กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องบูรพาจารย์ > ประวัติและปฏิปทาของพระสุปฏิปันโน

Notices

ประวัติและปฏิปทาของพระสุปฏิปันโน รวมประวัติ ปฏิปทาของครูบาอาจารย์อันเป็นที่เคารพจากทั่วเมืองไทย

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 27-01-2009, 13:40
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,227
ได้ให้อนุโมทนา: 76,110
ได้รับอนุโมทนา 3,196,814 ครั้ง ใน 22,605 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default เล่าเรื่องหลวงปู่

หลวงปู่กล่อม สมัยไปหาหลวงพ่อนั้น ท่านยังเป็นพระเทพวราลังการอยู่ ลงจากสองแถวก็ถือไม้เท้าเดินก๊อก ๆ ถามหากุฏิหลวงปู่ฤๅษี ทั้งพระทั้งโยมไม่มีใครรู้จัก นึกว่าหลวงตาแก่ ๆ มาจากบ้านนอกคอกนา ก็ท่านเล่นขึ้นสองแถวมานี่นา..!

อีกทีท่านบุกเข้าไปกราบหลวงปู่ธรรมชัยถึงกุฏิ(ที่วัดท่าซุง) ทั้งที่หลวงปู่ธรรมชัยยังไม่ได้เป็นพระครู และอ่อนกว่าทั้งอายุทั้งพรรษา แต่หลวงปู่กล่อมกราบหลวงปู่ธรรมชัยก่อน

ท่านถามหลวงปู่ธรรมชัยว่า " พระเดชพระคุณขอรับ..กระผมปรารถนาพระโพธิญาณ แต่ด้อยวาสนาปัญญาน้อย ไม่ทราบว่ายังบกพร่องในการสร้างบารมีจุดใดบ้าง ขอพระเดชพระคุณเมตตาชี้แนะให้เกล้ากระผมด้วยเถิดขอรับ "

หลวงปู่ธรรมชัยพับเพียบแต้พนมมือตอบแบบเลี่ยงไม่ได้ว่า " วิริยะบารมีกับปัญญาบารมียังพร่องอยู่ พยายามหน่อยนะครับ.."

พวกเราจะละมานะแบบหลวงปู่ได้ไหมละคะ?


คัดลอกมาจากเว็บกระโถนข้างธรรมาสน์
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 27-02-2010 เมื่อ 16:03
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 87 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 27-01-2009, 13:41
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,227
ได้ให้อนุโมทนา: 76,110
ได้รับอนุโมทนา 3,196,814 ครั้ง ใน 22,605 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

หลวงปู่ชุ่มท่านพูดน้อยมาก ส่วนใหญ่เอาแต่นั่งยิ้ม ถามคำตอบคำ จนคนเกรงใจไปเอง แต่องค์นี้แหละ ที่หลวงปู่ฤๅษีบอกว่า เข้านิโรธสมาบัติได้ทั้งสี่อิริยาบถ..!
หลวงปู่เป็นผู้มอบแก้วจักรพรรดิให้แก่หลวงปู่ฤๅษีเอง ท่านว่าท่านหมดอายุแล้วไม่ต้องใช้อีก แต่ " หลวงน้อง " ต้องสงเคราะห์คนมาก หากมีแก้วจักรพรรดิไว้จะได้มีความคล่องตัวมากขึ้น
วัตถุมงคลของหลวงปู่ยุคนั้นมี ตะกรุดปรอท ตะกรุดหนังลูกวัวตายในท้อง เหรียญหมดห่วง ท่านว่าท่านเสกปรอทให้แข็งตัวได้เท่านั้น แต่อาจารย์ของท่านเสกเป็นแก้วได้ ปรอทตัวเมียจะเป็นแก้วราหู ปรอทตัวผู้จะเป็นแก้วจักรพรรดิ
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 24-04-2009 เมื่อ 00:45
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 89 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 27-01-2009, 13:42
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,227
ได้ให้อนุโมทนา: 76,110
ได้รับอนุโมทนา 3,196,814 ครั้ง ใน 22,605 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

หลวงปู่ดาบสเดิมเป็นพระมหาสง่า สุมโน ธุดงค์มาจากจันทบุรี ขึ้นไปปฏิบัติธรรมทางภาคเหนือ ได้สร้างพระเจดีย์ที่ อ.ลอง จ.แพร่ และชักชวนคนให้มาถือศีลปฏิบัติธรรมเป็นจำนวนมาก
บรรดา " แพะ " ทั้งหลายเห็นว่ามีคนไปหาท่านมาก ต้องมีเงินมากแน่ ๆ จึงไปเรียกร้องผลประโยชน์จากท่าน ท่านบอกว่าเอาไปสร้างพระเจดีย์หมดแล้วก็ไม่มีใครเชื่อ
เมื่อไม่ได้อะไรจากท่านก็หาทางกลั่นแกล้ง จนในที่สุดจับท่านสึก ท่านถอดสังฆาฏิให้เขาไป บอกว่า " ถ้านี่เป็นเครื่องหมายของพระในความหมายของพวกคุณผมก็ ขอสละให้ ต่อไปนี้ผมจะเป็นพระในความหมายของพระพุทธเจ้า อย่ามายุ่งกับผมอีก ถ้ามายุ่งอีกคราวนี้ผมจะสู้..! "
ท่านได้รับนิมนต์จากทางไร่บุญรอดฯให้ไปสร้างสำนักอยู่ ใช้ชื่อว่า " อาศรมเวฬุวัน " เขาก็ยังตามกลั่นแกล้งท่านอีก ว่าเอาชื่อวัดแรกของทางพระพุทธศาสนามาใช้ไม่ได้ จนท่านต้องเปลี่ยนชื่อเป็น " อาศรมไผ่มรกต "
หลวงปู่ท่านจึงเป็น " ดาบส " และไม่พาดสังฆาฏิมาตั้งแต่บัดนั้น
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 21-05-2009 เมื่อ 13:03
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 86 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า 27-01-2009, 13:45
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,227
ได้ให้อนุโมทนา: 76,110
ได้รับอนุโมทนา 3,196,814 ครั้ง ใน 22,605 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ในงานวันเกิดหลวงปู่บุดดา ท่านอาจารย์บุกป่าไปดูถ้ำมรกตอยู่หลายวัน นึกได้ว่าเป็นงานวันเกิดหลวงปู่ก็ตอนเช้าวันงานแล้ว กลัวว่าจะไปไม่ทัน หลวงปู่ปรากฏเฉพาะหน้าท่านอาจารย์บอกว่า ให้ไปเถอะ ท่านจะรอ ท่านอาจารย์ไปถึงหกโมงเย็นแล้ว หลวงปู่ที่ปกติจะเลิกรับแขกสี่โมงเย็นยังนั่งรออยู่. .! พอท่านอาจารย์ถวายสักการะและทำบุญเสร็จ หลวงปู่ก็กลับเข้ากุฏิเลย..!

ท่านอาจารย์ถวายการรับใช้หลวงปู่บุดดาที่ศาลา ๑๒ ไร่ ก่อนกลับท่านอาจารย์กราบลา หลวงปู่ดึงศีรษะท่านอาจารย์ไปไว้บนตัก ท่านอาจารย์บอกว่า " เป็นภาษาใจชัด ๆ เลยผ่านจากหลวงปู่เข้ามาในใจว่า " ปู่ลาแล้วนะลูก..! " เข้าใจทันทีว่าท่านลาไปนิพพาน..! " หลังจากนั้นเป็นปีหลวงปู่จึงมรณภาพ แต่ช่วงนั้นท่านอาจารย์ติดภารกิจ จนไม่มีเวลาที่จะไปกราบหลวงปู่อีกเลย ท่านว่า " หลวงปู่ลาล่วงหน้าเป็นปี ใครจะรู้ได้ขนาดนี้..! "
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 21-05-2009 เมื่อ 13:18
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 90 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #5  
เก่า 27-01-2009, 13:47
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,227
ได้ให้อนุโมทนา: 76,110
ได้รับอนุโมทนา 3,196,814 ครั้ง ใน 22,605 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ในจำนวนครูบาอาจารย์ที่หลวงปู่ฤๅษีแนะนำในยุคแรก หลวงปู่ครูบาไชยวงศ์ งานหนักที่สุด ไปช้าที่สุด..! "

จะเห็นได้ว่า หลวงปู่ฤๅษีท่านไม่ได้ผูกขาดลูกศิษย์ ครูบาอาจารย์ที่ไหนดีท่านก็แนะนำให้ไปหา ใครที่ว่าเป็นลูกศิษย์ท่าน ถ้ายังหวงวิชา หวงครูบาอาจารย์ ผูกขาดเฉพาะที่ คงต้องทบทวนตัวเองใหม่แล้ว..!


รวบรวมจากเว็บกระโถนข้างธรรมาสน์
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 27-02-2010 เมื่อ 16:04
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 91 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 13:01



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว