กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > เก็บตกจากบ้านเติมบุญ

Notices

เก็บตกจากบ้านเติมบุญ เก็บข้อธรรมจากบ้านเติมบุญมาฝาก สำหรับผู้ที่ไม่มีโอกาสเดินทางไป

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #41  
เก่า 10-07-2018, 20:52
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,424
ได้ให้อนุโมทนา: 77,115
ได้รับอนุโมทนา 3,228,404 ครั้ง ใน 22,808 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : กรณีนักท่องเที่ยวชาวจีนที่มาเสียชีวิตเป็นจำนวนมากเพราะเรือล่มที่ภูเก็ต การเสียชีวิตพร้อมกันแบบนี้ เกิดจากกรรมที่ร่วมทำกันมา หรือเป็นความบังเอิญครับ ?
ตอบ : ในเรื่องของพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าท่านสอนให้เชื่อกรรม คำว่าบังเอิญจึงไม่มี
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 11-07-2018 เมื่อ 02:03
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 198 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #42  
เก่า 10-07-2018, 22:01
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,424
ได้ให้อนุโมทนา: 77,115
ได้รับอนุโมทนา 3,228,404 ครั้ง ใน 22,808 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ผมเคยสวดมนต์ก่อนนอนที่โรงแรมในเชียงใหม่ รู้สึกขนลุกขนชันบ้าง มีกระแสอะไรบางอย่างไหลวูบวาบในตัว แต่ผมก็พยายามมีสติและสวดมนต์ต่อไป แต่มีครั้งหนึ่งที่ผมสวดมนต์อยู่ มีความรู้สึกเหมือนโดนฟ้าผ่าและไฟช็อตจนผมตกใจ แต่ไม่ทราบว่าตกใจ สะดุ้งหรืออย่างไร เมื่อลืมตาขึ้น ผมกลับมานอนตรงหัวเตียงใกล้หมอนที่ผมวางพระเครื่องไว้ ทั้งที่ตอนสวดมนต์ผมนอนอยู่ที่ปลายเตียง วันที่สองผมสวดมนต์ไป ก็พยายามมีสติ สังเกตอาการตัวเอง สวดมนต์ใกล้เสร็จก็คิดว่าดีจัง วันนี้ไม่โดนเหมือนเมื่อวาน แต่คิดได้แวบเดียว ก็ได้ยินเสียงไฟฟ้าช็อตเหมือนเมื่อวาน แต่อาการสะดุ้งตัวลดไปครึ่งหนึ่ง พอทรงตัวได้ไม่ตกใจมาก ต่อมาผมกลับมาสวดมนต์ที่บ้านก็มีอาการเหมือนเดิม แต่อาการสะดุ้งกลัวลดลง รู้สึกเฉย ๆ และหายไปครับ จากสิ่งที่ผมเจอนี้ผมควรทำอย่างไรต่อไปครับ ?

ตอบ : คราวหน้าพยายามสวดมนต์ตรงหน้ากล้องวงจรปิด ถึงเวลาจะได้เปิดดูว่าเกิดอะไรขึ้น เรื่องนี้ทางด้านฝรั่งเกิดเหตุการณ์หลายอย่าง ที่พอเปิดภาพวงจรปิดแล้วอธิบายไม่ได้ อย่างเช่นมีคนนอนหลับอยู่ ตื่นขึ้นมาทีไร ปรากฏว่าผ้าห่มไปคนละทิศคนละทางทุกที เขาก็เลยตั้งกล้องวงจรปิดจ่อเอาไว้ เห็นเป็นภาพเหมือนกับมีคนผ่านมาทางหน้าต่าง สักพักหนึ่งอยู่ ๆ ผ้าห่มก็โดนกระชากหลุดจากตัวไป จนทุกวันนี้ฝรั่งยังไม่สามารถที่จะบอกได้ว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะว่าคนหลับก็ยังหลับต่อไป ไม่ยอมตื่น

เรื่องพวกนี้ถ้าอยากรู้และมีหลักฐานอะไรที่พอเป็นวิทยาศาสตร์อยู่บ้าง ก็ขอแนะนำว่าไปสวดมนต์หน้ากล้องวงจรปิด ถ้าไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนก็ไปที่วัดท่าขนุน มีกล้องวงจรปิดตั้ง ๕๐-๖๐ ตัว...!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 11-07-2018 เมื่อ 14:01
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 194 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #43  
เก่า 10-07-2018, 22:23
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,424
ได้ให้อนุโมทนา: 77,115
ได้รับอนุโมทนา 3,228,404 ครั้ง ใน 22,808 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

คำถามหลายประเภทเป็นคำถามของคนขี้เกียจ ข้อมูลมีอยู่เต็มอินเตอร์เน็ตหรืออยู่ในเว็บวัดท่าขนุนก็มี แต่ไม่ยอมค้นคว้า จัดเป็นประเภทมักง่าย เห็นครูบาอาจารย์เป็นสายด่วน ถึงเวลาก็โทรถามอย่างเดียว คนประเภทนี้ถ้าปฏิบัติธรรมจะเอาดีได้ยาก เพราะว่าตราบใดที่ยังมักง่าย ก็แปลว่าสภาพจิตยังหยาบมาก โอกาสที่ทำแล้วจะเกิดผลก็มีน้อยไปด้วย

ดังนั้น...ขอตักเตือนว่าใช้ความพยายามของตนเองให้สิ้นสุดกำลังเสียก่อน ถ้าทำทุกวิถีทางแล้วหาข้อมูลไม่ได้ค่อยมาถาม
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 11-07-2018 เมื่อ 02:06
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 199 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #44  
เก่า 10-07-2018, 22:33
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,424
ได้ให้อนุโมทนา: 77,115
ได้รับอนุโมทนา 3,228,404 ครั้ง ใน 22,808 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

อีกส่วนหนึ่งของคำถามก็คือ อย่าพยายามถามเกินในสิ่งที่ตนเองปฏิบัติไปมาก ถ้าถามเกินไปมาก ถึงเวลาได้รับคำตอบไปก็จะฟุ้งซ่าน อยากมีอย่างนั้น อยากได้อย่างนั้น อยากเป็นอย่างนั้น แล้วจะทำให้การปฏิบัติในปัจจุบันของเราเสียไปเลย

วิธีที่ดีที่สุดก็คือ ปฏิบัติไปแล้วติดขัดตรงไหน ให้ถามตรงจุดนั้น จะทำให้เราเห็นช่องทาง และมีความก้าวหน้าในการปฏิบัติต่อไป
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 11-07-2018 เมื่อ 02:07
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 201 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #45  
เก่า 11-07-2018, 18:19
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,424
ได้ให้อนุโมทนา: 77,115
ได้รับอนุโมทนา 3,228,404 ครั้ง ใน 22,808 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "ในโลกนี้หรือโลกอื่นก็ตาม มีสิ่งที่ละเอียดเกินประสาทสัมผัสทั้ง ๕ ของเราอยู่ด้วยเป็นจำนวนมาก ถ้าไม่ใช่วาระบุญวาระกรรมส่งผล เราก็ไม่สามารถที่จะรู้เห็นได้ แต่บางครั้งวาระบุญวาระกรรมส่งผล เนื่องจากว่าสภาพจิตของเรามืดบอดเกินไป หรืออีกฝ่ายหนึ่งกำลังน้อยเกินไป สัมผัสต่าง ๆ ก็จะไม่ชัดเจนเช่นกัน ยกเว้นท่านที่กำลังมาก อย่างแม่นากพระโขนง เป็นต้น ก็สามารถที่จะทำให้เราเห็นได้ชัดเจน

บางท่านก็มาได้แค่กลิ่น บางท่านก็มาได้แค่เสียง ในส่วนนี้ก็รอจนกว่าจะเจอด้วยตนเองแล้วค่อยเชื่อ ตราบใดที่ยังไม่เจอด้วยตนเอง ก็อย่าเพิ่งเชื่อว่าเจ้านางถ้ำหลวงนางนอนมีจริง จนกว่าจะไปติดในนั้นสักเดือนแล้วค่อยว่ากันใหม่...!"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 12-07-2018 เมื่อ 03:34
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 190 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #46  
เก่า 11-07-2018, 19:15
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,424
ได้ให้อนุโมทนา: 77,115
ได้รับอนุโมทนา 3,228,404 ครั้ง ใน 22,808 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์เล่าว่า "ความจริงหลวงพ่อเอียดนี่หลวงปู่ทองเฒ่าท่านตั้งใจจะให้เป็นเจ้าอาวาสวัดเขาอ้อ แต่ปรากฏว่าทางวัดดอนศาลาว่างเจ้าอาวาสเสียก่อน ท่านก็เลยให้หลวงพ่อเอียดไปอยู่วัดดอนศาลา ทั้ง ๆ ที่ท่านอยู่เขาอ้อมาจนรากงอก จนกระทั่งทุกคนเข้าใจว่าหลวงพ่อเอียดต้องวัดเขาอ้อ แต่จริง ๆ แล้วเจ้าอาวาสวัดเขาอ้อช่วงนั้น คือ หลวงพ่อปาล ปาลธมฺโม

หลวงพ่อปาลหน้าตาท่านประเภทน่าบรรลุจริง ๆ หน้าตาท่านแบบคนอมทุกข์ เบื่อโลกสุด ๆ อะไรประมาณนั้น “ทำไมกูต้องเป็นเจ้าอาวาสวะ ?” ท่านชอบนั่งชันเข่าแล้วเอาผ้าพาดไหล่ บางทีเห็นรูปท่านแล้วก็ขำ ๆ หน้าตาท่านเบื่อโลกน่าดูเลย ท่านก็คงอยากมีความสุขอยู่กับการปฏิบัติภาวนา แต่ต้องมาแบกภาระวัดเขาอ้อ

พระนักปฏิบัติไม่มีใครเขาอยากเป็นเจ้าอาวาสกันหรอก หลวงพ่อฤๅษีฯ ท่านประเภทปล่อยให้คนอื่นเป็นเจ้าอาวาสวัดบางนมโคเสียจนกระทั่งไม่มีใครแล้ว ท่านถึงยอมเป็น"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 12-07-2018 เมื่อ 03:36
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 192 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #47  
เก่า 11-07-2018, 19:32
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,424
ได้ให้อนุโมทนา: 77,115
ได้รับอนุโมทนา 3,228,404 ครั้ง ใน 22,808 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : หลวงพ่อฤๅษีฯ กับอาจารย์เจิมใครแก่กว่ากันครับ ?
ตอบ : อาจารย์เจิมแก่กว่ามาก ผ้ายันต์เกราะเพชรหลวงปู่ปานที่อาตมาพกอยู่นี่คือลายมือท่านอาจารย์เจิม

สมัยก่อนพอชาวบ้านต้องการยันต์ หลวงปู่ปานท่านรักษาโรคจนไม่มีเวลา ก็ต้องบอกให้หลวงพ่อเจิมเขียนมา เดี๋ยวท่านจะเสกให้ หลวงพ่อฤๅษีฯ ท่านบอกว่าเห็นอยู่ครั้งเดียว หลวงประธานถ่องวิจัยต้องการผ้ายันต์อย่างเร่งด่วน เพราะว่าทหารจะออกรบ ต้องรีบกลับมาแจกเขาก่อนที่จะยกกำลังไป

ถึงเวลาแบกผ้ายันต์มาทั้งถาด หลวงปู่ปานท่านบอกว่า “เสกไม่ทันโว้ย ไปเอาไม้เท้าข้ามาหน่อย” หลวงพ่อฤๅษีฯ ท่านหยิบไม้เท้ามา ท่านบอกว่าเห็นหลวงปู่ปานเคาะโป๊กเดียว ผ้าขาว ๆ กลายเป็นยันต์เต็มพรืดเลย ท่านบอกว่า "นี่เขาเรียกว่านะปัดตลอด" ท่านพยายามเรียนอย่างไรก็เรียนไม่ได้ เพราะว่าคนที่ได้รับถ่ายทอดไปก็คือลิเกหอมหวล

หอมหวลไปเล่นลิเกถวายที่วัดบางนมโคฟรีทุกปี เพราะว่าหลวงปู่ปานท่านให้วิชาไว้ ท่านบอกว่านะปัดตลอดนี่พอถึงเวลากำแป้งไว้ในมือแล้วเป่าไป แป้งจะพุ่งไปจนกว่าจะชนอะไรที่ขวางหน้า จะติดต้นไม้ จะติดเสาเรือน หรือจะติดข้างฝาอย่างไรก็ได้ จะไปติดอยู่ตรงนั้น ทั้ง ๆ ที่ตอนเป่าไปเป็นแป้ง แต่ไปติดเป็นตัว "นะ" เสร็จแล้วท่านบอกว่าคนจะไหลมาเทมาทางทิศนั้น

คราวนี้พอหลวงพ่อฤๅษีฯ ท่านไปขอเรียน ช่วงหน้าแล้งหอมหวลก็เล่นลิเกไปเรื่อย ๆ ท่านตามไม่ทัน ถึงเวลาเขาก็เล่นไปเรื่อย พวกนี้เรียกที่ไหนก็ไปที่นั่น พอถึงเวลาหน้าจำพรรษาฝนก็ตก ไม่มีงาน เขาอยู่เป็นที่ พระก็ไปเกิน ๗ วันไม่ได้ หลวงพ่อท่านท่านบอกว่าเซ็งเลย ท้ายสุดก็ไม่ได้เรียนสักที
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 12-07-2018 เมื่อ 19:34
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 195 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #48  
เก่า 11-07-2018, 19:47
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,424
ได้ให้อนุโมทนา: 77,115
ได้รับอนุโมทนา 3,228,404 ครั้ง ใน 22,808 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

กล่าวถึงวัตถุมงคลหลวงพ่อสุ่น วัดศาลากุน "อันนี้เป็นเหล็กจาร ถ้าหากว่าเป็นไม้ครูจะเป็นสีดำแล้วก็ไม่มีปลาย ท่านทำสั้น ๆ แค่นี้เอง รากพุดซ้อนที่ใหญ่ขนาดนี้หายากสุด ๆ ท่านให้ช่างแกะเป็นลักษณะของลิงเหมือนกัน มีทั้งลิงจับเข่า มีทั้งลิงพนมมือ ต้องบอกว่าหายากกว่าหนุมานของท่านอีก คราวนี้เขาไปโรยแป้งเอาไว้เลยดูของเก่าไม่ได้ เพราะว่าปกติแล้วจะดูของเก่า จะมีฝุ่นมีอะไรจับอยู่ในซอกลายแกะ อันนี้เป็นไม้ไม่ใช่โลหะ ปลายเขาฝังตะปูไว้ คราวนี้ถ้าคนไม่เคยเห็นของไม่รู้จักของ เขาก็ตีปลอมเลย เสียของหมด

พอดีตอนทำไม้ครูล่าสุด อาตมาเอามาช่วยทำพิธีทั้งสองอัน มาทั้งไม้ครูทั้งเหล็กจารเลย เห็นว่าเป็นไม้ครูเหมือนกัน คนโบราณเวลาเขาตั้งใจทำอะไรจะดูงามมาก เอาแค่พี่ชายของอาตมาแกะง่ามหนังสติ๊กด้วยเขาควาย ยังใช้เวลาตั้ง ๖ เดือน ค่อย ๆ เอาเศษแก้วขูดเกลาทีละนิด ๆ

พี่ชายคนที่อาตมาบอกว่าปิ้งข้าวโพดแล้วไม่ไหม้สักเม็ด สุกเสมอกันทั้งฝัก อาตมานี่ประเภทรอจนไส้จะขาด เขาค่อย ๆ ปิ้ง ค่อย ๆ พลิกอยู่นั่นแหละ เป็นอาตมาก็แหย่พรวดเข้าไป ไหม้บ้างไม่ไหม้บ้างก็เอาแล้ว คนราคะจริตเป็นอย่างนั้นจริง ๆ

สมัยก่อนเขาไปฝึกซ่อมรถจักรยาน แล้วจะต้องต่อโครงรถจักรยาน ต้องเชื่อมทองเหลืองด้วยเตาฟู่ แกก็ประเภทมือหนึ่งจับโครงรถ มือหนึ่งก็ใช้เตาฟู่ ค่อย ๆ ไล้จนไม่มีรอยต่อ พวกเราเชื่อมนี่ต้องมีรอยต่อ แกเป่าจนกระทั่งลื่นเป็นเนื้อเดียวกัน ทำงานชาวบ้านเหมือนกับเป็นงานของตัวเอง จริตเขาเป็นอย่างนั้น ถึงเวลาก็ทำเต็มที่ ค่อย ๆ ทำจนกระทั่งท้ายสุดก็ต้องเลิก ทำดีเกินไปแล้วรถเขาไม่เสีย ไม่รู้ว่าจะซ่อมอะไร ทำดีเกินไปข้าวของไม่เสียไม่รู้ว่าจะซ่อมอะไร ท้ายสุดก็ไปทำไร่ดีกว่า สภาพจิตละเอียดอย่างนั้นถ้าปฏิบัติธรรมจะได้ดีเร็ว"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 30-07-2018 เมื่อ 03:25
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 186 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #49  
เก่า 11-07-2018, 20:06
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,424
ได้ให้อนุโมทนา: 77,115
ได้รับอนุโมทนา 3,228,404 ครั้ง ใน 22,808 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "เรื่องของนักฟุตบอลเด็กทีมหมูป่า จังหวัดเชียงราย กับผู้ฝึกสอนที่ไปติดอยู่ในถ้ำ ถ้าว่ากันตามหลักของพระพุทธศาสนาเราก็คือวาระกรรมมาถึง แต่ในส่วนนี้บางอย่างทำให้สังคมของเรามองผิด อย่างเช่นว่าปัจจุบันบางส่วนเห็นเด็กเป็นฮีโร่ ก็คือเป็นวีรบุรุษ ออกมาก็คงจะต้องสัมภาษณ์ ต้องออกทีวี ต้องอะไรกันมากมาย ขอให้เข้าใจว่าพวกเขาไม่ใช่วีรบุรุษ แต่เขาเป็นผู้ประสบภัย แล้วเป็นผู้ประสบภัยที่มีคนถามว่าทะลึ่งไปทำอะไร ?

เราลองมานึกดูว่า ถ้าบ้านเราห้างก็ไม่มี โรงหนังก็ไม่มี บาร์หรือไนต์คลับก็ไม่มี ถึงเวลาก็ต้องไปเที่ยวที่ธรรมชาติ เพียงแต่ดวงเฮงไปหน่อยเท่านั้นเอง เจอน้ำท่วมเต็มทางเข้า แล้วก็ไม่ใช่ระยะสั้น ๆ ท่วมตั้งสามกิโลเมตรกว่า ขนาดนักประดาน้ำระดับโลก
จากอังกฤษที่เขามาช่วยยังหลงทางแทบตาย ที่เจอนั่นเพราะว่าวาระกรรมผ่านพ้นไปพอดี เขาบอกว่าถ้าเชือกยาวกว่านั้นอีกสัก ๑๕ ฟุตก็ไม่เจอเด็กหรอก คราวนี้เชือกหมดเขาก็เลยต้องโผล่ขึ้นมาดูว่าอยู่ตรงไหน...ไปจ๊ะเอ๋เด็กเข้าพอดี อันนี้ก็คือส่วนหนึ่ง

อีกส่วนหนึ่งก็คือเด็กตอนแรกไปเที่ยวกันเอง พอเด็กหายไปพ่อแม่ก็แจ้งครู ครูเป็นโค้ชหรือเป็นครูฝึกก็เลยตามไปด้วย ก็ปรากฏว่าครูนั้นเก่งที่ตามเด็กทัน แต่ออกมาไม่ทัน เพราะว่าน้ำป่าถึงเวลาหลากมานี่ มาประเภทภูเขาถล่มเลย จึงโดนปิดปากถ้ำเสียก่อนออกไม่ได้ แต่ว่าครูก็เก่ง ไม่ขาดสติ บอกว่าเคยบวชมาหลายพรรษา เมื่อเอาเด็กหนีน้ำขึ้นที่สูงได้แล้วก็ให้นั่งนิ่ง ๆ หรือไม่ก็นอนภาวนา เพื่อที่จะได้ใช้พลังงานให้น้อยที่สุด เขาเป็นคนพื้นถิ่นเขาก็รู้ว่า พอถึงเวลาถ้าน้ำท่วมแถวนั้นจะนานมาก แต่ไม่เคยคิดว่าจะนานถึงขนาดเป็น ๑๐ วัน"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 12-07-2018 เมื่อ 03:47
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 198 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #50  
เก่า 11-07-2018, 20:11
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,424
ได้ให้อนุโมทนา: 77,115
ได้รับอนุโมทนา 3,228,404 ครั้ง ใน 22,808 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"คราวนี้ก็เห็นว่าเรื่องของพลังโซเชียลก็คือสื่อต่าง ๆ ช่วยได้เยอะมาก แต่ขณะเดียวกันก็ทำลายคนได้เยอะมาก ที่ว่าช่วยได้เยอะมากก็คือ พอเรื่องกระจายออกไป ทั้งในและต่างประเทศก็มาช่วยกันหมด ต่างคนต่างอยากจะมาช่วย เพราะว่าเป็นตัวอย่างที่ไม่เคยมีที่ไหนมาก่อน เขามีแต่นักประดาน้ำไปหลงทางอยู่ในถ้ำใต้น้ำ แต่นี่ไม่ใช่ เด็กเดินเข้าไปแล้วอยู่ ๆ จากถ้ำธรรมดากลายเป็นอยู่ใต้น้ำไป

ระยะทาง ๓ กิโลเมตรนี่ถ้าใครไม่รู้ว่าไกลแค่ไหน ขอบอกว่าอาตมาเองเป็นคนหายใจยาวมาก ชั่วลมหายใจหนึ่งนานกว่าคนทั่ว ๆ ไป อย่างมากก็ดำได้แค่ ๒-๓ นาทีเอง พูดง่าย ๆ ว่าถ้าไปสัก ๑๐๐ - ๑๕๐ เมตรก็หมดสภาพแล้ว ต้องโผล่ขึ้นมาหายใจ แต่นี่น้ำท่วมถ้ำตลอด ไม่มีที่ให้หยุดหายใจได้ ๓ กิโลเมตรกว่า แล้วเด็กที่ไหนจะทนได้ ? ขนาดพวกหน่วยซีลที่ฝึกกันมาอย่างทรหดอดทนที่สุดแล้ว ยังจะไปไม่รอด ก็เลยกลายเป็นปัญหาใหญ่กว่าที่คิด

ในขณะเดียวกันก็มีคนฉวยโอกาสเรี่ยไรเงิน มาบอกว่าเอาไปช่วยเด็ก พวกนี้หากินได้ทุกสถานการณ์ ถ้าจะช่วยก็ช่วยแบบโน่น...คณะสงฆ์จังหวัดกาญจนบุรี ขนน้ำมันไปให้เขาด้วย ๒,๐๐๐ ลิตร หลวงพ่อโท (พระครูวิศาลกาญจนกิจ) พรรคพวกกันอยู่วัดตะคร้ำเอนที่ท่ามะกา เอาน้ำมันไปให้เขา ๒,๐๐๐ ลิตร เพื่อเอาไปสูบน้ำออกจากถ้ำ อย่างนี้ก็แปลว่าคุณตั้งใจช่วยจริง ๆ ก็คือควักเงินซื้อไปเลย ไม่ใช่ว่าไปเที่ยวเรี่ยไรชาวบ้านเขา แล้วก็ไม่รู้จะไปถึงหรือไม่ถึง

แล้วส่วนหนึ่งของบ้านเราก็คือว่าข่าวลวงมีเยอะมาก ถึงเวลาก็มีภาพมาเจอเด็กแล้ว เจอไอ้โน่นแล้ว เจอไอ้นี่แล้ว ไม่ได้เจอจริงสักทีหนึ่ง อยู่ในลักษณะเป็นข่าวหลอกมากกว่า เพราะฉะนั้น...ต้องทำตัวเป็นคนหูหนักเข้าไว้ หูหนักใจหนักแล้วจะปลอดภัย ไม่ต้องกลายเป็นเหยื่อของกระแสสื่อสังคม

ขณะที่ต่างชาติ ชาติโน้นก็ส่งนักประดาน้ำไปช่วย ชาตินี้ก็ส่งผู้เชี่ยวชาญมาช่วย บ้านเราหน่วยกู้ภัยโน้นก็ส่งคนไปช่วย หน่วยกู้ภัยนี้ก็ส่งคนมาช่วย แล้วคนไทยเราไปทำอะไร ? ไป Live สด..! น่าตายมากไหม ? ไปขวางการทำงานเขายังไม่พอ ถ้าอยากดูคนที่อยู่ในพื้นที่ถึงเวลาเขาก็ส่งมาให้ดูเอง ไม่ต้องตะเกียกตะกายไปเกะกะการทำงานของเขา ส่วนที่น่าตายยิ่งไปกว่านั้นก็คือ แต่ละคนเขาแห่กันมาทุ่มเทกำลังกายกำลังใจ แช่น้ำจนตัวเปื่อยเพื่อที่จะช่วยเด็ก บ้านเราไปเล่นแทงหวยเลข ๑๓ สมควรตายไหม ? สังคมบ้านเราเป็นอะไร ? อยากจะให้ดูตรงนี้"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 12-07-2018 เมื่อ 19:34
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 188 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #51  
เก่า 11-07-2018, 20:18
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,424
ได้ให้อนุโมทนา: 77,115
ได้รับอนุโมทนา 3,228,404 ครั้ง ใน 22,808 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"อีกส่วนหนึ่งก็คือเรื่องที่พระสงฆ์ต่าง ๆ ไป ที่ท่านไปแผ่เมตตาให้เป็นกำลังใจ เพราะว่าญาติโยมนิมนต์ ไม่มีใครอยากไปเองหรอก เสร็จแล้วก็มีพวกที่เก่งกว่าพระ ที่มาตำหนิว่าการกระทำแบบนั้นไม่ใช่กิจของสงฆ์ อาตมาขอยืนยันว่าเป็นกิจของสงฆ์

คุณยายอ่านพระไตรปิฎกครบไหม ? ประโยคแรกที่พระพุทธเจ้าตรัสบอกเมื่อส่งพระ ๖๐ รูป ออกไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาครั้งแรกก็คือ จรถ ภิกฺขเว จาริกํ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ขอพวกเธอจงเที่ยวไป พหุชนหิตาย เพื่อประโยชน์ของคนหมู่มาก พหุชนสุขาย เพื่อความสุขของคนหมู่มาก โลกานุกมฺปาย เพื่ออนุเคราะห์แก่โลก

ในเมื่อโยมเขาเดือดร้อน เขามีความทุกข์ พระไปแล้วเขามีความหวัง มีความสบายใจ มีความสุข เป็นไปตามที่พระพุทธเจ้าสั่งไว้เลย แต่คุณยายบอกว่าไม่ใช่กิจของสงฆ์ ไปทำอย่างนั้นผิดศีล อยากจะรู้ว่าคุณยายอ่านพระไตรปิฎกครบไหม ? ต้องบอกว่า
จริง ๆ นั้นคุณยายวิปลาส..!

วิ แปลว่า วิเศษ แจ่มแจ้ง แตกต่าง มีอะไรบ้าง ? ทิฏฐิวิปลาส เห็นต่างจากคนอื่นเขา คนอื่นเขาเห็นเรื่องของพระ เรื่องของเจ้าเป็นสิ่งที่น่าเคารพ น่ากราบไหว้ น่ายกย่อง น่าบูชา คุณยายเห็นอย่างเดียวว่าพระไม่ได้เรื่อง กูเก่งกว่าพระ..!

อย่างที่สองก็คือ สติวิปลาส ความยั้งคิดแตกต่างจากคนอื่น ญาติโยมนิมนต์ไป พระก็ต้องไปเพื่อเจริญศรัทธา คุณยายบอกว่าพระไปทำไม ? ต่อไปก็จิตวิปลาส แต่ภาษาสมัยใหม่เขาเรียกบ้า แต่ความจริงจิตวิปลาสภาษาพระเขาแปลว่าคิดผิด คิดต่างจากคนอื่นเขา คือ ไปคิดว่าโลกนี้กูเก่งอยู่คนเดียว เพราะว่าคุณยายเรียนพระอภิธรรมมา

อาตมาอยากจะบอกว่าวิปลาสของยายนั้น เป็นเพราะไปเรียนพระอภิธรรมมา สมัยก่อนหลวงพ่ออุตตมะท่านบอกปู่ลาย (นายสัจจะ มูลแก้ว) บอกว่า “โยมลาย..เรียนพระอภิธรรมเดี๋ยวหาพระไหว้ไม่ได้นะ” ปู่ลายไม่เชื่อ แล้วท้ายสุดก็จริง ๆ ปู่ลายเก่งกว่าพระ พระทั้งทองผาภูมิปู่ลายยอมลงให้เจ้าอาวาสวัดท่าขนุนอยู่รูปเดียว"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 12-07-2018 เมื่อ 03:56
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 189 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #52  
เก่า 11-07-2018, 20:43
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,424
ได้ให้อนุโมทนา: 77,115
ได้รับอนุโมทนา 3,228,404 ครั้ง ใน 22,808 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"ปู่ลายอายุ ๘๐ กว่าปี แต่เรียกอาตมาว่าหลวงปู่ ถามว่าทำไม ? เขาบอกว่าถามอะไรก็ตอบได้หมด สงสัยข้อธรรมอะไรก็แก้ไขได้หมด ความรู้ขนาดนี้ต้องเป็นหลวงปู่ เป็นหลวงพ่อไม่ได้หรอก นั่นก็ยังดีว่าปู่ลายมีโอกาสที่จะแก้ไข เพราะว่ามีคนที่สามารถบอกทางถูกให้

แต่คุณยายน่าสงสารมาก ไม่มีใครบอกทางถูกให้ พวกที่เรียนพระอภิธรรม อาตมาอยากจะบอกว่าวิปลาสทุกคน สมัยนี้เราคิดว่าวิปลาสคือบ้า ความจริงคำนี้ วิ แปลว่า แตกต่าง ปลาส คือ ไปจาก ก็คือแตกต่างไปจากคนอื่น คิดแตกต่างจากคนอื่น เห็นแตกต่างจากคนอื่น

พระพุทธเจ้าสอนพระอภิธรรม ท่านไม่ได้สอนคน ท่านสอนพรหม สอนเทวดาที่เป็นอุคฆติตัญญูบุคคล แค่ฟังหัวข้อก็รู้เรื่องแล้ว กุสะลา ธัมมา อะกุสะลา ธัมมา อัพยากะตา ธัมมา เรา
ไปฟังรู้เรื่องอะไร ? ก็ได้แต่ธัมมา ๆ อยู่นั่น แต่นั่นเขาจะรู้ว่า กุสะลา ธัมมา คือธรรมที่เป็นกุศล คืออะไร ? ก็คือกายสุจริต ไม่ทำชั่วด้วยกาย วจีสุจริต ไม่ทำชั่วด้วยวาจา มโนสุจริต ไม่ทำชั่วด้วยใจ

กายสุจริตเป็นอย่างไร ? ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ไม่ประพฤติผิดในกาม
ไม่ดื่มสุราเมรัย วจีสุจริตเป็นอย่างไร ? ไม่พูดปด ไม่พูดคำหยาบ ไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดวาจาเพ้อเจ้อไร้ประโยชน์ มโนสุจริตเป็นอย่างไร ? ไม่โลภอยากได้ของคนอื่น ไม่คิดโกรธเกลียดอาฆาตแค้นคนอื่น มีความเห็นเป็นสัมมาทิฏฐิ พอเราไปฟังเราได้อะไร ? เราก็ได้แต่ กุสะลา ธัมมา ๆ ไม่รู้เรื่องเลย

ในเมื่อของที่ท่านสอนพรหมสอนเทวดาถึงขนาดต้องใช้เวลาถึง ๓ เดือนของโลกมนุษย์ แล้วจะมีมนุษย์ที่ไหนที่สามารถฟังพระอภิธรรมจนจบได้โดยไม่อดตายเสียก่อนบ้าง ? แต่ก็มีพวกที่พยายามไปเรียนพระอภิธรรมแล้วก็มาทำตัวเก่งกว่าพระ"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 14-07-2018 เมื่อ 03:12
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 186 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #53  
เก่า 11-07-2018, 20:49
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,424
ได้ให้อนุโมทนา: 77,115
ได้รับอนุโมทนา 3,228,404 ครั้ง ใน 22,808 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"หลักธรรมหลายอย่างในพระไตรปิฎก พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนคนทั่ว ๆ ไป แต่ว่าสอนเฉพาะบุคคล สอนเฉพาะสถานที่นั้น ดังนั้น...ในส่วนของพระอภิธรรม ถ้าใครไปเรียนอาตมาเห็นว่าวิปลาสหมดนั่นแหละ บางส่วน อย่างเช่นมหาสติปัฏฐานสูตร พระพุทธเจ้าสอนชาวกัมมาสธัมมะนิคม แคว้นกุรุ ไม่ได้สอนคนทั่วไป

ชาวกัมมาสธัมมะนิคม แคว้นกุรุนั้น มีความฉลาดมาก สนทนาในเรื่องหลักธรรมกันทั้งวัน ขนาดนกแขกเต้าที่ภิกษุณีเลี้ยงไว้โดนเหยี่ยวโฉบไป นางภิกษุณีกระโดดปรบมือร้องเสียงดัง เหยี่ยวตกใจปล่อยนกแขกเต้าคืนมา นกแขกเต้าถ้าเราไม่รู้จัก โบราณเขาเรียกว่านกแก้วหัวแพร เป็นนกพูดได้ นางภิกษุณีถามว่ารู้สึกอย่างไรบ้าง ? นกแขกเต้าบอกว่า รู้สึกเหมือนร่างกระดูกกำลังจะเอาร่างกระดูกไปกิน นั่นขนาดนกยังทรงอัฏฐิกอสุภกรรมฐานเป็นปกติ แล้วชาวบ้านเขาจะขนาดไหน ?"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 12-07-2018 เมื่อ 04:03
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 188 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #54  
เก่า 11-07-2018, 20:52
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,424
ได้ให้อนุโมทนา: 77,115
ได้รับอนุโมทนา 3,228,404 ครั้ง ใน 22,808 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"เหตุที่ชาวบ้านประกอบไปด้วยความฉลาดขนาดนั้น เพราะว่าพวกเขาเป็นมนุษย์ต่างดาว ไม่ใช่คนทั่ว ๆ ไป ในสมัยที่โลกมีพระเจ้าจักรพรรดิราช จะต้องแสดงพระราชอำนาจด้วยการปราบทวีปทั้ง ๔ นั่นคือโลกที่เราอยู่ซึ่งเรียกว่าชมพูทวีป และโลกอื่น คือ อุตรกุรุทวีป อมรโคยานทวีป ปุพพวิเทหทวีป

เมื่อปราบได้ก็แสดงพระราชอำนาจ ด้วยการเอาประชาชนของแคว้นนั้นส่วนหนึ่งมาไว้ที่ชมพูทวีป พวกที่มาจากอุตรกุรุทวีปก็เอาไว้ที่แคว้นกุรุ กัมมาสธัมมะนิคมนั่นเอง อมรโคยานทวีปเอาไว้ที่เมืองอมรปุระ ปัจจุบันอยู่ในประเทศพม่า ปุพพวิเทหทวีปก็เอาไว้ที่เมืองเทวทหะ เมืองแม่ของพระพุทธเจ้าเลย

เพราะฉะนั้น...ถ้าหากเราจะบอกว่าพระพุทธเจ้าเป็นลูกมนุษย์ต่างดาวก็ใช่อยู่ เพราะว่าเชื้อสายมีมานานแล้ว แล้วถามว่าสังเกตอย่างไร ? คนของอุตรกุรุทวีปจะหน้ากลมเป็นพระจันทร์วันเพ็ญ พวกอมรโคยานทวีปเขาบอกว่าหน้าเป็นสี่เหลี่ยม ไม่รู้ว่านามสกุล "ชินวัตร" ด้วยหรือเปล่า ? ปุพพวิเทหทวีปเขาบอกว่าหน้าเหมือนพระจันทร์เสี้ยว คล้าย ๆ อาตมา ก็คือน่าจะเป็นรูปโค้งอย่างนี้ ถ้านึกไม่ออกนึกถึงยายแม่มด ประเภทคางยาว ๆ หน้าโค้ง ๆ ส่วนชมพูทวีปของเราหน้าเป็นรูปไข่ แต่เขาบอกว่าเหมือนลูกหว้า หน้าทรงรี ๆ

เพราะฉะนั้น...ใครเป็นเชื้อสายของมนุษย์ต่างดาวหรือมนุษย์โลกนี้อย่างไร ก็ไปส่องกระจกดูหน้าตัวเองเอา จะเห็นว่ามีเค้าอยู่ ในเมื่อพระพุทธเจ้าแสดงธรรมสอนมนุษย์ต่างดาวที่ฉลาดมาก เทคโนโลยีล้ำหน้าเราไปเป็นแสน ๆ ปี ถ้าหากเราไปอ่านมหาสติปัฏฐานสูตรเราก็จะได้แค่บรรพแรก ๆ อย่างกายในกาย เช่น อานาปานสติ อิริยาบถ สัมปชัญญะ พอไปถึงเวทนาในเวทนา จิตในจิต ธรรมในธรรม เราก็ไปกันไม่เป็นแล้ว ความฉลาดไม่พอ หัวสมองมีความจุ "แรม" น้อยไปหน่อย"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 12-07-2018 เมื่อ 19:35
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 183 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #55  
เก่า 11-07-2018, 20:58
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,424
ได้ให้อนุโมทนา: 77,115
ได้รับอนุโมทนา 3,228,404 ครั้ง ใน 22,808 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"ของบางอย่างที่เป็นของเฉพาะ แต่เราพยายามจะไปตะเกียกตะกายไปศึกษาก็ลำบาก ถ้าหากว่าไม่เป็นของเฉพาะตัว พระพุทธเจ้าท่านก็คงไม่ต้องเทศน์ถึง ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์หรอก เทศน์อะไรสักบทหนึ่งก็บรรลุได้เหมือนกันหมดแล้ว จะไปเทศน์เยอะแยะทำไม ?

ท่านใดที่รู้ตัวว่าวิปลาสก็พยายามปรับปรุงความประพฤติเสียใหม่ อย่าเห็นพระเป็นบันไดให้ตัวเองก้าวเหยียบผ่านไป เพราะว่าถ้าก้าวผิดจะก้าวลงนรก แล้วสมัยนี้มีเยอะมาก โดยเฉพาะเอาพวกศีล ๕ ไม่ครบมาออกกฎหมายให้พระปฏิบัติตาม เพิ่งจะผ่าน สนช. ๓ วาระไปเมื่อวานนี้ แต่ละคนกำลังสร้างเวรสร้างกรรมไว้ขนานใหญ่ จะไปรู้ตัวอีกทีก็ตอนตาย ซึ่งตอนนั้นก็แก้ไขอะไรไม่ทันแล้ว ตัวใครตัวมันเถอะ มีโอกาสอาตมาจะไปเยี่ยม...!

ในส่วนของพระภิกษุสามเณร แล้วก็อุบาสกอุบาสิกาของเรา จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปฏิบัติทำให้รู้จริง เมื่อถึงเวลา
คนอื่นเขามากล่าวตู่ จะได้แก้ต่างให้กับพระพุทธศาสนาได้"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 12-07-2018 เมื่อ 04:09
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 189 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #56  
เก่า 11-07-2018, 21:20
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,424
ได้ให้อนุโมทนา: 77,115
ได้รับอนุโมทนา 3,228,404 ครั้ง ใน 22,808 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "พระมีเวลากินน้อยกว่าญาติโยม ใช้ทรัพยากรน้อยกว่าญาติโยม แต่ไม่รู้ว่ารัฐบาลคิดอย่างไร ? คงจะเห็นว่าเศรษฐกิจทุกวันนี้ที่ฉิบหายวายป่วง ชาวบ้านไม่มีจะกินเป็นเพราะว่าพระเป็นต้นเหตุ ก็เลยต้องออกพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ใหม่มาจัดการกับพระ แล้วเศรษฐกิจจะโชติช่วงชัชวาลกระมัง ?"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 12-07-2018 เมื่อ 04:10
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 191 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #57  
เก่า 12-07-2018, 21:13
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,424
ได้ให้อนุโมทนา: 77,115
ได้รับอนุโมทนา 3,228,404 ครั้ง ใน 22,808 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "เรื่องของหมอดูเป็นศาสตร์ที่ศึกษาลึกซึ้งแล้วใช้ได้จริง ๆ จะว่าไปแล้วก็คือหลักกฎของกรรมนี่แหละ เพียงแต่ว่าใช้วิธีการทางโหราศาสตร์เข้าว่าเท่านั้น"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 13-07-2018 เมื่อ 02:24
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 179 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #58  
เก่า 12-07-2018, 21:16
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,424
ได้ให้อนุโมทนา: 77,115
ได้รับอนุโมทนา 3,228,404 ครั้ง ใน 22,808 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พูดถึงเหล็กจารด้ามหนุมานของหลวงพ่อสุ่น "หนุมานของท่านถ้าเป็นงาช้าง ราคาก็ประมาณ ๒-๓ แสนบาท แต่ถ้าเป็นรากพุดซ้อนนี่เป็นล้านเลย แล้วรากพุดซ้อนที่ใหญ่พอที่จะเอามาทำเหล็กจารด้ามหนุมานขนาดนี้หายากมากเลยนะ"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 30-07-2018 เมื่อ 03:25
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 178 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #59  
เก่า 12-07-2018, 21:21
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,424
ได้ให้อนุโมทนา: 77,115
ได้รับอนุโมทนา 3,228,404 ครั้ง ใน 22,808 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวถึงวัตถุมงคลว่า "คนอื่นเขาไม่ค่อยกล้าทำความสะอาดกัน โดยเฉพาะมีดหมอ เพราะว่าถ้าทำความสะอาดมีดหมอแล้วเสียความเก่าไป บางทีทำให้พิจารณาไม่ได้ถ้าไม่แม่นจริง อาตมาไม่สนใจหรอก กูมั่นใจว่าใช่กูก็เอาแล้ว "
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 13-07-2018 เมื่อ 02:26
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 179 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #60  
เก่า 12-07-2018, 21:24
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,424
ได้ให้อนุโมทนา: 77,115
ได้รับอนุโมทนา 3,228,404 ครั้ง ใน 22,808 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "เรื่องของวัตถุมงคล ถ้าไม่ใช่หนังสือหรือเว็บไซต์ที่รักชื่อเสียงตัวเองจริง ๆ อาตมาเห็นเอาของปลอมมาลงเยอะเลยนะ คือเอาของปลอมไปแห่เป็นของแท้ เพราะฉะนั้น...อย่าไปดูให้เสียตา ถ้าจำได้แล้วต่อไปก็จำแต่ของปลอม ไม่ได้จำของจริงหรอก"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 13-07-2018 เมื่อ 02:26
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 180 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 19:16



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว