กระดานสนทนาวัดท่าขนุน

กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > เก็บตกจากบ้านวิริยบารมี

Notices

เก็บตกจากบ้านวิริยบารมี เก็บข้อธรรมจากบ้านวิริยบารมีมาฝาก สำหรับผู้ที่ไม่มีโอกาสเดินทางไป

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 07-01-2012, 12:24
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 10,280
ได้ให้อนุโมทนา: 19,597
ได้รับอนุโมทนา 1,630,896 ครั้ง ใน 13,084 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง เถรี
Default เก็บตกจากบ้านวิริยบารมี ต้นเดือนมกราคม ๒๕๕๕

พระอาจารย์เล่าว่า "เมื่อวานอาตมาไปพุทธาภิเษกที่สนามหลวง เจ้าของงานก็คือสมาคมศิลปินเพื่อพระพุทธศาสนา ซึ่งมีคุณดาวใจ ไพจิตรเป็นนายกสมาคม เขาสร้างสมเด็จองค์ปฐม ๒ แผ่นดิน ก็คือประเทศไทยกับภูฏาน อาตมาเรียก "ภูฐาน" มาตั้งแต่เด็กจนโต อยู่ ๆ เขามาเรียก"ภูฏาน" ฟังแล้วมึน

สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี่มอบพระทันตธาตุของสมเด็จพระกัสสัปปะสัมมาสัมพุทธเจ้า มาให้ชาวไทยได้สักการบูชาในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเจริญพระชนมายุ ๘๔ พรรษา

สมาคมนี้จึงสร้างพระพุทธรูปเพื่อให้คนได้บูชา แต่รายละเอียดอะไรสักอย่างก็ไม่มี กำหนดงานก็กะทันหันมาก แจ้งวันนี้จะเอาพรุ่งนี้ ที่ว่ารายละเอียดไม่มี อย่างเช่น ไม่มีพวกหนังสือประชาสัมพันธ์หรือว่ากำหนดการอะไรต่าง ๆ ไปถึงก็ไปนั่งรอจนกว่าเขาจะบอกว่าให้ทำอะไรเมื่อไร เป็นการจัดงานที่ค่อนข้างจะหละหลวมมาก

แล้วพระที่ไปร่วมพิธีพุทธาภิเษกทั้งหมด ๙ รูป คงมีแต่ท่านอาจารย์ตุ๊กับท่านอาจารย์โต ที่เคยได้ยินชื่อสมเด็จองค์ปฐม อย่างท่านอาจารย์โต (พระครูปลัดกฤต ฐิตวิริโย) ท่านสร้างสมเด็จองค์ปฐมที่วัดพระบาทบางแฟนเลย นี่ท่านรู้จักแน่ ท่านอาจารย์ตุ๊ (พระอาจารย์จิตติพงษ์ ปสนฺนจิตฺโต) ก็ถือว่าอยู่ในสายหลวงพ่อวัดท่าซุง เพราะท่านเป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อบุญรัตน์ (พระครูปิยรัตนาภรณ์) วัดโขงขาว นอกนั้นแล้วอาตมาไม่คุ้นหน้าเลย

มีท่านหนึ่งที่ได้ยินชื่อเสียงก็คือหลวงพ่อเขียน (พระครูธรรมสรคุณ) วัดกระทิง ท่านเป็นเจ้าคณะอำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี ได้ยินชื่อท่านในฐานะเกจิอาจารย์ของภาคตะวันออก แต่ก็เพิ่งเคยได้พบหน้า รูปอื่น ๆ นี่ไม่เคยได้ยินชื่อเลย"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย วสันต์วิษุวัต : 08-01-2012 เมื่อ 03:44
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 254 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 07-01-2012, 13:38
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 10,280
ได้ให้อนุโมทนา: 19,597
ได้รับอนุโมทนา 1,630,896 ครั้ง ใน 13,084 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง เถรี
Default

"อาตมาสงสัยว่าทำไมถึงต้องมางานนี้ ตอนแรกอาตมาปฏิเสธไม่มางานนี้เพราะติดงานอื่นอยู่แล้ว เพราะมีการประชุมพระสังฆาธิการของอำเภอทองผาภูมิทุกวันที่ ๕ ของเดือน แต่หลังจากนั้นไม่นาน ทางมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ห้องเรียนวัดไร่ขิงก็ติดต่อไป บอกว่าให้มาทำเอกสารเพื่อมาเตรียมสอบจบด้วย จึงกลายเป็นเรื่องสำคัญกว่า

คราวนี้ทางวัดไร่ขิงเขานัด ๑๐ โมงเช้า ส่วนงานพุทธาภิเษกบอกว่าบ่าย ๔ โมง ก็เลยว่าไหน ๆ ก็มาแล้ว..ไปก็ไป... พอมาถึงเจอแต่ท่านที่ไม่รู้จักสมเด็จองค์ปฐมเลย ถึงได้ทราบว่าทำไมต้องมา เพราะถ้าไม่มาแล้วจะให้ใครไปกราบอาราธนาพระองค์ท่าน ?

เป็นที่น่าเสียดายก็คือว่า พระทันตธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเขาเอาไว้บนเวทีสูงลิบเลย แล้วไม่ให้คนขึ้นไป อาตมายังปรารภกับหลวงพ่อเจ้าคุณพระพรหมสิทธิ วัดสระเกศ ประธานในพิธีว่า “ชาวบ้านเขาอยากจะขึ้นไปกราบกันข้างบนนะครับ” ท่านบอกว่า “ถ้าให้ขึ้นมาก ๆ เวทีอาจจะพังได้..!”

งานนี้ถ้าใครไม่ได้ไปสักการบูชาให้เป็นสิริมงคลแก่ตัวก็ต้องรีบไป เพราะว่าพระทันตธาตุจะอยู่อีกไม่กี่วัน แล้วจะอัญเชิญขึ้นไปวัดพระสิงห์ที่เชียงใหม่ คงจะไปจนครบทุกภาค แล้วถึงอัญเชิญไปถวายคืนแก่ประเทศภูฏาน

มีหลายคนถามว่าพระทันตธาตุของสมเด็จพระพุทธกัสสัปปะสัมมาสัมพุทธเจ้ายังมีมาอยู่ถึงปัจจุบันนี้หรือ ? ต้องเรียกพวกสงสัยไม่เข้าเรื่อง มีข้าวให้กินอยู่ตรงหน้า ยังสงสัยว่าข้าวมีมาจนถึงปัจจุบันนี้หรือ ? เพราะข้าวมีมาแต่โบราณสมัยพระเจ้าสร้างโลกแล้ว ก็อยากจะตอบสั้น ๆ ว่า พระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปฐมเนิ่นนานกว่านั้นอีกยังมีเลย เป็นเรื่องของพุทธานุภาพ ถ้าหากว่าพระองค์ท่านต้องการจะให้มีเมื่อไรก็มีได้"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย วสันต์วิษุวัต : 08-01-2012 เมื่อ 03:47
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 272 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 09-01-2012, 09:21
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 10,280
ได้ให้อนุโมทนา: 19,597
ได้รับอนุโมทนา 1,630,896 ครั้ง ใน 13,084 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง เถรี
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "เวลาพระท่านถามข่าวคราวกัน เป็นอย่างไรขอรับหลวงปู่ ? เป็นอย่างไรขอรับหลวงพ่อ ? สังขารยังพอเป็นไปหรือ ?

ท่านตอบมาจนเราหงายท้องตึง “ยังพอทนได้อยู่” แสดงว่าทุกข์แค่ไหนท่านก็ทนได้..!"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 10-01-2012 เมื่อ 15:22
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 240 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า 09-01-2012, 09:26
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 10,280
ได้ให้อนุโมทนา: 19,597
ได้รับอนุโมทนา 1,630,896 ครั้ง ใน 13,084 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง เถรี
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "ตอนนี้อาตมายังไม่รู้เลยว่าจะทำอะไรถวายกุศลแด่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ดี ปีนี้พระองค์ท่านพระชนมายุ ๖๐ พรรษาแล้ว ประสูติปีมะโรง พ.ศ. ๒๔๙๕

สมัยก่อนเห็นท่านเป็นพระราชโอรสหนุ่มน้อย แล้วไปเรียนที่ออสเตรเลีย กลับมาอีกทีสูงใหญ่เป็นฝรั่งไปเลย แต่พระองค์ท่านสง่างามมาก ๆ จนมาตอนหลังที่พระสุขภาพไม่ค่อยดี ดูพระองค์ท่านผอมไปหน่อยหนึ่ง ก่อนหน้านี้ทั้งสูงใหญ่ล่ำสัน จนยืนประกบกับทหารฝรั่งได้สบายมาก

แม้กระทั่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราก็สูงกว่าฝรั่งอีกนะ พวกเราจะสังเกตหรือเปล่าเท่านั้นเอง เวลาพระองค์ท่านประทับยืนสนทนากับพวกบรรดาผู้นำ หรือพระราชวงศ์ต่าง ๆ ของต่างประเทศ พวกฝรั่งสูงก็ไม่ใช่ว่าพระองค์ท่านจะต้องเงยพระพักตร์ตรัสด้วย เพราะว่าสูงพอกัน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระพลานามัยไม่แข็งแรง แต่ปีใหม่ทรงอำนวยพรยาวยืดเลย ระยะหลังเมื่อ ๒-๓ ปีมานี่ พระองค์ท่านตรัสได้หน่อยเดียว พอมาปีนี้ตรัสได้เยอะแสดงว่าแข็งแรงขึ้นมาก ทรงอำนวยพรเสียยาวเหยียด นานตั้ง ๘ นาที"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย วสันต์วิษุวัต : 10-01-2012 เมื่อ 18:54
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 248 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #5  
เก่า 09-01-2012, 11:05
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 10,280
ได้ให้อนุโมทนา: 19,597
ได้รับอนุโมทนา 1,630,896 ครั้ง ใน 13,084 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง เถรี
Default

พระอาจารย์เล่าว่า "สมัยอาตมาเป็นทหารมีการฝึกร่วมระหว่างออสเตรเลียกับไทย มีการนำทหารไทยไปฝึกที่ออสเตรเลีย รุ่นที่ไปมี ๗๐ คน เชื่อไหมว่า ถ้าเขาจับปิดตาแล้วไปปล่อยไว้ตรงนั้น เปิดตาขึ้นมาไม่รู้หรอกว่าอยู่ออสเตรเลีย เพราะภูมิประเทศตรงนั้นเหมือนของเราเลย

เขาพยายามหาพื้นที่เหมือนกับของเรามาให้ฝึก พอถึงเวลาจะได้คุ้นเคยกับภูมิประเทศ มีดงหญ้าคา มีหินลูกรังเหมือนบ้านเราเลย อากาศก็ร้อนตับแตกเหมือนกัน มารู้ทีหลังว่าออสเตรเลียมีทั้งเขตที่เป็นทะเลทราย เป็นป่ากึ่งร้อนอย่างของเรา มีทั้งพวกดงดิบ มีเขตที่เป็นหิมะตก

การฝึกของทหารหรือว่าการไปอยู่รับหน้าที่ในเขตที่ประกาศกฎอัยการศึก มีบางท่านพยายามหนีสุดชีวิต ถึงขนาดอาสาอยู่ส่วนหลัง ก็คือส่วนที่ไม่ต้องออกไปแนวหน้า หรือไม่ก็พยายามให้หมอบอกว่าป่วยบ้าง ตรงนี้ภาษาทหารเรียกว่า กำลังใจในการรุกรบไม่มี ในเมื่อไม่มีกำลังใจในการรุกรบ โอกาสที่จะต่อสู้กับข้าศึกก็ไม่ต้องพูดถึง

เหมือนกับพวกเราที่เป็นนักปฏิบัติ ถ้ากำลังใจในการที่จะสู้กับกิเลสไม่มี ก็แปลว่า ไม่ต้องพูดถึงการต่อสู้ อนาคตยังไม่เห็นเลย อีกกี่กัปก็ไม่รู้..!?"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 10-01-2012 เมื่อ 15:30
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 241 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #6  
เก่า 09-01-2012, 11:11
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 10,280
ได้ให้อนุโมทนา: 19,597
ได้รับอนุโมทนา 1,630,896 ครั้ง ใน 13,084 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง เถรี
Default

"คนที่กลัวตายเขาก็กลัวเสียจริง ๆ อาตมาถึงได้เคยบอกว่า ถ้าไม่กลัวตายเสียอย่างเดียวก็ไม่กลัวไปทุกอย่าง กลัวความสูง ตกลงไปแล้วเป็นอย่างไร..ตาย มาสรุปลงตรงตายหมด กลัวที่แคบ ติดอยู่นาน ๆ เป็นอย่างไร...ตาย กลัวผี เดี๋ยวผีมาหักคอ หักคอแล้วเป็นอย่างไร..ตาย

อาตมาตามดูคำว่ากลัวอยู่เป็นปี ๆ กลัวอะไร ท้ายสุดก็เจอ อ๋อ..กลัวตาย กลัวงู งูกัดแล้วเป็นอย่างไร..ตาย กลัวเสือ เสือกัดเป็นอย่างไร...ตาย ไม่เหลือจริง ๆ มาสรุปลงตรงตายหมดเลย

บางอย่างที่เหมือนกับไม่มีเหตุไม่มีผล อย่างกลัวจิ้งจก จิ้งจกกระโดดเกาะ ขยะแขยงสุด ๆ อาจถึงกับช็อกตาย สรุปแล้วลงตรงตายอยู่ดี ดูแล้วไม่มีอะไรหนีคำว่าตายพ้นเลย

ไปนั่งในป่าช้า รอผีมาหักคอ ดูซิว่าจะตายจริงไหม ? ผีก็ขี้เล่นเหลือเกิน ประเภทเอามือเย็นเจี๊ยบมาบีบคอ พอเราว่าพุทโธผีก็คลายมือแต่จับคาเอาไว้ พอเราเลิกพุทโธผีก็บีบต่อ พอเราพุทโธผีก็ปล่อยมือ ไม่ยอมไปไหนนะ เอามือคาไว้อย่างนั้น มือก็เย็นเจี๊ยบเลย ฟัดกันทั้งคืนจนกระทั่งเช้าบอกว่า "เฮ้ย..พอก่อน..จะไปบิณฑบาต" ผีก็ไป เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยเจอกันใหม่ เป็นผีที่ว่าง่ายมาก"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 10-01-2012 เมื่อ 15:32
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 234 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #7  
เก่า 09-01-2012, 13:44
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 10,280
ได้ให้อนุโมทนา: 19,597
ได้รับอนุโมทนา 1,630,896 ครั้ง ใน 13,084 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง เถรี
Default

พระอาจารย์เล่าว่า "ช่วงนี้ออกพุทธาภิเษกหลายงานติด ๆ กัน ตั้งแต่พุทธาภิเษกวัตถุมงคลสำหรับแจกในงานปิดทองฝังลูกนิมิต ของวัดหนองม่วง แล้วมานั่งปรกอธิษฐานจิตเพื่อหล่อพระประธาน วัดดอนชะเอม และงานเมื่อวานพุทธาภิเษกที่สนามหลวง

ส่วนเดือนนี้ต้องทิ้งงานเพื่อนฝูงหลายงาน งานครูบาอริยชาติวันที่ ๙ ไปไม่ได้ งานพระราชทานเพลิงหลวงปู่ครูบาผัด ก็ไปไม่ได้ เพราะนั่งรับสังฆทานอยู่ตรงนี้ ส่วนงานสืบชะตาของหลวงพี่เอกก็ไปไม่ได้ เพราะอาตมาต้องรับพระราชทานสัญญาบัตรพัดยศ ขืนไปก็ซวย ไม่เอาพัดยศเขาไม่ว่าหรอก แต่เขาจะฟ้องข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ..!

เรื่องของยศตำแหน่งเราจะไม่ใส่ใจอย่างไรก็ได้ แต่พระราชทานมาแล้วต้องรับ รับแล้วคุณจะไปหมกไว้ก้นตู้ก็ไม่มีใครว่า แต่ถ้าไม่รับเขาถือว่าหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ซวยไม่รู้จบจริง ๆ

ไม่ใช่เราสันโดษแล้วไม่รับ แม้แต่พระพุทธเจ้ายังตรัสว่า อนุชานามิ ภิกฺขเว ราชานํ อนุวตฺติตุง ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราพึงคล้อยตามพระราชา คำว่าพระราชา รวมความว่ากฎหมายด้วย เพราะสมัยก่อนพระบรมราชโองการก็คือกฎหมาย ไม่ใช่ว่าเราเป็นพระแล้วก็จะทำอะไรตามใจได้"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 12-01-2012 เมื่อ 10:46
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 239 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #8  
เก่า 09-01-2012, 15:09
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 10,280
ได้ให้อนุโมทนา: 19,597
ได้รับอนุโมทนา 1,630,896 ครั้ง ใน 13,084 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง เถรี
Default


ภาพวาดผลงานของ อ.จักรพันธุ์ โปษยกฤต

พระอาจารย์กล่าวว่า "ดูรูปของอาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤตแล้ว รู้สึกเหมือนกับว่า เวลาของอาจารย์เดินช้ากว่าคนอื่น อาจารย์จะทำอะไรในลักษณะใจเย็นสุด ๆ จนกระทั่งอาตมาสงสัยว่า เวลาของท่านเดินช้ากว่าเราหรืออย่างไร

รูปหลวงปู่ปานวัดบางนมโคกับรูปหลวงพ่อวัดท่าซุงตอนสมัยอายุยังไม่มาก อาจารย์จักรพันธุ์เป็นคนวาดทั้งคู่ ที่เราเห็นว่าทำไมดูมีชีวิตชีวาเหมือนอย่างกับภาพถ่าย นั่นฝีมืออาจารย์จักรพันธุ์วาด

แต่ที่ตลกกว่านั้นก็คือ แม่ของอาจารย์จักรพันธุ์ในตอนนั้น พอเห็นรูปหลวงพ่อวัดท่าซุงก็ว่า “อ้าว..พระองค์นี้ยังอยู่อีกหรือ ?” อาจารย์จักรพันธุ์ถาม “ทำไมหรือครับแม่ ?” แม่ตอบว่า “ส่วนใหญ่พระที่พูดเพราะ ๆ แบบนี้สาวเอาไปกินหมด..!” สมัยหนุ่ม ๆ หลวงพ่อเป็นพระนักเทศน์มีชื่อเสียง พูดจาไพเราะกับญาติโยม แสดงว่าโยมแม่เขาเคยเจอหลวงพ่อตอนที่อยู่วัดช่างเหล็กหรือไม่ก็ตอนที่อยู่วัดประยูรฯ"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 10-01-2012 เมื่อ 15:38
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 238 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #9  
เก่า 09-01-2012, 17:26
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 10,280
ได้ให้อนุโมทนา: 19,597
ได้รับอนุโมทนา 1,630,896 ครั้ง ใน 13,084 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง เถรี
Default



พระอาจารย์พูดถึงหนังสือปกิณกธรรมเล่ม ๒ ว่า "มีคนให้ความเห็นมาว่า ทำไมเอาแต่ดอกบัวบาน ๆ มาเป็นปก แสดงว่าอาตมาชอบคนแก่ใช่ไหม ? เขาว่าซะเสียหายหลายแสน แต่ความจริงคนแก่คุยกันรู้เรื่องมากกว่านะ

สมัยก่อนเวลาอาตมาไปบ้านสาว ก็จะไปคุยกับพ่อกับแม่เขา คุยไปคุยมาจนพ่อแม่เขาทนไม่ได้ ถามจริง ๆ เถอะ นี่มาหาใครกันแน่ ?” อาตมาก็บอกว่า ตั้งใจจะมาคุยกับคนแก่ เพราะว่าคนแก่ประสบการณ์เยอะ เราจะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปค้นคว้าเอง เขาก็แปลกใจ..เป็นเพื่อนกับลูกสาว แต่มาตั้งหน้าตั้งตาคุยกับพ่อกับแม่ ไม่ไปหาลูกสาวเลย"
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Untitled-1.jpg (72.8 KB, 31 views)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 10-01-2012 เมื่อ 15:39
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 234 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #10  
เก่า 10-01-2012, 11:12
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 10,280
ได้ให้อนุโมทนา: 19,597
ได้รับอนุโมทนา 1,630,896 ครั้ง ใน 13,084 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง เถรี
Default

ถาม : (ไม่ได้ยิน)
ตอบ : ได้..แต่เบื่อไม่จริง เอาแค่พระที่วัดท่าขนุนก็แล้วกัน "อาจารย์ครับ..ผมขอลาไปอยู่ที่โน่น" "อาจารย์ครับ..ผมขอลาไปอยู่ที่นี่" "ผมชอบอยู่เงียบ ๆ" ไปอยู่ได้ ๓ วันเผ่นออกมาเลย เพราะว่าเงียบเกินไป แสดงว่าชอบไม่จริง

พออยู่ในที่ที่ไม่ได้พูด ไม่ได้คุยกับชาวบ้านชาวเมืองก็อยู่ไม่ได้ แสดงว่าโดนกิเลสหลอก เพราะว่านักปฏิบัติถ้าทำถึงจริง ๆ ที่ไหนก็อยู่ได้ ลองดูหลวงปู่เจ้าคุณนรฯ วัดเทพศิรินทราวาสสิ ใคร ๆ ก็เรียกท่านว่าพระป่ากลางกรุง ที่เรียกท่านว่าพระป่ากลางกรุง เพราะว่าท่านทำวัดเหมือนกับป่า ไม่ค่อยปฏิสันถารกับใครหรอก

ถึงเวลาออกมาสวดมนต์ทำวัตร หมดธุระก็กลับกุฏิ ญาติโยมถ้าเอาอาหารมาส่งก็วางไว้ตรงนั้นแหละ เดี๋ยวศิษย์วัดเอามาประเคนเอง ถ้าญาติอยากรู้ข่าวคราวก็โผล่หน้ามาทางหน้าต่าง โบกมือให้เห็นว่ายังไม่ตาย กลับไปได้แล้ว

นึกถึงท่านแล้ว สุดยอดมนุษย์จริง ๆ อยู่ท่ามกลางเมืองหลวง แต่ปฏิบัติตนจนเป็นพระสุปฏิปันโนที่คนเขาเคารพนับถือทั้งบ้านทั้งเมือง เพราะฉะนั้นจริง ๆ ก็คือว่าที่ไหนก็ได้ ขอให้ทำจริงเท่านั้น

ถาม : (ไม่ได้ยิน)
ตอบ : เอาอย่างนั้นเลยหรือ ? อึดอัดใจเมื่อไรก็แปลว่าเกิดปฏิฆะหรือแรงกระทบอยู่แล้ว ในเมื่อมีแรงกระทบขึ้นมาก็แปลว่า การปฏิบัติของเรายังไม่ได้ผลจริง
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 10-01-2012 เมื่อ 15:40
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 224 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #11  
เก่า 10-01-2012, 14:20
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 10,280
ได้ให้อนุโมทนา: 19,597
ได้รับอนุโมทนา 1,630,896 ครั้ง ใน 13,084 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง เถรี
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "ปลายเดือนนี้มีงานเป่ายันต์เกราะเพชร ปีนี้มีเสาร์ห้า ๓ ครั้ง อาตมาโดนสั่งให้เป่ายันต์ทั้ง ๓ ครั้ง รู้สึกปลื้มปีติกับสถานการณ์ประเทศชาติมาก โดยเฉพาะช่วงเดือน ๕ เดือน ๖ ของไทย ไม่ใช่เดือน ๕ เดือน ๖ ฝรั่งนะ บ้านเมืองเรายุ่งเป็นยุงตีกันเลย

คำว่า "ยุ่งเป็นยุงตีกัน" บางคนอาจจะไม่เคยเห็นยุงตีกันเป็นอย่างไร แต่อาตมาเคยเห็นมาแล้ว ไม่รู้อันไหนปีกอันไหนขา มั่วไปหมด กลิ้งเป็นก้อนอยู่กับพื้น ทะเลาะกันได้ขนาดนั้นนะ ทั้ง ๆ ที่ยุงตัวนิดเดียว รัก โลภ โกรธ หลง ยังเต็มหัวพอ ๆ กับคนเราเลย

ส่วนนกเอี้ยงตีกันชอบลุยกันเป็นฝูง ลงไปกลิ้งขนกระจายอยู่บนพื้น ตีกัน ๓-๔ คู่ ฟัดกันกลม ดู ๆ แล้วไม่ว่าจะคนหรือสัตว์พวกไหนก็ตาม ถ้าหากว่ายังไม่สามารถเข้าถึงความเป็นพระอริยเจ้า เรื่องจะไประงับ รัก โลภ โกรธ หลง นี่ไม่ต้องไปหวังเลย อย่างนกเอี้ยงตีกันเสียงเอะอะเอ็ดตะโร แล้ววันร้ายคืนร้าย ถ้าเสียงดังเรียกความสนใจ ก็อาจจะมีแมวมาเป็นกรรมการ แล้วความซวยก็จะเกิดขึ้น บางทีนกก็เสร็จแมวทั้งคู่ เพราะมัวแต่ตีกันเพลินจนลืมสังเกต"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 10-01-2012 เมื่อ 15:42
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 229 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #12  
เก่า 11-01-2012, 12:07
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 10,280
ได้ให้อนุโมทนา: 19,597
ได้รับอนุโมทนา 1,630,896 ครั้ง ใน 13,084 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง เถรี
Default

พระอาจารย์เล่าว่า "หลวงปู่จง วัดหน้าต่างนอก ท่านทำปลาตะเพียนเงินปลาตะเพียนทอง ปลุกด้วยคาถา จะภะกะสะ เอาใส่กาละมัง พายเรือไปเทไว้กลางแม่น้ำ แล้วก็มานั่งเรียกบนฝั่ง ปลาตะเพียนทำด้วยโลหะแท้ ๆ ถึงเวลาว่ายน้ำมาเข้ากาละมังได้"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 12-01-2012 เมื่อ 11:04
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 222 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #13  
เก่า 11-01-2012, 13:20
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 10,280
ได้ให้อนุโมทนา: 19,597
ได้รับอนุโมทนา 1,630,896 ครั้ง ใน 13,084 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง เถรี
Default

พระอาจารย์เล่าว่า "วันก่อนมีฝรั่ง ๒ คน เขามาถามหาสังขารหลวงปู่สายว่าอยู่ที่ไหน ดันมาเจอเจ้าอาวาสเข้าพอดี ก็เลยพาไปที่กุฏิหลวงปู่สาย ตรงนี้ทำให้เห็นจุดอ่อนว่าพระของเราแม้จะเก่งภาษาอังกฤษหลายรูป แต่ไม่ถนัดในการปฏิสันถารกับญาติโยม จะเป็นเพราะท่านรักสงบสันโดษหรืออย่างไรก็ไม่รู้ ?

ถ้าสมมติว่าคนเข้ามาในบ้านเราก็ควรถามเขาว่ามาธุระอะไร ? ใช่ไหม ? การปฏิสันถารต้อนรับสมควรต้องมี แต่นี่เปล่าเลย..ปล่อยให้เขาเดินหาเอาเอง

ถ้าอาตมาได้ยินเสียงหมาเห่าผิดปกติ ก็จะโผล่ออกไปดู ถ้าเห็นฝรั่งมา จะถามก่อนว่า..จะไปไหน ? มีธุระอะไร ? บางคนก็บอกว่าจะไป View Point อาตมาก็บอกให้ขึ้นเขาไปโน่นเลย บันได ๒๕๘ ขั้นเอง แต่ฝรั่งเขาไม่ท้อนะ บางคนดูว่าอายุประมาณ ๖๐-๗๐ ปีแล้ว แต่ยังแข็งแรงเหมือนคนอายุไม่เกิน ๔๐ ปี คนไทยเราถ้า ๖๐-๗๐ ปีก็ตะบันน้ำกินกันหมดแล้ว

อาตมาค่อนข้างจะหน้าด้านกับฝรั่ง เพราะว่าพูดภาษาเขาเราไม่กลัวผิด ก็ไม่ใช่ภาษาเรานี่ ในเมื่อไม่ใช่ภาษาเรา อุตส่าห์ใช้ภาษาของคุณแล้ว คุณฟังให้เข้าใจก็แล้วกัน อีกประการหนึ่งอาตมาเป็นคนไม่กลัวใคร ก็เลยไม่รู้ว่าพวกพระท่านกลัวหรือเปล่าเวลาต้องพูดกับฝรั่ง ? ทั้ง ๆ ที่หลายท่านนี่จบปริญญาโทจากอังกฤษมาเลย

อาตมาถือว่าถ้าฟังไม่รู้เรื่องก็เป็นปัญหาของคุณไม่ใช่ปัญหาของผม ผมพูดภาษาคุณได้ก็ดีตายชักแล้ว จะเอาอะไรมากนัก ทีเขามาบ้านเราเขายังพูดภาษาที่เราฟังไม่รู้เรื่องได้เลยนี่นา

ตอนนี้ต้องให้ท่านยี้ (พระธีราวุธ นิสโภ) ช่วยดูแลให้ บอกกับท่านยี้ว่า คุณคอยดูด้วย..ถ้าฝรั่งเข้ามาให้ดูแลเขาหน่อย ถ้าชีตุ๊ (อุบาสิกากุลภรณ์ แก้ววิลัย)อยู่ ก็ให้ชีตุ๊ช่วย เพราะว่าฝรั่งผู้หญิงไม่ค่อยจะฟังเสียงหรอก เจอพระเขาชอบใจก็คว้าแขนยืนคู่ถ่ายรูปเลย เขาไม่รู้ธรรมเนียมของเรา พอบอกว่าแตะต้องไม่ได้ เขาก็สงสัยว่าทำไมถึงแตะไม่ได้..?!"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 11-01-2012 เมื่อ 17:57
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 222 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #14  
เก่า 11-01-2012, 14:59
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 10,280
ได้ให้อนุโมทนา: 19,597
ได้รับอนุโมทนา 1,630,896 ครั้ง ใน 13,084 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง เถรี
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "ดูชุดของพระภูฏานแล้วทะมัดทะแมงดี พวกวัชรญาณสายทิเบตเขามีเสื้อกั๊กด้วย เมื่อไรเมืองไทยจะอนุญาตให้พระนุ่งกางเกงใส่เสื้อกั๊กกับเขาบ้างหนอ ?

วัชรญาณสายทิเบตเข้าไปตอนที่พุทธศาสนาสายตันตระกำลังรุ่งเรือง เพราะฉะนั้น..ความเชื่อของเขาบางอย่างก็เลยค่อนข้างจะค้านกับของเรา อย่างเรื่องศักติของพระพุทธเจ้า ศักติก็คือคู่ตรงข้าม อย่างเช่นผู้ชายตรงข้ามกับผู้หญิง พระพุทธรูปของสายวัชรญาณจะมีปางที่มีผู้หญิงกอดเอวอยู่ เราไม่รู้ก็ไปหาว่าเขาสร้างปางอุบาทว์ ความจริงเป็นความเชื่อของเขาอย่างนั้น

เขาว่าผู้หญิงผู้ชายต้องประสานรวมกันเป็นหนึ่งเดียวถึงจะประสบความสำเร็จ สามารถบรรลุธรรมได้ เขาใช้คำว่าความเข้มแข็งอย่างเดียวโดยไม่มีความอ่อนโยนมีแต่เกิน ไม่พอดี แล้วแนวความคิดอีกอย่างคือ การฆ่าเพื่อระงับฆ่า ถ้าสมมติว่าต้องฆ่าโจรสักคนหนึ่ง เพื่อไม่ให้โจรไปฆ่าคนอีกหลายคนนี่เขาก็จะทำ ก็เลยกลายเป็นความเชื่อในลีลาของพระโพธิสัตว์ ตัวเองยอมลงนรกเพื่อให้ผู้อื่นรอดไปได้"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 11-01-2012 เมื่อ 17:58
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 212 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #15  
เก่า 12-01-2012, 11:29
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 10,280
ได้ให้อนุโมทนา: 19,597
ได้รับอนุโมทนา 1,630,896 ครั้ง ใน 13,084 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง เถรี
Default

"อย่างหลวงจีนคงซิ่งแห่งวัดเส้าหลิน ท่านเป็นว่าที่เจ้าอาวาส แต่แล้วอยู่ ๆ ก็เกิดวิปลาสขึ้นมา ดื่มสุรากินเนื้อ ซึ่งเป็นความผิดมหันต์ของสายมหายาน เพราะมหายานกินเจ ไม่เบียดเบียนสัตว์โลก ท่านคงซิ่งก็เลยโดนขับไล่ออกจากวัด

ก่อนที่ท่านคงซิ่งจะโดนขับไล่ออกจากวัดนั้น ไม้เท้าพระธรรมหายสาบสูญไป ไม้เท้าพระธรรมนี้เป็นของท่านตั๊กม้อหรือท่านโพธิธรรมเถระ เจ้าอาวาสรูปแรกของวัดเส้าหลิน ตอนหลังสืบหาเจอปรากฏว่าเขาขายให้กับขุนนางผู้ใหญ่ประเภทเจ้าพ่อ ทำให้ไม่มีใครกล้าทวง ทางวัดขอซื้อในราคาเท่ากับที่เขาซื้อมา เขาก็ไม่ขายให้

หลวงจีนคงซิ่งที่อยู่ ๆ วิปลาสขึ้นมา ถูกขับไล่ออกจากวัด ออกไปอาละวาดอยู่ในยุทธจักร แล้วครอบครัวที่ซื้อไม้เท้าพระธรรมนั้นมาก็โดนหลวงจีนคงซิ่งบุกเข้าไปฆ่าล้างโคตร เอาไม้เท้าพระธรรมคืนมาได้ สรุปว่าตั้งแต่นั้นมาหลวงจีนคงซิ่งก็เป็นคนบาปของแผ่นดิน แต่ไม้เท้าพระธรรมกลับคืนไปสู่วัดเส้าหลิน

เขาเพิ่งจะรู้ว่าทำไมอยู่ ๆ ท่านจึงวิปลาสขึ้นมา เพราะต้องแกล้งบ้า ไม่อย่างนั้นเรื่องจะเดือดร้อนถึงวัด จึงต้องให้ตัวเองโดนไล่ออกจากวัดก่อน พอโดนไล่ออกจากวัดก็แกล้งเป็นบ้า ๆ บอ ๆ ในยุทธจักร ได้โอกาสก็บุกไปฆ่าล้างทิ้งเสียเลยทั้งตระกูล เอาไม้เท้าพระธรรมคืนวัดเส้าหลินไป

คราวนี้ทางการจะไปเล่นงานอะไรวัดเส้าหลินก็ไม่ได้เพราะว่าท่านโดนไล่ออกแล้ว ไม่เกี่ยวอะไรกับวัด นี่แหละคือลักษณะของพระโพธิสัตว์ ถ้าเพื่อประโยชน์ส่วนรวมตัวเองลำบากแค่ไหนก็ยอม"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 12-01-2012 เมื่อ 12:24
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 209 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #16  
เก่า 12-01-2012, 11:39
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 10,280
ได้ให้อนุโมทนา: 19,597
ได้รับอนุโมทนา 1,630,896 ครั้ง ใน 13,084 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง เถรี
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "ปีนี้ไม่รู้ว่าเขาฮิตอะไร จัดงานสวดมนต์ข้ามปีกันทั้งประเทศเลย เสียงตอบรับปีนี้ดีมาก เพราะชาวบ้านมาร่วมสวดมนต์ด้วยเยอะ ส่วนท่านที่ไม่ได้มาสวดมนต์ เพราะว่าต้องเตรียมการเกี่ยวกับงานของทางเทศบาล เขาบอกว่าฟังอยู่ที่บ้าน เพราะเวลาทางวัดท่าขนุนสวดมนต์เสียงจะได้ยินไปไกลเกือบทั่วอำเภอ

ช่วงใหม่ ๆ ที่วัดสวดมนต์ จะโดนคนโทรศัพท์มาด่า แต่เขาด่าผิดคน เพราะเขาไม่รู้ว่าเจ้าอาวาสวัดท่าขนุนด่าเก่งขนาดไหน..!"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย วสันต์วิษุวัต : 13-01-2012 เมื่อ 04:30
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 220 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #17  
เก่า 12-01-2012, 12:07
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 10,280
ได้ให้อนุโมทนา: 19,597
ได้รับอนุโมทนา 1,630,896 ครั้ง ใน 13,084 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง เถรี
Default

พระอาจารย์เล่าว่า "สมัยก่อนโยมแม่ของอาตมาขายล็อตเตอรี่ ขายไปจนเหลือใบท้าย ๆ ขนาดลดราคาแล้วก็ไม่มีใครซื้อ ปรากฏว่าใบท้าย ๆ นั่นแหละถูก ที่ขายก็ขายไป ที่เหลือแม่ก็ถูกเองด้วย กำไร ๒ ต่อ ลดราคาแล้วเขายังไม่ซื้อเพราะว่าเลขไม่สวย เลขไม่สวยนั่นแหละออกดีนักแล

มีเจ้าหน้าที่เขื่อนวชิราลงกรณรายหนึ่งรับล็อตเตอรี่ไปส่งต่อ มีคนหนึ่งแทงหวยเลข ๐๐๐ (ตองศูนย์) แทงมา ๕,๐๐๐ บาท เจ้าหน้าที่คนนี้ก็รับกินเอง แล้วดันออกตองศูนย์ คิดดูว่าบาทละ ๕๐๐ เขาแทงมา ๕,๐๐๐ บาท ได้ไป ๒ ล้านกว่าบาท หมดตัวเลย เห็นว่าเลขนี้ไม่มีทางออก แต่ดันออกมาจริง ๆ

เรื่องของการพนัน ไม่ว่าจะเป็นหวยหรืออะไรก็ตาม เป็นลาภที่เกิดจากการทำบุญโดยไม่ได้ตั้งเจตนาไว้ก่อน อย่างเช่น ออกไปเห็นเขามีกองบุญการกุศลก็ทำเลย ถ้าอย่างนั้นจะมาลักษณะลาภลอย

มีใครรู้จัก ดร.เอ (อัจฉรา เสาว์เฉลิม) บ้างไหม ? รายนั้นถ้าเล่นเป็นถูกทุกงวด แต่พอไปดูเขาเล่น เห็นบัญชีหางว่าวยาวเป็นกระดาษชำระเลย หักกลบลบล้างแล้วเหลือไม่กี่ร้อยบาท แต่เขาถูกทุกงวด ขอให้คิดจะเล่นเถอะต้องถูก หลวงพ่อวัดท่าซุงบอกว่าเป็นพวกกองลาดตระเวน เก็บเล็กเก็บน้อยไปเรื่อย เจอบุญที่ไหนเขาทำหมด ทำไปทำมาก็กลายเป็นลาภลอย

บุญก็คือ ความดีในอดีตส่งผลถึงปัจจุบัน เขาเรียก ปุพเพกตปุญฺญตา ผลบุญที่ทำมาแต่ปางก่อน ดังนั้น..เราจะหวังว่ามาทำตอนนี้แล้วก็จะได้ชาตินี้ ก็คงต้องทำต่อเนื่องกันหลาย ๆ ปีหน่อย เราทำตอนนี้ขยับไปหน่อยก็เป็นอดีตแล้ว ถึงเวลาพออดีตต่อเนื่องกันได้นาน ๆ ความดีเริ่มส่งผล ปัจจุบันก็จะดี

แต่ว่าความจริงควรจะมาเน้นในเรื่องของสมาธิภาวนา เพราะถ้าเราทำต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ ผลการปฏิบัติก็จะดีขึ้น"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 12-01-2012 เมื่อ 12:28
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 219 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #18  
เก่า 12-01-2012, 12:18
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 10,280
ได้ให้อนุโมทนา: 19,597
ได้รับอนุโมทนา 1,630,896 ครั้ง ใน 13,084 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง เถรี
Default

ถาม : ผมรู้สึกว่าเบื่อการเกิดแล้วครับ แต่บางทีก็ไม่เบื่อเลย อยากจะให้เบื่อแบบจริง ๆ ต้องทำอย่างไรครับ ?
ตอบ : เบื่อ ๆ อยาก ๆ ใช่ไหม ? ถ้าอยากจะกลัวการเกิดแบบจริง ๆ จัง ๆ ก็ต้องพิจารณาให้เห็นว่าทุกวินาทีในการดำรงชีวิตอยู่ของเรา เรากำลังลุยอยู่บนกองทุกข์ ในเมื่อเราอยู่บนกองทุกข์ แค่ที่เห็นนี่ยังนับว่าดี แต่ถ้าหากว่าต้องพลาดลงอบายภูมิไป กองทุกข์นี้จะมหึมาขึ้นอีกหลายเท่า ถ้าหากว่าสามารถเห็นได้ว่าทุกวินาทีเราอยู่บนความทุกข์ เราไม่ปรารถนาเช่นนี้อีก เราก็จะกลัวการเกิดจริง ๆ

ถาม : กลัวอย่างเดียวหรือครับ ?
ตอบ : กลัวอย่างเดียวไม่พอ ต้องทำให้ถึงด้วย กลัวอย่างเดียวเป็นแค่ภยตูปัฏฐานญาณ
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 12-01-2012 เมื่อ 12:29
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 199 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #19  
เก่า 12-01-2012, 12:45
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 10,280
ได้ให้อนุโมทนา: 19,597
ได้รับอนุโมทนา 1,630,896 ครั้ง ใน 13,084 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง เถรี
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "มีฝรั่งจะมาขอบวช พูดไทยได้แค่ "สวัสดีครับ" ถ้ามาเจอคำขอบวช ๕ หน้ากระดาษ คงปางตายเลย..!

วันก่อนมาย่ายังสวดมนต์ได้เลย แต่มาย่าเขาอ่านตามแบบของเขา เขาอ่านเป็น อา-เร-หะ-โต แสดงว่าเขาท่องอะระหะโตแบบภาษาอังกฤษ แต่ก็ยังอุตส่าห์สวดอิติปิโสได้ ใช้ได้เหมือนกันนะ อย่างน้อย ๆ ไปปรับเอาทีหลังได้

อาตมาฟังแล้วก็ขำ จะไปว่าเด็กก็ไม่ได้ เพราะเขาท่องได้ เพียงแต่ไม่ค่อยจะถูกต้องเท่านั้น อย่าไปว่าอะไรฝรั่งเลย ขนาดคนไทยแท้ ๆ ยังออกเสียงเป็น อา-รา-หัง กันแทบทั้งนั้น ทั้งที่มีแต่อะระหัง

คราวที่แล้วหยงหยงเป็นขวัญใจเพื่อนร่วมรุ่น ครั้งนี้เป็นมาย่าเพราะเป็นเด็กฝรั่ง ตอนยกย่างเหยียบ เขาเองไม่เคยชินกับการที่โดนตีกรอบ เขาก็ดึงแม่ "ไม่เอาแล้ว" พอแม่เขาไม่สนใจ มาย่าก็งอนสะบัดก้นออกจากวง ตอนที่อยู่นั้นมีเด็ก ๆ หลายคน น้องภูก็วิ่งตามมาย่าไป พักเดียวก็พากลับมา...เก่ง เด็กเขารู้ภาษาเด็กด้วยกัน เขาก็พากลับมาเล่นของเขาต่อ เล่นก็คือเดินกันต่อไป"



น้องภู น้องมาย่า น้องบัว น้องโมจิ น้องไอวี่
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 12-01-2012 เมื่อ 17:48
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 198 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #20  
เก่า 12-01-2012, 13:16
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 10,280
ได้ให้อนุโมทนา: 19,597
ได้รับอนุโมทนา 1,630,896 ครั้ง ใน 13,084 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง เถรี
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "ปาจารี แปลว่า ผู้เป็นแบบอย่าง ปาจารีเป็นบาลี ถ้าไทยเขาอ่านเป็นบาจารี

เราเรียกว่าครูบา ครูก็คือครุ บาคือบาจารี ครุคือผู้รับภาระอันหนัก บาจารีคือผู้เป็นแบบอย่าง ก็คือแม่พิมพ์นั่นแหละ จำไว้แม่น ๆ ว่าพ่อพิมพ์ไม่มีนะ แม่พิมพ์ก็คือต้นแบบที่จะหล่อหลอมสิ่งอื่นออกมาให้เหมือนต้นแบบ คราวนี้เขาดันไปคิดว่าถ้าหากผู้หญิงเป็นแม่พิมพ์ ผู้ชายต้องเป็นพ่อพิมพ์ เข้าไม่ถึงรากศัพท์เลยไปทำเขาเพี้ยนหมด ยังดีไม่บ้าจี้เปลี่ยนแม่ทัพเป็นพ่อทัพไปด้วย..!"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 12-01-2012 เมื่อ 14:17
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 196 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +8 และเวลาในขณะนี้คือ 12:35



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว