กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > เก็บตกจากบ้านเติมบุญ

Notices

เก็บตกจากบ้านเติมบุญ เก็บข้อธรรมจากบ้านเติมบุญมาฝาก สำหรับผู้ที่ไม่มีโอกาสเดินทางไป

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #21  
เก่า 05-06-2017, 09:53
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,174
ได้ให้อนุโมทนา: 64,815
ได้รับอนุโมทนา 2,858,600 ครั้ง ใน 20,482 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ทำไมพระสงฆ์ถึงมีเสน่ห์ พระสงฆ์ที่รู้จักทุกรูปมีผู้หญิงมาชอบเยอะมาก ?
ตอบ : พระพุทธเจ้าทรงสอนให้ทำเสน่ห์ พระองค์ท่านสอนว่าต้องมีทาน รู้จักให้คนอื่น ปิยวาจา พูดดี พูดไพเราะ อัตถจริยา สร้างประโยชน์ให้แก่เขา สมานัตตา ทำความดีเหล่านี้โดยเสมอต้นเสมอปลาย แบบเอาใจเขามาใส่ใจเรา จึง มีเสน่ห์ทุกคน

ถาม : อีกกรณีหนึ่งคิดสงสัยมาตลอด ไม่เข้าใจเลย เป็นแบบต่างสถานที่ ต่างเวลา พระรูปหนึ่งอายุสี่สิบใกล้จะห้าสิบ (เป็นพระปฏิบัติดี) ผู้หญิงที่ปฏิบัติธรรมด้วยกัน ๒ คน (อายุรุ่นเดียวกับพระ ก็เคยเห็นพระรูปนี้กันเสมอ) ครั้งนี้แปลก ๒ คนเห็นท่านแล้วจะมีอาการรน ๆ ตื่นเต้นมาก คนหนึ่งจะพูดซ้ำ ๆ อีกคนจะนั่งไม่ติด ย้ายที่นั่งไม่หยุด ข้าพเจ้าต้องดุแรง ๆ ทั้ง ๒ คน ถึงจะระงับอาการได้ อาการแบบนี้คืออะไร ทำไมพวกเขาถึงสติหลุดกัน ?
ตอบ : ก็เพราะว่าสติหลุดนั่นแหละ คำถามบอกตรง ๆ อยู่แล้ว เรื่องพวกนี้ขอให้ทราบว่า ถ้าเป็นการตบมือข้างเดียวจะไม่ดัง พระอย่าไปร่วมตบมือกับโยมก็แล้วกัน ถ้าร่วมด้วยเมื่อไรก็เป็นอันว่าบรรลัยทั้งสองฝ่าย

ถาม : ควรจะเตือนเพื่อนผู้หญิงสองคนที่ไปหลงเสน่ห์พระว่าอย่างไรคะ ?
ตอบ : ช่วยตบสักฉาด...เผื่อว่าจะได้สติ...!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 05-06-2017 เมื่อ 09:59
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 187 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #22  
เก่า 05-06-2017, 09:55
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,174
ได้ให้อนุโมทนา: 64,815
ได้รับอนุโมทนา 2,858,600 ครั้ง ใน 20,482 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : เหตุใดการที่ทหารพกชายผ้าถุงแม่เข้าทำสงครามจึงมีผลให้คงกระพันได้ครับ ?
ตอบ : ความมั่นใจว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองตัวเอง ยิ่งมั่นอกมั่นใจได้มากเท่าไร ก็ยิ่งคุ้มครองตัวเองได้มากเท่านั้น
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 05-06-2017 เมื่อ 09:59
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 195 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #23  
เก่า 05-06-2017, 15:32
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,174
ได้ให้อนุโมทนา: 64,815
ได้รับอนุโมทนา 2,858,600 ครั้ง ใน 20,482 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : เนื่องจากการทำแท้ง หากทำในครรภ์ที่มีอายุพอสมควร เด็กจะสามารถร้องส่งเสียง และขยับร่างกายได้ แต่ด้วยสภาพร่างกายและอวัยวะที่ยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ ไม่พร้อมต่อการดำรงชีวิต จึงไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ แต่พระอาจารย์กล่าวว่า มีบางกรณีที่ดวงจิตบางดวงมาจับหลังจากที่คลอดออกมาแล้ว จึงขอกราบเรียนถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่เมื่อแท้งมาแล้วในลักษณะนั้น จนกระทั่งสิ้นลม จะยังคงไม่มีจิตดวงใดมาจับมาอยู่อาศัยครับ ?
ตอบ : ทำไมคุณจึงไปจับแค่ตรงนั้น ? แล้วคำตอบที่อาตมาบอกว่า บางคนตั้งแต่เชื้อของพ่อผสมกับไข่ของแม่ดวงจิตก็จับแล้ว ทำไมมึงไม่เอามา ? ก็แปลว่าอยากหาเรื่องฆ่าสัตว์ หรือฆ่าคนใช่ไหม ? เขาเรียกว่าเลือกเอาคำตอบส่วนที่มีประโยชน์แก่ตนมา ซ้ำยังจะพาให้คนอื่นเข้าใจผิดไปด้วย

ถาม : ในการตั้งครรภ์ จากการที่ดวงจิตมาจับในเวลาที่แตกต่างกัน ทั้งทันทีหลังจากปฏิสนธิ หรือแม้แต่หลังจากที่คลอดออกมาแล้ว อยากทราบว่ามีบุญกรรมใดที่ทำให้เวลาการจับแตกต่างกันครับ ?
ตอบ : บุญกรรมที่สัตว์ชนิดนั้นสร้างมานั่นแหละ ถ้าสร้างกรรมเอาไว้น้อย ก็ทนทุกข์ทรมานอยู่ในท้องแม่น้อยหน่อย ถ้าสร้างกรรมไว้มากก็ทนทุกข์ทรมานอยู่ในท้องแม่นานมาก พระสีวลีสร้างกรรมไว้มาก อยู่ในท้องแม่เสีย ๗ ปีกว่า ๆ

ถาม : และมีวิธีกำหนดสำหรับบุตรของตนเองหรือเปล่าครับ ?
ตอบ : ก็เห็นว่าหมอสมัยนี้เขาเลือกเพศได้แล้วนี่
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 05-06-2017 เมื่อ 19:09
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 180 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #24  
เก่า 05-06-2017, 15:43
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,174
ได้ให้อนุโมทนา: 64,815
ได้รับอนุโมทนา 2,858,600 ครั้ง ใน 20,482 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ด้วยคำกล่าวที่ว่า พ่อแม่คือพระอรหันต์ในบ้าน จึงขอกราบเรียนถามพระอาจารย์ว่า การทำบุญกับพ่อแม่ จะได้อานิสงส์เท่ากับการทำบุญกับพระอรหันต์หรือไม่ครับ ?
ตอบ : เอาให้แน่ ๆ ก่อน ถ้าในพระไตรปิฎกเถรวาทของเรากล่าวว่า พ่อแม่คือพรหมของบุตร ไม่เคยกล่าวว่าพ่อแม่คือพระอรหันต์ แต่ในนิทานธรรมบทของมหายานกล่าวว่า พ่อแม่คือพระอรหันต์ของลูก ๆ เพราะฉะนั้น...เลือกก่อนว่าจะเอามหายานหรือเอาเถรวาท

การทำบุญกับบุคคลในแต่ละระดับ ในกัมมวิภังคสูตรเขาบอกไว้ชัดเจนแล้ว ว่าแต่ละระดับของกำลังใจนั้นทำแล้วจะได้อานิสงส์เท่าไร ถ้าไม่ใช่พระอรหันต์ ต่อให้เขาบอกว่าเปรียบเหมือนพระอรหันต์ ทำไปก็ไม่ได้เท่ากับพระอรหันต์หรอก

ถาม : และการทำบาปกับพ่อแม่อื่น ๆ ที่ไม่ใช่การทำให้เสียชีวิต จะให้โทษเท่ากับการทำกับพระอรหันต์หรือไม่ อย่างไรครับ ?
ตอบ : ตอบไปแล้ว แม้ว่าจะไม่เท่า แต่ถ้าในส่วนของอนันตริยกรรมก็ถือว่าอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 05-06-2017 เมื่อ 16:21
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 183 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #25  
เก่า 05-06-2017, 15:49
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,174
ได้ให้อนุโมทนา: 64,815
ได้รับอนุโมทนา 2,858,600 ครั้ง ใน 20,482 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : การที่นิสัยของเราไม่ตรงกับความชอบใจของพ่อแม่ โดยที่เราไม่ได้กระทำกริยาอันใดไม่เหมาะสมกับพ่อแม่ แต่พ่อแม่ไม่ถูกใจกับคะแนนสอบ ทางเดินชีวิตหรือสายงานที่เราเลือก เพราะไม่ได้ตามมาตรฐานหรือความชอบของพ่อแม่ ทำให้พ่อแม่เกิดความไม่สบายใจหงุดหงิดใจเสียใจขึ้นนั้น ถือเป็นบาปของเราที่ทำให้ท่านไม่สบายใจหรือเปล่าครับ และจะมีวิธีแก้อย่างไรครับ ?
ตอบ : บาป แปลว่า เราต้องทำด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจของเรา ถ้าไม่ได้ทำก็ถือว่าเป็นบาปเป็นกรรมของพ่อแม่เองที่ท่านไปคิดอย่างนั้น พูดอย่างนั้น ทำอย่างนั้น วิธีแก้ก็คือ ทำให้ได้อย่างที่พ่อแม่ต้องการ

ถาม : แต่บางทีพ่อแม่อยากให้เป็นหมอก็ยากนะคะ ?
ตอบ : มีอยู่รายหนึ่งพ่อแม่อยากให้เป็นหมอ แต่ตัวเองอยากเรียนสถาปัตย์ฯ ก็เลยไปเอนทรานซ์เรียนหมออยู่ ๖ ปี จบหมอมาแล้วก็เอาปริญญาบัตรไปให้พ่อแม่ แล้วตัวเองก็เอนทรานซ์ใหม่เพื่อไปเรียนสถาปัตย์ฯ แล้วก็ทำได้ด้วย แสดงว่าเขาเก่งจริง
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 05-06-2017 เมื่อ 16:22
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 181 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #26  
เก่า 05-06-2017, 15:56
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,174
ได้ให้อนุโมทนา: 64,815
ได้รับอนุโมทนา 2,858,600 ครั้ง ใน 20,482 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : การนำแผ่นดวงชะตาไปร่วมหลอมเพื่อสร้างองค์พระ มีอานิสงส์ทางด้านเสริมดวงชะตาเหนือกว่าการบริจาคเงินปัจจัยร่วมสร้างอย่างเดียวหรือไม่ อย่างไรครับ ?
ตอบ : ไม่ได้อะไรเลย นอกจากรู้สึกว่าดีที่เราได้ทำแล้ว

ถาม : การนำแผ่นบรรจุดวงชะตาไปเข้ารับการสวดมนต์โดยพระสงฆ์ในช่วงระยะเวลาเท่านั้นเท่านี้ มีผลให้ดวงชะตาดีขึ้นจริงหรือไม่ อย่างไรครับ ?
ตอบ : ถ้าได้อย่างนั้นก็ดีหมดทั้งประเทศแล้ว น่าจะเจริญกว่าญี่ปุ่นอีก...! ถ้าจะทำในลักษณะอย่างนั้น อย่าเอาไปแต่แผ่นดวง แต่ให้เอาตัวเองไปด้วย

เมื่อเราไปอยู่ในพิธี ตั้งใจฟัง สภาพจิตเป็นสมาธิ เห็นพระสงฆ์เป็นผู้สวดเป็นสังฆานุสติ สิ่งที่ท่านสวดคือพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า เป็นธัมมานุสติ ได้กราบได้ไหว้พระพุทธรูปในวัดเป็นพุทธานุสติ ถ้าอย่างนั้นโอกาสที่จะเจริญก้าวหน้าได้ก็จะมี เพราะว่าเราสร้างความดีใหญ่อยู่ตลอดเวลา แต่ถ้าเราเอาไปแต่แผ่นดวง ก็ได้แค่ปลอบใจตัวเองว่าเราได้ทำแล้ว
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 05-06-2017 เมื่อ 16:24
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 180 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #27  
เก่า 05-06-2017, 16:03
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,174
ได้ให้อนุโมทนา: 64,815
ได้รับอนุโมทนา 2,858,600 ครั้ง ใน 20,482 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : การที่พระสงฆ์ท่านให้พรนั้น จะสำเร็จตามพรที่ท่านว่าเนื่องด้วยเหตุใดหรือครับ เพราะกำลังสมาธิของแต่ละท่านใช่หรือไม่ครับ ?
ตอบ : ด้วยสาเหตุสองประการ ประการแรกคือตัวเรา สภาพจิตตอนนั้นของเราเป็นอย่างไร อีกประการหนึ่งก็คือ ตัวของท่าน สภาพจิตของท่านเป็นอย่างไร ถ้าต่างคนต่างดีมีกำลังสูง โอกาสสำเร็จก็มีมาก ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียมาก โอกาสสำเร็จก็น้อย

ถาม : การที่รับชมการถ่ายทอดสดอยู่ แล้วพระท่านให้พร หากเรานำจิตน้อมรับพรนั้นไว้ด้วย เราจะได้รับพลังเช่นเดียวกันกับเมื่ออยู่ต่อหน้าท่านหรือไม่ครับ ?
ตอบ : ถ้าตั้งใจกำลังใจถูกก็ได้เหมือนกัน

ถาม : การดูบันทึกเทปต่าง ๆ ที่พระสงฆ์ท่านให้พร การนำจิตน้อมรับพรนั้นจะทำให้เราได้รับพลังเช่นเดียวกันกับเมื่ออยู่ต่อหน้าท่านโดยตรงหรือไม่ครับ ?
ตอบ : อยู่ที่กำลังใจของเราว่ามีศรัทธาเลื่อมใสเท่าไร ถ้าหากมีศรัทธาเลื่อมใสเท่ากับอยู่ต่อหน้าท่านจริง ๆ ก็ได้เท่ากัน
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 05-06-2017 เมื่อ 16:24
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 174 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #28  
เก่า 05-06-2017, 16:11
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,174
ได้ให้อนุโมทนา: 64,815
ได้รับอนุโมทนา 2,858,600 ครั้ง ใน 20,482 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : เมื่อขออาราธนาบารมีพระเพื่อพุทธาภิเษกวัตถุมงคลแล้ว วัตถุมงคลนั้นย่อมมีอานุภาพมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัตถุที่รับพลังได้มาก เช่น ทองคำ หรือ ตะกั่ว แล้วการนำมวลสารสำคัญต่าง ๆ เป็นชนวน เพื่อสร้างเป็นวัตถุมงคลนั้น จะมีผลให้เพิ่มพลังงาน อานุภาพ หรือคุณประโยชน์แก่วัตถุมงคลที่สร้างใหม่นั้นหรือไม่ อย่างไรครับ ?
ตอบ : ได้บ้างไม่ได้บ้าง เหตุที่เป็นอย่างนั้นเพราะบางท่านอธิษฐานจิตไว้ว่า ถ้าหากวัตถุนี้ละลายเป็นน้ำเมื่อไรก็หมดอานุภาพเมื่อนั้น ถ้าอย่างนั้นก็ได้เศษโลหะไปช่วยการหล่อเพิ่มขึ้นมานิดหนึ่ง แต่ถ้าเป็นท่านที่ไม่ได้จำกัดลักษณะนั้นก็ใช้ได้อยู่
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 05-06-2017 เมื่อ 16:25
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 178 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #29  
เก่า 05-06-2017, 16:17
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,174
ได้ให้อนุโมทนา: 64,815
ได้รับอนุโมทนา 2,858,600 ครั้ง ใน 20,482 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ผมรักหลวงพ่อฤๅษีฯ วัดท่าซุงมาก ถ้ากระผมเป็นผู้ติดตามหลวงพ่อท่าน แต่ทำไมผมเกิดในเขตพญานาคศรีสุทโธ คือ คำชะโนด หรือเป็นเพราะปรารถนาพุทธภูมิครับ ?
ตอบ : ต้องถามตัวเอง จะเกิดที่ไหนไม่ได้เกี่ยวกัน

การเกิดของเราส่วนหนึ่งนั้น เกิดจากการพิจารณาแล้วจึงมาเกิด ก็คือ ชาตินี้ต้องมีโอกาสสักช่วงหนึ่ง ที่เราจะได้พบครูบาอาจารย์ที่เราศรัทธาเลื่อมใสองค์นี้ มีโอกาสปฏิบัติตามคำสอนของท่าน แต่ถ้าเราไม่ยอมเลือกเกิดในที่ลำบากแบบนั้น เราอาจจะไม่ได้เกิดอีกนานแสนนาน เพราะว่าจังหวะที่เหมาะสมไม่มี ก็จำเป็นจำยอมที่จะต้องลงมาเกิดในสถานที่ซึ่งลำบากในการเดินทางก็ดี ลำบากในการทำมาหากินก็ตาม เพื่อจะให้ได้พบครูบาอาจารย์หรือธรรมะตามที่ตนได้อธิษฐานเอาไว้ ซึ่งบุญสัมพันธ์หรือกรรมสัมพันธ์เหล่านั้น จะส่งผลให้ได้ดังที่ต้องการในระยะเวลาใดเวลาหนึ่งในชีวิต เราก็ยอมเลือกที่จะเกิดในสถานที่อย่างนั้น
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 05-06-2017 เมื่อ 17:26
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 178 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #30  
เก่า 05-06-2017, 16:20
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,174
ได้ให้อนุโมทนา: 64,815
ได้รับอนุโมทนา 2,858,600 ครั้ง ใน 20,482 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : อยากทราบว่าเวลาคนเราจะเจอกับอะไร เช่น เดินอยู่ดี ๆ ก็มีความรู้สึกว่าจะมีฟุตบอลลอยมาโดนที่หัว และวินาทีต่อมาก็มีฟุตบอลลอยมาโดนที่หัวจริง ๆ อยากทราบว่าความรู้สึกที่ดูเหมือนจะรู้ก่อนหน้าที่จะโดนบอลจริง ๆ นั้นคืออะไรครับ ?
ตอบ : โบราณเรียกว่าลางสังหรณ์ ภาษาพระเรียกว่าทิพจักขุญาณอย่างอ่อน สามารถที่จะรู้ล่วงหน้าได้ แต่มักจะรู้ล่วงหน้าในระยะเวลาที่สั้นมาก ไม่เหมือนกับบุคคลที่ฝึกทบทวนทิพจักขุญาณของตัวเองให้มั่นคง จะสามารถรู้ล่วงหน้าได้นาน ๆ
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 05-06-2017 เมื่อ 16:27
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 173 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #31  
เก่า 05-06-2017, 17:36
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,174
ได้ให้อนุโมทนา: 64,815
ได้รับอนุโมทนา 2,858,600 ครั้ง ใน 20,482 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : คนที่เป็นแชมป์แข่งขันกินจุ เขาทำบุญหรือทำกรรมอะไรไว้ครับ ทำไมเขาถึงกินอาหารได้เยอะกว่าคนอื่น ๆ ได้มากขนาดนั้น ?
ตอบ : ทำบุญผสมบาป หลายคนก็ทำแบบนี้กับอาตมา ก็คือถวายอาหารมาแล้วก็มานั่งเฝ้า "หลวงพ่อฉันเยอะ ๆ นะคะ" "หลวงพี่ฉันอีกหน่อยสิครับ" ทั้ง ๆ ที่ตูยัดจะตายห่...อยู่แล้วก็ต้องยัดเพิ่มเข้าไป พวกนี้ถึงเวลาเกิดใหม่ก็จะท้องยุ้งพุงกระสอบลักษณะอย่างนั้น แต่ว่ามีความดีอยู่อย่างหนึ่งก็คือธาตุไฟดีมาก ย่อยอาหารได้ทีละมาก ๆ

หลวงพ่อวัดท่าซุงเคยเล่าให้ฟังว่า มีโยมคนหนึ่งอยู่สมุทรสาคร จะได้กินข้าวอิ่มเฉพาะวันพระเท่านั้น นอกจากนั้นไม่ได้กินอิ่มเลยแม้แต่มื้อเดียว ถามว่ากินขนาดไหน ? พอถึงวันพระ พระท่านนำอาหารที่เหลือมาให้แก ๑ กระบุง แกก็กินไปเรื่อย สามารถที่จะกินหมดกระบุงได้

ส่วนอีกรายหนึ่งอยู่ที่วัดบางนมโคชื่อกำนันเถา เป็นคู่ปรับของหลวงพ่อวัดท่าซุง เพราะว่ากำนันเถาชอบจับผิดพระ แต่เป็นลูกศิษย์หลักคนหนึ่งของหลวงปู่ปาน กำนันเถากินข้าวทีละกะละมัง ยิ่งถ้าวันไหนมีน้ำพริกคลุกข้าว กำนันเถาจะเปิบแบบลืมตายเลย หลวงปู่ปานเรียกว่า "ไอ้เถากระเพาะยาง" เพราะว่ากระเพาะยืดได้เหมือนยาง

ส่วนอีกรายหนึ่งท่านว่าเป็นคนที่ไหนไม่รู้มาเที่ยวงานวัด เห็นเขากำลังตำลูกแป้งขนมจีนอยู่ ลูกแป้งขนมจีนเป็นแป้งนึ่งครึ่งดิบครึ่งสุก ตำให้เหนียวเพื่อที่จะเอาไปรีดเป็นเส้น เขาบอกว่าขอชิมหน่อยว่ารสชาติได้ที่หรือยัง ลูกแป้งขนาดเท่าลูกฟุตบอล แกชิม
หมดเกลี้ยงเลย เพราะฉะนั้น...ต่อไปใครอยากจะได้แชมป์ในการกิน ก็พยายามตื๊อให้พระฉันเยอะ ๆ เข้าไว้
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 05-06-2017 เมื่อ 19:27
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 175 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #32  
เก่า 05-06-2017, 17:37
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,174
ได้ให้อนุโมทนา: 64,815
ได้รับอนุโมทนา 2,858,600 ครั้ง ใน 20,482 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : จะปฏิบัติตนอย่างไรจึงจะได้ชื่อว่าเป็นผู้ไม่มีอวิชชาคะ ?
ตอบ : เป็นพระอรหันต์ ถ้ายังเป็นอย่างอื่นมีอวิชชาทั้งนั้น
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 05-06-2017 เมื่อ 19:28
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 169 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #33  
เก่า 05-06-2017, 17:41
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,174
ได้ให้อนุโมทนา: 64,815
ได้รับอนุโมทนา 2,858,600 ครั้ง ใน 20,482 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : น้องชายบวชพระอยู่ค่ะ กำลังหาฤกษ์สึก คุณแม่เลือกวันที่ ๒๙ มิถุนายนเป็นวันสึกให้ แต่ตรงกับฤกษ์ดิถีพิฆาตในปฏิทินฤกษ์พรหมประสิทธิ์ กราบเรียนถามว่า หากน้องชายสึกวันนี้ เข้าใจว่าเป็นวันดีเกินคนธรรมดา เลยสงสัยว่าถ้าสึกฤกษ์ดิถีพิฆาตจะเป็นโทษแก่น้องชายไหมคะ ?
ตอบ : ลองสึกดูก่อน ถ้าไม่ลองก็ไม่รู้

ถาม : แล้วเสาร์ ๕ ละคะ ?
ตอบ : อยากจะสึกก็สึกไป ใครจะไปว่าอะไรถ้าเราไม่กลัวเสียอย่าง

ถาม : มีวันไหนที่ไม่ควรอีกไหมคะ ?
ตอบ : อาทิตย์ ๑๒ จันทร์ ๑๑ อังคาร ๗ พุธ ๓ พฤหัสฯ ๖ ศุกร์ ๙ เสาร์ ๘
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 06-06-2017 เมื่อ 18:00
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 175 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #34  
เก่า 06-06-2017, 14:02
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,174
ได้ให้อนุโมทนา: 64,815
ได้รับอนุโมทนา 2,858,600 ครั้ง ใน 20,482 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "บางคำถามของโยมก็ถามในลักษณะ "รู้เลยตาย" ก็คือ แทนที่จะคิดว่าตัวเองกำลังจะตาย ให้เร่งการปฏิบัติ ก็ไปอยากรู้เรื่องนั้นเรื่องนี้ แต่ก็เหมือนกับคนที่ "คัน" ถ้าไม่ได้เกาก็ไม่สามารถที่จะห้ามตัวเองได้ ท้ายที่สุดก็ต้องเกา เพราะฉะนั้น...อะไรที่พอสงเคราะห์ได้ก็สงเคราะห์ ถ้านอกทุ่งนอกท่ามากก็มีโดนด่าบ้าง"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 06-06-2017 เมื่อ 16:09
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 164 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #35  
เก่า 06-06-2017, 14:10
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,174
ได้ให้อนุโมทนา: 64,815
ได้รับอนุโมทนา 2,858,600 ครั้ง ใน 20,482 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "เรื่องที่ไปตื๊อให้พระฉัน ญาติโยมเป็นกันมากเลยนะ จะว่าไปแล้วก็เป็นเรื่องที่อันตราย

ในวงการพระมีเรื่องแปลก ๆ อยู่หลายเรื่อง เรื่องหนึ่งก็คือทิดสุริยา สมัยเป็นพระก็เป็นเพื่อนของอาตมาเอง ถามว่าทิดสุริยาฉันอย่างไร ? วันนั้นนั่งอยู่ด้วยกัน ท่านฉันก๋วยเตี๋ยวน้ำ ๒ ชาม ก๋วยเตี๋ยวแห้ง ๒ ชาม ข้าว ๑ จานใหญ่ สายตาพระทั้งงานมองไปที่เขาคนเดียว เพราะท่านอื่นอิ่มกันไปนานแล้ว ท้ายสุดรังสีอำมหิตน่าจะแรงเขาก็เลยรู้ตัว เงยหน้าขึ้นมาแล้วก็วางช้อน เขาบอกว่ายังไม่ได้ครึ่งท้องเลย..!

เขาก็เล่าให้ฟังด้วยความภูมิใจว่า ไปกิจนิมนต์งานหนึ่ง ตัวเองก็ฉันในลักษณะนี้ โยมน่าจะเป็นญาติของเจ้าภาพ อายุสัก ๗๐ ปี มาถึงก็ปูผ้าขาวม้าแล้วก็กราบแต่ทิดสุริยาคนเดียว "นิมนต์พระคุณท่านอยู่นาน ๆ นะครับ ฉันได้ชื่นใจโยมเหลือเกิน" ท่านสุริยายิ้มกริ่มเลย "เป็นอย่างไรโยม ? ถูกใจมากเลยหรือถึงนิมนต์ให้อยู่นาน ๆ" โยมบอกว่า "จะบอกว่าถูกใจก็ใช่ครับ แต่พิจารณาแล้ว อย่างท่านอย่าสึกเลย สึกไปทำอะไรก็ไม่พอแด...หรอกครับ" โยมว่าได้ตรงมาก"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 06-06-2017 เมื่อ 16:10
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 171 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #36  
เก่า 06-06-2017, 14:23
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,174
ได้ให้อนุโมทนา: 64,815
ได้รับอนุโมทนา 2,858,600 ครั้ง ใน 20,482 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"ส่วนอีก ๙ ราย ไปกิจนิมนต์งานทำบุญบ้าน โยมทำต้มยำกบมา พระฉันกันกระจาย ฉันไปได้พักหนึ่งก็ "โยม...เพิ่มต้มยำกบหน่อย" โยมก็ยกหม้อตักมาเพิ่มให้ อีกสักพักก็ "โยม...เพิ่มต้มยำกบหน่อย" ตักเพิ่มให้ พออีกสักพัก "โยม...เพิ่มต้มยำกบหน่อย" โยมตะแคงหม้อให้ดู "เหลือแค่นี้เจ้าค่ะ ถ้าท่านจะฉันมากกว่านี้ ดิฉันกับลูกก็ไม่ต้องแด...แล้วเจ้าค่ะ" ฟังแล้วรู้สึกอนาถอย่างไรพิกล"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 06-06-2017 เมื่อ 16:12
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 169 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #37  
เก่า 06-06-2017, 17:54
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,174
ได้ให้อนุโมทนา: 64,815
ได้รับอนุโมทนา 2,858,600 ครั้ง ใน 20,482 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "เวลาญาติโยมถวายของพระก็เลือกแต่ของดี ๆ ทำให้พระป่วยเป็นโรคกันมาก

ปัจจุบันนี้ ๕ โรคหลัก ๆ ของโรงพยาบาลสงฆ์ ได้แก่ ๑.เบาหวาน ๒.ความดันสูง ๓.ปวดข้อเข่า ๔.โรคหัวใจ ๕.อ้วน เป็นโรคที่มาจากการกินหมดเลย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสงฆ์ท่านบอกเอง

เรื่องของโภชเนมัตตัญญุตา พระพุทธเจ้าให้เรารู้ประมาณในการกิน ถ้าเป็นพระสายวัดป่าท่านบอกว่า "รู้สึกว่าจะอิ่มก็ให้หยุด" แต่ในปัจจุบันนี้ "รู้สึกว่าจะจุกแล้วค่อยหยุด" ถ้าไม่รู้ประมาณในการกินจะลำบาก เพราะเรากินอาหารเข้าไป กว่าที่ร่างกายจะรับรู้ว่ามีอาหารอยู่ในท้อง ต้องใช้เวลา ๑๐-๑๕ นาที ถ้าเป็นพระวัดท่าขนุนนี่สาหัสเลย เพราะว่าเวลา ๑๐-๑๕ นาทีนี่ฉันได้สองอิ่ม..!

ฉะนั้น...ฉันช้า ๆ เคี้ยวช้า ๆ กลืนช้า ๆ ถ้าเอาอย่างการปฏิบัติสายสติปัฏฐานแบบพองยุบคือเคี้ยวให้ได้ ๕๐ ครั้ง กลืนคำแรกลงไปนี่ให้ร่างกายบอกว่าได้อาหารแล้ว เพราะเคี้ยวมาเกือบ ๑๐ นาทีแล้ว ถ้าแบบนี้จะอิ่มเร็ว ช่วยให้ไม่อ้วน"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 06-06-2017 เมื่อ 20:02
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 165 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #38  
เก่า 06-06-2017, 19:19
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,174
ได้ให้อนุโมทนา: 64,815
ได้รับอนุโมทนา 2,858,600 ครั้ง ใน 20,482 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"อาตมาเองไปผจญภัยมาแล้ว โยมน่าจะเคยเห็น ปิ่นโตสเตนเลสเถาเล็กสุด ใส่ข้าวต้มเล็กแค่นี้เขาให้เวลาฉัน ๑ ชั่วโมง ถ้าอาตมาอยู่วัดท่าขนุนกวาด ๓ ทีก็หมดแล้ว แต่อยู่ที่โน่นเขาให้เวลาฉัน ๑ ชั่วโมง ต้อง ค่อย ๆ เคี้ยว

เวลาไปส่งอารมณ์ ท่านอาจารย์ถามว่า "ได้พิจารณาตอนฉันอาหารไหม ?" "พิจารณาครับ" "เคี้ยวกี่ครั้งถึงกลืน ?" "ประมาณ ๓๐ ครั้งครับ" "น้อยไป...ครั้งหน้าให้เพิ่มเป็น ๕๐ ครั้ง" "เวลาเคี้ยวอาหารละเอียดอยู่ส่วนในของปากหรืออยู่ส่วนกลางของปาก ?" อาจารย์ท่านถามละเอียดเอาผลจริง ๆ นะ ก็เลยไปดัดจริตกับเขามา ๑๘ วัน

ผู้เข้าอบรมพระธรรมทูต
สายวิปัสสนารุ่นที่ ๑ ทั้งหมด ๘๗ รูป ผ่านการอบรมแค่ ๑๕ รูป และ ๑๕ รูปที่ผ่าน พระอาจารย์เล็กได้ที่ ๑ เพราะว่าดัดจริตเก่ง เขาให้ทำอะไรอาตมาทำหมด หกโมงเย็นให้เดินออกจากห้องเพื่อไปฟังธรรม ห้องโถงที่ฟังธรรมอยู่ห่างไปประมาณ ๓๐ กว่าเมตร ให้เวลาเดินถึง ๑ ทุ่ม...ไหวไหม ? แต่ทำได้จริง ๆ นะ เดินก็เดินสิ อาตมาไม่ได้ห่วงอยู่แล้ว ยิ่งถึงช้าเท่าไรก็ต้องฟังน้อยเท่านั้น

แต่มีคนเก่งกว่านะ อาตมากราบ ๓ ครั้งใช้เวลา ๑๕ นาที นึกว่าเยอะแล้ว เขาบอกว่ามีคนแค่นั่งหนอ ยังไม่ทันจะกราบเลย ๑๕ นาทีเข้าไปแล้ว เขาเก่งกว่าว่ะ..! อย่าไปนินทาเขาเลยนะ นิสัยไม่ดี มาปฏิบัติธรรมกันเถอะ"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 06-06-2017 เมื่อ 20:05
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 166 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #39  
เก่า 06-06-2017, 19:40
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,174
ได้ให้อนุโมทนา: 64,815
ได้รับอนุโมทนา 2,858,600 ครั้ง ใน 20,482 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์เล่าว่า "ก่อนอาตมาบวชสองปี วันนั้นปฏิบัติธรรมอยู่ที่บ้านสายลม พอกรรมฐานภาคค่ำเสร็จ หลวงพ่อฤๅษีฯ ท่านบอกว่า "พระเสด็จมาบอกว่า ทั้งหมดที่ปฏิบัติธรรมอยู่ในวันนี้ ถ้าตั้งใจรักษาศีลแปด จะทำได้เลย ๗๐ คน" อาตมาได้ยินไม่รู้หรอกว่ามีกี่ร้อยกี่พันคน รู้แต่ว่าข้าคือ ๑ ในนั้น นี่เป็นความคิดตอนนั้น

ทันทีที่คิดแบบนั้นก็เหมือนกับคอหอยตันไปเลย ไม่นึกอยากกินอะไร การทดสอบกำลังใจก็มา พอเลิกงานแล้ว น้าโชค (คุณประสพโชค ปัจฉิมางกูร) ที่รู้จักสนิทสนมกัน บอกว่าวันนี้น้าไปส่ง แกก็ขับรถพาไป เพราะไปทางเดียวกัน อาตมาอยู่แถวสวนหลวง น้าโชคอยู่เลยไปหน่อยหนึ่ง

พอมาถึงแยกคลองตัน น้าโชคเลี้ยวเข้าร้านหม้อไฟ "เล็ก..น้าเลี้ยง" ยังเหลืออีกประมาณ ๒ กิโลเมตรกว่าก็จะถึงบ้าน บอก "เชิญคุณน้ากับน้อง ๆ กินตามสบายนะครับ ขอบคุณมากที่มาส่ง ผมไปแล้ว" ตั้งใจจะไม่กิน แล้วก็เดินกลับบ้านไปเลย

วันรุ่งขึ้นไม่ได้รู้สึกหิวนะ แต่อุปาทานว่าเราไม่ได้กินอาหารเย็นแล้ว ก็เลยกินเผื่อตอนเพลไป ๑ จาน จากที่เคยกิน ๑ จาน ก็กินเสีย ๒ จาน เสร็จแล้วก็มานึกว่า เอ็งบ้าหรือเปล่าวะ ? ไม่ได้นึกอยากแล้วไปกินเพิ่มทำไม ? ท้ายสุดวันต่อมาก็เลยไม่ได้กินเพิ่มอะไร หลังจากนั้นมาก็เลิกโดยเด็ดขาดและสิ้นเชิง

แต่มีปัญหาตรงที่บรรดาน้อง ๆ มีจำนวนมาก พอเวลาเย็นก็ไปร้านอาหาร ต้องไปเลี้ยงเขา เพราะเป็นพี่ใหญ่ของกลุ่ม สรุปว่าไปนั่งดูเขากินและต้องควักเงินจ่ายให้ด้วย เพราะฉะนั้น...เรื่องที่จะมาหลอกให้อาตมาตบะแตกเพราะอาหารนี่ไม่สำเร็จหรอก ตั้งแต่ก่อนบวชสองปีก็ลาขาดกันไปแล้ว พอถึงเวลาเขาไม่หิวเอง ไม่รู้ว่าจะไปบังคับอย่างไร อาจจะเป็นเพราะไม่ได้กินนานเกินไป ร่างกายเลยไม่ได้ผลิตน้ำย่อยช่วงนั้น"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 06-06-2017 เมื่อ 20:08
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 170 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #40  
เก่า 06-06-2017, 19:52
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 17,174
ได้ให้อนุโมทนา: 64,815
ได้รับอนุโมทนา 2,858,600 ครั้ง ใน 20,482 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"แต่มีอยู่ส่วนหนึ่งที่อยากจะให้โยมตั้งข้อสังเกตไว้ก็คือ การที่เราจะได้อะไรบางอย่าง ต้องตัดสินใจให้เด็ดขาด ในเมื่อเราคิดว่าเราทำได้ ก็ตัดสินใจเลยว่า "เอา" ทำเดี๋ยวนั้นเลย ถ้ามีการตัดสินใจแบบนี้ โอกาสที่เราจะได้อะไร ๆ ก็มีมาก แต่ถ้าไม่มีการตัดสินใจลักษณะอย่างนี้ โอกาสที่จะได้ก็มีน้อย"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 06-06-2017 เมื่อ 20:09
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 178 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 01:38



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว