบครัวอย่างหนึ่ง กับดูในที่ทำงานอย่างหนึ่ง จะเห็นชัดว่าพวกเรากลายเป็นผู้แปลกแยกจากสังคม สิ่งที่เราทำคนอื่นไม่เห็นว่าดี ก็โดนเขาถากถางเอาบ้าง เสียดสีเอาบ้าง เยาะเย้ยเอาบ้าง

อาตมาโดนมาตั้งแต่เด็ก เขาว่าเป็นเด็กเป็นเล็กเข้าวัดไปทำอะไร รอแก่ ๆ แล้วค่อยไป บางคนบอกไปนั่งกรรมฐานระวังจะบ้าเอานะ..! ก็แล้วแต่เขาจะว่า สำคัญตรงที่เรารู้ว่าสิ่งที่เราทำนั้น ทำแล้วได้อะไร ? ในเมื่อรู้อย่างนั้นแล้ว ก็ตั้งหน้าตั้งตาทำไป ไม่ต้องสนใจคำพูดของใคร"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 22-01-2018 เมื่อ 13:27
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 171 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #124  
เก่า 22-01-2018, 23:17
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,594
ได้ให้อนุโมทนา: 66,676
ได้รับอนุโมทนา 2,928,727 ครั้ง ใน 20,908 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : หมอดูบอกว่าปีนี้เป็นปีชงของตัวเองค่ะ จะแก้อย่างไรคะ ?
ตอบ : เลิกกินกาแฟก็ไม่ต้องชง...! จบไป ถ้าเป็นตำราอาตมาไม่มีปัญหา ใครปีชงก็แค่เลิกกินกาแฟ ก็ไม่ต้องชงแล้ว ไปกินกาแฟปั่นแทนก็ได้...!

เรื่องพวกนี้อยู่ที่กำลังใจของเรา ถ้าไม่หวั่นไหวก็ไม่มีผลอะไร ถ้าหวั่นไหวก็กลายเป็นแช่งตัวเอง ไปตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติไป ไม่มีอะไรน่ากังวลหรอก ปีชงเป็นเรื่องของคนจีน เราอยู่ประเทศไทยอย่าไปสนใจมากนัก อย่าไปซื้อตั๋วเครื่องบินให้ ก็มาชงเราไม่ได้เองแหละ
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 23-01-2018 เมื่อ 03:49
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 166 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #125  
เก่า 22-01-2018, 23:22
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,594
ได้ให้อนุโมทนา: 66,676
ได้รับอนุโมทนา 2,928,727 ครั้ง ใน 20,908 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "การจองไม้ถือหรือไม้ครู เมื่อวานมีคนถามว่าทำไมทำน้อย ? มีด้วยสาเหตุ ๒ ประการ ประการแรกคือชนวนมีจำกัด เราต้องนึกว่าไม้ถือ ๔๙ อัน ก็คือเนื้อเงิน ๔๙ กิโลกรัม เกิน ๔๙ กิโลกรัมเพราะมีด้านปลายของไม้ครูด้วย หัวหนักกิโลหนึ่ง ประการที่สอง คือ ตะกรุดมหาสะท้อนมีเหลืออยู่จำกัด จึงทำได้แค่นั้น"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 23-01-2018 เมื่อ 03:50
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 167 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #126  
เก่า 22-01-2018, 23:23
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,594
ได้ให้อนุโมทนา: 66,676
ได้รับอนุโมทนา 2,928,727 ครั้ง ใน 20,908 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์เตือนโยม "ถึงเวลาเลี้ยวเข้ามาได้แล้ว อย่ามัวแต่ทำมาหากินเพลิน จะทำให้ห่างความดีจนเกินไป"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 23-01-2018 เมื่อ 03:50
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 172 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #127  
เก่า 24-01-2018, 20:36
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,594
ได้ให้อนุโมทนา: 66,676
ได้รับอนุโมทนา 2,928,727 ครั้ง ใน 20,908 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "เมื่อวันงานพุทธาภิเษกวัตถุมงคลรุ่นแรงครู ๑๑๒ ปีหลวงพ่อกวย เพิ่งเห็นหลวงพ่อกวยเป็นพระนารายณ์ ๘ กรก็วันนั้นแหละ ท่านจำเป็นที่ต้องเป็นอย่างนั้น เพราะว่าลูกศิษย์ลองของกันอุตลุด ท่านเองเห็นใครไม่ไหวก็ช่วยกันให้เขา ข้างโน้นที ข้างนี้ที ข้างนั้นที ก็เลยเป็นนารายณ์ ๘ กรไปเลย ที่ขำก็คือ ๘ มือยังจะกันไม่ไหว

ลูกศิษย์ของขึ้นกันเหลือเกิน ทำไมชอบเล่นคนอื่นกันจริง ? ถ้าเจอลูกศิษย์เฮี้ยน ๆ อย่างนี้ อาจารย์ปวดหัวตายเลย ลองกันไปลองกันมา ท่านก็ช่วยคนโน้น ช่วยคนนี้ เป็นอะไรที่เห็นแล้วคิดว่า..ถ้าลูกศิษย์กูเป็นอย่างนี้ เตะแม่..เลย..! ...(หัวเราะ)..."
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 25-01-2018 เมื่อ 03:49
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 160 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #128  
เก่า 24-01-2018, 20:40
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,594
ได้ให้อนุโมทนา: 66,676
ได้รับอนุโมทนา 2,928,727 ครั้ง ใน 20,908 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : เมื่อวานตอนเช้า เห็นภาพที่ไม่เคยเห็น ....(ไม่ชัด)....
ตอบ : เรื่องพวกนี้ไม่ต้องไปกังวล ถ้าเรามั่นคงในคุณพระรัตนตรัย อันตรายอื่น ๆ ทำได้ยาก เพียงแต่ว่ากำลังใจของเราให้เราเกาะพระ นึกถึงวัตถุมงคลอยู่ตลอดเวลา

ถาม : ....(ไม่ชัด)....
ตอบ : แนะนำให้ท่านสวดมนต์ไหว้พระ หาวัตถุมงคลให้แม่แขวนบ้าง

ถาม : มีบทสวดแนะนำไหมคะ ?
ตอบ : อิติปิ โสฯ นั่นแหละ...สวดเข้าไป ป้องกันอันตรายได้ ๓ โลกเลย
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 25-01-2018 เมื่อ 03:50
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 158 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #129  
เก่า 24-01-2018, 20:56
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,594
ได้ให้อนุโมทนา: 66,676
ได้รับอนุโมทนา 2,928,727 ครั้ง ใน 20,908 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : เก็บบ้านเจอปฏิทินรูปพระเก่า ๆ ควรทำอย่างไรคะ ?
ตอบ : จำเริญด้วยไฟหรือจำเริญด้วยน้ำ จำเริญด้วยน้ำสมัยนี้ไปลอยเข้า เดี๋ยวก็เจอเทศบาลปรับอ่วม ให้ขอขมาพระแล้วก็เผาไป

ถาม : รูปในหลวง ?
ตอบ : เหมือนกัน แต่ถ้ารูปในหลวงหรือรูปพระ เราไปเผาให้ใครถ่ายรูปไว้ มีหวังเจอ ม.๑๑๒ แน่ ๆ
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 25-01-2018 เมื่อ 03:51
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 162 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #130  
เก่า 24-01-2018, 21:28
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,594
ได้ให้อนุโมทนา: 66,676
ได้รับอนุโมทนา 2,928,727 ครั้ง ใน 20,908 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

มีเด็กมาถวายสังฆทาน "หูกางดีจริง โตขึ้นให้ทำหน้าที่เก็บเงินนะ พวกหูกาง ๆ นี่เก็บเงินอยู่ทุกราย ตำราโหงวเฮ้งว่าเพราะหูต้านลม เงินลอดไปไม่ได้หรอก กางรับไว้หมด"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 25-01-2018 เมื่อ 03:52
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 163 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #131  
เก่า 24-01-2018, 21:54
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,594
ได้ให้อนุโมทนา: 66,676
ได้รับอนุโมทนา 2,928,727 ครั้ง ใน 20,908 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "เรื่องการหล่อพระพุทธรูปวัดท่าขนุน ถ้าตามที่พระท่านสั่ง ก็คือหล่อหลวงพ่อทองคำองค์เดียว แต่คราวนี้ระยะเวลาดำเนินการนานมาก เพราะว่าเริ่มโครงการปี ๒๕๕๖ จนถึงปัจจุบันนี้ก็ปีที่ ๕ จะขึ้นปีที่ ๖ อยู่แล้ว อาตมาจึงทำการหล่อพระเนื้ออื่นไปด้วย

เรื่องของหลวงพ่อทองคำ พอจะเอาพระพุทธรูปที่ในหลวงรัชกาลที่ ๗ พระราชทานให้หลวงปู่พุกไว้ที่วัดท่าขนุน ๒ องค์ตั้งซ้ายขวา พอลองเอาประกบเข้าไปแล้วดูไม่ได้เลย เนื่องจากว่าพระพุทธรูปรัชกาลลงรักปิดทองมา
ระยะเวลายาวนานหลายสิบปี จึงล่อนจนกระดำกระด่างแล้ว ก็เลยตัดสินใจว่า จะทำแท่นถวาย ๒ องค์ท่านต่างหาก

ส่วนด้านบนเพื่อจะให้เสมอกันก็ควรจะเป็นพระที่หล่อใหม่เหมือนกัน จึงตัดสินใจหล่อหลวงพ่อนากกับหลวงพ่อเงินเพิ่มมาอีก ๒ องค์ เป็นโครงการทำงานที่นานมากสำหรับอาตมา ไม่เคยวางโครงการอะไรหลายปีขนาดนี้มาก่อนเลย กราบเรียนถามพระท่านว่า "ถ้าได้ทองพอแล้วหล่อเลยได้ไหม ?" ท่านบอกว่า "ไม่ได้..ต้องตามเวลา" เพราะว่าพระพุทธรูปองค์นี้ ถ้าหากว่าหล่อเสร็จสถานการณ์บ้านเมืองของเราจะค่อย ๆ ดีขึ้นไปเรื่อย ๆ พูดง่าย ๆ คือจะเป็นขาขึ้น แต่ตอนนี้ต้องปล่อยให้ลงไปก่อน"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 25-01-2018 เมื่อ 03:55
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 164 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #132  
เก่า 24-01-2018, 22:03
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,594
ได้ให้อนุโมทนา: 66,676
ได้รับอนุโมทนา 2,928,727 ครั้ง ใน 20,908 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"เมื่อวานญาติโยมจองไม้ถือหรือไม้ครูกัน ก็ต้องบอกว่าเท่ากับทุกคนมีส่วนร่วมในการหล่อหลวงพ่อทองคำ

ในส่วนของไม้ครูนี้ก็ต้องรอ เพราะว่าการบรรจุตะกรุดแล้วอุดผงนั้น จะต้องรอฤกษ์ที่เหมาะสมด้วย คราวที่แล้วฤกษ์ผ่านไป เพราะว่าทำไม่ทัน เนื่องจากว่าผู้ดำเนินการอยากจะให้สวยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ก็เลยต้องไปค่อย ๆ สู้กับทางโรงงาน จนโรงงานเขาเบื่อขี้หน้าเต็มทีแล้ว
เนื่องจากว่าเราทำแค่ไม่กี่อัน เขาหล่อไปก็ได้ไม่กี่บาท แต่งี่เง่ากับเขามากเหลือเกิน...ประมาณนั้น

ในส่วนของหัวและปลายที่เป็นเงิน ก็คือเงินชนวนจากการหล่อสมเด็จองค์ปฐมเนื้อเงินขนาด ๙.๙ นิ้ว กับเนื้อเงินที่เป็นชนวนจากหลวงพ่อเงินองค์แรกที่เราหล่อไปแล้ว ขนาดนั้นรวมกันแล้วก็ยังไม่พอ ต้องเพิ่มเม็ดเงินเข้าไปอีกหลายกิโลกรัมถึงได้ครบ ๔๙ อัน

ส่วนที่บอกว่าเป็นทองเหลืองนั้น ความจริงก็คือโลหะชนวนจากการหล่อสมเด็จองค์ปฐมวัดท่าขนุนส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งเป็นวัตถุมงคลของครูบาอาจารย์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นมีดหมอ ไม่ว่าจะเป็นแหวน เป็นกำไล ฯลฯ อาตมาเอาหลอมลงไปทำเป็นชนวนเป็นร้อยรายการ ต้องบอกว่าลงทุนแพงมาก"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 25-01-2018 เมื่อ 04:00
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 159 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #133  
เก่า 24-01-2018, 22:29
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,594
ได้ให้อนุโมทนา: 66,676
ได้รับอนุโมทนา 2,928,727 ครั้ง ใน 20,908 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "ถ้าเราคิดว่าเงินกับทองเป็นโลหะมีค่า ความจริงมีของที่มีค่ามากกว่านั้นเยอะ เพียงแต่ว่าบางอย่างต้องใช้วิธีการทางด้านวิทยาศาสตร์สกัดขึ้นมา และต้องทุ่มเทงบประมาณมหาศาล แต่ทำได้นิดเดียว ก็เลยกลายเป็นของแพงโดยใช่เหตุ ถ้าใครอยากรู้ว่ามีอะไรบ้างลองไปค้นหาในอินเตอร์เน็ตดู วัตถุที่มีค่ามากกว่าทองอะไรประมาณนั้น

เรื่องของทองคำเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ว่า ทำไมบุคคลทุกยุคทุกสมัยจึงถือว่าทองคำเป็นโลหะมีค่า ? อาจเป็นไปได้ว่าทองคำ
ไม่ทำปฏิกิริยากับออกซิเจน ไม่เป็นสนิม และที่แปลกยิ่งกว่านั้นก็คือ ต่างดาวเขาก็ถือว่าทองคำเป็นของมีค่าด้วยเช่นกัน"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 25-01-2018 เมื่อ 04:01
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 161 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #134  
เก่า 25-01-2018, 10:04
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,594
ได้ให้อนุโมทนา: 66,676
ได้รับอนุโมทนา 2,928,727 ครั้ง ใน 20,908 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : หนูสวดมนต์ จะอัญเชิญเทวดาบ้าง เจ้ากรรมนายเวรบ้างมาร่วมสวด เมื่อคืนฝันแปลก ๆ ฝันว่ามีคนพยายามจะเข้ามาอยู่ด้วย ?
ตอบ : ฝันก็คือฝันจ้ะ

ถาม : ไม่เกี่ยวใช่ไหมคะ ?
ตอบ : เราทำความดีทำอะไรเป็นเรื่องปกติ พรหมเทวดาเขายินดี เต็มใจโมทนาด้วยอยู่แล้ว ในฝันท่านอาจจะบอกเหตุด้วยซ้ำไปว่าอาจจะมีคนคิดร้ายกับเรา ฉะนั้น...ให้เราตั้งหน้าตั้งตารักษาความดีเอาไว้ บุญกุศลจะได้รักษาเราได้

ลักษณะนี้โบราณเขาเรียกว่าเทพสังหรณ์ เทวดาบอกเหตุให้รู้ เราเองเชิญท่านมาสวดมนต์ประจำ ถึงเวลามีอะไรเกิดขึ้นท่านก็พยายามใบ้ให้รู้ ไม่มีอะไรน่าห่วง รักษาความดีของเราเอาไว้ก็พอ


ถาม : แสดงว่าที่หนูฝันว่ามีคนพยายามจะเข้ามาอยู่ด้วย นี่คือ... ?
ตอบ : "อาจจะ" มีคนคิดไม่ดีกับเรา อะไรก็ช่างเถอะ เทวดาท่านถึงพยายามบอกใบ้ ไม่มีอะไรน่ากลัว

ถาม : ทำต่อไปได้ใช่ไหมคะ ?
ตอบ : ทำต่อไป รักษาความดีให้สม่ำเสมอไว้

ถาม : หนูไม่สบายใจเลย มีคนทักว่าหนูโดนสวรรค์สาปมา จริงหรือเปล่าคะ ?
ตอบ : ดี...ให้สาปบ่อย ๆ พวกนี้พูดไปเรื่อยเปื่อย เราไปเชื่อเขาก็บ้า..! เราโดนสวรรค์สาปไม่ให้ขึ้นสวรรค์ เราก็ไปพระนิพพานของเราอย่างเดียว จะไปเชื่ออะไรเขามากมาย
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 25-01-2018 เมื่อ 15:43
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 156 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #135  
เก่า 25-01-2018, 18:44
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,594
ได้ให้อนุโมทนา: 66,676
ได้รับอนุโมทนา 2,928,727 ครั้ง ใน 20,908 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

โยมถวายครีมทาเท้า "เปลี่ยนเป็นทาหน้าได้ไหม ? อะไรที่ดีสำหรับโยม ไม่ได้แปลว่าจะดีสำหรับพระ แหม...ผลิตครีมมาให้พระใช้โดยเฉพาะ

เรื่องครีมทาเท้า ความจริงพระพุทธเจ้าท่านอนุญาตให้ใช้ แต่ว่าสมัยก่อนท่านให้ใช้น้ำมันทา พอล้างเท้าสะอาด เช็ดแห้งแล้วเอาน้ำมันทากันเท้าแตก เพราะว่าเดินทางไกลกันบ่อย โดยเฉพาะเดินเท้าเปล่า เมื่อเป็นในลักษณะอย่างนั้น สมัยนี้ก็อนุโลมให้ใช้ครีมได้ แต่ขออยู่อย่างเดียวว่า อย่าให้มีกลิ่นหอม ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะพาให้พระผิดศีลขึ้นมาอีก"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 25-01-2018 เมื่อ 19:51
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 157 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #136  
เก่า 25-01-2018, 20:03
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,594
ได้ให้อนุโมทนา: 66,676
ได้รับอนุโมทนา 2,928,727 ครั้ง ใน 20,908 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "เรื่องของนักร้องที่มีเรื่องมีราวทำร้ายภรรยาตัวเอง และยิงปืนขึ้นฟ้าในวัด ทำให้นึกถึงดาราหรือนักร้องรุ่นเก่า ๆ ซึ่งจะรักษาชื่อเสียงเกียรติยศของตัวเองมากเป็นพิเศษ ไม่ยอมให้มีอะไรเสียหาย

ถ้าหากว่าจะดูตัวอย่างก็คุณสมบัติ เมทะนี ต้องบอกว่าใครจะให้คุณสมบัติเป็นครอบครัวตัวอย่างก็ได้ เป็นดาราที่ได้รับการบันทึกในกินเนสบุ๊กว่าเล่นหนังเป็นพระเอกมากที่สุดในโลก ประมาณ ๖๐๐ กว่าเรื่อง มีชื่อเสียงทั้งในการแสดงและในชีวิตจริง เพราะว่าครอบครัวอบอุ่น ทำตัวอยู่ในกรอบ การประพฤติปฏิบัติทุกอย่างเป็นแบบอย่างที่ดีกับคนอื่นเขาได้

ฝ่ายหญิงก็คุณพิศมัย วิไลศักดิ์ สมัยนี้เรียกว่า "คุณยายหมี" กันแล้ว เป็นแบบอย่างให้รุ่นน้อง รุ่นลูก รุ่นหลานประพฤติปฏิบัติตาม เป็นดาราที่ไม่เคยมีความเสียหายด่างพร้อยอะไรเลย ทางด้านนักร้องอย่างคุณชรินทร์ นันทนาคร ก็เหมือนกัน อยู่มาจนป่านนี้แล้วก็ยังรักษาชื่อเสียงที่ดีงามเอาไว้ได้

โดยเฉพาะในเรื่องการมีครอบครัว คุณชรินทร์แต่งงานกับดาราอันดับ ๑ ในยุคนั้นคือ คุณเพชรา เชาวราษฎร์ แต่คราวนี้คุณเพชราเล่นหนังมาก สมัยก่อนมีการยกรีเฟล็กซ์สะท้อนแสงใส่หน้าทุกวัน จนสายตาเสีย ตาบอดไปเลย คุณชรินทร์ก็ยังดูแลภรรยาเป็นอย่างดี
ตลอดมา ถึงขนาดมีคนถามว่าภรรยาตาบอดแล้วทำไมไม่หาใหม่ ? คุณชนินทร์บอกว่าในสมัยก่อนที่ไปจีบคุณเพชรา ตัวเองเป็นคนที่มีคุณสมบัติด้อยที่สุด ชื่อเสียงก็สู้เขาไม่ได้ เงินทองก็สู้เขาไม่ได้ วงศ์ตระกูลก็สู้เขาไม่ได้ แต่ในเมื่อคุณเพชรารักตอบ ตัวเองต้องฝ่าฟันสารพัดอุปสรรค กว่าจะได้มาก็ยากเย็นแสนเข็ญ จึงต้องรักษาไว้ให้ดีที่สุด"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 26-01-2018 เมื่อ 02:15
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 155 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #137  
เก่า 25-01-2018, 20:15
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,594
ได้ให้อนุโมทนา: 66,676
ได้รับอนุโมทนา 2,928,727 ครั้ง ใน 20,908 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"พอมาเปรียบเทียบกับนักร้องหรือดาราในสมัยปัจจุบัน หลายคนเป็นขวัญใจมหาชน ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า ไอดอล ไม่สามารถที่จะรักษาชื่อเสียงหรือความดีให้สม่ำเสมอเหมือนกับคนรุ่นเก่าได้ เพราะว่าขาดจิตสำนึกว่าตนเองเป็นแบบอย่างของคนอื่น

ในเมื่อขาดจิตสำนึกว่าตนเองเป็นแบบอย่างของคนอื่น คนอื่นเลียนแบบความประพฤติของเรา ก็ทำอะไรตามใจตัวเอง จนกระทั่งกลายเป็นข่าวคราวในทางที่ไม่ดี

แม้กระทั่งปัจจุบันนี้ ขนาดว่าโดนตำรวจจับดำเนินคดีก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะสำนึก ซึ่งเรื่องพวกนี้ถ้าเยาวชนของเราเห็นว่าเป็นเรื่องโก้ เป็นเรื่องที่ดีงาม แล้วเลียนแบบทำตาม สังคมของเราจะวุ่นวายมาก เรื่องพวกนี้ถ้าเราเป็นผู้ใหญ่ เป็นพ่อเป็นแม่ เป็นปู่ย่าตายาย ก็ต้องชี้แจงความผิดความถูกให้เด็ก ๆ เขาได้รู้ ไม่ใช่ว่าสักแต่ให้เขาเลียนแบบทำตามคนอย่างนี้"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 26-01-2018 เมื่อ 02:16
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 153 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #138  
เก่า 25-01-2018, 20:17
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,594
ได้ให้อนุโมทนา: 66,676
ได้รับอนุโมทนา 2,928,727 ครั้ง ใน 20,908 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"เป็นที่น่าเสียดายว่า สภาพสังคมของเราเปลี่ยนไปมาก สมัยก่อนสังคมไทยเป็นสังคมขยาย ลูก ๆ แต่งงานแล้วก็ยังปลูกบ้านปลูกเรือนอยู่ในรั้วรอบขอบเดียวกับพ่อแม่ มีลูกมีหลาน พ่อแม่ปู่ย่าตายายก็ช่วยกันเลี้ยงช่วยกันอบรม สมัยนี้ส่วนใหญ่เป็นครอบครัวเดี่ยว แยกออกไปอยู่ต่างหาก ถึงเวลามีลูกขึ้นมาพ่อแม่ก็ไม่ได้ดูแล เนื่องจากว่าต้องไปทำงานทั้งคู่ ลูก ๆ มักจะอยู่กับพี่เลี้ยง ทำให้เด็ก ๆ ขาดการอบรมมาก

ผู้ใหญ่ในยุคปัจจุบัน ก็คือผู้ใหญ่ในครอบครัวที่เริ่มเป็นครอบครัวเดี่ยว ทำให้ตัวเองไม่ได้เติบโตมากับความรักความอบอุ่นในครอบครัว ก็เลยแสดงออกในลักษณะของการเรียกร้องความสนใจ ทั้งที่ตนเองรู้ตัวและไม่รู้ตัวว่าเรียกร้องความสนใจด้วยวิธีการที่ดีไม่ได้ ก็แสดงออกในด้านเกเรขึ้นมาแทน

เป็นปัญหาหนักอกมากในเรื่องของสังคมปัจจุบัน เพราะรุ่นนี้กำลังเป็นพ่อแม่คน เมื่อถึงเวลาพ่อแม่เป็นแบบอย่างที่ไม่ดี แล้วตัวเองจะไปสอนลูกให้ดีย่อมเป็นไปไม่ได้ ก็คงเข้าทำนองว่า แม่ปูสอนลูกปู พยายามให้ลูกเดินให้ตรงทาง แต่ตัวเองก็เดินคดไปคดมา แล้วลูกจะไปให้ตรงทางได้อย่างไร ?"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 26-01-2018 เมื่อ 02:19
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 152 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #139  
เก่า 25-01-2018, 21:24
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,594
ได้ให้อนุโมทนา: 66,676
ได้รับอนุโมทนา 2,928,727 ครั้ง ใน 20,908 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "เรื่องของพระดวงพิชัยสงคราม ถ้าพูดภาษาสมัยนี้ก็คือพระคุ้มดวง พระเสริมดวง เป็นตำราที่สืบทอดมาตั้งแต่สมเด็จพระพนรัตน์ วัดป่าแก้วสมัยอยุธยา เขาจะใช้ไม้โพธิ์กิ่งด้านทิศตะวันออกที่หักลงมาเอง แกะสลักเป็นพระพุทธรูปใหญ่เล็กตามขนาดที่ได้ เสร็จแล้วก็มีการเขียนดวงของเจ้าของบรรจุไว้ที่ใต้ฐาน แล้วก็มีการบรรจุวัตถุอาถรรพ์ของขลังบางอย่างไว้ด้วย

หลวงพ่อพิจารย์ วัดโพธิ์ผักไห่ จ.อยุธยา ได้ศึกษาวิชาการเหล่านี้เอาไว้ แต่คราวนี้วัสดุหายาก ต้องรอกิ่งโพธิ์ทางทิศตะวันออก แล้วก็ต้องหักเองด้วย กี่ปีกี่ชาติจะได้สักกิ่งหนึ่งก็ไม่รู้ ?

สมัยหลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว ท่านทำองค์เล็กกว่านี้เพราะว่าได้กิ่งเล็ก ขณะเดียวกันท่านก็เอาเศษไม้มาแกะเป็นองค์เล็ก ๆ บางองค์แค่หัวแม่มือก็มี เพราะว่าเป็นไปตามขนาดของไม้ แล้วไม้โพธิ์เป็นไม้ที่แปลกมาก
เมื่อหักลงมาถ้าทิ้งไว้ตามธรรมชาติ พักเดียวก็ผุหมด แต่ถ้าแกะเป็นองค์พระแล้วกลับอยู่ยั้งยืนยง แปลกดีเหมือนกัน อาจจะแสดงให้เห็นว่า เหมาะสำหรับการแกะเป็นพระบูชา มากกว่าที่จะไปปล่อยทิ้งปล่อยขว้างเอาไว้ตามธรรมชาติ"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 26-01-2018 เมื่อ 02:21
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 150 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #140  
เก่า 25-01-2018, 21:53
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,594
ได้ให้อนุโมทนา: 66,676
ได้รับอนุโมทนา 2,928,727 ครั้ง ใน 20,908 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"โบราณเรียกว่าไม้โพธิ์นิพพาน เป็นไม้โพธิ์ที่หักลงมาเองตามธรรมชาติ สมัยก่อนก็มีหลวงปู่รอด วัดโคนอน หลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง หลวงพ่อโนรี วัดโพธิ์มอญ หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว ที่ทำพระเหล่านี้ แต่ส่วนใหญ่ก็ทำเป็นองค์เล็ก ๆ เป็นพระปิดตา ใต้ฐานบรรจุกระดาษสาที่เขียนอักขระเลขยันต์ บางท่านก็บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ด้วย

ที่ทำเป็นองค์ใหญ่ ๆ เท่าที่รู้มาก็มีหลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว แต่ก็ไม่ใช่จะหาง่าย แต่ละบ้านที่มีอยู่ถือเป็นของประจำตระกูล ไม่ปล่อยให้หลุดออกมาง่าย ๆ

อาตมาเจออยู่ ๒ องค์ ตื๊อเท่าไรเจ้าของก็ไม่ให้ ท้ายสุดพอคุยเรื่องนี้กัน พระครูสมุห์อานนท์บอกว่า หลวงพ่อพิจารย์ท่านได้ไม้มา ท่านกำลังจะสร้างอยู่เหมือนกัน เพื่อจะให้ลูกศิษย์ที่ให้การอุปถัมภ์วัด บอกว่าท่านจะทำถวายหลวงพ่อเล็กองค์หนึ่ง เริ่มทำกันตั้งแต่ปีที่แล้ว อาตมาก็ต้องไปลงเลขลงเวลาตามฤกษ์ของเขา กว่าจะได้มาชื่นชมกราบไหว้ก็มาจนถึงปีนี้"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 26-01-2018 เมื่อ 02:24
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 151 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 2 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 2 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 23:07



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว