กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เทศน์ในวาระสำคัญต่าง ๆ

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 31-07-2016, 20:23
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,462
ได้ให้อนุโมทนา: 71,446
ได้รับอนุโมทนา 3,074,794 ครั้ง ใน 21,803 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default โอวาทช่วงงานอุปสมบทหมู่ครบ ๑๐๐ ปี ชาตกาล หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

มีผู้ถามว่าอานิสงส์การบวชพระครั้งนี้สามารถช่วยแม่ผมซึ่งฆ่าตัวตายได้หรือไม่ ? จำไว้ว่าคนฆ่าตัวตายยังไม่หมดอายุ ใครทำบุญอะไรไปให้ก็ได้ทั้งนั้นแหละ ยกเว้นว่าโง่พอที่จะไม่ทำให้

เมื่อครู่ได้ยินว่าใครจะสึกวันที่ ๙ ? เปลี่ยนวันเสียเถอะ วันเสาร์ หลวงพ่อวัดท่าซุงบอกว่า เอาไว้พุทธาภิเษกอย่างเดียว ไม่ควรทำงานมงคลอย่างอื่น หรือถ้าถือว่าการสึกเป็นงานอวมงคลก็น่าจะสึกได้นะ ...(หัวเราะ)...

ผมเห็นแล้วก็เป็นห่วงว่าพวกคุณจะไปกันรอดไหม ? ถามเด็กวัดมา เขาบอกว่าไปข้างนอกเจอข้าวจานละ ๔๕ บาทแล้วไม่กล้ากิน ตอนอยู่วัดกินกันเพลิดเพลินเจริญใจ ไม่พอใจกูก็เททิ้งให้หมา พอออกไปข้างนอกเจอข้าวจานละ ๔๕ บาท เพิ่งจะรู้ว่าที่ตัวเองเททิ้งนั้นหายากแค่ไหน

จำเอาไว้เลยว่า บวชนานเกินบางทีก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าชาวบ้านเขาอยู่กัอย่างไร เขาใส่บาตรเราชุดหนึ่ง ๖๐-๗๐ บาท มีข้าวถุงหนึ่กับข้าวถุงหนึ่ง แล้วก็น้ำถ้วยหนึ่งเท่านั้นเอง ลองคิดดูว่าถ้าวันหนึ่งทำงานได้ร้อยบาทจะพอกินไหม ? เรื่องพวกนี้ต้องมีจิตสำนึกด้วย ไม่ใช่ว่าถึงเวลาโยมเขาใส่มากูก็เลือกกิน ต้องกินทุกอย่างที่ขวางหน้าถึงจะใช้ได้ ไม่อย่างนั้นถึงเวลาก็เอาเลือกตามใจปาก
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 31-07-2016 เมื่อ 20:48
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 94 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 31-07-2016, 20:28
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,462
ได้ให้อนุโมทนา: 71,446
ได้รับอนุโมทนา 3,074,794 ครั้ง ใน 21,803 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

หลวงพ่อวัดท่าซุงท่านเคยว่าพวกเลือกกินไว้เสียหมาเลย กินเพื่ออยู่ บาลีว่า เนวะ ท์วายะ นะ มะทายะ นะ มัณฑะนายะ นะ วิภูสะนายะ ไม่กินเพื่อความมัวเมา ไม่กินเพื่อความประดับ ไม่กินเพื่อความตกแต่ง

คำว่า มัวเมา ก็คือ กินแบบติดในรสชาติ คำว่า ประดับ หรือ ตกแต่ง ก็คือ กินแบบอวดร่ำอวยรวย ที่เพิ่งจะมีข่าวคนที่ออกรายการตีสิบ เขาขายพวกครีมทางอินเตอร์เน็ได้เป็นร้อยล้านเลยตอนนี้เหลือแต่ตัวแถมหนี้อีกมหาศาลเพราะว่าได้เงินมาง่ายก็ใช้ง่าย ซื้อกระเป๋าใบละล้าน กินอาหารมื้อละห้าหมื่น กว่าจะรู้ตัว ขนาดผู้จัดการเขาเตือนว่ายอดขายตกก็ยังใช้เงินแบบเดิม ท้ายสุดก็เป็นหนี้เพราะว่ารูดบัตรเกินวงเงินทุกใบ ตอนนี้ก็เป็นหนี้หัวโตอยู่นั้นแหละ ทั้ง ๆ ที่เคยมีเงินร้อยล้านอยู่ในมือ
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 31-07-2016 เมื่อ 20:49
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 95 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 31-07-2016, 20:33
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,462
ได้ให้อนุโมทนา: 71,446
ได้รับอนุโมทนา 3,074,794 ครั้ง ใน 21,803 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เรื่องพวกนี้ดูเป็นตัวอย่างของเราได้ ว่าอะไรที่เกินประมาณหรือว่าประมาทในชีวิตรสชาติเป็นอย่างไร เรื่องไม่ควรที่จะลำบากขนาดนั้นแต่ดันทำตัวให้ลำบากได้

ผมไปยุโรป เพื่อน ๆ เขาไปซื้อนาฬิกากัน อย่างถูก ๆ เรือนละสี่หมื่นบาท ตอนนั้นยูโรหนึ่ง ๔๐ บาท เรือนละพันเดียวของเขา แต่พอเป็นเงินบ้านเราตั้งสี่หมื่น ติดราคาไว้เสร็จสรรพแล้วบอกด้วยว่าไม่มี มีตัวอย่างให้ดูเครื่องเดียว แล้วคนไทยก็บ้าไปซื้อกัน

กระเป๋าหลุยส์ติ๊งต๊องนั้นก็เหมือนกัน ไปสั่งทีหนึ่ง ๖ ใบ ๑๐ ใบ ทางร้านบอกว่าขายให้ใบเดียว จะซื้อก็ซื้อ ไม่ซื้อก็เชิญออกไปเลย เขาบอกว่าของเขาไม่ใช่ของโหลที่จะซื้อทีละ ๑๐ ใบ ใบละสองแสนห้าครับ ลองไปพม่าดูสิ ใบละ ๒๐ บาทใช้ได้ดีกว่าหลุยส์วิคตองอีก ตะกร้าพลาสติกมีหูสองข้าง ถึงเวลาใส่ข้าวใส่ของไป ตอนเย็นใส่หมูใส่ผักกลับบ้านได้อีก หลุยส์วิคตองใส่ได้ที่ไหนเล่า ?

สรุปแล้วว่าสองแสนห้าใช้ได้คุ้มค่าไหม ? มีใครเอาไปใส่เนื้อหมูใส่ผักบ้าง ? ผมดูที่พม่า สาว ๆ เขาก็หิ้วคนละใบ เวลาเย็นก็ซื้อผักซื้อกับข้าวกลับบ้าน ใบหนึ่งไม่กี่สตางค์หรอก เต็มที่ ๔๐-๕๐ บาท ไม่เห็นต้องไปใช้ใบละสองแสนห้า
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 31-07-2016 เมื่อ 20:51
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 91 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า 31-07-2016, 20:36
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,462
ได้ให้อนุโมทนา: 71,446
ได้รับอนุโมทนา 3,074,794 ครั้ง ใน 21,803 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

สิ่งของที่เราใช้อยู่มีคุณค่าของตัวเอง มีงานของตัวเอง อย่างนาฬิกาเอาไว้ดูเวลา เรือน ๒๕๐ บาท ก็เอาไว้บอกเวลาได้เท่ากับเรือนละแสนสองแสน แล้วคุณจะไปซื้อสองแสนไว้ทำอะไรวะ...!?

มีนิทานฝรั่งอยู่เรื่องหนึ่ง เขาไปปาร์ตี้กัน ปรากฏว่ายามกันแขกคนหนึ่งไม่ให้เขา บอกว่าแต่งตัวไม่ดี ไอ้นั่นกลับบ้านไปผูกไทใส่สูทสวมหมวกมา พอเข้าไปถึงก็ตักอาหารยัดใส่กระเป๋า “เอ้า...กินเข้าไป เสื้อของกู” ตักยัดใส่กระเป๋ากางเกง “เอ้า...กินเข้าไป กางเกงของกู”

คนก็ถามว่าทำไมต้องทำอย่างนั้น ? เขาบอกว่า พอผมแต่งตัวตามสบายเขาไม่ให้ผมเข้าแสดงว่าเขาต้องการเสื้อผ้าไม่ได้ต้องการผม ก็ให้เขาเลี้ยงเสื้อผ้าไปสิ เขาต้องการแค่ชุดสุภาพออกงาน ไม่อายเขาก็พอแล้ว สมัยผมฆราวาสซื้อเสื้อมียี่ห้อแต่ซื้อกางเกงโหล ผมจะเข้าร้านเครื่องกีฬาสั่งตัดกางเกงวอร์มทีละครึ่งโหล แต่เสื้อนี่จะซื้อเสื้อมียี่ห้อ สมัยนั้นก็มีโปโล แกรนด์สปอร์ต ซื้อทีหนึ่งครึ่งโหลใช้ไปเถอะ อีก ๓ ปีค่อยเจอกันใหม่
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 31-07-2016 เมื่อ 20:54
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 93 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #5  
เก่า 31-07-2016, 20:39
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,462
ได้ให้อนุโมทนา: 71,446
ได้รับอนุโมทนา 3,074,794 ครั้ง ใน 21,803 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถ้าตอนเป็นทหารยิ่งกว่านั้นอีก รวมกับเพื่อนอีก ๖ คน ก็คือ ๗ คน ตัดชุดคนละชุด แล้วผลัดกันใส่ ๗ วันไม่ซ้ำหรอก คนก็ แหม...ถ้ายิ่งไปหาแฟน แฟนบอกว่าพี่นี่รวยโคตรเลย ๗ วันใส่ผ้าไม่ซ้ำ ความจริงใส่กัน ๗ คน ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป ค่าซัก ๒ บาทเอง จ้างแม่บ้านทหารเขาซัก ลงแป้งให้ด้วย ชุดละ ๒ บาท ไม่รู้ว่าสมัยนี้ชุดละเท่าไแล้ว

ลองคิดดูว่าจำเป็นตรงไหน ? กระเป๋าใบละ ๓๐ บาทใส่ของได้ดีกว่าหลุยส์ฯ ใบละสองแสนห้าอีก อย่าให้เขาแหกตาเรา โยมเขาจะถวายรถ Lexus อาตมาถามว่าราคาเท่าไร ? เขาบอกว่าสามล้านห้า ผมบอกว่าเอาฟอร์จูนเนอร์มาก็พอ เงินสามล้านห้านี่ซื้อฟอร์จูนเนอร์ได้ตั้ง ๓ คัน ถ้าคุณใช้คันละ ๑๐ ปี ๓ คันใช้ไปยันตาย ไอ้สามล้านห้าโนนพังกลายเป็นเศษเหล็กไปนานแล้ว
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 31-07-2016 เมื่อ 20:55
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 92 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #6  
เก่า 01-08-2016, 20:04
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,462
ได้ให้อนุโมทนา: 71,446
ได้รับอนุโมทนา 3,074,794 ครั้ง ใน 21,803 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ฉะนั้น...เราต้องดูว่าเหมาะสมหรือเปล่า โดยเฉพาะพวกไม่เคยมีเงินแล้วมีเงินนี่มักจะใช้ฉิบหา...เลย ผมเห็นแล้วสลดใจ ตัวอย่างชัดที่สุดคือพระครูแสง น้องชายของผมเองแหละ กลับจากซาอุดิอาระเบียมา ต้องการอะไรซื้อฉิบหา...วายป่วงหมด ขนาดซื้อบ้านยังเงินสดเลยนะครับ ไปอยู่ ๕ ปีเงินเดือนสามหมื่นกว่าบาท คูณเข้าไปดูสิ อยู่นั่นไม่มีโอกาสใช้เงิน เพราะไม่มีอะไรให้ใช้ ไปด้านไหนก็มีแต่ทะเลทรายกับอูฐ แล้วจะไปซื้ออะไร ?

ลองคูณดูปีหนึ่งเท่าไรเขาไปมา ๕ ปี กลับมาซื้อบ้านเงินสดเลย แล้วทุกวันนี้ก็เครียดหัวหงอกอยู่นั่นแหละ เพราะปล่อยให้เขาเช่า แล้วคนให้เช่าไปดูทีไรก็บ้านเละทุกที กลายเป็นว่าเป็นภาระไม่พอ ยังเครียดได้ทุกเดือน เพราะต้องไปทะเลาะกับชาวบ้านเขา

กลับมาทำบุญถวายสังฆทานชุดใหญ่ ชุดละ ๒,๐๐๐ บาท ทีละ ๙ ชุด ผมถามว่าโคตรแม่...จะถวายอะไรนักหนาวะ ? เขาบอกว่าจะทำให้สะใจ แต่พอถึงเวลาไม่มีสตางค์แล้วก็มานั่งหน้าเหี่ยว ตอนถวายทีละ ๙ ชุดลืมนึกไป การทำบุญต้องไม่ให้ตัวเองและคนรอบข้างเดือดร้อน ไม่ใช่ทำให้สะใจ แบบนั้นเขาเรียกว่าทำแบบไร้ปัญญา
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 01-08-2016 เมื่อ 20:08
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 80 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #7  
เก่า 01-08-2016, 20:07
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,462
ได้ให้อนุโมทนา: 71,446
ได้รับอนุโมทนา 3,074,794 ครั้ง ใน 21,803 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เรื่องพวกนี้เราเอาเป็นอุทาหรณ์ให้กับตัวเองได้ แม้กระทั่งหลักของการปฏิบัติ เราได้ทุ่มเทจริงหรือเปล่า ? ถ้าทุ่มเทจริงจังจะต้องเอามาใช้ในชีวิตประจำวันได้ ต้องรู้ว่าอะไรพอเหมาะ พอดี พอควร เป็นมัชฌิมาปฏิปทา แล้วมัชฌิมาปฏิปทาของแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน เป็นไปตามกำลังกาย กำลังใจ กำลังบุญที่ตัวเองสั่งสมมา ไม่มีขีดเป๊ะ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ว่าตรงนี้คือมัชฌิมา

มัชฌิมาของแต่ละคนไม่เท่ากัน ถึงเวลารู้สึกว่าตึงไปก็ผ่อนลงนิดหนึ่ง ถ้ารู้สึกว่าหย่อนไปก็เพิ่มขึ้นนิดหนึ่ง จะพอดีของเราเอง ไม่อย่างนั้นถ้าทำแบบสิ้นสติ เวลาได้อะไรก็จะได้แบบสิ้นสติเหมือนกัน
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 01-08-2016 เมื่อ 20:09
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 81 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #8  
เก่า 01-08-2016, 20:14
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,462
ได้ให้อนุโมทนา: 71,446
ได้รับอนุโมทนา 3,074,794 ครั้ง ใน 21,803 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : การเล่นอินเตอร์เน็ต เท่ากับเราโดนมารควบคุม ?
ตอบ : อินเตอร์เน็ตนั้นมารสร้างขึ้นมาเอง แล้วถือว่าควบคุมไหมล่ะ ? ผมโดนแกล้งมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว กำลังทำวิทยานิพนธ์โคตรจะเครียดเลย ๑๑ วันได้นอนแค่คืนละชั่วโมงสองชั่วโมง ทันทีที่กดบันทึก...ข้อมูลหายเกลี้ยงเลย..! หาเท่าไก็หาไม่เจอ ต้องด่าพ่อลอแม่จนแทบจะทุบเครื่องทิ้ง แต่พอถึงเวลาว่า “เออ...ช่างแม่...เดี๋ยวทำใหม่ก็ได้วะ” ไปเอาน้ำราดหัว ๓ ทีกลับมาจะทำใหม่ ข้อมูลที่หาแทบตายเด้งขึ้นมาอยู่ตรงนั้นแหละ เมื่อครู่หาให้ตายก็ไม่เจอหรอก โดนเอาไปซุกไว้ตรงไหนก็ไม่รู้ ?

ผมสงสัยมาก่อนแล้ว ไปถามหลวงพ่อวัดท่าซุงท่านว่า มารเก่าแก่ดึกดำบรรพ์ขนาดนั้น เขาใช้อินเตอร์เน็เป็นด้วยหรือ
? ไอ้นันยื่นหน้ามาหัวเราะ บอกว่า "ผมสร้างเองทำไมจะใช้ไม่เป็น" ฝีมือเขาทั้งนั้นแหละ เทคโนโลยีใหม่ ๆ ฝีมือเขาทั้งนั้น ไม่เห็นหรือ ? เดี๋ยวนี้โดนเขาบังคับให้นั่งก้มหน้าเขี่ยจอกันทั้งนั้น
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 01-08-2016 เมื่อ 20:23
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 80 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #9  
เก่า 01-08-2016, 20:16
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,462
ได้ให้อนุโมทนา: 71,446
ได้รับอนุโมทนา 3,074,794 ครั้ง ใน 21,803 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เมื่อไม่นานมานี้ที่มีภาพเปรียบเทียบ เด็กญี่ปุ่นนั่งรถรถไฟฟ้าอ่านหนังสือกันทุกคน แต่เด็กไทยบนรถไฟฟ้านั่งจิ้มแต่โทรศัพท์ ถ้าหากว่าไม่มีวินัย ไม่มีความเข้มแข็งพอ ก็เสร็จมารหมด ลองไม่ใช้โทรศัพท์สักวันได้ไหม ? มีใครทำได้บ้าง ? ส่วนผมเองบางทีลืมไป ๒-๓ วัน ไม่รู้ว่าครื่องอยู่ที่ไหน น้องเล็กโทรไปเรียก ๓ ที ๔ ที จะบอกว่าคนโน้นมาหา คนนี้มาหา ไม่เจอหรอก ผมลืมเครื่องทิ้งไว้ในรถโน่น...

เทคโนโลยีเป็นสิ่งที่ดี เพราะทำให้เห็นชัดว่าโลกนี้ก้าวหน้า แต่ต้องให้เป็นเครื่องหนุนเสริมการปฏิบัติของเรา ไม่ใช่เป็นเครื่องขวางการปฏิบัติ โดยเฉพาะพระเณรของเรา จะโดนอาบัติสังฆาทิเสสง่ายที่สุดก็เพราะโทรศัพท์นี่แหละ ปีที่แล้วผมก็เพิ่งจะส่งไปอยู่ปริวาสรายหนึ่ง ท่านขอไปอยู่ที่วัดพุทธบริษัท กลับมาถามว่า “หลวงพ่อครับ ผมจะโดนอาบัติสังฆาทิเสสหรือเปล่า ? ถามว่าทำไม ? “โยมผู้หญิงแฟนผมโทรมา ผมบอกว่ารักนะจุ๊บ ๆ” เลยบอกว่า มึงไม่ต้องสงสัยหรอก ไปเข้าปริวาสเลย ๑๕ วัน เผลอสตินิดเดียวก็โดนแล้ว

ฉะนั้น...หมั่นใช้เข้า...โทรศัพท์น่ะ...! โทรไปบ้านทีไรก็มีแต่เรื่องเดือดร้อนมาทุกทีแหละ เดี๋ยวก็จะเหมือนหลวงพ่อประโยค ๙ ที่สึกไปเลี้ยงลูกให้เขา เลี้ยงอยู่หลายปีเลย กว่าลูกจะจบมหาวิทยาลัยถึงได้ให้กลับมาบวชใหม่ แหม...เสียดาย...ดันชวนไปแค่เลี้ยงลูกเสียนี่ จะชวนไปทำอย่างอื่นด้วยก็ไม่ชวน..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 01-08-2016 เมื่อ 20:44
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 79 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #10  
เก่า 02-08-2016, 19:20
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,462
ได้ให้อนุโมทนา: 71,446
ได้รับอนุโมทนา 3,074,794 ครั้ง ใน 21,803 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ในบทสวดทำวัตรเย็นมีบทที่ว่าด้วยอานิสงส์ของเมตตา กลัวพวกเราจะแปลไม่ออกกัน ท่านบอกว่า “เอกาทะสานิสังสา” มีอานิสงส์ ๑๑ ประการ อานิสงส์ของเมตตามีอะไรบ้าง ?

สุขัง สุปะติ..........................หลับอยู่ก็เป็นสุข
สุขัง ปะฏิพุชฌะติ.................. ตื่นอยู่ก็เป็นสุข
นะ ปาปะกัง สุปินัง ปัสสะติ..........จะไม่ฝันเห็นสิ่งลามก
มะนุสสานัง ปิโย โหติ................ เป็นที่รักของมนุษย์ทั้งหลาย
อะมะนุสสานัง ปิโย โหติ..............เป็นที่รักของอมนุษย์ทั้งหลาย
เทวะตา รักขันติ.......................เทวดาจะคอยรักษา
นาสสะ อัคคิ วา วิสัง วา สัตถัง วา กะมะติ ทำลายได้ทั้งเปลวไฟ ทั้งยาพิษ และอาวุธ
ตุวะฏัง จิตตัง สะมาธิยะติ...........ทำให้จิตสามารถตั้งมั่นเป็นสมาธิได้เร็ว
มุขะวัณโณ วิปปะสีทะติ..............มีใบหน้าอันผ่องใส
อะสัมมุฬโหกาลัง กะโรติ............เวลาตายก็ไม่หลงตาย
อุตตะริง อัปปะฏิวัชฌันโต พรัหมะโลกูปะโค โหติ ถ้าหวังในเรื่องของมรรคผลอย่างน้อยก็มีพรหมโลกเป็นที่ไป รวมแล้ว ๑๑ อย่างด้วยกัน
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 02-08-2016 เมื่อ 19:58
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 66 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #11  
เก่า 02-08-2016, 19:25
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,462
ได้ให้อนุโมทนา: 71,446
ได้รับอนุโมทนา 3,074,794 ครั้ง ใน 21,803 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ในส่วนของอานิสงส์เมตตาผมก็บอกไม่ถูก ถ้าหากมาดูจากเรื่องของการพุทธาภิเษกวัตถุมงคล เรื่องของเมตตายากที่สุด ที่ยากที่สุดเพราะต้องออกจากใจของคนทำจริง ๆ เรื่องของลาภ เรื่องหนังเหนียวเป็นเรื่องเล็กเลย โดยเฉพาะวัตถุมงคล ถ้าให้เหนียวนี่ภาวนาแค่ขนลุกก็เหนียวแล้ว เพียงแต่ว่าพวกคุณพอเจอมีดเจอปืนก็ใจหายแว้บ กำลังใจตกหมด ก็เปื่อยอีกเหมือนกัน

ฉะนั้น...ส่วนของเมตตาจะเป็นส่วนทำยากที่สุด เพราะถ้าไม่ได้ออกจากใจของเราเอง กำลังก็ไม่เพียงพอ ก็เลยกลายเรื่องที่พระควรจะต้องทำไว้ ต้องแผ่เมตตาให้เป็นปกติ


บางคนยังสับสนระหว่างแผ่เมตตากับอุทิศส่วนกุศลอยู่ว่าต่างกันตรงไหน ? เหมือนกับเจอคนเหนื่อย คนหิว คนยากลำบากมา แผ่เมตตาเหมือนอย่างกับให้ร่มเงาเขา แต่อุทิศส่วนกุศลเหมือนอย่างกับให้ข้าวให้น้ำเขา เป็นคนละเรื่องกัน อย่าไปสับสนมาก เดียวเราเดาไม่ถูกหรือทำไม่ถูก ผีมาก็นั่งร้องไห้ไป ให้เราตั้งจิตอุทิศส่วนกุศลไปทันทีเลยถ้ารู้สึกว่ามีใครมา แต่ถ้าเวลาปกติก็ให้แผ่เมตตาเอาไว้ อย่างไม่มี ๆ ทำเช้าเย็นก็ยังดี

โดยเฉพาะภาวนาบทเมตตัญจะ สัพโลกัสมิงฯ ไปจนจบ ปุนะเรตีติ เดินทางเทวดาก็รักษา ถึงเกิดอุบัติเหตุก็ปลอดภัย ไม่ว่าจะไปพักที่ไหน ถ้าเราภาวนาไว้เป็นปกติ หลับก็เป็นสุข ตื่นก็เป็นสุข ไม่มีอะไรรบกวน ยกเว้นพวกคุณไปแล้วไม่สนใจอะไรเลย ก็คงจะโดนบ้างแหละ..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 02-08-2016 เมื่อ 20:00
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 68 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #12  
เก่า 02-08-2016, 19:27
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,462
ได้ให้อนุโมทนา: 71,446
ได้รับอนุโมทนา 3,074,794 ครั้ง ใน 21,803 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เรื่องของเมตตาควรทำไว้ให้เป็นปกติ โดยเฉพาะคาถาเมตตาของหลวงปู่แช่ม วัดฉลอง หลวงปู่ปานท่านไปเรียนมา แล้วก็ถ่ายทอดต่อ ๆ กันมา “พระอะระหัง สุคะโต ภะา นะ เมตตาจิต” หลายคนบอกว่าเจ้านายงี่เง่ามากเลย ทำอย่างไรก็พูดไม่รู้เรื่อง ลองภาวนานึกถึงหน้าเขาสักครึ่งชั่วโมง แล้วค่อยไปเจรจาใหม่ดูเราจะเป็นลูกน้องบังเกิดเกล้าไปเอง เพียงแต่ให้ทำจริง ๆ เท่านั้น ส่วนใหญ่แล้วทำกันไม่จริง ประเภทไม่มีการซักซ้อมไว้เลย ถึงเวลาจะใช้ก็สนิกินดาบคาฝักชักไม่ออก
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 02-08-2016 เมื่อ 20:01
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 70 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #13  
เก่า 03-08-2016, 14:44
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,462
ได้ให้อนุโมทนา: 71,446
ได้รับอนุโมทนา 3,074,794 ครั้ง ใน 21,803 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เรื่องคาถาต้องขยันภาวนา สมัยก่อนหลวงพ่อวัดท่าซุงท่านสอนผมมาทีละบท ๆ ให้ไปทำให้เกิดผล พอเกิดผลไปรายงานแล้วท่านก็จะให้บทใหม่มา แต่ท่านไม่ให้ทิ้งของเก่า ในเมื่อไม่ให้ทิ้งของเก่า ผมก็ภาวนาจนกำลังใจทรงตัว แล้วก็ขยับมาทำบทใหม่แต่คราวนี้พอตอนท้ายก็ยุ่งละสิ เพราะเยอะไปหมดนี่ ในเมื่อเยอะแล้วจะทำอย่างไร ? ก็ต้องแบ่งเวลา อาจจะภาวนาบทนี้สัก ๑๐๘ จบ หรือว่าภาวนาบทนี้สัก ๑๐ นาทีอะไรก็ว่าไป แล้วก็ขยับไปบทอื่น ว่าไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็ครบทุกบทไปเองแหละ

สรุปแล้วก็คือหางานให้ใจของเราทำ พอใจเรามีงานทำจะได้ไม่ฟุ้งซ่านไปอารมณ์อื่น ๆ ถ้าไม่มีคาถาก็โน...ูลกรรมฐาน...พระอุปัชฌาย์ท่านให้ไว้ทุกรูป “เกสา โลมา นะขา ทันตา ตะโจ” ว่าไปเถอะ
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 03-08-2016 เมื่อ 15:49
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 63 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #14  
เก่า 03-08-2016, 14:50
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,462
ได้ให้อนุโมทนา: 71,446
ได้รับอนุโมทนา 3,074,794 ครั้ง ใน 21,803 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เรื่องของคาถาเป็นเครื่องโยงใจให้เป็นสมาธิ พอใจเป็นสมาธิคราวนี้ตั้งใจจะให้เป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น ไม่ได้อยู่ที่ตัวคาถา แต่ของอยู่ที่ใจเรา หลวงปู่เนียม วัดน้อย ท่านถึงได้บอกกับหลวงปู่ปาน วัดบางนมโคว่า บทไหนก็ใช้ได้นั่นแหละ ๗ ตำนานทั้งหัวใช้ไปเถอะ คือหนังสือสวดมนต์ทั้งเล่มนันแหละ จะเอาบทไหนก็ได้ถ้ากำลังใจใช้ได้ เพราะถ้ากำลังใจทรงตัว แค่คิดก็เป็นไปตามกำลังใจของเราแล้ว

เรื่องพวกนี้ควรจะเป็นเอาไว้บ้าง อันดับแรก ก็คือ บรรพชิตพึงพิจารณาเนือง ๆ ว่าคุณวิเศษของเรามีอยู่หรือไม่ เพื่อที่จะได้ไม่เก้อเขินเมื่อเพื่อนสหธรรมิกไต่ถาม อย่างน้อยกูก็มีคาถา
ที่ทำขึ้นสักบทละวะ ทำให้ขึ้นจริง ๆ สักบทหนึ่ง แล้วเราจะรู้ว่าต้องใช้กำลังใจแค่ไหน หลังจากนั้นก็ใช้เท่ากันหมด ฉะนั้น...ขอให้ได้บทหนึ่งก่อน ถ้าหากว่าบทหนึ่งได้บทต่อไปก็ไม่ยากแล้ว ถึงเวลาภาวนาไป ๆ ใจรำคาญแล้ว รู้สึกว่าตัน...ไปต่อไม่ได้ เราก็มาภาวนาคาถาแทน ตั้งใจไว้ว่าจะเอาเท่าไร สักบทละ ๑๐๘ จบ ก็ล่อไปครึ่งค่อนวันแล้ว
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 03-08-2016 เมื่อ 15:52
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 64 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #15  
เก่า 03-08-2016, 15:00
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,462
ได้ให้อนุโมทนา: 71,446
ได้รับอนุโมทนา 3,074,794 ครั้ง ใน 21,803 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

สมัยก่อนโบราณเขาให้กลั้นใจว่าคาถา พอกลั้นใจปุ๊บจิตจะนิ่ง รู้สึกว่าไม่หายใจเดี๋ยวจะตายแล้ว จิตก็จะระมัดระวัง นิ่งอยู่เฉพาะหน้า จิตจะเป็นสมาธิส่วนหนึ่ง เขาให้กลั้นใจว่าทีหนึ่ง ๙ จบบ้าง ๑๖ จบบ้าง บางคนล่อไป ๑๐๘ จบเลย เออ...เอ็งเก่ง เพื่อที่จะให้มีสมาธิจะได้ใช้งานได้

แต่เรื่องของการกลั้นใจนี่ผมไม่ค่อยชอบ เพราะทำให้เรามาเสียทีหลัง เวลาเราภาวนาปกติเราจะเผลอไปกลั้นใจ ว่าของเราตามปกตินั่นแหละ สมาธิจะค่อย ๆ ทรงตัวไปเอง ขอให้ทำจริง ๆ เถอะ



พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
โอวาทช่วงงานอุปสมบทหมู่ครบ ๑๐๐ ปีชาตกาล หลวงพ่อพระราชพรหมยาน ปี ๒๕๕๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย รัตนาวุธ)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 03-08-2016 เมื่อ 15:53
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 64 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 23:50



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว