ดูแบบคำตอบเดียว
  #1  
เก่า 03-06-2010, 11:18
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 22,001
ได้ให้อนุโมทนา: 85,153
ได้รับอนุโมทนา 3,563,753 ครั้ง ใน 25,445 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default วันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๐

อบรมที่เกาะพระฤๅษี วันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๐


วันนี้ผมต้องเดินทางเหมือนเดิม เตรียมไปเรียนต่อ มีงานมีการอะไรก็ช่วยกันดู ๆ ไว้หน่อย เพราะว่าปล่อยท่านกวางคนเดียวก็ไม่ไหวเหมือนกัน

วันก่อนผมเรียนหนังสืออยู่ ท่านอาจารย์เฉลิมชัย* ถามว่า “ผึ้งมีความดีอะไรบ้าง ?” พวกผมคิดกันหัวแทบแตก จนท่านอาจารย์เฉลยว่า

ผึ้งมีความดีคือ ขยันหากิน ไม่บินสูงนัก รักความสะอาด ฉลาดสะสม นิยมสามัคคี พวกผมคิดกันได้ไม่ถึง ๓ ข้อ

เมื่อท่านอาจารย์อธิบายให้ฟังถึงความดีของผึ้ง ผมก็เลยมานึกว่า ในเรื่องของการปฏิบัติของพวกเรานั้น ก็อยู่ในลักษณะนี้ ผึ้งนั้นขยันหากิน ของเราเองถ้าในเรื่องกิน ก็คือ เกี่ยวกับอาหาร นั่นเป็นหน้าที่ของเรา คือ ต้องบิณฑบาต

แต่สถานที่นี้ไม่มีที่ให้บิณฑบาต ความขยันของเราที่ต้องไปเดินบิณฑบาตทุกวันอย่างสมัยอยู่วัดท่าขนุน ตรงจุดนี้ไม่มี แต่ผมมานึกว่า นั่นเป็นอาหารทางกาย ถ้าหากว่าเราต้องการอาหารทางใจ ก็ต้องขยันทำ ขยันปฏิบัติ

พวกท่านจะสังเกตได้ว่า ถ้าหากเราทิ้งช่วงให้การปฏิบัติขาดลง ความฟุ้งซ่านจะเข้ามาทันที โดยเฉพาะท่านที่ยังไม่มีพื้นฐาน คำว่าไม่มีพื้นฐาน คือกำลังใจยังไปไม่ถึงระดับที่จะทรงตัวเองได้

ถ้าอย่างนั้นท่านเผลอเมื่อไร ขาดความขยันเมื่อไร โดนเล่นเอาแน่ ๆ ผมเองก็ดีใจว่า ตอนนี้พวกเรายังมีกรรมฐานรอบพิเศษ ก็คือ ก่อนสองทุ่ม พวกท่านยังมาทำกรรมฐานกันอยู่ ตรงจุดนี้จะช่วยพวกท่านได้เยอะ

ความขยันในการปฏิบัติ สมัยฆราวาสผมขยันมาก แต่ผมทำแล้วทิ้ง พอถึงเวลากำลังใจถอยไป กิเลสก็ตีกลับ ฟุ้งซ่านเหมือนเดิม แต่ผมเป็นคนชอบพิจารณาดูว่าเป็นเพราะอะไร ผมก็คอยสังเกตอารมณ์ใจของตัวเองดู

พอเริ่มตอนเช้า สร้างกำลังใจเต็มที่เลย กำลังใจแน่นปักมั่นเลย แทบจะไม่ถึงกลางวัน กำลังก็ตกแล้ว เวลาไปชนกับคนอื่นเขา ตอนทำการทำงานต้องไปรับอารมณ์ต่าง ๆ เข้ามา ตอนนั้นกำลังจะตกเร็ว ถอยเร็ว

ผมจึงใช้วิธีว่า ตอนช่วงพักเที่ยงก็รีบกินอาหาร ใช้เวลาไม่เกิน ๑๕ นาที แล้วผมก็ใช้เวลาที่เหลือก่อนเข้าทำงานตอนบ่ายโมงไปภาวนา เพื่อรักษากำลังใจเอาไว้ แล้วก็สังเกตดูต่อ ปรากฏว่าเหมือนกันก็คือ แทบจะไม่ถึงเย็น กำลังก็เริ่มตก

หมายเหตุ :
* พลตรี เฉลิมชัย เสียงใหญ่ ผู้อำนวยการกองอนุศาสนาจารย์กองทัพบก อาจารย์ผู้บรรยายประจำวิชาพระพุทธศาสนากับภูมิปัญญาไทย ธรรมนิเทศ พระสุตตันตปิฎก ๑ พระสุตตันตปิฎก ๒ (อาจารย์พิเศษของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส ห้องเรียนวัดไร่ขิง)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 03-06-2010 เมื่อ 15:50
สมาชิก 99 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา