กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > เก็บตกจากบ้านเติมบุญ

Notices

เก็บตกจากบ้านเติมบุญ เก็บข้อธรรมจากบ้านเติมบุญมาฝาก สำหรับผู้ที่ไม่มีโอกาสเดินทางไป

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #101  
เก่า 19-07-2017, 22:56
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,256
ได้ให้อนุโมทนา: 60,431
ได้รับอนุโมทนา 2,704,833 ครั้ง ใน 19,502 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์เล่าว่า "เจ๊ซกลั้งไปโรงพยาบาล ยื่นบัตรไว้ตั้งแต่ ๖ โมงเช้า ๙ โมงกว่าแล้วคนอื่นไปจนจะหมดแล้ว ตัวเองยังไม่ได้คิวสักทีก็โมโห ไปโวยวายเจ้าหน้าที่ว่า "ทำไมอั๊วมาก่อน คนมาทีหลังเรียกเขาหมด ไม่เรียกอั๊วสักที ?" เขาถามว่าชื่ออะไร เจ๊บอกว่าชื่อซกลั้ง เจ้าหน้าที่ดูหมดแล้วบอกไม่มีบัตรชื่อซกลั้ง ไหนเจ๊เอาบัตรประชาชนมาดูหน่อย ? ปรากฏว่าเจ๊เปลี่ยนชื่อเป็น "เพียงเพ็ญ" เขาเรียกเพียงเพ็ญเท่าไรเจ๊ก็ไม่สนใจ เจ๊รอแต่ซกลั้ง คนอื่นก็แซงคิวไปเรื่อย

ตอนสมัยอาตมายังรับราชการอยู่ ไปชายแดนมีหมาเป็นเจ้านาย เพราะยศทางทหารของหมาสูงกว่า หมามียศพันตรี แต่ขอโทษ...ไม่มีใครเรียก "ผู้พันเอ็กซ์" หรอก เรียก "ไอ้เอ็กซ์" ถ้าเราเจอหน้าครั้งแรกต้องทำความเคารพก่อน เพราะว่ายศเขาสูงกว่า ปรากฏว่าเวลาเจ้านายโมโหตะโกน "ไอ้เอ็กซ์" อาตมาก็ "ครับ" ทุกที เพราะว่าชื่อดันคล้ายกัน...!"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 02:55
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 116 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #102  
เก่า 19-07-2017, 22:59
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,256
ได้ให้อนุโมทนา: 60,431
ได้รับอนุโมทนา 2,704,833 ครั้ง ใน 19,502 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"พอไปเห็นถึงได้เข้าใจคำว่า ยศช้าง ขุนนางพระ เวลาช้างออกศึกชนะมา ได้รับพระราชทานแต่งตั้งให้เป็นคุณหลวง คุณพระ เป็นเจ้าคุณ อย่างคุณพระเศวตฯ ช้างคู่บารมีในหลวงรัชกาลที่ ๙ เจ้าพระยาไชยานุภาพ ช้างทรงของพระนเรศวรมหาราช นั่นเป็นเจ้าคุณ ปรากฏว่าเจ้าคุณก็ยังกินหญ้าอยู่เหมือนเดิม

ถึงได้บอกว่า ยศช้าง ขุนนางพระ ในหลวงตั้งสมณศักดิ์ให้เป็นชั้นนั้นชั้นนี้ เป็นพระครู เป็นเจ้าคุณ เป็นสมเด็จพระราชาคณะ ก็เห็นได้แค่ฉันเช้า ฉันเพล ได้ไม่มากไปกว่านั้นเลย

พระเราจำกัดด้วยเวลา จำกัดด้วยศีล ทำอะไรต้องอยู่ในกรอบ ส่วนใหญ่แล้วญาติโยมสมัยนี้ห่างวัดห่างวามาก โทรมาตอน ๑๑ โมง ๑๐ นาที ถ้าเป็นโยม อาตมาให้อภัย แต่หลังจากที่คุยจบก็จะเตือนว่าคราวหลังอย่าโทรมาเวลานี้ เพราะพระกำลังฉันเพลอยู่ แต่ถ้าเป็นพระโทรมานี่จะด่าเลย "ถ้ามึงไม่แด..ก็ให้คิดถึงกูด้วย กูกำลังแด..อยู่...!"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 02:56
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 115 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #103  
เก่า เมื่อวานนี้, 19:17
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,256
ได้ให้อนุโมทนา: 60,431
ได้รับอนุโมทนา 2,704,833 ครั้ง ใน 19,502 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์เล่าว่า "อาตมาเคยโดนพระยายมราชท่านว่าครั้งหนึ่ง ตอนนั้นโยมทำบุญแล้วเขาไม่เขียนชื่อมา อาตมาลงบัญชีไม่ถูกว่าใครเป็นคนถวาย ก็เลยแกล้งบอกโยมว่า "เขียนชื่อเขียนนามสกุลมาด้วย เดี๋ยวนายบัญชีท่านไม่รู้ว่าใครเป็นคนทำบุญ" เสียงท่านลุงพระยายมราชบอกว่า “เทวดาไม่ได้โง่เหมือนท่านนี่” แอบย่องมาข้างหลังตอนไหนก็ไม่รู้ ? ...(หัวเราะ)..."
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 19:49
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 94 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #104  
เก่า เมื่อวานนี้, 19:56
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,256
ได้ให้อนุโมทนา: 60,431
ได้รับอนุโมทนา 2,704,833 ครั้ง ใน 19,502 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : เป็นหมอแต่รักษาคนไข้ไม่ได้ จะบอกเขาตรง ๆ ว่าเกินความสามารถที่จะรักษาก็ไม่ได้ ?
ตอบ : เรามีหน้าที่รักษา คนทุกคนมีกรรมเป็นของตัวเอง เราทำหน้าที่ของเราดีที่สุดแล้ว ถ้าสามารถผ่อนกรรมของเขาได้ก็ดี ถ้าผ่อนกรรมของเขาไม่ได้ เขาก็ต้องยอมรับสภาพของเขาเองบ้าง ไม่อย่างนั้นเราจะเครียด...อุเบกขาบ้าง เมตตากรุณาก็ดี มุทิตายิ่งดีใหญ่เลย แต่ถ้าหากว่าสุดความสามารถแล้วต้องอุเบกขา พระพุทธเจ้าให้อุเบกขากันไว้ไม่ให้พวกเราบ้า อย่าลืมพรหมวิหารตัวสุดท้ายนะ สำคัญมากเลย

ถาม : ทำบุญให้เจ้ากรรมนายเวรของคนไข้ได้ไหม ?
ตอบ : ได้...ทำไปเถอะ แต่ส่วนใหญ่แล้วเหมือนอย่างกับเอาน้ำแก้วเดียวไปดับไฟทั้งกอง ซึ่งเป็นไปได้ยาก เพราะเขาสร้างกรรมผูกพันกันมานาน

ไปนั่งท่องพวกคำแผ่เมตตา กัมมัสสะกา...มีกรรมเป็นของตน กัมมะทายาทา...มีกรรมเป็นมรดก กัมมะโยนิ...มีกรรมเป็นกำเนิด กัมมะพันธุ...มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์


ใครทำใครได้ เขาต้องทำมาเขาถึงเป็นอย่างนั้น เราทำตามหน้าที่ของเรา ช่วยเขาได้เท่าไรก็เอาแค่นั้น ได้ทำหน้าที่ก็พอแล้ว ไม่ใช่ทำหน้าที่แล้วเราต้องประสบความสำเร็จทุกครั้งไป
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 20:23
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 91 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #105  
เก่า เมื่อวานนี้, 20:06
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,256
ได้ให้อนุโมทนา: 60,431
ได้รับอนุโมทนา 2,704,833 ครั้ง ใน 19,502 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "อาตมาจะทำบันไดขึ้นรอยพระพุทธบาท รอยพระพุทธบาทอยู่บนเขาอีกลูกหนึ่งตรงข้ามกับวัด ให้ทิดโอไปสำรวจ รายงานมา ๘๙๐ กว่าเมตร อาตมาก็ว่าบันไดเกือบพันเมตร ราคาจะเท่าไร ? ช่างสรุปราคามาที่ ๑๒ ล้าน ๘ แสนบาท"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : เมื่อวานนี้ เมื่อ 20:32
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 92 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #106  
เก่า เมื่อวานนี้, 20:32
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,256
ได้ให้อนุโมทนา: 60,431
ได้รับอนุโมทนา 2,704,833 ครั้ง ใน 19,502 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "เดี๋ยวนี้พระสำหรับถวายสังฆทาน เขาไม่ค่อยหล่อทองเหลืองกันแล้ว เห็นมีแต่ปูนทาสี ต่อไปพระทองเหลืองจะกลายเป็นของหายาก สมัยนี้ไม่ใช่เรซิ่นด้วย เห็นเป็นปูนขาวหนือปูนปาสเตอร์ทาสีเลย เขาพยายามลดต้นทุนลงไปเรื่อย ๆ เพื่อเอากำไรมากขึ้น"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 02:08
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 91 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #107  
เก่า เมื่อวานนี้, 20:37
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,256
ได้ให้อนุโมทนา: 60,431
ได้รับอนุโมทนา 2,704,833 ครั้ง ใน 19,502 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

มีโยมเอาพระแก้วมาถวาย "สมัยก่อนคำว่า แก้ว แปลว่า ของที่มีค่ามาก เช่น ช้างแก้ว ม้าแก้ว นางแก้ว ขุนพลแก้ว ขุนคลังแก้ว เป็นสัตว์หรือบุคคลที่มีคุณค่าหาได้ยาก ของเราถวายพระแก้ว ก็แปลว่า ถวายพระที่มีคุณค่าหาได้ยาก"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 02:09
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 95 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #108  
เก่า เมื่อวานนี้, 20:44
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,256
ได้ให้อนุโมทนา: 60,431
ได้รับอนุโมทนา 2,704,833 ครั้ง ใน 19,502 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

มีโยมเอาผ้าอาบน้ำฝนมาถวาย "ผ้าอาบน้ำฝนต้องอย่างนี้ ผ้าอาบสมัยนี้ซีทรูชัด ๆ เขาพยายามที่จะลดวัสดุลงเพื่อที่จะได้ขายให้ได้กำไรมากขึ้น ทอตาห่าง ๆ อย่างกับตามุ้ง แล้วจะให้พระที่ไหนไปนุ่งอาบน้ำ เพราะฉะนั้น...ผ้าอาบของอาตมาใช้ผ้าสบงทั่วไป แต่อันนี้เขาทำผ้าอาบมาประณีตมาก ถือว่าร้านนี้คบได้

ส่วนใหญ่พวกร้านขายสังฆภัณฑ์ ไม่น่าจะเป็นร้านบรรจุสังฆทานเอง แต่ได้รับการบรรจุมาจากที่อื่น หลายแห่งจะเห็นว่าเอากระดาษหนังสือพิมพ์บ้าง ถุงบ้าง ยัดใส่เอาไว้ครึ่งค่อนถัง แล้วก็เอาของวางไว้ข้างบน จนดูเหมือนกับมีของเยอะ

บางร้านก็เอาถาดวางไว้ตรงปากถังเลย แล้วเอาของวางบนถาด ถึงเวลาก็ห่อกระดาษแก้วรวมกัน เหมือนอย่างกับว่าของล้นขึ้นมาขนาดนั้น แต่จริง ๆ แล้วเป็นถังเปล่า ๆ วางผิดจังหวะก็หกคะเมนไปเลย เพราะว่าหนักข้างบน"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 02:10
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 90 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #109  
เก่า เมื่อวานนี้, 21:07
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,256
ได้ให้อนุโมทนา: 60,431
ได้รับอนุโมทนา 2,704,833 ครั้ง ใน 19,502 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "คุณหมอฉลองตายทำให้เห็นว่า คนที่ตั้งใจทำงานด้วยใจจริง ๆ ชาวบ้านจะรักมาก เพราะว่าคนไปกันแน่นวัด เผาตอน ๔ โมง ๑๓ นาที จนถึง ๕ โมงเย็นรถยังออกจากวัดไม่หมด เจ้าหน้าที่ ๕ คนช่วยกันโบกไปเถอะ ถ้าไปเจอพวก “ผมเคยออกทางนี้” สักคันก็เจ๊งเลย เขาให้เดินรถทางเดียวแล้วไปวิ่งสวน

คืนแรกที่สวดตั้งเก้าอี้ไว้ ๔๐๐ ตัวไม่พอ ไปเอาเพิ่มอีก ๓๐๐ ตัวก็ไม่พอ ก็เลยแจ้งทางด้านนายกเทศมนตรีว่า
วันเผาขอเก้าอี้เพิ่มด้วย นายกเทศมนตรีเอามาให้อีก ๕๐๐ ตัว เกือบไม่พอเหมือนกัน

หมอฉลองเริ่มรับราชการที่โรงพยาบาลทองผาภูมิปี ๒๕๓๐ ทำงานด้วยใจจริง ๆ ทุ่มเททุกอย่างให้กับชาวบ้าน คิดโครงการสารพัดโครงการเพื่อสุขภาพของชาวบ้าน ใครเจ็บใครป่วยอะไรถ้าอยู่โรงพยาบาลจะตามดูตลอด ถ้ากลับบ้านแล้วก็ยังตามข่าวคราวอยู่ อยู่ ๆ ก็ตาย อายุแค่ ๕๕ ปี เป็นการตายที่กะทันหันมาก ญาติ ๆ ทำใจไม่ได้

ท่านพิจิตร โตเร็ว อัยการศาลจังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวานนี้ร้องไห้เลย เพราะว่าใส่บาตรคู่กันทุกวัน อาตมาเทศน์เมื่อวานไม่เข้าหูท่านอัยการเลย เพราะว่ามัวแต่ร้องไห้อยู่ ขึ้นบาลีว่า "อัชเชวะ กิจจะมาตัปปัง โก ชัญญา มะระณัง สุเว พระพุทธเจ้าตรัสว่า มีการงานอะไรพึงทำให้สำเร็จเสียตั้งแต่วันนี้ เพราะไม่รู้ว่า
จะตายในวันพรุ่งนี้หรือเปล่า" อธิบายขยายความจนจบ ไม่ได้เข้าหูท่านอัยการเลย คิดอยู่อย่างเดียวว่าหมอฉลองตายเร็วเกินไป

วันที่ ๒๑ มิถุนายนนี้คุณหมอยังไปวัด เพราะว่าท่านทำหน้าที่มัคคนายกและเป็นไวยาวัจกรด้วย ปรากฏว่าวันที่ ๒๒ พระมหาสันติ พระน้องชายโทรมาบอกว่าหมอฉลองเข้าโรงพยาบาล อาตมาก็...เออ เดี๋ยวมีเวลาค่อยไปเยี่ยม วันที่ ๒๓ โทรมาบอกว่าตายแล้ว ไปเร็วมาก คนมีบุญมักจะไปในลักษณะอย่างนั้น ไปง่าย ไปเร็ว ไม่มีทุกทรมาน คนดีตาย คนก็ร้องไห้เสียใจ คนไม่ดีตาย ถ้ามีคนร้องไห้คงจะดีใจ..!"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 02:14
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 93 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #110  
เก่า เมื่อวานนี้, 21:15
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,256
ได้ให้อนุโมทนา: 60,431
ได้รับอนุโมทนา 2,704,833 ครั้ง ใน 19,502 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"การตายของหมอฉลองนั้น ครอบครัวสูญเสียลูกที่ดี โรงพยาบาลสูญเสียบุคลากรที่ดี วัดก็สูญเสียไวยาวัจกรและมัคคนายกที่ดี ชาวบ้านเสียหนักกว่าเพื่อน เสียคุณหมอที่แสนดีของเขาไป

ตอนแรกคุณยายทองร่วม คุณแม่ของหมอฉลองก็บ่น “ยายอายุ ๘๐ แล้วจะให้ไปท่าขนุนก็ไกลเกินไป อย่าเอาหมอไปที่นั่นเลย” บอกว่ายายลองขึ้นไปหน่อยก็แล้วกัน ปรากฏว่าสวดศพคืนแรกคนมากัน จนเตรียมเก้าอี้ ๗๐๐ ตัวไม่พอนั่ง บอกยายว่า “คราวนี้ยายรู้หรือยังว่าทำไมต้องเอาหมอมาที่นี่ ?” ยายไม่คิดว่าคนจะรักหมอฉลองกันขนาดนี้

ตอนนี้บรรดากลุ่ม LINE ต่าง ๆ เหงาเลย เพราะว่าหมอฉลองขยันส่ง LINE มาก ไม่ว่าจะข่าวคราวอะไรจะแจ้งถึงตลอด หลายคนบอกว่าต้องรีบปิด LINE ถามว่าทำไม ? เดี๋ยวหมอส่งมาอีก ...(หัวเราะ)... ถ้าส่งตอนนี้น่าจะส่งข่าวว่าไปอยู่ที่ไหน..!"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 02:16
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 90 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #111  
เก่า เมื่อวานนี้, 21:30
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,256
ได้ให้อนุโมทนา: 60,431
ได้รับอนุโมทนา 2,704,833 ครั้ง ใน 19,502 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์เล่าว่า "อาตมาไปงานวันเกิดหลวงปู่ครูบาบุญยังที่วัดห้วยน้ำอุ่น ท่านทำพิธีสืบชะตาอายุ ๗๘ ปี ไปเจอ "กล้วยลับแล" เข้าที่นั่น อ๋อ...ที่แท้พวกเขาย่องมาทำบุญกับหลวงปู่เหมือนกัน

สมัยก่อนหลวงปู่ครูบาไชยวงศ์บอกว่า พวกลับแลมาทำบุญกับท่านบ่อย ส่วนใหญ่ชอบเอากล้วยมาถวาย ให้สังเกตว่ากล้วยเครือไหนถ้ามีถึง ๑๓ หวี หวีหนึ่งมีถึง ๑๖ ลูกขึ้นไป เป็นกล้วยของคนลับแล เคยเห็นกล้วยเครือใหญ่ขนาดนั้นไหม ? แต่ครั้งนี้อาตมาเจอ ๒๐ หวี หวีละ ๒๐ ลูก ถ่ายรูปไว้ดูด้วย ไม่ทันเห็นว่าเขาเอามาวางไว้ตอนไหน เพราะว่านั่งลงไปก็อยู่ตรงหน้าแล้ว"


ถาม : ได้ชิมไหม ?
ตอบ : ไม่กล้ากิน เขาวางถวายหลวงปู่ คาดว่ารสชาติน่าจะดีเพราะว่าอุดมสมบูรณ์ขนาดนั้น ลูกใหญ่มากนะ แล้วหวีหนึ่งมีตั้ง ๒๐ ลูก อาตมาไปนั่งนับเลย เครือหนึ่งมีกี่หวีก็หมุนซ้ายหมุนขวานับดู สรุปแล้วเครือนั้นมี ๒๐ หวี หวีหนึ่งมี ๒๐ ลูก กล้วยเครือหนึ่งมีตั้ง ๔๐๐ ลูก..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 09:43
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 87 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #112  
เก่า เมื่อวานนี้, 21:33
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,256
ได้ให้อนุโมทนา: 60,431
ได้รับอนุโมทนา 2,704,833 ครั้ง ใน 19,502 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

สมัยหลวงปู่ครูบาไชยวงศ์มีลูกศิษย์ช่างสังเกต พอเห็นแล้วก็ย่องตามเขาไป เขาก็แต่งตัวเหมือนชาวบ้านธรรมดานี่แหละ เดินไป ๆ เผลอหน่อยเดียวหายลับตาไปทุกที อยากจะรู้ว่าอยู่ตรงไหน ก็อุตส่าห์ย่องตามไป

อาตมาอยู่ที่ตองไว ประเทศพม่า วันนั้นเป็นวันพระ เดินขึ้นไปไหว้พระเจดีย์เสร็จ ก็นั่งพิงผนังภูเขาภาวนาไปเรื่อย อยู่ ๆ ก็มีคนมายืนอยู่ตรงหน้า อาตมาก็...อ้าว
อย่างนี้ไม่ใช่คนปกติแล้ว จึงทักก่อน เขาไม่เห็นว่ามีพระแอบนั่งอยู่ตรงซอกเขา ก็เลยถามว่า “โยม...ถามอะไรหน่อย ?” เขาก็ตกใจหันมาเห็นพระเข้า ถามว่า “ที่โยมมานี่เป็นอภิญญาหรือว่าเป็นฤทธิ์โดยธรรมชาติ ?” เขาบอกว่าเป็นฤทธิ์โดยธรรมชาติ เรียกว่า กัมมวิปากชาฤทธิ์ สามารถใช้ได้ตามปกติ
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 02:20
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 87 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #113  
เก่า เมื่อวานนี้, 21:37
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,256
ได้ให้อนุโมทนา: 60,431
ได้รับอนุโมทนา 2,704,833 ครั้ง ใน 19,502 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถามว่า “ฤทธิ์โดยธรรมชาติแบบไหน ?” “ก็แบบเดียวกับนกบินได้ ปลาว่ายน้ำได้” แล้วก็เลยถามว่าเขามาทำอะไร ? เขาบอก “วันนี้วันพระ มาทำบุญ” แสดงว่าอาจารย์อังกุระท่านปฏิบัติดีใช้ได้

ก็เลยบอกว่า “มาลองแข่งกันหน่อยไหม ?” รู้สึกคัน..อยากลอง ไม่ได้เล่นมานานแล้ว เขาถามว่าแข่งอะไร ? “ใครจะเข้าไปถึงศาลาก่อนกัน” เขาบอกว่า แข่งกันเฉย ๆ นั้นไม่สนุก เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน เขาล้วงถุงเงินมาให้ดู โอ้...เจ้าประคุณเถอะ มีแต่เหรียญเงินใหญ่ ๆ รูปพระนางเจ้าวิกตอเรียทั้งนั้นเลย เป็นเหรียญเงินสมัยอังกฤษครองพม่าอยู่

เขาบอกว่า “ถ้าท่านชนะผมให้หมดนี่เลย” “แล้วถ้าหากว่าอาตมาแพ้ ?” เขาบอกว่า “ให้ท่านหาพระอีก ๔ รูป รวมกับท่านเป็น ๕ รูปเข้าไปให้ผมทำบุญ ๓ วัน” ก็เลยบอกว่าถ้าทำบุญ ๓ วันไม่ได้หรอก เพราะอาตมาได้ยินว่าวันหนึ่งของเขานี่เป็นเดือนของเรา อาตมาหายไป ๓ วันนี่คนทางกรุงเทพฯ ร้องตายเลย

เขาก็เลยเปิดทางให้ดูว่า ถ้าพระคุณเจ้าจะไปเมื่อไรให้ไปทางนี้ ก็มองไป พอเขาเอามือทำท่ากวาดไป เห็นเป็นทางเลย จะมีแนวลำธารที่ต้องข้ามไป เขาบอกว่ามาถึงลำธารแล้วตะโกนเรียก ผมจะให้คนมารับ จนป่านนี้อาตมายังไม่ได้ไปเลย สิบกว่ายี่สิบปีแล้ว ไปทีจะเอาตั้ง ๓ วัน ต้องแบบนี้ไปจำพรรษากับเขาด้วยนะสิ
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 02:23
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 86 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #114  
เก่า เมื่อวานนี้, 21:39
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,256
ได้ให้อนุโมทนา: 60,431
ได้รับอนุโมทนา 2,704,833 ครั้ง ใน 19,502 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ได้ลองแข่งกันหรือเปล่าคะ ?
ตอบ : ไม่ได้ลองกัน เพราะว่า ๓ วันถ้าอาตมาแพ้นี่เจ๊งเลยนะ วันหนึ่งเป็นเดือนยังพอทน ถ้าวันหนึ่งเป็นปีนี่ยุ่งเลย หายไป ๓ ปี โผล่มาอีกทีหลายคนแก่หมดแล้ว ถ้าเวลาเขาต่างกันขนาดนี้ สำหรับเรากับเขาก็คงจะไม่นาน วันไหนเบื่อ ๆ โยมก็ลองหนีเข้าไปในนั้น ๓-๔ วันแล้วค่อยออกมา

ถามว่าชาวลับแลเป็นใคร ? ก็เป็นคนนี่แหละ ทำบุญมาดี แต่ว่าไม่ดีพอที่จะเสวยสุขเป็นเทวดานางฟ้า แต่ก็ดีเกินกว่าที่จะอยู่ร่วมกับพวกเรา ก็เลยกลายเป็นเขตต่างหากของพวกเขาอยู่ ส่วนใหญ่แล้วมีพื้นฐานศีล ๕ เป็นปกติ เพราะฉะนั้น...โครงการหมู่บ้านศีล ๕ นี่ไม่ต้องไปประกาศในเขตลับแลหรอก เขาทำกันเป็นปกติอยู่แล้ว
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 02:24
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 85 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #115  
เก่า เมื่อวานนี้, 21:57
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,256
ได้ให้อนุโมทนา: 60,431
ได้รับอนุโมทนา 2,704,833 ครั้ง ใน 19,502 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า มีอยู่วันหนึ่ง ก็กำลังรับสังฆทานอยู่อย่างนี้แหละ พระท่านก็บอกว่า "คนสมัยนี้ทำบุญ ตั้งกำลังใจผิดจึงได้บุญน้อย" กราบเรียนถามท่านว่าเป็นเพราะอะไร ? ท่านบอกว่า “มัวแต่ถ่ายรูปกัน” กำลังใจไม่ได้ตั้งมั่นอยู่กับทานตรงหน้า ห่วงแต่จะถ่ายรูป

อันนี้อาตมาไม่ได้ว่าเองนะ ท่านที่มองไม่เห็นท่านว่ามา อาตมาก็แค่ว่าต่อ ไม่เป็นไรหรอก...อย่างไรก็มีหลักฐานนะ ถึงเวลาลงไปข้างล่างนี่นายบัญชีทำงานง่าย เพราะว่าเรามีหลักฐานพร้อมว่าได้ทำบุญจริง ๆ”
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 02:26
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 86 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #116  
เก่า วันนี้, 08:36
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,256
ได้ให้อนุโมทนา: 60,431
ได้รับอนุโมทนา 2,704,833 ครั้ง ใน 19,502 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์เล่าว่า "ตอนช่วงสตมวาร ก็คืองาน ๑๐๐ วันในหลวง ทางอำเภอมอบหมายให้สภาวัฒนธรรมอำเภอทองผาภูมิเป็นแม่งาน มีงบประมาณให้ ๓๐,๐๐๐ บาท แล้วจัดงานออกมาดีมาก เขาก็เลยให้มาอีก ๓๔,๐๐๐ บาท ขอให้ช่วยจัดงานเทศกาลผลไม้ของดีทองผาภูมิ

ไม่ทราบว่าทางอำเภอไม่รู้หรือว่ารู้แต่แกล้งไม่รู้ ว่าที่ให้มา ๓๐,๐๐๐ บาทตอนงานในหลวง อาตมาควักเพิ่มไปเป็นแสน..! นี่เขาก็เลยให้มา ๓๔,๐๐๐ บาท จัดงานเทศกาลสำหรับคนทั้งประเทศ ปรากฏว่าเจ้าคณะอำเภอบอกว่า “อาจารย์พระครูรู้ไหม ? เขาเก็บค่าร้าน ร้านหนึ่งตั้ง ๒,๕๐๐ บาท” อาตมาก็ “เฮ้ย...เก็บหรือ ? ผมให้เต็นท์ฟรีเลยนะ” “ก็ส่วนของอาจารย์พระครูเขาไม่เก็บหรอก แต่พวกที่มาตั้งร้านส่วนอื่นโดนทุกคน” "เขาไม่มาบอกผมนี่ ถ้าเขาบอกผมให้ตั้งฟรี" ใครไม่รู้เป็นนักเลงไปเก็บเสียร้านละ ๒,๕๐๐ บาท"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 09:40
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 64 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #117  
เก่า วันนี้, 08:40
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,256
ได้ให้อนุโมทนา: 60,431
ได้รับอนุโมทนา 2,704,833 ครั้ง ใน 19,502 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"อาตมาในฐานะประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอทองผาภูมิ ก็ต้องบอกว่าเป็นภาระที่เลี่ยงไม่ได้ เพราะว่าอะไรรู้ไหม ? สภาวัฒนธรรมอำเภอมีทั่วประเทศ ๘๗๘ สภา มีประธานสภาเป็นพระอยู่ ๑ รูป อีก ๘๗๗ เป็นฆราวาสทั้งหมด ในเมื่อเป็นสภาวัฒนธรรมก็ต้องเอางานเกี่ยวกับวัฒนธรรมไปแสดง ส่วนเด็ก ๆ กระดี๊กระด๊ามาก ถ้าพระอาจารย์เล็กเป็นประธานก็แสดงกันสุดชีวิตเลยเพราะรู้ว่าได้เงินแน่

สรุปว่าวันแรกอาตมาจ่ายคนละ ๒๐๐ บาทให้เด็ก ๆ ที่มาแสดง หมดไป ๑๓,๘๐๐ บาท หารเอาเองว่ากี่คน ? เฉพาะรางวัลเด็กที่มาแสดงนะ ๖๐ กว่าคนมากันแบบไม่ยั้งเลย

แต่ก็เป็นที่ชื่นชมของประธานจัดงาน ทางด้านรองผู้ว่าฯ มาเปิดงาน ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดในฐานะผู้บังคับบัญชาอีกชั้นหนึ่งของอาตมาก็มา เขามาดูงานว่างบน้อย ๆ จัดงานได้ดีจัดกันอย่างไร ก็จัดแบบนี้แหละ เพราะว่าควักกระเป๋าจ่ายเพิ่มเอง..!"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 09:41
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 64 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #118  
เก่า วันนี้, 08:52
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 16,256
ได้ให้อนุโมทนา: 60,431
ได้รับอนุโมทนา 2,704,833 ครั้ง ใน 19,502 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"อาตมาให้งบประมาณสภาวัฒนธรรมตำบล ๗ ตำบลเพื่อทำอาหารที่เป็นวัฒนธรรมพื้นบ้านมาจำหน่ายในงาน ก็มีมอญ กะเหรี่ยง ขมุ ฯลฯ ปรากฏว่าไทยอีสานกินขาดเลย ของรายอื่น ๆ ให้งบประมาณไปแล้วต่อยอดไม่ได้ เพราะว่าอาหารที่ทำมาไม่เป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตา พอวันแรกหมดแล้วก็หมดเลย

แต่ปรากฏว่าของเรือนไทยอีสานนี่ ๕ วันคึกคักมาก ให้ทุนไป ๓,๐๐๐ บาท เขาต่อยอดได้ตั้งหลายหมื่น ข้าวเหนียว ส้มตำ ไก่ปิ้ง ซุปหน่อไม้ ขายกันกระจายเลย อาตมาก็ถามหัวหน้าทีมมอญกับกะเหรี่ยงว่า "ทำไมสู้เขาไม่ได้วะ ?" ก็เพราะว่าอาหารอีสานเขารู้จักกันทั่วประเทศ แต่อาหารมอญอาหารกะเหรี่ยงเขารู้กันอยู่แค่กลุ่มเล็ก ๆ

อาตมามอบเงินให้เขาไปทำ ถ้าหากว่าเขาต่อยอด ได้กำไรก็ใส่กระเป๋าตัวเองไปเลย ไม่ต้องเอามาคืน ได้ลองไปลองชิมดู...อร่อยมาก โดยเฉพาะซุปหน่อไม้ อาตมาฉันข้าวเหนียวหมดไปถุงใหญ่ ฉันเสร็จแล้วต้องทำงานต่อ เดินแทบไม่ออกเลย"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 09:43
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 61 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 5 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 5 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 17:57



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว