ชื่อกระทู้: ฤกษ์พรหมประสิทธิ์
ดูแบบคำตอบเดียว
  #1  
เก่า 08-02-2009, 14:21
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 18,447
ได้ให้อนุโมทนา: 71,382
ได้รับอนุโมทนา 3,072,367 ครั้ง ใน 21,786 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default ฤกษ์พรหมประสิทธิ์

สมัยก่อนหลวงพ่อฤๅษีท่านต้องไปเทศน์หลายจังหวัด ถ้าทางน้ำก็แจวเรือไป ทางบกถ้ามีเกวียนก็นั่งเกวียน ถ้าไม่มีก็เดินไป หรือบางทีก็นั่งเรือไปครึ่งค่อนทาง แล้วก็ขึ้นบกเดินตัดทุ่งไป ปรากฏว่าเส้นทางที่ท่านไปเทศน์ที่อ่างทอง จะต้องผ่านเพิงขายกล้วยทอดกล้วยแขก ท่านบอกว่าปีแรกผ่านไปตรงนั้นก็ไปขอน้ำเขาฉัน "โยมขอน้ำหน่อย" โยมเขาก็เอาน้ำมาถวาย ปีรุ่งขึ้นก็คืออีกปีหนึ่งถัดไป เพิงกล้วยแขกกลายเป็นตึกสองคูหา..!

หลวงพ่อไปถามเขาว่า "โยมทำอะไรถึงรวยขนาดนี้ ?" ถ้าสมัยนี้คงไม่แคล้วขายยาบ้า..! โยมบอกว่า "ได้ฤกษ์เศรษฐีมาจากหลวงพ่อที่วัดมาเปิดร้านเจ้าค่ะ" หลวงพ่อก็สอบถามจนมั่นใจ พอรู้ว่าหลวงพ่ออะไร อยู่วัดไหนก็ตามไป (อันนี้อาตมาไม่ได้ถามรายละเอียด) ตามไปเจอหลวงพ่อองค์นั้น หลวงพ่อฤๅษีก็ถามว่า "ท่านได้ฤกษ์นี้มาจากไหน ขอศึกษาตำรานี้ด้วยได้ไหม ?" หลวงพ่อองค์นั้นบอกว่า "ผมไม่หวงหรอก ผมก็ไม่รู้เหมือนกันฤกษ์นี้มีที่มาอย่างไร ?" ว่าแล้วก็ไปงัดตำรามาให้เป็นใบลานแผ่นเดียว มีอยู่แผ่นเดียว ข้างหน้าวันหนึ่ง ข้างหลังวันหนึ่ง แสดงว่าเขาเขียนหน้าละวัน แล้วหลวงพ่อท่านนั้นได้มาแค่นั้น หลวงพ่อฤๅษีท่านก็เลยขอจดทั้งหมด แล้วก็เลิกรับกิจนิมนต์จนกว่าจะหาฤกษ์นี้ที่เหลือเจอ

หลวงพ่อท่านเข้ามาหอสมุดแห่งชาติ ค้นกันหูดับตับไหม้จนกระทั่งเจอ แล้วท่านก็เอามาบอกต่อพวกเรา ท่านบอกว่าฤกษ์นี้ถ้าเอาไปทำงานทำการอะไรก็ตาม จะมีความเจริญคล่องตัวมาก เรียกว่า ฤกษ์พรหมประสิทธิ์ ก็คือฤกษ์ที่พระพรหมท่านให้มา

แต่คราวนี้ตอนที่หลวงพ่อบอกพวกเรานั้น ท่านบอกไม่ครบ นิสัยหลวงพ่อท่านเป็นคนช่างค้นคว้า หลวงพ่อท่านเรียนหนังสือนักธรรมตรี คนอื่นอ่านหนังสือแค่ ๔ เล่ม ได้แก่ เรียงความแก้กระทู้ธรรม ธรรมวิภาค พุทธประวัติ และพระวินัย แต่หลวงพ่ออ่านหนังสือครึ่งห้อง..!! ท่านบอกว่าตำราอ้างอิงถึงเล่มไหน ท่านไปค้นอ่านจนหมด..!

ในเมื่อท่านชอบค้นคว้าขนาดนั้นท่านก็ค้นจนเจอ แต่ตอนบอกลูกศิษย์ท่านบอกไม่ครบ ท่านอยากรู้ว่ามีลูกศิษย์คนไหนชอบสงสัยค้นคว้าบ้าง แต่ปรากฏว่าทุกคนให้ความเคารพและไว้วางใจหลวงพ่อมาก ให้เท่าไรกูใช้แค่นั้น..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 24-07-2010 เมื่อ 09:57
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 334 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา