ดูแบบคำตอบเดียว
  #4  
เก่า 08-10-2019, 11:51
ตัวเล็ก's Avatar
ตัวเล็ก ตัวเล็ก is offline
กรรมการเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 8,583
ได้ให้อนุโมทนา: 118,683
ได้รับอนุโมทนา 394,526 ครั้ง ใน 17,171 โพสต์
ตัวเล็ก is on a distinguished road
Default

พระบรมสารีริกธาตุที่ยังคงรูปร่างเดิมอยู่เป็นปรกติ ไม่แตก ไม่กระจัดกระจาย มี ๗ พระองค์ คือ พระเขี้ยวแก้วทั้ง ๔ (เขี้ยวของพระพุทธเจ้า) พระรากขวัญทั้ง ๒ (กระดูกไหปลาร้า) และพระอุณหิส (พระอัฐิส่วนหน้าผาก)

ส่วนพระบรมสารีริกธาตุนอกจากนั้น มิได้คงรูปร่างเดิม ได้แตกย่อยออก ที่ปรากฏ มีอยู่ ๔ สัณฐานหลัก ๆ คือ สัณฐานดุจเมล็ดถั่วและถั่วแตก (ถั่วผ่าซีก) สัณฐานดุจเมล็ดข้าวสารและข้าวสารหักกึ่งหนึ่ง สัณฐานดุจเมล็ดงาและงาแตก สัณฐานดุจเมล็ดพันธุ์ผักกาด เป็นไปตามพุทธประสงค์ เพื่อให้ปวงพุทธบริษัทได้นำไปบรรจุในสถูปสำหรับกราบไหว้บูชา อันจะมีผลนำไปสู่สุคติภพ

เมื่อถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระเสร็จ มัลลกษัตริย์ทั้งหลายได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุทั้งหมดใส่ในพระหีบทอง ประดิษฐานไว้ในศาลากลางพระนครกุสินารา จัดให้มีมหรสพสมโภชตลอด ๗ วัน

ฝ่ายกษัตริย์จากแคว้นต่าง ๆ เมื่อทราบข่าวการปรินิพพานของพระพุทธองค์ ต่างก็ส่งราชทูตนำสาส์นมาขอส่วนแบ่งพระบรมสารีริกธาตุพร้อมทั้งยกกองทัพติดตามมาด้วย รวม ๖ นคร และมีพราหมณ์อีก ๑ นคร ได้แก่

๑. พระเจ้าอชาตศัตรู นครราชคฤห์
๒. กษัตริย์ศากยะ นครกบิลพัสดุ์
๓. กษัตริย์ลิจฉวี นครเวสาลี
๔. กษัตริย์ถูลี นครอัลกัปปะ
๕. กษัตริย์โกลิยะ นครรามคาม
๖. กษัตริย์มัลละ นครปาวา
๗. มหาพราหมณ์ นครเวฏฐทีปกะ

มัลลกษัตริย์ผู้ครองนครกุสินาราตรัสปฏิเสธทูตานุทูตทั้ง ๗ พระนคร ไม่ยินยอมที่จะแบ่งส่วนพระบรมสารีริกธาตุถวายแก่เจ้าองค์ใดเลย ฝ่ายทูตานุทูตทั้ง ๗ พระนครนั้นก็มิได้ย่อท้อ เกิดเหตุโต้เถียงกันขึ้น จวนจะเกิดวิวาทเป็นสงครามใหญ่


โทณพราหมณ์แบ่งพระบรมสารีริกธาตุแก่พราหมณ์และกษัตริย์ ๗ พระนคร
แล้วแอบหยิบเอาพระเขี้ยวแก้วใส่มวยผม

พระอินทร์จึงอัญเชิญพระเขี้ยวแก้วไปประดิษฐานในพระเจดีย์จุฬามณี ในดาวดึงส์เทวโลก
ขณะนั้น มีพราหมณ์ผู้หนึ่งนามว่า “โทณะ” ซึ่งเป็นอาจารย์ของกษัตริย์เหล่านั้น ได้ยินการโต้เถียงกันอย่างรุนแรงขึ้น จึงออกไประงับข้อพิพาทดังกล่าวและประกาศว่าจะแบ่งปันพระบรมสารีริกธาตุออกเป็น ๘ ส่วนเท่า ๆ กัน จะได้อัญเชิญไปบรรจุในสถูปทุก ๆ พระนครเพื่อเป็นที่กราบไหว้บูชาของมหาชน กษัตริย์และพราหมณ์ทั้ง ๘ พระนครได้ฟังดังนั้น ก็ทรงเห็นชอบพร้อมกับมอบธุระให้โทณพราหมณ์แบ่งส่วนพระบรมสารีริกธาตุ


บรรดากษัตริย์ทั้งหลาย เมื่อได้ทอดพระเนตรเห็นพระบรมสารีริกธาตุ ต่างก็ร่ำไห้รำพันต่าง ๆ นา ๆ ฝ่ายโทณพราหมณ์เห็นบรรดากษัตริย์ทั้งหลายกำลังเศร้าโศกเสียใจอยู่ ได้ฉวยโอกาสแอบหยิบเอาพระทาฐธาตุ คือพระเขี้ยวแก้วองค์บนเบื้องขวา ขึ้นซ่อนไว้ ณ ภายใต้ผ้าโพกศีรษะ แล้วดำเนินการแบ่งพระบรมสาริกธาตุโดยใช้ตุมพะทะนานทอง ตวงพระบรมสารีริกธาตุได้ ๘ ส่วนเท่า ๆ กัน ถวายแก่กษัตริย์และมหาพรหมณ์ทั้ง ๘ นคร

พระอินทร์ทอดพระเนตรเห็นด้วยทิพยจักษุ ทรงดำริว่า โทณพราหมณ์ไม่อาจทำสักการะให้สมควรแก่พระทาฐธาตุ ควรจะนำมาบูชาไว้ในเทวโลก จึงทรงอัญเชิญพระทาฐธาตุนั้นจากผ้าโพกของโทณพราหมณ์ ประดิษฐานในสุวรรณโกศ ทรงนำขึ้นไปบรรจุไว้ในพระเจดีย์จุฬามณี ในดาวดึงสเทวโลก พร้อมกับพระรากขวัญเบื้องขวา ฉะนั้น ในพระเจดีย์นี้ จึงมีสิ่งบรรจุหลายอย่าง แต่ก็คงเรียกว่า จุฬามณีเจดีย์

ฝ่ายโทณพราหมณ์เมื่อคลำหาพระเขี้ยวแก้วไม่พบ จึงได้ขอตุมพะทะนานทองที่ใช้สำหรับตวงพระบรมสารีริกธาตุไปก่อสถูปบรรจุไว้สักการะ มีนามว่า “ตุมพสถูป” ต่อมากษัตริย์โมริยะเมืองปิปผลิวัน ได้สดับข่าวพระพุทธองค์เสด็จดับขันธ์ปรินิพพานแล้ว จึงส่งราชทูตมาขอแบ่งพระบรมสารีริกธาตุบ้าง แต่เมื่อทราบว่าพระบรมสารีริกธาตุได้ถูกแบ่งไปยังนครต่าง ๆ หมดแล้ว จึงได้นำพระอังคาร (เถ้า) กลับสู่พระนคร สร้างสถูปบรรจุเป็นสถานที่สักการะบูชา มีนามว่า "พระอังคารสถูป" เมื่อต้นปฐมกาล จึงมีพระสถูปเจดีย์สถานเป็น ๑๐ ตำบลด้วยกัน ด้วยประการฉะนี้

เกี่ยวกับพระเขี้ยวแก้วทั้ง ๔ ของพระพุทธเจ้า ตำนานกล่าวว่า
องค์บนเบื้องขวา ประดิษฐานอยู่ในพระเจดีย์จุฬามณีบนดาวดึงสเทวโลก
องค์ล่างเบื้องขวา ไปอยู่ ณ แคว้นกาลิงคะ แล้วต่อไปยังลังกาทวีป (เชื่อกันว่า เป็นพระเขี้ยวแก้วองค์ที่ประดิษฐานอยู่ที่วัดศรีดาลาดามาลิกาวา [Sri Dalada Maligawa, Temple of the Tooth Relic] เมืองแคนดี้ ประเทศศรีลังกาในปัจจุบัน)
องค์บนเบื้องซ้าย ไปอยู่ ณ แคว้นคันธาระ
องค์ล่างเบื้องซ้าย ไปอยู่ในพิภพของพญานาค


พระทนต์ พระเกศา พระโลมาทั่วพระวรกาย และพระนขา เทพยดาในหมื่นจักรวาลนำไปบูชาจักรวาลละองค์

แล้วเรื่องทั้งหลายก็มาจบลงด้วยสัจจธรรมที่พระพุทธองค์ทรงพร่ำสอนอยู่เสมอว่า

"... สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้น สิ่งนั้นย่อมมีการดับไปเป็นธรรมดา
สิ่งทั้งหลายทั้งปวงเกิดขึ้นเพราะมีเหตุ สิ่งนั้นย่อมดับไปเมื่อเหตุดับ
สิ่งทั้งหลายเกิดขึ้นในเบื้องต้น ตั้งอยู่ในท่ามกลาง และดับไปในที่สุด..."

บัดนี้ พระพุทธองค์ดับแล้ว ดับอย่างหมดเชื้อ ทิ้งวิบากขันธ์และกิเลสานุสัยทั้งปวง
ประดุจกองไฟดับลงแล้ว เพราะหมดเชื้อฉะนั้น ฯ


ขอบพระคุณข้อมูลจาก https://thaprajan.blogspot.com/2011/...t1ws2wxW61rT2k
__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด
(-/\-) (-/\-) (-/\-)
สมาชิก 54 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา