กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > เก็บตกจากบ้านเติมบุญ

Notices

เก็บตกจากบ้านเติมบุญ เก็บข้อธรรมจากบ้านเติมบุญมาฝาก สำหรับผู้ที่ไม่มีโอกาสเดินทางไป

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #161  
เก่า 31-12-2017, 22:21
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,977
ได้ให้อนุโมทนา: 78,723
ได้รับอนุโมทนา 3,310,472 ครั้ง ใน 23,380 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เก็บตกเดือนธันวาคม ๒๕๖๐ หมดแล้วค่ะ
ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย ทาริกา คะน้า เถรี รัตนาวุธ และเผือกน้อย
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 31-12-2017 เมื่อ 23:10
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 118 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #162  
เก่า 01-01-2018, 19:26
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,977
ได้ให้อนุโมทนา: 78,723
ได้รับอนุโมทนา 3,310,472 ครั้ง ใน 23,380 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เก็บตกเพิ่มเติม

ถาม : ผมสงสัยเกี่ยวกับข้อความของพระสงฆ์ท่านหนึ่ง ท่านเขียนเรื่อง "ความเข้าใจพระพุทธศาสนาใน ๑๐ นาที" ผมไม่แน่ใจว่าผิดถูกมากน้อยแค่ไหน เพราะบางอย่างอ่านแล้วเหมือนจะจริง จะใช่ แต่ก็ยังรู้สึกว่าผิดอยู่ แต่หาข้อผิดที่ชัดเจนไม่ได้ครับ ผมอยากทราบคำตอบที่ถูกต้องครับ ข้อความนั้นมีดังนี้

ข้อ ๑. พระพุทธเจ้าตรัสรู้อะไร ?
อริยสัจ ๔ คือ ทุกข์ คือความไม่สบายกาย ไม่สบายใจ
สมุทัย คือเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์
นิโรธ คือความดับทุกข์
มรรค คือข้อปฏิบัติเพื่อความดับทุกข์

ตอบ : ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ซึ่งเท่ากับใบไม้กำมือเดียว

ถาม : ข้อ ๒. พระพุทธเจ้าทรงสอนเรื่องอะไร ?
ทุกข์กับการดับทุกข์
ตอบ : คำตอบข้างบน

ถาม : ข้อ ๓ ภาพรวมของพระพุทธศาสนา มีดังนี้

๓.๑ ให้มองโลกตามความเป็นจริง (จริงขั้นสมมุติ=สมมุติสัจจ์, จริงแท้=ปรมัตถสัจจ์) อาทิ ตัวเรามีอยู่ แต่หาใช่ตัวตนที่แท้จริงไม่
๓.๒ ให้ถือทางสายกลาง ทางตึง (ทรมานกายให้ลำบาก) ก็ดี, ทางหย่อน (ฟุ้งเฟ้อหลงใหล มัวเมา) ก็ดี, มิใช่แนวทางของพระพุทธศาสนา แต่ของพระพุทธศาสนา คือ มรรคมีองค์ ๘ ทางสายกลางพอดี ๆ
๓.๓ ให้พึ่งตนเอง มิใช่พึ่งเทวดา โชคชะตาราศี หรือดวงดาว ฤกษ์ยาม
๓.๔ ไสยศาสตร์ การบนบานศาลกล่าว อ้อนวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ การดูฤกษ์ยาม การเจิม ฯลฯ มิใช่พุทธศาสนา
๓.๕ สิ่งทั้งหลายเกิดขึ้นตามเหตุปัจจัย (อิทัปปัจจยตา) มีใช่เกิดขึ้นเองลอย ๆ หรือพรหมลิขิต จะดับทุกข์ได้ต้องดับที่เหตุ
๓.๖ โอวาทที่เป็นหลักเป็นประธาน (โอวาทปาฏิโมกข์) คือ ให้ละชั่ว ทำกุศลให้ถึงพร้อม และทำจิตให้บริสุทธิ์
๓.๗ สิ่งทั้งอยู่ภายใต้กฎของไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง, ทุกขัง, อนัตตา, แม้พระนิพพาน ก็เป็นอนัตตาเช่นกัน หาใช่อัตตาตัวตนไม่
๓.๘ ให้เชื่อในหลักธรรม คือ ทำดี-ได้ดี, ทำชั่ว-ได้ชั่ว. ให้ทำตนอยู่เหนือดี เหนือชั่วนั่นแหละ จึงจะพบนิพพาน (คือเหนือกรรม)
๓.๙ จุดหมายสูงสุดของพระพุทธศาสนา คือนิพพาน (ได้แก่สภาวะจิตที่สงบเย็น ปราศจากทุกข์)
๓.๑๐ สรุปธรรมทั้งปวง รวมลงในเรื่องเดียว คือ “ความไม่ประมาท”

ตอบ :ทุกสิ่งไม่เที่ยง ทุกสิ่งเป็นทุกข์ ทุกสิ่งไม่มีอะไรเป็นเราเป็นของเรา
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 01-01-2018 เมื่อ 20:35
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 117 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #163  
เก่า 01-01-2018, 19:29
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,977
ได้ให้อนุโมทนา: 78,723
ได้รับอนุโมทนา 3,310,472 ครั้ง ใน 23,380 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ข้อ ๔. การศึกษาธรรมะ ๒ สมัย

๔.๑ สมัยปัจจุบัน คือ รู้จัก กับ รู้จำ อาศัยการฟัง อ่านค้นคว้า จึงมีความรู้อยู่ในสมองและในสมุด พูดธรรมะคล่องแต่ปฏิบัติไม่ค่อยได้ จึงได้ผลน้อย
๔.๒ สมัยพุทธกาล คือ รู้แจ้ง โดยเมื่อฟัง – จำแล้ว ลงมือปฏิบัติ ทำจริงในขณะนั้นทันที เกิดผลเป็นความรู้แจ้งเรื่องชีวิต ดับทุกข์ในขณะนั้นทันที

ตอบ : จะสมัยไหนถ้าพระธรรมยังสมบูรณ์อยู่ มรรคผลก็ยังมีเป็นปกติ

ถาม : ข้อ ๕. วิธีศึกษาพระพุทธศาสนา
เมื่อแรกพุทธปรินิพานนั้น สิ่งที่พระพุทธองค์ทรงสั่งให้ถือเอาเป็นศาสดาแทนพระองค์ มีเพียง ๒ คือ ธรรมและวินัย หลังจากนั้นมา ๓๐๐ ปี จึงเกิดมีพระไตรปิฎกขึ้น (สุตตันตปิฎก วินัยปิฎก และอภิธรรมปิฎก) บัดนี้ล่วงกาลมาถึง ๒,๕๐๐ กว่าปี คำสอนเดิม ขั้นปรมัตถ์ค่อย ๆ หายไป หมดไป เกิดมีคำสอนใหม่ ๆ เป็นพุทธศาสนาเนื้องอกจับใส่พระโอษฐ์ ว่าเป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นอันมาก ดังนั้นในการศึกษาพระพุทธศาสนาพึงอาศัยหลักดังนี้

– ด้านปริยัติ (ความรู้เนื้อหา) อ่าน ฟัง คิด วิจัย ให้เข้าใจคือให้ปฏิบัติได้จริง หากสงสัย ให้อาศัยหลักกาลามสูตรเข้าพิจารณาตัดสิน มิใช่เชื่อไปเสียหมด
– ด้านปฏิบัติ การปฏิบัติทุกอย่างของพระพุทธศาสนาไม่ว่าการทำทานรักษาศีล ภาวนา พระพุทธองค์ทรงสอนให้ ทำเพื่อ “ละกิเลส” มิใช่เพื่อเอาหวังได้นั่นได้นี่ อันทำให้ยิ่งเพิ่ม โลภะ โทสะ โมหะ หาใช่พุทธศาสนาไม่ ทุกวันนี้ไหว้เพื่อเอา เพื่อขอ ทำบุญเพื่อเอาสวรรค์ นิพพาน หวังผลทั้งชาตินี้ชาติหน้า ซึ่งกลายเป็นพอกกิเลสยาวนาน
– ด้านปฏิเวธ (ผล) ทำเพื่อละ จะพบนิพพาน (จิตบริสุทธิ์ มีความสะอาด สว่าง สงบ) แต่ทำเพื่อเอา จะทำเพื่อเอา จะพบกิเลสในตนพอกพูนยิ่งขึ้น ๆ ยาวนาน และยิ่งมีทุกข์มาก
ดังนั้น จงมุ่งปฏิบัติเพื่อห่างไกลทุกข์โดยส่วนเดียว ให้ได้เห็นผลด้วยตนเอง (สันทิฏฐิโก)

ตอบ : คำตอบในข้อ ๔
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 02-01-2018 เมื่อ 14:20
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 108 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #164  
เก่า 01-01-2018, 19:34
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,977
ได้ให้อนุโมทนา: 78,723
ได้รับอนุโมทนา 3,310,472 ครั้ง ใน 23,380 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ข้อ ๖.จะศึกษาพุทธศาสนาได้ที่ไหน ?
ให้ศึกษาในร่างกายนี้ ที่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ และมิใช่จะต้องศึกษากับพระ และในวัดวาอารามเท่านั้น จึงศึกษาตนเอง อย่ามัวศึกษานอกตัว หรือมัวติดอยู่แค่พิธีกรรม หรือได้แต่ทำตาม ๆ เขาไป จะเสียทีที่ได้มีโอกาสเกิดมาพบพระพุทธศาสนา ได้ลิ้มรสแค่เปลือกกระพี้ มิได้ชิมรสอันเป็นเนื้อใน อันได้แก่ธรรมรสของความเย็นอกเย็นใจ (นิพพาน)

ตอบ : ศึกษาในศีล สมาธิ ปัญญา ทั้งปริยัติและปฏิบัติ จนเกิดปฏิเวธ

ถาม : ข้อ ๗. เหตุแห่งทุกข์และการดับทุกข์
เหตุ เกิดจากอุปทาน คือ การเข้าไปยึดถือว่า นี่คือ ตัวตนของเรา นี่ของ ๆ เรา
การดับ โดยละอุปทานเสีย (โดยพยายามปฏิบัติให้ “เห็นอนัตตา”) เถิด จะโดยบังคับจิตเป็นสมาธิ (เจโตวิมุตติ) หรือโดยพิจารณาธรรมด้วยปัญญา (ปัญญาวิมุตติ) ก็ได้

ตอบ : ตัณหา (ความอยาก) เป็นเหตุ จึงเกิดอุปาทาน (ความยึดมั่นถือมั่น)

ถาม : ข้อ ๘. พุทธพจน์ “ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา”
คำว่า “เห็นธรรม” คือ เห็นปฏิจจสมุปบาท คือ วงจรที่ทุกข์เกิด และดับ โดยเริ่มต้นจากอวิชชา จนเกิดทุกข์

ตอบ : เห็นธรรมที่เข้าสู่มรรค ๔ ผล ๔ นิพพาน ๑ ไม่ใช่ปฏิจจสมุปบาทอย่างเดียว
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 02-01-2018 เมื่อ 14:18
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 108 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #165  
เก่า 01-01-2018, 19:38
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,977
ได้ให้อนุโมทนา: 78,723
ได้รับอนุโมทนา 3,310,472 ครั้ง ใน 23,380 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ข้อ ๙.จุดหมายสูงสุดของพระพุทธศาสนา
คือ นิพพาน (สภาวะจิตที่สงบเย็น) ปราศจากกิเลส เครื่องร้อยรัดทั้งปวง (ชาวบ้านพูดว่า เย็นอก เย็นใจ) หาพบได้ที่ใจตัวเอง

ตอบ : เย็นอกเย็นใจของชาวบ้านระดับไหน ?


ถาม : ข้อ ๑๐. สรุป ความทุกข์เกิดที่จิต พึงรักษาจิตให้เป็นประภัสสรไว้เสมอ ระวังการกระทบ (ผัสสะ) ทางตา หู ฯลฯ ให้ดี มีสติรู้ทันว่า…เห็นสักว่าเห็น ได้ยินสักว่าได้ยิน อย่าให้เวทนา ตัณหา เกิดได้ แล้วท่านจะพบความสงบเย็นตลอดเวลา ความทุกข์เกิดที่จิต เพราะเห็นผิดเมื่อผัสสะ ความทุกข์จะไม่โผล่ ถ้าไม่โง่เมื่อผัสสะ

ตอบ : กิเลสใหญ่อยู่ที่จิต ต้องระวังภายนอก ขัดเกลาภายในไปพร้อมกัน ไม่ใช่ระวังภายนอกอย่างเดียว
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 01-01-2018 เมื่อ 20:36
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 114 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #166  
เก่า 18-02-2019, 19:02
ทายก's Avatar
ทายก ทายก is offline
ผู้สนับสนุนเว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2012
สถานที่: อุดรธานี
ข้อความ: 10
ได้ให้อนุโมทนา: 96,143
ได้รับอนุโมทนา 14,901 ครั้ง ใน 793 โพสต์
ทายก is on a distinguished road
Default


อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ เถรี อ่านข้อความ
ถาม : ถวายแผ่นทองครับ ผมขอปิดทองหลวงพ่อได้ไหมครับ ?
ตอบ : ปิดทำไม ?

ถาม : ปิดในฐานะลูกศิษย์ครับ ?
ตอบ : ไปปิดพระพุทธรูปแทน อานิสงส์มากกว่าเยอะเลย อย่าเริ่มทำอะไรที่เป็นตัวอย่างไม่ดี ตูขี้เกียจนั่งให้เขาปิดทอง สมัยก่อนเขาปิดทองหลวงปู่ดู่กัน หลวงปู่ดู่ท่านบ่นว่าคันจะตาย

ไปเจอหลวงปู่ดูท่านฟุบอยู่หน้าประตูกุฏิ ก็ตกใจรีบไปประคองท่าน ”หลวงปู่เป็นอะไรหรือเปล่าครับ ?” “อือ...เขามาตอนตี ๒ มากัน ๓ คันรถบัส บอกว่าจะรีบไปวัดอื่นต่อ ทุบประตูเรียกข้าออกมา ข้าก็เพิ่งจะเข้ากุฏิไปตอนเที่ยงคืนกว่านี่เอง”

ผมบอก “หลวงปู่เมตตาเขาจนกระทั่งร่างกายจะไม่ไหวแล้วนะครับ” “เออ...สมน้ำหน้าตัวเอง ตอนหนุ่ม ๆ ข้าอยากดัง ตอนนี้ดังแล้วก็ให้ดังเสียให้เข็ด” โอ๊ย...เห็นแล้วสงสารท่าน
กระทู้ #53 - "หลวงปู่ดู่"
อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ เถรี อ่านข้อความ
"ลักษณะอย่างนั้นถึงเวลาจำเป็นแล้ว หลวงปู่ หลวงพ่อ ครูบาอาจารย์ หรือพระท่านจะใช้งาน ไม่อย่างนั้นแล้วท่านไม่สั่งให้ฝึกขนาดนั้นหรอก แบบเดียวกับที่สั่งเน้นพวกอาตมาให้ฝึกอภิญญาโดยเฉพาะ ท่านบอกว่ากาลต่อไปข้างหน้า บุคคลที่เป็นมิจฉาทิฐิ จะจ้วงจาบพระพุทธศาสนามาก ถึงขนาดกล่าวหาว่าอภิญญาสมาบัติเป็นของหลอกลวงกัน เพื่อยกย่องศาสดาของตน

ท่านบอกว่า ถึงวาระนั้นแล้วพวกแกจะต้องไปแสดงให้เขาดูว่าสิ่งทั้งหลายเหล่านี้มีจริง
ก็กราบเรียนถามหลวงพ่อท่านว่า "ก็พระท่านห้าม พระพุทธเจ้าท่านห้ามไม่ให้ภิกษุสามเณรแสดงฤทธิ์แสดงอภิญญา แล้วพวกผมจะแสดงได้หรือ ?" หลวงพ่อท่านบอกว่า "ถึงเวลาแล้วพระท่านจะสั่งเอง"

ก็ได้แต่หวังว่าท่านจะไม่สั่ง เพราะว่ายังทำอะไรไม่ค่อยเป็น ถึงเวลาสั่งแล้วเดี๋ยวไปเหมือนกับโยมเมื่อเช้า มีสตางค์เต็มกระเป๋าแต่ใช้ไม่เป็น แล้วที่ตลกมากก็คือ หลังจากที่มีโยมถามปัญหาขั้นประถมของเขา เลยไปเจอระดับปริญญาเข้าให้ โยมเขาบอกว่าขออนุญาตถามปัญหาระดับประถม ก็เลยบอกว่า “เออ...ถึงระดับประถมแล้วหรือ ? ที่เจอมาอนุบาลล้วน ๆ” เพิ่งจะพูดจบไม่นานเจอระดับปริญญาเลย"
กระทู้ #79 - "ทิฏฐิ"
__________________
"สีเลนะ สุคะติง ยันติ สีเลนะ โภคะสัมปะทา สีเลนะ นิพพุติง ยันติ ตัสมา สีรัง วิโสทะเย"
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 10 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ทายก ในข้อความที่เขียนด้านบน
คนข้างวัด (เมื่อวานนี้), ชนินทร (เมื่อวานนี้), ต้นบุญ (เมื่อวานนี้), ทองคำเปลว (18-02-2019), ประวัติ (เมื่อวานนี้), ปราโมทย์ (เมื่อวานนี้), วีรวิทย์ ล. (18-02-2019), สายท่าขนุน (วันนี้), สีลเตโช (18-02-2019), อาวุธ (เมื่อวานนี้)
  #167  
เก่า 18-02-2019, 21:47
ทายก's Avatar
ทายก ทายก is offline
ผู้สนับสนุนเว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2012
สถานที่: อุดรธานี
ข้อความ: 10
ได้ให้อนุโมทนา: 96,143
ได้รับอนุโมทนา 14,901 ครั้ง ใน 793 โพสต์
ทายก is on a distinguished road
Default


อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ เถรี อ่านข้อความ
พระอาจารย์กล่าวกับพระ "เรื่องบัญชีพระสำคัญมาก ประมาทไม่ได้ ตอนนี้พระท่านเจอคดีกันเยอะแยะไปหมด หลวงพ่อวัดท่าซุงท่านบอกกับผมตั้งแต่ออกจากวัดได้ ๘ เดือน ว่าให้ทำบัญชีให้เรียบร้อย ถึงเวลาใครตรวจสอบจะได้ชี้แจงเขาได้ ปรากฏว่าผ่านไป ๒๐ กว่าปีเรื่องเพิ่งจะเกิด แล้วบัญชีของผมทำมา ๒๐ กว่าปี สามารถตรวจสอบได้ทุกเวลาว่าแน่นอนแค่ไหน

เรื่องการทำงานละเอียดนี้ไม่มีใครเกินหลวงพ่อวัดท่าซุง มีอยู่วันหนึ่งท่านบอกให้ผมไปค้นบิลเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเก่า ท่านบอกว่าจะเปรียบราคาดูกับของใหม่ที่จะซื้อว่าขึ้นราคาไปกี่เปอร์เซ็นต์ ท่านให้ลองค้นดู แล้วก็ชี้ไปที่ตู้เก็บเอกสารสูงท่วมหัวผม เปิดออกมานี่ผมจะเป็นลม แฟ้มเป็นตั้ง ๆ เรียงกันเป็นพรืดไปหมดเลย

ตายละวา...กูจะหาที่ไหนเจอวะนี่ ? ท่านบอกว่าประมาณปี พ.ศ.นั้น ผมก็ค่อย ๆ ค้นดู เปิดดูแค่ ๓ แฟ้มก็เจอแล้ว เพราะว่าท่านเก็บบิลรายจ่ายของท่านทุกใบเรียงตามเดือน เรียงตามปี"
กระทู้ #86 - วรรคเล็กน้อย หลังคำย่อ
อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ เถรี อ่านข้อความ
ถาม : ถ้าเราอธิษฐานว่าเราจะไม่ทำความชั่วใหญ่ ๆ ทั้งชาตินี้ชาติหน้า เราทำได้หรือไม่ครับ ?
ตอบ : อธิษฐานได้ แต่จะรักษาคำอธิษฐานได้ไหมอยู่ที่สัจบารมีด้วย
กระทู้ #133 - "สัจจบารมี"
อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ เถรี อ่านข้อความ
พระอาจารย์กล่าวว่า “คนเมืองน่าสงสาร น่าสงสารตรงที่ว่า ถ้าสาธารณูปโภคมีปัญหาก็จะเดือดร้อนกันหมด คนต่างจังหวัดอย่างอาตมาไม่มีปัญหา เพราะว่าแม่น้ำอยู่หลังวัด ตอนนี้เขาวัดคุณภาพน้ำทุกเดือน เหตุที่ต้องวัดคุณภาพน้ำทุกเดือน เพราะว่าทางด้านเทศบาลเขาใช้น้ำไปทำประปา

พอถึงช่วงเวลาปล่อยน้ำจากเขื่อนได้สักครึ่งชั่วโมง ทางเทศบาลก็จะเริ่มสูบ ก็คือให้น้ำใหม่ไล่น้ำเก่าไปก่อน แล้วน้ำใหม่หน้าเขื่อนส่วนใหญ่บางทีก็มีฟองน้ำหรือขยะอยู่ ต้องบอกว่าเทศบาลทำงานรอบคอบมาก โดยเฉพาะครั้งแรกเห็นโรงสูบน้ำ เป็นบันไดลงไปเฉย เดินบิณฑบาตครั้งต่อมาปรากฏว่ามีประตูเรียบร้อยแล้ว ป้องกันคนไปรบกวน เกิดมีใครเอาสลอดใส่ลงไปก็ได้ท้องร่วงกันหมดทั้งอำเภอ

คนกรุงเทพฯ ก็อยู่ในลักษณะเดียวกัน ถ้าสาธารณูปโภคหรือข้าวของไม่สามารถส่งถึงได้นี่ลำบากเลย ไปนึกถึงปี ๒๕๕๔ ข้าวของในห้างสรรพสินค้าหมดเกลี้ยงไม่เหลืออะไรเลย นอกจากชั้นเปล่า ๆ วาง นั่นคือลักษณะของการขาดแคลน เพราะว่าเส้นทางเข้ากรุงเทพ ฯ โดนน้ำตัดขาดหมด เหลือทางด้านพระราม ๒ เส้นเดียว ยังโชคดีที่เป็นด้านพระราม ๒ เพราะว่าอาหารทะเลยังเข้ามาได้"
กระทู้ #148 - วรรคเล็กน้อย ก่อนเครื่องหมาย
อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ เถรี อ่านข้อความ
ถาม : (พระถามเรื่องนิมิต)
ตอบ : เรื่องของนิมิตบางทีก็เป็นการทดสอบกำลังใจ แกล้งให้เราหลงทิศหลงทาง นิมิตที่เกิดขึ้นบางทีอยู่ในลักษณะมาทดสอบว่า เราเองลืมคำสั่งครูบาอาจารย์หรือเปล่า ? มีความมั่นคงต่อสัจบารมีเราแค่ไหน ? สำหรับผมเองไม่ค่อยเอานิมิตมาเป็นอารมณ์หรอกครับ ถ้ามาออกคำสั่งกันเป็นตัวตนชัด ๆ อย่างนั้นค่อยเอามาพิจารณา
กระทู้ #149 - "สัจจบารมี"
อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ เถรี อ่านข้อความ
"ไปถึงยังทึ่งว่าทำไมวัดเขาใหญ่ขนาดนี้ ? ไหนบอกว่าไม่ค่อยมีพื้นที่ คงจะเหมือนกับประเทศของเรา ที่เขาบอกว่าที่ไหนสวย ๆ ไม่พระหรือรีสอร์ทยึดไปหมด เพราะว่าพระก็มักจะไปหาที่ซึ่งเหมาะแก่การปฏิบัติธรรมไว้ก่อน พอถึงเวลาสร้างเป็นวัดขึ้นมา ดูแลรักษาดี ขออนุญาตตั้งเป็นวัดได้ ก็กลายเป็นพื้นที่วัดไปหมด

แต่ว่าภูมิใจอยู่อย่างเดียวขณะที่ไปสวนหินเซน อาตมานับหินได้ครบ ขณะที่คนอื่นนับให้ตายก็ไม่ครบ เขาไปนั่งเฝ้าเลยว่าทำอย่างไรจะนับให้ครบ ต้องบอกว่าสายตาที่ดูวัตถุมงคลแล้วรู้ตำหนิ กับหินก้อนเบ้อเร่อจะดูไม่ออกเชียวหรือ ? แต่ก็เหลือเชื่อจริง ๆ หินแค่ไม่กี่ก้อนเรียกนักท่องเที่ยวได้ขนาดนั้น พื้นที่ก็ไม่ได้กว้างหรอก เขาทำเป็นสวนหิน แล้วเขาก็ไปนั่งจ้องกันเป็นแถว ดูเขาแล้วนิ่งมากเลย พยายามจะหาสัจธรรมจากก้อนหินตรงหน้าให้ได้

อาตมาเองไม่ต้องเสียเวลาเลย หินก็ค่อย ๆ เปื่อย ค่อย ๆ ผุ อยู่นั่นแหละ การที่คงสภาพอยู่ไม่ได้คืออนัตตา การที่ต้องทนกับความเสื่อมสลายคือความทุกข์ ขณะที่เสื่อมสลายก็คืออนิจจัง ชัด ๆ อยู่แล้ว แต่เขาก็ไปนั่งจ้องกันอยู่ได้ทั้งวัน"
กระทู้ #152 - "สัจจธรรม"
__________________
"สีเลนะ สุคะติง ยันติ สีเลนะ โภคะสัมปะทา สีเลนะ นิพพุติง ยันติ ตัสมา สีรัง วิโสทะเย"
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 9 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ทายก ในข้อความที่เขียนด้านบน
คนข้างวัด (เมื่อวานนี้), ชนินทร (เมื่อวานนี้), ต้นบุญ (เมื่อวานนี้), ประวัติ (เมื่อวานนี้), ปราโมทย์ (เมื่อวานนี้), พลังจิต (เมื่อวานนี้), วีรวิทย์ ล. (เมื่อวานนี้), สายท่าขนุน (วันนี้), อาวุธ (เมื่อวานนี้)
  #168  
เก่า วันนี้, 01:59
สายท่าขนุน's Avatar
สายท่าขนุน สายท่าขนุน is offline
ผู้สนับสนุนเว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 756
ได้ให้อนุโมทนา: 121,479
ได้รับอนุโมทนา 127,438 ครั้ง ใน 4,960 โพสต์
สายท่าขนุน is on a distinguished road
Default

อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ ทายก อ่านข้อความ
กระทู้ #79 - "ทิฏฐิ"
ทิฐิ สะกดถูกต้องแล้ว ยกเว้นต้องการเน้นให้สะกดแบบบาลี จึงใช้ ทิฏฐิ

ทิฐิ
(๑) [ทิดถิ] น. ความเห็น เช่น สัมมาทิฐิ ความเห็นชอบ มิจฉาทิฐิ ความเห็นผิด (ป. ทิฏฺ; ส. ทฺฤษฺฏิ).
(๒) น. ความอวดดื้อถือดี เช่น เขามีทิฐิมาก. (ป. ทิฏฺ; ส. ทฺฤษฺฏิ).

หมายเหตุ : หากต้องการอ้างอิงเลขที่ข้อความเป็นเลขอารบิก ควรใส่เครื่องหมายคำพูด มิเช่นนั้น จะผิดกติกาของเว็บ ที่ต้องใช้เลขไทย
__________________
การรักษากำลังใจสำคัญที่สุด...ได้ดีอย่าฟู แล้วขณะเดียวกันว่า ถ้าได้ร้ายก็อย่าฟุบ ให้เห็นว่ามันเป็นปกติของมัน เรื่องของมัน
ถ้ามันดีมาพออาศัยได้ก็ดีกับมันไป ถ้าหากว่ามันไม่ดีมา เราอยู่กับมันก็ให้รู้อยู่มีสติอยู่ ถึงเวลาก็ต่างคนต่างไปอยู่แล้ว...
กำลังใจของเราพลาดแม้แค่วินาทีเดียวนี่ อาจจะหมายถึงแพ้ทั้งกระดาน

อะไรมันก็ไม่เจ็บปวดเท่ากับต้องเกิดใหม่ มันเป็นทุกข์ เป็นโทษสุด ๆ จริง ๆ
กระโถนข้างธรรมาสน์ ฉบับที่ ๕๑
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #169  
เก่า วันนี้, 02:08
สายท่าขนุน's Avatar
สายท่าขนุน สายท่าขนุน is offline
ผู้สนับสนุนเว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 756
ได้ให้อนุโมทนา: 121,479
ได้รับอนุโมทนา 127,438 ครั้ง ใน 4,960 โพสต์
สายท่าขนุน is on a distinguished road
Wink

อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ ทายก อ่านข้อความ
กระทู้ #133 - "สัจจบารมี"

กระทู้ #149 - "สัจจบารมี"

กระทู้ #152 - "สัจจธรรม"
สัจบารมี และสัจธรรม สะกดถูกต้องแล้ว ซึ่งสามารถเขียนเป็น สัจจะบารมี และสัจจะธรรม ได้
หมายเหตุ : หากต้องการอ้างอิงเลขที่กระทู้เป็นเลขอารบิก ควรใส่เครื่องหมายคำพูด มิเช่นนั้น จะผิดกติกาของเว็บ ที่ต้องใช้เลขไทย
และหากจะเขียนเป็น สัจจบารมี หรือสัจจธรรม เข้าใจว่า เป็นการเน้นให้สะกดแบบบาลี

สัจ, สัจ-, สัจจะ
[สัด, สัดจะ-] น. ความจริง, ความจริงใจ, เช่น ทำงานร่วมกันต้องมีสัจจะต่อกัน. (ป. สจฺจ; ส. สตฺย).
ลูกคำของ "สัจ, สัจ-, สัจจะ" คือ สัจกิริยา สัจญาณ สัจธรรม สัจนิยม สัจพจน์
__________________
การรักษากำลังใจสำคัญที่สุด...ได้ดีอย่าฟู แล้วขณะเดียวกันว่า ถ้าได้ร้ายก็อย่าฟุบ ให้เห็นว่ามันเป็นปกติของมัน เรื่องของมัน
ถ้ามันดีมาพออาศัยได้ก็ดีกับมันไป ถ้าหากว่ามันไม่ดีมา เราอยู่กับมันก็ให้รู้อยู่มีสติอยู่ ถึงเวลาก็ต่างคนต่างไปอยู่แล้ว...
กำลังใจของเราพลาดแม้แค่วินาทีเดียวนี่ อาจจะหมายถึงแพ้ทั้งกระดาน

อะไรมันก็ไม่เจ็บปวดเท่ากับต้องเกิดใหม่ มันเป็นทุกข์ เป็นโทษสุด ๆ จริง ๆ
กระโถนข้างธรรมาสน์ ฉบับที่ ๕๑
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 06:21



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว