กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > เก็บตกจากบ้านเติมบุญ

Notices

เก็บตกจากบ้านเติมบุญ เก็บข้อธรรมจากบ้านเติมบุญมาฝาก สำหรับผู้ที่ไม่มีโอกาสเดินทางไป

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #61  
เก่า 12-07-2018, 21:33
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,930
ได้ให้อนุโมทนา: 73,748
ได้รับอนุโมทนา 3,148,912 ครั้ง ใน 22,282 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์เล่าว่า "อาตมาแวะไปเยี่ยมหลวงพ่อเอื้อนมา ไม่ใช่หลวงพ่อเอื้อน วัดวังแดงใต้นะ แต่เป็นหลวงพ่อเอื้อน วัดสามพระยา เพราะว่าท่านโดนจับนุ่งขาวห่มขาวอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อน ๆ ไม่มีใครกล้าไป กลัวติดคุกกัน อาตมาเองไม่ได้สนใจหรอก จับอาตมาสึกนะหรือ ? มีวิธีหากินมีเยอะไป คนอื่นส่วนใหญ่กลัวว่าโดนสึกไปแล้วไม่รู้ว่าจะทำมาหากินอะไร

ท่านเองกำลังใจดีมาก แทนที่เราจะห่วงท่าน ท่านกลับห่วงพวกเราว่าอยู่ข้างนอกจะอยู่กันอย่างไร ท่านบอกว่า "งานอะไรที่เคยสั่งไว้อย่าทิ้งนะ พยายามทำต่อไป เพื่อให้ชาวบ้านจะได้มีที่พึ่ง" จะฝากอะไรเข้าไปให้ ท่านบอกว่าไม่ต้องเลย ยากมาก ขนาดยาเขายังไม่ให้เลย เขาบอกว่าข้างในนั้นมีโรงพยาบาลทัณฑสถานอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น...ถ้าฝากยาฝากอะไรเข้าไป เดี๋ยวผู้ต้องขังอื่นมีพวกยาเสพติด มีอะไรฝากเข้าไปได้ก็บรรลัยกันหมด

เจอพระครูสิริฯ ก็โดนจับนุ่งขาวห่มขาวเหมือนกัน เจอพุทธะอิสระก็เหมือนกัน พุทธะอิสระนี่เห็นใส่เครื่องบล็อกหลังแล้วใช้วอล์กเกอร์เดินอยู่ แหม...ไม่มองหน้ากันเลย ไม่ยอมคุยด้วย เดินหนีไปเลย เคยบรรยายด้วยกันมาตั้งหลายงาน"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 13-07-2018 เมื่อ 02:29
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 196 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #62  
เก่า 12-07-2018, 21:40
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,930
ได้ให้อนุโมทนา: 73,748
ได้รับอนุโมทนา 3,148,912 ครั้ง ใน 22,282 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"เรื่องนี้ขอให้เรารู้ว่าเป็นการทำลายล้างกัน พอดีช่วงจังหวะเดียวกันกับที่เขาแก้ไขกฎหมายคณะสงฆ์ บอกว่าโบราณราชประเพณีเป็นพระราชอำนาจของในหลวง อาตมาอยากจะบอกว่าพวกนี้ดึงฟ้าต่ำชัด ๆ เพราะว่างานแต่งตั้งกระทั่งเจ้าอาวาสก็เป็นพระราชอำนาจของในหลวง แล้วทั่วประเทศตั้งกี่หมื่นวัด ? กลายเป็นภาระที่ท่านต้องตั้ง

ดึงฟ้าต่ำจริง ๆ เลย กฎหมายผ่านสามวาระ เขามีห้อยท้ายแบบเปิดเลยนะ อย่างเช่นมาตรา ๑๐ ที่บอกเรื่องการแต่งตั้ง ‘หรือว่าจะทรงมีพระราชดำริเป็นประการใด’ แบบนั้นก็พูดง่าย ๆ ก็คือ พระองค์ท่านจะเอาอย่างไรก็แล้วแต่พระราชประสงค์ อะไรแบบนั้น

แต่ว่าภาพที่ทางคณะสงฆ์ข้องใจมากที่สุด ก็คืออิสลามทั้งชายทั้งหญิงเข้าไปอยู่ในนั้น ๒๐-๓๐ คน เพื่อที่จะไปลุ้นเรื่องกฎหมายฉบับนี้ เข้าไปทำอะไร ? ในการประชุมระดับอย่างนี้เขาเข้าไปได้หรือ ? ต้องบอกว่าคณะสงฆ์ของเราถึงยุคมืดแล้ว เหมือนกับยุโรปยุคกลางที่เขามียุคมืดอยู่

แต่หลวงพ่อสมเด็จฯ วัดปากน้ำท่านก็เมตตา อุตส่าห์มีลายมือออกมาตั้งแต่วันที่ ๓ กรกฎาคม บอกว่าให้นิ่ง ปิดหู ปิดตา ปิดปาก กล่าวแต่สิ่งที่ดี ๆ สร้างความสามัคคีเอาไว้"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 13-07-2018 เมื่อ 02:30
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 194 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #63  
เก่า 12-07-2018, 21:51
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,930
ได้ให้อนุโมทนา: 73,748
ได้รับอนุโมทนา 3,148,912 ครั้ง ใน 22,282 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : วันที่ ๒๐ บวชเนกขัมมะ จะตั้งโรงทานค่ะ ?
ตอบ : ปกติงานบวชเนกขัมมะไม่มีโรงทาน ทางวัดจัดกันเอง แต่ว่าจะตั้งก็เชิญ โรงทานใหม่เพิ่งจะสร้างเสร็จ ที่น่าเจ็บใจที่สุดก็คืออาตมาตั้งใจว่า สร้างโรงทานเสร็จแล้วจะรื้อโรงทานเก่า ปรากฏว่าของใหม่สร้างไม่ทันจะเสร็จ ทั้งเก่าทั้งใหม่เต็มทุกฝั่งเลย ไปนึกถึงหลวงพ่อฤๅษีฯ ที่ท่านบอกว่า “สร้างเท่าไรก็ไม่พอโว้ย สร้าง ๒ ไร่ก็ไม่พอใช้งาน ๔ ไร่แทนก็ไม่พอ ๑๒ ไร่ก็ไม่พอ อย่างนั้นก็อย่าไปสร้างเลย”
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 13-07-2018 เมื่อ 02:31
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 187 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #64  
เก่า 12-07-2018, 21:59
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,930
ได้ให้อนุโมทนา: 73,748
ได้รับอนุโมทนา 3,148,912 ครั้ง ใน 22,282 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "เมื่อวันก่อนอาตมาไปเจอมีดหมออยู่เล่มหนึ่ง หยิบขึ้นมาพอกำก็รู้เลยว่าใบมีดเคยหลุดแล้วเขาใส่กลับข้าง ด้วยความที่เป็นคนเคยใช้อาวุธ พอจับก็รู้สึกสะดุดเลยว่าไม่เข้ามือ ในเมื่อไม่เข้ามือแสดงว่าคุณใส่กลับข้าง ก็เลยทดลองดึงใบมีดดู หลุดออกมาจริง ๆ แสดงว่าเขาใส่กลับข้าง จึงเสียบกลับเข้าไปให้ถูก

คนที่ไม่มีความรู้ เขาคิดว่าถือจับได้ก็ใช้ได้แล้ว หารู้ไม่ว่าถ้าของไม่เข้ามือนี่ ถ้าฝืนใช้งานไปโดนกัดมือพองตายชักเลย"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 13-07-2018 เมื่อ 02:33
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 190 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #65  
เก่า 12-07-2018, 22:10
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,930
ได้ให้อนุโมทนา: 73,748
ได้รับอนุโมทนา 3,148,912 ครั้ง ใน 22,282 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ทำไมกริชด้ามถึงหมุนได้ทุกเล่ม ?
ตอบ : เขาใช้เป็นเครื่องประดับเท่านั้น ไม่ได้ใช้เป็นอาวุธ เป็นเครื่องแสดงฐานะ ถ้าหากว่าใครจะใช้ก็แค่ไปหยอดครั่งใหม่ก็จบแล้ว แบบเดียวกับบรรดานักรบไทยของเรานี่แหละ ถ้าหากว่าเป็นคุณหลวง เป็นคุณพระ เป็นพระยา ถึงเวลาถือดาบคร่ำเงินดาบคร่ำทอง นั่นเอาไว้โชว์อย่างเดียว รบกับใครได้ที่ไหน ยิ่งประเภทหลูบเงินหลูบทองยิ่งไม่ต้องเลย ขืนออกไปรบแล้วก็ตกหล่นในสนามรบนี่น้ำตาเล็ด ประเภทหมดไปเท่าไรก็ไม่รู้ ?
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 13-07-2018 เมื่อ 02:35
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 188 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #66  
เก่า 12-07-2018, 22:56
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,930
ได้ให้อนุโมทนา: 73,748
ได้รับอนุโมทนา 3,148,912 ครั้ง ใน 22,282 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ช่วงนี้กำลังใจตกมากเลยครับ ไม่รู้จะอยู่ต่อได้ไหม แต่ไม่อยากสึก อยากอยู่ต่อ ?
ตอบ : อยากอยู่ก็อยู่สิวะ จะไปสนใจอะไรล่ะ ปีนั้นผมอยากสึกใจจะขาดอยู่ หลวงพี่วิรัชบอกว่า “คุณสึกแน่” ผมเองเหมือนคนบ้า “แล้วถ้าผมไม่สึกล่ะ ?” หลวงพี่วิรัชเขาบอก “ผมจะเผาตำราทิ้งเลย” ผมก็เลยอยู่จนหลวงพี่วิรัชเขาต้องเผาตำราทิ้ง

ถาม : ฟุ้งซ่านครับ ?
ตอบ : ฟุ้งก็ฟุ้งไป อย่างไรกูก็ไม่ไปประมาณนั้น หรือไม่ก็เปิด ๓๖๐ องศาเลย กูพร้อมจะไปทุกเวลา ถ้าอย่างนั้นจะสงบลงชั่วคราวเหมือนกัน

ถาม : ฟุ้งตรงเรื่องที่เป็นจุดอ่อน ?
ตอบ : เรื่องปกติ เขารู้ว่าจุดอ่อนอยู่ตรงไหน เขาก็พยายามกระทุ้งตรงจุดนั้นแหละ
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 13-07-2018 เมื่อ 02:36
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 194 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #67  
เก่า 14-07-2018, 19:40
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,930
ได้ให้อนุโมทนา: 73,748
ได้รับอนุโมทนา 3,148,912 ครั้ง ใน 22,282 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "วันก่อนปรึกษากับพระครูน้อย (พระครูกิตติชัยกาญจน์) “เราเองไปปริวาสกันบ้างดีกว่า” ถามว่าทำไม ? ไปศึกษาเอาไว้ให้รู้จริงว่าในตำราทำอย่างไรกันบ้าง นี่เราไม่รู้เลย เพราะว่าเราไม่เคยเข้าปริวาสของจริง เราก็รู้ว่าขั้นตอนเป็นอย่างนี้ ถึงเวลาจะต้องท่องบทสวดนี้ ๆ ก็ถามว่าทำไม ? “ก็เผื่อใครเขาเป็นอาบัติสังฆาทิเสส เราจะได้ทำสงเคราะห์เขาได้” แต่ว่าตอนนี้อาจารย์กรรมเต็มวัดท่าขนุนเลย ยกเว้นเจ้าอาวาส เพราะว่าลูกศิษย์ไปปริวาสกันมาเป็นว่าเล่น

เหตุที่ต้องเข้าปริวาสเพราะว่าศีลบกพร่อง เพราะฉะนั้น...ถึงเวลาพระขอไปปริวาส หลวงพ่อวัดท่าซุงท่านถามเลย "เอ็งโดนสังฆาทิเสสข้อไหน ?" เงียบ... "ไม่ได้โดนแล้วไปทำไม ? ไปโกหกเขาอยู่ทุกวัน" ท้ายสุดก็ต้องแอบ ๆ ไป หลวงพี่วิรัชนี่แอบไปวัดปากคลองฯ ประจำ วัดปากคลองฯ หลวงพ่อท่านจัดปริวาสทีหนึ่งพระ ๓๐๐-๔๐๐ รูป

ผมเองเวลาเขานิมนต์ไปเทศน์ตามงานปริวาสก็ไป ก็พยายามย้ำให้เขาว่า เรื่องของเราที่มาแบบนี้ก็ดีอยู่ คือ แสดงว่าเราเป็นผู้รักศีล เราถึงตั้งใจชำระศีลของเราให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ แต่อย่าลืมว่าที่สูงกว่านั้นยังมีสมาธิ มีปัญญาอยู่ ก็ยกให้เขาฟัง ว่า พระสมัยก่อนไม่ว่าจะอยู่วัดไหนก็ตาม ถึงเวลาเมื่อเป็นหลวงปู่หลวงพ่อ ก็เป็นที่พึ่งของชาวบ้านเขาได้ทุกรูป สมัยนี้ของเราเป็นอย่างนั้นได้ไหม ?"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 14-07-2018 เมื่อ 19:45
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 184 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #68  
เก่า 14-07-2018, 19:44
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,930
ได้ให้อนุโมทนา: 73,748
ได้รับอนุโมทนา 3,148,912 ครั้ง ใน 22,282 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ไม้ครูนี้ใช้อย่างไรครับ ?
ตอบ : ไม้ครูก็ใช้อย่างไม้ครูสิวะ หัวก็ตัดเคราะห์ ให้สำเร็จ สอนกรรมฐาน ปลายก็ให้ลาภ ถึงเวลาวางหัวไปทางทิศตะวันตก ปลายหันไปทางทิศตะวันออก ถ้าอยากมีคาถาอะไรก็ไปค้นดูเอาเว็บวัดท่าขนุน...เยอะแยะไป
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 14-07-2018 เมื่อ 19:46
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 185 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #69  
เก่า 14-07-2018, 19:45
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,930
ได้ให้อนุโมทนา: 73,748
ได้รับอนุโมทนา 3,148,912 ครั้ง ใน 22,282 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์เล่าว่า "อาตมามีวัตถุมงคลอยู่อย่างหนึ่ง เป็นของหลวงปู่ทับ วัดอนงคาราม คือ พระปางซ่อนหา เนื้อเมฆสิทธิ์ อันนั้นถ้าประเภทลืม ท่านเรียกเลย โอ้โฮ...หลวงปู่เอาจริงเว้ย ถึงขั้นเรียกเลย จะแกล้งลืมวัตถุมงคลหลวงปู่นี้ไม่เคยลืมได้สำเร็จ ถึงเวลาท่านเรียกเลย “กูอยู่นี่...เอาไปด้วย”
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 14-07-2018 เมื่อ 19:48
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 194 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #70  
เก่า 14-07-2018, 19:53
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,930
ได้ให้อนุโมทนา: 73,748
ได้รับอนุโมทนา 3,148,912 ครั้ง ใน 22,282 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "เรื่องวัตถุมงคลต้องรอบคอบ เพราะว่าบางชิ้นหายแล้วหาใหม่ยากมาก บางชิ้นนี่ชิ้นแรกได้มาแล้วอีก ๒๐ ปีค่อยได้อีกชิ้นหนึ่งอะไรประมาณนี้ ถ้าลักษณะอย่างนั้นหายไปก็จุก ถ้าชิ้นแรกได้แล้วอีก ๒๐ ปีค่อยได้อีก ก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรแล้ว"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 15-07-2018 เมื่อ 08:41
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 191 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #71  
เก่า 14-07-2018, 20:03
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,930
ได้ให้อนุโมทนา: 73,748
ได้รับอนุโมทนา 3,148,912 ครั้ง ใน 22,282 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : เงินส่วนตัวที่ที่เราได้ตอนเป็นพระลงบัญชีแล้ว พอเราสึกแล้วเอาไม่ได้หรือครับ ?
ตอบ : ไม่ได้ เพราะว่าเราได้มาตอนเป็นพระ

ถาม : แต่ถ้าส่วนตัวที่มีอยู่ก่อน แล้วดอกผลละครับ ?
ตอบ : ถ้าส่วนตัวที่มีอยู่ก่อนแล้วเอาไปเถอะ ดอกผลก็จากที่ได้อยู่ก่อนเหมือนกัน แต่ถ้าได้มาหลังจากบวชเป็นพระแล้ว ต่อให้ส่วนตัวอย่างไรก็ได้มาเพราะว่าคุณเป็นสงฆ์ ถ้าจะใช้ก็ใช้เสียตอนที่ยังอยู่ ตอนไปแล้วหมดสิทธิ์ คืนสงฆ์ไปเสียดี ๆ
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 15-07-2018 เมื่อ 08:42
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 187 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #72  
เก่า 14-07-2018, 20:13
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,930
ได้ให้อนุโมทนา: 73,748
ได้รับอนุโมทนา 3,148,912 ครั้ง ใน 22,282 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ได้ทุนไปเรียนที่เมืองจีน ?
ตอบ : จริง ๆ แล้วถ้าจะไปจีน ช่วยแนะนำคนรุ่นหลังหลังเขาด้วยว่าให้ไปเซียะเหมิน (厦门市) ดีที่สุด เพราะว่าสำเนียงชัดเจน สำเนียงอื่นโดยเฉพาะปักกิ่งนี่ห่วยแตกที่สุดเหมือนกัน แล้วก็ต้องขยัน โดยเฉพาะในเรื่องการจำ ตัวหนังสือจีนเป็นภาพมาก่อน ในเมื่อเป็นภาพแต่ละภาพ ถ้าเราตั้งใจดูบางทีจะมองเห็นเลยว่าเขาตั้งใจเขียนคำว่าอะไร อย่างคำว่า เฉีย ที่แปลว่า ช้าง ที่จีนกลางว่า เฉี่ยง ถ้าเราดูดี ๆ จะเห็นมีงาช้างอยู่ ๒ อัน คือ มาจากอักษรภาพก่อน ถ้าหากว่าเราจับจุดได้ เราจะรู้ว่าตัวนี้คืออะไร

สำคัญที่สุดคืออย่าทิ้งสมาธิเป็นอันขาด ทิ้งเมื่อไรแล้วจะท้อ ไปแล้วก็ขยันให้เขาเห็นศักยภาพของเราบ้าง เราสู้เด็กจีนไม่ได้หรอก เด็กจีนเรียนเหมือนคนบ้า ของเราในสายตาเขาก็คือเรียนไปเล่นไป ของเขานี่เขาทุ่มทั้งชีวิตเลย เพราะว่าประชากรจีนมหาศาลเป็นพันล้าน คู่แข่งเขามีเยอะ สอบเข้าแต่ละทีนี่ประมาณหนึ่งต่อแปดร้อย หนึ่งต่อพัน ของเรานี่ประเภทหนึ่งต่อหนึ่ง หนึ่งต่อสองก็แย่แล้ว..ใช่ไหม ?

เพราะฉะนั้น...ขึ้นอยู่กับอิทธิบาท ๔ ถ้าเราเต็มใจไปแล้วก็ต้องเอา โดยเฉพาะภาษานี่ต้องเอาให้ได้ ไปแล้วอย่าพยายามพูดไทย ให้ใช้ภาษาจีนเป็นหลัก หน้าด้านไว้ก่อน พูดไปเลย ผิดถูกช่างมัน พยายามสื่อสารเข้าไว้ คำไหนไม่ได้ก็ถามเขา โดยเฉพาะเวลาเข้าร้านค้า เขาเห็นเราเป็นเด็กต่างชาติเขาจะเอ็นดู บรรดาอาอี๋อาสูถึงเวลาเขาก็จะช่วย

พยายามให้เต็มที่ อย่าลืมคาถาท่านปู่พระอินทร์ก็แล้วกัน ช่วยได้ทุกสถานการณ์เลย หลวงพ่อเรียนหนังสือไม่เคยใช้เวลาตามหลักสูตรเขาเลย ปริญญาตรี ๒ ปีครึ่ง ปริญญาโท ๑ ปีกับ ๑ เดือน ปริญญาเอกขนาดเขาบังคับว่าต้อง ๓ ปีถึงให้สอบ ปรากฏว่า ๒ ปีครึ่ง เพราะว่ารุ่นพี่ไม่ผ่านก็เลยต้องไปแทน ใช้ตัวสมาธิบวกกับคาถาท่านปู่พระอินทร์ไว้ สู้ได้ทุกที่แหละ ไป...ขยันไว้ อย่าให้เสียชื่อหลวงปู่ฤๅษีของเรา
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 15-07-2018 เมื่อ 08:47
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 190 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #73  
เก่า 14-07-2018, 20:15
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,930
ได้ให้อนุโมทนา: 73,748
ได้รับอนุโมทนา 3,148,912 ครั้ง ใน 22,282 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : มีดของหลวงพ่อสงวนแกะเป็นรูปนางกวัก ?
ตอบ : ของท่านมาแบบนั้นอยู่แล้ว โดยเฉพาะลูกอมของท่านนี่ถึงขนาดประกันเลยว่า ต่อให้แก่แสนแก่ คิดอยากจะมีคู่ก็มีได้ น่ากลัวมาก
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 15-07-2018 เมื่อ 08:48
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 182 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #74  
เก่า 14-07-2018, 20:57
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,930
ได้ให้อนุโมทนา: 73,748
ได้รับอนุโมทนา 3,148,912 ครั้ง ใน 22,282 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : เขาสัมภาษณ์งานสามรอบแล้ว กำลังตัดสินใจอยู่ มาขอพรค่ะ ?
ตอบ : อดข้าวเย็นสักเจ็ดวันไหวไหม ? ถ้าไหวให้ไปจุดธูปกลางแจ้งบอกพระวิสุทธิเทพ ถ้าถามว่าพระวิสุทธิเทพคือใคร ? ก็คือพระบนพระนิพพาน บอกท่านว่าถ้าได้งานนี้หนูจะอดข้าวเย็นถือศีล ๘ ให้ ๗ วัน จะได้ผอมด้วย
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 15-07-2018 เมื่อ 08:48
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 194 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #75  
เก่า 14-07-2018, 21:06
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,930
ได้ให้อนุโมทนา: 73,748
ได้รับอนุโมทนา 3,148,912 ครั้ง ใน 22,282 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ผมจะเจรจากับน้องสาวเมื่อไรดีครับ ?
ตอบ : เมื่อไรก็ได้ สำคัญอยู่ที่ว่าถึงเวลาจะตั้งสติไม่ให้โกรธได้ไหม แค่นั้นแหละ

ถาม : ถ้าได้คุยกันละครับ ?
ตอบ : คุยกันดี ๆ ก็น่าจะรู้เรื่องนะ อย่าไปโวยวายใส่กัน มีอะไรค่อย ๆ พูดกัน ไม่ก็ลองใช้คาถาก็ได้ พระอะระหัง สุคะโต ภะคะวา นะ เมตตาจิต นึกถึงหน้าเขาก่อน ภาวนาไปสักชั่วโมงหนึ่ง ขอให้ทำอะไรได้อย่างใจเราทุกอย่าง เป็นคาถาของหลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง ภาวนานึกถึงหน้าเขาไปสักชั่วโมงหนึ่ง

ส่วนใหญ่ญาติพี่น้องที่แตกกันก็เพราะอย่างนี้ ต่างคนต่างอยากได้ ไม่ค่อยยอมสละให้กัน
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 15-07-2018 เมื่อ 08:51
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 182 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #76  
เก่า 14-07-2018, 21:09
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,930
ได้ให้อนุโมทนา: 73,748
ได้รับอนุโมทนา 3,148,912 ครั้ง ใน 22,282 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์พูดกับโยมที่ได้กสิณว่า "อย่างไรก็ซักซ้อมให้เต็มที่นะ เดี๋ยวนี้สถานการณ์ศาสนาเราไม่ได้เรื่องแล้ว เขาออกกฎหมายให้ชาวบ้านคุมพระแล้ว"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 15-07-2018 เมื่อ 08:51
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 186 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #77  
เก่า 14-07-2018, 21:28
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,930
ได้ให้อนุโมทนา: 73,748
ได้รับอนุโมทนา 3,148,912 ครั้ง ใน 22,282 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "แต่ละปีนี่ธาตุคนบกพร่องไม่เท่ากัน โบราณเราเก่ง รู้ว่าแต่ละช่วงอายุฮอร์โมนตัวไหนบกพร่อง ต้องใช้ตัวยาสมุนไพรอะไรมาช่วย หมอสมัยใหม่นี่ไม่ได้เรื่อง โบราณเขาศึกษาธาตุคน ธาตุยา ฤดูกาล ของสมัยใหม่ไปสนใจตำราฝรั่ง ถึงเวลายาตัวเดียวรักษาครอบจักรวาล ไม่หายก็ตายแล..!

โบราณเขาบอกไว้ชัด ๆ ว่า ลางเนื้อชอบลางยา ก็คือบางคนเหมาะกับยาบางอย่าง ต่อให้ป่วยด้วยโรคเดียวกันก็ยังต้องดูขนาด น้ำหนัก ความแข็งแรงอ่อนแอของคนไข้ ถึงให้ยาได้ ไม่ใช่ว่าป่วยด้วยโรคเดียวกัน กินยาอย่างเดียวกันแล้วหาย ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีใครตายแล้ว แต่สมัยใหม่เขาศึกษาไม่ถึง คนโบราณเก่งกว่าเยอะเลย"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 15-07-2018 เมื่อ 08:53
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 197 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #78  
เก่า 17-07-2018, 22:43
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,930
ได้ให้อนุโมทนา: 73,748
ได้รับอนุโมทนา 3,148,912 ครั้ง ใน 22,282 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์เล่าว่า "เมื่อวานนี้ท่านมหาเอเอาหลวงพ่อทองคำองค์จำลองมาส่งแล้ว จากน้ำหนักเม็ดเงิน ๘๒ กิโลกรัมเศษ พอหล่อและตกแต่งเป็นองค์พระออกมาแล้ว เหลือประมาณ ๓๕.๙ กิโลกรัม ตอนนี้กำลังส่งไปชุบทอง เห็นว่าน่าจะต้องใช้ทองคำประมาณ ๑๐ กว่าบาท

ใครที่จะหล่อหลวงพ่อทองคำก็ต้องเร่งมือหน่อย เพราะว่าใกล้เข้ามาเต็มทีแล้ว ประมาณเดือนกุมภาพันธ์หรือมีนาคมปีหน้าก็จะหล่อแล้ว ตามที่คำนวณไว้คือใช้ทองคำ ๑๐๐ กว่ากิโลกรัม แต่อยากจะรู้ว่าพอเสร็จแล้วจะเหลือเท่าไร

คราวนี้ถ้าหากว่าเราดูจากหลวงพ่อทองคำองค์จำลอง เราใช้เนื้อเงินไป ๘๒ กิโลกรัม หล่อแล้วเหลือแท่งชนวน ๓๖ กิโลกรัม หายไปประมาณ ๕๒ กิโลกรัม ก็แปลว่าถ้าเป็นเนื้อทองคำ เราก็จะมีทองคำเหลืออยู่หลายกิโลกรัม พอดีอาตมามีโครงการจะหล่อพระยืนต่อไป ถ้าทองคำมีเหลือพอก็จะหล่อเป็นทองคำเลย

ดังนั้น...ญาติโยมที่ถวายทองมาสบายใจได้ ว่าท่านได้หล่อพระหลายองค์เลย เนื้อนากก็ใช้ทอง เนื้อทองคำก็ใช้ทอง เศษทองที่เหลือยังคงหล่อพระยืนทองคำได้อีก

ที่น่าขำมากก็คือ เมื่อวานเขายกกัน ๒ คนเก้ ๆ กัง ๆ จะโดนพระทับตาย อาตมาก็เลยต้องยกคนเดียว บอกไปว่า อาตมาแก่แล้ว ขอยกคนเดียวแล้วกัน...! นี่ถ้าเป็นรุ่นของอาตมาก็โดนข้าวสารทับตาย เพราะว่ารุ่นของอาตมา ต้องแบกข้าวสารกระสอบละ ๑๐๐ กิโลกรัมกัน สมัยนี้ข้าวสารกระสอบใหญ่สุดหนักแค่ ๕๐ กิโลกรัม ส่วนใหญ่ก็อยู่ที่ ๑๕ กิโลกรัม"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 18-07-2018 เมื่อ 09:08
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 174 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #79  
เก่า 17-07-2018, 22:46
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,930
ได้ให้อนุโมทนา: 73,748
ได้รับอนุโมทนา 3,148,912 ครั้ง ใน 22,282 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ทำไมถึงใช้คำว่า “มีดบินวัดหนองโพธิ์” มีดบินได้อย่างไรคะ ?
ตอบ : เขาก็แค่แต่งให้คล้องจองเป็นโคลงเป็นกลอนเท่านั้นเอง ก็เพราะว่าวัดก่อนหน้านั้นก็คือไม้ครูคู่วัดอินทร์ ถ้าไม่ลง “มีดบิน” แล้วจะไปต่ออย่างไร ?

แต่ถ้าเอาขึ้นเครื่องบินไปก็มีดบินได้เหมือนกันนะ อาตมาเอาไปด้วยเป็นประจำเลย เป็นเรื่องที่ไม่ควรเสี่ยงสำหรับพวกเรา เพราะว่าพวกเราศรัทธาไม่พอ เมื่อศรัทธาไม่พอ กำลังใจไม่ดี เดี๋ยวก็โดนเขาจับได้

อาตมาเองถ้าไปครั้งไหนท่านเตือนว่า "ให้เอาออกเสีย เดี๋ยวจะมีปัญหา" ก็ไม่เอาไป งานไหนถ้าท่านไม่เตือนก็พกยาวไปเลย ล่าสุดโยมฝากมาเล่มหนึ่ง เพราะว่าขาไปนั่งรถไป ขากลับต้องนั่งเครื่องบินกลับ ปรากฏว่าอาตมาก็พกเล่มหนึ่ง โยมก็พกเล่มหนึ่ง โยมก็เลยยัดให้อาตมาช่วย จึงบอกกับเขาบอกว่าถ้าด่านแรกจะไม่ดังนะ แต่ด่านสองต้องให้ดัง ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวโควตาหมด เขาก็ตกใจว่า "ถ้าดังโดนเขาก็ยึดสิ..!" จะไปยึดอะไร..ก็ดังแล้วเขาหาไม่เจอ...!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 18-07-2018 เมื่อ 11:48
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 169 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #80  
เก่า 17-07-2018, 22:52
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,930
ได้ให้อนุโมทนา: 73,748
ได้รับอนุโมทนา 3,148,912 ครั้ง ใน 22,282 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เรื่องของศรัทธาเป็น “เครื่องนำ” ของการทำความดีทั้งหมด ถ้าหากว่ามีศรัทธา กำลังใจจะปักแน่วแน่มั่นคง พระพุทธเจ้าถึงได้เตือนว่า ศรัทธาต้องมีปัญญาประกอบด้วย ก็คือในอินทรีย์ ๕ และพละ ๕ ซึ่งประกอบไปด้วย ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา

ศรัทธาคือความเชื่อ วิริยะคือความเพียร สติคือความระลึกได้ สมาธิคือกำลังใจที่ตั้งมั่น และปัญญาคือความรู้รอบรู้แจ้ง ทั้ง ๕ อย่างนี้ถ้าเป็นอินทรีย์ คือการสั่งสมกำลังทั้ง ๕ เอาไว้ ถ้าเป็นพละเมื่อไรคือเอากำลัง ๕ อย่างนี้ไปใช้งานจริง ท่านบอกว่าศรัทธาต้องประกอบด้วยปัญญา ไม่อย่างนั้นแล้วจะเป็นอธิโมกขศรัทธา น้อมใจเชื่อโดยขาดปัญญา แล้ววิริยะคือความเพียร ก็จะต้องคู่กับสมาธิ ถ้าหากว่าพากเพียรไปสมาธิก็จะทรงตัว สติท่านบอกว่ายิ่งมากยิ่งดี แต่ตัวอื่น ๆ ต้องปรับให้เสมอกัน

ถ้าหากว่ามีความเพียรต้องมีสมาธิประกอบ ถ้าหากว่ามีสมาธิประกอบ ความเพียรก็จะเป็นไปด้วยความถูกต้อง แต่สติท่านบอกยิ่งมากยิ่งดี แต่อาตมาว่าสติมากเกินก็ไม่ค่อยดี เพราะว่าคนที่สติมากเกินไป จะทำอะไรก็จด ๆ จ้อง ๆ กล้า ๆ กลัว ๆ ทำอะไรก็กลัวผิดกลัวพลาด พระพุทธเจ้าท่านถึงให้ใช้ปัญญาอยู่ในข้อธรรมเกือบทุกหมวด ก็คือมีสติแล้วต้องมีปัญญาด้วย ถ้ามีสติขาดปัญญาก็ไม่กล้าทำอะไร ถ้ามีปัญญาขาดสติก็บุ่มบ่ามโฉ่งฉ่าง อาจจะพลาดได้ ทั้ง ๒ อย่างจึงต้องไปด้วยกัน

ในเรื่องของวิริยะก็เหมือนกัน ถ้าหากว่าเพียรมากเกินเหตุก็ทำให้ใจฟุ้งซ่าน โอกาสเข้าถึงธรรมมีน้อย เพราะว่าอยากได้ก็เลยตั้งหน้าตั้งตาทำจนเกินกำลังตัวเอง ในข้อธรรมทุกหมวดจึงต้องมีปัญญาประกอบ พอเหมาะ พอดี พอควร ไม่อย่างนั้นแล้วถึงเวลาแล้ว จะทำเกินหรือทำขาด ก็ไม่ได้เรื่องทั้งคู่ ทำเกินก็เลยเป้า ทำขาดก็ไปไม่ถึง ต้องทำพอดี ๆ เป็นมัชฌิมาปฏิปทา แล้วมัชฌิมาปฏิปทาของแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับกำลังบารมีที่เราสั่งสมมา


ร่างกายดี สมาธิเข้มแข็ง ก็ทำได้มาก ร่างกายไม่ดี สมาธิไม่เข้มแข็ง ก็ทำได้น้อย แต่ว่าต้องเพียรพยายามให้เต็มที่ของเรา ไม่ใช่ประเภทถึงก็ช่างไม่ถึงก็ช่าง กี่ปีก็อยู่แค่นั้น ไม่มีความก้าวหน้าสักที ตั้งหน้าตั้งตาว่าเราจะทำเอาอภิญญา แล้วก็ยังไปทำโน่นทำนี่อยู่เรื่อยเปื่อย ถ้าประเภทนี้ไปไม่รอดหรอก ถ้าทุ่มเทต้องทุ่มเทไปในทางเดียว อย่าให้กำลังใจหันเหไปในทางอื่น
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 18-07-2018 เมื่อ 02:59
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 165 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 05:22



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว