กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > เก็บตกจากบ้านเติมบุญ

Notices

เก็บตกจากบ้านเติมบุญ เก็บข้อธรรมจากบ้านเติมบุญมาฝาก สำหรับผู้ที่ไม่มีโอกาสเดินทางไป

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #101  
เก่า 05-03-2018, 19:33
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,977
ได้ให้อนุโมทนา: 78,723
ได้รับอนุโมทนา 3,310,472 ครั้ง ใน 23,380 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ตั้งแต่สมัยที่อาตมาโดนบังคับไปเรียนหลักสูตร ป.บส.ที่เขาบอกว่า จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการบริหารกิจการคณะสงฆ์ อาตมาเองเป็นตัวแทนของคณะสงฆ์ภาค ๑๔ กับภาค ๑๕ ก็คือ ๘ จังหวัดภาคกลาง ยกให้อาตมาขึ้นเวทีไปพูดแทน ขณะที่ตัวแทนภาคอื่นเขาก็ขึ้นมากัน อาตมาเองก็ว่า เรื่องของการเรียนไม่ได้จำเป็นเท่าไรหรอก การเพิ่มเติมความรู้ในบริหารถือว่าเป็นสิ่งที่ดี แต่ให้อาตมาเรียนตรรกศาสตร์ TT FF ไม่เห็นเอามาบริหารอะไรได้ ดีที่เจตนาของพวกท่านดี ตั้งใจส่งเสริมให้พระสังฆาธิการได้มีความรู้มากขึ้น ไม่อย่างนั้นอาตมาจะถือว่าพวกคุณบัญญัติในสิ่งที่พระพุทธเจ้าไม่บัญญัติ เพิ่มเติมในสิ่งที่พระพุทธเจ้าไม่ได้เพิ่มเติม

ฉะนั้น..เรื่องของคณะสงฆ์ถ้าสอนให้พระเณรละอายชั่วกลัวบาป รักศีลก็จบแล้ว ก็ไม่ต้องเรียนรู้อะไรเพิ่มเติมมากมายหรอก เล่นเอาหัวหน้าหลักสูตรต้องโดดขึ้นเวทีมาอธิบายเอง สรุปว่าอาตมาตั้งแต่เป็นนิสิตระดับประกาศนียบัตร ก็เป็นที่จดจำของอาจารย์ มจร.ชนิดแม่นยำไปจนวันตาย หลักสูตรเขาอาศัยด็อกเตอร์หลายคนคิดกันขึ้นมา โดนเด็กบ้านนอกอย่างอาตมาตีคว่ำไม่เป็นท่าเลย
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 06-03-2018 เมื่อ 03:34
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 176 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #102  
เก่า 05-03-2018, 22:50
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,977
ได้ให้อนุโมทนา: 78,723
ได้รับอนุโมทนา 3,310,472 ครั้ง ใน 23,380 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : เขาไม่เข้าใจว่าจะสร้างพระไปทำไม ถ้าสร้างพระเครื่องเขาเข้าใจ เลยไม่รู้จะตอบเขาอย่างไร ?
ตอบ : พุทธปูชา มหาเตชะวันโต สร้างพระไว้กราบไหว้บูชา ไม่ได้สร้างพระไว้เฉย ๆ นี่แม่คุณ...!

ถาม : ไปสร้างวัดทำไม ไปสร้างโรงพยาบาลดีกว่า ?
ตอบ : ใช่...แล้วทำไมเขาไม่สร้างโรงพยาบาลล่ะ ? วัดกับโรงพยาบาลมีความเหมือนอยู่อย่างหนึ่ง ก็คือ เข้าวัดไปแล้วคนสบายใจ ได้รักษาโรคทางใจ ส่วนโรงพยาบาลนั้นคนเข้าไปรักษาโรคทางกาย
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 07-03-2018 เมื่อ 09:58
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 183 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #103  
เก่า 06-03-2018, 22:12
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,977
ได้ให้อนุโมทนา: 78,723
ได้รับอนุโมทนา 3,310,472 ครั้ง ใน 23,380 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : วันก่อนหลังจากน้องชายใส่บาตรแล้ว พระท่านเดินกลับมาแล้วบอกเพื่อนที่จะใส่บาตรว่า "ไม่ต้องใส่แล้ว โยมผู้ชายใส่แล้ว แต่ถวายซองปัจจัยได้นะ" เพื่อนก็ตำหนิพระว่าอยากได้ปัจจัยโยม และในความเข้าใจของเพื่อน คือ มีพระไม่ดี มากกว่าพระดี และไม่เห็นด้วยที่ใครบอกว่าอย่าตำหนิพระ โดยมองว่าถ้าปล่อยไว้จะสนับสนุนให้มีพระไม่ดีมากขึ้นอีก กระทั่งอธิบายพระวินัยให้ฟังว่า พระสามารถปฏิเสธอาหารหากเต็มบาตรหรือเพียงพอแล้ว และพระทำหน้าที่เป็นเนื้อนาบุญให้เราได้ถวายปัจจัยก็ตาม เพื่อนก็ยังไม่เข้าใจ
ตอบ : ไปนึกถึงที่หลวงพ่อวัดท่าซุงท่านบอกไว้ว่า หลวงปู่ปาน วัดบางนมโคสร้างบารมีไว้ดี พระอุปัชฌาย์อาจารย์ของท่านเป็นพระอรหันต์ทั้งนั้นเลย คราวนี้มานึกถึงโยมของตัวอาตมาเองคือคุณน้าฟ้า ในชีวิตคุณน้าฟ้าเป็นคนใจบุญสุนทานมาก แต่เหมือนอย่างกับท่านสร้างบุญไว้น้อยไปหรืออย่างไรไม่รู้ ? เพราะว่าอาจารย์องค์แรกที่ท่านเลื่อมใสชนิดมอบกายถวายชีวิตให้ คือท่านอาจารย์นิกร พออาจารย์นิกรมีเรื่องมีราวขึ้นมา คุณน้าก็ไปหาท่านอาจารย์ยันตระแทน พอท่านอาจารย์ยันตระมีเรื่องมีราวขึ้นมา ท่านก็ไปหาหลวงพ่อภาวนาพุทโธแทน สรุปแล้วชีวิตนี้ทั้งชีวิตของคุณน้า ก็คงคิดว่าหาพระดีไม่ได้แล้ว

นึกถึงพี่สาวของเจ้าของบ้านวิริยบารมี ที่ศรัทธาพระสายวัดป่า อกหักไปรอบหนึ่งเพราะว่าพระปฏิบัติไปขอรับบริจาคทีหนึ่งเป็นล้าน ๆ ก็หาที่ใหม่ พอเจอที่ถูกใจก็จะเอาท่านสอนกรรมฐานที่บ้านวิริยบารมี หลังจากอาตมาออกมาแค่ ๒ เดือนหลวงพ่อที่ท่านเอามาแทนก็มีเรื่องมีราวใหญ่โตไปเลย ลักษณะอย่างนั้นก็คงทำให้หมดศรัทธาไปเลยเหมือนกัน


ถาม : ถึงเพื่อนจะยังไม่เข้าใจ แต่เห็นว่าเจตนาของเขา คือ ปกป้องพระศาสนานะคะ ?
ตอบ :การปกป้องศาสนาที่ดีที่สุดจริง ๆ ก็คือ ศึกษาหลักธรรม ทำให้เข้าถึงจริง ๆ จะได้รู้ว่าอะไรเป็นอะไร
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 09-03-2018 เมื่อ 04:33
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 171 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #104  
เก่า 06-03-2018, 22:26
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,977
ได้ให้อนุโมทนา: 78,723
ได้รับอนุโมทนา 3,310,472 ครั้ง ใน 23,380 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : เราทำกายภาพให้คนไข้ ถ้าคนไข้มีองค์หรือมีครูของเขาคุมอยู่ คนที่เป็นนักกายภาพที่ทำให้คนไข้ จะต้องมีหลักอย่างไรบ้างจึงจะปลอดภัย ?
ตอบ : โบราณเขามีครู ทุกอาชีพมีครู ถึงเวลามีการจัดงานไหว้ครูก็ขอบารมีครูปกป้องปกปักรักษา ถึงเวลาทำหน้าที่อะไรก็ขอให้ทำได้เต็มที่ เต็มสติกำลัง เต็มความสามารถของตัวเอง สมัยนี้ไหว้ครูกันบ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้ ? ถ้าไม่มีครูช่วยป้องกันก็รับเละไปเถอะ

ถาม : อย่างคนที่เรียนบัญชี เรียนกฎหมาย ไม่มีครู จะทำอย่างไรครับ ?
ตอบ : ทำไมจะไม่มี ? ครูที่สอนคุณมาไม่มีหรืออย่างไร ?

ถาม : ถ้าเป็นครูสอนสายการแพทย์ เราควรไหว้นึกถึงครูบาอาจารย์ที่สอนเรามาหรือครับ ?
ตอบ : ถ้าไหว้ครูที่สอนเรามาก็ดี แต่บรมครูทางการแพทย์เห็นที่ไหน ๆ เขาก็ไหว้พ่อปู่หมอชีวกฯ กันทั้งนั้น
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 07-03-2018 เมื่อ 02:47
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 165 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #105  
เก่า 06-03-2018, 22:34
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,977
ได้ให้อนุโมทนา: 78,723
ได้รับอนุโมทนา 3,310,472 ครั้ง ใน 23,380 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ฉันทะกับความอยากต่างกันอย่างไรครับ ?
ตอบ : ต่างกันตรงที่ฉันทะคือเราตั้งใจปรารถนาที่จะทำในสิ่งที่ดี ๆ ส่วนความอยากหรือโลภะ หรือตัณหานั้น แม้กระทั่งสิ่งชั่ว ๆ ก็เอา
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 07-03-2018 เมื่อ 02:48
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 166 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #106  
เก่า 06-03-2018, 22:36
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,977
ได้ให้อนุโมทนา: 78,723
ได้รับอนุโมทนา 3,310,472 ครั้ง ใน 23,380 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ถ้าเรามีพรรคพวกที่มีความประพฤติไม่ดี...?
ตอบ : เอาภาษิตจีนเข้าว่า “พบผู้คนพูดวาจาผู้คน พบภูตผีพูดวาจาภูตผี” ก็เท่านั้นเอง
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 07-03-2018 เมื่อ 02:48
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 165 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #107  
เก่า 06-03-2018, 22:42
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,977
ได้ให้อนุโมทนา: 78,723
ได้รับอนุโมทนา 3,310,472 ครั้ง ใน 23,380 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ถ้าในอนาคตหุ่นยนต์เอไอมา คนเราจะอยู่ยากขึ้นใช่ไหมครับ ?
ตอบ : ไม่ได้แปลว่าอยู่ยากขึ้น เราก็เรียนเรื่องการควบคุมหุ่นสิวะ...!

ถาม : แล้วคนที่ไม่ได้มีความขยันจะทำอย่างไรครับ ?
ตอบ : แล้วคุณจะไปห่วงเขาทำไม ? แต่ละคนสร้างบุญสร้างกรรมมา ถ้าเป็นการคัดเลือกของธรรมชาติ ผู้อ่อนแอก็สูญสลาย ผู้เข้มแข็งถึงจะคงอยู่ อยากทำตัวอ่อนแอเองแล้วจะไปโทษใคร
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 07-03-2018 เมื่อ 02:49
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 166 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #108  
เก่า 06-03-2018, 22:46
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,977
ได้ให้อนุโมทนา: 78,723
ได้รับอนุโมทนา 3,310,472 ครั้ง ใน 23,380 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : การที่เรากำหนดภาพพระใหญ่หรือเล็กได้ สามารถบ่งบอกระดับสมาธิได้ไหมครับ ?
ตอบ : บอกได้..ไปสังเกตเอาสิวะ ว่ากำลังใจตอนนั้นเทียบเท่ากับสมาธิในระดับไหน
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 07-03-2018 เมื่อ 02:49
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 162 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #109  
เก่า 06-03-2018, 22:49
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,977
ได้ให้อนุโมทนา: 78,723
ได้รับอนุโมทนา 3,310,472 ครั้ง ใน 23,380 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ถ้าเราจะฝึกก่อนตาย เราต้องฝึกทำสมาธิในระดับสูงให้ได้หรือเอาที่แน่ใจ ?
ตอบ : เอาที่สบายใจ ตอนตายสมาธิใช้แค่ระงับกายสังขาร สำคัญที่สุดคือปัญญาต่างหาก ว่าเราตัดเราละร่างกายนี้ได้ไหม
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 07-03-2018 เมื่อ 02:50
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 165 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #110  
เก่า 06-03-2018, 23:29
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,977
ได้ให้อนุโมทนา: 78,723
ได้รับอนุโมทนา 3,310,472 ครั้ง ใน 23,380 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า “ญาติโยมส่วนใหญ่ทั้งที่เป็นศิษย์สายตรงก็ดี ข้างเคียงก็ดี ที่มีความศรัทธาในตัวหลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม ก็ให้ดูปฏิปทาของครูบาอาจารย์ด้วยว่า กว่าท่านจะเป็นอย่างนั้นได้ ท่านทุ่มเทการฝึกฝนตนเองชนิดมอบกายถวายชีวิต ถ้าเราจะเลียนแบบปฏิปทาครูบาอาจารย์ก็คือทุ่มเทฝึกฝนตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นทาน เป็นศีล เป็นภาวนา ทำให้จริง ๆ จัง ๆ ชนิดเอาชีวิตเข้าแลกแบบท่าน”
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 07-03-2018 เมื่อ 02:51
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 171 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #111  
เก่า 06-03-2018, 23:35
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,977
ได้ให้อนุโมทนา: 78,723
ได้รับอนุโมทนา 3,310,472 ครั้ง ใน 23,380 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : การปฏิบัติตอนนี้เริ่มเกิดอารมณ์เบื่อ มองเห็นอะไรก็เกิดความสลดใจ จะแก้อย่างไรคะ ?
ตอบ : รักษาความเบื่อเอาไว้ เพราะถ้าเราไม่เบื่อเราก็ยังอยากเกิดอยู่ จริง ๆ แล้วความเบื่อเป็นสิ่งที่ดีมาก เป็นส่วนของนิพพิทาญาณซึ่งเป็นญาณขั้นสูง เพียงแต่ว่าให้ใช้ปัญญาบวกเข้าไปด้วย ปัญญาที่เราจะพิจารณาก็คือว่า ถ้าเราสามารถพ้นทุกข์ในชาตินี้ การเกิดมาเจอกับสิ่งที่น่าเบื่อหน่ายแบบนี้เพียงชาติเดียว ก็เหมือนกับหลับตาลงแล้วลืมตาขึ้นเท่านั้นเอง ระยะเวลาที่สั้น ๆ เราจะพ้นทุกข์แล้ว ทำไมเราจะอยู่ให้ดีไม่ได้

พอเราใช้ปัญญาประกอบเข้าไป ก็จะก้าวข้ามความเบื่อนั้นไป กลายเป็นสังขารุเปกขาญาณแทน ก็คือปล่อยวาง ไม่ไปแบกเอาไว้ให้ทุกข์
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 07-03-2018 เมื่อ 02:52
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 157 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #112  
เก่า 06-03-2018, 23:41
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,977
ได้ให้อนุโมทนา: 78,723
ได้รับอนุโมทนา 3,310,472 ครั้ง ใน 23,380 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า “ระยะนี้มีการถกเถียงเกี่ยวกับข้อปฏิบัติในพุทธศาสนามาก แต่บุคคลทั้งหลายส่วนใหญ่จะลืมความเป็นจริงไปข้อหนึ่งว่า บุคคลในยุคปัจจุบันที่จะสร้างบารมีมาถึงขนาดปรารถนาความหลุดพ้น ต้องการหลักธรรมโดยบริสุทธิ์นั้นมีน้อย ส่วนใหญ่สามารถให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนาขั้นต้นได้บ้างก็ถือว่าดีมากแล้ว

ดังนั้น...หลายแห่งก็เลยทนไม่ได้ที่เวลาญาติโยมยังคงทำบุญอย่างเดียว ก็ต้องบอกว่าขณะที่เด็กกำลังเรียนชั้นประถมอยู่ เราเองทนไม่ได้อยากให้เขาเรียนชั้นปริญญา ก็ย่อมเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว แต่คราวนี้นักวิชาการส่วนใหญ่ เขาไปหวังเอาว่าควรที่จะจบปริญญากันเสียที โดยที่ไม่ได้ดูว่าบุคลากรในระดับจบปริญญานั้น องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากวาดไปเกือบหมดแล้ว อายุกาลศาสนาที่เหลืออยู่ไม่ถึง ๕,๐๐๐ ปีนั้นเหลืออยู่ไม่ถึงครึ่ง

ในยุคของเรา ถ้าใครก็ตามที่ตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติเพื่อความหลุดพ้น ก็มักจะกลายเป็นคนที่แปลกแยกจากสังคม มักจะต้องตกเป็นขี้ปากชาวบ้าน ต้องใช้ความอดกลั้นอดทนเป็นอย่างสูง ถึงจะเอาตัวรอดจากลมปากของคนได้ ในส่วนนี้พวกนักวิชาการที่เขาถกเถียงกันนั้น ลืมมองสภาพสังคมในปัจจุบันว่าเป็นอย่างไร

สังคมในปัจจุบันไม่ใช่สิ่งที่เอื้อต่อการปฏิบัติธรรม แต่ว่ายิ่งจำเป็นที่จะต้องปฏิบัติธรรม เพราะไม่อย่างนั้นแล้วกระแสของ รัก โลภ โกรธ หลง ต่าง ๆ จะดึงเราไปอย่างชนิดกู่ไม่กลับ
ถ้าอยู่ในลักษณะนั้นเราก็จะกลายเป็นบุคคลที่น่าสงสาร โดนกระแสคลื่นซัดไปโดยไม่สามารถที่จะตั้งหลักหรือว่าตั้งตัวได้ เรื่องนี้ก็ควรที่จะสังวรเอาไว้ด้วยว่า บางอย่างเสียงวิชาการที่ค่อนข้างจะดัง ก็ลืมความเป็นจริงในสังคมไปเหมือนกัน"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 07-03-2018 เมื่อ 02:54
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 170 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #113  
เก่า 08-03-2018, 20:15
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,977
ได้ให้อนุโมทนา: 78,723
ได้รับอนุโมทนา 3,310,472 ครั้ง ใน 23,380 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : อากาศแบบไหนที่ทำลายสุขภาพคะ ?
ตอบ : ร้อนจัด หนาวจัด แย่พอกันนะ ร้อนจัดทำให้เส้นเลือดขยายตัวมาก เลือดไม่พอเลี้ยงสมองก็ร่วงตึง แบบที่เขาเป็นลมแดดกัน ส่วนหนาวจัด พอกล้ามเนื้อหดตัวมาก ๆ บางทีอวัยวะไม่ทำงาน อาจจะถึงตายเลย

ถาม : วันที่สังขารแตกดับ จะเกิดเวทนาบีบคั้น กระทั่งจิตทิ้งไปจากร่างกายหรือเปล่าคะ ?
ตอบ : ถ้าเวทนาจนทนไม่ไหว ชีวิตก็แตกดับไปเป็นเรื่องปกติ

ถาม : เป็นทุกคนไหมคะ ?
ตอบ : บางคนสร้างบุญไว้ดี ปาณาติบาตน้อย ถึงเวลาเวทนาไม่ได้บีบคั้น แต่ว่าไฟเขาหมด หมดกำลัง หมดอาหารอะไรพวกนั้น

ถาม : แล้วทำไมตอนจะหมดลม เราก็ต้องไม่เอาร่างกายอยู่แล้ว แต่เราคิดไปพระนิพพานไม่ทัน ?
ตอบ : ต้องทำไว้ก่อน ถ้าสติ สมาธิ ปัญญาไม่พอ จะไปหวังก่อนตายนี่ยากสุด ๆ คือจิตของเรามีสภาพจำ ถึงเวลาก็จะไปจำในของเก่าที่ตัวชำนาญ ซึ่งก็คือการละเมิดศีลละเมิดธรรม ต้องฝึกปรือเอาไว้ให้เคยชิน ไม่อย่างนั้นแล้วเสร็จสถานเดียว
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 08-03-2018 เมื่อ 20:53
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 145 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #114  
เก่า 08-03-2018, 20:16
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,977
ได้ให้อนุโมทนา: 78,723
ได้รับอนุโมทนา 3,310,472 ครั้ง ใน 23,380 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เก็บตกเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ หมดแล้วค่ะ
ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย ทาริกา คะน้า เถรี รัตนาวุธ และเผือกน้อย
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 141 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #115  
เก่า เมื่อวานนี้, 21:33
ทายก's Avatar
ทายก ทายก is offline
ผู้สนับสนุนเว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2012
สถานที่: อุดรธานี
ข้อความ: 10
ได้ให้อนุโมทนา: 96,143
ได้รับอนุโมทนา 14,901 ครั้ง ใน 793 โพสต์
ทายก is on a distinguished road
Default


อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ เถรี อ่านข้อความ
ถาม : สังขารในขันธ์ ๕ ที่แปลว่าความคิด ผมพิจารณาอย่างไรจิตผมไม่ยอมรับว่าสังขารเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เพราะผมรู้สึกว่าความคิดดีและความคิดชั่วเป็นของเรา ยกตัวอย่างผมคิดว่าอีก ๑๐ วัน เราจะไปทำสังฆทาน ตัวนี้เป็นตัวคิดดีคือกุศลธรรม หรือผมคิดว่า อีก ๑๐ วันเราชวนเพื่อนไปดื่มเหล้าดีกว่า อันนี้เป็นคิดชั่ว คือ อกุศลธรรม และจะพาคนอื่นชั่วอีกด้วย สรุปได้ว่าจะคิดดีจะคิดชั่วก็อยู่ที่เรา แปลว่าความคิดดีและคิดชั่วเป็นของเรา หลวงพ่อช่วยอธิบายให้ผมเป็นสัมมาทิฐิทีครับ
ตอบ : มึงอยากเป็นมิจฉาทิฐิ แล้วกูต้องเดือดร้อนไปอธิบายให้มึงเป็นสัมมาทิฐิด้วยหรือไอ้ควาย..! ลองคิดดูสิว่า วันนี้เราคิดอย่างนี้ อีกสิบวันเราคิดอย่างเดิมไหม ? ถ้าไม่เหมือนเดิมแล้วจะ "เป็นของเรา" ได้อย่างไร ?
กระทู้ #1 - "ทิฏฐิ"
อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ เถรี อ่านข้อความ
ถาม : จากข้อก่อนหน้านี้ ที่ผมรู้ว่าจริง ๆ เราคือจิต และผมลึก ๆ อยากจะใช้ประโยชน์ของธรรมชาติก็คือจิตพาดวงจิตอื่น ๆ ที่ไม่รู้ ที่มีอวิชชาไปแดนพระนิพพานมาก ๆ แบบจิตของพระพุทธเจ้า แต่ผมก็ไม่แน่ใจว่าผมตั้งใจอย่างนี้เป็นเพราะผมรักและสงสารดวงจิตที่ยังเกิด แก่ เจ็บ ตาย ในวัฏสงสารจริง ๆ หรือเป็นเพราะผมคิดไปเอง ? ในฐานะที่หลวงพ่อเคยเป็นพระโพธิสัตว์บำเพ็ญบารมีมาหลายอสงไขยและทรงจรณะ ๑๕ ผมอยากทราบว่าลักษณะเด่นของคนที่ปรารถนาพุทธภูมิจริง ๆ เป็นอย่างไรหรือครับ ?
ตอบ : มีอะไรก็ "เสือก" เรื่องของเขาไปทุกเรื่อง
กระทู้ #6 - "วัฏฏสงสาร"
อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ เถรี อ่านข้อความ
ถาม : จากเก็บตก เมื่อเดือนที่ผ่านมา หลวงพ่อเมตตาเล่าให้ฟังว่า "หลวงพ่อกวยเอง ท่านเล่นมาทางไสยศาสตร์มาโดยตรง" แบบนี้ถ้าพกวัตถุมงคลของหลวงพ่อกวยติดตัวไปรับยันต์เกราะเพชร จะทำให้อานุภาพของวัตถุมงคลนั้นเสียไป หรือเปลี่ยนแปลงหรือไม่ครับ ?
ตอบ : ไม่มีปัญหาอะไร เพราะว่าหลวงพ่อกวยท่านไม่ได้เล่นไสยศาสตร์ไปทำร้ายใคร ยันต์เกราะเพชรจะต่อต้านเฉพาะพวกไสยฯ ดำที่ทำอันตรายคนอื่นเท่านั้น
กระทู้ #10 - ไม่วรรคก่อนหน้าเครื่อหมาย
อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ เถรี อ่านข้อความ
พระอาจารย์กล่าวว่า "สมัยนี้เขานิยมกันเรื่องทาครีมแล้วผิวขาว ปรากฏว่าลายเป็นตุ๊กแกไปเลย และรักษาไม่หายด้วย เพราะว่าผิวเสียหมดแล้ว ขอยืนยันว่าคนไทยแต่เดิม "ดำ" สยาม แปลว่า ดำ ตรง ๆ อยู่แล้ว ที่เห็นขาวอยู่ทุกวันเพราะว่ามีเชื้อเจ๊ก เพราะฉะนั้น...ผิวขาวหรือผิวดำไม่ใช่สาระ ถ้าผิวขาวแต่ซกมกก็ไม่มีใครแลเหมือนกัน

ถ้าจะซื้อครีมมาใช้งานให้สังเกตด้วย ครีมอะไรที่บอกว่าทาแล้วขาวทันใจ ได้โปรดทราบว่าท่านกำลังหาเรื่องเดือดร้อนแล้ว ต่อให้มี อย.ก็ช่วยอะไรไม่ได้ เพราะว่าตอนที่เขาส่งให้ อย.ตรวจ เป็นของที่ไม่ได้ใส่เสตียรอยด์ ไม่ได้ใส่สารปรอท แต่พอผ่านการตรวจของ อย.ไปแล้ว คราวนี้เขาจะใส่อะไรก็ได้ อย่างไหนที่โฆษณาว่าทาแล้วขาวทันใจ โปรดเว้นไว้ห่าง ๆ เลย แต่ถ้าบอกว่าบำรุงผิว ทำให้เต่งตึง ทำให้ชุ่มชื้น ยังพอที่จะเชื่อได้"

ถาม : เราอยู่ในบริษัทที่ทำครีมประเภทนี้ เราเป็นผู้จัดจำหน่าย หรือเป็นเซลล์ อย่างนี้เรามีส่วนร่วมเต็มร้อยไหมครับ ?
ตอบ : ทำตามหน้าที่ของเรา อย่าไปโฆษณาเกินจริง หรือไม่ก็บอกเขาว่าขาวพักเดียวนะ ต่อไปจะลายเป็นตุ๊กแก...!

ดูแลร่างกายให้สะอาด ชำระจิตใจให้ผ่องใส สำคัญกว่ามาก แต่คนเรามักจะไปยึดแค่ร่างกายนี้ อยากจะสวย ถึงเวลาแพ้ครีมขึ้นมาก็ลายเป็นตุ๊กแก อาตมาเห็นบางคนยังนึกว่าเพิ่งจะกลับชาติจากตุ๊กแกมาเกิดเป็นคน..!
กระทู้ #36 - วรรคเล็กน้อย หลังคำย่อ
อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ เถรี อ่านข้อความ
ถาม : ตอนนี้ที่วัดมีพระเรียนกี่รูปครับ ?
ตอบ : ตอนนี้เรียนปริญญาตรี ๑๐ รูป เป็นของวัดอื่นด้วย ปริญญาโทอยู่ ๙ รูป เทอมหน้าจะเป็น ๑๒ รูป มีวัดอื่นมาขอทุน และเรียนบาลีอยู่ ๘ รูป

ถาม : เรียนบาลีที่ไหนครับ ?
ตอบ : ที่สหบาลีศึกษาจังหวัดนครปฐม ที่นี่เข้มงวดดีครับ สหบาลีศึกษาวัดพระปฐมเจดีย์เป็นคณะสงฆ์จังหวัดนครปฐมก่อตั้งขึ้นมา ตั้งแต่สมัยหลวงปู่วัดไร่ขิงเป็นเจ้าคณะภาค ๑๔ ดำเนินงานมา ๔๐ กว่าปีแล้ว เขามีการติวภายใน ติวภายนอกอะไรพวกนี้ แล้วพระวัดท่าขนุนไปกวาดรางวัลเขามาหมด

ถาม : ผมกำลังเรียนประโยคสามด้วยตัวเอง ไม่รู้ว่าจะไปรอดไหม ?
ตอบ : ประโยค ๑-๒ ได้แล้วใช่ไหม ? ถ้า ๑-๒ ได้แล้ว ๓ เราควรจะไปเรียนอย่างเป็นทางการ ไม่อย่างนั้นแล้วสัมพันธ์นี่เราจะไม่เข้าใจ สัมพันธ์จะค่อนข้างยาก

ผมยุพระให้ไปเรียนตั้งแต่สมัยที่ยังอยู่วัดท่าซุงแล้วครับ บอกว่าให้เรียนไว้บ้าง จะเรียนบาลีก็ได้ เรียน มจร.ก็ได้ เพราะว่าจะได้มีรุ่น มีครูบาอาจารย์ ถึงเวลามีอะไรข้องขัดขึ้นมา ก็อาศัยท่านทั้งหลายเหล่านี้ช่วยเราได้ แต่เขาก็ไม่ค่อยจะใส่ใจกัน
กระทู้ #47 - วรรคเล็กน้อย หลังคำย่อ
อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ เถรี อ่านข้อความ
พระอาจารย์กล่าวกับพระนิสิตว่า "ช่วงหลัง มจร.ของเราจากที่เปิดหลักสูตรต่าง ๆ เพื่อเอื้อให้พระเณรได้เรียน กลายเป็นกีดกันไม่ให้พระเณรเรียน เพราะว่าค่าเทอมแพงขึ้นเยอะมาก รุ่นผมเรียนปริญญาโท ค่าเทอมเต็มที่ก็ ๑๘,๐๐๐ บาท ปริญญาโทตอนนี้ ๒๙,๐๐๐ บาทแล้ว ปริญญาเอกรุ่นนี้ ๔๕๐,๐๐๐ บาท รุ่นผม ๓๕๐,๐๐๐ บาทขึ้นมาแสนหนึ่ง แถมยังกำหนดด้วยว่าต้องเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติม ต้องสอบ TOEFL ต้องสอบพื้นฐานคอมพิวเตอร์

ปริญญาโทต้องได้พื้นฐานคอมพิวเตอร์ ๑๗๐ คะแนน ปริญญาเอก ๒๒๐ คะแนน TOEFL ปริญญาโท ๓๐๐ คะแนน ปริญญาเอก ๕๐๐ คะแนน โอ้โห...สอบต่างประเทศชัด ๆ เลย จนป่านนี้มหาโก้ของทางด้านวัดป่าเลไลยก์ยังไม่จบเลย ทั้ง ๆ ที่วิทยานิพนธ์เล่มดำเสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว เพราะว่าติด TOEFL อยู่

เขายกระดับขึ้นมาเพื่อที่จะให้เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำ มีมาตรฐานสูง จาก ๑๕๗ มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ มจร.ของเราขึ้นพรวด ๆ ภายใน ๓ ปีขึ้นมาถึงอันดับ ๓๘ ถือว่าเป็นชั้นนำของประเทศเลย แต่คราวนี้กติกาที่เขากำหนดขึ้นมาเพื่อสร้างมาตรฐานให้สูงยิ่งขึ้น กลายเป็นการกีดกันพระเณรของเรา ผมพูดในที่ประชุมไป ๒ ครั้งแล้ว แต่เขาบอกว่าช่วยอะไรไม่ได้ เพราะว่าเป็นนโยบายเบื้องบน ลองคิดดูว่าพระเณรของเราอุตส่าห์บวชเข้ามาเพื่อจะได้เรียน กลับไม่มีปัญญาจะจ่ายค่าเทอมที่แพงขึ้นมาอีกเป็นเท่าตัว

กติกาต่าง ๆ ที่ออกมาก็กลายเป็นกีดกันพวกเรากันเอง ส่วนใหญ่พระเณรพวกเราขาดการเรียนพื้นฐานสายสามัญมา ในเมื่อไม่มีพื้นฐานแล้วจะเอาคะแนนภาษาอังกฤษ TOEFL ตั้ง ๕๐๐ ต่อให้คุณจบจุฬาฯ หรือธรรมศาสตร์ก็ยังจะตายเอาเลย"
กระทู้ #96 - วรรคเล็กน้อย หลังคำย่อ
อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ เถรี อ่านข้อความ
ตั้งแต่สมัยที่อาตมาโดนบังคับไปเรียนหลักสูตร ป.บส.ที่เขาบอกว่า จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการบริหารกิจการคณะสงฆ์ อาตมาเองเป็นตัวแทนของคณะสงฆ์ภาค ๑๔ กับภาค ๑๕ ก็คือ ๘ จังหวัดภาคกลาง ยกให้อาตมาขึ้นเวทีไปพูดแทน ขณะที่ตัวแทนภาคอื่นเขาก็ขึ้นมากัน อาตมาเองก็ว่า เรื่องของการเรียนไม่ได้จำเป็นเท่าไรหรอก การเพิ่มเติมความรู้ในบริหารถือว่าเป็นสิ่งที่ดี แต่ให้อาตมาเรียนตรรกศาสตร์ TT FF ไม่เห็นเอามาบริหารอะไรได้ ดีที่เจตนาของพวกท่านดี ตั้งใจส่งเสริมให้พระสังฆาธิการได้มีความรู้มากขึ้น ไม่อย่างนั้นอาตมาจะถือว่าพวกคุณบัญญัติในสิ่งที่พระพุทธเจ้าไม่บัญญัติ เพิ่มเติมในสิ่งที่พระพุทธเจ้าไม่ได้เพิ่มเติม

ฉะนั้น..เรื่องของคณะสงฆ์ถ้าสอนให้พระเณรละอายชั่วกลัวบาป รักศีลก็จบแล้ว ก็ไม่ต้องเรียนรู้อะไรเพิ่มเติมมากมายหรอก เล่นเอาหัวหน้าหลักสูตรต้องโดดขึ้นเวทีมาอธิบายเอง สรุปว่าอาตมาตั้งแต่เป็นนิสิตระดับประกาศนียบัตร ก็เป็นที่จดจำของอาจารย์ มจร.ชนิดแม่นยำไปจนวันตาย หลักสูตรเขาอาศัยด็อกเตอร์หลายคนคิดกันขึ้นมา โดนเด็กบ้านนอกอย่างอาตมาตีคว่ำไม่เป็นท่าเลย
กระทู้ #101 - วรรคเล็กน้อย หลังคำย่อ
__________________
"สีเลนะ สุคะติง ยันติ สีเลนะ โภคะสัมปะทา สีเลนะ นิพพุติง ยันติ ตัสมา สีรัง วิโสทะเย"
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 3 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ทายก ในข้อความที่เขียนด้านบน
วีรวิทย์ ล. (เมื่อวานนี้), สายท่าขนุน (วันนี้), สีลเตโช (เมื่อวานนี้)
  #116  
เก่า วันนี้, 02:19
สายท่าขนุน's Avatar
สายท่าขนุน สายท่าขนุน is offline
ผู้สนับสนุนเว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 756
ได้ให้อนุโมทนา: 121,479
ได้รับอนุโมทนา 127,438 ครั้ง ใน 4,960 โพสต์
สายท่าขนุน is on a distinguished road
Wink

อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ ทายก อ่านข้อความ

กระทู้ #1 - "ทิฏฐิ"
กระทู้ #6 - "วัฏฏสงสาร"
กระทู้ #10 - ไม่วรรคก่อนหน้าเครื่อหมาย
กระทู้ #36 - วรรคเล็กน้อย หลังคำย่อ
ทิฐิ และวัฏสงสาร สะกดถูกต้องแล้ว ยกเว้นต้องการเน้นให้สะกดแบบบาลี จึงใช้ ทิฏฐิ

ทิฐิ
(๑) [ทิดถิ] น. ความเห็น เช่น สัมมาทิฐิ ความเห็นชอบ มิจฉาทิฐิ ความเห็นผิด (ป. ทิฏฺ; ส. ทฺฤษฺฏิ).
(๒) น. ความอวดดื้อถือดี เช่น เขามีทิฐิมาก. (ป. ทิฏฺ; ส. ทฺฤษฺฏิ).

วัฏ-, วัฏฏะ
(๑) [วัดตะ-] (แบบ) น. วงกลม (ป.; ส. วฤตฺต).
(๒) น. การหมุน, การเวียนไป, รอบแห่งการเวียนเกิดเวียนตาย. (ป.; ส. วฤตฺต).
(๓) [วัดตะ-] (แบบ) ว. กลม, เป็นวง. (ป.; ส. วฤตฺต).
ลูกคำของ "วัฏ-, วัฏฏะ" คือ วัฏจักร วัฏทุกข์ วัฏสงสาร

หมายเหตุ : หากต้องการอ้างอิงเลขที่ข้อความเป็นเลขอารบิก ควรใส่เครื่องหมายคำพูด มิเช่นนั้น จะผิดกติกาของเว็บ ที่ต้องใช้เลขไทย
__________________
การรักษากำลังใจสำคัญที่สุด...ได้ดีอย่าฟู แล้วขณะเดียวกันว่า ถ้าได้ร้ายก็อย่าฟุบ ให้เห็นว่ามันเป็นปกติของมัน เรื่องของมัน
ถ้ามันดีมาพออาศัยได้ก็ดีกับมันไป ถ้าหากว่ามันไม่ดีมา เราอยู่กับมันก็ให้รู้อยู่มีสติอยู่ ถึงเวลาก็ต่างคนต่างไปอยู่แล้ว...
กำลังใจของเราพลาดแม้แค่วินาทีเดียวนี่ อาจจะหมายถึงแพ้ทั้งกระดาน

อะไรมันก็ไม่เจ็บปวดเท่ากับต้องเกิดใหม่ มันเป็นทุกข์ เป็นโทษสุด ๆ จริง ๆ
กระโถนข้างธรรมาสน์ ฉบับที่ ๕๑
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 6 คน ( เป็นสมาชิก 2 คน และ บุคคลทั่วไป 4 คน )
กระโดง, อุปราชา
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 06:24



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว