กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เทศน์ช่วงทำกรรมฐาน

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 18-01-2017, 09:52
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,424
ได้ให้อนุโมทนา: 77,115
ได้รับอนุโมทนา 3,228,111 ครั้ง ใน 22,808 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default เทศน์ช่วงทำกรรมฐาน วันเสาร์ที่ ๗ มกราคม ๒๕๖๐

ให้ทุกคนตั้งกายให้ตรง กำหนดสติคือความรู้สึกของเราไว้ที่ลมหายใจเข้าออก หายใจเข้า...ให้ความรู้สึกทั้งหมดไหลตามลมหายใจเข้าไป หายใจออก...ให้ความรู้สึกทั้งหมดไหลตามลมหายใจออกมา จะใช้คำภาวนาอะไรก็ได้ตามที่เราเคยมีความถนัดมาแต่เดิม

วันนี้เป็นวันเสาร์ที่ ๗ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ วันนี้สิ่งหนึ่งที่อยากจะบอกพวกเรา ก็คือ ในเรื่องของการปฏิบัติธรรมนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องใช้ปัญญาในการกวดขันตัวเอง ถ้าถามว่าปัญญาของเราจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ? ปัญญาของเราจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีศีล เมื่อเรารักษาศีลตามสภาพของเรา ไม่ว่าจะเป็นศีล ๕ ศีล ๘ ศีล ๑๐ ศีล ๒๒๗ ก็ตาม สภาพจิตที่ต้องคอยระมัดระวังไม่ให้ศีลบกพร่อง ก็จะกลายเป็นสมาธิ

บุคคลที่สภาพจิตเป็นสมาธิ ย่อมมีความสงบสงัดจากกิเลสชั่วคราว ปัญญาก็จะเกิด ทำให้เราเห็นวิธีการว่า ทำอย่างไรที่จะรักษาอารมณ์ภาวนาให้อยู่กับเราให้นานที่สุด ไม่ใช่เลิกภาวนาก็เลิกไปด้วย อย่างเช่นว่าลุกจากที่นั่งไปไม่กี่นาทีก็หายหมดแล้ว

เมื่อเรารักษาศีลให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ เท่ากับเป็นพื้นฐานในการสร้างสมาธิ สมาธิของเราเมื่อทรงตัว สภาพจิตสงบสงัดจากกิเลส ปัญญาก็จะเกิด ก็ต้องพิจารณาว่าตอนนี้เรามีความดีหรือความชั่วอยู่ในใจ ? ถ้าไม่รู้ว่าหน้าตาความชั่วเป็นอย่างไร ก็มาดูว่านิวรณ์ ๕ กินใจเราได้หรือไม่ ?

สภาพจิตของเราตอนนี้ฟุ้งซ่านไปในรูปสวย เสียงเพราะ กลิ่นหอม รสอร่อย สัมผัสระหว่างเพศหรือไม่ ? ฟุ้งซ่านไปในความโกรธเกลียดอาฆาตพยาบาทผู้อื่นหรือไม่ ? ฟุ้งซ่านในความหงุดหงิดรำคาญใจบ้างหรือไม่ ? มีความง่วงเหงาหาวนอนชวนให้ขี้เกียจปฏิบัติบ้างหรือไม่ ? มีความลังเลสงสัยว่าผลการปฏิบัตินี้จะให้เกิดผลจริงหรือไม่ ? ถ้าสภาพจิตของเรามีนิวรณ์ ๕ อย่างใดอย่างหนึ่งอยู่ข้างใน ก็แปลว่าสภาพจิตของเราแย่แล้ว โดนข้าศึกยึดเมืองไปแล้ว ก็ต้องหาทางขับไล่ข้าศึกออกไป

วิธีขับไล่ที่ดีที่สุดคือรีบมาอยู่กับลมหายใจเข้าออก กำหนดดูกำหนดรู้ลมหายใจของเราไป ถ้าลมหายใจทรงตัวเมื่อไร นิวรณ์ก็จะสลายตัวไปชั่วคราว ไม่สามารถที่จะเกาะกินใจของเราได้ หลังจากนั้นเราก็ทบทวนว่าตั้งแต่เช้ามาจนบัดนี้ เรามีสิกขาบทไหนบริสุทธิ์บริบูรณ์บ้าง ? มีศีลสิกขาบทไหนบกพร่องบ้าง ?
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 18-01-2017 เมื่อ 10:09
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 45 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 19-01-2017, 12:49
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,424
ได้ให้อนุโมทนา: 77,115
ได้รับอนุโมทนา 3,228,111 ครั้ง ใน 22,808 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ในเมื่อในส่วนของการประพฤติปฏิบัติ เราสามารถที่จะตามดูตามรู้ใจของเราไปเรื่อย ว่าตอนนี้นิวรณ์ไม่สามารถกินใจของเรา เพราะเราอยู่กับลมหายใจเข้าออก สภาพใจของเราตอนนี้มีสมาธิตั้งมั่น รัก โลภ โกรธ หลง กินใจไม่ได้ชั่วคราว เมื่อใจสงบสงัด ปัญญาเกิด ถ้าระมัดระวังป้องกันไม่ให้นิวรณ์เข้ามาไม่ได้ ต้องหาวิธีเข่นฆ่าทำลายเสีย นั่นก็คืออยู่กับลมหายใจเข้าออกของเรา

แรก ๆ ก็ได้แค่ชั่วคราว พอนานไปก็สามารถอยู่ได้นานขึ้นไปเรื่อย ๆ สภาพจิตยิ่งผ่องใสนานเท่าไร เราก็สามารถที่จะรักษาอารมณ์ใจของเราให้อยู่ในความดีได้นานเท่านั้น นั่นก็คือปัญญาในขั้นต้นที่ทำให้เราเห็นว่าอะไรควรยึด อะไรควรละ สิ่งที่เราควรยึดคือลมหายใจเข้าออกและคำภาวนา สิ่งที่เราควรละก็คือนิวรณ์ต่าง ๆ ทั้ง ๕ ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ถ้าเผลอสติไหลตามนิวรณ์ไป เมื่อรู้ตัวก็ให้รีบดึงกลับมาอยู่ที่ลมหายใจเข้าออกใหม่

เมื่อทำไปเรื่อย ๆ บางทีก็เกิดความเบื่อหน่าย ว่าทำไมต้องทำไม่รู้จักเลิก ความเบื่อเช่นนั้นเป็นของดีมาก ถ้าหากว่าเราไม่เบื่อ เราก็ไม่อยากจะหลีกไปให้พ้น ฉะนั้น...เราต้องรักษาความเบื่อให้ทรงตัวเอาไว้ แล้วพิจารณาว่าตัวเราจะเบื่ออย่างไรก็ตาม หากไม่ถึงอายุขัยตายลงไป เราก็ไม่สามารถจะเปลี่ยนแปลงสภาพของความทุกข์ยากเช่นนี้ได้

ถ้าเป็นอย่างนั้น เราต้องกำหนดใจว่า ถ้าตัวเราจะตายลงไปเพราะหมดอายุขัยก็ดี หรือตายลงไปเพราะอุบัติเหตุอันตรายใด ๆ ก็ตาย เราขอไปที่พระนิพพานแห่งเดียวเท่านั้น
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 19-01-2017 เมื่อ 20:28
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 31 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 19-01-2017, 12:50
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,424
ได้ให้อนุโมทนา: 77,115
ได้รับอนุโมทนา 3,228,111 ครั้ง ใน 22,808 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

แล้ววางกำลังใจคอยทบทวนดูว่า ศีลทุกสิกขาบทของเราบริสุทธิ์บริบูรณ์หรือไม่ ? ถ้ายังขาดตกบกพร่อง ก็พยายามทำให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ยิ่ง ๆ ขึ้นไป ถ้าสมบูรณ์บริบูรณ์ดีอยู่แล้วก็รักษาให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป ถ้าหากว่าเราทำอย่างนี้สลับกันไปสลับกันมา ศีล สมาธิ ปัญญา ก็จะเกาะเกี่ยวเป็นอย่างเดียวกัน คือ ศีลสร้างสมาธิ สมาธิสร้างปัญญา ปัญญาคอยควบคุมศีล เหมือนกับฟั่นเชือกโดยอาศัยเชือก ๓ เส้น ฟั่นเป็นเชือกเส้นใหญ่เส้นเดียว

เมื่อเป็นเช่นนั้นสภาพจิตที่ผ่องใสขึ้นเรื่อย ๆ เพราะนิวรณ์กินใจเราไม่ได้ ถ้าหากว่าสามารถยืนระยะได้ยาวนาน นิวรณ์ทั้งหลายถูกทำลายไปโดยสิ้นเชิง นิโรธ คือ ความดับจากกิเลสทั้งปวงก็จะปรากฏขึ้นแก่เราเอง

อันดับต่อไปให้ทุกท่านภาวนาพิจารณาตามอัธยาศัย จนกว่าจะได้รับสัญญานบอกว่าหมดเวลา


พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เทศน์ช่วงทำกรรมฐาน ณ บ้านเติมบุญ
วันเสาร์ที่ ๗ มกราคม ๒๕๖๐

(ถอดจากเสียงเป็นอักษรโดยคะน้า)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 21-01-2017 เมื่อ 15:06
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 32 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 00:37



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว