ดูแบบคำตอบเดียว
  #40  
เก่า 10-05-2018, 17:18
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 24,042
ได้ให้อนุโมทนา: 91,633
ได้รับอนุโมทนา 3,893,448 ครั้ง ใน 27,541 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"เพราะว่าเรื่องของหลักธรรมเราจะรอให้กิเลสวิ่งมาชนเราไม่ได้...ตาย มีอยู่อย่างเดียวคือต้องสมมติคู่ต่อสู้ขึ้นมาก่อน ต้องพินิจพิจารณาอยู่ในใจของเราก่อน ซักซ้อมจนกระทั่งคล่องตัว ถึงเวลาไปชนแล้วเราจะต้านได้นานเท่าไร

คราวนี้มาแค่นี้เราสู้ได้ไม่ถึงนาที ต่อไปหลบไปมุมโน้นยืนหยัดได้อีกนาที ๒ นาที ต้องหาวิธี ถ้าจะแพ้ก็แพ้ให้ช้าที่สุด ถ้าชนะได้จะเป็นสิ่งที่ปลื้มใจมาก ท้ายสุดก็ปฏิบัติตามแนวกรรมฐาน ๔๐ ที่หลวงพ่อท่านบอก ระยะเวลาที่ทุ่มเทให้นั้น ทั้งชีวิตพระและฆราวาส ๑๘ ปีเต็ม ๆ ทุ่มให้กับการภาวนา พวกเราคงไม่มีอารมณ์ทำกันนานขนาดนั้น

เมื่อถึงเวลาทำแล้วต้องใช้งานจริงได้ ต้องรับแรงกระทบได้ ตอนแรก ๆ หลวงพ่อท่านบอกว่า ท่านไม่นิยมการธุดงค์ เพราะว่าการธุดงค์สำหรับคนทั่วไปแล้ว เป็นการหนีกิเลสชั่วคราว พอออกมาชนกิเลสเมื่อไรก็พังเมื่อนั้น อาตมาเองก็นั่งชนกิเลสอยู่ในวัด ถึงเวลาเฝ้าหน้าห้องหลวงพ่อ เปิดฟุตบอลดู เปิดมวยดู เปิดเพลงฟัง คนอื่นเปิดเมื่อไรไม่โดนด่าหูตูบก็ไม้เท้าลงกบาล แต่อาตมาเปิดดูไม่เคยโดนด่า

จนกระทั่งพระพี่พระน้องบอกว่าอาตมาเป็นเด็กเส้น ทำอะไรไม่เคยผิด ถ้าทำอย่างอาตมาทำนะ...ไม่ผิด แต่ถ้าทำอย่างที่พี่ ๆ น้อง ๆ ทำนะ...ผิด เพราะว่าเปิดฟุตบอลดู อาตมาเขียนผลฟุตบอลคู่นั้นไว้แล้ว เปิดมวยดูเขียนผลไว้แล้วว่าคู่นั้นใครแพ้ใครชนะ ชนะน็อก ชนะคะแนน ชนะยกไหน แค่เปิดดูให้รู้ว่าตรงไหม

เปิดเพลงฟังเลือกเฉพาะคนที่เราชอบ แล้วพยายามภาวนาให้ใจของเราไม่ไหลไปตามเนื้อเพลง ซ้อมอยู่ทุกวัน ซักซ้อมอยู่เป็นปี ๆ ท่านที่รู้ดีที่สุดในวัดมี ๒ ท่าน ก็คือหลวงพี่โอ (ท่านพระครูสมุห์พิชิต ฐิตวีโร) นั่นระดับอาจารย์ของอาตมา อีกท่านหนึ่งก็คือ คุณศุภาพร ปุษยะนาวิน อดีตภรรยาของหลวงตาวัชรชัย สองท่านนี้ช่างสังเกตมาก ถึงเวลาจับได้ทุกทีว่าอาตมาแอบทำกรรมฐาน ก็คือทำอย่าให้คนอื่นเขารู้ ฝึกก็อย่าให้คนอื่นเขารู้ แต่ก็ทำไปเรื่อย เรื่องพวกนี้ทุกคนทำได้หมด เพราะว่าการทำกรรมฐานโดยอยากให้คนอื่นรู้ ถ้าหากว่าอยากอวดเขา จัดเป็นอุปกิเลสอย่างหนึ่ง ฉะนั้น...ทำอย่างไรที่เราจะฝึกซ้อมการปฏิบัติจนใช้งาน
ได้จริง โดยที่ไม่ให้คนอื่นเขารู้ว่าเราทำ ก็แปลว่าต้องออกไปผจญกับของจริง"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 16-05-2018 เมื่อ 15:16
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 180 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา