กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เทศน์ช่วงทำกรรมฐาน

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 16-02-2017, 15:08
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 15,448
ได้ให้อนุโมทนา: 56,924
ได้รับอนุโมทนา 2,569,547 ครั้ง ใน 18,666 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default เทศน์ช่วงทำกรรมฐาน วันเสาร์ที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐

ให้ทุกคนตั้งกายให้ตรง กำหนดสติคือความรู้สึกของเราอยู่ที่ลมหายใจเข้าออก หายใจเข้า...ให้ความรู้สึกทั้งหมดของเราไหลตามลมหายใจเข้าไป หายใจออก...ให้ความรู้สึกทั้งหมดของเราไหลตามลมหายใจออกมา จะใช้คำภาวนาอะไรก็ได้ที่เรามีความถนัดมาแต่เดิม

วันนี้เป็นวันเสาร์ที่ ๔ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๐ เรื่องที่จะกล่าวถึงในวันนี้ก็คือ การปฏิบัติธรรมของพวกเรา ส่วนหนึ่งสามารถรักษากำลังใจได้ในขณะที่ปฏิบัติอยู่ แต่พอขยับไปทำหน้าที่การงานอื่น ๆ ก็ไม่สามารถที่จะรักษากำลังใจให้ทรงตัวไว้ได้ เมื่อสมาธิเคลื่อนคลายออกมา ก็มักจะโดน รัก โลภ โกรธ หลง ทำอันตรายได้ทุกครั้ง

สำหรับปัญหานี้ความจริงแก้ไขได้ง่ายมาก คือ เราต้องเพิ่มสติและสมาธิของเราให้มากขึ้น คำว่า "มากขึ้น" ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงว่า ต้องได้สติสมาธิที่เป็นฌานสมาบัติระดับสูง ๆ แต่คำว่ามากขึ้น ก็คือ ให้เรามีสติระลึกรู้อยู่ในทุกอิริยาบถ ไม่ว่าจะเป็น ยืน เดิน นอน นั่ง กระทำการใด ๆ ก็ตาม เมื่อถึงเวลาก่อนที่จะขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว เราต้องตั้งสติให้มั่นคงเสียก่อนแล้วค่อยขยับ สมาธิจะได้ไม่เคลื่อนไม่คลายไปไหน

ไม่ว่าจะทำหน้าที่การงานใด ๆ ให้เอาสติเข้าไปจับอยู่กับอาการเฉพาะหน้านั้น ๆ เช่น กวาดบ้าน ถูบ้าน ไม้กวาดไปทางด้านไหน ซ้ายหรือขวา แรงหรือเบา ยาวหรือสั้น ไม้ถูไปทางด้านไหน แรงหรือเบา ยาวหรือสั้น ให้กำหนดสติรู้อยู่ ไม่ว่าจะหุงข้าว ทำกับข้าว ซักผ้าก็เหมือนกัน สิ่งต่าง ๆ ที่เข้ามากระทบหรือที่เราไปกระทำ ต้องมีสติรู้เท่าทัน โดยการประคับประคองรักษาอารมณ์สมาธิของเราเอาไว้เฉพาะหน้า
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 16-02-2017 เมื่อ 16:30
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 37 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 16-02-2017, 15:10
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 15,448
ได้ให้อนุโมทนา: 56,924
ได้รับอนุโมทนา 2,569,547 ครั้ง ใน 18,666 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

คำถามคือ เรารู้ได้อย่างไรว่าอารมณ์สมาธินั้นเพียงพอต่อการใช้งานแล้ว ? อารมณ์สมาธิขั้นใดที่เราต้องรักษาประคับประคองเอาไว้เฉพาะหน้า ? ก็คือในขณะใดขณะหนึ่งที่ท่านทั้งหลายภาวนาไป พิจารณาไป จนกระทั่งรู้ลมหายใจได้เองโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องบังคับก็รู้ลมหายใจเข้าออกได้ ไม่ต้องบังคับก็รู้คำภาวนาไปพร้อมกันได้ ถ้าลักษณะอาการนั้นจัดเป็นปฐมฌานละเอียด มีกำลังเพียงพอที่จะกดกิเลส คือ รัก โลภ โกรธ หลง ให้ดับลงได้ชั่วคราว เราก็แค่เอาสติประคับประคอง รู้ลมรู้คำภาวนาเช่นนั้นตลอดระยะเวลาที่ทำงานทำการต่าง ๆ อยู่

ถ้าพังไป หายไป จะทำอย่างไร ? ก็ต้องรีบกลับมาหาลมหายใจเข้าออกของเราใหม่ ถ้าทำหน้าที่การงานอยู่ร่วมกับคนอื่น เราไม่สามารถที่จะวางมือจากงานมาภาวนา อาตมาเคยใช้วิธีเข้าห้องน้ำ ก็คือไปนั่งภาวนาในห้องน้ำแทน คนก็แค่คิดว่าเราเข้าห้องน้ำนานไปหน่อยเท่านั้น พออารมณ์ใจทรงตัวแล้วก็ตั้งสติประคับประคองไว้ ออกมาสู้กับงานต่าง ๆ ใหม่

ถ้าเราสามารถทำเช่นนี้ได้ การรักษาอารมณ์ใจของเราให้ปราศจาก รัก โลภ โกรธ หลง ชั่วคราวก็เป็นไปได้ และไม่เกินกำลัง เพราะเมื่อสมาธิเราทำงานอัตโนมัติ เราแค่เอาสติไปควบคุม ระมัดระวังไว้อย่าให้สมาธิเคลื่อนคลายออกมา เมื่อเคลื่อนคลายออกมาก็พยายามรีบกลับเข้าไปหาสมาธินั้น ก่อนที่จะโดนกิเลสต่าง ๆ กินใจของเราได้
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 16-02-2017 เมื่อ 16:32
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 37 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 18-02-2017, 13:20
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 15,448
ได้ให้อนุโมทนา: 56,924
ได้รับอนุโมทนา 2,569,547 ครั้ง ใน 18,666 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ถ้าสามารถทำได้ ก็จะประคับประคองการปฏิบัติของเราให้มีความก้าวหน้า เพราะว่าเราไม่ได้นั่งปฏิบัติอย่างเดียวแล้ว แต่ไม่ว่าจะอยู่ในอิริยาบถใดก็ตาม เราสามารถอยู่ในอารมณ์ของการปฏิบัติธรรมได้โดยตลอด

ในเมื่อเราสามารถรักษาอารมณ์ใจอย่างนี้ได้ ความผ่องใสของจิตมีมาก ปัญญาก็จะเกิดขึ้น ทำให้รู้ว่าเราต้องประคับประคองอารมณ์ใจอย่างไร ต้องคิด ต้องพูด ต้องทำอย่างไร จึงจะรักษาอารมณ์ใจให้ผ่องใส ปราศจากกิเลสได้ ถ้าสามารถรักษาอารมณ์ผ่องใสปราศจากกิเลสได้เช่นนี้ต่อเนื่องยาวนานพอ กิเลสไม่สามารถที่จะเกิดได้ ก็จะโดนอำนาจของฌานสมาบัติกดจนเฉาตายไปเอง

แต่ถ้ารู้สึกว่าการใช้อำนาจของฌานสมาบัติกดกิเลสนั้น เป็นเรื่องที่ลำบาก เหนื่อยยาก ก็หันมาใช้ปัญญาพิจารณา ให้เห็นว่าร่างกายของเราก็ดี ของคนอื่นก็ดี ของสัตว์อื่นก็ดี เกิดขึ้นในเบื้องต้น เปลี่ยนแปลงในท่ามกลาง สลายไปในที่สุด ระหว่างดำรงชีวิตอยู่ก็เต็มไปด้วยความทุกข์ ท้ายสุดก็ไม่มีอะไรให้ยึดถือมั่นหมายเป็นตัวตนเราเขาได้ ให้สภาพจิตของเรารู้แจ้งเห็นจริงตามนี้ ปราศจากความคิดที่อยากจะเกิดอีก มีสภาพจิตที่มุ่งตรงต่อพระนิพพานแห่งเดียว

ถ้าเป็นเช่นนั้นเราก็เอาสภาพจิตสุดท้ายของเรา เกาะไว้ที่พระนิพพาน ถ้ายังมีลมหายใจอยู่ก็ดูลมหายใจ รู้ลมหายใจของเราไป ถ้ายังมีคำภาวนาอยู่ เราก็กำหนดคำภาวนาไป ถ้าลมหายใจเบาลงหรือหายไป หรือคำภาวนาหายไป ก็ให้เรากำหนดรู้ว่าตอนนี้ลมหายใจเบาลง ลมหายใจหายไป หรือคำภาวนาหายไป ประคับประคองอารมณ์เช่นนั้นเอาไว้จนกว่าจะได้รับสัญญาณบอกว่าหมดเวลา


พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เทศน์ช่วงทำกรรมฐาน ณ บ้านเติมบุญ
วันเสาร์ที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐

(ถอดจากเสียงเป็นอักษรโดยเถรี)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 18-02-2017 เมื่อ 15:15
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 35 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 14:21



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว